[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 9 : [Lisa] Chapter :: 08 สำคัญ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    9 มี.ค. 60








EP: 8 สำคัญ

ลิซ่า: คำว่าสำคัญของจีซู...มันไม่มีความหมายอะไรมากกว่านี้จริงๆน่ะเหรอ


หลังจากเหตุการ์ณวันนั้นที่แทบจะกลายเป็นจุดแตกหักระหว่างฉันกับจีซู ทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ฉันกับเพื่อนๆหันกลับมาเอาใจใส่ด้านการเรียนมากขึ้น เพราะนี้เป็นเทอมสุดท้ายของพวกเราแล้ว พวกเราต้องทำโปรเจคจบ ก่อนจะได้ลงไปฝึกงาน

ซึ่งฉันยังไม่รู้เลยว่าจะฝึกที่ไหน...

ถามว่าเหตุการ์ณวันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้ยังไงงั้นเหรอ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แต่โดนยั่วโมโหนิดหน่อย บังเอิญว่าเรื่องนั้นมันเกี่ยวกับจีซู ฉันเลยทนไม่ได้ บวกกับนิสัยเป็นคนใจร้อนอยู่เป็นทุนมันก็เลยทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาไงล่ะ

โดยผู้หญิงคนนั้นกล่าวหาว่าฉันจะแย่งผู้ชายของเธอ ยังไม่จบนะ ยังโดนจีกล่าวหาอีก คือ...เรื่องของเรื่อง ฉันพยายามกันจีซูออกจากเขาไง แล้วบางครั้งมันก็ดูเยอะเกินไป จนคนอื่นจะคิดไปไกลได้ แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่มโนแจ่มที่สุดจะเป็นพี่มาร์ค มีมาแต่งเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว ยุยงส่งเสริม บอกว่าถึงฉันจะทำให้ฉันจีซูเลิกกับเขา เขาก็ไม่มีวันคบกับฉันหรอก อะไรประมาณนี้แหละ ตามที่จับประเด็นตามคำพูดของผู้หญิงคนนั้นนะ สรุปง่ายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นทังหมดก็ฝีมือพี่มาร์คล้วนๆ

น่าเจ็บใจที่สุดคือ เมื่อฉันขึ้นรถมากับจีแล้ว พี่มาร์คยังมีการโทรมาเยาะ ถามหารสมือจีซูอย่างกับตัวเองไม่เคยโดนแล้วยังพูดอีกว่า...ถึงฉันจะสำคัญกับจีแค่ไหน แค่เขาก็ยังทำให้จีตบฉันได้ และ นี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หมายความว่าไงล่ะ หมายความว่าจะไม่เลิกรากันง่ายๆไง ประกาศสงครามกันชัดๆ

ตอนแรกที่จีซูทำแบบนั้นฉันโกรธนะ จีไม่เคยแรงแบบนี้ ทังโกรธทังน้อยใจ เหมือนว่าจีไม่แคร์กันแล้วถึงได้กล้าตบต่อหน้าคนอื่นเสียแรงขนาดนั้น ตบแบบยังไม่ได้ฟังคำอธิบายจากฉัน แถมยังตบซ้ำแบบไม่มีคำขอโทษด้วย...

ตอนนั้นแทบจะร้องเลยล่ะ แต่คิดว่ามันคงน่าสมเพชเกินไปเลยพยายามกลั้นเอาไว้

แต่สุดท้ายฉันก็โกรธจีไม่ได้อยู่ดี...เพราะฉันไม่อยากให้พี่มาร์คชนะไปมากกว่านี้ ถ้าฉันกับจีทะเลาะกัน ถ้าฉันไม่มีสติแล้วสวนจีกับไปตอนนั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าระหว่างเราตอนนี้จะเป็นยังไง ขนาดมีสติ ตอนนี้ยังไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน มองหน้ากันก็ยากกว่าแต่ก่อน...

