a big mini world | nct | jaeyu

ตอนที่ 3 : sf | นิดนึงพอ-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ส.ค. 59



นิดนึงพอ-1

 

                                                                                                                                  jaehyun & yuta ft. autumn



กลางเดือนตุลาคมในฤดูใบไม้ร่วงเต็มไปด้วยความสดใสของใบไม้สีสันต่างๆที่พร้อมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันแสดงสีสันของตัวเอง สดใสไม่แพ้บรรยากาศอบอุ่นของฤดูร้อนในช่วงที่ผ่านมา แต่สำหรับแจฮยอนคนนี้แล้วก็มีอีกสิ่งที่สดใสไม่แพ้บรรยากาศและสีสันของใบไม้ในฤดูนี้ 

 

นากาโมโตะ ยูตะ

 

หนุ่มรุ่นพี่ชาวญี่ปุ่นที่มารับจ๊อบเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโดของเขา เอาเข้าจริงหากมองภายนอกแล้วนอกจากใบหน้าน่ารักที่มักมีรอยยิ้มสดใสแต้มอยู่เสมอพี่ยูตะก็ดูเป็นผู้ชายวัยรุ่นทั่วไปที่มาทำงานพิเศษระหว่างเรียนไปด้วย แต่สำหรับแจฮยอน พี่ยูตะคนนี้มีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น และสิ่งนั้นก็ทำให้แจฮยอนปักหลักปักฐานเดินหน้าจีบมาตลอดถึงแม้อีกคนจะยังไม่มีทีท่าจะใจอ่อนให้เลยก็เถอะ

 

หากถามว่าความพิเศษนั้นคืออะไรก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน...

 




คืนวันที่เขาย้ายเข้ามาอยู่คอนโดแห่งนี้ที่พ่อกับแม่ซื้อเก็บไว้ให้เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะกลัวว่าหากอยู่บ้านจะวุ่นวายกับเจ้าน้องชายตัวแสบจนไม่เป็นอันทำอะไร เขาเลยตัดสินใจย้ายออกมาใช้ชีวิตคนเดียวมันซะเลย ที่สำคัญคอนโดแห่งนี้ก็ใกล้มหาลัยที่เขาอยากจะเรียนและแจฮยอนเพิ่งมาทราบหลังรู้จักกันว่ามันเป็นมหาลัยที่พนักงานร้านสะดวกซื้อหน้าหวานเจ้าของหัวใจเขาเรียนอยู่ด้วย 


เขาจำได้ดีว่าคืนนั้นฝนตกหนักหลังจากขนของเสร็จทั้งพ่อและแม่ก็ขอตัวกลับทันที เขาซึ่งเดินตามลงมาส่งด้านล่างกำลังจะกลับขึ้นห้องของตัวเองก็เป็นอันชะงักเพราะเหลือบไปเห็นร่างเล็กกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงถังขยะหน้าร้านสะดวกซื้อ ที่สำคัญคือร่มในมือกลับถูกกางไว้ที่ลังกระดาษด้านหน้าแทนที่จะใช้มันกันฝนให้กับตัวเอง

 

สติดีหรือเปล่าน่ะ?

 

ถึงจะคิดอย่างนั้นแจฮยอนก็เลือกจะเดินเข้าไปดูเผื่อร่างนั้นจะต้องการความช่วยเหลือ และพอเดินเข้าไปใกล้จนยืนอยู่ด้านหลังคนตัวเล็กเขาถึงได้เห็นว่าในลังกระดาษที่มีร่มคันใหญ่กางไว้ให้มีเจ้าตูบตัวเล็กสี่ตัวเปียกซกนอนสั่น คงจะเป็นเพราะฝนที่เทลงมาก่อนที่มนุษย์ประหลาดตรงหน้าเขาเอาร่มมากางให้ และเจ้าพวกนั้นก็ยังคงดึงความสนใจของผู้ช่วยเหลือมันอย่างดีเพราะขนาดแจฮยอนเอื้อเฟื้อกางร่มเผื่อไปถึงคนตัวเล็กนี่ยังไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขาเลย

 

"เอ่อ คุณครับมีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ?" ก็เพราะถูกหมาดึงความสนใจไปทำให้เขาสงเสียงทัก เพียงเท่านั้นบุคคลที่นั่งคุกเข่าลูบหัวหมาสี่ตัวก็หันมาทางเขา และน้่นก็ทำให้แจฮยอนเกือบหยุดหายใจ

 

น่ารัก.... มาก!

