[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 25 : [Jisoo] Chapter :: 23 ต้นเหตุ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    4 ก.พ. 61






EP: 23 ต้นเหตุ
จีซู: เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอ...




Jisoo Talk

“เดี๋ยว! ลลิซ”

เมื่อได้ยินจากปากลลิซถึงชื่อของคนที่มาเคาะห้องฉันก็เอ่ยห้ามเอาไว้แทบจะไม่ทัน แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ทันการ์ณเสียแล้วเพราะลลิซได้เปิดประตูให้คนที่อยู่ด้านนอกเข้ามาแล้ว

“เธอมาทำไม”

ฉันเอ่ยถามถึงการมาของคนที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้

เมื่อกี้ที่คุยกับลลิซ ฉันพูดถึงคนที่ช่วยพี่มาร์คในการทุจริตใช่มั้ย

คือฮานิเนี่ยแหละ...

ฉันเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อฮานิถือว่าเป็นลูกน้องที่ฉันรัก และ ไว้ใจมากคนหนึ่ง เธอมาทำแบบนี้นั้นมันหมายถึงการทำงานของฉันมีช่องว่าง เพราะไว้ใจให้คนอื่นทำงานแทนตัวเองมากเกินไป

คนที่อยู่แผนกออกแบบ ไม่เคยยุ่งเรื่องเงินหรอกยกเว้นว่าจะมีคนที่อยู่แผนกที่เกี่ยวกับการเงินเข้าไปช่วยด้วยแบบนั้นแหละ ถึงจะกลายเป็นวังวนโจร

พวกเขาปลอมแปลงเอกสารรายได้จากการขาย แล้วยักยอกเอาเงินส่วนต่างนั้นอย่างไม่มีใครสงสัย เพราะคนที่ควรจะสงสัยอย่างฉันก็วางใจฮานิมาก จนยอมเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด

ตัวฉันเอง ก็โดนผู้ใหญ่เรียกสอบในฐานที่ทำงานละเลยหน้าที่จนเกิดเรื่องขึ้นมาแบบนี้

ฉันเกลียดคนโกหกขี้โกงที่สุด

“พี่จีซู...”

ฮานิเอ่ยเรียกชื่อฉันเสียงแผ่วเบาพร้อมกับเดินเข้ามาจับมือเอาไว้ ลลิซยืนมองสถานการ์ณตรงหน้าอย่างคนที่ไม่เข้าใจอะไรมากนัก ในสายตาของลลิซฮานิยังเป็นเหมือนผู้บริสุทอยู่

ฉันสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเธอไม่แรงมากนัก แต่นั้นมันก็มากพอที่จะทำให้เธอหน้าเสียไปได้มากพอมควร

“พี่จีซู ฉันอยากจะขอโทษ แล้วก็อธิบาย”

“เกี่ยวกับอะไรล่ะ”

“ทุกเรื่อง...”

เพราะสายตาที่เว้าวอนของเธอ  เลยทำให้ฉันใจอ่อนลงไปถึงกึ่งหนึ่ง ยอมที่จะทิ้งตัวลงนั่งที่โชฟาตัวยาว ตัวที่นั่งเมื่อกี้ พร้อมกับผายมือเชิญให้ฮานินั่ที่โชฟาเดี่ยวอีกตัวที่ตั้งอยู่ข้างๆกัน

ลลิซยืนกอดอกมองพวกฉันอย่างประเมินสถานการ์ณฉันคิดว่าน้องคงเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว ถึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรให้มันแย่ลง เพียงแค่ยืนมองพวกฉันด้วยแววตานิ่งๆเท่านั้น

“อยากให้ลิซออกไปก่อนมั้ย” ลลิซเอ่ยถามฮานิ

“ไม่เป็นไร เรื่องนี้มันเกี่ยวกับเธอด้วย...”

ฉันเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ หมายความว่ายังไงที่ว่าเกี่ยวกับลลิซด้วยในเมื่อเรื่องนี้มันเป็นเรื่องภายในบริษัทที่ลิซไม่น่าจะรู้เรื่องอะไรเลยสิ

“ก่อนอื่น...ฉันต้องขอโทษพี่จีซูจากใจ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้...”

ฉันเงียบแล้วฟังในสิ่งที่ฮานิกำลังจะเล่า ในดวงตาคู่สวยของเธอมีน้ำตาใสๆคอลอยู่นิดหน่อยเหมือนกับว่าเรื่องที่เธอกำลังจะพูดเป็นเรื่องที่หน้าลำบากใจนักหนา

“พี่คงสงสัยเหตุผลที่ว่า ทำไมฉันถึงช่วยเขาทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้...”

