[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 6 : [Lisa] Chapter :: 06 หวัง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    2 มี.ค. 60









EP: 06 หวัง

ลิซ่า: ถึงว่าจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆ แต่ฉันก็ยังหวัง








“เป็นไงสอบได้มั้ย”

เสียงทักที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังทำให้ฉันและแชยองที่นั่งเท้าคางมองหน้ากันอยู่ถึงกับต้องหันไปมอง ไม่ใช่ใครหรอก เจนนี่ตัวแสบนั้นแหละที่มาถามไถ่อาการเพื่อนหลังจากออกจากห้องสอบ ที่ต้องถามไม่ใช่เพราะอะไร คือเจนนี่สอบคนละห้อง ส่วนฉัน และ แชยอง สอบห้องเดียวกัน แหม ช่างเป็นการจับคู่ที่แบบพร้อมให้กอดคอกันตกเลยทีเดียว

“ขอตอบว่าได้สอบนะ”

แชยองเป็นคนเอ่ยตอบพร้อมกับถอนหายใจยาวจนฉันเองก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยใจตามไปด้วย ที่แค่กลางเทอม ถ้าไฟนอลก็คงจะมีตายกันไปข้าง

“ก็ไม่ขยันอ่านหนังสือ เจนบอกแล้วให้อ่านเยอะๆ”

เจนนี่ที่เป็นคนหัวดีที่สุดในกลุ่ม และ เป็นความหวังของเพื่อนเสมอมา ได้แต่บ่นงึมงำพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้างๆแชยอง

“นี่ยังเรียกว่าไม่เยอะอีกเหรอ หืมมมมมม”

“โอยยย เจ็บนะแชง”

เจนนี่ร้องขึ้นมาเบาๆ เมื่อแชยองเอื้อมมือไปบีบแก้มของเธอ ดูเหมือนจะไม่เบาแรงเสียด้วย

“ก็ไม่เยอะหรอก แต่ถ้าอ่านต่อไปก็คืออ้วกอ่ะ” ฉันว่าอย่างปลงตกก่อนที่ฉันและแชยองจะถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

เฮ้อ...อะไรจะเกิดมันก็เกิด จะตกก็คือตก

“แล้ววันนี้เอาไง หมดแรงกันขนาดนี้จะเดินกลับมั้ย หรือจะนั่งรถกลับ”

นั่งรถกลับที่เจนนี่ว่าหมายถึงการนั่งรถประจำทางที่ผ่านทางนี้กลับ เพราะที่พักของพวกฉันก็อยู่ระแวกเดียวกันเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนักกับการเดินทาง บางวันก็จะชอบชวนกันเดินกลับเพื่อจะได้คุยกันนานขึ้น หรือ ไม่ก็หาที่แวะต่อไปในตัว

แต่ต้องไม่ใช่วันนี้ วันที่ฉันเหนื่อยแทบขาดใจ แล้วก็...

“วันนี้ขอตัวนะ มีนัดแล้ว”

“แน่ะ...ทำมาเป็นมีนงมีนัด”

ก็ไม่ใช่ความลับอะไรสักหน่อย นัดที่ว่าก็คือจีซูนั้นแหละ

“วันนี้ พ่อกับแม่จะมา ต้องรีบกลับ”

“ก็รู้อยู่แล้ว พี่จีซูจะจัดงานเลี้ยงสอบเสร็จให้ใช่มั้ยล่ะ รู้หรอกน่า”

ทำมาเป็นรู้ดี สมแล้วที่เป็นเพื่อนกันมานานเพราะแค่เรื่องของพ่อกับแม่ที่มาเยี่ยมเป็นประจำอยู่แล้ว ฉันก็คงไม่ตื่นเต้นอะไรเท่ากับคำที่จีซูบอกเมื่อเช้าตอนมาส่ง

ตั้งใจสอบนะลิซ ถ้าสอบได้พี่มีรางวัลให้

แล้วตอนนี้ฉันก็กลับไปเอารางวัลของฉันยังไงล่ะ แม้ว่าจะสอบไม่ได้ตามที่จีซูบอกก็เถอะ

