[FIC] LuBaek Sup'tar Ghost

ตอนที่ 7 : =Sup'tar Ghost= Chapter SIX 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ต.ค. 57

Couple: Luhan X Baekhyun
Author: AngelF



















SIX











 

 

                หลังจากเหตุการณ์ที่สวนสาธารณะวันนั้น นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้ว แบคฮยอนที่ปกติก็มักจะเขินและอายลู่หานอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งพอหลังจากวันนั้นแบคฮยอนยิ่งอาการหนักมากกว่าเดิม จากที่แต่ก่อนยังพอกล้ามองหน้าพูดคุยแบบปกติได้ เดี๋ยวนี้แทบจะควบคุมสติตัวเองให้ปกติไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพียงแค่เผลอมองหน้าอีกคน เผลอสบตากันในบางครั้ง แบคฮยอนก็ต้องรีบหันหนี หลบตาในทันที ก็จะให้แบคฮยอนทำยังไงในเมื่อมองหน้าอีกคนแล้วเหตุการณ์วันนั้นมันก็คอยจะแว๊บเข้ามาในหัวตลอด พยายามแล้วที่จะทำเหมือนปกติแต่มันช่างยากเหลือเกิน ภาพในหัวนี่ทำยังไงก็สลัดไม่หลุดซักที ใช่ว่าแบคฮยอนจะใสสื่อถึงขนาดไม่เคยมีจูบแรกอะไรแบบนั้นนะ แต่คุณก็น่าจะรู้ความรู้สึกมันก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว เพราะคนที่จูบแบคฮยอนคนนี้คือลู่หาน เพราะมันคือลู่หานยังไงละ แล้วก็ส่งผลให้ในช่วงสองวันมานี้แบคฮยอนแทบจะคุยกับลู่หานนับประโยคได้

                ด้านลู่หานเองจากทีแรกกลับมาอารมณ์ดีเหมือนปกติ พอเจอปฏิกิริยาถามคำตอบคำของคนตัวเล็กเล่นเอาอารมณ์ที่ว่าดีหายเข้ากลีบเมฆไปเลยทีเดียว ขู่ก็แล้ว ว่าก็แล้ว ไอ้คนตัวเล็กก็ยังถามคำตอบคำอยู่เหมือนเดิม ไม่พอยังคอยหลบหน้าหลบตาอีก มันน่าจับมาฟาดก้นนัก!

 

               

 

                “แบคฮยอนพักเที่ยงแล้ว ไม่ลงไปกินข้าวหรือไง?” รุ่นพี่คนหนึ่งภายในแผนกเอ่ยทัก เมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานของคนตัวเล็กแล้วยังเห็นอีกคนจ้องหน้าจอคอมทำเหมือนตั้งใจอะไรมากมาย เด็กใหม่น่าจะยังไม่ทันมีงานอะไรเยอะแยะไม่ใช่หรือไง?

                “อ๊ะ! ค..ครับรุ่นพี่ ด..เดี๋ยวผมลงไป ข..ขอเคลียร์งานก่อนน่ะครับ” แบคฮยอนตอบพรางส่งยิ้มแห้งๆไปให้รุ่นพี่ที่ทักตน

                “ตามใจ อย่าหักโหมมากล่ะ ตัวยิ่งกระเปี๊ยกเดียวอยู่” รุ่นพี่คนนั้นพูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเดินจากไป

                แบคฮยอนยิ้มให้รุ่นพี่คนดังกล่าว แล้วทำท่าหันกลับมาจ้องหน้าจอคอมต่อ ตอนนี้ผู้คนในแผนกก็เริ่มทยอยไปพักกลางวันกันจนหมดแล้ว

                แบคฮยอนก็อยากจะขยับไปไหนอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่ามีวิญญาณรูปหล่อที่นั่งอยู่ข้างๆบนโต๊ะทำงานของตัวเอง จ้องมองมาไม่วางตาแบบนี้

                ฮื่ออออ แบคฮยอนอึดอัด จะว่าก็ไม่ได้ แค่มองอีกคนตรงๆตอนนี้ยังยากเลย T_T

               

                “เห็นเปิดอยู่หน้าเดิมมาสองชั่วโมงแล้วไอ้ตัวเล็ก ไม่ตลก” ลู่หานพูดขึ้น เมื่อยังได้รับปฏิกิริยานิ่งเฉยจากอีกคนเหมือนเดิม เขาอุตส่าห์ไม่ก่อกวนเวลางาน แล้วก็เวลาคนเยอะๆแล้วนะ ไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังกล้าเมินเฉยลู่หานคนนี้อีก มันน่านัก!

