บอดี้การ์ดสะดุดรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,090 Views

  • 198 Comments

  • 590 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    72

    Overall
    48,090

ตอนที่ 10 : บทที่ 4 วิวาห์ไร้รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ก.ค. 59

บทที่ 4 วิวาห์ไร้รัก

                   ายตัดสินใจดีแล้วเหรอ

 

                   แซมสนทนาผ่านโทรศัพท์มือถือกับนิคด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเคร่งเครียด แม้แต่ใบหน้าของชายหนุ่มก็เคร่งขรึมไม่แตกต่างจากน้ำเสียง ทั้งที่ในยามปกติ แซมนับว่าเป็นมนุษย์ที่มีพัฒนาการด้านอารมณ์ดีกว่านิคหลายเท่าตัว

 

                   “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วแซม ฝากเรียนนายด้วย

 

                   “ในเมื่อนายตัดสินใจแล้ว ฉันก็คงไม่มีความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติม คงต้องรบกวนนายในช่วงเวลาต่อจากนี้แล้วล่ะนิค

 

                   แซมกล่าวฝากฝังภารกิจสำคัญที่เขากับนิคมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิทของอัลดิน อัลวาเกร กดตัดสายโทรศัพท์ก่อนจะหันไปยืนตัวตรงมองเจ้านายหนุ่มสุดหล่อที่นั่งอยู่บนโซฟา ข้างกายของอัลดินมีร่างของเจ้าแมวอ้วนคอฟฟี่นอนเคียงข้าง พริ้มตาหลับอย่างแสนสบายเพราะเจ้านายหนุ่มของมันใช้เรียวนิ้วแข็งแรงเกาคางให้ระหว่างที่อัลดินเลื่อนสายตามองตรงไปยังแซม

 

                   “นายครับ นิคตัดสินใจที่จะแต่งงานกับทานตะวันครับ

 

                   อัลดินหรี่ตาทำท่าครุ่นคิด ชายหนุ่มมองสบตากับบอดี้การ์ดที่ทำหน้าเครียด ก่อนที่ทั้งคู่จะขยับริมฝีปากพร้อมกันเพื่อส่งยิ้มกว้างขวางให้แก่กัน

 

                   “แหม...ฉันนึกแล้วไม่มีผิด พระเอกนิคต้องทำแบบนี้

 

                   “เพื่อนผมกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วครับนาย

 

                   “ต้องขอบคุณกามเทพสุดหล่อฝีมือฉกาจอย่างฉัน

 

                   จากใบหน้าเคร่งขรึม แซมก็กลับมาส่งยิ้มกว้างขวางราวกับเป็นคนละคนกับบุรุษที่คุยโทรศัพท์กับนิคเมื่อสักครู่ หากนิคเห็นภาพของเขาในตอนนี้ เพื่อนหนุ่มคนสนิทอาจวิ่งไล่เตะบั้นท้ายสวยๆ ของเขาเป็นการทำโทษ

 

                   “คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ

 

                   เสียงหวานของภรรยาคนสวยดังเข้ามาก่อนตัว อุษาราตรียกถาดเครื่องดื่มซึ่งมีแก้วน้ำผลไม้เย็นเฉียบที่เธอคั้นแช่ตู้เย็นไว้ให้สามีด้วยตัวเองเข้ามาวางบนโต๊ะ

 

                   “ไสหัวไปเลยไอ้กากฉันจะนั่งเบียดกับเมียฉัน

 

                   อัลดินใช้มือผลักหัวของเจ้าของคอฟฟี่ อุษาราตรีค้อนขวับส่งให้สามี ปากหรือก็จะชอบค่อนแคะเจ้าคอฟฟี่อยู่เรื่อย แต่ท่าทางที่มาเฟียหนุ่มสดงออกก็ชัดเจนว่าเขาทั้งรักทั้งหลงเจ้าแมวอ้วนตัวนี้ไม่น้อยไปกว่าเธอซึ่งเจ้าของมันด้วยซ้ำ

 

                   “ชอบรุนแรงกับคอฟฟี่อยู่เรื่อยเลย

 

                   “ทั้งหัวทั้งตัวมันมีแต่ไขมัน ผลักแค่นี้ไม่เจ็บหรอก

 

                   อัลดินสาธิตประกบคำพูดด้วยการใช้นิ้วชี้กับนิ้วกางคีบเอาเนื้อบริเวณแก้มย้วยๆ ของเจ้าคอฟฟี่ อุษาราตรีช้อนร่างเจ้าแมวตัวกลมขึ้นมานั่งบนตัก เจ้าเหมียวคอฟฟี่ก็กะไร แทนที่จะต่อต้านบ้าง ก็กลับอ่อนระทวยปล่อยให้อัลดินรังแกอย่างมีความสุขไปเสียได้ หรือมันอาจจะคิดว่าเจ้านายหนุ่มกำลังหยอกล้อมันด้วยความเอ็นดูก็เป็นได้

 

                   “คอฟฟี่มานั่งกับอุ้ยอ้ายนะจ๊ะ

 

                   “แล้วอุ้ยอ้ายก็จะได้มานั่งเบียดกับสามีใช่ไหมจ๊ะที่รัก

 

                   อัลดินโอบแขนไปรอบเอวบางอ้อนแอ้นรั้งร่างของภรรยาเข้ามาแนบชิด ชายหนุ่มยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะยิ้มใส่ดวงตากลมโตคู่สวย

 

                   “ยายเด็กตะวันของคุณกำลังจะมีสามีแน่ะ

 

                   “อะไรนะคะ?

