[FIC] LuBaek Sup'tar Ghost

ตอนที่ 3 : =Sup'tar Ghost= Chapter TWO 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

Couple: Luhan X Baekhyun
Author: AngelF










TWO


 
















                เสียงเครื่องยนต์ดับลงที่หน้าคอนโดแห่งหนึ่งในกรุงโซล ซึ่งเป็นที่พักที่แบคฮยอนพักอาศัยอยู่

                แบคฮยอนที่ยังงงๆว่าทำไมจู่ๆ ลู่หานคนนั้นถึงขอมาอยู่กับเขา ไม่เข้าใจว่าทำไมลู่หานถึงไม่กลับไปที่บ้านของตัวเอง แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยอมขับรถมาตามที่ลู่หานบอกง่ายๆแบบนี้

 

                “ค..คุณลู่หานครับ ค..คือ” แบคฮยอนตัดสินใจจะถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกไป แต่พอหันไปมองอีกคนก็ไม่เจอนั่งในรถตรงที่เดิมแล้ว

                คุณลู่หานหายไปไหน? แบคฮยอนตกใจมองหาคนที่เมื่อกี้ยังนั่งอยู่ข้างๆตนเองอยู่เลย

                “อ๊ะ!” แบคฮยอนอุทานด้วยความตกใจรอบที่หลายล้านของวัน เมื่อจู่ๆลู่หานก็ย่อตัวโผล่หน้ามาตรงกระจกฝั่งคนขับ ทำเอาแบคฮยอนผงะถดตัวไปอีกฝั่งด้วยความตกใจ มาไม่ให้สุ่มให้เสียงเอาซะเลย

                “นี่! ลงมาซิ ถึงแล้วไม่ใช่หรือไง? ไม่ต้องมาทำตาโตใส่มันไม่น่ารักหรอกนะบอกเลย” ลู่หานว่าพรางทำหน้าย่นใส่ แล้วยืดตัวขึ้นกลับไปยืนเต็มความสูงของตัวเอง

                แบคฮยอนเปิดประตูลงมาจากรถ ไม่กล้ามองหน้าอีกคน  แบคฮยอนจะกล้ามองหน้าคนที่ตัวเองชื่นชอบใกล้ๆได้ยังไงกัน

                “ค...คุณ คุณลู่หาน ค..คือ คุณล..ลู่หาน...” แบคฮยอนพยายามจะถามคำถามกับลู่หานแต่มันก็เป็นการยากที่จะไม่ให้เสียงของตัวเองสั่นมากนัก ทำเอาลู่หานที่ทนรอฟังตั้งนานทนไม่ไหว

                “ติดอ่างหรือไง? ก็เห็นพูดได้ดีๆอยู่เลยนี่” ลู่หานว่า ทำเอาแบคฮยอนต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธโดยเร็ว

                “ค..คือผ..ผมจะถามว่า คุณล..ลู่หานจะป..ไปอยู่ห้องผมจริงๆหรอครับ” แบคฮยอนรวบรวมเสียงตัวเองพยายามพูดออกมาให้เป็นประโยคให้มากที่สุด

                “ทำไม? นายมีแฟน? อยู่ไม่ได้?” ลู่หานถามสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป

                “ป..เปล่าครับ ผมอยู่คนเดียว” แบคฮยอนส่ายหน้ารัวๆปฏิเสธอีกรอบ

                 ช่วยตอบแบคฮยอนให้ตรงคำถามได้ไหมครับคุณลู่หาน    แบคฮยอนอยากจะบอกแบบนั้นกับอีกคนจริงๆ

 

                “งั้นก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ถ้าฉันจะไปอยู่ด้วย อึดอัดหรือไง? ฉันเป็นคน(?)ดังนะ ไม่ชอบหรือไงที่ฉันมาอยู่ด้วย” ลู่หานเริ่มกอดอกอีกครั้ง เมื่อเริ่มไม่พอใจคนตัวเล็กตรงหน้า