 

"พอดีผมเห็นคุณนั่งตากฝน กะ ก็เลยลองเดินมาถามดูน่ะครับ" อธิบายเพิ่มเติมหลังเจ้าของใบหน้าน่ารักเลิกคิ้วมองเขาประหนึ่งการนั่งตากฝนทั้งที่มีร่มแต่กางให้หมาสี่ตัวในเวลาสองทุ่มนี้เป็นเรื่องปกติ

 

"อ้อ ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีเจ้าสี่ตัวนี้ถูกเจ้าของปล่อยเกาะน่ะ ผมกำลังนั่งคิดว่าจะทำยังไงกับพวกมันดี พี่ผู้จัดการไม่อนุญาตให้ผมเอาพวกมันเข้าไปไว้หลังร้านแน่ๆ และกว่าผมจะเลิกงานก็เช้านู่นแหน่ะ" พอได้ยินคำตอบและสังเกตุชุดยูนิฟอร์มก็เข้าใจได้ว่าคนตัวเล็กนี่คงเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งนี้

 

"แต่คุณนั่งตากฝนอย่างนี้จะไม่สบายเอานะครับ ทำไมไม่ฝากลุงยามของคอนโดไว้ก่อนล่ะ" แจฮยอนบุ้ยหน้าไปทางป้อมยามหน้าคอนโดหรูของเขาที่พอจะเป็นแหล่งหลบฝนของหมาสี่ตัวนี้ได้ แต่ก็ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้ารัว

 

"ลุงจองชินแกแพ้ขนสัตว์น่ะคุณ ผมเอาไปฝากก็เท่ากับเอาโรคไปฝากแกน่ะสิ"

 

นี่สนิทกับยามหน้าคอนโดเขาขนาดนี้เลย?

 

การสละร่มให้หมาสี่ตัวแล้วตัวเองยอมเปียกก็ว่าน่าประทับใจแล้ว ยิ่งรู้ว่าคนแปลกหน้าที่น่ารักคนนี้ใส่ใจลุงยามนี่บอกตรงๆว่าสนใจ แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาพิจารณากันหรอกนะแจฮยอน!

 

"เอางี้มั้ย ผมพักอยู่คอนโดนี้เนี่ยแหละคุณฝากเจ้าพวกนี้ไว้กับผม และเลิกงานคุณค่อยมาเอาเจ้าพวกนี้ไปบ้านคุณ โอเคมั้ย?" ที่เสนอเนี่ยเพราะใจนึงก็สงสารหมาน้อยทั้งสี่ที่ถูกทิ้ง แต่เกินครึ่งใจคือเอ็นดูคนตัวเล็กที่เปียกซกตรงหน้านี้ต่างหาก และก็คุ้มค่าเพราะได้รอยยิ้มสดใสเป็นการตอบแทนทันที

 

"จริงหรอ!? คุณใจดีจัง ว่าแต่คุณจะลำบากมั้ยอ่ะ? เพื่อนร่วมห้องคุณจะโอเคหรอกครับ? แล้วคอนโดนี้เอาสัตว์เลี้ยงเข้าได้หรอ? อีกอย่างเจ้าพวกนี้เปียกซกแถมคงยังไม่ได้กินข้าว พวกมันครางหงิงๆทั้งคืนแน่" จากฉีกยิ้มสดใสในทีแรกก็เปลี่ยนเป็นทำหน้ายุ่งอย่างคนคิดไม่ตก

 

"ไม่ลำบากหรอกครับ ที่บ้านผมก็เลี้ยงหมาเหมือนกัน ส่วนเรื่องสัตว์เลี้ยงที่คอนโดก็สบายใจได้ครับเอาเข้าได้แน่ๆ เดี๋ยวซื้ออาหารเม็ดในร้านคุณให้พวกมันกินแก้หิวไปก่อนคงบรรเทาได้บ้าง ที่สำคัญผมอยู่คนเดียวครับ ไม่มีใครมาเดือดร้อนด้วยหรอก" 

