[FIC] LuBaek Sup'tar Ghost

ตอนที่ 6 : =Sup'tar Ghost= Chapter FIVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ก.ย. 57

Couple: Luhan X Baekhyun
Author: AngelF





















FIVE





 






 

 

 

                เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนต้องกลับมาที่โรงพยาบาลนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะเขาไม่ได้มาคนเดียว แล้วก็ไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมคุณลู่หาน แต่มาเพื่อพาคุณลู่หานมาหาตัวเองต่างหาก (งงไหม?) 

                หลังจากวันที่แบคฮยอนโดนขโมยจูบ ต้องเรียกว่าขโมยจุ๊บซะมากกว่า คนตัวเล็กที่พอเห็นหน้าลู่หานก็มักจะหน้าแดงขึ้นมาเฉยๆ ยิ่งเวลาที่อีกคนจงใจจ้องตาตัวเอง แบคฮยอนยิ่งเขินจนอยากจะมุดดินหนีไปซะให้ได้  เป็นแบบนั้นอยู่หลายวันมากกว่าจะเรียกสติตัวเองให้กลับมาปกติได้ อุตส่าห์คิดว่าตัวเองมีภูมิต้านทานผู้ชายที่ชื่อลู่หานเพิ่มขึ้นแล้ว แค่เหตุการณ์วันนั้นวันเดียวก็ทำให้ภูมิต้านทานของเขาที่สร้างขึ้นมาเกือบติดลบ

                เขารู้ว่าคุณลู่หานมีอิทธิพลกับตัวเขาเองมากแค่ไหน แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้

                แบคฮยอนหลุดออกจากความคิดของตัวเองก่อนจะต่อสายหาคนที่นัดเขามาวันนี้

                “ฮัลโหลครับ ผมมาถึงแล้วครับ”  

                [อยู่ตรงไหน] ปลายสายถามกลับมา เป็นคุณซูโฮผู้จัดการตัวขาวของคุณผีขี้เอาแต่ใจนั่นเอง

                “อยู่ข้างหน้าครับ”

                [เดินเข้ามาเองเลยนะ ฉันบอกการ์ดไว้แล้ว ข้างหน้าแฟนคลับไอ้ลู่หลายคน ลงไปแล้วขี้เกียจตอบคำถาม] ปลายสายบอกกลับมา

                “ได้ครับ” แบคฮยอนตอบรับ

                “ไปกันเถอะครับ” แบคฮยอนหันมาบอกคนที่อยู่ข้างตัวเบาๆก่อนจะเดินนำเข้าไปในโรงพยาบาล

                “เรามาทำไม?” ลู่หานเอ่ยปากถามขึ้นหลังจากยืนรออีกคนคุยโทรศัพท์กับซูโฮเสร็จ พร้อมกับดึงข้อมือร่างเล็กไว้

                “คุณซูโฮบอกว่า อยากให้คุณลู่หานมาดูร่างตัวเองเผื่อจะหาทางช่วยคุณเข้าร่างได้บ้างน่ะครับ” แบคฮยอนตอบคำถามของคนตัวโต

                หน้าโรงพยาบาลมีการ์ดที่เพิ่มมาจากรอบที่แล้วที่เขามา ตอนนั้นยังไม่มีการ์ดมาเฝ้าขนาดนี้เลย มองแฟนคลับบางส่วนที่มานั่งเฝ้า นี่มาเฝ้าทุกวันเลยหรอ? ไม่น่าเชื่อ

                “แฟนคลับเขาดูรักคุณมากนะครับ”  แบคฮยอนพูดกับคนข้างตัวเบาๆโดยไม่หันไปมองหน้าอีกคน เดี๋ยวคนเดินผ่านไปผ่านมาจะหาว่าขาพูดคนเดียวไปอีก

                “อืม เห็นแล้ว” ลู่หานตอบรับแค่นั้นเพราะเริ่มจมเข้ากับความคิดของตัวเองเหมือนกัน

                ถ้าเป็นแบคฮยอนเอง เขาจะมาเฝ้าแบบนี้ไหมนะ? ถ้าคุณลู่หานไม่โผล่มา ถ้าเขามองไม่เห็นคุณลู่หานแบบนี้..         

                เขาเองก็คงมาเฝ้าบ่อยๆแบบนี้เหมือนกันถ้าเขาว่าง เขาก็คงทำไม่ต่างจากแฟนคลับคุณลู่หานคนอื่นๆ

 

 

                แบคฮยอนเคาะห้องก่อนตามมารยาท แล้วก็ได้เสียงตอบรับจากคนในห้องว่าให้เข้าไปได้แบคฮยอนจึงเข้าไป โดยคุณวิญญาณเข้าไปตั้งแต่ก่อนเขาจะเคาะห้องแล้วด้วยซ้ำ

 

                “สวัสดีครับ” แบคฮยอนเอ่ยทักทายซูโฮ พร้อมโค้งหัวทักทาย ซูโฮก็โค้งกลับหน่อยๆตอบรับอีกคน

 

                “ไอ้ลู่มายัง?” ซูโฮถาม ก็บอกแล้วว่าไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฎิเสธ ไหนๆก็ขนาดนี้แล้ว

                “อยู่ข้างเตียงนั่นแหละครับ ยืนมองตัวเองอยู่” แบคฮยอนพูด ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆลู่หานที่ยืนมองตัวเองอยู่ เดาไม่ออกว่าตอนนี้คุณลู่หานกำลังคิดอะไรอยู่

 