 

                   “นิคยอมตกลงปลงใจแต่งงานกับทานตะวันเรียบร้อย ข่าวนี้ไม่โคมลอย เพราะยืนยันจากปากของตัวว่าที่เจ้าบ่าวเองสดๆ ร้อนๆ ใช่ไหมแซม

 

                   “จริงครับคุณผู้หญิง

 

                   แซมยืนยันอีกเสียง อุษาราตรีบอกไม่ถูกว่าเธอควรดีใจหรือว่าเป็นห่วงทานตะวัน ทั้งนิคและทานตะวันถูกผลักเข้าหากันโดยมือที่มองไม่เห็น ซึ่งล้วนมาจากการบงการของอัลดิน ทานตะวันแสดงออกชัดเจนว่ามีใจให้นิค แต่ตัวของนิคล่ะ หากว่าแต่งงานกันไปแล้วนิคไม่สามารถรักทานตะวันได้ พิธีวิวาห์ไร้รักอาจจะทำให้ทานตะวันเป็นทุกข์มากกว่าเป็นสุข

 

                   “จะดีเหรอคะคุณอัลดิน

 

                   “ไม่ต้องคิดมากหรอกน่าที่รัก เชื่อสายตาของกามเทพสุดหล่อสิครับ ความจริงอุ้ยอ้ายต้องให้รางวัลสามีที่แสนดีคนนี้ด้วยนะ

 

                   “รางวัลอะไรคะ

 

                   “รางวัลที่ผมหาสามีให้ยายเด็กทานตะวันของคุณไง

 

                   อุษาราตรียกมือขึ้นปิดริมฝีปากของสามี พูดแบบนี้ทานตะวันของเธอก็เสียหายหมดน่ะสิ ถึงยังไงทานตะวันก็เป็นผู้หญิง เธอต้องช่วยรักษาเกียรติของเด็กสาวที่เธอเอ็นดู

 

                   “คุณพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ

 

                   “ทำไมล่ะจ๊ะที่รัก

 

                   “ตะวันจะเสียหายนะคะ เพราะคุณพูดเหมือนคุณนิคไม่เต็มใจจะแต่งงานกับตะวัน

 

                   “นิคเป็นพวกความรู้สึกช้าเรื่องผู้หญิง ผมถึงต้องจัดการถีบมันไปหาตะวันไง

 

                   อัลดินไหวไหล่เล็กน้อย หากมัวนั่งรอสอดส่องนิคกับทานตะวันและลุ้นให้ทั้งคู่เดินเข้าไปหากันเอง คนรอบข้งคงลุ้นกันจนเหงือกแห้ง ดีไม่ดีอีกห้าสิบปีข้างหน้า ทานตะวันก็คงทำได้แค่นั่งถือไม้เท้าแอบมองนิคเหมือนเดิม วิธีการของเขาอาจจะไม่ถูกต้องนัก แต่ใครสนกันล่ะ เพราะถึงจะมีเหตุการณ์จำลองแวดล้อม แต่นิคตัดสินใจขอทานตะวันแต่งงานด้วยตัวเอง เขาไม่ได้บังคับเสียหน่อย

*********************************

                   ป็นเรื่องจริงเหรอที่เรากำลังจะได้แต่งงานกับผู้ชายในฝัน

 

                ทานตะวันถามย้ำกับตัวเอง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกินความคาดหมายของเธอค่อนข้างมาก ไม่ใช่ค่อนข้างมากสิ มันมากมายจนเธอไม่กล้าคิดฝันเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มข้างกายที่เพิ่งลดโทรศัพท์มือถือลง หลังจากเขาแจ้งเรื่องพิธีแต่งงานกับแซม เพื่อให้แซมเรียนให้อัลดินกับอุษาราตรีรับทราบ

 

                   “เรียบร้อย

 

                   เป็นคำบอกเล่าแสนสั้น การแต่งงานของเธอมันน่ามึนงงจนหญิงสาวเตรียมตัวเตรียมใจไม่ทัน เธอกระพริบตาปริบๆ มองชายหนุ่ม แล้วก็เผลอไผลจ้องมองอย่างลืมตัว ผู้ชายสมบูรณ์แบบคนนี้กำลังจะเป็นสามีของเธอจริงเหรอ ในขณะที่เขาหล่อเหลาโดดเด่น บุคลิกเนี๊ยบเฉียบองอาจ แต่เธอกลับเป็นเด็กกะโปโลเหลือเกินเมื่อเทียบกับนิค

 

                   “คิดอะไรอยู่ครับทานตะวัน

 

                   “คุณจะเป็นสามีของตะวันจริงๆ เหรอคะ

 

                   “ถ้าแต่งงานกันเรียบร้อยก็คงต้องเป็นแบบนั้นครับ

 

