[FIC] LuBaek Sup'tar Ghost

ตอนที่ 4 : =Sup'tar Ghost= Chapter THREE 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.ย. 57

Couple: Luhan X Baekhyun
Author: AngelF








 





THREE














 


 

 

                แบคฮยอนมาหยุดยืนอยู่หน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งแถบชานเมืองของกรุงโซล ยืนถอนหายใจอยู่อย่างนี้ซักพักแล้ว พยายามรวบรวมแรงใจเพื่อเข้าไปเจอผู้จัดการตัวขาวของลู่หาน แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเดินเข้าไปซักที ลำบากถึงคุณผีสุดหล่อที่เกาะติดมาด้วย

                “มาเถอะ ยืนจ้องอยู่แบบนี้ไอ้ซูโฮคงมีญาณรับรู้ได้หรอกว่านายมาน่ะ” ลู่หานเข้าไปดึงแขนของร่างเล็กให้เดินตามตัวเองเพื่อจะเข้าไปข้างใน ลู่หานดันหลังคนตัวเล็กให้ เข้าไปตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

 

                “บอกเขาไปซิ เร็ว!” ลู่หานพูดเร่งอีกคน ที่ยังยืนเก้ๆกังๆอยู่

                “เอ่อ.. ค..คือ คุณครับ ช่วยแจ้งคุณซูโฮ ห้อง 1309 ให้หน่อยได้ไหมครับว่ามีคนมาขอพบ” แบคฮยอนพยายามควบคุมตัวเองให้ดูปกติที่สุด เขาต้องมาเพื่อเล่าเรื่องทุกอย่างให้คุณซูโฮฟัง ตั้งแต่ที่เขาตามคุณลู่หานจนเจอตอนเกิดอุบัติเหตุและตอนนี้ที่เขาสามารถมองเห็นคุณลู่หานได้ แบคฮยอนบอกเลยว่าเขาไม่มั่นใจเอามากๆ กลัวคุณซูโฮไม่รับฟังแล้วหาว่าเขาบ้า แล้วถ้าคุณซูโฮโกรธเรื่องทำให้คุณลู่หานเป็นแบบนี้ มีหวังทั้งโรงพยาบาลบ้า ทั้งคุก แบคฮยอนคงได้เข้าซักอย่างนี้แน่ๆ

แล้วไหนจะคุณลู่หานอีก ถึงตอนนี้จะกลายเป็นผี เอ้ย! วิญญาณที่ออกจากร่าง(คุณลู่หานห้ามเรียกว่าผี -__-) แต่ความหล่อก็ไม่ได้ลดลงเลย ทำเอาอาการเขินที่พึ่งคิดได้ว่าควรมีก็กลับมาอีกครั้ง (ก่อนหน้านี้แกพึ่งร้องไห้ที่เขาเป็นผีนะแบคฮยอน)

 

                “คุณซูโฮให้ถามว่าใครขอพบคะ? ประชาสัมพันธ์เอ่ยถาม เมื่อต่อสายไปหาห้องที่ผู้ชายตัวเล็กตรงหน้าตนเองบอก

                “เอ่อ... “ แบคฮยอนลังเลอยู่ซักพัก ก็มีเสียงผีกระซิบบอกอยู่ข้างหู (พี่ลู่จะเปลี่ยนจากผีซุปตาร์เป็นพรายกระซิบซินะ)

                “ช..ชื่อ ยูเซอีครับ แฮ่ๆ” แบคฮยอนเอ่ยชื่อแล้วก็ต้องยิ้มแหยๆ เกาท้ายทอยแก้เก้อไป เพราะชื่อที่เอ่ยไปมันเป็นชื่อผู้หญิง ทำเอาประชาสัมพันธ์มองแบคฮยอนกลับด้วยสายตาแปลกๆ แบคฮยอนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

                “คุณลู่หานคิดออกแค่ชื่อนี้หรือไงครับ” แบคฮยอนแอบเผลอส่งค้อนให้คุณผีสุดหล่อไป

                “เอาน่า รับรองถ้าชื่อนี้ไอ้ซูโฮลงมาแน่ เชื่อมือฉันน่าไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานตบบ่าแบคฮยอน เบาๆ แบคฮยอนเบะปากอย่างไม่ค่อยพอใจ  โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าประชาสัมพันธ์กำลังมองแบคฮยอนที่เหมือนยืนคุยอยู่คนเดียวอยู่ แบคฮยอนหันมาเจอก็ต้องรีบแกล้งทำเป็นเหมือนปกติ

                ฮื่ออออ แบคฮยอนจะกลายเป็นคนบ้าในสายตาคนอื่นแล้วใช่ไหม?

                “คุณซูโฮบอกว่าอีกสักพักจะลงมาคะ” ประชาสัมพันธ์บอกก่อนจะหันกลับไปสนใจงานของตัวเอง

 

 

 

 

 

                “อ้าว! เด็กคนนั้นนี่” ซูโฮเอ่ยขึ้นมา เมื่อเห็นหน้าแบคฮยอนที่นั่งรออยู่

                “แล้วไหน ยูเซอี” ซูโฮถามต่อด้วยความสงสัย

 

                “ค..คือ ม..ไม่มีหรอกครับ ผมแค่อยากพบคุณซูโฮ ขอโทษนะครับที่โกหกคุณ” แบคฮยอนก้มหัวขอโทษซูโฮ

                “อ่า.. ไม่เป็นไร ฉันก็ตกใจคิดว่าเซอีมาจริงๆ แล้วนายมีธุระอะไรกับฉันหรอ?” ซูโฮเอ่ยถาม ก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแบคฮยอน

 

                “เอ่อ.. ผมไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ค..คือ..” แบคฮยอนเว้นวรรคเพื่อรวบรวมคำพูดต่างเพื่ออธิบายให้ซูโฮเข้าใจ  ส่วนลู่หานที่นั่งอยู่ข้างๆแบคฮยอนก็เอาแต่เร่งให้แบคฮยอนรีบบอกไป ขัดใจที่คนตัวเล็กเอาแต่อ้ำๆอึ้งๆไม่บอกซะที

                “นี่! มัวรออะไรอยู่บอกไปซิไอ้ตัวเล็กกก” ลู่หานเอ่ยเร่ง แบคฮยอจึงได้แต่หันไปส่งค้อนวงใหญ่ให้ลู่หาน

                “ก..ก็ผมกำลังจะพูด” แบคฮยอนเสียงสั่นไป เมื่อพึ่งคิดได้ว่าคนข้างๆที่เอ่ยเร่งตัวเองคือลู่หาน

                “นาย... เป็นอะไรหรือเปล่า?” ซูโฮที่เห็นท่าทางแปลกๆของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของตัวเองจึงถามออกไป

                “อ๊ะ! ป..เปล่าครับ คือ... ผม...” แบคฮยอนเอ่ยปฏิเสธออกไปก่อนจะรวบรวมสติตัวเองให้กลับมาอีกครั้ง เลิกสนใจคนข้างๆที่ยังบ่นเขาไม่เลิกอยู่ 

 

                “ผม.. ผมไม่รู้ว่าคุณซูโฮจะคิดยังไงนะครับ คุณต้องหาว่าผมสติไม่ดีแน่ๆ แต่คือ... ผ..ผม... ผมมองเห็นคุณลู่หานครับ”  แบคฮยอนตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด ซูโฮพอได้ยินก็ขมวดคิ้วมุ่น

                “ก็ไม่เห็นแปลก ทำไมนายจะต้องมองไม่เห็นมันละ มันก็นอนอยู่โรงพยาบาลนั่นไง ยังไม่ได้หายไปไหนซะหน่อย” ซูโฮพูดออกมา เรื่องแค่นี้ถึงกลับต้องมาหาเขาถึงคอนโดเลยหรือไงกัน?

 

                “ฉันพึ่งรู้ว่ามีเพื่อนเป็นคนซื่อบื้อพอๆกับนายนะไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานมองหน้าซูโฮ ก่อนจะมากระซิบพูดกับแบคฮยอน  คือไม่ต้องกระซศิบก็ไม่มีใครได้ยินคุณลู่หานหรอกครับ แบคฮยอนอยากจะบอกอีกคนมาก

 

                “คือ มันไม่ใช่แบบนั้นครับ คือผมมองเห็นวิญญาณของคุณลู่หาน ผม...” แบคฮยอนกำลังจะพูดต่อ แต่ก็โดนซูโฮพูดขัดขึ้นมาซะก่อน

                “นายจะบ้าหรือไง ! ถึงนายจะเป็นคนที่พามันไปโรงพยาบาลฉันก็ไม่ชอบใจหรอกนะที่ต้องมานั่งฟังเรื่องหลอกเด็กประถมน่ะ” ซูโฮพูดก่อนตั้งท่าจะลุกออกไปจากตรงนี้

                “ค..คุณซูโฮครับ เดี๋ยวก่อน!” แบคฮยอนรีบลุกไปดึงแขนซูโฮไว้

                “ปล่อย” ซูโฮพูดเสียงนิ่ง ส่งสายตาให้แบคฮยอนรีบปล่อยมือตัวเองออก

 

                “ต..แต่.. ฟังผมก่อนนะครับ ผ..ผมมองเห็นคุณลู่หานจริงๆ นะครับ! แค่แป๊บเดียวก็ได้ ผมขอ5นาที ผมอยากจะพิสูจน์” แบคฮยอนส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ซูโฮ ซูโฮจ้องแบคฮยอนอยู่ซักพักจึงยอมกลับไปนั่งลงที่เดิม

 

                “5นาที นายขอมาแค่นั้น ฉันไม่มีเวลามาฟังเรื่องโจ๊กของเด็กแบบนายนานหรอกนะ” ซูโฮบอกเป็นเชิงอนุญาตให้แบคฮยอนพูดได้ แบคฮยอนหันไปสบตาลู่หานแป๊บนึงก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ต่างๆ

                “ผมพึ่งเจอคุณลู่หานตอนที่ผมไปที่ที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วผมเจอคุณลู่หาน ตอนนั้นผมก็ตกใจมากที่จู่ๆคุณลู่หานที่ใครๆก็รู้ว่านอนหลับอยู่ที่โรงพยาบาลออกมาเดินข้างนอกได้ แล้วผมก็ได้รู้ว่าจริงๆแล้วนี่ไม่ใช่คุณลู่หาน ไม่ซิ! เป็นคุณลู่หาน แต่ไม่ใช่เวอร์ชั่นมนุษย์ ตอนนี้คุณลู่หานก็นั่งอยู่ข้างๆผม จริงๆนะครับ” ประโยคหลังแบคฮยอนพูดย้ำกับซูโฮเพื่อหวังให้อีกคนเชื่อเรื่องที่ตัวเองเล่ามาทั้งหมด