                “ไอ้ลู่ มึงจะทำยังไงต่อไป? กูสืบเรื่องรถมึงเรื่อยๆแต่ยังไม่ค่อยได้อะไรแน่ชัดนัก จะให้กูทำไง?” ซูโฮพูดพรางมองไปที่ที่แบคฮยอนบอก ตรงที่ที่คิดว่าเพื่อนตัวเองยืนอยู่

                “คุณลู่หานบอกว่าไม่รู้ครับ” แบคฮยอนเป็นคนทำหน้าที่บอกเล่าสิ่งที่ลู่หานพูดให้ซูโฮฟัง รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นล่ามไปแล้ว

                “ตอบง่ายสมเป็นมึง แล้วมึงจะเป็นวิญญาณแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? ไม่คิดจะกลับเข้าร่างตัวเองหรือไง?” ซูโฮถามต่อไปอีก แบคฮยอนจึงต้องทำหน้าที่รับสารแล้วส่งสารให้อีกคนต่อ

                “คุณลู่หานบอกว่า ถ้าคุณลู่หานเข้าร่างไปได้เขาเข้าไปนานแล้วครับ แฮ่ๆ” แบคฮยอนส่งยิ้มแห้งๆไปให้ซูโฮที่ดูจะหมั่นไส้เพื่อนของตัวเองขึ้นมาตะหงิดๆ  เรื่องกวนคนอื่นขอให้บอกลู่หาน

 

                “ถ้าจะตอบวอนรองเท้าซักข้างขนาดนี้ ไอ้นี่! น่าตบหัวทิ่มให้วิญญาณเข้าร่าง ฝากตบมันทีนะแบคฮยอน” ซูโฮเหมือนจะพูดกับลู่หาน แต่ท้ายประโยคกลับหันมาบอกแบคฮยอนที่คอยเป็นล่ามให้ แบคฮยอนมองตอบยิ้มๆแล้วพยักหน้ารับเบาๆ

                “ได้ครับ เดี๋ยวจะตีให้” แบคฮยอนยิ้มขำ ขนาดสื่อสารกันไม่ได้ดีๆนะเนี่ยคู่นี้

                “กล้าตีฉันหรือไง?”  ลู่หานหันมาจ้องแบคฮยอนเขม่ง

 

                “กล้าซิครับ ทำไมจะไม่กล้า นี่แน๊ะ” แบคฮยอนท้าทายทำหน้าล้อเลียนอีกคนพรางยกมือขึ้นตีเบาๆประกอบคำพูด

                “โอ๊ย! เจ็บจังเลย” ลู่หานแกล้งทำเป็นเจ็บยกมือขึ้นกุมตรงที่แบคฮยอนตีอย่างโอเว่อจนคนตัวเล็กอดจะหมั่นไส้ไม่ได้เบะปากใส่คุณซุปตาร์ไป แล้วหันกลับมาสนใจซูโฮอีกครั้ง

 

                “ทำใจนะ ฉันว่านายคงต้องทนมันหน่อย จะว่าหน่อยก็ไม่ถูก ต้องบอกว่ามากๆเลยต่างหาก” ซูโฮยังไม่วายจิกกัดเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้เป็นวิญญาณ ถึงเขาจะมองไม่เห็นแต่โตมาด้วยกันตั้งแต่ไอ้ซุปตาร์นี้ยังช่วยตัวเองไม่เป็นด้วยซ้ำ รู้ไปถึงนิสัยแล้วก็สันดานของเพื่อนตัวเองหมดนั่นแหละ ขนาดโดตมากับมันตั้งแต่เด็กยังเอือมกับนิสัยเอาแต่ใจถือตัวเองเป็นใหญ่ของมันเลย

                “ฮ่าๆๆๆ คุณซูโฮเข้าใจผมดีใช่ไหมครับ?” แบคฮยอนส่งยิ้มให้ซูโฮ ซูโฮก็ส่งยิ้มกลับให้แบคฮยอน ทำเอาลู่หานที่ยืนมองอยู่หมั่นไส้

                “นินทาระยะเผาขนขนาดนี้ กลัวฉันไม่รู้ขนาดนั้นเลยหรือไงไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานเอี้ยวตัวไปดีดเหม่งแบคฮยอนแรงๆแบบที่ชอบทำกับคนตัวเล็กประจำเวลาจะลงโทษ

                “โอ๊ย! เจ็บนะครับคุณลู่หาน” แบคฮยอนยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเอง ส่งค้อนให้อีกคนพร้อมยู่ปากใส่

                “ก็ทำให้เจ็บ ถ้าไม่เจ็บจะทำไหม? โดนประจำน่าจะชินได้แล้วนะไอ้ตัวเล็ก”  ลู่หานว่ากอดอกหันหน้าหนีไม่สนใจร่างเล็กที่คว่ำปากด้วยความไม่พอใจ

 

                “โดนมันรังแกละซิ” ซูโฮ พอเห็นท่าทางของแบคฮยอน

                แบคฮยอนได้แต่พยักหน้ารัวๆแล้วส่งสายตาประมาณว่าช่วยผมด้วยส่งไปให้ซูโฮ ซึ่งซูโฮเองก็ได้แต่ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาช่วยอะไรไม่ได้หรอก

                แหม่! เอาแค่มองเห็นไอ้ลู่ให้ได้ก่อนเถอะ

 