                   คำถามของเธอมันล่อแหลมเกินไปหรือเปล่าหนอ แต่ทานตะวันก็ไม่ทันยั้งคิดตอนถามออกไป หญิงสาวส่งยิ้มให้ชายหนุ่มแก้เขิน แต่ริมฝีปากของเธอก็สั่นระริกเพราะความประหม่าจนยิ้มไม่ออก

 

                   “กลับเถอะ ผมจะไปส่ง

 

                   ชายหนุ่มพลิกข้อมือเพื่อดูเวลาบนนาฬิกา นิคลุกขึ้นยืนและรอให้ทานตะวันลุกขึ้น หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ และเพราะความประหม่าแทรกซ้อนด้วยความตื่นตระหนกตกใจกับเรื่องไม่คาดฝัน ทำให้เธอเข่าอ่อนขึ้นมาดื้อๆ นิคยื่นลำแขนไปโอบรอบเอวบาง รั้งร่างหญิงสาวเข้ามาหยุดยืนแนบชิดเพื่อช่วยประคองไม่ให้เธอต้องเซล้มลงไปนั่งบนม้านั่งยาวอีกรอบ

 

                   “ขอโทษและขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   สองมือของทานตะวันวางแนบอยู่ข้างลำตัว และเมื่อรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น คราวนี้เรือนกายของเธอก็ยิ่งแข็งเกร็ง ยืนตัวตรงเหมือนหุ่นยนต์อยู่ในวงแขนของนิค ทานตะวันมึนงงจนไม่ทราบว่าเธอควรทำยังไงในสถานการณ์แบบนี้ เธอสามารถแตะต้องตัวของนิคได้หรือเปล่า หญิงสาวชอบดูละครรักโรแมนติก เวลาพระเอกช่วยประคองนางเอก นางเอกก็มักจะวางฝ่ามือบนแผ่นอกของพระเอก หรือว่าสวมกอดเรือกายแกร่งตอบกลับ แต่หากเธอทำแบบนั้น นิคจะผลักเธอกระเด็นหรือเปล่า หญิงสาวจึงเลือกที่จะมัดระวังมือไม้ของตัวเองไม่ให้เกะกะไปแตะต้องเรือนกายของเขา

 

                   “ตัวคุณนิคหอมจัง

 

                   แต่ถึงจะประหม่า ริมฝีปากของเธอกลับมีชีวิตเป็นของตัวเอง มันขยับเปิดปากกล่าวเปล่งเสียงออกมาทำเอาทานตะวันเบิกตากว้าง เมื่อสักครู่เราไม่ได้คิดในใจหรอกเหรอ!’

 

                คุณนิค เมื่อกี๊ตะวันพูดเหรอคะ คะ...คุณนิคได้ยินหรือเปล่าคะ

 

                   โธ่เอ้ย! แล้วเธอจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนล่ะยายตะวัน หากเธอสามารถหายตัวได้ในตอนนี้ก็คงดี แต่ในความเป็นจริง เธอยังต้องยืนอยู่ตรงหน้านิค ชายหนุ่มคลายวงแขนออกจากร่างเล็กบางอ้อนแอ้น และทานตะวันก็รีบถอยไปยืนห่างจากเขา ใบหน้าร้อนจัดเคอะเขินจนแทบไม่กล้ามองนิคเต็มตา

 

                   “ได้ยินครับ

 

                   นั่นไง! เขาได้ยินด้วย คงได้ยินเต็มสองหูเลยล่ะ เธอจะโทษใครได้ล่ะ นอกจากต้องโทษตัวเองที่เผลอตัวคิดมิดีมิร้ายกับร่างกายของนิคเสียงดัง ก็แล้วทำไมเขาต้องตัวหอม กลิ่นกายน่าดอมดมจนเธอเคลิบเคลิ้มด้วยล่ะ

 

                   ทานตะวันยืนยิ่งอยู่กับที่ กระพริบตามองชายหนุ่มปริบๆ อย่างไม่ทราบว่าจะทำอะไรให้ดีไปกว่านั้น หญิงสาวทราบว่าเธอกำลังเขิน หากเธอสามารถหายตัวออกไปจากบริเวณนี้ได้ หญิงสาวก็คงทำมันทันที แต่ความเป็นจริงช่างโหดร้าย เมื่อสองขาของเธอมันตื่นตระหนกแข็งเกร็งทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่กับที่เท่านั้น

 

                   “โอ้ย!” นิคเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทานตะวันร้องโอดครวญเหมือนเธอกำลังได้รับบาดเจ็บ หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้า แต่ก็ยังไม่วายขยับเรียวนิ้วให้แยกห่างออกจากกันเพื่อแอบมองปฏิกิริยาของเขา

 

                   “หลบหน้าผมเหรอครับ

 

                   “คิดว่าใช่ค่ะ

 

                   “ครับผม ต่อไปผมจะได้ทราบว่าถ้าคุณทำแบบนี้ แสดงว่าคุณกำลังหลบหน้าผม

 

                   “ความจริงตะวันอยากเอาหน้าซุกดิน แต่ตะวันทำไม่ได้

 