“อืม ไปเถอะ แล้วนี้กลับไง”

“จีซูมารับน่ะ”

“แหมมมมมม”

แต่ฉันก็ไม่อยู่ให้พวกนั้นแซวนานเมื่อรถเก๋งรุ่นครอบครัวของจีซูเลี้ยวเข้ามาภายในบริเวณที่พวกเรานั่งอยู่ รถคันนี้จีซูซื้อตอนที่เริ่มทำงานได้ปีแรก ด้วยเงินจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองที่บอกว่าควรจะมีรถไว้ใช้เผื่อเวลาฉุกเฉิน แต่จีซูกับไม่ค่อยได้ขับมันบ่อยนัก เธอชอบที่จะใช้บริการรถสาธารณะหรือไม่ก็เดินเอามากกว่า

“จีมาแล้ว ไปนะ”

ฉันหันไปบอกลากับเพื่อนครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปขึ้นรถที่จีซูจอดรออยู่ไม่ไกลนัก

“สอบได้รึเปล่า”

คำแรกที่จีซูทัก แม้จะไม่ใช่คำว่าเหนื่อยรึเปล่าแต่ฉันก็รู้ว่าควาหมายของมันคือความห่วงใยเหมือนกัน

“ได้เอแน่นอน”

โม้ล้วนๆอ่ะ

“เก่งมากเลยลลิซ”

จีซูพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเอื้อมตัวมาคาดเข็มขัดให้เมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่นั่งนิ่ง จังหวะที่จีซูเข้ามาใกล้ ฉันถึงกับของกลั้นหายใจ เพราะว่าฉันเริ่มจะไม่ชินกับกับการเข้าใกล้แบบปุบปับแบบนี้แล้ว

มันไม่มีความเป็นธรรมชาติระหว่างเราอีกต่อไปเมื่อมีคนใดคนหนึ่งคิดเกินเลย

หลายอาทิตย์ก่อนที่จีมีเรื่องกับพี่มาร์ค ฉันตั้งใจว่าจะโกรธให้นานโกรธให้เข็ด แต่จะทำยังไงได้ในเมื่ออีกฝ่ายคือจีซู คนที่แค่ยิ้มให้ ฉันก็อ่อนยวบไปทังใจ

“คุณป้ากับคุณลุงมาถึงแล้วนะ พี่ให้อยู่ที่ห้องพี่ไปก่อนเพราะท่านลืมเอากุญแจสำรองห้องลิซมา”

“รู้แล้ว แม่โทรมาบอกแล้ว”

“แล้วลิซอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”

จีซูดูอารมณ์ดีแปลกๆนะ

“จี ทำไมวันนี้ดูแอคทีฟจัง

“ก็...ลิซสอบได้นี่น่า ลิซเป็นเด็กดี พี่ก็รักสิ”

จีซูอาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดงพอดี หันมายิ้มให้พร้อมกับลูบหัวฉัน ฉันตัวแข็งทื่อไปหมด เพราะไม่ได้เตรียมใจกับการแตะต้องของจี คือปกติฉันจะเป็นคนเข้าไปวุ่นวายกับเขา พอเขามาทำเองแบบนี้ พูดเองแบบนี้มันก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้

รู้สึกแปลกๆที่ว่านี้ คือรู้สึกดีแปลกๆนะ

อันตัวฉันนั้นที่โกหกไปเสียเต็มปากเต็มคำว่าสอบได้ ก็ถึงกับรู้สึกระอายแก่ใจที่โกหกจีไปแล้วจีก็ดูดีใจขนาดนั้น

จีซูใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงที่จอดรถของอพาทเม้นของพวกเรา ฉันเดินอ้อมหลังรถไปเพื่อที่จะขนของที่จีซื้อมามากมายเพื่อจะจัดปาร์ตี้ในวันนี้ลงช่วย ก่อนที่พวกเราสองคนจะพากันเดินขึ้นไปข้างบน