 

                “ค..คือไม่ใช่แบบนั้นครับ คือค..คุณลู่หานรู้จักผมหรอครับ ไม่กลัวหรอครับที่มาอยู่กับผมเกิดเป็นข่าวขึ้นมา..” แบคฮยอนกำลังจะพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปจนหมดแต่ก็โดนลู่หานยกมือขึ้นห้ามไว้ก่อน

                “นายก็ชื่อพยอนแบคฮยอนไง นายบอกฉันเองลืมแล้ว? ยังไม่แก่แต่ความสั้นหรอเราอ่ะ? ส่วนเรื่องเป็นข่าว โนพรอบเบม ไม่มีปัญหา ให้คนเขามองเห็นให้ได้ก่อนเถอะ” ประโยคหลังลู่หานบ่นกับตัวเองเบาๆ

                 แปลกแต่จริงจนถึงตอนนี้คนตัวเล็กยังไม่เอะใจอีกหรือไงว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ซื่อบื้อจริงๆ   ลู่หานคิดกับตัวเอง

 

                “คุณครับ?” แบคฮยอนที่กำลังจะถามลู่หานอีกก็โดนแทรกซะก่อน เมื่อมีเสียงทักขึ้นมา

                “ครับ? เรียกผมหรอ?” แบคฮยอนชี้เข้าตัวเองเมื่อหันไปเห็นว่าเป็นรปภ.ที่เฝ้าคอนโด

                “ครับ! เรียกคุณนั่นแหละ ก็คุณยืนอยู่คนเดียวนี่ครับ ผมเห็นคุณยืนพูดอะไรไม่รู้อยู่คนเดียวซักพักแล้ว ก็เลยเดินมาถาม เอ่อ..คือ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”  รปภ.ถามพร้อมกับมองแบคฮยอนด้วยสายตาแปลกๆ

                “ค..ครับ!?  อะไรนะครับ?”  แบคฮยอนถามรปภ.อีกครั้งเมื่อประโยคยืดยาวของคุณรปภ.มันมีสิ่งแปลกๆปะปนอยู่  ถ้าเขาฟังไม่ผิดคุณรปภ.บอกว่าเขาอยู่คนเดียว แล้วยืนพูดคนเดียว? ก็คุณลู่หานที่ยืดกอดอกมองเงียบๆอยู่นี่ไง?

                “คือ ผมถามว่าคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” รปภ.ทวนคำถามอีกรอบแต่มันไม่ใช่ประโยคที่แบคฮยอนข้องใจ

                “ประโยคก่อนหน้านั้นครับ”  แบคฮยอนชมวดคิ้วมุ่นเริ่มเครียดขึ้นมา

                “เอ่อ.. ประโยคไหนครับ?”  คุณรปภ.เริ่มงงกับท่าทีของแบคฮยอน

                “ก็ที่คุณบอกว่าผมยืนอยู่คนเดียว พูดคนเดียวไงครับ?”  แบคฮยอนถามหน้าเครียด

                “เอ่อ... ผมขอโทษครับ คุณคงจะคุยโทรศัพท์ แต่คือ ผมเห็นคุณลงมาจากรถนานแล้ว แล้วไม่เข้าคอนโดซักทีผมก็เลยเดินมาถามน่ะครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”  เมื่อคิดว่าคุณคนนี้คงโกรธที่เขาหาว่าพูดอะไรอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า จึงโค้งลาคนตัวเล็ก

                “ด..เดี๋ยวครับ!!” แบคฮยอนเรียกรปภ.ไว้แต่ไม่ทัน เพราะรปภ.เดินไปนู่นแล้ว แบคฮยอนหันกลับมามองที่คนที่ยืนกอดอกเงียบตั้งแต่รปภ.เดินเข้ามาคุยกับเขา ส่งสายตาอย่างต้องการคำตอบจากความสงสัยที่อีกคนน่าจะรู้ดีกว่าเขา ลืมไปหมดแล้วว่าตัวเองเขินคนตรงหน้าแค่ไหน ตอนนี้ความสงสัยและความอยากรู้ของแบคฮยอนพุ่งสูงทะลุปรอทไปแล้ว