ฉันไม่ได้ไปนอนห้องจีมาเป็นอาทิตย์แล้วล่ะ เรียกว่าหลบหน้าได้เลย ถึงคิดถึงมาก แค่ยังไม่ค่อยพร้อมเจอเท่าไร เพราะไม่รู้ว่าจะเผลอพูดอะไรที่ทำให้ทะเลาะกันมั้ย

“ขอโทษนะครับ”

ในระหว่างที่ฉันกำลังดิ่งลงไปในความคิดของตัวเองเรื่อยๆเสียงทักที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ก็ทำให้ฉันก็สติคืนมา ตอนนี้ฉันนั่งอยู่คนเดียวบริเวณม้านั่งใต้คณะ เพราะว่าแชงกับเจนไม่มาเรียนทังคู่ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหนกัน ไม่มีโทรมาด้วยนะ ไม่รู้ว่าเห็นกันเป็นเพื่อนรึเปล่า หายต่อมไปเลยทังสองคน เทฉันให้มานั่งเหงาเรียนคนเดียวตั้งสองคลาส

“คะ?”

ฉันขานตอบผู้ชายคนนั้นพร้อมกับชี้เข้าที่ตัวเองอย่างสงสัยว่าเขาทักฉันรึเปล่าเพราะบริเวณนั้นแทบจะไม่มีใครอยู่เลย นอกจากฉันกับเขา

“ใช่จริงๆด้วย ลลิสา!

เดี๋ยวนะ ลลิสาเลยเหรอ...

ฉันมองหน้าเขาอย่างงงๆ พร้อมกับใช้ความคิด ใครกันที่จะมาเรียกชื่อจริงฉันเต็มยศด้วยสำเนียงที่ชัดเจนขนาดนี้ แต่แม้จะมองยังไง ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี

“เราเตนล์ไง จำได้มั้ย”

เตนล์ไหนวะ...

“ก็ตอนนี้เธอกลับไปเรียนชัมเมอร์ที่ไทยไง เราเรียนคลาสเดียวกัน”

ชัมเมอร์ที่ไทยงั้นเหรอ...

“อ๋อ...”

“จำได้แล้วใช่มั้ย คนที่นั่งข้างๆเธอไง”

ถ้าถามถึงการไปเรียนชัมเมอร์ที่ประเทศไทยก็คงจะเป็นช่วงประมาณที่ฉันเรียนอยู่ไฮล์สคูล มีช่วงหนึ่งที่พ่อกับแม่มีธุระที่นั่นพอดี แต่ไม่อยากปล่อยฉันไว้คนเดียวในช่วงปิดเทอมก็เลยพาไปด้วย ตัวฉันซึ่งยังเด็กก็ขัดอะไรไม่ค่อยได้ ก็เลยได้แต่เลยตามเลย ห้าหกปีได้แล้วมั้ง...

ใครจะไปจำได้...

“แล้วเตนล์มาทำอะไรเหรอ”

ฉันถามกลับไปตามมารยาท เพราะว่าพอสำนึกดูดีๆ ฉันก็เคยรู้จักเขาจริงๆนั่นแหละ ผู้ชายตัวสูง ผอมๆ หน้านิ่งๆคนนี้

“เรามาดูงานน่ะ พ่อแม่เราอยากส่งให้มาฝึกงานที่นี่ เราพึ่งจะเรียนจบเมื่อไม่นานมานี่เอง”

“แล้วดูไว้รึยังล่ะ”

“ก็มีที่ที่พ่อแม่ติดต่อไว้บ้างแล้ว แล้วลลิซล่ะ ตั้งแต่วันนั้นไม่ติดต่อกลับมาเลยนะ”

วันนั้น...เขาคงจะหมายถึงวันที่ฉันจะกลับเกาหลีนั่นแหละ เตนล์ไม่ได้มาส่ง... ฉันเลยคิดว่าความสัมพันธ์ของเราคงจะยืนยาวไม่ได้เท่าไรนัก เลยไม่ได้สนใจเขาอีกเลย คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาหายไปจนเป็นเวลาหลายปีเช่นนี้ และ ก็ไม่แปลกด้วยที่ในตอนแรกฉันจะจำเขาไม่ได้

ใครจะคิดว่าอีกห้าปีข้างหน้าฉันจะมาเจอเขาที่นี่ ตอนนี้...