                “ไหนล่ะไอ้ลู่นน่ะ ทำไมฉันมองไม่เห็นมัน?” ซูโฮทำท่ามองหาลู่หาน “เหอะ! กับการที่นายแค่เดินมาแล้วบอกว่า นายมองเห็นไอ้ลู่ที่จริงๆตอนนี้มันนอนนิ่งไม่ขยับอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วฉันจะเชื่อนายนะ นายควรกลับไปคิดใหม่” ซูโฮตอบกลับหน้านิ่ง

                “ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายหวังอะไร แต่ฉันบอกไปแล้วว่าฉันไม่ตลกด้วย แค่เพื่อนฉันมันนอนหลับแน่นิ่งอยู่โรงพยาบาลฉันก็ไม่พอใจมากแล้ว นาย!... เลิกพูดเรื่องนี้แล้วกลับไปซะ” ซูโฮพูดประโยคยืดยาวก่อนจะตัดจบโดยการไล่แบคฮอนกลับไป

 

                “ต..แต่.. “ แบคฮยอนกำลังจะค้าน แต่ซูโฮก็ยกมือขึ้นห้ามไว้ เพื่อห้ามไม่ให้แบคฮยอนพูดอะไรออกมาอีก

                 อ่า... เหมือนกันไม่มีผิด ทั้งคุณลู่หาน ทั้งคุณซูโฮ ไม่ฟังคนอื่นเลย

 

                “นี่!” ลู่หานที่นั่งเงียบข้างแบคฮยอนอยู่นานสะกิดเรียกแบคฮยอนให้หันมาสนใจตัวเอง  ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับคนตัวเล็ก

                หลังจากที่เขานั่งฟังแบคฮยอนพูดกับเพื่อนตัวขาวของเขา เขาก็รับรู้ได้แล้วว่า นอกจากเพื่อนเขาจะซื่อบื้อพอๆกับไอ้ตัวเล็ก มันยังใจแข็งไม่เชื่อใครง่ายๆซะด้วย  งั้นถ้าพูดอะไรออกไปก็อย่าว่ากันนะเพื่อน

 

                “อ..เอ่อ..”  แบคฮยอนกลับมาอึกอักอีกครั้งเมื่อได้ฟังสิ่งที่ลู่หานสั่งให้ตนพูด “ค..คุณลู่หานบอกว่า ชื่อที่บอกคุณไปก่อนหน้านี้ ยูเซอี ค..คือ.. รักแรกของคุณซูโฮที่ไม่สมหวัง ร..หรอครับ?” แบคฮยอนเล่าเป็นเชิงประโยคคำถามส่งไปให้ซูโฮ ซูโฮที่นั่งนิ่งอยู่ถึงกลับต้องมองหน้าแบคฮยอนตาโต

 

                “ล..แล้วไง? จะบอกว่าลู่มาจากไอ้ลู่ แล้วฉันจะเชื่อหรือไง?” ซูโฮยังคงยืนกรานไม่ยอมเชื่อคำพูดของแบคฮยอนต่อไป ถึงใจจะเริ่มเอนเอียงไปบ้างแล้วก็เถอะ

                “คุณซูโฮพยายามสารภาพรักผู้หญิงที่ชื่อเซอีตอนวันวาเลนไทน์ตอนคุณอยู่ม.ปลายปี2 พยายามทำคุกกี้ไปให้” แบคฮยอนฟังลู่หานไปพูดไปในสิ่งที่ลู่หานเล่ามา

                “แต่ก็ไม่ได้เอาให้เพราะคุณเซอีมีแฟนไปก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน..” แบคฮยอนพูดจบก็รอดูสีหน้าซูโฮ แต่ดูเหมือนอีกคนก็ยังลังเลอยู่

                “อ..เอาจริงหรอครับ?” ประโยคนี้แบคฮยอนไม่ได้พูดกับซูโฮแต่เป็นคุณผีสุดหล่อที่ทำตัวเป็นพรายกระซิบอยู่นี่ต่างหาก

                 “มันออกจะดูหน้าอายไปหน่อยไหมครับ?” แบคฮยอนพยายามจะถามความเห็นของลู่หานเกี่ยวกับเรื่องที่ลู่หานพึ่งบอกมาอีกเรื่องเมื่อกี้ แต่ก็ได้คำตอบจากการพยักหน้าของลู่หาน

 

                “ค..คุณซูโฮเคย เอ่อ..” แบคฮยอนเว้นวรรคเพราะก็อายที่จะพูดเหมือนกัน “ช...ช่วย...” แบคฮยอนปิดหน้าด้วยความเขินยากที่จะพูดเรื่องนี้ออกไป

 

                “พอ! ไม่ต้องพูด! ฉันต้องไปที่อื่นแล้ว ไม่มีเวลาว่างมาฟังนายหรอกนะ อีกอย่างนี่มันเกิน5นาทีแล้ว ฉันไปละ”

ซูโฮพูดจบก็เดินหนีออกไปไม่ยอมฟังเสียงแบคฮยอนเรียกไว้อีกครั้ง

 

                “ฉันก็บอกนายแล้วไงไอ้ตัวเล็กให้บอกเรื่องนี้ไปๆ เรื่องนี้มีแค่ฉันเลยนะที่รู้เรื่องมันอ่ะ โถ่ว! เสียโอกาสหมด” ลู่หานบ่น กอดอกแสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

                “ก..ก็จะให้ผมพูดออกไปได้ยังไงครับ ม..มันน่าอายจะตายไป” แบคฮยอนปิดหน้าด้วยความเขินอาย เมื่อเผลอคิดถึงสิ่งที่ลู่หานเล่าให้ฟัง

                “ก็แค่มันเคยช่วยตัวเองตอนดูการ์ตูนเซล่ามูน? น่าอายยังไง?”