 

                “ไม่ต้องมามองแบบนั้น ความหล่อฉันจะสึกหรอหมด” ลู่หานแกล้งบ่ายเบี่ยงหันมองที่อื่น

                “คุรลู่หาน!” แบคฮยอนเผลอตัวไปดึงแขนลู่หานให้หันมา เมื่ออีกคนแกล้งบ่ายเบี่ยง

                “อีกแล้วนะ! นาย! แตะตัวฉันได้อีกแล้ว” ลู่หานทำตาโตหันมาจ้องแบคฮยอนตรงๆ

 

                “ท..ทำไมคุณพูดแปลกๆอีกแล้ว ตั้งแต่ที่ผมเจอคุณ คุณก็เอาแต่ถามว่าผมมองเห็นคุณได้ไง? ผมแตะตัวคุณได้ไง? ผมงงนะครับ” แบคฮยอนขมวดคิ้วเริ่มคิดหนักกับเหตุการณ์น่าปวดหัวตรงหน้า

                “โตแล้วคิดเอาเอง บู่วว” ลู่หานเบ้ปากใส่หันหน้าหนีไม่ยอมตอบคำถามของคนตัวเล็กอีกครั้ง

 

                แบคฮยอนเริ่มคิดทบทวนสิ่งต่างๆตั้งแต่เจอลู่หานในที่เกิดเหตุนั่น ทุกๆเหตุการณืตั้งแต่ตอนที่เจอลู่หานจนถึงตอนนี้ทุกๆสิ่งอย่าง ก่อนตาเล็กจะเปิดกว้างขึ้น

 

                “ค..คุณ ค..คงไม่ช..ใช่ ผ..ผ๊” แบคฮยอนถามเสียงสั่น สิ่งที่แบคฮยอนกลัวมากอย่างหนึ่งในชีวิตเลยคือผี แล้วคนตรงหน้าเขาตอนนี้....

                “ร้ายกาจ! กรณีฉันเขาไม่เรียกว่าผี แค่วิญญาณออกจากร่าง พูดไม่เข้าหูเลย ไอ้ตัวเล็กนี่!” ลู่หานย่นหน้ากอดอกแสดงความไม่พอใจ ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของอีกคนที่ตอนนี้ช็อคค้างไปแล้ว

 

 

                “เฮ้! ตายยังเนี่ย โย่! โย่! แม๊น”  ลู่หานส่งเสียงเรียกสติแบคฮยอนเมื่อเห็นว่าอีกคนยืนทำตาโตตกใจนิ่งค้างมาซักพักแล้ว โบกมือตรงหน้าอีกคนไปมา

                

 

40%

 



































 

 

 

 

                ห้องพักห้องหนึ่งของคอนโดขนาดกลาง  และคน2คน(หรือเปล่า?)ที่อยู่ภายในห้องเดียวกัน แต่ต่างความรู้สึกกัน คนตัวโตกว่ากำลังสำรวจทั่วทั้งห้อง ซึ่งจะกลายเป็นที่พักอาศัยของตนเองไปจนกว่าจะกลับไปอยู่ในสภาพเดิมได้  ส่วนคนตัวเล็กที่หอบหิ้วเอาร่างกายที่ไร้สติมาถึงห้องได้ยังไงก็ไม่รู้ ทิ้งตัวนั่งบนโซฟากลางห้อง เพื่อพยายามรวบรวมสติของตัวเองที่หายไปให้กลับมา

 