                “......” ขณะนี้ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

                “นี่จะเมินฉันจริงๆใช่ไหม? ฉันว่าถ้าฉันจำไม่ผิด ซึ่งฉันจำไม่ผิดแน่ๆ ฉันเคยบอกว่าสิ่งที่ฉันไม่ชอบที่สุดคืออะไรนะ?” ลู่หานลองถามอีกคน ก็ได้รับเพียงความเงียบ หน้ายังไม่หันกลับมามองเลยเถอะ ไอ้คอมนี่มันมีอะไรดีวะ จ้องมันเข้าไปคอมท้องขึ้นมาลู่หานจะไปทำคลอดให้เองเลยเหอะ!

                “ฉันบอกว่าสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือคำว่าแต่ ส่วนสิ่งที่ฉันเกลียดรองลงมาคือการที่ฉันโดนเมินใช่ไหม?” ลู่หานยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นไปจับหน้าอีกคนให้หันมาจากจอคอมมาทางตัวเองแทน แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่วายเบนสายตาไปมองอย่างอื่น แล้วก็เบือนหน้าหนีจากมือตัวเองอยู่ดี

                “ไอ้ตัวเล็ก!” ลู่หานขึ้นเสียง เมื่อคนตัวเล็กยังทำเมินเฉยอยู่ อะไรนักหนาวะ อยู่ห้องก็พอกันกับตอนนี้ เป็นบ้าอะไรขึ้นมาจู่ๆก็มานิ่งใส่เขาซะงั้น โว๊ะ! คนหล่ออารมณ์เสีย นี่อุตส่าห์ตามมาที่ทำงานทั้งๆที่โดนห้ามตลอด(แต่ก็ไม่เคยฟัง) ปกติต้องโดนเรียกไปโวย ไม่ก็โดนไล่ให้กลับ แต่นี่อะไร? นิ่ง! นิ่ง! แล้วก็นิ่ง! โว๊ยยย

 

                “อีก3วิ ถ้ายังนิ่ง รับรองนายเจอฤทธิ์ลู่หานคนนี้แน่ๆ บอกไว้เลยว่าเจ็บแสบ” ลู่หานขู่ พูดดีๆก็แล้วยังไม่ได้ผล ก็ต้องงัดไม้นี้ล่ะวะ

                “หนึ่ง...” ลู่หานเว้นวรรคให้แบคฮยอนคิดหน่อยๆ ก่อนจะเริ่มนับต่อ

 

                “สอง...” หึ! ถ้านับที่สาม แบคฮยอนอยู่ไม่สงบสุขแน่ๆ

 

                “สาม..” ลู่หานนับตัวสุดท้ายออกมา แต่แบคฮยอนก็ยังนิ่ง ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมพูดกับลู่หานเหมือนเดิม

 

                “แล้วจะรู้สึก ไอ้! ตัว! เล็ก!” ลู่หานเน้นทีละประโยคก่อนจะหายแว้บไป แบคฮยอนที่คิดนั่นนี่อยู่นานกำลังจะเรียกไว้แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

 

                แบคฮยอนกำลังคิดผิดหรือเปล่านะที่ดันไปขัดใจลู่หานเข้า

               

                แล้วลู่หานก็หายไปเลยจนกระทั่งพักเที่ยงเสร็จทุกคนกลับเข้ามาทำงาน แบคฮยอนเองก็ไปจัดการหาอะไรรองท้องเสร็จสรรพก็กลับเข้ามาในบริษัท

                ทำงานที่รุ่นพี่เอามาให้ทำสารพัดไปเรื่อยๆ แล้วคนที่หายไปตลอดพักเที่ยงก็กลับมาโผล่ตรงหน้าแบคฮยอนที่กำลังยกแฟ้มงานไปส่งให้รุ่นพี่หลังจากทำเสร็จแล้ว

                “อ๊ะ!!”  แบคฮยอนตกใจอุทานเสียงดังเผลอทำแฟ้มงานตกกระจายบนพื้นเป็นผลให้พนักงานหลายๆคนที่อยู่ใกล้ๆหันมามอง

                “สม!” ลู่หานเยาะเย้ย เบะปากใส่ แบคฮยอนอดไม่ได้ที่จะส่งค้อนเล็กๆไปให้คนที่แกล้งตัวเอง

                “อะไร? กล้ามองหน้าฉันแล้วหรือไง?” ลู่หานยักไหล่เลิกคิ้ว ส่งคำถามกวนๆส่งไปให้คนตัวเล็ก

                แบคฮยอนที่เหมือนจะลืมความอายไปแป๊บนึงก็ต้องรีบก้มลงเก็บเอกสารที่ตกแล้วแกล้งทำเป็นไม่สนใจคนที่ยืนกอดอกมองตัวเองอยู่กำลังจะเดินผ่านไป แต่ก็สะดุดเขากับอะไรบางอย่างทำท่าจะล้มตะครุบลงไปที่พื้นแต่ก็เหมือนมีมือมาดึงไว้ก่อน แบคฮยอนจึงยังทรงตัวอยู่ได้