                “ไอ้ลู่ กูถามจริงๆนะ มึงจะทำยังไงต่อ มึงคงไม่คิดจะเป็นวิญญาณอยู่แบบนี้ตลอดไปใช่ไหม” ซูโฮเลิกเล่นหันกลับมาจริงจังกับสิ่งตรงหน้าอีกครั้ง ร่างที่แท้จริงของเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้ยังนอนนิ่งไร้วิญญาณมันทำให้เขาอดจะเป็นห่วงและคิดมากไม่ได้ ถึงพักหลังหน้าซีดๆของเพื่อนตัวเองจะดุมีเลือดมีเนื้อขึ้นบ้างก็เถอะ

 

                ซูโฮมองหน้าแบคฮยอนรอฟังอีกคนบอกสิ่งที่เพื่อนตัวเองพูด

                แบคฮยอนส่ายหน้าเบาๆส่งไปให้ซูโฮ เพราะลู่หานไม่ได้พูดอะไรออกมาทำเพียงแค่มองดูร่างตัวเองที่นอนหลับใหลแน่นิ่งอยู่บนเตียง

                ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ เมื่อบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายเมื่อกี้หายไปทันทีที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ต่างคนต่างก็ตกอยู่ในความคิดของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 









 

 

 

               

 

                วันนี้เป็นวันเสาร์และแบคฮยอนว่าง ปกติเขาก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก นอนเล่นพักผ่อนไปเรื่อย ไม่รู้จะทำอะไร นัดกับเพื่อนบ้างแล้วแต่โอกาส

 

                “คุณลู่หาน ถ้าไม่ดูโทรทัศน์ก็อย่าเปิดทิ้งไว้ซิครับ” แบคฮยอนบ่นเมื่อเดินออกมาจากห้องของตัวเองแล้วเจอลู่หานเปิดทิ้งไว้แต่ไม่ได้สนใจโทรทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ เอาแต่มองอะไรอยู่ก็ไม่รู้ดูเหม่อเชียว

 

                “ปิดซิ” ลู่หานตอบรับคนตัวเล็ก ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว เหยียดขาออกตรงพร้อมกับยกแขนขึ้นก่ายหน้าผากปิดหน้าตัวเองไว้

                แบคฮยอนปิดโทรทัศน์ ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ข้างๆอีกคน ย่อตัวลงมองคนที่นอนอยู่ใกล้ๆ

                “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” แบคฮยอนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เมื่อเห็นลู่หานดูซึมๆ ไม่ก่อกวนเขาเหมือนปกติ ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อหลายวันก่อน

                “หื้ม? เปล่านิ ไม่ได้เป็นอะไร” ลู่หานยอมเอาแขนออกมองหน้าคนตัวเล็กที่มองตัวเองอยู่

                “งั้นเราไปข้างนอกกันไหมครับ?” แบคฮยอนพูด ส่งยิ้มไปให้ลู่หาน เมื่อเห็นท่าทางที่ดูจะไม่เหมือนกับสิ่งที่ต้องข้ามกับคำตอบที่เจ้าตัวตอบมา

 

                “จะไปไหน? ออกไปข้างนอกแล้วเวลาคุยกับฉันมันลำบากไม่ใช่หรือไง? อยู่ที่นี่แหละ ออกไปแล้วมันอึดอัด” ลู่หานตอบกลับมาแล้หันกลับไปนอนพร้อมกับปิดตาลงอีกครั้ง

 

                หมับ!

                “ไปกันครับ” แบคฮยอนไม่ฟังที่อีกฝ่ายพูดแต่กลับดึงตัวลู่หานให้ขึ้นมานั่งแล้วออกแรงดึงให้อีกคนลุกขึ้นยืน

                “ฉันบอกว่าไม่อยากไปไง นี่! ไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานเริ่มทำหน้าไม่พอใจยื้อตัวเองไว้จากแรงดึงของคนตัวเล็ก

                “แต่ผมอยากไป ไปกันนะครับ” แบคฮยอนมองลู่หานส่งสายตาออดอ้อนอีกคนไป

                “”ไม่เอา ฉันไม่ไป” ลู่หานสะบัดแขนออก

                “วันนี้ผมดื้อ” แบคฮยอนว่า ก่อนจะบังคับให้คุณผีซุปตาร์ออกมากับตัวเอง

 

 

               

 

                “จะไปไหน” ลู่หานที่โดนคนตัวเล็กลากออกมาจากคอนโดถามขึ้น  สุดท้ายลู่หานก็ต้องยอมออกมากับแบคฮยอนอยู่ดี ด้วยลูกตื้อของคนตัวเล็ก คนขี้เอาแต่ใจแบบลู่หานยังต้องยอม

                “ไปไม่ไกลหรอกครับ” แบคฮยอนตอบไม่ได้หันมามองอีกคน ออกแรงดึงแขนให้คนดื้อดึงตามตัวเองมา

               

 

 

 

                “ที่นี่อ่ะนะที่นายอยากมาอ่ะไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานพูด เมื่อทั้งคู่มาถึงที่หมายที่คนตัวเล็กพยายามลากตัวเองออกมา

 

                “สวนสาธารณะ?” ลู่หานถามอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจ

                แบคฮยอนพยักหน้าตอบรับรัวๆ

                “เพื่อ?” ลู่หานขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจคนตัวเล็กนี่เท่าไหร่ คิดยังไงลากเขามาสวนสาธารณะ

                “ก็ผมเห็นคุณลู่หานดูเหมือนกำลังมีเรื่องให้คิดเยอะแยะ ผมก็เลยชวนออกมาเปลี่ยนบรรยากาศ เวลาผมเครียดๆผมชอบออกมานั่งเล่นที่นี่ ไม่ไกลจากคอนโดด้วยเดินแป๊บเดียวก็ถึง” แบคฮยอนอธิบายจุดประสงค์ของตัวเองให้ลู่หานฟัง