 

เมื่อขึ้นมาถึงห้องของจีที่ตกลงจะใช้เป็นสถานที่จัดปาร์ตี้เล็กๆในคืนนี้แล้ว ฉันก็พบกับพ่อและแม่ของฉันที่นั่งพักผ่อนดูทีวีอยู่อย่างสบาย เมื่อเห็นว่าพวกฉันมาถึง แม่จึงเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมาแล้วก็ดึงฉันเข้าไปกอด

“ลลิซ เป็นไงบ้างลูก สบายดีรึเปล่า”

“แม่...อย่าทำโอเวอร์น่า พึ่งเจอกันเมื่อเดือนที่แล้ว”

ใช่แล้วล่ะ ถึงฉันจะย้ายมาเรียนไกลบ้านแต่พ่อแม่ก็ขยันมาเยี่ยมแทบจะทุกเดือน เลยไม่ทำให้ฉันรู้สึกเดียวดายอะไรนัก แถมที่นี่ยังมีจีซูด้วย แตกต่างจากตอนที่จีซูมาเรียนมากโขอยู่ เพราะพ่อแม่ของจีไม่ค่อยจะมีเวลาว่างเท่าไรนัก แถมฉันในตอนนั้นก็ไม่สามารถมาเยี่ยมบ่อยๆหรือมาอยู่ด้วยแบบตอนนี้ได้ ฉันจึงจินตนาการไม่ออกเลยว่าตอนที่จีซูมาเรียน เธอจะรู้สึกเดียวดายขนาดไหน ยิ่งมองไปเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของเธอที่ส่งมาให้ตอนที่แม่กอดฉัน มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึก

เพราะว่าไม่มีใครสินะ ตอนนั้นจีถึงเห็นเขาคนนั้นสำคัญมาก

ฉันนึกไม่ถึงเลยจริงๆ

 

งานเลี้ยงเล็กๆของเราดำเนินไปอย่างชื่นมื่น โดยที่มีแม่เป็นคนลงมือทำอาหารเองทุกอย่าง คำถามส่วนใหญ่ในบทสนทนาก็ล้วนแล้วเกี่ยวกับการเรียนของฉัน และ การงานของจีซู

“จีซูสวยขนาดนี้ มีแฟนรึยังเนี่ย...”

คำถามของแม่ที่ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ขลุ่ยทำเอาฉันกับจีซูที่กำลังดื่มน้ำอยู่ด้วยกันทังคู่ถึงกับสำลักออกมาอย่างตกใจ แล้วจู่ๆพวกเราก็หันมาสบตากัน...

“ยังไม่มีค่ะ ทำแต่งานก็เหนื่อยมากๆแล้วค่ะคุณป้า”

“เหรอ ดีแล้วล่ะ ถ้าคิดจะคบใครก็ต้องดูกันไปนานๆ อย่าใจร้อนไป แล้วเราล่ะลลิซ ไม่ใช่ไปแอบมีแฟนนะ ขนาดพี่เขายังไม่มีเลย”

“โธ่แม่...”

แม่ยังไม่รู้อะไร ถ้ารู้แล้วแม่จะอึ้งจนพูดไม่ออกแน่

“ไม่มีอะไรล่ะ เดียวจีก็กลับไปดีกับแฟนเก่าเขา”

กึก...

เมื่อฉันพูดประโยคนั้นจบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบทันที บรรยากาศชื่มมื่นเมื่อกี้แทบจะอันตธานหายไปในทันที ฉันหันไปมองหน้าจีที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พบกับความซีดจนแทบจะไร้สีเลือด และ ความไม่พอใจในแววตาที่ขุ่นมัวนั้น

“ค่ะ ก็คิดว่าจะกลับไปอยู่”

ปากพาซวยแท้ๆเลยลลิซ!