                “นี่!  ลู่หายโผล่แว๊บมาข้างหน้าของแบคฮยอนหลังจากสำรวจพื้นที่ภายในห้องเสร็จ

                “ว๊าก!”   แบคฮยอนเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ ถอยกรูจนหลังไปชิดกับพนักวางมือฝั่งตรงข้ามกับคนตัวโต

 

                “ตกใจอะไร? เจอผีหรอ?” ลู่หานแกล้งถามคำถามคนตัวเล็กไป อมยิ้มขำๆกับท่าทางของอีกคน

                “ฮื่อออออออออ   ออมม่า ฮื่ออออออออ” แบคฮยอนปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เมื่อสติที่หายไปหลังจากช็อคอยู่นานกลับมา

 

                แบคฮยอนโดนคุณผีหลอก ออมม่าอ่า แต่คุณผีหล่ออ่ะออมม่า แต่แบคก็กลัวอ่ะออมม่า แบคจะทำไงดี คุณผีจ้องแบคใหญ่เลยอ่า

 

                “นี่! ไอ้ตัวเล็กหยุดร้องนะ! มันหนวกหู” ลู่หานว่าชี้หน้าแบคฮยอนก่อนจะยกมืออุดหูประกอบคำพูดของตัวเอง

                “ฮึก! ฮึก!” แบคฮยอนกัดปากพยายามกลั้นน้ำตาตัวเองไว้

                “ดีมาก พูดง่ายๆผีจะได้ไม่มาเอาไปอยู่ด้วยนะ” ลู่หานว่าก่อนจะเอามืออกจากหู แต่แล้วแบคฮยอนก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ

                “แง๊งงงงงงงง แบคกลัวผีอ่า ออมม่าจ๋า แง๊งงงง” แบคฮยอนปล่อยโฮออกมาไม่จบไม่สิ้น

                “ย๊า! ไอ้ตัวเล็ก ย๊า! บอกให้หยุดร้อง ไม่ได้ให้ร้องหนักกว่าเดิม  โว้ย!” ลู่หานยกมือขยี้หัวตัวเองเมื่อไม่รู้จะทำยังไงให้คนตัวเล็กหยุดร้องไห้ซะที หนวกหูจริงๆ

                “ฮึก! ฮึก! ค..คุณผีครับ ตายแล้วก็ไปอยู่ส่วนของคุณซิ อย่ามาหลอกแบคเลย แบคขอโทษ แบคผิดไปแล้ว แบคขอโทษที่ตามคุณวันนั้นจนทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุ แบคขอโทษ แบคจะไปสารภาพผิดเอง อย่ามาหลอกแบคอีกเลยนะ แง๊งงงง แบคกลัว”     
แบคฮยอนสติหลุดอีกรอบพ่นทุกความคิด ทุกคำพูดของตัวเองออกมาหมด

 

                “นี่! ไหนบอกนายไม่ได้ตามฉันไง! ว่าแล้ว! ไหนจะไอ้โปสเตอร์กับของในห้องนั้นอีก สรุปนายเป็นซาแซงที่ตามฉันวันนั้นใช่ไหม? ย๊า! หยุดร้องนะ! พยอนแบคฮยอน! 
ลู่หานพอได้ฟังสิ่งที่แบคฮยอนพูดก็เหลืออดจนระเบิดเสียงออกมาทำให้แบคฮยอนตกใจจนลืมเรื่องร้องไห้ไปเลย 

                เมื่อกี้ที่ลู่หานไปสำรวจห้องมาเขาเข้าไปในห้องนอนที่คิดว่าคงจะเป็นของไอ้ตัวเล็กนี่แล้วก็เจอเขากับโปสเตอร์รูปตัวเองใหญ่เบ้อเริ่มตรงผนังห้อง ไหนจะอัลบั้มเพลงที่เขาเคยออก บ็อกซ์เซ็ตหนัง และซีรี่ย์ที่เขาเคยเล่น เรียกว่ามีครบทุกสิ่งอย่าง นี่เขาก็กำลังจะถามเลย พอพูดออกมาแบบนี้ ลู่หานคนนี้แจ่มแจ้งแล้ว