“...”

“เพราะฉันรักเขา...”

ทั้งฉัน ทั้งลลิซ ต่างก็อึ้งไปตามๆกันกับคำบอกเล่าที่แสนเศร้าของฮานิ หมายความว่ายังไง ฮานิกับพี่มาร์คเนี่ยนะ

“ฉันละอายใจเกินกว่าจะบอกอะไรกับพี่ได้ เพราะพี่เป็นคนที่ฉันเคารพมากคนหนึ่ง”

“ฮานิ...”

“แต่...ฉันกับเขา เราคบกันมาก่อนที่จะเจอพี่เสียอีก!!

!!!

“ฉันยอมเป็นคนในเงาของเขาเสมอมา ไม่ว่าเขาจะคบใคร สักกี่คนฉันก็ทนได้ ขอแค่เพียงสุดท้ายแล้วเขาก็เลือกฉัน”

“...”

“แต่เธอ!

ฮานิใส่น้ำเสียงที่ค่อนข้างดังตอนที่หันไปพูดกับลลิซ แต่น้องก็ไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งตกใจอะไร นอกจากยืนกอดอกมองฮานิที่ตอนนี้น้ำตากำลังเริ่มไหลช้าๆ เหมือนกับคนที่กำลังระบายทุกอย่างออกมา อย่างอัดอั้นตันใจ ลลิซรับมือกับสถานการ์ณแบบนี้ได้ดีจนฉันแปลกใจ น้องดูโตขึ้นมากจริงๆ

“พอเธอทำให้เรื่องพี่จีซูมันแย่ พี่มาร์คเขาก็อยากเอาชนะเธอ”

“อะไรนะ...” ลลิซครางออกมาอย่างไม่เข้าใจ เพราะเรื่องนี้ก็เห็นอยู่ว่าใครที่เป็นคนผิดแต่อยู่ๆฮานิกับเอ่ยโทษน้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น ลลิซเลยดูแปลกใจ

                ก็อย่างที่ฮานิบอก...

พี่มาร์คเป็นคนไม่ยอมแพ้ใคร และ ชอบเอาชนะ

“พอเขาเริ่มที่จะจริงจังกับเรื่องพี่จีซูขึ้นมา แน่นอนว่าฉันจะไม่ยอม”

ฉันขยับตัวนิดหน่อยอย่างยากลำบากเพราะประเด็นที่กำลังพูดถึงกันมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องภายในบริษัทที่ฉันกำลังจะเตรียมตัวมาตั้งรับเลยสักนิด มันเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่น่าปวดหัวระหว่างเรา ซึ่งในตอนแรกที่มีแค่ฉัน ลลิซ พี่มาร์คก็แทบจะแก้กันไม่ตกแล้ว คราวนี้กับต้องเพิ่มฮานิเข้ามาเป็นองประกอบอีก

“เรื่องวุ่นวายทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่ ฉันขอโทษจริงๆค่ะ”

แม้ว่าน้ำเสียงที่ใช้กับลลิซค่อนข้างจะแข็งกร้าว แต่ฮานิยังคงพูดกับฉันด้วยความนอบน้อมอย่างที่ไม่ลืมว่าครั้งหนึ่งตัวเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือมากมายจากฉัน

                “ฉันโดนไล่ออก เพราะอย่างนั้น เราอาจจะไม่ได้พบกันอีก”

                “ฮานิ...”

                “ฉันเลยอยากจะบอกกับพี่ทุกเรื่อง...”

                จากที่ร้องไห้ฟูมฟายฮานิก็เริ่มกลืนก้อนสะอื้นลงคอไป ก่อนที่จะมองสบตาฉันอย่างจริงใจ ลลิซที่คงจะเริ่มรู้สึกอึดอัดกับเหตุการ์ณตรงหน้าจึงเดินเลี่ยงไปทางห้องครัว แล้วกลับออกมาพร้อมกับน้ำเย็นแก้วใหญ่เพื่อให้ฮานิได้ดื่มเพื่อสงบใจลง

                “เรื่องการยักยอก ถ้าฉันไม่บอก มันจะไม่มีทางหลุดออกไป”

                ยิ่งฮานิพูดแบบนี้ฉันยิ่งระอาย มันหมายความว่า ถ้าฮานิไม่ทำให้เรื่องมันแดงขึ้นมาเอง ฉันก็ไม่มีทางรู้ได้เลย

                ฉันจะแบกหน้าทำงานเป็นหัวหน้าทีมต่อไปได้ยังไง ในเมื่อตัวเองปล่อยให้มีช่องว่างโกงกินกันขนาดนี้

                “แต่ที่ฉันบอก เพราะพี่มาร์คจะไม่ยอมจบเรื่องของพี่ กับลิซ่า...”

