บอดี้การ์ดสะดุดรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,360 Views

  • 198 Comments

  • 588 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    114

    Overall
    48,360

ตอนที่ 5 : บทที 1 (1) คนไม่คู่ควร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 มิ.ย. 59


 บทที่ 1 (1) คนไม่คู่ควร


                        จากวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้มันก็ผ่านมาร่วมสี่ปีแล้ว แต่ถึงทานตะวันจะเข้าใจประโยคที่เธออ่านเจอในหนังสือ ทว่าประโยคที่ว่านั้นก็ยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวลืมเลือน หรือเปลี่ยนใจไปหลงรักผู้ชายคนอื่น หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนส่วนตัว หากเป็นก่อนหน้านั้นทานตะวันคงไม่เคยคิดฝันว่าเธอจะสามารถหลุดพ้นออกมาจากตรอกสลัม และบ้านชั้นเดียวเก่าๆ ที่ปลูกเป็นเพิงง่ายๆ มีประโยชน์แค่กันแดดกันฝนแต่กลับปราศจากความแข็งแรง และบ้านเก่าโทรมหลังนั้นก็เป็นเพียงแค่การเช่าที่ดินแล้วปลูกเพิงเพื่อพักอาศัยไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเธอกับยายชราที่เป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

 

                        สองยายหลานเคยมีอาชีพค้าขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวตามชายหาดเพื่อประทังชีวิต แต่โชคชะตาก็ทำให้เธอกับยายได้พบกับผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตางดงามไร้ที่ติ นอกจากนี้จิตใจของสตรีสาวผู้นั้นก็ยังสวยพิสุทธิ์ไม่ต่างจากหน้าตาเลยสักนิด ทานตะวันล้มป่วยทำให้ยายของเธอต้องไปรับของที่ระลึกตามลำพัง อายุของหญิงสาวชราและสภาพร่างกายที่ถูกใช้งานมาอย่างหนักเกือบทั้งชีวิตทำให้ท่านอ่อนแรง จนอุษาราตรี ภรรยาสาวของมหาเศรษฐีมาเจอเข้า อุษาราตรีช่วยถือของและพายายของทานตะวันไปส่งถึงบ้าน เมื่อแรกเห็นหน้าอุษาราตรี สาวน้อยอย่างทานตะวันก็นึกชื่นชมอีกฝ่ายเพราะเธอสวยเหลือเกินแถมยังยิ้มหวานและใจดีอีกด้วย

 

                        ทานตะวันซึ่งกินยาแล้วนอนหลับจนกระทั่งยายของเธอกลับมาจึงพอมีแรงเดินไปส่งอุษาราตรี แต่ยังไปไม่ถึงไหน สองสาวก็ถูกกลุ่มคนงานบนเกาะของวิกทอรีกรุ๊ปฉุดกลับไปที่เกาะเสียก่อน แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีที่มีบุรุษหนวดเครารุงรังแต่รูปร่างสูงสมาร์ตราวกับนายแบบสามคนเข้ามาช่วยขัดขวาง พร้อมกับโยนเงินให้ไอ้อันธพาลหริ่งที่ทานตะวันเกลียดชังน้ำหน้าทั้งที่มันอยากได้เธอเป็นเมียจนตัวสั่น เธอกับอุษาราตรีจึงรอดพ้นจากเรื่องเลวร้ายของลูกผู้หญิงมาได้ อุษาราตรีถูกผู้ชายที่เหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มอุ้มหายไปด้วยกัน ในขณะที่ทานตะวันถูกส่งต่อให้กับลูกน้องของชายผู้นั้นดูแล

 

                        สาวน้อยทานตะวันในตอนนั้นไม่ทราบชื่อของพวกเขา เธอจึงเรียกชายหนุ่มทั้งสามคนนั้นว่าพี่ชายหน้าโหดเบอร์หนึ่ง เบอร์สอง และเบอร์สาม ซึ่งคนที่เธอถูกยกให้เป็นเมียเขานั่นก็คือพี่ชายหน้าโหดเบอร์สอง ริมฝีปากของหญิงสาวคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงการพบกันวันแรกในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ตอนแรกเธอตกใจแทบสิ้นสติ กรีดร้องด่าทอคนสารเลวเสียจนคอแหบคอแห้งจนกระทั่งพวกเขาปรากฏขึ้น และหยิบยื่นทางออกให้กับเธอ

 

                        พี่หน้าโหดเบอร์สองรอด้วย

 

                        ทานตะวันไม่ทราบชื่อของชายหนุ่มทั้งสามคน เธอจึงตั้งชื่อชั่วคราวเพื่อแยกแยะพวกเขาออกจากกัน อัลดินคือพี่หน้าโหดเบอร์หนึ่ง ส่วนนิคและแซมคือพี่หน้าโหดเบอร์สองและสามตามลำดับ

 

                        หน้าตึงแสดงว่าไม่ชอบชื่อนี้ งั้นพี่ชื่ออะไร?”