                   ทานตะวันตอบกลับเสียงอ่อย ดวงตากลมโตของเธอมองเข้าไปในดวงตาของนิค แต่พอทั้งคู่สบตากัน หญิงสาวก็ขยับเรียวนิ้วให้ชิดเข้าหากันเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตากับเขา

 

                   “ทำแบบนั้นอาจได้รับบาดเจ็บนะครับ

 

                   “ตะวันคงทำจริงไม่ได้หรอกค่ะ

 

                   “ถ้าแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะหลบหน้าผมนะครับ

 

                   “กะ...ก็...ตะวันเขิน

 

                   “ผมเห็นแล้วครับ

 

                   ทานตะวันขยับนิ้วแยกออกจากกัน ดวงตาของเธอมองผ่านรอยแยกของนิ้วเรียวน่ารักไปยังนิค เฮ้อ! ยิ่งมองเขาก็ยิ่งตกหลุมรัก

 

                   “ทำไมคุณนิคถึงเห็นล่ะคะ ตะวันเอามือปิดหน้าอยู่

 

                   “คุณโตแล้วนะครับทานตะวัน

 

                   ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ ทานตะวันยังใสซื่อและไร้เดียงสากว่าอายุจริงของเธอ ทั้งที่หญิงสาวเลยวัยบรรลุนิติภาวะมาแล้ว

 

                   “กลับกันเถอะครับ ผมจะไปส่ง

 

                   “กลับก็ได้ค่ะ

 

                   ทานตะวันไม่อยากถูกชายหนุ่มตำหนิ หญิงสาวขยับตัวเดินตามนิคที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มผ่อนฝีเท้าก้าวให้ช้าลง เมื่อเขาเดินช้าหญิงสาวก็ลดระดับการเร่งก้าวเท้าตามชายหนุ่มให้ทันลงไปด้วย

 

                   “ทานตะวัน

 

                   “คุณนิคมีอะไรให้ตะวันรับใช้เหรอคะ

 

                   หญิงสาวมองชายหนุ่มตาแป๋ว เมื่อนิคไม่ได้หยุดเดินอย่างเดียว แต่กลับหมุนตัวหันกลับมามองเธอ ชายหนุ่มสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง เขาทำเพียงแค่นั้น แต่เธอกลับมองเขาตาปรอยนัยน์ตาหวานฉ่ำ ทำไมคุณนิคถึงได้เท่กระชากใจเรานักนะ

 

                ทำไมถึงต้องเดินตามหลังผมแบบนั้นครับ

 

                   ทานตะวันส่ายหน้า หญิงสาวไม่ทราบว่าจะตอบชายหนุ่มยังไง แต่เธอไม่กล้าขยับตัวไปเดินเคียงข้างเขา บุคลิกของนิคข่มผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอให้ยิ่งเหลือตัวเล็กจิ๋ว เมื่อคิดว่าเธอช่างไม่มีอะไรคู่ควรกับชายหนุ่มเอาเสียเลย

 

                   “ส่ายหน้าหมายความว่ายังไงครับ

 

                   เมื่อได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยแวะมาเยี่ยมเยียนเธอตามหน้าที่แล้วก็กลับไปตามหน้าที่ ชายหนุ่มก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาต้องเสียพลังงานในการพูดเพิ่มขึ้น

 

                   “ตะวันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ

 

                   “ไม่ทราบได้ยังไงครับ

 

                   “ก็ไม่รู้จริงๆ นี่ค่ะ ก็...คงเพราะตะวันไม่กล้าเดินกับคุณนิค

 

                   “ผมน่ากลัวเหรอครับ

 

                   “คุณนิคหล่อมากเลยค่ะ

 

                   หญิงสาวส่ายหน้า ก่อนจะตอบออกไปจากความรู้สึกของเธอ เป็นอีกครั้งที่ทานตะวันยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ก่อนที่มือของนิคจะยื่นมาดึงมือเล็กของเธอออกจากใบหน้าเนียนใส เมื่อหญิงสาวทำท่าจะเลื่อนฝ่ามือยกขึ้นปิดบังใบหน้า

 

                   “ไม่ต้องปิดหน้าครับ

 

                   ปิดแล้วจะมีประโยชน์อะไรเมื่อเจ้าตัวก็ยังแอบมองเขาผ่านนิ้วอยู่ดี เสียเวลาขยับปลายนิ้วเดี๋ยวชิดเดี๋ยวห่างทำให้เมื่อยนิ้วโดยเปล่าประโยชน์

 

                   “มาเดินด้วยกันครับ

 

                   “เดินด้วยกันได้เหรอคะ

 

                   “ได้ครับเมื่อได้รับคำยืนยันจากชายหนุ่ม ทานตะวันก็ขยับตัวไปยืนเคียงข้างเขา นิคเดินไปข้างหน้าผ่อนฝีเท้ารอเธอ ขาเขายาวกว่าเธอมาก ในขณะที่ชายหนุ่มก้าวเพียงแค่หนึ่งก้าว ทานตะวันต้องเดินถึงสองก้าวเพื่อให้ทันเขา หญิงสาวมอบมองชายหนุ่มข้างกาย เมื่อความประหม่าของเธอลดระดับลง ทานตะวันก็เริ่มซึมซับกับบรรยากาศเงียบเชียบ แต่กลับมีความอบอุ่นเจือปนอยู่เล็กน้อย คงมีเพียงแค่เธอที่คิดไปเองคนเดียว แต่อย่างน้อยนิคก็โน้มตัวลงมาหาเธอ ยอมให้เธอขยับเข้าไปหาเขาอีกนิด ไม่ห่างเหินเหมือนที่ผ่านมา