ลู่หานยังคงไม่เข้าใจว่าแบคฮยอนจะเขินอะไรนักหนากับเรื่องแค่นี้ ใครๆก็ต้องเคยช่วยตัวเองกันทั้งนั้น เพียงแต่กรณีของไอ้ซูโฮมันต่างออกไปนิดหน่อยแค่นั้น (นี่นิด?)

                “......” แบคฮยอนไร้ซึ่งคำพูด ได้แต่นั่งปิดหน้าที่แดงแจด้วยความอายของตัวเอง ทำไมคุณลู่หานพูดออกมาได้ไม่รู้สึกอายปากเลยนะแบคฮยอนไม่เข้าใจ

               

 

 

 

 

                “แล้วเราจะทำยังไงต่อละครับ?”  แบคฮยอนเอ่ยถามลู่หานออกมา เมื่อไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อจากนี้ ในเมื่อบอกคุณซูโฮแล้วก็ไม่เห็นว่าคุณซูโฮจะยอมเชื่อตัวเองเลย

                “ก็ไม่เอาไง เชื่อเถอะว่าฉันรู้จักเพื่อนฉันดีพอ อีก3วันนายค่อยกลับมาที่นี่อีก เชื่อใจลู่หาน จำไว้ไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานว่าพร้อมกับยกมือขึ้นดันหน้าผากคนตัวเล็กไปข้างหลังเบาๆ

                “อ่า... ก็ได้ครับ”  แบคฮยอนรับคำก่อนจะขับรถกลับไปคอนโดของตัวเอง

 

 

 

 

 

                “ผ..ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ลู่หานเอ่ยบอกกับคุณผีสุดหล่อที่นั่งจ๋องอยู่ที่โซฟา

                วันนี้หลังจากไปหาซูโฮมา แบคอยอนก็ตระเวนไปสอบสัมภาษณ์และสมัครงานตามที่ต่างๆที่ตัวเองดูไว้  ถึงเขาจะต้องช่วยคุณลู่หาน เขายังต้องช่วยตัวเองเหมือนกัน ทั้งค่าห้อง ค่ากินค่าอยู่ ลำพังแค่แม่ส่งมาให้บ้างไม่เท่าไหร่ เขาก็ต้องช่วยตัวเองไปด้วย

 

                หลังจากออกมาจากห้องน้ำ แบคฮยอนก็เอาอาหารแช่แข็งเข้าเวฟ เพื่อนำออกมากิน นานๆทีเขาจะทำอาหารด้วยตัวเอง ส่วนมากไม่อาหารแช่แข็งก็มาม่าเลย

 

                “กินแต่อาหารแช่แข็ง ระวังโรคจะถามหา” เสียงนุ่มดังมาจากข้างหลังแบคฮยอนที่ยืนรออาหารอยู่ แบคฮยอนสะดุ้งถอยหลังไปหลายก้าว เฮ้อ! ใจจะวายเอาซักวัน

 

                “คุณลู่หานอย่ามาเงียบๆได้ไหมครับ ผ..ผมตกใจ” ท้ายประโยคแอบสั่นไปนิดหน่อย เมื่อเผลอสบตากับคนที่จ้องตนเองอยู่ 

                “งั้นจะให้ฉันทำไง  พอคิดจะมาตรงนี้มันก็มาเองซะงั้น นี่งั้นคราวหลังจะพยายามร้องเพลงมาด้วยแล้วกันนะ โอเคนะ?”  ลู่หานตอบกลับไปกวนๆ ทำเอาแบคฮยอนหมดคำจะพูด ได้แต่หันกลับไปสนใจอาหารที่อยู่ในไมโคเวฟ

 

                “อ๋ออ นี่ยังไม่ถึงสองวัน นายกล้าเมินไอดอลของนายหรอ?” ลู่หานกอดอกขมวดคิ้วมองอีกคนอย่างไม่พอใจ

                “ป..เปล่านะครับ ก็ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อนี่ครับ” แบคฮยอนก้มหน้าหงอยๆที่โดนลู่หาน(แกล้ง)งอน

 

                “เหอะ! ถึงฉันจะเป็นวิญญาณอยู่ แต่ฉันก็ยังเป็นซุปตาร์นะ อย่ามาเมินฉันด้วยทีหลัง ไม่งั้นจะจับตีตูด” ลู่หานทำท่าขู่ งัดการแสดงตัวเองออกมาใช้ แกล้งทำเป็นโกรธคนตัวเล็ก ลอบยิ้มพอใจ พอเห็นท่าทางหงอยๆเหมือนลูกหมาแล้วก็อดที่จะแกล้งไม่ได้เลยจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

                “นี่! ไอ้ตัวเล็กเปิดหนังให้หน่อยซิอยากดูหนัง”

                “นี่! ไอ้ตัวเล็กอ่านหนังสือให้ฟังหน่อยอยากฟัง”

                “นี่! ไอ้ตัวเล็กทำไมห้องรกจัง”

                “นี่! ไอ้ตัวเล็กทำไมกินขนมเยอะจัง”

                “นี่! ไอ้ตัวเล็กทำไมตื่นสายจัง”

                “นี่! ไอ้ตัวเล็กและบลาๆๆ”

 

 

                เป็นประโยคตัวอย่างในหลายๆประโยคในรอบหลายวันมานี้ ที่แบคฮยอนมักจะได้ยินคำขึ้นต้นด้วย “นี่! ไอ้ตัวเล็ก” มาก่อนเสมอ จนแบคฮยอนที่ไม่ค่อยชอบให้ใครเรียกตัวเองว่าไอ้ตัวเล็ก เพราะเหมือนมันย้ำปมด้อยตัวเองยังไงยังงั้นเริ่มหงุดหงิด