 

                “ฉันไม่ได้เป็นอะไร ก็บอกำแล้วนะไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานยังยืนกรานว่าตัวเองสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร

                “ครับ ไม่เป็นก็ไม่เป็น  คิดซะว่าออกมาแก้เบื่อ ดีกว่านอนอุดอู้อยู่ที่ห้อง” แบคฮยอนไม่อยากจะขัดคนที่ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร ทั้งๆที่ทุกอย่างมันก็ฟ้องออกมาขนาดนี้

                “อย่ามากระแทกแดกดันไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานพูดเหมือนกับรู้ความคิดของแบคฮยอน

                 แต่แบคฮยอนสนที่ไหนบอกแล้ววันนี้เขาจะดื้อ

 

                “ไปปั่นจักรยานกันครับ” แบคฮยอนทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่ลู่หานพูด ออกแรงดึงแขนอีกนให้เดินตามตัวเองอีกครั้ง คนตัวเล็กลากคนที่หน้าบึ้งด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่ให้ตามไปที่เช่าจักรยาน

               

 

                “รออยู่นี่นะครับ” แบคฮยอนบอกลู่หาน ก่อนจะวิ่งไปหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ลู่หานกอดอกยืนมองว่าคนตัวเล็กจะทำอะไรอีก

                “คุณลุงครับเช่าจักรยานหน่อยครับ” แบคฮยอนพูดกับคุณลุงที่เฝ้าตรงร้านเช่าจักรยาน

                “เอาแบบไหนละหนู มาคนเดียวก็เอาแบบฟิกเกียร์ซิปั่นสบายดี  2ชั่วโมง 3000วอน” คุณลุงตอบ ก่อนจะเดินไปจูงจักรที่จอดเรียงกันหลายคันออกมาให้แบคฮยอน

                “ไม่เอาครับ ผมขอแบบปั่นเป็นคู่นะครับคุณลุง” แบคฮยอนโบกมือปฏิเสธพัลวัน พร้อมกับบอกจุดประสงค์ของตัวเองกับคุณลุงเจ้าของร้านไป

 

                “หือ?? มากับแฟนหรอ? ได้ๆเดี๋ยวลุงไปเอามาให้” คุณลุงสรุปเองเสร็จสรรพสงสัยแฟนรออยู่ที่อื่น

                คุณลุงเดินเอาจักรยานที่จูงออกมาทีแรกไปเก็บแล้วจูงเอาจักรยานที่ปั่นเป็นคู่ออกมาให้เจ้าหนูตัวเล็ก

                “อ๊ะ! คันนี้ 2ชั่วโมง 5000วอน” คุณลุงเจ้าของร้านบอก

                แบคฮยอนจูงจักรยานมาต่อจากคุณลุงเจ้าของร้าน

                “ขอให้สนุกกับแฟนนะเจ้าหนู” คุณลุงพูดทิ้งท้ายก่อนแบคฮยอนจะจูงจักรยานไป  

                “ป..เปล่าครับ ไม่ใช่แฟนๆ” แบคฮยอนต้องรีบปฎิเสธ เมื่อเห็นว่าลู่หานยืนมองเขายิ้มๆอยู่และคงจะได้ยินที่คุณลุงพูด

 

                คุณลุงไม่ได้ตอบอะไรส่งยิ้มให้ออกแนวล้อเลียนว่าไม่ต้องอายหรอกหนู ลุงรู้ดี อะไรประมาณนั้น

 

                “ว่าไงครับแฟน อยากจะปั่นจักรยาน?” ทันทีที่อีกคนจูงจักรยานเข้ามาหาตัวเอง  พอเห็นท่าทางเขินอายจากคำพูดของลุงเจ้าของร้าน

                “คุณลู่หาน!!” แบคฮยอนยกมือขึ้นตีที่อกของอีกคนแรงๆด้วยความอาย

                “คุณลุงเขาเข้าใจผิดไปเอง ไม่ยอมฟังผมเลย” แบคฮยอนคว่ำปากหน้างอด้วยความไม่พอใจ

                “ก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย ร้อนตัวหรอเรา?” ลู่หานยังคงพูดแกล้งให้คนตัวเล็กได้ส่งกำปั้นเล็กไปทุบที่แขนอีกหมัด

                แบคฮยอนเบะปากใส่ก่อนจะก้าวขาขึ้นไปนั่งบนเบาข้างหน้า

                “ขึ้นมาวิครับ นี่ก็จะเย็นแล้วเดี๋ยวฟ้ามืดซะก่อน ผมอยากปั่นจักรยาน” แบคฮยอนบอกลู่หานที่ยังยืนกอดอกไม่ยอมขยับเขยื้อน

                “ทำไมไม่ให้ฉันปั่นข้างหน้า ให้ปั่นข้างหลังมันดูเหมือนฉันเป็นผู้ตามนายเลยนะ” ลู่หานพูดอย่างขัดใจ ก็ปกติผู้ชายต้องปั่นข้างหน้าใช่ไหม? แล้วทำไมเขาต้องมาปั่นข้างหลัง ถึงคนตัวเล็กจะเป็นผู้ชายก็เถอะ แต่คนตัวเล็กนี่ก็ตัวเล็กกว่าเขานะ อีกอย่างคนตัวเล็กต้องเป็นผู้ตามซิจริงไหม? (ตรรกะอะไรของพี่ลู่)