*********************************

                   คุณนิคจะกลับแล้วเหรอคะ

 

                   ทานตะวันมองนิคตาละห้อยเมื่อชายหนุ่มขับรถมาส่งเธอถึงบ้าน เธอกลัวที่ต้องอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่กล้าบอกชายหนุ่ม เป็นครั้งแรกที่ทานตะวันรู้สึกกลัวบ้านหลังนี้ บ้านที่เธอได้รับความเมตตาจากอุษาราตรี มอบให้เธอกับยายนอมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองยายหลานอย่างมีความสุข บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ แต่ก็นั่นแหละ เพราะมันมีแต่ความทรงจำของเธอกับยายนอม ทำให้ทานตะวันหวาดหวั่นที่จะต้องอยู่ตามลำพัง

 

                   เมื่อไม่มียายนอมครึ่งหนึ่งของชีวิตเธอก็เหมือนจะถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกหวั่นไหว โหยหา และแสนคิดถึง หญิงสาวกล่าวย้ำกับตัวเองว่าเธอควรอยู่ตัวคนเดียวให้ได้ เมื่ออุษาราตรีเอ่ยปากถาม ทานตะวันถึงได้ยืนยันปฏิเสธที่จะให้อุษาราตรีส่งคนมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ เราคิดน้อยเกินไป ทานตะวันตำหนิตัวเองอยู่ในใจ เพราะการอยู่คนเดียวในช่วงเวลาแบบนี้ มันทำให้เธอทั้งเหงาและคิดถึงยายนอมแทบขาดใจ

 

                   “ผมยังพักอยู่ที่โรงแรมครับ

 

                   “เหรอคะนิคทราบว่าทานตะวันเพียงแค่ตอบรับเหมือนต้องการถ่วงเวลาให้เขาพูดคุยกับเธออีกสักนิด ชายหนุ่มยืนส่งเธอจนกระทั่งหญิงสาวก้าวพ้นรั้วบ้านเข้าไป ทั้งคู่ยังคงยืนมองกันโดยมีรั้วบ้านขวางกั้น

 

                   “ขับรถดีๆ นะคะ

 

                   เธอไม่ควรรบกวนเวลาพักผ่อนของนิค ทานตะวันฝืนยิ้มแล้วยกมือขึ้นโบกให้เขา เธอยืนนิ่งอยู่กับที่รอจนกระทั่งนิคเดินกลับไปยังรถยนต์ของเขาและขับออกไป รอยยิ้มของเธอถึงเลือนหายไปจากริมฝีปาก ทานตะวันก้มหน้าลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินเหมือนคนไม่มีแรงตรงไปยังประตูของตัวบ้าน หญิงสาวล้วงมือหาพวงกุญแจ เมื่อถือพวงกุญแจเอาไว้ในมือ มือเล็กของเธอกลับสั่นจนไม่สามารถสอดลูกกุญแจเข้าไปในลูกบิดของประตูสำเร็จ

 

                   “ยายจ๋า หนูคิดถึงยาย

 

                   ทานตะวันมองไปรอบบ้าน การอยู่คนเดียวส่งผลให้สภาพอารมณ์ซึมเศร้าของเธอดำดิ่งและโหมกระหนำเล่นงานเธอ หญิงสาวปล่อยพวงกุญแจเลื่อนหลุดจากมือ เธอรีบลดตัวนั่งลงเพื่อหยิบพวงกุญแจแต่เมื่อยื่นมือไปแตะพวงกุญแจบนพื้น น้ำตาที่มาจากไหนก็ไม่ทราบก็ไหลรินออกมาอย่างสุดกลั้น

 

                   “ยายจ๋า...”

 

                   หญิงสาวนั่งอยู่แบบนั้น ร้องไห้ตัวสั่นสะท้านจนไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูรั้วของคนที่ตัดสินใจขับรถย้อนกลับมาดูเธอ

 

                   “เด็กเปิดบ้านไม่ได้ก็เลยร้องไห้?

 

                   นิคทิ้งตัวนั่งลงทิ้งน้ำหนักบนปลายเท้าใกล้กับทานตะวัน ชายหนุ่มยื่นมือไปหยิบพวงกุญแจมาถือไว้ คนที่นั่งก้มหน้าร้องไห้หันไปมองเขา ทานตะวันไม่รู้สึกตัวเลยว่าเธอทำอะไรลงไป จนกระทั่งร่างของเธอขยับเข้าไปหานิคและสวมกอดชายหนุ่มเอาไว้

 

                   “คุณนิค...”