 

               

                “นี่! ไอ้ตัวเล็ก...” ลู่หานที่กำลังจะพูดโดนแบคฮยอนพูดขัดขึ้นมาก่อน

                “คุณลู่หาน....” แบคฮยอนเรียกชื่ออีกคน กำลังจะพูดประโยคต่อไป แต่ก็โดนลู่หานยกมือขึ้นห้าม

                “ผู้ใหญ่พูดอยู่อย่าพึ่งขัดได้ไหม เป็นเด็กเป็นเล็ก ฉันไม่ชอบให้ใครพูดขัดเวลาฉันจะพูดหรอกนะ” ลู่หานบ่นยืดยาวไม่ยอมรับฟังว่าแบคฮยอนจะพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ  ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาได้หลายวันแบคฮยอนก็เริ่มชินกับนิสัยขี้เอาแต่ใจของลู่หานมากขึ้นเรื่อยๆ และก็เพราะไม่กล้าขัดเองด้วยนั่นแหละ

 

                “แต่ผมไม่ชอบให้ใครเรียกว่าตัวเล็กนี่ครับ ผมไม่ได้ตัวเล็กเลยซักนิด” แบคฮยอนบ่นอุบอิบกับตัวเอง แต่ผีหูดีดันได้ยินซะงั้น

                “เคยส่องกระจกบ้างไหมเนี่ยถึงกล้าบอกว่าตัวเองตัวไม่เล็กน่ะ ไอ้! ตัว! เล็ก!” ลู่หานย้ำชื่อที่แบคฮยอนบอกว่าไม่ชอบ ก็ลู่หานชอบใครจะทำไม?

                แบคฮยอนที่ไม่รู้จะเถียงยังไงได้แต่ทำปากเบะคว่ำปากลงทำท่าประจำของตัวเองเวลาที่ไม่ชอบใจ

                “ไม่ต้องมาทำปากคว่ำเลย ยิ่งทำนายยิ่งดูเหมือนลูกหมาไม่รู้ตัวหรือไง” ลู่หานที่เกิดอาการหมั่นเขี้ยวยกมือขึ้นขยี้หัวแบคฮยอน ข้อหาทำตัวน่าแกล้ง

                แบคฮยอนที่โดนคนที่ตัวเองชอบเล่นหัวเป็นครั้งแรกก็อดไม่ได้ที่หน้าจะร้อนและเห่อแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

                “หน้าแดงใหญ่แล้ว ทำแค่นี้เขินหรือไง? ถ้ามากกว่านี้ตัวจะไม่ระเบิดเลยหรือไงครับ คุณซาแซงแฟนตัวเล็ก” 

ลู่หานหลุดยิ้มออกมากับท่าทางน่ารักๆของคนตัวเล็ก  แบคฮยอนที่เขินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเห็นรอยยิ้มของอีกคนยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่

 

                “เอ้าๆ  หน้าจะแดงแข่งกับมะเขือเทศแล้วนะ จากลูกหมาจะมาเป็นมะเขือเทศซะแล้ว ฮ่าๆๆๆ” คราวนี้ลู่หานหลุดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นว่าตัวเองแกล้งอีกคนได้สำเร็จ

                แบคฮยอนที่ทำอะไรไม่ถูกจึงรีบวิ่งเข้าห้องไป

                ปํง!!

                เสียงปิดประตูเสียงดัง ดังขึ้นตามหลังคนตัวเล็กไปติดๆ

 

                “คิดว่าแค่ปิดประตูแล้วฉันจะเข้าไปไม่ได้หรือไงกันไอ้ตัวเล็ก ลืมแล้วหรือไงว่าฉันเป็นวิญญาณ” ลู่หานยิ้มกว้างเมื่อมองไปที่ประตูห้องของไอ้ลูกหมาตัวเล็กของเขา   (0.0)










 

50%
 

 


 

 




















 

 

                หลายวันผ่านไปแบคฮยอนก็ต้องกลับมายืนอยู่ที่คอนโดของซูโฮอีกครั้ง

 

                “เฮ้อ! ผมต้องเข้าไปจริงๆหรอครับ? แล้วถ้าคราวนี้คุณซูโฮก็ยังไม่เชื่อแล้วจับผมส่งโรงพยาบาลบ้าจะทำยังไงครับ?” แบคฮยอนหันหน้าไปถามคนที่ยืนอยู่ข้างงตัวอง คิ้วสวยขมวดมุ่นเพราะคิดหนัก ต่างจากอีกคนที่ดูจะไม่เดือดร้อนอะไรเอาซะเลย ก็ใช่สิ! คุณลู่หานไม่ใช่คนที่ต้องไปบอกใครต่อใครว่าตัวเองมองเห็นผี เห็นวิญญาณนี่นา -3-

 

                “จะคิดมากทำไมเนี่ยไอ้ตัวเล็ก รับรองโรงพยาบาลบ้ายังไม่ใช่ที่ของนายตอนนี้หรอกน่า” ลู่หานยีผมคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะออกแรงดันแบคฮยอนให้เข้าไปภายในคอนโด

 