 

                        เด็กสาวยื่นมือไปสะกิดต้นแขนของนิค พี่ชายหน้าโหดสามคนนี้ หุ่นดีไม่เผละเหมือนพวกไอ้หริ่งและคนในตรอกที่เธออาศัยอยู่ ผู้ชายพวกนั้นชอบถอดเสื้อโชว์พุงหลามจนหญิงสาวชินตากับภาพแบบนั้น ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ชายที่หุ่นน่าหม่ำแบบนี้ด้วย กล้ามแขนของชายหนุ่มตึงเปรี๊ยะ กล้ามอก กล้ามท้องก็นูนสวยไม่เผละ นึกออกแล้วหุ่นแบบนี้เขาเรียกว่าหุ่นนายแบบ นายแบบที่เธอเคยเห็นบนนิตยสารซึ่งวางขายในตลาด

 

                        บอกชื่อหน่อยไม่ได้เหรอ พี่หน้าโหดเบอร์หนึ่งบอกว่าหนูเป็นเมียพี่ งั้นพี่ก็ต้องเป็นผัวหนูน่ะสิ

 

                        นิคหยุดเดินกะทันหัน ทำเอาทานตะวันที่เดินตามต้องเบรกปลายเท้าจนหน้าผากทิ่มชนแผ่นหลังของชายหนุ่ม เขาก้าวไปข้างหน้าและหมุนกายหันมามองเด็กสาวที่ดูเหมือนยังไม่โตเต็มที่

 

                        อายุเท่าไรแล้วเรา?”

 

                        “สิบแปดปีจ้ะ

 

                        คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เด็กสาวตรงหน้าบอกว่าอายุสิบแปด แต่รูปร่างของเธอมันทำให้นิคคิดว่าเธอเพิ่งอายุสิบห้าปีเท่านั้น

 

                        เมื่อสักครู่เป็นเพียงสถานการณ์จำลอง อย่าใส่ใจเลย เมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยคุณจะถูกส่งตัวกลับบ้าน

 

                        “งั้นหนูก็ไม่ต้องเป็นเมียพี่เหรอ?”

 

                        “ไม่ต้องเป็น ผมไม่เคยคิดแต่งงานมีครอบครัว

 

                        แค่คิดถึงเขาก็ต้องยิ้มด้วยเหรอยายตะวัน

 

                        ริมฝีปากของทานตะวันเผยอแย้มเป็นรอยยิ้มเมื่อคิดถึงชายหนุ่มผู้นั้น ในตอนนั้นหญิงสาวไม่ทราบมาก่อนว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นใครมาจากไหน จนกระทั่งความจริงเปิดเผยว่าเกาะนั้นเป็นทรัพย์สินของวิกทอรีกรุ๊ปซึ่งมีมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามสามคนเป็นหุ้นส่วนและช่วยกันบริหารกิจการ หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของวิกทอรีกรุ๊ป คืออัลดิน อัลวาเกร สามีของพี่สาวหน้าหวานที่เธอรักใคร่และติดแจราวกับเป็นพี่สาวร่วมสายเลือด อัลดินและบอดี้การ์ดของเขาแฝงตัวขึ้นมาบนเกาะเพื่อจัดการกับคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อวิกทอรีกรุ๊ป แต่ภรรยาสาวของเขากลับโดนจับขึ้นมาบนเกาะเพราะมีน้ำใจช่วยเหลือยายของทานตะวัน

 

                        ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือไม่ชอบขี้หน้าเธอ แต่กลับให้บอดี้การ์ดของเขาปกป้องดูแลเธอ จนกระทั่งภารกิจจบลงและความจริงเปิดเผยว่าพวกเขาเป็นใคร ทานตะวันได้รับความเมตตาจากอุษาราตรี พี่สาวคนสวยของเธอจัดหาบ้านหลังใหม่ให้กับเธอและยายนอม แถมยังให้ทุนการศึกษากับทานตะวันอีกด้วย เธอทราบว่าตัวเองไม่ค่อยฉลาดเพราะไม่ได้ร่ำเรียนมาหลายปีหลังจบประถมศึกษาก็ต้องช่วยยายทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง แต่ก็อาศัยความขยันตั้งใจเต็มที่ เมื่อเรียนจบการศึกษานอกโรงเรียนเทียบเท่ากับหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่หก ทานตะวันก็เลือกเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหลักสูตรสองปี แทนการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เธอต้องการเรียนให้จบและรีบออกมาทำงาน เพราะไม่อยากเป็นภาระกับอุษาราตรี

 

                        “นังตะวันตะวันเอ๊ย!”