                “ถ้าคุณลู่หานปั่น คนอื่นคงมองผมแปลกพอดี ถึงตอนนี้ทุกคนจะคิดไปแล้วว่าผมแปลกก็เถอะ” แบคฮยอนบอกเหตุผลกับอีกคน

                เขาสังเกตเห็นว่าคนที่ผ่านๆเขาไปมองเขาด้วยสายตาแปลกๆหลายคน เขารู้ดีว่าทุกคนคงคิดว่าเขามายืนพูดอะไรอยู่คนเดียว ยื้อยุดฉุดอะไรอยู่กับอากาศว่างเปล่า ทำเหมือนกำลังพูดคุยอยู่กับใครซักคนทั้งๆที่รอบตัวก็มีแค่เขาคนเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณลุงที่ร้านเช่าจักรยานเมื่อกี้ที่ตอนนี้ก็มองมาทางเขาด้วยเหมือนกัน

                แต่ใครสน บอกแล้ววันนี้แบคฮยอนจะดื้อ ยังไงๆเราก็ไม่รู้จักคนอื่นอยู่แล้วอย่าไปแคร์

                สายตาคนอื่นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ง้อคนขี้งอนก่อน

                “ถ้ามันลำบากงั้นก็ปั่นไปคนเดียวเลยเถอะ ฉันไม่ไปก็ได้” ลู่หานว่า ทำท่าจะหนีไปแบคฮยอนจึงต้องรีบรั้งแขนของคนขี้งอนไว้

                “อย่างอนซิครับ” แบคฮยอนส่งตาละห้อยไปหาคนตัวโต

                “ให้ผมปั่นข้างหน้านะครับ แล้วคุณลู่หานมาปั่นข้างหลัง” แบคอยอนพูดอ้อนๆ “นะครับ”

                ลู่หานมองท่าทางของคนตัวเล็กที่เหมือนหมากำลังอ้อนเจ้าของด้วยสายตาบ๊องแบ๊ว ขมวดคิ้วมุ่นเงียบคิดอยู่ซักพักจึงยอมก้าวขาขึ้นไปนั่งตรงเบาะส่วนปั่นจักรยานคู่ส่วนหลัง

                แบคฮยอนยิ้มกว้างก่อนจะ-ออกแรงปั่นจักรยานออกไป

                แต่....

 

 

                มันปั่นง่ายๆที่ไหนจักรยานคู่เนี่ย

                แบคฮยอนพยายามปั่นไปประคองจักรยานไป คนตัวโตที่อยู่ข้างหลังก็โวยวายเพราะแบคฮยอนบังคับจักรยานเอียงไปเอียงมาจะล้มอยู่แล้ว

                “ย๊า! ไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานตะคอก เมื่อแบคฮยอนปั่นไปแล้วก็ทำท่าจะล้มจนต้องรีบเอาขาลงยันไว้กับพื้นเพราะกลัวจะได้ล้มลงไปกันทั้งคู่

                “คุณลู่หานอย่าตะคอกผมซิ ผมตกใจนะครับ!” แบคอยอนหันมายู่ปากใส่อีกคน

                “ก็ดูปั่นเข้าพึ่งออกมาจากที่เดิมไม่ถึงร้อยเมตรด้วยซ้ำแล้วเมื่อไหร่จะปั่นได้รอบสวนซะทีห๊ะ!” ลู่หานว่า

                “ก็กำลังพยายามอยู่ มันปั่นยากนี่ครับ! จะตะคอกทำไมเล่า” แบคฮยอนพองแก้มกอดอกหันไปมองหน้าคนที่อยู่ข้างหลังอย่างไม่สบอารมณ์

                คุณลู่หานก็คุณลู่หานเถอะงานนี้

                “ไม่ต้องมาทำงอน หันไปตั้งใจปั่นนู้น” ลู่หานเอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากคนตัวเล็กให้หันกลับไปตั้งใจปั่นจักรยานข้างหน้าต่อ

 

                แบคฮยอนตั้งท่าก่อนจะออกแรงปั่นจักรยานอีกครั้งลู่หานเองก็ช่วยประคองให้คนตัวเล็กข้างหน้าปั่นไปได้ดีๆ ทุรักทุเรอยู่ซักพักก็เป็นอันสำเร็จ จักรยานคู่ของลู่หานกับแบคฮยอนก็เริ่มปั่นได้ตรงๆซักที

                “เห็นไหมละครับ แบคเก่งใช่ไหมละ?” แบคฮยอนหันมาส่งยิ้มกว้างส่งให้ลู่หานด้วยความดีใจที่สุดท้ายก็ปั่นได้ซักที เผลอแทนตัวเองด้วยชื่อ จนลืมไปว่าคนที่ตัวเองพูดด้วยคือลู่หาน

                ก็แบคฮยอนดีใจนี่นา เขาคิดไว้ว่าถ้ามีแฟนอยากจะมีเดทด้วยการปั่นจักรยานคู่ในสวนสาธารณะมันดูน่ารักดีไม่ใช่หรอ? ถึงคนข้างหลังตัวเองตอนนี้จะไม่ใช่แฟน แต่อย่างน้อยคุณลู่หานก็คือคนที่แบคฮยอนชอบล่ะนะ ถึงจุดประสงค์จริงๆที่ชวนคุณลู่หานออกมาข้างนอกคืออยากให้คุณลู่หานอารมณ์ดีขึ้นก็เถอะ ถือเป็นผลพลอยได้ของแบคฮยอนแล้วกันนะ