“ก็ยุ่งๆ เพราะกลับมาก็เตรียมสอบเข้ามหาลัยเลย ก็เป็นอันว่าได้มาเรียนที่นี่แหละ จวนจะจบแล้ว อีกเทอมเดียว”

ฉันทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อได้พูดคุยกับคนที่พูดภาษาที่ฉันไม่ได้พูดเสียนาน เหมือนกับว่าเรามีบางอย่างที่เข้าใจกัน และ กันเสมอ ถึงแม้จะไม่ได้พูดคุยอะไรกันเยอะก็ตาม คงเป็นเพราะเรามาจากที่เดียวกัน ที่ที่ฉันเรียกว่าบ้านเกิด ถึงจะไม่ได้อยู่ที่นั่นนานนัก แต่ก็คงจะเป็นความรู้สึกส่วนลึกละมั้งที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นได้ขนาดนี้

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมาเจอเธอได้ เอางี้มั้ย เธอทานข้าวรึยัง ไปทานข้าวกัน มีอะไรอยากจะคุยด้วยเยอะแยะเลย”

ฉันมองเตนล์นิ่งๆอย่างใช่ความคิดว่าจะเอายังไงดี ถ้าเป็นคนอื่นฉันก็อาจจะปฏิเสธแบบไม่คิดไปแล้ว แต่นี้คือเขา คนที่เป็นเพื่อนเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยรู้สึกดีด้วย มากๆเลยล่ะ แล้วอีกอย่าง คนอย่างนายเตนล์เนี่ย มองตาก็รู้ว่าเป็นคนใสซื่อมาเกินกว่าที่จะคิดไม่ดีกับใคร เพราะงั้นฉันเลยรู้ว่าเขาแตกต่างกับผู้ชายทั่วไปที่เข้ามา เพราะผู้ชายพวกนั้นเขามามีออร่าหว่านเสน่ห์มาเต็ม แต่สำหรับเตนล์เขามีออร่าของความเป็นมิตรบนพื้นฐานของคำว่ามิตภาพมากกว่า

ดั่งนั้นฉันเลยตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะไปกับเขา เพราะช่วงนี้ก็มีเรื่องเครียดอยู่พอสมควร ถ้าได้คุยกับเขาอาจจะรู้สึกดีขึ้นก็ได้

“เอาสิ แต่ขอกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วกัน เจอกันที่ไหนดี”

“ไม่รู้สิ ช่วยกันเลือกดีมั้ย...”

“งั้นไว้ค่อยว่ากัน ฉันขอกับห้องก่อน เอาโทรศัพท์มาสิ ยังไงแล้วก็ทักไลน์มา”

เตนล์ยังคงนิ่งเมื่อฉันแบมือไปตรงหน้าเขาเพื่อต้องการจะทำในสิ่งที่บอกเล่าไว้ในตอนแรก ในตอนนั้นเองที่ฉันเห็นเขาแอบยิ้มออกมา เป็นยิ้มเล็กๆที่ดูเหมาะกับเขาดี

“ถ้าลลิซยังใช้ไลน์เดิม เราไม่เคยลบหรอก...”

โอเค อ่อยเบาๆ ไม่นับแล้วกัน...