 

                        “จ๋ายาย!”

 

                        ทานตะวันขานรับเมื่อได้ยินเสียงของหญิงชราที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่หญิงสาวลืมตาดูโลก หญิงสาวไม่ทราบว่าบิดาของเธอเป็นใคร เพราะเมื่อมารดาคลอดเธอทิ้งไว้ก็หายตัวไปไม่ยอมส่งข่าว แต่ถึงอย่างนั้นทานตะวันก็ไม่คิดถวิลหา เธอควรรักและเคารพคนที่คอยดูแลเธอ มากกว่าการไปจมอยู่กับการคิดถึงคนที่ทิ้งเธอไปอย่างไม่ดูดำดูดี ทานตะวันไม่โกรธมารดาเพราะถึงอย่างไรท่านก็เป็นผู้ให้ชีวิต แต่ความผูกพันนั้นเธอยอมรับว่ามีความรักเทิดทูนลึกซึ้งให้กับยายนอมมากกว่าผู้ให้กำเนิด

 

                        “พ่อนิคมาแน่ะ!”

 

                        หญิงสาวยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู เธอยังไม่ทันเปิดประตูห้องจึงสามารถซ่อนใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม และดวงตาแสดงความยินดีเมื่อได้ยินชื่อของชายหนุ่ม นิคกับแซมยังคงผลัดเปลี่ยนกันแวะเวียนมาเยี่ยมเธอกับยายนอมที่นี่เดือนละหนึ่งครั้งเสมอตามคำสั่งของอุษาราตรี ซึ่งไม่อยากให้ทานตะวันกับยายนอมรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งหรือโดดเดี่ยว ในบางครั้งอุษาราตรีก็ยังแวะมาด้วยตัวเองเพื่อเยี่ยมเยียนเด็กสาวที่เธอให้ความช่วยเหลือ

 

                        “ทำอะไรอยู่นังตะวันรีบออกมาต้อนรับพ่อนิคเสียสิ

 

                        “จ้ะยาย หนูกำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละจ้ะ!”

 

                        ทานตะวันตะโกนตอบยายนอมก่อนจะยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ ระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ความดีใจเมื่อนิคกับแซมแวะมาเยี่ยมเธอลดน้อยลง หากคนที่มาในเดือนนั้นเป็นแซม เธอก็จะดีใจเหมือนได้พบหน้าพี่ชาย เพราะแซมเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว ทานตะวันจึงสบายใจเวลาพูดคุยกับเขา และถือโอกาสสอบถามเรื่องของนิคไปด้วย

 

                        แต่หากเดือนไหนเป็นเจ้าตัวแวะมา นอกจากความรู้สึกดีใจ มันยังเจือปนไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นจนมือไม้เย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงรัวจนเธอเกรงว่าชายหนุ่มอาจได้ยินเสียงหัวใจของเธอ เมื่อเผชิญหน้ากับนิค ทานตะวันมักจะประหม่า ไม่ร่าเริงแจ่มใสพูดคุยกับเขาอย่างสบายใจเหมือนคุยกับแซม การปฏิบัติตัวมันจะเหมือนกันได้ยังไงในเมื่อแซมเป็นคนที่เธอรักเหมือนพี่ชาย ในขณะที่นิคเป็นผู้ชายที่เธอรักและอยากเป็นภรรยาของเขา

********************************************          

                        “สวัสดีค่ะคุณนิค”

 

                        ทานตะวันยกมือไหว้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาภายในบ้าน เธอมักแอบเรียกเขาลับหลังว่า ‘พี่นิค’ อยู่เสมอ แต่พอเจอหน้าถ้อยคำเรียกขานสนิทสนมก็ต้องถูกพับเก็บ เธอไม่อยากให้เขาโกรธเคืองหรือไม่ชอบหน้า จึงพยายามเว้นระยะห่างไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้หรือสร้างความสนิทสนมกับเขาเหมือนอย่างที่เธอปล่อยตัวตามสบายเวลาอยู่กับแซม