                แบคฮยอนคิดแล้วก็ยกยิ้มกว้างกับตัวเอง

                “มัวแต่ยิ้ม หันไปมองข้างหน้านู่นไปจะชนต้นไม้อยู่แล้ว” ลู่หานพยักพเยิดหน้าให้แบคฮยอนหันไปมองทางข้างหน้าที่ตอนนี้จักรยานเริ่มเอียงเข้าข้างทางจะไปชนเข้ากับต้นไม้อยู่แล้ว

                ลู่หานยกยิ้มขึ้นมากับท่าทางน่ารักๆของคนตัวเล็ก รู้สึกเอ็นดูมากอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

 

 

 

               

                ปั่นจักยานกันรอบสวนอยู่นานเป็นชั่วโมงจนตอนนี้ฟ้าเริ่มจะมืดตะวันก็ใกล้จะตกดินแล้ว แบคฮยอนกับลู่หานจึงเลือกมานั่งที่ม้านั่งยาวข้างสระน้ำภายในสวนสาธารณะหลังจากเอาจักรยานไปคืน

 

                “กินไหมครับ?” แบคอยอนเอ่ยชวนลู่หานกินขนมสายไหมที่ตัวเองซื้อมาตอนที่เดินผ่านหลังเอาจักรยานไปคืน

                “กินไปเถอะ” ลู่หานบอกปัด แบคฮยอนจึงหันกลับมากัดกินสายไหมในไม้ไม่ได้เซ้าซี้อะไรคนข้างๆต่อ

                ทั้งคู่นั่งอยู่ตรงม้านั่งในสวนกันอย่างเงียบๆ ลู่หานที่ดูเหมือนจะดูดีขึ้นตอนที่ปั่นจักรยานเมื่อกี้ตอนนี้ก็กลับมาจมอยู่กับความคิดตัวเองอีกครั้ง  เหม่อมองไปข้างหน้าที่มีฉากประกอบเป็นสระน้ำและท้องฟ้า ที่แสงอาทิตย์ค่อยๆลาลับขอบฟ้าลงไป

                แบคฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก นั่งกินสายไหมในมือเงียบๆจนสุดท้ายก็หมดไปแต่ลู่หานก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาอยู่ดี แบคฮยอนอยากจะถาม อยากจะให้คนที่นั่งข้างๆตัวเองพูดอะไรออกมาบ้าง เขารู้ดีว่าคนข้างๆนี้กำลังคิดมากไม่รู้ด้วยเรื่องอะไร แต่เขาไม่ชอบเลยที่คุณลู่หานมีท่าทางเชื่องซึม จมอยู่แต่กับตัวเองแบบนี้

                นั่งกันไปเรื่อยๆ  ผู้คนที่เคยเดินเล่นภายในสวนก็ค่อยๆหายไปเรื่อยๆ จนเริ่มจะไม่หลงเหลือผู้คนแล้วเนื่องจากหน้านี้อากาศช่วงดึกๆจะเริ่มเย็นขึ้นมากในตอนดึกๆ

                “มีอะไรที่พอจะระบายให้ผมฟังได้หรือเปล่าครับ?” แบคฮยอนที่เงียบอยู่นานก็ตัดสินใจถามคนข้างๆไป ที่แบคฮยอนพาลู่หานออกมาข้างนอกก็เพื่อเผื่ออีกคนจะดีขึ้นบ้าง

                ลู่หานหันมามองสบตาแบคฮยอนแป๊บนึงก่อนจะหันกลับไปมองตรงออกไปข้างหน้าอีกครั้ง

 

                “ไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานเอ่ยเรียกคนข้างๆทั้งๆที่สายตายังจดจ้องไปที่ภาพสระน้ำและท้องฟ้าข้างหน้า

                “ครับ?” แบคฮยอนขานรับมองจ้องคนข้างๆตัวเพื่อรอฟังสิ่งที่อีกคนจะพูด

                “นายคิดว่า.. ฉันจะกลับเข้าร่างได้จริงๆใช่ไหม?” ลู่หานพูดสิ่งที่ตัวเองครุ่นคิดในรอบหลายวันมานี้ออกมา

                “ได้ซิครับ ตอนนี้คุณอาจจะยังอยู่แบบนี้แต่เดี๋ยวคุณก็จะต้องได้กลับเข้าร่างคุณแน่ๆ เพียงแค่เราต้องรอเวลาเท่านั้น ผมเชื่ออย่างนั้นครับ” แบคฮยอนเอียงหันตัวเองให้หันไปทางลู่หานแล้วพูดตอบคำถามของลู่หานไปอย่างมั่นใจ

                เขาเชื่อว่าคุณลู่หานต้องกลับเข้าร่างไปได้แน่ๆ ตอนออกยังออกมาได้ทำไมตอนเข้าจะเข้าไปไม่ได้ เพียงแค่เราต้องรอเวลานั้น

                “ฉันก็เคยเชื่ออย่างนั้นจนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ฉันกลับไปเห็นร่างตัวเองที่นอนแน่นิ่งร่างกายซีดเซียว ฉัน... “ ลู่หานนิ่งเว้นวรรคคำพูดต่อไปของตัวเองก่อนจะเอ่ยออกมา

                “ฉันก็ไม่มีความมั่นใจกับสิ่งที่ฉันคิดมาตลอดซะแล้ว” ลู่หานยังพูดทั้งๆที่ไม่ได้หันมามองหน้าแบคฮยอนเลย เอาแต่มองไปที่ภาพวิวข้างหน้า