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะประชดจีนะ แต่อยู่ๆปากมันก็ไปเองเพราะเผลอคิดภาพที่จียืนกอดกับพี่มาร์คเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ขึ้นมาความรู้สึกฉันในตอนนั้นคงไม่มีใครรู้ มันตื้อไปหมด มันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ในหัวก็เอาแต่คิดว่า แย่แล้ว ที่ทำไปทังหมดมันสูญเปล่า เขาจะกลับไปดีกัน จียังรักพี่มาร์คอยู่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบตอนที่จีซูเดินตามฉันออกมา

แล้วยังไงล่ะ ฉันก็ยังฝังใจกับเรื่องนั้น เพราะคิดว่าถ้าเขากลับไปดีกันคราวนี้ก็คงหมดหวังแล้ว เลยเผลอยกมันขึ้นมาพูดด้วยความปากไวแบบนี้ไงล่ะ

 

จีซูเริ่มเงียบตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงเวลาที่จะแยกย้ายกันเข้านอน ฉันจัดการเรื่องที่นอนเองด้วยการที่เสนอตัวเองมานอนกับจีแล้วยกห้องด้านบนให้พ่อแม่พักไปซะ ซึ่งก็ไม่มีใครขัดอะไรเพราะคงเห็นว่าเหมาะดีแล้ว

ยกเว้นจีซูที่ไม่พูดขัดก็คงเพราะโกรธ

ตอนนี้ฉันอยู่ในครัวกับจีซู ที่เอาแต่เงียบจนเริ่มอึดอัด พวกเรากำลังล้างจานโดนที่ฉันมาหน้าที่รับจานมาเช็ดแล้วก็เก็บเข้าที่ แต่จีซูแค่ทำหน้าทีของตัวเองไปเงียบ โดยที่ไม่ยอมเอ่ยอะไรกับฉันสักคำ

“จี...ลิซขอโทษ”

เคว้ง!

เมื่อจีซูส่งจานใบสุดท้ายมาให้ฉันก็รีบบอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกไป จนทำให้จีส่งจานผิดจังหวะ มันเลยหล่นลงไปแตกอย่างที่เห็น

“ช่างมันเถอะ เดี๋ยวพี่เก็บเอง”

คำว่าช่างมันเถอะที่จีพูดนั้น ไม่รู้ว่าหมายถึงจานนี้ หรือ เรื่องที่ฉันพูดออกมาโดยไม่คิดนั้นกันแน่ แต่ที่แน่ๆจีซูก็ไม่ได้เก็บจานใบนั้นอย่างที่บอก เธอกับเลือกที่จะถอดถุงมือ แล้วเดินหายเข้าไปในบริเวณห้องนอนแทน

อยากจะตบปากตัวเองสิบครั้งให้สาสม

 

ฉันจัดการเก็บเศษจานที่แตกให้จีซูจนเรียบร้อยก่อนจะตามเข้ามาแล้วพบว่าจีซูอาบน้ำอยู่ ฉันจึงย้ายตัวเองไปนั่งถอนหายใจเงียบๆบนเตียงเพื่อรอจีซูออกมา

“เข้าไปอาบน้ำแล้วมานอนเสียสิ”

เมื่อจีซูบอกอย่างนั้นฉันจึงไม่อิดออด กะว่าจะรีบอาบน้ำแล้วมาปรับความเข้าใจซะ เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันข้ามคืน แม้ว่าจีจะยังพูดด้วยเหมือนปกติ แต่ความเฉยชาที่เขาแสดงออกมานั้นฉันก็รู้ได้ทันทีว่ามันผิดปกติ

ฉันใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานเท่าไรนัก ก่อนจะรีบแต่งตัวออกมา ในระหว่างที่อาบในหัวก็เอาแต่คิดหาคำพูดที่จะมาพูดเพื่อให้จียอมให้อภัยในครั้งนี้