                “เฮ้อ!” แบคฮยอนถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหาประชาสัมพันธ์คนเดิม  พร้อมกับชื่อเดิม ก็คุณซูโฮยังไม่รู้ชื่อของเขานี่นา ถ้าบอกชื่อตัวเองไปคุณซูโฮก็คงไม่รู้จัก แบคฮยอนอับอายจริงๆที่ต้องมาพูดชื่อนี้ คุณประชาสัมพันธ์คนสวยต้องคิดว่าเขาแปลกๆแน่ๆเลย

 

 

 

                “คุณซูโฮให้ขึ้นไปพบที่ห้องได้เลยคะ” หลังจากต่อสายขึ้นไปข้างบนประขาสัมพันธ์ก็หันกลับมาบอกกับแบคฮยอนว่าซูโฮอนุญาตให้อีกคนขึ้นไปพบตัวเองได้

 

                “เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าพื่อนฉันมันต้องเชื่อ” ลู่หานเข้ามาในลิฟต์กับแบคฮยอนกอดอกยักคิ้วส่งให้อีกคนอย่างพอใจ

                “ก็ไม่แน่หรอกครับ ถ้าเกิดคุณซูโฮไม่เชื่อขึ้นมาผมนี่แหละจะซวยเอา” แบคฮยอนเบะปากส่งไปให้ลู่หานกลับ อารมณ์ดีจริงๆนะ แบคฮยอนนี่กังวลจะตายแล้ว

 














 

                แบคฮยอนมายืนอยู่ข้างหน้าห้องพักของซูโฮ ทำใจอยู่ซักพักจึงกดออดให้อีกคนที่อยู่อีกฝั่งของประตูรู้ว่าเขามาแล้ว

 

                “เข้ามาซิ” ซูโฮเอ่ยเชิญแบคฮยอนให้เข้ามาในห้อง

 

                แบคฮยอนเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กภายในห้องรับแขกที่ซูโฮนั่งรอก่อนแล้ว

 

                “ถ้าสมมติว่าฉันเชื่อ เรื่องที่นายพูด แล้วนายมาบอกฉันทำไม?” ซูโฮเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน ทันทีที่แบคฮยอนนั่งลง

 

                “ค..คือเรื่องนั้นผมก็ไม่รู้ครับ คุณลู่หานแค่บอกให้มาหาคุณ” แบคฮยอนตอบซูโฮสั่นๆไม่คิดว่าอีกคนจะยอมเชื่อตัวเอง แบคฮยอนหันไปมองคนข้างตัว ส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่าจะเอายังไงต่อ

                “บอกมันไปว่าฉันสงสัยเรื่องอุบัติเหตุ เลยอยากจะให้มันช่วยสืบเรื่องรถที่ฉันขับในคืนนั้น” ลู๋หานตอบแบคฮยอนไป

                “งั้นคุณก็โกหกผมน่ะสิครับ เรื่องที่บกว่าผมเป็นต้นเหตุ” แบคฮยอนหันไปจ้องหน้าอีกคน เมื่อคำบอกเล่าที่ลู่หานต้องการจะให้ตัวเองบอกกับคุณผู้จัดการคือเรื่องอุบัติเหตุในคืนนั้น

                “ไม่ต้องมาจ้องหน้าฉันเลยไอ้ตัวเล็ก ก็ถ้าไม่เพราะนายฉันจะขับรถเร็วหรือไง ยังไงก็ความผิดนายอยู่ดีไม่ต้องมาเถียง”   ลู่หานดีหน้าผากแบคฮยอนไปแรงๆหนึ่งที

                “โอ๊ย! แต่ยังไงผมก็ไม่ใช่ต้นเหตุอยู่ดี”  แบคฮยอนยกมือขึ้นกุมหน้าผาก ก่อนจะบ่นอุบอิบกับตัวเอง

 

 

                “ถ้าจะคุยอะไรอยู่คนเดียวก็กลับไปเถอะ” ซูโฮเป็นคนเอ่ยขัดขึ้นมา เมื่อนั่งมองอีกคนคุยอยู๋กับตัวเองอยู่ซักพักแล้ว ไม่ซิ! ต้องบอกว่าคุยกับไอ้ลู่ที่อีกคนอ้างว่ามองเห็นซินะ

                เฮ้อ! เขาก็ไม่อยากจะเชื่อหรอก แต่อะไรในใจมันบอกให้เขาเชื่อนี่ซิ

 

                “คือคุณซูโฮได้ฟังผมอยู่หรือเปล่าครับ?” แบคฮยอนพูดขึ้นเรียกสติซูโฮที่ลอยไปที่อื่นให้กลับมา

                “ห๊ะ! เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ” ซูโฮถามกลับ เพราะมัวแต่ใจลอยเลยไม่ได้ฟังว่าอีกคนพูดอะไรมา

 

                “ผมบอกว่าคุณลู่หานเขาคิดว่าที่รถเขาชนมันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มีคนจงใจให้มันเกิดขึ้นนะครับ” แบคฮยอนพูดให้ซูโฮฟังอีกรอบ เพราะเมื่อกี้พูดแล้วเหมือนอีกคนจะไม่ได้ฟังเขาพูดเลย

                “แล้วก็เพราะนายขับรถตามฉันมาด้วยอย่าลืม” ลู่หานยังไม่เลิกย้ำให้คนตัวเล็กรับรู้ว่าเรื่องนี้ก็เป็นเพราะคนตัวเล็กเหมือนกัน

                “รู้แล้วล่ะครับ เพราะผมทั้งนั้นแหละ ชิ!” แบคฮยอนหันไปย่นจมูกใส่อีกคน อาการเขินที่มักจะมีกับอีกคนเริ่มจะลดน้อยลงเมื่อเริ่มได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ แถมนิสัยที่แท้จริงของลู่หานก็ทำให้แบคฮยอนหมดคำพูดไปเลยทีเดียว