                “นายว่าฉันจะเหมือนกับภาพตรงหน้าตอนนี้ไหม?” ลู่หานหันหน้ามามองแบคฮยอนแล้วถามขึ้น ก่อนจะหันไปมองสิ่งที่ตัวเองพูดถึง

                 “ภาพของท้องฟ้าที่ดูมืดมน ก่อนหน้านี้มันยังมีแสงอาทิตย์ แต่สุดท้ายแสงนั้นก็ค่อยๆหายไป เคยมองเห็นท้องฟ้า มองเห็นสระน้ำ มองเห็นต้นไม้ข้างหน้า แต่ตอนนี้ฉันมองแทบจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสีดำ” ลู่หานเหม่อมองออกไปอย่างหมดแรง

                “ไม่เหมือนครับ” แบคฮยอนตอบอย่างมั่นใจ จนลู่หานต้องหันกลับมามองหน้าแบคฮยอนสงสัยกับคำตอบที่แบคฮยอนตอบตัวเองมา

                “ทำไม?”

                “ก็คุณลู่หานไม่ได้มืดมน ไม่ได้เหลือแค่สีดำ แสงของคุณก็ไม่ได้หนีไปไหนหรือหายไปไหน มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่ง ตอนนี้พระอาทิตย์อาจจะหายไปจนท้องฟ้ามืดดำ แต่อีกไม่นานมันก็จะเช้าพระอาทิตย์ที่เคยให้แสงมันก็จะกลับมา” แบคฮยอนมองสบตาของลู่หานที่มองตัวเองนิ่งร่ายยาวสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปให้อีกคนรับฟัง

                “ถึงแม้ว่าตอนกลางคืนจะมืดมนเพราะไร้อาทิตย์ แต่มันก็ยังมีดวงจันทร์ประดับท้องฟ้า มีดวงดาวรายรอบดวงจันทร์ เสียงไฟตามท้องถนนก็ยังช่วยให้เรามองเห็นสระน้ำ มองเห็นต้นไม้ที่ประดับรายรอบได้” แบคฮยอนทำใจกล้าขยับเข้าไปใกล้ลู่หานดึงอีกคนที่มองจ้องตัวเองอยู่เข้ามากอดหลวมๆ ยกมือขึ้นลูบหลังอีกคนเบาๆคลอไปกับคำพูด

                “ตอนนี้คุณอาจจะเหมือนท้องฟ้ามืดดำ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผม แฟนคลับคุณ และคนที่คุณรักแล้วก็รักคุณยังจะคอยเป็นดวงจันทร์ คอยเป็นดาว หรือแม้กระทั่งแสงไฟประดับข้างถนน เพื่อส่องแสงให้ท้องฟ้าไม่โดดเดี่ยวนะครับ คุณลู่หานที่ผมรู้จักเขาเข้มแข็งมาก ผมรู้ว่าเขาต้องผ่านความมืดดำของท้องฟ้าในยามกลางคืนไปได้แน่นอน”  แบคฮยอนพูดทุกสิ่งที่ตัวเองอยากจะบอกอีกคนไปจนหมด มือเล็กยังคอยลูบหลังปลอบโยนคนในอ้อมกอดเบาๆไปเรื่อยๆ

                ลู่หานพอได้ยินสิ่งที่คนตัวเล็กพูดก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงแค่ยกแขนที่เคยอ่อนล้าขึ้นกอดคนตัวเล็กแน่นซบหน้าที่เคยอ่อนแอ หัวสมองที่เคยหนักอึ้งของตัวเองแนบลงไปกับลาดไหล่เล็ก หลับตาตัวเองลงเพื่อพักเหนื่อยแล้วปลดปล่อยทุกสิ่งที่คิดมากหลายวันออกไปจากตัวเองกอดคนตัวเล็กเงียบๆอยู่แบบนั้นเนิ่นนาน

               

                ลู่หานผละออกมาจากอ้อมกอดของคนตัวเล็ก พร้อมกับยกมือขึ้นจับหน้าของแบคฮยอนเบาๆ มองลึกเข้าไปในดวงตาเล็กนิ่งๆ

                “ขอบคุณนะไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานยกยิ้มกว้างแสนอ่อนโยนพร้อมคำขอบคุณไปให้แบคฮยอน

                “ไม่เป็นไรครับ ก็ผมเป็นแฟนคลับคุรนี่นาลืมไปแล้วหรอครับ? ถึงผมจะเก็บอาการไว้ตลอดก็เถอะ ฮ่าๆๆ” แบคฮยอนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงร่าเริงกลบเกลื่อนความอาย เบือนหน้าหนีจากมือสวยของอีกคนหันไปมองทางอื่น หลบสายตาของคนตัวโตที่มองตัวเองมา สายตาอบอุ่นที่มันทำให้แบคอยอนหน้าแดงเถือกโดยอัตโนมัติ

                “ขอบคุณรับคุณแฟนคลับตัวเล็ก” ลู่หานยิ้มขำๆเอ็นดูกับท่าทางเขินอายของคนตัวเล็ก

                “ไหนคุณแฟนคลับหันมาทางนี้หน่อยซิครับ” ลู่หานพูดเอื้อมมือไปจับหน้าของอีกคนให้หันมามองตัวเองอีกรอบ

                แบคฮยอนยอมหันมาแต่ก็ยังไม่กล้าสบตาลู่หานอยู่ดี

                “มองตาด้วยซิ” ลู่หานออกคำสั่ง แต่แบคฮยอนก็ยังไม่กล้าหันมามอง

                “เร็ว” ลู่หานแกล้งพูดเสียงดุ แบคฮยอนยอมเบนสายตากลับมามองหน้าคนตัวโต

                “ดีมาก” ลู่หานเอ่ยชมคนตัวเล็ก “เดี๋ยวจะให้ร่างวัลแฟนคลับตัวเล็กสำหรับวันนี้นนะครับ” ลู่หานบอกยิ้มๆ

                “ครับ?” แบคฮยอนถาม เอียงคอมองอีกคนงงๆ “รางวัลอะไรครับ?”