“โอเค งั้นไว้เจอกันนะ”

ฉันบอกลาเตนล์สั้นๆ ก่อนจะเก็บของของตัวเองแล้วลุกขึ้นยืน ตั้งใจว่าจะค่อยๆเดินกลับแทนการนั่งรถประจำทาง เพราะตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว แดดไม่ค่อยแรงเท่าไร เดินออกกำลังกายบ้างก็เป็นความคิดที่ไม่เลว

แต่เมื่อฉันเดินตามทางมาเรื่อยๆ ฉันก็รู้สึกได้ว่าใครคนหนึ่งกำลังเดินตามมา แล้วเมื่อหันไปมองก็พบกับเตนล์ที่ส่งยิ้มอ่อนๆมาให้โดยไม่ได้พูดอะไร ฉันก็คิดว่าเขาคงจะผ่านทางนี่เหมือนกันเลยไม่ได้เอ่ยทัก ก็เลยเดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงหน้าอพาทเม้นของตัวเอง

แต่เมื่อหันกลับไป ก็ยังคงพบกับเตนล์อยู่

“นี่ นายพักแถวนี้เหรอ”

“เปล่า ฉันตามเธอมา”

อ้าว...

“ก็ไม่รู้จะไปรอที่ไหน ที่พักฉันค่อนข้างไกลน่ะ เลยคิดว่ามารอเธอแถวๆที่เธออยู่ดีกว่า จะได้เจอกันง่าย ตามสบายนะ ฉันจะนั่งรออยู่ตรงนี้แหละ”

เขาว่าเสียงเรียบๆก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้หน้าอพาทเม้นฉัน ตัวฉันก็ถอนหายฉันออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คิดในใจว่าอาจจะเจอผู้ชายที่มีลูกตื้อที่ยากจะปฏิเสธเข้าแล้ว เพราะถ้าลูกตื้อเงียบไงล่ะ เลยไม่มีโอกาสให้ปฏิเสธ...

ครืด~

ในระหว่างที่ฉันกำลังคิดว่าจะเอายังไงกับเตนล์ดี โทรศัพท์ฉันก็สั่นขึ้นมาในระยะสั้นๆ เหมือนเป็นเสียงเตือนจากข้อความ ฉันเลยหยิบขึ้นมาดูก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรตอบเขาออกไป

วันนี้ทานข้าวด้วยกันนะ

จีซู...

“เป็นอะไรไป”

ฉันยืนนิ่งมองโทรศัพท์อยู่นานจนเตนล์ทักเข้าให้ การที่ห่างจากจีมาเป็นอาทิตย์แบบนี้ มันอาจจะทำให้คิดถึงบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันเข้มแข็งขึ้น ไม่ใช่อะไรก็จะไปเดินตามเขาไปเรื่อยแบบนั้น อาจจะเหมือนชีวิตขาดสีสันแต่มันก็พิสูธแล้วว่า ฉันอยู่ได้โดยไม่ตายถ้าขาดจีซู ถึงอาจจะทรมานกับความคิดถึงหน่อยก็เถอะ

แต่เมื่อจีส่งข้อความมาแบบนี้ นี่อาจจะเป็นข้อความแรกในรอบอาทิตย์ของเรา เพราะจีก็คงไม่ได้สัมผัสถึงความผิดปกติอะไรที่ฉันหายไป อาจจะคิดว่าฉันติดงาน ติดเรียน แต่เมื่อฉันหายไปนานจนผิดวิสัยแบบนี้ คนคิดมากแบบคิมจีซูก็คงจะลองส่งข้อความมาหยั่งเชิงนั่นแหละ

เหมือนฉลาดนะ แต่ฉันรู้ทัน

“เปล่า ถ้าทิ้งให้นายนั่งอยู่นี่ฉันคงไม่สบายใจ ไปรอข้างบนมั้ย?”