ง้อจีครั้งนี้ลำบากน่าดู

แต่เมื่อฉันเดินออกมาก็พบว่าจีซูได้ปิดไฟเหลือแค่ไฟหัวเตียง แล้วก็นอนหันหลังหนีหน้ากันไปแล้ว จิตใจที่ห่อเหี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกแฟบลงไปมากกว่าเดิมเมื่อจีซูทำแบบนี้ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ทำตัวเองแท้ๆเลยนะลลิซ

เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันจึงเดินไปที่เตียงก่อนจะสอดตัวเองเข้าในผ้าห่มที่จีอุตส่าเหลือส่วนไว้ในแล้วนอนมองแผ่นหลังของจีซูไปทังอย่างนั้น

ความเงียบปกติพวกเราจนอึดอัดฉันรู้หรอกว่าจียังไม่หลับ แต่เขาแค่แกล้งหลับเพราะไม่อยากคุยกับฉัน แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ ในเมื่อครั้งนี้ฉันผิดเต็มๆ

“ขอโทษนะจี”

เพราะว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันจึงเลือกที่จะสวมกอดเข้ากับแผ่นหลังบอบบางนั้น พร้อมกับซุกหน้าเข้าหา จนจีซูที่แกล้งนอนนิ่งๆอยู่ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

“ลิซไม่ได้ตั้งใจจะพูดอย่างนั้นกับจีนะ”

เมื่อจีซูยังเอาแต่เงียบใจคอของฉันก็ไม่ค่อยดี จึงเริ่มขยับตัวเข้าไปใกล้คนตัวเล็กกว่าอีกครั้ง แล้วสวมกอดแน่นๆ แบบที่จีซุต้องตอบสนองอะไรกลับมาสักอย่าง

“พี่ไม่ชอบ...”

และในที่สุดเหมือนความพยายามของฉันจะสำเร็จเมื่อจีซูยอมเอ่ยประโยคแรกที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้น

“พี่ไม่ชอบที่ลิซพูดถึงพี่แบบนั้น”

“ลิซขอโทษ”

“มันเหมือนกับลิซไม่เชื่อใจพี่ ทังๆที่พี่สัญญาไปแล้ว ว่าจะไม่กลับไปหาเขา”

ไหล่เล็กๆของจีซูสะท้านเล็กน้อยเมื่อพูดถึงประโยคนี้ ฉันรู้ได้ทันทีว่าจีซูคงกำลังร้องไห้ให้กับความอึดอัดระหว่างเรา และ ที่น่าเจ็บใจคือ ฉันเป็นคนที่สร้างมันขึ้นมาเอง

“ลิซไม่ได้ตั้งใจนะ”

ฉันซุกหน้าเข้าหาไหล่เล็กๆนั้นมากขึ้นเพื่อต้องการสื่อให้จีซุเห็นว่า ฉันเสียใจอย่างแท้จริง ก่อนที่จีซูจะพลิกตัวกลับมาหาฉันอย่างกระทันหัน จนทำให้จมูกของเราทังสองคนแตะกัน

ทังฉัน และ จีซู ต่างก็ชะงักไป...

จีซูร้องไห้จริงๆด้วย ทำเอาฉันรู้สึกผิดจนอยากจะร้องตาม ถ้าไม่ติดว่าจีซูดึงฉันเข้าไปกอดเอาไว้เสียก่อน

“ลิซไม่ได้ตั้งใจให้จีรู้สึกแย่ ลิซแค่...หวง”

ฉันพยายามสันหาคำที่มันเหมาะกับสถานการ์ณนี้มาที่สุดมาพูด แล้วมันก็ตรงกับคำว่าหวงมากที่สุด เพราะคำนี้คงแปลได้หลายความหายมากว่าคำว่าหึงที่ฉันต้องการอยากจะพูดจริงๆ

“ไม่เป็นไร พี่ไม่เคยโกรธลิซได้หรอก แค่อย่าพูดแบบนั้นอีกก็พอ”

“...”

“เด็กน้อย...จะหวงพี่ไปทำไมกัน ในเมื่อสำหรับพี่แล้ว เธอน่ะ...”