                “...”

                “ถ้ายังอยู่กันแบบนี้เรื่อยๆไป ฉันก็คงเป็นคนที่โดนตัดทิ้ง” ฮานิว่าเสียงแผ่วเหมือนคนกำลังเสียใจ ก่อนจะยกแก้วน้ำแก้วใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดื่มเสียอึกใหญ่ เพื่อสงบสติตัวเอง ฉันที่ตอนแรกโกรธเขามากๆ ที่เขาทำแบบนี้พอได้มาฟังเหตุผลจากปาก ฉันก็อดที่จะเห็นใจเขาไม่ได้

                ก็คนมันเคยอยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกัน เห็นอกเห็นใจกัน เมื่อเวลาแบบนี้จะให้ฉันมาสมน้ำหน้ามันก็คงไม่ใช่ที

                ด้วยความเข้าใจฉันจึงเอื้อมมือไปกุมมือของฮานิเอาไว้แล้วบีบเบาๆ อย่างอยากจะให้กำลังใจ อยากให้เขาได้พูดสิ่งที่เขาอยากพูดออกมาให้หมด ไม่ต้องตกเป็นเครื่องมือให้คนอย่างพี่มาร์คใช้อีกต่อไป

                “เขาชอบพี่มากนะคะพี่จีซู เขาชอบจนยอมทำทุกอย่าง ทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งฉัน”

                ประโยคนี้เป็นประโยคสุดท้ายที่ฮานิฟังพูดรู้เรื่องมากที่สุด เพราะหลังจากนี้เธอเอาแต่ร้องไห้ออกมา จนฟังไม่ได้ศัพท์ ลลิซเองก็ยกมือขึ้นมากุมขมับเมื่อได้ฟังเรื่องน่าปวดหัวที่ได้ยิน

                ลลิซก็เคยบอกฉันมาบ้าง ว่าพี่มาร์คคบซ้อน แต่ฉันก็ไม่คิดว่าคนที่เขาซ้อนจะเป็นคนใกล้ตัวอย่างฮานิ

                เขารู้จักกันได้ยังไงฉันก็ได้รู้หรอกนะ แต่ฮานิบอกว่าคบมาก่อนฉัน นั้นก็หมายถึงตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ทีเดียวล่ะ...

                ฮานิน่าสงสารนะ

                “แล้วเธอจะเอายังไงต่อฮานิ”

                เมื่อเสียงสะอื้นเริ่มคลายไปบ้างแล้ว ฉันจึงเอ่ยถามฮานิด้วยความเห็นใจ เพราะเธอโดนไล่ออกจากงาน ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอจะมีที่ไปมั้ย ผู้ชายคนนั้นจะรับผิดชอบมั้ยที่ทำให้ชีวิตคนๆหนึ่งพังได้ขนาดนี้

                “เธออยากให้พี่ไปช่วยพูดกับเจ้านายให้มั้ย”

                “ฮึก...ไม่เป็นไรค่ะ แค่เรื่องที่ฉันทำให้พี่ลำบากมันก็มากพอแล้ว”

                ฮานิพูดประโยคนั้น พร้อมกับปาดน้ำตาออกจากแก้มก่อนที่สายตาจะเปลี่ยนเป็นคนเข้มแข็ง เหมือนกับที่เขาเคยเป็นมาตลอด

                “ฉันจะไปอเมริกา อย่างน้อยก็อยากจะห่างกับเขาบ้าง”

                “เธอแน่ใจนะ...”

                “ค่ะ ฉันต้องขอโทษสำหรับเรื่องทั้งหมดอีกครั้งนะคะพี่”

                “...”

                “ขอโทษเธอด้วยนะลิซ่า”

                “ไม่เป็นไร พี่ฮานิไม่ได้ทำอะไรให้ฉันสักหน่อย”

                ...

                “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”

                เมื่อเรื่องทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางจนกลายเป็นเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว ฮานิจึงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาถือเอาไว้ พร้อมกับโค้งให้ฉันต่ำมากที่สุดเท่าที่เคยเห็น การกระทำแบบนั้นทำให้ฉันน้ำตารื่นขึ้นมา ฉันกำลังจะเสียลูกน้องที่รัก และ ไว้ใจที่สุดไปแล้ว...