“แล้วไป...คิดว่าจะยกเลิกนัดกันเสียอีก”

คำพูดของเตนล์ทำให้ฉันถึงกับหัวเราะเจื่อนๆออกมา เพราะสิ่งที่เขาคิดมันถูกแล้ว ฉันอยากจะยกเลิกนัด แต่เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนเก่าฉันเลยไม่ทำ แต่กับเลือกที่จะส่งข้อความตอบปฏิเสธไปที่จีซูแทน

โทษนะ แต่วันนี้ลิซมีงานเยอะเลย

“ไปกัน”

ฉันเอ่ยชวนเตนล์อีกครั้ง เพราะเห็นว่าเขายังนั่งนิ่ง ไม่ใช่ว่าไว้ใจอะไรเขานักหนานะ ถึงได้ชวนขึ้นห้องด้วยแบบนี้ แต่ฉันแค่เชื่อว่าคนหน้าซื่ออย่างเขาคงไม่มีความคิดอกุศลอะไรหรอก แต่ถ้าคิดขึ้นมาจริงๆ ดูจากลวงสูงแล้ว เราน่าจะสู้กันได้สูสีนะ

เพราะฉันสูงหรือเขาเตี้ยล่ะ...

                เมื่อฉันกับเตนล์เดินขึ้นมาบันไดมาจนถึงชั้นที่จีซูอยู่ ประตูห้องของจีซูก็เปิดออกมาพอดีในจังหวะนั้น เหมือนเป็นความบังเอิญที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบเดินเร็วๆ เพราะไม่อยากจะสู้หน้ากับจีตอนนี้

                “ลิซ!

แต่ก็คงช้าไปสำหรับคนตาไวอย่างจีซู เพราะจีซูได้เรียกทักขึ้นมาก่อนทันที ทังๆที่จีน่าจะเห็นแค่หลังฉันไวๆเท่านั้น แน่นอนว่าฉันต้องหยุด เพราะถ้าไม่หยุดมันจะยิ่งดูน่าสงสัยว่าฉันกำลังหลบหน้าเธอ

“ไหนบอกพี่ว่าจะทำงานไง แล้วนี่ใคร”

สายตาของจีซูที่มองมามีแววตำหนินิดหน่อยเมื่อจับได้ว่าฉันโกหก จีมองฉันเหมือนเป็นเด็กนิสัยไม่ดี ที่โกหกพ่อแม่เวลาอยากหนีไปเที่ยว

“เพื่อนลิซเอง คนไทยน่ะ ก็พอดีเจอเขา เลยว่าจะไปทานข้าวกัน”

ฉันตอบออกไปเสียงราบเรียบ แต่สายตาจีซูก็ยังไม่คลายความสงสัยออกไป จีเอาแต่มองไปที่เตนล์ จนเตนล์ต้องขยับตัวนิดหน่อยอย่างรู้สึกอึดอัด

“เตนล์ นี่จีซู...”

ฉันเอ่ยแนะนำจีซูกับเตนล์ไปโดยไม่บอกสถานะเพราะไม่รู้จะบอกว่าอะไร จีซูไม่ชอบให้ฉันบอกว่าเธอเป็นพี่สาว เพราะเธอบอกว่าเธอไม่ใช่ แต่ก็ยังชอบมาเรียกร้องให้ฉันเรียกว่าพี่ เพราะว่าอายุเยอะกว่า

แต่จะมีใครเรียกคนที่ชอบว่าพี่กันล่ะ...

“สวัสดีครับ ไปทานข้าวด้วยกันมั้ย”

ภาษาเกาหลีของเตนล์ฟังดูยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก เพราะตามที่เจ้าตัวเขาบอกมาว่าพึ่งจะเริ่มเรียนก่อนจะมีแพลนมาฝึกงานที่นี่ได้ไม่ถึงสามเดือน แต่ก็ถือว่าไม่ได้งงมาก เพราะจีซูคงจะฟังเข้าใจได้ ดูจากสีหน้านะ...