 

                   ร่างสูงของชายหนุ่มเสียหลักเล็กน้อยเพราะแรงปะทะจากเรือนกายเล็กบาง นิคทิ้งตัวนั่งลงบนพื้น พิงร่างกับประตูของตัวบ้าน เขาชั้นเข่าขึ้นข้างหนึ่งเพื่อให้ทานตะวันเบียดร่างเข้ามาหา ใบหน้าเปียกหยดน้ำตาของหญิงสาวแนบเข้าหาแผ่นอกกว้าง เกลือกกลิ้งใบหน้าไปมาจนน้ำตาเลอะเทอะเสื้อเชิ้ตตัวในที่ชายหนุ่มสวมอยู่เป็นหย่อมๆ

 

                   ทานตะวันไม่ทราบว่าเธอเอาความกล้ามาจากที่ไหน หญิงสาวสอดแขนโอบกอดเรือนกายของนิค เบียดตัวเข้าไปหาเขา ในตอนนี้เหลือเพียงแค่นิคเท่านั้นที่เธอมองเห็นเป็นที่พึ่ง เพราะเขาอยู่ตรงหน้าเธอและใกล้ชิดกับเธอมากที่สุด ชายหนุ่มปล่อยให้เธอร้องไห้และสวมกอดลวนลามเขาโดยไม่ได้ห้ามปราม จนกระทั่งหญิงสาวเริ่มผ่อนคลายแรงสะอื้น

 

                   “ตะวันคิดถึงยาย

 

                   “แรกๆ มันจะทรมานสักหน่อย แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป คนเราเกิดมาทุกคนก็ล้วนแต่ต้องพบกับความสูญเสีย

 

                   ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ เขาไม่ได้โอบกอดเธอตอบกลับ ลำแขนข้างหนึ่งวางพาดอยู่กับหัวเข่าข้างที่เขาชันขาขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็ถือพวงกุญแจบ้านเอาไว้ในมือ นิคไม่ถนัดปลอบโยน แต่เรื่องที่เขาพูดคือความเป็นจริง ยายนอมไม่อาจฟื้นขึ้นมาเพราะมันถึงเวลาสังขารโรยราเกินกว่าที่จะฝืนมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป คนที่อยู่จะต้องเข้มแข็งและมีชีวิตต่อไปให้ได้

 

                   “ตะวันกำลังทำใจค่ะ

 

                   “นั่นเป็นเรื่องที่คุณควรทำ

 

                   “เสื้อคุณนิคเลอะหมดเลยค่ะ ตะวันขอโทษค่ะ

 

                   ทานตะวันผละใบหน้าออกห่างจากแผ่นอกแกร่งกำยำ หญิงสาวมองเห็นสภาพเสื้อของชายหนุ่ม ก็เลยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับเอ่ยปากขอโทษอย่างรู้สึกผิด

 

                   “ไม่เป็นไร

 

                   มือใหญ่ของนิคเลื่อนมาช่วยเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเนียนใส ปราศจากคำพูดปลอบโยนอ่อนหวาน แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้ค่อยๆ อุ่นขึ้นทุกขณะ

 

                   “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   “ลุกขึ้นเถอะ ผมจะเปิดประตูบ้านให้

 

                   เมื่อเปิดประตูให้เธอแล้ว เขาก็จะทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียวอยู่ดีใช่หรือเปล่า ทานตะวันพยักหน้ารับ เธอไม่มีสิทธิ์ทำให้นิคต้องลำบากใจ และเรียกร้องรบกวนชายหนุ่ม เพียงแค่เขากลับมาอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนเธอ เธอก็ควรรู้สึกเกรงใจเขาให้มาก นิคไขกุญแจเปิดประตูบ้าน ชายหนุ่มดันร่างทานตะวันให้ก้าวเข้าไปข้างใน ก่อนจะก้าวตามเข้าไป โดยมีดวงตาของหญิงสาวมองมาอย่างงุนงง

 

                   “ไปเก็บเสื้อผ้าสักสองชุดก็ได้

 

                   “เก็บเสื้อผ้าไปไหนคะ

 

                   “ไปโรงแรมกับผม

 

                   ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อได้ยิน นิคมองสบตากับเธอก่อนจะพยักหน้ายืนยันเพื่อให้หญิงสาวแน่ใจว่าเธอไม่ได้ฟังผิด

 

                   “ไปเก็บเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้

 

                   “ค่ะคุณนิค เสียงกล่าวย้ำของชายหนุ่มทำให้ทานตะวันไม่กล้าขัด หญิงสาวทำตัวเหมือนเธอเป็นลูกน้องที่ถูกเจ้านายตำหนิแล้วต้องกระวีกระวาดรีบทำตามคำสั่ง ร่างอรอรอบบางที่ดูจะบางลงเพราะความตรมเศร้าจากการจากไปของยายนอม รีบหันหลังหมุนตัววิ่งตรงไปยังห้องนอน เพื่อจัดการเตรียมเสื้อผ้าของตัวเองตามคำสั่งของนิค ก่อนจะอุ้มกระเป๋าเป้สีชมพูหวานมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม

 

                   “ตะวันพร้อมแล้วค่ะ

 

                   เธอยืนตรงรายงานเขา หัวยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตาแดงช้ำ ทำให้หญิงสาวยิ่งดูเหมือนเด็กผู้หญิงเสียมากกว่า นิคหันไปมองประตูพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงให้เธอเดินออกไป ก่อนที่เขาจะตัดการสำรวจบ้านและปิดล็อกบ้านให้เรียบร้อย