                “อ๊ะ! คุณลู่หาน!” แบคฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงไม่เบานักขมวดคิ้วหน้าบึ้งส่งสายตาดุๆไปให้คนที่จับตัวเองไว้ พอเห็นบางคนหันมามองแบคฮยอนก็ต้องรีบทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                ก็จะไม่ให้แบคฮยอนโมโหได้ยังไง ก็ที่แบคฮยอนสะดุดก็เพราะขาของคนที่ดึงเขาไว้นั่นแหละเลื่อนมาวางขวางเอาไว้

                คุณลู่หานคิดอะไรอยู่ แกล้งให้เขาล้มเองก็มาช่วยจับไว้เองอีก

                “ไม่ต้องมาขมวดคิ้วใส่ พูดได้แล้วหรือไง? กลัวเจ็บหรอกเลยจับไว้อ่ะ ขอบคุณฉันซะซิ” ลู่หานเดินตามแบคฮยอนที่เดินหนีตัวเองไปติดๆ ไม่วายพูดกรอกหูคนตัวเล็กไปด้วย

 

                “คุณลู่หาน!!” แบคฮยอนเผลอเรียกชื่ออีกคนเสียงดังด้วยอารมณ์เสียที่เจออีกคนกวนโมโหจนลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองยืนอยู่แทบจะเรียกได้ว่ากลางแผนกเลยด้วยซ้ำ สายตาของหลายคนมองมาที่แบคฮยอนด้วยสายตาแปลกๆ ปนสงสัย

                “แบคฮยอนเรียกใคร?” พนักงานผู้หญิงที่อยู่ใกล้ๆที่แบคฮยอนยืนอยู่เป็นคนเอ่ยถาม

                “ป..เปล่าครับรุ่นพี่ พอดีผมจะเอางานมาส่งน่ะครับ” แบคฮยอนส่งยิ้มให้พนักงานผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะรีบโค้งหัวให้แล้วรีบเดินออกมาจากบริเวณนั้น กำลังคิดจะกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แต่ก็เปลี่ยนใจเดินไปที่ห้องน้ำแทน ไม่ลืมที่จะล็อคห้องน้ำหลังจากเดินเข้ามาแล้ว

 

                “คุณลู่หานครับ!” แบคฮยอนเรียกชื่ออีกคน หันหน้ามาเผชิญอีกคนที่เดินตามหลังมาตรงๆ

                “เรียกทำไม? กลัวลืมชื่อหรือไง หลังจากสองวันมานี่คุยกับฉันไปไม่ถึง10ประโยค” ลู่หานยังไม่วายพูดกวน

                “เอ้า! แล้วก็เงียบอีก” ลู่หานกอดอกมองหน้าอีกคน

 

                “กลับไปห้องก่อนได้ไหมครับ?” แบคฮยอนพูดออกมาทำเป็นไม่สนใจประโยคก่อกวนของคนตรงหน้า

                “ไม่! นาย! ไอ้ตัวเล็ก! นายเมินฉันนับรวมสองวันก่อนหน้านี้บวกกับวันนี้แล้วมันเกิน10ครั้งไปแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ฟังที่นายสั่งฉัน จบไหม?” ลู่หานพูดยักไหล่ส่งให้คนตัวเล็กกวนๆ

                “คุณลู่หาน..” แบคฮยอนเรียกเสียงอ่อน ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ออกมา

                “อย่ามาทำตาละห้อย ไม่ต้องทำเหมือนจะร้องเลยไอ้ตัวเล็ก!” ลู่หานสะบัดหน้าหนีเชิดหน้าใส่อีกคน

                “ขอร้องล่ะครับ กลับไปก่อนได้ไหม?” แบคฮยอนวางมือลงบนแขนที่กอดกันอยู่ที่หน้าอีกของคนตัวโต

                “ฉันบอกแล้วว่าไม่ อย่าดื้อซิไอ้ตัวเล็ก” ลู่หนยังคงยืนกรานเหมือนเดิมไม่ยอมใจอ่อนให้ เหอะๆ ที่ตอนเมินเขาล่ะไม่คิด

                “แต่ผมต้องทำงาน คุณลู่หานเลิกกวนผมเถอะนะครับ ผมผิดเอง ผมขอโทษที่เมินคุณนะครับ กลับไปก่อน” แบคฮยอนส่งสายตาเว้าวอนให้อีกคนเห็นใจ ก็แบคฮยอนอาย ไม่ได้อยากเมินเลยจริงๆ แต่จะให้ทำยังไงพอมองคุณลู่หานแล้วเขาก็ทำตัวไม่ถูกเลย