และฉันคิดว่าคงปฏิเสธแน่ๆอ่ะ เพราะจีซูไม่ค่อยชอบทานข้าวกับคนที่ไม่รู้จักสักเท่าไร

“เอาสิคะ เบื่อๆอยู่พอดี แล้วนี่จะไปทานที่ห้องลิซเหรอ” เกินคลาดแฮะ ตอบรับเฉยเลย

“เปล่า ลิซจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้า นัดกันข้างนอกน่ะ”

เมื่อฉันบอกแบบนั้น สายตาของจีซูยิ่งมีแววตำหนิอย่างเห็นได้ชัดถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยก็ตาม ก็แน่ล่ะ จีไม่รู้สักหน่อยว่าเตนล์คนยังไง ในชีวิตนี้จีเจอแต่ผู้ชายแย่ๆ อย่างพี่มาร์คก็คงไม่แปลกถ้าจีจะไม่ไว้ใจเตนล์เช่นกัน

“งั้นพี่ไปด้วยล่ะกัน จะไปลงมาพร้อมกันทีเดียว”

ทุกอย่างมันดูวุ่นวายไปหมด ทังเตนล์ ทังจีซู ฉันที่เป็นคนกลางก็ไม่รู้จะแก้ไขสถานการ์ณยังไงเมื่อมันเป็นอย่างงี้แล้วเลยได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ แล้วเดินนำทังสองคนขึ้นชั้นบนไป

เมื่อมาถึงห้อง ฉันก็บอกให้เตนล์นั่งรออยู่ที่โชฟา ส่วนจีซูน่ะเหรอ เมื่อเห็นว่าฉันเดินเลี่ยงเข้ามาที่ห้องนอนก็เลยเดินตามเข้ามา ดูท่าแล้วพี่แกมีเรื่อวที่อยากจะคุยกับฉันเยอะแยะเลย หรือไม่ก็คงอยากจะด่านั้นแหละ

“คิดยังไงถึงได้ชวนเขาขึ้นมาแบบนี้ ถ้าพี่ไม่มาเจอพอดีก็จะขึ้นมากับเขาสองคนงั้นเหรอ”

นั้นไงพูดไม่ทันขาดคำ เมื่อเข้ามาอยู่ภายในห้องกันแต่เพียงลำพัง จีซูก็เริ่มเปิดประเด็นขึ้นมา ซึ่งฉันก็เดาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ามันต้องเกี่ยวกับเตนล์

“เขาไว้ใจได้ เขาเป็นเพื่อนลิซ”

“เพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไร เขาเป็นคนไทยนี่เจอกันมานานแล้วสิ คนเรามันเปลี่ยนนิสัยได้นะลิซ ตอนที่ลิซรู้จัก เขาอาจจะไว้ใจได้ แต่ตอนนี้มันอาจไม่ใช่”

“อ่อ เปลี่ยนนิสัยเหมือนพี่มาร์คของจีน่ะเหรอ”

“ลลิซ!! พี่กำลังพูดเรื่องของเธอ ทำไมต้องไปลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยว”

เมื่อเห็นว่ามีแววจะทะเลาะกันขึ้นมาจริงๆอีกครั้ง ฉันเลยหยิบผ้าขนหนู แล้วเดินเลี่ยงจีออกไป เพื่อที่จะไปอาบน้ำ เพราะตอนนี้เตนล์ก็รออยู่คงจะเป็นการเสียมารยาทถ้าปล่อยให้เขารอนานๆแล้วเจ้าบ้านมัวแต่มาทะเลาะกันแบบนี้

“พี่ยังพูดไม่จบ ทำไมถึงเดินหนี นิสัยไม่ดีเลย”

“ก็ในสายตาจี ลิซมันก็ดีไปกว่านี้ไม่ได้แล้วนี้”