 

                “ผมขอโทษ ผมจะไปสารภาพผิดกับคนอื่นก็ได้ว่าผมตามคุณวันนั้น ฮึก! ต..แต่ว่าค..คุณจะไปผุดไปเกิดใช่ไหม? คุณจะไม่มาตามผมแบบนี้ใช่ไหมครับ? ฮึก!”  แบคฮยอนพูดไปกลั้นสะอื้นไป

 

                “ดีมากที่สำนึกผิด และอีกอย่างนะไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานว่าก่อนจะยกมือขึ้นดีดหน้าผากแบคฮยอนเสียงดัง

                แปะ!

                “ฉันบอกรอบที่พันแล้วว่าฉันไม่ใช่ผี ไปผุดไปเกิดไม่ได้โว้ย! เป็นแค่คนที่วิญญาณของจากร่างเข้าใจ๊? จำไว้ซะด้วย เพราะฉันจะไม่พูดอีกรอบ” ลู่หานกลับมานั่งกอดอกเชิดหน้า

                “ต..แต่ ผ..ผมกลัวผี ฮึก!”  แบคฮยอนก้มหน้าพูดอ้อมแอ้ม

                “ย๊า! พยอนแบคฮยอน รอบที่เท่าไหร่แล้วที่ฉันบอกว่าฉันแค่วิญญาณออกจากร่าง ไม่ใช่ผีเฟ้ย! แล้วหน้าฉันมันหน้ากลัวมากหรือไง มันก็เหมือนเดิมป๊ะ? แล้วจะกลัวอะไร หน้าฉันก็ยังหล่อเหมือนตอนยังไม่ได้มาเป็นแบบนี้นั่นแหละ”
ลู่หานยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง คุยกับไอ้ตัวเล็กนี่แล้วประสาทจะกิน

                “แล้วอีกอย่างนะ เพราะนาย! ฉันถึงเป็นแบบนี้ และนาย! นายคือคนเดียวที่มองเห็นฉันได้ ไม่พอยังจับฉันได้อีก แล้วฉันก็จับนายได้ เพราะฉะนั้นนายไม่สามารถปฏิเสธเรื่องที่จะไม่ให้ฉันอยู่ด้วย และจงจำไว้เพราะนาย ฉันถึงเป็นแบบนี้ ท่องไว้ซะ! ไอ้ลูกหมาพยอนแบคฮยอน”
                       ลู่หานกลับไปอยู่ในท่ากอดอกเชิดหน้า ท่าประจำของตัวเองอีกครั้ง

                “ล..แล้วทำไม ผ..ผมถึงมองเห็นคุณได้ แล้วจับคุณได้คนเดียวละครับ?” แบคฮยอนที่หยุดร้องไห้ไปแล้วถามอย่างสงสัย เริ่มมคล้อยตามกับสิ่งที่ลู่หานพูด ก็จริงที่คุณลู่หานก็ไม่ต่างอะไรจากผี แต่ก็ดีหน่อยที่หน้าคุณลู่หานยังเป็นเหมือนเดิม ถึงจะตัวเย็นไม่เหมือนคนก็เถอะ ทำให้ความกลัวของแบคฮยอนลดน้อยลง

                “จะรู้ไหม? ก่อนจะมาเป็นวิญญาณฉันก็ไม่ใช่ริว ไม่ใช่เจน จะได้เป็นผู้หยั่งรู้เรื่องวิญญาณ พอดีฉันเป็นแค่ดารานักร้อง จบไหม?”
          ลู่หานขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้นสมองเพราะคนตัวเล็กตรงหน้า ถ้าไม่ติดว่าไอ้ตัวเล็กนี่มองเห็นเขาคนเดียวนะ บอกเลยว่าลู่หานขอลาขาด