                “แค่ขอโทษแล้วหายกฎหมายจะมีไว้ทำไมไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานยังยืนกรานเสียงแข็ง

 

                “ใครอยู่ในห้องน้ำ?” ก่อนที่บทสนทนาของทั้งสองคนจะเริ่มขึ้นอีกก็มีเสียงขัดขึ้นมาจากหน้าห้องน้ำซะก่อน แบคฮยอนจึงรีบวิ่งไปปลดล็อคกลอนที่ล็อคไว้

                “นายมาทำอะไรในนี้ตั้งนาน แล้วล็อคห้องน้ำทำไม?” พนักงานผู้ชายที่เป็นรุ่นพี่อีกคนในแผนกของแบคฮยอนถาม เมื่อเจอว่าใครเป็นคนที่อยู่ภายในห้องน้ำ

                “ผมท้องเสียนิดหน่อยน่ะครับ ขอโทษด้วยครับ” แบคฮยอนโค้งให้อีกฝ่ายน้อยๆ เลือกที่จะไม่ตอบคำถามประโยคหลัง

                “ช่างเถอะๆ ฉันแค่จะมาเข้าห้องน้ำเห็นมันล็อคไว้ เสร็จแล้วก็ไปทำงานต่อไป” พนักงานรุ่นพี่ผู้ชายโบกมือปัดๆให้อีกคนก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

               

                “ฉันจะยอมกลับไปก่อนก็ได้ เห็นท่าทางหมาหงอยแล้วสงสาร แต่กลับห้องไปเคลียร์ให้จบด้วยว่านายเมินฉันทำไม” ลู่หานยืนซ้อนข้างหลังคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งอยู่พูดเบาๆข้างหูของอีกคนก่อนจะหายตัวไป

 

                จะให้แบคฮยอนบอกยังไงว่าเขาเอาแต่คิดถึงจูบวันนั้น มันน่าอายจะตายไป... -////-

 

 

 

 

                ลู่หานที่พึ่งออกมาจากแบคฮยอนเลือกที่จะมาที่โรงพยาบาลที่ร่างของตัวเองนอนอยู่ เขาเลิกคิดเรื่องว่าเมื่อไหร่จะได้กลับเข้าร่าง เขาจะกลับเข้าร่างได้ไหมอะไรเทือกๆนั้นไปแล้ว การที่เขาได้คุยกับคนตัวเล็กวันนั้นช่วยเขาได้มาก อย่างน้อยๆก็ยังมีคนที่เคียงข้างเขา มีคนที่รอคอยเขาแล้วก็ไม่ทิ้งเขาไปไหน

                อย่างน้อยๆก็พ่อแม่ของเขา คนที่รักเขามากที่สุด น้องชายของเขา ไอ้ตัวเล็ก แล้วก็แฟนคลับ คนที่เขาแทบจะไม่เคยนึกถึงแล้วก็แทบจะจำหน้าไม่ได้เลย อย่างน้อยๆก็ยังมีคนกลุ่มนี้แหละที่รอเขาแล้วอยู่ข้างเขาแบบนี้

                ลู่หานทอดมองคู่สามีภรรยาที่นั่งมองร่างของตัวเองอยู่ในตอนนี้

                ลู่ซือจง ลู่หนิงเซียน

                 มือสวยๆที่มีรอยย่นตามวัยที่มากขึ้นของหญิงสูงวัยที่กุมมือร่างที่นอนแน่นิ่งของเขาไว้อยู่ กับผู้ชายที่คอยลูบหลังผู้หญิงที่เอาแต่พูดคุยร้องไห้กับร่างที่นอนนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดๆบนเตียงนั้น พ่อกับแม่ของเขา

               

                “ป๊า ม๊า” ลู่หานเรียกคนสองคนที่อยู่ภายในห้องในตอนนี้เสียงเบาหวิว อยากกอด อยากบอกว่าคิดถึงป๊ากับม๊า อยากกอดป๊ากับม๊ามากๆ ลู่หานอยากทำแบบนั้นเหลือเกินในตอนนี้

 

                “คุณอย่าร้องไห้ซิ ถ้าไอ้ลูกชายมันได้ยินมันจะไม่ยอมตื่นขึ้นมาเอานะ ยิ้มไว้ๆ เดี๋ยวไอ้ลูกชายมันได้ใจอยากแกล้งให้ม๊ามันร้องไห้ไม่ยอมลุกขึ้นมาจะทำไงหื้ม” พ่อของลู่หานพูดด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อไม่ให้ภรรยาของตัวเองร้องไห้ ทั้งๆที่ตัวของเขาเองก็เสียใจพอกัน

                “คุณคะ ลูกเรา ฮึก! ฉันคิดถึงลูกเราจังคะ” คนเป็นภรรยากอดสามีที่ยืนลูบหลังตัวเองแน่น พร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเรื่อยๆ