                “ดูแลตัวเองนะฮานิ ติดต่อมาบ้าง”

                ฉันดึงเขาเข้ามากอด พร้อมกับสื่อความห่วงใยทั้งหมด ไปที่เขา เรื่องทั้งหมดมันจบไปแล้วฉันอยากให้เขาดูแลตัวเอง ถึงแม้เรื่องการทำงาน อาจจะไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังเป็นน้องคนหนึ่งที่ฉันรักมาก

                “โชคดีนะคะพี่ฮานิ”

                เมื่อผละตัวออกจากอ้อมกอดฉันไป เขาก็หันไปฉีกยิ้มให้ลลิซเล็กน้อย ก่อนจะเดินเดินเชื่องช้าออกไปทางประตูห้อง

                “อ้อ...พี่ยังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเธอนะลิซ่า”

                “คะ?”

                “เรื่องคืนนั้น...พี่มาร์คไม่ได้แตะต้องเธอเลย”

                “อะไรนะคะ!!

                ฉันกับลลิซมองหน้ากันอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน หมายความว่ายังไง ทำไมฮานิถึงรู้เรื่องนี้กันล่ะ

                “พี่อยู่กับเขา ในคืนนั้น เห็นเหตุการ์ณทุกอย่างที่เขาปั่นหัวเธอกับพี่จีซู...”

                “ถ้างั้นคนที่พี่เห็น...”

                “ใช่แล้วค่ะ ฉันเอง”

                ฮานิพยักหน้าบอก พร้อมกับเดินเข้ามายืนข้างๆลลิซ พร้อมกับจับไหล่ลลิซให้ยืนหันหลังมาทางฉัน ซึ่งน้องก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร และ ตัวเขาเองก็ทำแบบนั้นเช่นกัน

                เหมือนมาก...

                สิ่งที่แตกต่างจากตอนนั้นมีเพียงแค่สีผมของทั้งสองคนที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าเป็นตอนที่ไฟมืดสลัวแบบคืนนั้นฉันอาจจะไม่สังเกตด้วยซ้ำ เขาทั้งสองคนสูงเท่าๆกัน และ มีหุ่นที่ใกล้เคียงกัน

                มองด้านหลังแทบจะไม่ต่างกันเลย...

                “เข้าใจทุกอย่างแล้วนะคะ...”

                “พี่ฮานิ...” ลลิซเรียกฮานิแผ่วเบาก่อนที่จะโผเข้าไปกอดเธอเอาไว้ “ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆที่บอกเรื่องนี้”

                “ไม่สิ พี่สิที่ต้องขอโทษ ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเอาเรื่องนี้มาปั่นหัวเธอ แต่พี่กับไม่เอ่ยมันออกมาสักคำ เพราะยอมเชื่อคำของผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้น”

                ฮานิกอดตอบลลิซเบาๆก่อนที่จะผละออกไป ฉันยิ้มให้กับทั้งคู่เล็กน้อย ในที่สุด ทุกเรื่องที่ค้างคาใจระหว่างกัน มันก็คลี่คลายลงได้เสียที น้องจะได้ไม่มีบาดแผลในใจกับผู้ชายคนนั้นอีก

                “พี่ขอบใจเธอมากจริงๆนะ ฮานิ...”

 

                หลังจากที่ฮานิกลับไปแล้ว ฉันกับลลิซก็เลือกที่จะมานั่งด้วยกันที่โชฟา เหมือนกับต้องการจะจูนอะไรหลายๆอย่างให้ตรงกัน ทุกอย่างในเวลานี้มันมีแต่ความสบายใจ เราไม่ต้องอึดอัดใจต่อกัน ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องลลิซกับพี่มาร์ค ส่วนลลิซก็คงไม่ต้องกังวลว่าฉันจะกลับไปรู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนี้อีก

                ทุกจริงทุกอย่างต้องขอบคุณฮานิ ที่ยอมเล่าทุกอย่างออกมาให้หายค้างคาใจแบบนี้

                “ดีนะที่พี่ฮานิยอมพูดเรื่องนั้นออกมา ไม่งั้นลิซคงคิดถึงมันไปจนวันตายแน่ๆ”