               

 

 

                ลู่หานไม่ตอบแต่จัดการให้รางวัลคุณแฟนคลับตัวเล็กไป

                ปากหยักประกบลงไปบนปากของคนตัวเล็กกดจูบหนักๆลงบนริมฝีปากเล็กขบเม้มเบาๆลงบนกลบปากของคนตัวเล็กสลับกันทั้งบนและล่างก่อนคนตัวโตจะใช้ลิ้นเลาะเล็มไปตามกลีบปากบางเป็นการเปิดทางให้ลิ้นของตัวเองได้เข้าไปควานหาความหวานภายในโพรงปากของคนตัวเล็ก

                แบคฮยอนที่ตกใจจนตาเล็กๆเบิกกว้างขึ้นอึ้งที่อีกคนจูบตัวเอง ทำอะไรไม่ถูกสตั๊นซ์ไปนานมากก่อนจะเริ่มโอนอ่อนไปกับจูบที่ลู่หานมอบให้ตน เปิดทางของลู่หานได้เข้ามาสำหรับในโพรงปากหวาน

                ลู่หานละเลียดลิ้นไปตามริมฝีปากบางๆเรื่อยๆก่อนจะส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานเมื่ออีกคนยอมเปิดทางให้ หยอกเย้ากับลิ้นบางๆของคนตัวเล็กเลาะเล็มไปทั่วโพรงปากหวานตักตวงเอาลมหายใจของคนตัวเล็กมาจนหมดก่อนจะผละออกไปเมื่อสัมผัสได้ว่าอีกคนใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว

 

                “แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” แบคฮยอนหอบตัวโยนกอบโกยเอาอากาศรอบตัวเข้าไป พยายามรวบรวมสติของตัวเองกลับมาแต่ก็ไม่เป็นผล สายตาเจ้ากรรมสบเข้ากับอีกคนที่มองตัวเองยิ้มๆ ไม่ได้มีอาการเขินอายแบบที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้เลย แบคฮยอนต้องรีบถอยตัวออกไปจนชิดกับพนักพิงแขนอีกฝั่ง ก้มหน้าหงุดหลบดวงตาของคนที่นั่งยิ้มอยู่

                “ปากเลอะแน่ะ” ลู่หานขยับตามเข้ามายกมือขึ้นเช็ดมุมปากบางของคนตัวเล็กที่มีหยาดน้ำเลอะออกมาหน่อยๆ ทำเอาแบคฮยอนที่หน้าแดงอยู่แล้ว แดงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

                “ก..กลับ กลับ ก..กันเถอะครับ” แบคฮยอนรีบลุกขึ้นแล้วเดินเร็วๆหนีคนที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาในตอนนี้ทะลุปรอทไป

                นี่คุณลู่หานกำลังแกล้งเขาอยู่หรือไงกัน

                คุณหัวใจทนต่อไปให้ได้นะครับ  แบคฮยอนยกมือขึ้นกุมบริเวณหน้าอกที่ตรงกับหัวใจของตัวเองแล้วเอ่ยปลอบโยนหัวใจตัวเองที่เต้นถี่จนเจ้าตัวกลัวว่ามันจะหลุดออกมาข้างนอก

 

 

 

 

 

 

 




.+.+.+.+.+.+.+

ไม่มีอะไรมากแค่อยากบอกว่า
อีพี่ลู่ออกลายจร๊า
อ่านให้สนุกนะคะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์เน้อ

พูดคุยติดแท็ก #Ficsuptar
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #80 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 09:34
    หวานนนนนนนนน
    #80
    0
  2. #58 RellaNista (@rellanista) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 22:48
    สวีทกันไปม้ายยยยยย ไฟท่วมตาล่ะค่าาาาา 55555
    #58
    0
  3. #54 kade1980 (@beebamboo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 11:46
    พี่ลู่ครั้งนี้ไม่ได้แกล้งน้องช่ายมั้ย
    #54
    0
  4. #53 ริลัคหานมะ (@kek-kk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 10:52
    ง้างงง จูบละมุนมากกก *จิกหมอน* น่ารักฝุดๆ รอน้า พี่ลู่แบบ -..-
    #53
    0
  5. #51 sherline (@numtiii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 02:24
    วุ้ววว พี่ลู่มันร้ายยย ซึ้งๆยังแอบแต๊ะอั๋งน้องได้ โง๊ะะะ
    #51
    0
  6. #50 PuppyBH (@fiasmaxim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 02:20
    โอยยยย ~ อิพี่ลู่มันร้ายยย กรี๊ดดด
    #50
    0
  7. #49 poolll_ttt (@pepoooiiiza) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 23:43
    โอ๊ยเขินนนนนนนไม่ไหวแล้วๆ พี่ลู่จูบแบคโอ๊ย น้องจะไม่ทนค่าาาาาา
    #49
    0