 

"งั้นรบกวนด้วยนะครับ! จริงๆผมไม่อยากรบกวนคุณเลยแต่มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ พรุ่งนี้คุณไปทำงานกี่โมงครับ? เดี๋ยวผมรออยู่หน้าคอนโด" คนตัวเล็กยังฉีกยิ้มกว้างพลางลุกขึ้นยืนหลังจากนั่งคุกเข่าคุยกันมานาน แจฮยอนถึงได้เห็นว่าคนใจดีสูงเท่าอกเขาเท่านั้นเอง

 

และก็เข้าใจว่าภาพลักษณ์เขาดูเป็นผู้ใหญ่ แต่แจฮยอนไม่เข้าใจว่าเด็กม.ปลายปีสามอย่างเขามันดูแก่จนเหมือนคนทำงานแล้วขนาดนั้นเลยหรือ

 

"ผมยังปิดเทอมอยู่ครับ จะเปิดเรียนก็อาทิตย์หน้านู่น กำลังเตรียมสอบเข้ามหาลัยน่ะครับ" ขอชี้แจงในคำตอบนี้เลยละกันจะได้ไม่ต้องคิดว่าเขาเป็นหนุ่มวัยทำงานอีก

 

"อ่า~ เด็กม.ปลายหรอนี่ ขอโทษครับๆๆก็เห็นตัวสูงๆนึกว่าโตกว่าน่ะ ผมนากาโมโตะ ยูตะ เรียนอยู่มหาลัยตรงปากซอยนี้เอง เรียนปีหนึ่งคณะสถาปัตย์ครับ" แจฮยอนสังเกตุใบหน้าหวานที่เจื่อนลงเล็กน้อยก่อนรีบแนะนำตัว

 

"ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่ยูตะ ไม่ต้องใช้ภาษาสุภาพกันหรอก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ถ้าเลิกงานแล้วพี่ก็ให้พนักงานโทรเข้าห้องผมได้เลยนะครับเดี๋ยวผมเอาเจ้าพวกนี้มาส่งให้" 

 

เขายิ้มใจดีให้รุ่นพี่ตัวเล็กพร้อมยื่นร่มในมือให้อีกฝ่ายถือก่อนจะก้มไปยกลังหมาน้อยเจ้าปัญหาทั้งสี่

 

"รบกวนพี่ยูตะกางร่มไปส่งเราหน่อยนะครับ"

 

"ได้สิๆๆ ว่าแต่นายชื่ออะไรหรอ? จะได้บอกพนักงานให้โทรหาถูกห้อง" เอ่ยถามพร้อมกับออกเดินจากหน้าร้านสะดวกซื้อตรงไปคอนโดเขา ซึ่งระยะทางก็ใกล้จนแจฮยอนแอบเสียดาย

 

อยากพูดคุยกันให้มากกว่านี้....

 

"แจฮยอนครับ จองแจฮยอนห้อง 102 พี่ยูตะให้เขาโทรหาได้เลย และก็รอตรงล็อบบี้นี่นะครับ อย่าไปรอข้างนอกล่ะอากาศมันหนาว แค่เปียกนี่ก็น่าห่วงว่าจะเป็นหวัดแล้ว" เอ่ยย้ำอย่างเป็นห่วงจากใจจริง ก็คนตัวเล็กนี่นอกจากใจดีแล้วยังดูเป็นคนขี้เกรงใจมากๆด้วย ยังคิดไม่ออกว่าหากเขาไม่เข้าไปถาม พี่ยูตะจะทำยังไงกับเจ้าตูบเหล่านี้เล่นเกรงใจทั้งผู้จัดการร้านและคุณลุงยาม

 