 

                “นี่! ฉันว่านะ นายควรจะฟังฉันให้จบแล้วค่อยไปคุยกับไอ้ลู่หานมันนะ” คราวนี้เป็นซูโฮที่ต้องพูดขัดขึ้นมาแทน ในเมื่อเขาพูดอยู่ซักพักแล้วแต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะหันไปสนใจกับอากาศหรือถ้าจะพูดตามเนื้อผ้าคือหันไปสนใจไอ้ล่หานที่คนตัวเล็กอ้างว่ามองเห็นนั่นแหละ

 

                “งั้นคุณซูโฮก็เชื่อผมแล้วใช่ไหมครับว่าผมมองเห็นคุณลู่หานจริงๆ” แบคฮยอนทำตาโตด้วยความดีใจ อย่างน้อยๆก็มีคนที่เชื่อเขาแล้วหนึ่งคน คนที่จะมองเขาว่าบ้าก็ลดไปแล้วหนึ่งคน ฟังดูดีขึ้นมานิดนึง

                “ฉันบอกแล้วไงไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานยักคิ้วส่งให้แบคฮยอนยิ้มกว้างด้วยความพอใจ

 

                “คิดซะว่าฉันเชื่อแล้วกัน  จริงๆฉันก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกันเพราะที่ฉันไปตรวจสภาพรถแล้วสายเบรกมันโดนตัด เหมือนมีคนจงใจตัดมันไป ในเมื่อนายอ้างว่านายมองเห็นไอ้ลู่ นายลองถามมันซิว่ามันสงสัยใครบ้าง หรือมีใครบ้างที่มันไปมีเรื่องกับเขามา” ซูโฮพูดยืดยาวบอกแบคฮยอน แล้วก็วานให้ถามลู่หานต่ออีกที

 

                “ว่าไงครับ?” แบคฮยอนหันไปมองลู่หานที่ยืนพิงโซฟาอยู่ข้างตัวเขา ไม่จำเป็นต้องทวนคำถามอีกรอบเพราะเจ้าตัวคงได้ยินหมดแล้ว

                “ไม่รู้ซิ อืม....” ลู่หานเกาคาง ขมวดคิ้วคิดหนัก   แบคฮยอนก็รอฟังคำตอบ

                “ฉันเป็นซุปตาร์นะ ใครๆก็รักฉันทั้งนั้นไม่มีคนที่จะมาเกลียดฉันถึงขั้นจะเอาชีวิตหรอก”  ลู่หานบอกหลังจากคิดหนักอยู่ซักพัก

                “คุณลู่หานบอกว่าไม่รู้ครับ” แบคฮยอนเลือกที่จะไม่พูดประโยคหลังต่อจากนั้นที่ลู่หานพูดมา เขาละยอมจริงๆ

               

                “แล้วปาร์คชานยอลละ?” ซูโฮถามอีกครั้ง แล้วก็นิ่งรอคำตอบ แบคฮยอนหันไปมองลู่หานอีกครั้ง

                “ไม่แน่ใจ ถึงฉันกับไอ้ชานยอลจะไม่ลงรอยกัน แต่มันคงไม่ทำถึงขนาดจะเชีวิตกันแบบนี้หรอก”  แบคฮยอนเมื่อฟังลู่หานเสร็จก็หันไปบอกสิ่งที่ลู่หานพูดกับซูโฮ

                “หรอ... ฉันก็คิดงั้น ถึงแว๊บแรกจะคิดถึงปาร์คชานยอลคนแรกก็เถอะ” ซูโฮตอบ ก่อนจะเอนหลังลงไปพิงบนโซฟา เมื่อคิดยังไงก็คิดไม่ตกว่าจะเป็นใครกันแน่

                “งั้นคุณลู่หานก็ไม่ถูกกับคุณชานยอลจริงน่ะสิครับ” แบคฮยอนแหงนหน้าขึ้นไปมองลู่หานที่อยู่ข้างตัว ถามออกไปอย่างสงสัย

                “ก็ใช่ ทำไม?” ลู่หานตอบพร้อมกับถามคนตัวเล็กกลับ

                “เปล่าครับ ก็ผมเห็นแฟนคลับคุณลู่หานเขาพูดกัน” แบคฮยอนอธิบาย

                “แฟนคลับฉันมันก็นายไม่ใช่หรือไงไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานเอ่ยขัดขึ้นมา

                “ผมหมายถึงแฟนคลับที่ตามคุณตลอดต่างหาก” แบคฮยอนต้องอธิบายอีกรอบ ตั้งแต่ที่คุณลู่หานรู้ว่าตัวเขาเป็นแฟนคลับตัวเองก็เอาแต่ย้ำเขาตลอด อ้างนู่นอ้างนี่เรื่องที่ตัวเขาชอบตัวเองบ่อยมาก

                “นายก็ตามฉันนะ ลืมแล้วหรือไง?” ลู่หานยังคงไม่ยอมแพ้

               

                “โอเคผมยอมแพ้  แต่ผมว่าคุณชานยอลก็ดูนิสัยดีออกนะครับ ทำไมถึงไม่ถูกกันได้ละ?” แบคฮยอนยังคงถามต่อ

                “แค่หน้ากากมากกว่านะไอ้ตัวเล็ก อย่าไปเชื่ออะไรกับวงการนี้มากนัก” ลู่หานตอบ

                “คุณก็อยู่วงการนี้ไม่ใช่หรือไงครับ” แบคฮยอนได้ทีเอาคืนบ้าง

 