 

*********************************

                   านตะวันยืนกอดเป้อยู่ในห้องพักภายในโรงแรมหรู นิคขอเปลี่ยนห้องเป็นห้องที่มีสองห้องนอนเพื่อรับรองทานตะวันชั่วคราว พนักงานปิดประตูห้องพักให้เรียบร้อยหลังจากสนทนากับนิคเสร็จสิ้น ชายหนุ่มหมุนตัวหันไปมองทานตะวันที่ยืนมองเขาตาโต รอให้เขาออกคำสั่งว่าเธอควรจะทำอะไรต่อไป

 

                   สรุปเขากำลังจะมีเมียหรือกำลังจะมีลูกกันแน่?

 

                หิวไหม

 

                   “หิวก็ได้ค่ะทานตะวันพยักหน้ารับ ตอนนี้เธอรู้สึกงุนงงระคนสับสน ผสมผสานกับความยินดีที่นิคไม่ปล่อยให้เธอต้องอยู่ตามลำพัง และเพราะอารมณ์สับสนของเธอนั่นแหละ ที่ทำให้หญิงสาวมึนงงจนบอกไม่ได้ว่าเธอกำลังหิวอยู่หรือเปล่า

 

                   “งั้นแสดงว่าหิวไม่มาก คุณอาบน้ำก่อนเดี๋ยวค่อยออกมากินข้าวกัน

 

                   “ค่ะคุณนิค

 

                   หญิงสาวตอบรับแล้วก็ยืนหันรีหันขวาง ภายในห้องพักสุดหรูมีห้องนอนสองห้อง แต่ห้องไหนที่เป็นของเธอกันล่ะ

 

                   “คุณพักห้องนั้นก็แล้วกัน

 

                   นิคชี้มือไปที่ประตูห้องพัก ตัดสินใจเลือกห้องให้เธอ เพราะไม่อย่างนั้นทานตะวันก็คงยืนกอดประเป๋าไม่ยอมไปไหน

 

                   “ค่ะคุณนิค

 

                   ทานตะวันส่งยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องนอน นิคสั่งอาหารจากรูมเซอร์วิส ก่อนจะคว้าเอากระเป๋าเดินทางเดินเข้าไปในห้องนอนอีกห้องเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ชายหนุ่มใช้เวลาอาบน้ำไม่นาน ก็สวมชุดลำลองเป็นเสื้อยืดคอกลมสีเทาเข้ากับชุดกับกางเกงขายาวสีเดียวกัน เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องทานตะวันก็นั่งเรียบร้อยอยู่บนโซฟารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

 

                   หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีชมพูหวานกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ใบหน้าของเธอนวลละมุนด้วยแป้งเด็ก พร้อมกับส่งยิ้มให้เมื่อเห็นนิคเดินออกมานิคมองสำรวจหญิงสาวเงียบๆ เส้นผมของทานตะวันเปียกหมาดแสดงว่าเจ้าตัวเพิ่งสระผม เธอเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักทำตัวเองให้ดูดี แม้แต่เส้นผมก็ยังไม่ยอมเป่าให้แห้ง ทั้งที่มีบุรุษอยู่ร่วมห้องพักกับเธอ

 

                   “ผมต้องเป่าให้แห้งนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย

 

                   “ผมของตะวันเหรอคะ

 

                   หญิงสาวยกมือขึ้นจับเส้นผมเปียกชื้นของตัวเอง เธอทำแบบนี้จนชิน เวลาสระผมก็มักจะปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ ถ้าปล่อยให้ผมแห้งเองหลังสระ จะทำให้ป่วยเหรอ ทานตะวันไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

                   “ตะวันทำแบบนี้ประจำค่ะ ตะวันไม่เคยป่วยเลยค่ะ

 

                   “โอเคนิคตอบรับสั้นๆ ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงกดกริ่งบริเวณหน้าห้อง พนักงานของโรงแรมเข็นรถบรรจุดถาดอาหารเข้ามาภายในห้อง และนำไปจัดเรียงวางไว้บนโต๊ะรับประทานอาหารบริเวณมุมห้องอีกฝั่ง

 

                   “เดี๋ยวตะวันรินน้ำให้นะคะ

 

                   หญิงสาวเอ่ยปากบอก เธออยากดูแลนิคบ้างเพื่อตอบแทนความช่วยเหลือจากชายหนุ่ม แต่เพียงแค่เธอขยับขา หญิงสาวก็สะดุด ลำแขนแข็งแรงของนิคยื่นออกมาเพื่อรับเอาร่างที่เซถลาไปข้างหน้า

 

                   “อยู่เฉยๆ ดีกว่านะ

 

                   ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ เขาเรียกเธอให้เดินตามไปยังโต๊ะรับประทานอาหาร เลื่อนเก้าอี้ดึงออกมาและรอให้ทานตะวันไปนั่ง แต่หญิงสาวก็ยื่นมองตาแป๋วอย่างไม่เข้าใจ

 

                   “มานั่งเดี๋ยวนี้

 