"สบายมาก เดี๋ยวไปเช็ดผมหลังร้านก็สบายแล้ว รบกวนแจฮยอนทีนะพรุ่งนี้พี่จะรีบมารับเจ้าพวกนี้ สัญญาว่าเลิกแล้วจะรีบมาเลย" คำพูดอาจไม่พอร่างเล็กถึงได้ชูสามนิ้วขึ้นมาเป็นเครื่องยืนยัน ซึ่งแจฮยอนมองว่ามันน่ารักมากจนอยากชวนอีกฝ่ายคุยด้วยนานๆ แต่ก็กลัวพี่ยูตะจะป่วยจากการยืนเปียกทั้งตัวแบบนี้ถึงได้รับคำและเร่งอีกฝ่ายให้เดินกลับร้านเพื่อตัดบทสนทนาในคืนแรกที่เราได้เจอกัน 

 

แต่สาบานเถอะว่ามันจะไม่ใช่บทสนทนาสุดท้ายระหว่างกัน

 

และความใจดีที่มาพร้อมความสดใสในคืนวันฝนตกเมื่อสามเดือนที่แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นการจีบคุณพนักงานร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโดของจองแจฮยอนคนนี้

 

 



 

 

วันนี้อังคารนี้โชคดีที่เลิกเรียนเร็วเพราะอาจารย์เริ่มปล่อยให้นักเรียนม.ปลายปีสุดท้ายอย่างพวกเขาได้ใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ และระหว่างทางบังเอิญเจองานขายอาหารและขนมสำหรับสุนัขเขาจึงไม่ลังเลสักนิดที่จะเลือกขนมโปรดมาให้เจ้าสี่ฤดูลูกรักของพี่ยูตะ


ใช่แลว เจ้าตูบสี่ตัวที่เปียกซกเมื่อสามเดือนก่อนตอนนี้กลายเป็นหมามีเจ้าของ มากกว่านั้นยังมีชื่อเป็นของตัวเองโดยเขาและพี่ยูตะช่วยกันตั้ง ยอลึม คาอึล คยออุล อูกี  สี่ตัวสี่ฤดู และพวกมันทั้งสี่ก็ยังคงอาศัยอยู่กับรุ่นพี่ตัวเล็ก มีบางอาทิตย์ที่พี่ยูตะเอามาฝากเขาเลี้ยงเพราะต้องไปนอนบ้านเพื่อนเพื่อเร่งทำโปรเจค

 

“ผมซื้อขนมโปรดเจ้าสี่ฤดูมาให้ครับ พอดีมีงานขายอาหารสุนัขแถวโรงเรียน  ฉีกยิ้มหวานให้พนักงานประจำร้านที่กำลังจัดเครื่องดื่มเข้าตู้แช่


“ของเก่าที่แจฮยอนซื้อเจ้าพวกนั้นยังกินไม่หมดเลย นี่กะจะขุนลูกๆพี่ให้อ้วนเป็นหมูหรอไง” ถึงปากจะแซวอย่างนั้นแต่ใบหน้าหวานก็ฉีกยิ้มสดใสแทนคำขอบคุณความใจดีของหนุ่มรุ่นน้อง


“ถ้าเอาความจริงก็อยากจะขุนทั้งเจ้าสี่ตัวนั่นและเจ้าของมันนั่นแหละครับ มีอย่างที่ไหนกัน พี่ผอมลงทุกครั้งที่เจอกันเลยนะครับ” คำที่เหมือนจะตัดพ้อกันทำให้ยูตะอดหัวเราะออกมาไม่ได้


“เวอร์แล้วพ่อหนุ่มน้อย เราเจอกันเกือบทุกวันมาสามเดือนถ้าพี่ผอมลงทุกวันขนาดนั้นป่านนี้ก็กลายเป็นซอมบี้แล้ว แบร่” ยืนขึ้นหลังจากจัดเครื่องดื่มเสร็จพลางแลบลิ้นใส่ร่างสูงตรงหน้าอย่างทะเล้น


“ไม่รู้ล่ะ ต่อจากนี้ผมจะขุนพี่ให้อ้วนขึ้นๆๆๆๆๆๆ” นอกจากเป็นห่วงที่อีกคนผอมลง อีกนัยนึงคือถ้าพี่ยูตะอ้วนขึ้นคนอื่นจะได้เห็นความน่ารักของพี่ยูตะน้อยลง เหลือแค่แจฮยอนคนนี้ก็เพียงพอแล้ว