                “มันก็อยู่นี่ไงคุณ เดี๋ยวมันก็ฟื้นมาก่อกวนคุณ เชื่อผมเถอะ” ผู้เป็นสามีลูบผมภรรยาเบาๆเป็นการปลอบใจ

                ลู่หานมองดูร่างของสามีภรรยาที่กอดกันอยู่ข้างเตียงของตัวเองด้วยสายตาที่หลากหลาย คิดถึง เจ็บปวด แต่ก็ยังดีใจที่ทั้งคู่ยังรอให้เขากลับไปอยู่ ระหว่างที่ลู่หานยืนมองทั้งคู่อยู่ก็มีร่างหนึ่งเดินผ่านตัวลู่หานไป อดไม่ได้ที่จะเผลอตกใจเมื่อมีคนเดินทะลุผ่านตัวเองไป ถึงจะเป็นวิญญาณมาเป็นเดือนๆก็ทำใจให้ชินยาก

 

                “ป๊า ม๊า” คู่สามีภรรยาถูกเรียกอีกครั้งแต่ไม่ใช่จากลู่หาน แต่เป็นน้องชายของลู่หาน โอเซฮุน

 

                “น้องฮุน ม๊าคิดถึงพี่ลู่” ผู้เป็นแม่หันไปพูดกับลูกชายคนเล็กที่พึ่งเข้ามาใหม่ สรรพนามที่หญิงสูงวัยมักใช้เรียกแทนลูกชายทั้งสองถูกนำออกมาใช้

                “เอ็งปลอบม๊าเอ็งหน่อย ร้องไห้ไม่หยุดเลยเนี่ย ป๊าไม่รู้จะปลอบยังไงแล้ว” ผู้เป็นพ่อพูดกับลูกชายคนเล็ก

                “ม๊าอย่าร้องนะครับ เดี๋ยวพี่ชายจะเสียใจนะครับ ถ้าม๊าร้องไห้เพราะพี่ชายแบบนี้” เซฮุนเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ไว้ กอดปลอบลูบหลัง

                “ก็๊าคิดถึงพี่ลู่นิคะ ม๊าอยากให้พี่ลู่ตื่นมาคุยกับม๊า” ผู้เป็นแม่พูดออกมาเสียงเศร้าๆ

                “เดี๋ยวพี่ลู่ก็ฟื้นครับม๊า ตอนนี้ม๊าต้องหยุดร้องไห้ก่อนนะ” เซฮุนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ผู้เป็นแม่เบาๆ

                “เฮ้อ! ป๊าปลอบจนเหนื่อยแล้วเนี่ย มีเมียขี้แยป๊าต้องทำใจ” ผู้เป็นสามีเอ่ยหยอกเย้าภรรยาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แล้วซักพักก็ตามมาด้วยเสียงแขนของสามีที่โดนภรรยาฟาดเข้าให้

                “เดี๋ยวป๊าจะได้นอนสวนหน้าบ้านนะคะ” คุณนายลู่พูดขู่

                “ป๊าไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวผมหาผ้าห่มไปให้” เซฮุนหยอกล้อผู้เป็นพ่อเบาๆ

                “ไม่เป็นไรลูก ป๊าไม่ต้องการหรอก เดี๋ยวแอบไปนอนกับอีหนูข้างนอก โอ๊ย! คุณ!” พูดยังไม่จบดีคุณนายลู่ก็จัดการฟาดแขนสามีแรงๆอีกหนึ่งที

                “ฮ่าๆๆๆๆๆ ยาทาไหมป๊า?” เซฮุนหัวเราะเสียงดัง แล้วทั้งห้องก็เริ่มอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ ลืมเรื่องเครียดๆเมื่อกี้ไปครู่หนึ่ง

 

                ทุกอย่างยังคงอยู่ในสายตาลู่หาน เขายิ้มไปกับบทสนทนาของทั้งสามคน เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด แต่กับโล่งใจด้วยซ้ำที่คนที่เขารักยังยิ้มได้ หัวเราะได้แม้จะไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น ดีใจที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้องชายอีกคนคอยอยู่ข้างๆบุพการีทั้งสองคนไม่ให้ต้องเหงาหรือเสียใจกับเรื่องของตัวเองมากจนเกินไป มองทั้งสามคนอยู่นานจนทั้งหมดทยอยกลับออกไปจากห้องลู่หานก็ยังคงอยู่ในห้อง มองร่างตัวเองไปเรื่อยๆ

 

                รอหน่อยแล้วกัน แล้วฉันจะกลับเข้าไปในร่างที่สมบูรณ์แบบนี้ให้ได้

                (พี่ลู่ไม่หลงตัวเองนะคะเชื่อซิ... -__-)

 

               

               

 

               

 

 