จีซูถึงกับชะงักไปกับคำตัดพ้อของฉัน แน่นอนล่ะ ที่ทำไปทังหมดเพราะว่าน้อยใจทังนั้น มันเป็นความน้อยใจที่สะสมมานานจนกระทั่งเริ่มรู้สึกได้ว่ามันไม่ไหวแล้วในช่วงนี้ คงเป็นเพราะเหนื่อยกับหลายเรื่อง ฉันจึงเลือกที่จะหลบหน้าจีเพื่อจะทบทวนตัวเองไงล่ะ ฉันมองเห็นจีซูสำคัญที่สุดเสมอมา แต่เขาก็ยังมองเรื่องอื่นสำคัญกว่า เรื่องของฉันเป็นรอง เหมือนกับว่าสำหรับจีแล้ว ฉันก็คงเป็นได้แค่นี้

                ความเป็นห่วงของจี ก็คงมีไว้ให้แค่ในฐานะพี่เท่านั้น

                แล้วผลจากการหลบหน้าเป็นไง? นอกจากจะไม่ลืมแล้ว ยังคิดถึง ยังเป็นห่วง ยังอยากเจออีกมากว่าเดิมเท่าตัว สรุปแล้วก็คือล้มเหลว ทบทวนยังไงคำตอบก็ชัดเจน คิมจีซูคือคนที่สำคัญที่สุดของฉัน...

                ฉันใช้เวลาไม่นานนักกับการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ในระหว่างนั้นใช้ก็สงบอารมร์ตัวเองไปด้วยเพราะคิดว่ายังไงวันนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว จะได้ทำการเลิกหลบหน้าจีซูอย่างเนียนๆไปเลย แต่เมื่อฉันเดินออกมาจากห้องก็พบกับจีที่นั่งคุยกับเตนล์อยู่ จีซูมีสายตาแบบจับผิดตลอดเวลาที่คุยกับเขา จนเตนล์ผู้ใสซื่อนั่งเกร็งจนไม่รู้จะเกร็งยังไงแล้ว

                ทังน่าขำ และ น่าสงสารเลยล่ะ

                “ไปกันได้แล้วล่ะ”

                เสียงเรียกของฉันเมื่อกับระฆังช่วยชีวิตเตนล์ออกมาจากการซักถามของจีซู สีหน้าเขาดูมีแววโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ฉันแอบเห็นเขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนที่จะลุกเดินเข้ามาหาฉันใกล้ๆ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเป็นภาษาไทยที่จีซูฟังไม่ออก

                “พี่เธอ โหดชะมัดเลย”

                ฉันถึงกับหลุดขำออกมานิดหน่อยกับแววตาขยาดๆจีซูของเตนล์ แต่เหมือนจีซูจะไม่ได้เห็นเป็นเช่นนั้น เมื่อเธอส่งสายตากดดันมาทางอากาศส่งมาถึงพวกฉันอีกครั้ง ก่อนจะกระแอมเพื่อเรียกร้องความสนใจให้กับตัวเอง

                “จู้จี้ไปบ้าง แต่ก็น่ารักดีนะ”

                ฉันบอกกับเตนล์ยิ้มๆก่อนจะเดินนำหน้าเขาไปหาจีซูที่ไปยืนรออยู่ที่หน้าประตู แล้วส่งสายตากดดันมาให้นายเตนล์อยู่เนื่องๆจนเขาต้องเดินตัวลีบตามมาแบบไม่กล้าสบตากับจีซู

                มันน่าขำนะ ที่ผู้ชายอย่างเตนล์จะขยาดจีซูจนไม่กล้าเข้าใกล้แบบนี้ ไม่รู้ว่าระหว่างที่ฉันอาบน้ำจีซูพูดอะไรกับเตนล์ไปบ้าง ข่มขู่อะไรเขารึเปล่าก็ไม่รู้ เตนล์ถึงมีท่าทางหงอลงอย่างเห็นได้ชัด ร้ายนักนะ...