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ทำได้ก็ทำเลยพี่จะรอดู” คนตัวเล็กยักคิ้วอย่างท้าทายพลางเอื้อมมือไปขยี้เส้นผมของรุ่นน้องที่ตัวสูงกว่าตรงหน้า และการกระทำนั้นเรียกเลือดมากองอยู่ตรงหน้าขาวของแจฮยอนได้ไม่ยาก


แค่นี้ก็เขินซะแล้ว เด็กน้อยเอ้ย! ไปเก็บของแล้วเตรียมอ่านหนังสือได้แล้ว เสาร์นี้พี่จะไปติวให้ละกันเห็นเหลือเวลาอีกแค่ไม่เท่าไหร่ก็จะสอบแล้วหนิ” 


พี่ยูตะน่ะร้ายกาจกว่าใคร สามเดือนที่แจฮยอนเดินหน้าจีบก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวหรอกนะ รู้ตัวตลอดว่าเขาคิดเกินเลยความเป็นแค่พี่น้อง แต่รุ่นพี่ตัวเล็กก็ยังคงเมินเฉยและขีดเส้นความสัมพันธ์ไว้เพียงเท่านี้ บางคนอาจจะสงสัยว่ารู้แล้วทำไมยังปฏิบัติกับเขาเหมือนปกติก็เพราะพี่ยูตะเป็นคนใจดียังไงล่ะ และนั่นก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขาถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นสักที


“คร้าบบบบบ เสาร์นี้ผมจะเก็บห้องรอนะ พี่ห้ามเบี้ยวล่ะ!” 


เออหน่าไม่เบี้ยวหรอก” เกี่ยวก้อยสัญญากันแบบเด็กประถมก่อนที่แจฮยอนจะยอมกลับคอนโดหรูของตัวเอง


บางทีเขาก็ไม่แน่ใจว่าระหว่างพี่ยูตะไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง กับรู้แต่ทำตัวปกติไม่ได้มีความพิเศษใดๆอันไหนมันดีกว่ากัน...









สวัสดีแจฮยอน วันนี้กลับเร็วแฮะไม่ไปติวที่ไหนหรือไง?เสียงทักจากพี่แทอิล พนักงานร้านสะดวกซื้อผู้ซึ่งมักเข้ากะสลับกับพี่ยูตะของเขา จากการย้ายมาอยู่คอนโดนนี้เป็นเวลาสามเดือนก็ทำให้เขาสนิทกับพนักงานรวมถึงผู้จัดการร้านสะดวกซื้อนี้อย่างพี่ยองโฮไปแล้ว ทั้งพี่แทอิลและพี่ยองโฮทั้งใจดีและเป็นกันเองทั้งคู่ แต่ไม่มีใครสู้พี่ยูตะของเขาได้หรอก

 

ไม่ไปครับ ว่าจะกลับมาอ่านหนังสือเองน่ะพี่สายตาเขาสอดส่ายหาพนักงานร้านอีกคนที่เวลานี้ควรจะอยู่ที่ร้านเพราะอีกแค่ 15 นาทีก็หมดเวลาทำงานของพี่แทอิลแล้ว

 

ถ้ามองหาเจ้ายูตะก็รออีกสัก 10 นาทีละกัน เมื่อกี้เพิ่งโทรบอกว่าแทยงมาส่งแต่รถติดคงถึงช้าหน่อย อ้าว มาแล้วนั่นไง

คำบอกเล่าของพี่แทอิลยังไม่น่าหงุดหงิดเท่าภาพคนตัวเล็กของเขาก้าวลงมาจาก BMW คันหรูของอีแทยง เพื่อนสนิทพี่ยูตะที่แจฮยอนเขียนชื่อไว้ใน blacklist ส่วนตัวเรียบร้อย หากถามว่าทำไมความสัมพันธ์ของเขาและพี่ยูตะถึงไม่คืบหน้าก็คงต้องบอกว่าอีแทยงเป็นสาเหตุสำคัญเลยล่ะ ปากก็บอกเพื่อนสนิท แต่สนิทถึงขั้นรับเช้าส่งเย็นขนาดนี้แจฮยอนก็ไม่โอเคหรอกนะ ที่สำคัญเหมือนแทยงจะรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเพื่อนสนิทของตัวเองถึงได้ทำเหมือนกันท่าเขาตลอด เจอกันทีไรทะเลาะกันด้วยสายตาทุกครั้งจนพักหลังมานี้เหมือนพี่ยูตะจะรู้