                ท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดในยามค่ำคืน แสงไฟจากบ้านเรือน แสงจากรถราที่ยังคงวิ่งอยู่บนถนนแม้ยามค่ำคืนไม่ได้ส่งผลทำให้บรรยากาศภายในห้องที่ไม่เล็กแล้วก็ไม่ใหญ่มากของคอนโดแห่งหนึ่งภายในโซลที่ภายในมีผู้อาศัยสองคนที่กำลังเล่นเกมจ้องตาหลบตา พร้อมกับความเงียบที่ปกคลุมในห้องตอนนี้ลดลงได้เลย

 

 

                “ตอนนี้ผ่านไป10นาที นายหลบตาฉันไปทั้งหมด5ครั้ง ก้มหน้าหนีอีก5ครั้ง แล้วก็พยายามจะหนีฉันอีก5ครั้ง ถ้าไม่นับรวมกับสองวันที่ผ่านมา รู้ไหมไอ้ตัวเล็ก... นายมีความผิดต่อลู่หานคนนี้มากขนาดไหน” ลู่หานเอ่ยปากพูดออกมาหลังจากนั่งเงียบเล่นเกมจิตวิทยากับคนตัวเล็กมาได้ซักพัก

                พอแบคฮยอนกลับมาห้องก็เจอกับลู่หานที่ยืนรอตัวเองอยู่หน้าประตูแล้ว ก่อนจะโดนคุณวิญญาณสุดหล่อลากมานั่งโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ แล้วเริ่มเกมจ้องตาหลบตา ลุกนั่งอยู่หลายนาที จนคุณวิญญาณทนไม่ได้พูดขึ้นมาเองนี่แหละ

                “ถ้ายังเงียบอยู่ ความโกรธของฉันอาจจะทะลุปรอทแล้วก็ได้นะไอ้ตัวเล็ก ฉันขอเตือนอย่าทำให้ฉันต้องโกรธมากกว่านี้” ลู่หานกอดอกจ้องหน้าคนตัวเล็กจริงจัง แบคฮยอนจึงได้แต่หลบสายตาก้มหน้าหงอยๆอย่างสมนึกผิด

                ลู่หานรู้สึกเหมือนกำลังดุลูกหมาที่ทำผิดอยู่ยังไงยังงั้น เหมือนมีหูโผล่มาบนหัวคนตัวเล็ก แล้วตอนนี้มันก็กำลังลู่ลงเพราะโดนดุ อดที่จะเอ็นดูแล้วใจอ่อนปล่อยคนตัวเล็กไปไม่ได้

                แต่! เขาไม่ยอมหรอก เล่นเมินเฉยใส่กันมาหลายวันแบบนี้ลู่หานบอกเลยว่าจะไม่ทน

 

                “เงียบ? นี่จะพูดจริงๆใช่ไหมแบคฮยอน? เหอะ!” ลู่หานพ่นลมหายใจออกมา เรียกชื่อคนตัวเล็กที่ปกติจะไม่เคยใช้มัน แต่ก็ยังไม่มาปฏิกิริยาตอบรับจากคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง ลู่หานจึงทำท่าจะลุกหนีไปแต่ก็โดนคนตัวเล็กดึงแขนไว้ซะก่อน

                ลู่หานเอียงหน้ามองหน่อยๆคิดว่าจะไม่รอฟังคนตัวเล็กแล้ว อยากเงียบก็เงียบไป แต่พอเจอเข้ากับสายตาเว้าวอน ปนออดอ้อนของคนตัวเล็ก ตัวเองก็อดที่จะใจอ่อนยอมนั่งลงที่เดิมไม่ได้

 

                “ถ้าดึงไว้แล้วยังไม่พูดอะไรนะ ฉันก็จะไม่ฟังอะไรนายอีกแน่ๆไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานกอดอกทำหน้าดุๆส่งไปให้คนตัวเล็ก

 

                “พูดมา! ทำไมหลายวันมานี้นายเมินฉัน ขอเหตุผลดีๆ ไม่งั้นงานนี้มียาว” ลู่หานยังไม่วายข่มขู่ไปอีกรอบ

                “ผ..ผม ค..คือ ก..ก็...” แบคฮยอนอึกอักพยายามจะบอกเหตุผลกับอีกคน แต่มันก็ช่างยากเหลือเกิน อายก็อาย แต่ถ้าไม่บอกก็กลัวคนตัวโตโกรธ แบคฮยอนทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ

 

                “ก็?” ลู่หานเลิกคิ้วมองคนตัวเล็กที่ดันกลายเป้นคนติดอ่างไปชั่วขณะ

                “ผ..ผม ข..เขิน” แบคฮยอนยอมบอกเหตุผลไปในที่สุด รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองที่ตอนนี้คงแดงเถือกไปทั้งหน้าแน่ๆ