 

                “ล..แล้ว..” แบคฮยอนกำลังจะเอ่ยถามคำถามลู่หานอีก แต่ก็โดนลู่หานยกมือขึ้นห้ามก่อน

                “เก็บคำถามของนายไว้ซะไอ้ตัวเล็ก เลิกหัดเป็นเจ้าหนูจำไม เงียบแล้วนั่งฟังฉันเงียบๆเดี๋ยวนี้”
ลู่หานออกคำสั่งจ้องหน้าแบคอยอนเขม่ง แบคฮยอนจึงนั่งเงียบรอฟังลู่หานพูด

 

                “ข้อแรกที่นายต้องรู้คือ ต่อไปนี้ฉันจะมาอยู่ที่นี่กับนาย อาจจะไปที่อื่นบ้าง แต่ที่แน่ๆคือฉันจะมาอยู่กับนายที่นี่ ค่าข้าวค่าน้ำไม่ต้องเปลืองเพราะฉันกินไม่ได้อยู่แล้ว” ลู่หานหันหน้าเข้าแบคฮยอนแล้วเริ่มพูดสิ่งต่างๆ

                “แต่..” แบคฮยอนกำลังจะขัดขึ้นมาอีก แต่ลู่หานก็ยอกมือขึ้นห้ามไว้อีกรอบ

                “นี่นายซื่อบื้ออย่างเดียวไม่พอ ยังไม่รับรู้สิ่งที่คนอื่นบอกเลยซินะ รู้ไหมสิ่งที่ฉันเกลียดรองลงมาจากความสูงคือคำว่าแต่ฉันไม่ชอบให้ใครขัดใจ ฉันบอกแบบไหนก็คือแบบนั้น จบไหม?”
ลู่หานมองอีกคนเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่าจะขัดอะไรอีกไหม? ซึ่งลู่หานก็คงไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของอีกคนอยู่ดี

                “และข้อสองนาย! ไอ้ตัวเล็ก” ลู่หานชี้หน้าแบคอยอน “นายต้องไปหาไอ้ซูโฮ ผู้จัดการของฉัน แล้วบอกเรื่องที่นายมองเห็นฉันได้ให้ซูโฮฟัง เพราะฉันต้องการติดต่อกับมัน ฉันจะหาวิธีกลับเข้าร่างตัวเอง นายเข้าใจไหม?”
ท้ายประโยคลู่หานเอ่ยถามคนตัวเล็กที่เหมือนจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดอยู่

                “คุณซูโฮเขาจะหาว่าผมบ้าน่ะสิครับ”  แบคฮยอนบอก ถ้าเขาไปบอกคุณผู้จัดการตัวขาวว่าเขามองเห็นคุณลู่หาน มีหวังคุณผู้จัดการจะจับเขาไปให้หมอตรวจสมองแน่ๆ

 

                “ฉันพึ่งบอกไปเมื่อ1นาทีที่แล้วว่า ลู่หาน ไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง คำพูดของลู่หานถือเป็นคำขาด อย่าลืมว่านายเป้นต้นเหตุที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ เข้าใจ๊? จบไหม?”
คำพูดประจำของลู่หานโผล่ออกมาอีกครั้ง เป้นเชิงบอกว่า ควรจะจบสิ่งที่จะขัดใจลู่หานไว้ซะ เพราะลู่หานคงไม่ยอมรับฟังอยู่ดี

 

                “ก..ก็ได้ครับ ผมจะช่วยคุณ” แบคฮยอนที่โดนย้ำถึงความผิดของตัวเองเริ่มรู้สึกผิดจึงยอมตอบตกลงที่จะช่วย 

                “แล้วผมจะไปหาตัวคุณซูโฮได้ที่ไหนครับ? ผมเคยไปที่โรงพยาบาลที่คุณพักฟื้นอยู่แล้ว แต่เขาไม่ให้ผมเข้าไปเยี่ยมคุณ” แบคอยอนบอกลู่หาน การหาตัวคุณซูโฮก็ยากพอกัน