 

อ้าว หวัดดีแจฮยอนและพี่ยูตะก็ยังคงเป็นพี่ยูตะคนเดิมที่มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเหมือนความสดชื่นของฤดูใบไม้ร่วง แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่มีเงาเพื่อนสนิทนั่นตามมาด้วยน่ะ

 

หวัดดีครับ พี่มาช้านะวันนี้ ลืมนัดเราหรือเปล่าครับขอแอบงอนหน่อยเถอะ ก็วันนี้พี่ยูตะนัดให้เขามาเอาหนังสือความถนัดทางสถาปัตยกรรมสมัยเจ้าตัวเตรียมสอบเข้ามหาลัย เพราะคณะที่เขาตั้งใจจะเข้าก็คือคณะสถาปัตย์ที่พี่ยูตะเรียนอยู่ตอนนี้


ไม่ลืมๆ พอดีกินข้าวเป็นเพื่อนแทยงแล้วรถมันติดน่ะ โทษทีนะ แล้วก็นี่หนังสือที่ว่า” ฉีกยิ้มอ้อนเป็นการขอโทษรุ่นน้องที่ทำให้รอ พร้อมหยิบหนังสือเล่มที่ว่าให้


ขอบคุณมากครับ แล้วเสาร์นี้เราเจอกันบ่ายสองนะ พี่ไม่ลืมใช่มั้ย?เพราะพี่ยูตะอาสาจะติวเข้มการสอบเข้ามหาลัยที่ใกล้ถึงเข้ามาทุกที และวันเสาร์ก็เป็นวันหยุดเพียงวันเดียวในรอบสัปดาห์ของร่างเล็กเขาถึงได้ย้ำเตือนกลัวอีกคนจะลืมไปซะก่อน จริงๆเขาก็เกรงใจเวลาพักของอีกฝ่ายที่ต้องสละเวลาส่วนนั้นมาติวให้กัน แต่แจฮยอนสัญญาและสาบานว่าจะเป็นลูกศิษย์ที่ดีไม่ทำให้อาจารย์พิเศษคนนี้เหนื่อยเลยสักนิด

 

จะดูแจอย่างดี...


แต่วันนี้นายสัญญาว่าเสาร์นี้นายจะไปบ้านฉันแล้วนะยูตะ ฉันนัดคุณแม่ไว้แล้วด้วย แต่ถ้านายไม่สะดวกไม่เป็นไรบุคคลที่ยืนเป็นเหงาหลังเพื่อนสนิทได้ทีเข้าร่วมบทสนทนา และก็เป็นเรื่องที่ชวนหงุดหงิดสำหรับแจฮยอนมากๆ

 


เรานัดกันก่อนเพื่อนสนิทพี่นะ เพราะงั้นพี่ต้องอยู่กับผมสิ

 


อยากจะบอกไปแบบนั้นแต่ก็คงดูเป็นเด็กเอาแต่ใจมากๆ ถึงแม้จะแอบเสียใจที่รุ่นพี่ตัวเล็กลืมนัดของเขาและไปตกลงนัดกับคนอื่นซะได้ แต่เพราะไม่อยากสร้างปัญหามากถึงได้หันมาหาคนกลางที่ยืนทำหน้าไม่ถูกว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรดีกับนัดซ้อนครั้งนี้ ไม่อยากจะหวังแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบลุ้นกับการเลือกของพี่ยูตะ เหมือนวัดว่าพี่ยูตะให้ความสำคัญกับเขามากน้อยแค่ไหน

 


อยู่กับผมเถอะนะ ชดเชยที่พี่ลืมนัดของเรา….