 

                “ช่วยสนใจฉันบ้างก็ได้นะ พวกนายยังอยู่ในห้องฉันอยู่นะลืมแล้วหรือไง” หลังจากนั่งมองคนตัวเล็กนี่เถียงอยู่กับอากาศ(ก็เขามองไอ้ลู่ไม่เห็น) เขาก็เลยต้องพูดขัดขึ้น

                “อ๊ะ! ครับ” แบคฮยอนตอบรับยิ้มแหยๆส่งให้ซูโฮ

                “ฉันสงสัยมาก ทำไมนายถึงเป็คนเดียวที่มองเห็นมันได้” ซูโฮเปิดประเด็นเรื่องที่ตัวเองสงสัยขึ้นมา

               

                “จับตัวฉันได้ด้วยเถอะ” ลู่หานพูดเสริม แบคฮยอนเผลอเบะปากใส่ลู่หานหน่อยๆพอได้ฟังที่ลู่หานพูดเสริมขึ้นมา

                “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” แบคฮยอนหันไปตอบซูโฮ

                “แปลก ทั้งๆที่พ่อแม่มันก็มี น้องชายมันก็มี ฉันเองก็สนิทกับมัน แต่ไม่มีใครมองเห็นมันได้ แต่ทำไมถึงเป็นนาย” ซูโฮคิดหนักถึงข้อข้องใจนี้

 

                “ฉันว่าฉันพอจะรู้นะ” ลู่หานพูดขึ้น

                “ยังไงครับ?”แบคฮยอนหันกลับไปมองอีกคนอย่างรอคำตอบ  ซูโฮเองก็รอฟังเพราะคิดว่าลู่หานคงพูดอะไรซักอย่าง

                “เพราะนายเป็นคนเดียวที่ฉันมองเห็นแล้วก็ได้สัมพัสเป็นคนสุดท้ายก่อนที่ฉันจะกลายมาเป็นวิญญาณแบบนี้ไง” ลู่หานไขข้อข้องใจ แบคฮยอนพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปอธิบายให้ซูโฮฟัง

                “อ๋อ เพราะแบบนี้นี่เอง แต่ก็แปลกนะ จู่ๆนายก็ไปแถวนั้นได้ ทั้งๆที่แถวนั้นดึกๆคนไม่ค่อยจะผ่านไปเท่าไหร่” ซูโฮยังไม่หยุดสงสัย

 

                “เอ่อ... คือว่า...” คราวนี้แบคฮยอนอึกอักไม่รู้จะตอบยังไง จะบอกได้ยังไงว่าเขาหัดเป็นซาแซงแฟนวันแรกแล้วนั่งรถตามลู่หานไป

                “บอกมันไปดิ่ว่านายเป็นซาแซงตามฉันน่ะไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานพูดกับแบคฮยอน ยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทางอึกๆอักๆของคนตัวเล็ก

                “ค...คือ บ..บังเอิญน่ะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แฮ่ๆ” แบคฮยอนเลิกที่จะไม่บอก ส่งยิ้มให้ซูโฮเกาหัวแก้เก้อไป

                “ป๊อดนี่นาไอ้ตัวเล็ก หึหึ” ลู่หานยังไม่หยุดแกล้งแบคฮยอน แบคฮยอนเองก็ได้แต่แอบว่าอีกคนในใจ พูดอะไรมากก็ไม่ได้

 

               

 

 

 








 

 


 

 



.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+

หลังจากตอนนี้จะพยายามแต่งแต่ละตอนให้มันยาวๆ 
เนื่องจากพล็อตที่เราวางไว้ดูจะเยอะเหลือเกิน
ขอเช็คเรทติ้งคนอ่านเรื่องนี้ซักนิดด้วย หุหุ


ขอให้สนุกกับการอ่าน

พูดคุยติดแท็ก #FICSuptar


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #78 intaradear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 08:58
    งือลู่อย่าโกรธน้องเลยน๊า
    #78
    0
  2. #39 pepoooiiiza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 23:56
    พี่ลู่แอบกวน... นะ 555555
    #39
    0
  3. #36 fiasmaxim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 04:30
    รออ่านเสมอน้าาา รักไรท์ สู้ๆค่า
    #36
    0
  4. #35 beebamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 01:06
    พี่ลู่แกล้งตัวเล็กน่ารักเชียวนะ
    #35
    0
  5. #34 rellanista (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 23:28
    คุณวิญญาณน่ารักแฮะ
    #34
    0
  6. #33 fernn1404 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 13:47
    คุณวิณญาณลู่นี่น่าร้ากกกกกเนอะ555555555
    #33
    0
  7. #31 numtiii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 20:32
    น่าร้ากกกกกก
    #31
    0
  8. #30 rellanista (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 13:49
    ย๊าาา น่ารักมากๆเลยค่า ^^
    #30
    0
  9. #29 hongnoon_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 10:33
    น่ารักกกกกกกก55555
    #29
    0
  10. #27 beebamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 15:56
    พี่ลู่เรียกแบคว่าตัวเล็กน่ารักมากเลยนะ
    #27
    0
  11. #26 ABC (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 23:57
    ลู่หานเอ่ยบอกกับคุณผีสุดหล่อ?

    สนุกดีค่ะ แม้จะอึดอัดรำคาญตัวละครหน่อยๆ 555555

    #26
    0
  12. #25 kek-kk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 23:22
    ตัวเล็กของพี่ลู่ -////-
    #25
    0
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(