                “วอท!!! เขินอะไร??” ลู่หานหลุดประโยคออกมาด้วยความงงงวย เขินอะไรเขา? ก็อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนๆพึ่งคิดได้ว่าควรเขินหรือไง? เขินแล้วเมินเขาเนี่ยนะ ทฤษฎีอะไรของไอ้ตัวเล็กวะ

                “เดี๋ยวนะ..” ลู่หานชะงักความคิดตัวเองเอาไว้ก่อนจะเรียบเรียงความคิดตัวเองใหม่อีกรอบ

                “นี่! เอามือออกซิ” ลู่หานจัดการดึงมือคนตัวเล็กออกจากหน้าของเจ้าตัว แล้วประคองหน้าของอีกคนให้เงยขึ้นมาสบตาตัวเอง แบคฮยอนที่เผลอคิดไปถึงเหตุการณ์วันนั้นก็ต้องรีบหลบตาทันที

                วันนั้นก็เริ่มจากแบบนี้นี่....

                “มองมาทางนี้” ลู่หานออกคำสั่งเสียงดุ แบคฮยอนจึงยอมหันสายตากลับมามอง

                “ที่เขินเนี่ย เพราะฉันจูบนายวันนั้นหรอ?” ลู่หานปล่อยคำถามเด็ดที่ตัวเองพึ่งคิดได้ออกมา ไอ้เขาก็พึ่งจะคิดได้ ใครมันจะไปคิดว่ากับแค่จูบแค่ไม่กี่นาทีจะทำให้คนตัวเล็กเขินตัวเองได้มากมายขนาดนี้ จากทีแรกอารมณ์เสียๆอยู่ พอเริ่มเข้าใจเหตุผลทำไมลู่หานรู้สึกเหมือนอยากจะยิ้มกว้างๆจังวะ

 

                “ฮื่ออออ”  แบคฮยอนอายเบี่ยงหน้าหนีจากมือสวยที่ประคองหน้าตัวเองอยู่ แล้วรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้อีกครั้ง สุดท้ายก็โดนจับได้ว่าเอาแต่คิดถึงเรื่องวันนั้นตลอดหลายวัน

                “ฮ่าๆๆๆๆๆ เชื่อเขาเลย”  สุดท้ายลู่หานก็ทนไม่ไหวหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ยิ้มกว้างกับความน่ารักของคนตัวเล็กตรงหน้า ยกมือขึ้นขยี้ผมของคนตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว

                “จูบแรก?” ลู่หานถามด้วยความสงสัย

                แบคฮยอนส่ายหัวแทนคำตอบ แต่ไม่รู้ทำไมลู่หานรู้สึกไม่ค่อยชอบคำตอบนี้เท่าไหร่ นึกโกรธคนที่ขโมยจูบแรกของคนตัวเล็กนี้ไป

                “แต่ฉันจะนับว่ามันเป็นจูบแรกของนายแล้วกัน อย่างน้อยนายก็ต้องไม่เคยจูบกับวิญญาณล่ะนะ ตามนั้น” ลู่หานพูดเองสรุปเองเสร็จสรรพ

                คนขี้อายจึงได้แต่พยักหน้ายอมรับไป ทั้งๆที่ยังไม่ยอมเงยหน้าจากมือตัวเองเลยด้วยซ้ำ

                ลู่หานกระเถิบเข้าไปใกล้คนที่ยังเอาแต่ซุกหน้ากับมือตัวเองอยู่ ก่อนจะยกร่างของเด็กขี้อายขึ้นมานั่งบนตักแล้วยกแขนขึ้นโอบรัดรอบเอวของคนตัวเล็กเอาไว้แน่น

                “อย่าน่ารักให้มันมากนักรู้ไหมไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานกระซิบข้างหูคนบนตักพร้อมกับเกยคางไว้บนไหล่นุ่มนิ่ม

                “ค..คุณลู่หาน..”  แบคฮยอนเรียกชื่อคนที่กอดตัวเองไว้แผ่วเบา ความอายที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้คูณสองเข้าไปอีก แบคฮยอนแทบอยากจะวิ่งหนีไปจากตรงนี้จริงๆ

                “ไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานเอ่ยเรียกชื่อคนบนตัก เว้นวรรครอให้คนตัวเล็กประมวลผลซักครู่

                “พี่ลู่หาน น้องแบคฮยอน ฉันชอบแบบนั้นมากกว่า” ลู่หานพูดอยู่ข้างหูคนตัวเล็กทั้งๆที่แขนยังโอบรอบตัวอีกคนไว้อยู่

                “อ..อะไรนะครับ?” แบคฮยอนถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจกับประโยคก่อนหน้านี้ของคนที่ตัวเองนั่งบนตัก