 

                        “สวัสดีครับ

 

                        นิคลุกขึ้นยืนตามมารยาทเมื่อเห็นสุภาพสตรี ชายหนุ่มมักปฏิบัติต่อเธอด้วยมารยาทของสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วแต่มันก็แฝงไปด้วยความห่างเหิน บอดี้การ์ดของอัลดิน อัลวาเกร ไม่ใช่ผู้ชายไก่กาที่คนอย่างเธอจะกล้าคิดยืนเคียงข้าง ทานตะวันค่อยๆ สอบถามประวัติส่วนตัวของนิคจากแซมและจดบันทึกรวมเก็บไว้เป็นรูปเล่มเพื่อเอาไว้อ่านย้ำเตือนตัวเอง นิคกับแซมเกิดมาภายใต้การดูแลของตระกูลอัลวาเกร เป็นทายาทของครอบครัวที่ทำงานกับบิดาของอัลดิน

 

                        พวกเขาถูกส่งเข้าโรงเรียนที่ดีที่สุดเพื่อให้มีความรู้รอบตัวอย่างกว้างขวาง เพราะนอกจากจะต้องฝึกฝนวิชาการต่อสู้จนเชี่ยวชาญเพื่อปกป้องอัลดิน พวกเขายังต้องสามารถเป็นผู้ช่วยที่ดีด้านธุรกิจให้กับเจ้านายหนุ่ม เรียกว่าต้องครบเครื่องทั้งบุ๋นและบู๊ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่นิคกับแซมเพราะบอดี้การ์ดของผู้บริหารระดับสูงในวิกทอรีกรุ๊ปจะถูกฝึกฝนด้วยวิธีการและรูปแบบที่เหมือนกัน

 

                        ทานตะวันเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะได้ใช้ดวงตามองใบหน้าของชายหนุ่มได้ถนัด ในขณะที่นิคมีความสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตร เธอกลับเตี้ยตัน ความสูงหยุดขยายขอบเขตเพราะกินอยู่อย่างอดอยากตั้งแต่เธออายุสิบห้า ทานตะวันมีความสูงเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบสองเซนติเมตร เมื่อต้องยืนเคียงข้างนิค เธอก็อดปรามาสตัวเองในใจไม่ได้ว่าเธอช่างเตี้ยม่อต้อแถมยังขาใหญ่ ยืนเคียงกันก็ไม่ต่างจากเสาไฟฟ้ากับตู้โทรศัพท์แม้แต่น้อย

 

                        “ยายลืมเอาน้ำมาให้พ่อนิค นังตะวันเอ็งไปเอาน้ำมาให้พ่อนิคหน่อยสิ

 

                        “จ้ะยาย

 

                        ทานตะวันยิ้มด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความรักชัดเจนเมื่อหันไปมองยายนอม ท่านอายุมากแล้วและในช่วงหลังก็หลงๆ ลืมๆ อยู่บ่อยครั้ง เหมือนวันนี้ที่ยายนอมคิดว่าหาน้ำหาท่ามารับรองแขกเรียบร้อย แต่บนโต๊ะกลางชุดโซฟารับแขกกลับมีแต่ความว่างเปล่า นิคทรุดกายนั่งลงบนโซฟาเมื่อทานตะวันเดินหายเข้าไปในห้องครัว เขาต้องรักษามารยาทไม่อาจยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ แต่เมื่อทานตะวันกลับออกมาพร้อมกับแก้วน้ำดื่มสามใบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง รอจนกระทั่งเธอนั่งลงเขาถึงได้ยอมนั่งเป็นคนสุดท้าย

 

                        “พ่อนิคจะมารับนังตะวันไปซื้อเสื้อผ้าเหรอ?”

 

                        “ซื้อเสื้อผ้าเหรอครับ?”