                “แล้วก็บอกว่าไม่ใช่แฟนคลับฉัน ไอ้เด็กขี้โกหก”ลู่หานว่าไม่จริงจังนัก

                “ก็ผมกลัวคุณโกรธผมนี่นา” แบคฮยอนหน้าหงอยลง ให้ความรู้สึกเหมือนหมาที่หูลูบลงเพราะโดนเจ้าของดุซะอย่างนั้น

 

                “ช่างเถอะ ฉันมีวิธีแล้วกัน อย่าลืมว่าซูโฮมันผู้จัดการฉัน ทำไมฉันจะไม่รู้ว่ามันจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลเลยด้วยซ้ำ” ลู่หานยักคิ้วให้แบคฮยอนเหมือนคนที่กำชัยชนะเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

                “เฮ้อ! ก็ดีครับ” แบคฮยอนถอนหายใจออกมาหลังจากฟังสิ่งที่ลู่หานบอกเกี่ยวกับที่ที่เขาจะไปพบเจอซูโฮได้

                งานนี้ไม่คุณลู่หานกลับเข้าร่างได้ก่อน ก็แบคฮยอนที่แหละที่จะถูกจับไปส่งโรงพยาบาลบ้าซะเอง

 

 

 















 

 

 

                “ฮัดเช้ย!” ผู้จัดการตัวขาวจามออกมาเสียงดัง ภายในห้องแต่งตัวภายในงานอีเว้นท์ของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชิ้นหนึ่ง

                “เป็นอะไรหรือเปล่าครับพี่ซูโฮ? ไม่สบายหรือเปล่าครับ?” เสียงนุ่มของใครคนนึงถามขึ้น

                “อ่า.. ไม่เป็นไรหรอกเซฮุน พี่สบายดีแค่คันจมูกนิดหน่อย สงสัยจะมีคนคิดถึงน่ะ ฮ่าๆๆๆ” ซูโฮตอบคำถามของเซฮุนไป  วันนี้เขาต้องมาดูแลเซฮุนแทนผู้จัดการของอีกคนที่วันนี้ลางาน

                “แล้วพี่ลู่หานเป็นยังไงบ้างครับ? ช่วงนี้ผมติดถ่ายละคร แล้วต้องรับงานที่พี่ลู่หานยกเลิกไปอีก ไม่มีเวลาไปเยี่ยมพี่ลู่หานเลย” เซฮุนหน้าเศร้าลงเมื่อพูดถึงพี่ชายตัวเอง ทำเอาซูโฮเผลอกลับไปคิดถึงคนในปกครองและเพื่อนสนิทของตัวเองที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ที่โรงพยาบาล

                “ก็เรื่อยๆนะปกติดียังไม่มีอะไรคลืบหน้า ไม่ต้องห่วงหรอก พ่อแม่นายก็ผลัดกันไปเฝ้าลู่หานมันบ่อยอยู่เหมือนกัน แถมมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลตลอด” ซูโฮตอบคำถามให้เซฮุนสบายใจขึ้น

                เขากับลู่หานเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ก่อนที่ลู่หานจะเข้าวงการ เห็นเซฮุนมาตั้งแต่เด็กๆ เซฮุนรักพี่ของตัวเองมาก คอยตามลู่หานตลอด พอลู่หานเข้าวงการไม่นานเซฮุนก็เข้าวงการตามลู่หานมา พอพี่เป็นแบบนี้ก็คงเสียใจไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ ได้แต่รอเวลาให้ลู่หานฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

 