                   ทานตะวันรีบขยับตัวไปหาชายหนุ่ม เขาจับเก้าอี้ไว้แบบนี้แล้วเธอจะนั่งยังไงกันล่ะ แต่นิคก็สอนเธอให้รู้จักรับเอาความช่วยเหลือจากเขา รอจนหญิงสาวนั่งลงเรียบร้อย ชายหนุ่มก็เป็นคนเดินไปเปิดตู้เย็น รินน้ำใส่แก้วนำมาวางบนโต๊ะ

 

                   “กินซะ จะได้พักผ่อน

 

                   “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   “วันนี้ฟังคุณขอบคุณบ่อยแล้ว

 

                   “ก็ต้องขอบคุณนี่ค่ะนิคนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับทานตะวัน ชี้มือไปยังอาหารเป็นเชิงสั่งให้หญิงสาวเริ่มรับประทานแทนการสนทนากับเขา ทานตะวันลอบมองชายหนุ่มเงียบๆ มองไปมองมาก็มองเพลินจนลืมตักอาหาร จนสายตาเย็นยะเยือกของนิคมองสบกลับมา หญิงสาวถึงได้รีบยื่นมือไปตักอาหารใส่จานตัวเองก่อนจะรีบก้มหน้าก้มหน้ารับประทานเหมือนคนหิวโซ

 

                   “ระวังติดคอ

 

                   ชายหนุ่มเลื่อนแก้วน้ำไปตรงหน้าทานตะวัน เขาสั่งให้เธอรับประทานอาหาร เธอก็รีบร้อนรับประทาน พอเขาเลื่อนแก้วน้ำมาตรงหน้า หญิงสาวก็จับแก้วยกขึ้นดื่มน้ำในแก้วจนหมด

 

                   “ไม่จุกเหรอ

 

                   “ก็คุณนิคสั่งให้ตะวันดื่มน้ำนี่ค่ะ

 

                   “ผมบอกเมื่อไหร่

 

                   “ก็...คุณนิคเลื่อนแก้วน้ำมาให้ตะวัน

 

                   นิคกระแอมในลำคอเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกขบขันจนอยากหัวเราะ เมื่อเห็นใบหน้าเหรอหราของเธอ

 

                   “คุณกำลังทำตัวเป็นเด็กดีเชื่อฟังผมทุกอย่าง?

 

                   “ค่ะ ตะวันจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณนิคทุกอย่าง

 

                   ทานตะวันส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม เมื่อเธอดื่มน้ำจนหมดแก้ว หญิงสาวก็รู้สึกอิ่ม แต่ข้าวในจานของเธอมันยังเหลืออยู่เนี่ยสิ

 

                   “ทำไมทำหน้าแบบนั้น

 

                   “ตะวันดื่มน้ำไปแก้วเบ่อเร่อก็เลยอิ่มค่ะ แต่ตะวันยังกินข้าวไม่หมดเลย ถ้ายายเห็น ยายต้องหยิกเนื้อเขียวแน่เลยค่ะ เพราะยายไม่ชอบให้กินข้าวเหลือ

 

                   “นั่นนะสิ ทำยังไงดีเด็กกินข้าวไม่หมด

 

                   “ถ้าตะวันกินอะไรอีก ตะวันต้องท้องแตกแน่เลยค่ะ

 

                   “จริงเหรอทานตะวันก้มหน้าลงมองข้าวในจาน หญิงสาวจึงไม่เห็นรอยยิ้มน้อยๆ บริเวณมุมปากของนิค ท่าทางที่เธอก้มหน้าลงมองข้าวในบานด้วยสายตาเศร้าสร้อยและรู้สึกผิด กลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขบขัน เขาคงไม่มีโอกาสเห็นผู้หญิงคนไหนมองเมล็ดข้าวสวยในจานเหมือนต้องการสารภาพผิดเหมือนที่ทานตะวันมอง

 

                   “ถือว่าช่วยสงเคราะห์เด็กก็แล้วกัน

 

                   ลำแขนแข็งแรงของนิค ยื่นมายกจานข้าวของทานตะวันไปวางไว้ข้างตัว หญิงสาวเงยหน้ามองตามการเคลื่อนไหวของจาน ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อชายหนุ่มตักข้าวสวยที่เหลือจากจานของเธอไปใส่จานของตัวเองหน้าตาเฉย

 

                   “คุณนิค กินไม่ได้นะคะ

 

                   “ทำไม หรือว่ามียาพิษ?

 

                   “ก็ตะวันกินเหลือ

 

                   “ไม่เป็นไรชายหนุ่มตอบสั้นๆ ก่อนจะรับประทานอาหารของเขาต่อ ทานตะวันมองชายหนุ่มก่อนจะลดใบหน้าลงต่ำเพื่อแอบอมยิ้มอยู่คนเดียว ทำไมการกระทำของนิคถึงได้ทำให้เธอรู้สึกหัวใจพองโต หัวใจดวงน้อยๆ กำลังอัดแน่นไปด้วยความสุขโดยที่เขาคงไม่รู้ตัวว่าเขาเป็นสาเหตุของความสุขที่เธอมี

*********************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                  

 

                  

 

                                      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น