 

                        “ไม่ใช่จ้ะยาย คุณนิคเขาแค่แวะมาเยี่ยมเราตามปกติ ที่หนูขออนุญาตยายไปซื้อเสื้อผ้า หนูจะไปคนเดียวจ้ะ

 

                        “อ้าวงั้นหรอกเหรอ

 

                        ยายนอมถามด้วยความงุนงง เพราะจำสับสน ซึ่งสำหรับทานตะวันนั้นเป็นเรื่องปกติ อายุของยายนอมที่มากขึ้นทำให้หญิงสาวต้องเพิ่มความเอาใจใส่ดูแลท่าน เธอจัดหากระดานไวท์บอร์ดมาติดกับผนังตรงประตูทางออก และเมื่อต้องออกไปข้างนอกก็มักจะเขียนตัวโตๆ บอกเอาไว้ เพื่อให้ยายนอมเห็นและจำได้

 

                        “ขอโทษด้วยนะคะคุณนิค พอดียายจำสับสนค่ะ ฉันขออนุญาตยายไว้จะไปซื้อชุดนักศึกษาค่ะ

 

                        “ไม่เป็นไรครับผม

 

                        นิคตอบเสียงขรึม ชายหนุ่มดูผิดที่ผิดทางในบ้านชั้นเดียวขนาดกะทัดรัดของยายนอมกับทานตะวัน เมื่ออยู่กันสองคนบ้านขนาดสองห้องนอนสามห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขกและต่อเติมเป็นส่วนครัวกับลานซักล้างบริเวณหลังบ้านก็ดูกว้างขวางอยู่กันสบายตามประสายายหลาน แต่เมื่อมีนิคนั่งอยู่ด้วย เธอก็รู้สึกเหมือนกับบ้านหลังนี้มันเล็กเกินไปกับบุคลิกของชายหนุ่ม

 

                        “คุณกับคุณยายสบายดีนะครับ

 

                        “สบายดีค่ะ

 

                        เมื่อแซมแวะมาที่นี่ชายหนุ่มผู้นั้นมักจะอยู่นานร่วมหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าหากเป็นนิค ชายหนุ่มมักใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีในการเยี่ยมเยียนทานตะวัน ชายหนุ่มแสดงออกชัดเจนว่าเขาทำมันตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมา เมื่อมาถึงก็มักจะถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบของเธอ ซึ่งคำถามเป็นแบบเดิมและประโยคเดิมในทุกครั้ง ส่วนทานตะวันก็มีหน้าที่ตอบเพียง ‘สบายดีค่ะ’ หรือ ‘ดีค่ะ’ เพื่อให้คำถามของชายหนุ่มได้รับการตอบสนอง ก่อนที่นิคจะปลีกตัวกลับหลังจากเขาทำหน้าที่เรียบร้อย

 

                        “พ่อนิคบอกบ๊ายบายยาย แสดงว่าจะไปซื้อของกันแล้วเหรอ

 

                        นอกจากอาการหลงลืม ยายนอมก็เริ่มมีปัญหาเรื่องการรับฟัง นิคหันใบหน้ามองไปยังหญิงชราซึ่งยิ้มแฉ่งมองเขาด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู

 

                        “ไม่ใช่นะจ๊ะยายคุณนิคเขา…”

 

                        “ครับคุณยาย ผมคงต้องขอตัวพาคุณทานตะวันไปซื้อเสื้อผ้าก่อน เสร็จแล้วจะรีบกลับนะครับ คงใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครับ

 

                        ชายหนุ่มก้มหน้าดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือก่อนจะเอ่ยปากบอกยายนอม ในเมื่อท่านคิดว่าเขามารับทานตะวันไปซื้อเสื้อผ้าและถามย้ำถึงสองครั้ง นิคก็คิดว่าจะพาหญิงสาวไปจัดการธุระให้เรียบร้อย นิคไม่ได้มาที่นี่คนเดียวแต่มีบอดี้การ์ดซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาด้วย อย่างน้อยหากชายหนุ่มเป็นคนพาทานตะวันไปซื้อเสื้อผ้าตอนนี้ ยายนอมก็จะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว

 

                        “เอ็งจะทำตัวหัวดื้อกับพ่อนิคทำไมนังตะวัน พ่อนิคเขาบอกว่าใช่ แต่เอ็งบอกว่าไม่ใช่ เป็นเด็กเป็นเล็กก็ต้องเชื่อฟังพ่อนิคเขา

 

                        “หนูผิดเหรอจ๊ะยาย?”

 

                        ทานตะวันเอ่ยปากถามอย่างงุนงง สถานการณ์ชวนอึดอัดที่เกิดขึ้น มันเป็นเพราะยายนอมคิดเองเออเองและเธอก็กำลังพยายามแก้ไขเพื่อไม่ให้นิคต้องรู้สึกลำบากใจต่างหาก

********************************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                       

                    

                       

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #193 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 22:35
    กลับมาอัพแล้วเย้ ขอบคุณนะคะคุณจี้ <3
    #193
    0
  2. #28 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 09:40
    55555+++ ขำยัยทานตะวันจริง ๆ เลย
    #28
    0