หัวใจของฉันกำลังเต้นระรัวกับเสียงแผ่วของจีซูที่ดังอยู่ข้างหู อ้อมกอดอบอุ่นที่ฉันเคยสัมผัสมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้มันกับรู้สึกแตกต่างออกไป... ฉันนิ่งเงียบ รอฟังคำที่จีจะพูดต่อไป

“...สำคัญที่สุดอยู่แล้ว”





ฟ้อนน่าจะแปลกจากเดิมหน่อย แต่ต่อไปจะพิมพ์แบบนี้เป็นมาตฐาน

ไม่ทิ้งฟิคเรื่องนี้แน่นอนเพราะมีความชอบส่วนตัว จะมาอัพทุกครั้งที่เกิดอาการจิ้นเข้าสายเลือด หรือ การที่ลิซูออกมาวอแวกันให้เห็น อยากอ่านบ่อยๆ ต้องบอกลิซูมาบ่อยๆนะ

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียนตามความขี้ชิปที่มีอยู่ในสายเลือด

อย่า



#คนดีของลิซ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #316 ppleng_sc2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 22:36
    มาแล้วววววววว ความฟินกำลังก่อตัวแล้ว 5555 สนุกมากกกก
    #316
    0
  2. #172 Kimjen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 23:09
    จีอ่าา ใจอ่อนกับน้องบ้างนะ
    #172
    0
  3. #69 pinkmoon808 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 23:56
    ลิซอย่า-สิ เรื่องกำลังจะดีขึ้นนะลู๊กกกก แล้วบั่บๆๆๆ พี่จีบอกลิซสำคัญที่สุดนี่ยังไงคะ ข้ามเส้นความเป็นน้องรึยัง วรั้ยๆๆ อันนี้เค้าคาดหวังได้มั้ยคะ ถถถถ
    #69
    0
  4. #68 Lucifer (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 19:10
    อย่าได้รูปอยู่คาดหวังอ่ะ
    #68
    1
    • #68-1 Lucifer(จากตอนที่ 6)
      2 มีนาคม 2560 / 19:11
      อยาก**
      #68-1
  5. #67 yupaka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 14:46
    พี่ซูบทจะใจดีก็ใจดีจนน่ากอด แต่ดูเหมือนเด็กบางคนจะมีความหวังแบบสูงปรี้ด
    #67
    0
  6. #66 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 11:34
    เมื่อไหร่น้องจะไม่นกมากไปกว่านี้คะ... แต่ตอนนี้น้องไม่นกนะ แต่ตอนก่อนหน้าจซูทำน้องนกแบบใจร้ายมากจนอยากให้เปลี่ยนตัวเอกกันเลยทีเดียวคะ #แปมจซูโหมดใจร้าย
    #66
    0
  7. #65 AiCJet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 10:04
    โอ้ววว ยัยลิซ-จิงๆ แล้วพี่ชอบน้องรึยังนะ
    #65
    0
  8. #64 Himmie22 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:58
    หวังว่าไรท์จะมาต่อใช่มั้ยลิซ
    #64
    0
  9. #51 Kwanjira Sridaorueang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:24
    หวังอะไรของเธอลลิซ ไรท์เขาก็บอกอยู่ว่า อย่า คาดหวัง 55555555
    #51
    1
    • #51-1 kanazeo(จากตอนที่ 6)
      13 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:27
      หวังเเจ็คสันน่ะสิ 5555555
      #51-1
  10. #50 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:56
    ไม่ต้องไปหวังหรือไปคาดหวังแล้วลิซ เกลียดจซูคนใจร้ายแล้ว มาหาเราเลย เราจะดูแลเธอเอง ._. //โป้งจซู นิสัยไม่ดี ชิๆ
    #50
    1
    • #50-1 kanazeo(จากตอนที่ 6)
      13 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:28
      โธ่ ไรท์ก็อยากได้ลิซนะ แสนดีขนาดนี้ แบ่งๆกัน
      #50-1