                “นาย เรียกฉันว่าพี่ลู่ แล้วให้แทนตัวเองว่าแบค ฉันเห็นนายหลุดพูดหลายครั้งแล้ว ฉันชอบ” ลู่หานอธิบาย

                “แต่..” แบคฮยอนกำลังจะแย้งขึ้นมา แต่ลู่หานก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

                “สิ่งที่ฉันไม่ชอบที่สุดคือคำว่าแต่ จำให้ได้ซะนะไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานคนเอาแต่ใจยังไงก็คือลู่หานคนเอาแต่ใจอยู่วันยันค่ำ

                “พี่ลู่ น้องแบค เข้าใจไหมครับน้องแบค?” ลู่หานจัดการเบี่ยงตัวคนบนตักให้เอียงมานิดหน่อยเพื่อที่จะมองหน้าอีกคนได้ ก่อนจะยกแขนโอบรอบเอวของคนบนตักไว้อีกครั้ง อมยิ้มกับแก้มแดงระเรื่อของอีกคน

                แบคฮยอนที่คิดว่าปฏิเสธไปลู่หานก็คงไม่ฟังจึงได้แต่พยักหน้าบ่งบอกให้อีกคนรู้ว่าตัวเองเข้าใจแล้ว

                “พูดกับผู้ใหญ่ อย่าพยักหน้าแทนคำตอบซิครับตัวเล็ก” ลู่หานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนดุแบบไม่จริงจังนัก “ไหนตอบซิ ตกลงเข้าไหมครับ?”

                “ค..ครับ บ..แบคเข้าใจแล้วครับพี่ลู่” แบคฮยอนยอมทำตามที่คนตัวโตบอก ก่อนจะได้รับรางวัลของเด็กดีไปฟอดใหญ่

                ฟอดดดด

                ลู่หานจัดการหอมแก้มเด็กดีที่แสนน่ารักไปฟอดใหญ่ ยิ้มกว้างๆอย่างอารมณ์ดีเมื่อคนตัวเล็กเผลอซุกหน้าหนีความอายที่อกของตัวเอง มันน่าฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวจริงๆ

 

                กลายมาเป็นวิญญาณแบบนี้ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องดีนี่นา

 

 

 

 








.+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+

มาแว้ววววววว
เป็นตอนที่คิดอะไรไม่ค่อยออก
ฟิคเรื่องนี้ใสใส ไม่ดราม่า(หรือเปล่า)
หวังว่าทุกคนจะชอบกันน๊า

ขอให้สนุกกับการอ่านคร๊า

พูดคุยติดแท็ก #Ficsuptar

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #82 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 09:41
    มาต่อได้มั้ยค้าชอบจัง
    #82
    0
  2. #81 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 09:40
    ฮือน่ารักกกกก
    #81
    0
  3. #72 Nabee_neko (@nabeeneko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 00:47
    งื้ออออออออ น้องแบคน่ารักกก พี่ลู่เริ่มหลงแบคแล้วอ่ะดิ้
    #72
    0
  4. #70 fernn14 (@fernn1404) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 18:24
    นี่พี่ลู่พี่เป็นวิณญาณนะอย่าเยอะๆเต๊าะจนน้องเขินแทบจะมุดดินอยู่ล่ะ555555555555
    #70
    0
  5. #67 PuppyBH (@fiasmaxim) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 04:27
    อร๊ายยยย เขินอะ -///- พี่ลู่ น้องแบค กรี๊ดรัวๆ ชอบน้องแบคแล้วใช่มั้ยล้าาาา 55555
    #67
    0
  6. #65 kade1980 (@beebamboo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 00:31
    พี่ลู่น้องแบคน่ารักดีเนอะแต่แบคจะขาดทุนนะเนี่ยเสียเปรียบพี่ลู่ตลอดเลยนะขัดใจก้อไม่ได้เอาแต่ใจจริงพ่อซุปตา
    กลัวว่าถ้าเข้าร่างได้แล้วฟื้นมาจะจำแบคไม่ได้นี้ซิจะดราม่ากันนะ
    #65
    0
  7. #64 sherline (@numtiii) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 17:43
    พี่ลู่ขี้เต๊าะ แกล้งน้องงงง
    #64
    0
  8. #63 ริลัคหานมะ (@kek-kk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 14:38
    เค้าชอบบบบบบบบ ชอบพี่ลู่หานกับน้องแบคฮยอน #หลบตีนไรท์ ล้อเล่นน่ะ รักไรท์จุ้บ5555555
    #63
    0
  9. #62 my yam (@honey-_-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 13:11
    ชอบค้าาา~~ รอไรท์อยู่น้าาาาา~~~^_^
    #62
    0
  10. #60 kade1980 (@beebamboo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 01:15
    ชอบนะน่ารักดี
    รออ่านอยู่นะ
    #60
    0