                “อย่าคิดจะอยู่กับเขาสองต่อสองอีก เขาไม่ใช่คนซื่ออย่างที่เธอคิดหรอก”

                จีซูอาศัยจังหวะที่เตนล์อยู่ห่าง พูดบอกกับฉันเร็วๆ คงคิดว่าถึงเตนล์ได้ยินก็ไม่น่าจะแปลทัน ฉันได้แต่อมยิ้มนิดๆกับท่าทางนั้นชองจีซู

                เหมือนเด็กหวงของเล่นไม่มีผิด

                “ยิ้มอะไร จะไม่ฟังกันเหรอ ขนาดพี่อยู่ด้วยนะ เขายังกล้าทำขนาดนี้แล้ว”

                “เตนล์เขาไม่ได้ทำอะไร จีคิดมาก”

                “เธอคิดน้อยน่ะสิ ลลิสา”

                เมื่อจียืนยันคำพูดของตัวเองแบบนั้น ฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดีกับท่าทางหวงๆของจีซู ที่เจ้าตัวเขาคงจะเผลอทำออกมาโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่ว่ามันก็ชัดเจนมากพอในความรู้สึกฉันนะ     

พี่น้องกันเขาหวงกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ คิมจีซู



เอาแล้วไง ถึงทีของพี่จีแล้ววว ถ้าไม่คิดจะให้ความสำคัญกับน้องก็อย่ามาหวงนะ! ไม่งั้นพี่จะกลายเป็นคนหวงก้างนะคิมจีซู ว้ายๆๆ

ปล. มีใครคิดถึงลิซูอย่างไรท์มั้ย ทำไมช่วงนี้เงียบๆไปดักซุ่มทำอะไรกันอยู่

ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นถามจินตนาการของผู้เขียน ตามความขี้ชิปที่มีอยู่ในสายเลือด 

ได้โปรด...

อย่า



#คนดีของลิซ


 

 

 

 

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #175 Kimjen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 23:42
    เป็นความสัมพันธ์ที่นุ่มนิ่มเปราะบางเหลือเกินนะลิซซู
    #175
    0
  2. #143 Milkypig (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 06:36
    ดูอิพี่นางจะไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย หึงคนน้องน่าดู จู้จี้สั่งน้องซะยกใหญ่เชียว
    #143
    0
  3. #100 Lisoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 23:42
    พิซูเริ่มหึงเเล้ววุ้ย ชอบๆ
    #100
    0
  4. #99 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 14:36
    อยากได้ทั้งเตนล์ทั้งลิซเลยคร่ะ #เทจซู 55555555555555
    #99
    0
  5. #98 yupaka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 13:54
    เนี่ยยยยแหละค่ะที่อยากเห็นความ(หึง)หวงเกินเบอร์ของพี่จี พี่จีต้องขนาดนี้เลยเหรอคะคุณพี่สาว
    พี่จีจะหวงน้องได้ขนาดไหนอยากรู้ พี่จีต้องสู้(ยุ)
    #98
    0
  6. #97 โซ_มิน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 13:44
    หวงเขาก็บอกว่าหวงสิคะพี่จี อิอิ
    #97
    0
  7. #96 pazime04 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 10:58
    พี่จีขี้หวง พี่จีขี้หวง พี่จีหวง หุหุ
    #96
    0
  8. #95 AiCJet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 09:28
    พี่จียังไง ยังไง
    #95
    0
  9. #94 Himmie22 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 09:27
    พิจีเริ่มหึงลิซบ้างแล้วสิน้า 555
    #94
    0
  10. #92 Lisoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 17:06
    รอนะคะไรท์
    #92
    0
  11. #91 Khing Phoosangtong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 21:13
    ไม่โหลดดิ ไม่เอาาจะอ่านนนนนน 
    ปล.เมื่อไรจีจะรัก
    #91
    0
  12. #90 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 09:16
    รอคะรอ ฮุๆๆๆ
    #90
    0
  13. #89 Rattanaporn Sriprasert (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 08:12
    รอต่อไปค่ะ^^
    #89
    0
  14. #88 aem35 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 08:01
    รอค้าาา555
    #88
    0
  15. #87 โซ_มิน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 01:37
    ปูเสื่อรอค่ะไรท์^^
    #87
    0