 


ขอโทษนะแจฮยอน ไว้เดี๋ยวพี่ติวให้อาทิตย์หน้าได้มั้ย? เกรงใจคุณแม่ของแทยงน่ะ นัดผู้ใหญ่พี่ไม่กล้าปฏิเสธจริงๆ

 


และพี่ก็ทำให้ผมรู้ว่ารุ่นน้องอย่างแจฮยอนไม่เคยมีความสำคัญใดๆกับพี่ยูตะเลยสักนิด ถึงได้ลืมนัดของเราและเลือกใครอีกคนทั้งที่เรานัดกันไว้ก่อนแล้ว เขาไม่ได้งี่เง่าจะต้องติวหนังสืออาทิตย์นี้ให้ได้ แต่การตัดสินใจครั้งนี้ก็ทำให้แจฮยอนรู้ความรู้สึกที่อีกคนมีให้เขา

 

ไม่เคยพิเศษกว่าใครและไม่เคยสำคัญ ถึงได้เป็นตัวเลือกในอันดับสุดท้ายของนากาโมโตะ ยูตะเสมอ...

 

ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ ไว้เราค่อยนัดกันใหม่ก็ได้ยิ้มให้อีกคนคลายกังวล ยังไงรอยยิ้มสดใสก็เหมาะกับพี่ยูตะที่สุดสำหรับแจฮยอน เพราะงั้นอะไรที่สร้างรอยยิ้มบนใบหน้านี้ได้แจฮยอนไม่ลังเลที่จะทำ เขาเอ่ยลาคนทั้งสามก่อนจะเดินออกจากร้านเพื่อกลับคอนโด

 

บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงที่แจฮยอนเคยชอบมันชักไม่สดใสซะแล้ว

 


 To be con.


_____________________________________________________

 

ได้พิมพ์คำว่า sf สักที!

ความหมายเพลงนี้ก็ตรงกับความรู้สึกของน้องแจในเรื่องนี้

เขาเฉยเขาเมินยังไงก็ขอน่ะ ขอพยายามให้เขารู้สึกกับเราสักนิดนึงก็ยังดี

เราว่าเพลงยุคนั้นภาษาสวยและความหมายงดงามมากๆลองหาฟังกันได้นะ

คำผิดเดี๋ยวจะมาแก้ไขนะคะ


ฝากเอาใจช่วยน้องแจด้วยนะคะ จะใช้ #นิดนึงพอแจยู ก็ได้

ขอบคุณมากๆค่ะ (^^)


(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #16 Kwonpp21 (@qploen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:03
    ฮืออออ สงสารแจฮยอนนนนน
    #16
    0
  2. #15 lollipoppu (@lollipoppu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 14:24
    สงสารน้องแจจจจจ ทำไมยูใจร้ายง่าาาาT^T
    #15
    0
  3. #13 Mookelf (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 14:12
    งือออน้องจองแจน่าสงสาร

    สู้ๆนะอย่าเพิ่งยอมแพ้เอาชนะใจยูยจังให้ได้นะ
    #13
    0
  4. #12 Scarlet (@coffeemilk1001) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 21:45
    จองแจน้อยใจเลย พี่ยูไม่เลือกนาง พี่เขาไม่ได้แอบชอบแทยงใช่ไหม ????
    #12
    0
  5. #11 Wondering18 (@pooooo180920) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 13:32
    สงสารแจฮยอนอะ ยูตะพี่ไม่ได้คิดไรกับแจจริงๆเหรอ ฮือออ
    #11
    0
  6. #10 wareeandsoul (@myladywa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 09:47
    โธ่ สงสารน้องแจ ไล่ตามเท่าไหร่ ยูก็ไมแคร์น้องบ้างเลย สู้ๆนะ
    #10
    0
  7. #9 nurse.choi (@nurse-choi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 02:20
    เอาใจช่วยแจฮยอนนะ จีบยูตะให้ติดเร็วๆ ยูตะนี่ชอบแทยงป่าว กลัวน้องอกหักอ่ะ สงสาร
    #9
    0
  8. #8 nicemafish (@nicemafish) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 01:50
    สงสารน้องแจงึงึ
    #8
    0