                “ก็ดีแล้วที่ยังไม่ตาย อย่างน้อยก็แค่หลับยาวคงไม่ฟื้นมาแล้วล่ะ”
เสียงทุ้มอีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาระหว่างบทสนทนาของเซฮุนและซูโฮ ทั้งคู่หันไปมองคนมาใหม่เมื่อรู้ว่าใคร ทำเอาทั้งคู่หน้าหงิกอารมณ์เสียไปตามๆกัน

            “ไงปาร์คชานยอล ปากก็ยังหมาเหมือนเดิมนี่” เป็นเซฮุนที่ตอบกลับคนตัวสูงผู้มาใหม่ไป

                “ปากก็ยังน่าจูบเหมือนเดิมนะ โอเซฮุน” ชานยอลยักคิ้วยิ้มกวนตามสไตล์ของตัวเองตอบกลับเซฮุนไป

                “ระวังจะไม่มีปากไว้กินข้าว เป็นไงพอพี่ฉันยกเลิกงานก็ได้งานต่อจากพี่ฉันไปเยอะแยะเลยนี่ คงสมใจมากซินะ” เ
ซฮุนพูดกระแทกแดกดันอีกคนไป
ทำเอาชานยอลเริ่มโมโหขึ้นมานิดหน่อย

                “เหอะ! มันก็พอๆกับนายนั่นแหละเซฮุนน่า นายก็ได้งานต่อมาจากพี่นายนี่ เป็นได้แค่ตัวสำรอง”
ชานยอลพูดตอบกลับไปต้องการให้อีกคนโกรธ

                “ที่ฉันรับงานเพราะไม่อยากให้นายได้งานของพี่ฉันไปมากกว่า นายนั่นแหละ เบอร์สองผู้ไม่มีวันข้ามพี่ฉันไปได้”
เซฮุนยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ทั้งสองคนจ้องตากันเขม่งไม่มีใครยอมใครจนต้องเดือดร้อนซูโฮที่ต้องมมาจับทั้งสองคนให้แยกจากกัน ก่อนจะพาเซฮุนออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+


เอา 40% แรกมาอัพให้ก่อน 
ไรท์จะกลับมาปั่นเรื่องนี้อีกทีหลังคอน ไม่รู้จะวันไหน
ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์นะคะ


มาต่อกั60% หลังเปิดตัวละครเสริมอีก2คน
ชอบไม่ชอบยังไงติชมกันได้น๊า

พูดคุยติดแท็ก #FICSuptar



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #77 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 08:47
    งือ แบคสู้น้า
    #77
    0
  2. #20 kade1980 (@beebamboo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 21:05
    พี่ลู่อย่าโหดส่น้องแบคเลยนะ
    #20
    0
  3. #19 ปุ๋ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 20:08
    พี่ลู่อย่าแกล้งน้อง

    ไปอาศัยเค้าอยู่แล้วยังใช้นั่นใช้นู่นอีก 555555
    #19
    0
  4. #17 ปุลิน (@miedy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 16:59
    หื้มมมมม แอบมีชานฮุนใช่ม้ายยยยยยยย >_<
    #17
    0
  5. #16 น้องแบคเมียพี่ลู่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 14:40
    อ๊ายยยยยยยยยยยยฟินนนนนนนนนน โย่ โย่ แม๊น งั้นหรอฟินอ่ะ แบคเป็นลมไปแล้วมั้งน้ะ

    มาต่อไวๆนะคะไรต์เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆ>.
    #16
    0
  6. #11 kade1980 (@beebamboo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 09:43
    โถแบคอย่ากลัวพี่ลู่เลยนะ มีแบคคนเดียวจะช่วยพี่เค้าได้นะ

    #11
    0
  7. #10 ริลัคหานมะ (@kek-kk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 23:09
    โย่ โย่ แม๊น ความแมนของพี่ไม่ได้ช่วยอะไรเล้ยนย ดีใจหรือเสียใจแทนแบคดี555555555 ไรท์ค่ะฟิคเรื่องนี้ใสใส มาม่า ฮิฮาร์หรือยังไงค่ะ -..-
    #10
    0