                ลลิซที่ตอนนี้ทิ้งตัวหนุ่นตักฉันต่างหมอนและดูทีวีพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ชนิดที่ว่าแทบจะกลายเป็นลลิซคนเก่าที่ฉันเคยรัก และ เอ็นดู

                ฉันบอกแล้ว ถึงแม้ว่าน้องจะชอบบอกว่าไม่แคร์ใครนอกจากฉัน แต่ในความรู้สึกลึกๆในใจ น้องก็คงรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนตราบาปนั้ช่นแหละ แล้วพี่มาร์คก็ยังจะมาเอ่ยย้ำซ้ำเติมเขาอยู่บ่อยๆอีก

                แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ เรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว จบจริงๆ

                “พรุ่งนี้จีต้องเข้าสอบเรื่องนี้ใช่มั้ย”

                “อื้ม...”

                “ไม่เป็นไรนะ”

                “ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่โดนไล่ออกหรอกลลิซ อย่างมาก็อาจจะหักเงินเดือน หรือไม่ก็พักงานสักพัก”

                “อืม ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพอลิซผ่านฝึกงาน แล้วมีงานทำ ลิซจะเลี้ยงจีเอง!

                ฉันหัวเราะออกมาเบาๆกับคำพูดอวดเก่งของเด็กตรงหน้า ก่อนจะเคาะหน้าผากเขาเบาๆอย่างนึกเอ็นดู ลลิซบุ้ยปากใส่ฉัน พร้อมกับทำแก้มป่อง เหมือนกับที่เขาชอบทำเมื่อตอนเด็กๆ

                “ดีดมาได้ เจ็บนะ เป่าเลย”

                เพราะท่าทางแบบนั้นฉันจึงอดที่จะยิ้มให้เขาไม่ได้ ก่อนที่จะโน้มตัวลงไป จรดริมฝีปากลงกับหน้าผากนูนนั้นเบาๆ เป็นการปลอบประโลมความเจ็บที่ตัวเองเป็นคนก่อ

                ลลิซนอนหลับตายิ้มอย่างพึงใจ เมื่อสิ่งที่ขอกับได้เกินกว่าใจหวัง เขาลืมตาขึ้นมามองสบตากับฉัน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ฉันฟังมันมาบ่อย แต่ความหมายของมัน เพิ่งจะเปลี่ยนไปได้ไม่นานนี่เอง...

                “ลิซรักจีนะ...”

                แม้ว่าเขาจะเอ่ยบอกกับฉันมากมายหลายครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ฉันเอ่ยบอกมันกับน้อง เพราะฉะนั้นไม่มีตอนไหนที่จะเหมาะสมเท่าตอนนี้อีก เมื่อโอกาสมันเหมาะสม และ เราก็เข้าใจกัน

ฉันจึงตัดสินใจที่จะโน้มหน้าลงไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่หน้าผากที่เป็นเป้าหมายแต่กับเป็นริมฝีปากบางเฉียบของคนตัวสูงกว่าแทน

                จุ๊บ~

                ใจฉันมันก็กล้าได้แค่นี้แหละ จะให้จูบเขาแบบที่เขาเคยจูบมันคงไม่ไหว แต่การที่ฉันจุ๊บปากเขาก่อนเบาๆแบบนี้มันทำให้ลลิซยิ้มเขินจนหน้าแดง แบบที่ฉันไม่คิดว่าจะได้เห็นมันจากเขาเลย

                และยิ่งประโยคต่อไปที่ฉันกระซิบเข้ากับข้างหูของเขา มันยิ่งทำให้ ทั้งตัวฉัน และ ลลิซหัวใจพ่องโตจนคับอก จนเหมือนว่ามันจะระเบิดออกมายังไงอย่างงั้นเลย

                “พี่ก็รักเธอนะ ลลิสา”

                ในที่สุดฉันก็กล้าที่จะพูดออกไปเสียที...



เรื่องมันเหมือนจะแย่ แต่ก็ดีใช่มั้ยล้าาาาา

ดีใจกับลิซูจริงๆ จะได้หลุดพ้นสักทีแล้วว


อย่า


#คนดีของลิซ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #321 PratuanPKJ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 09:36
    เขินนนนนนนนนนนนนนนนน~
    #321
    0
  2. #304 Mayyxz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 18:07
    เหมือนยกภูเขาออกจากอก โง้ยยย บอกรักกันแล้วด้วย แฮปปี้จัง
    #304
    0
  3. #284 benza_2011 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:03
    เหมือนแบกภูเขาออกจากอก
    ระหว่างนี้ก้นั่งเรือเล่นรอสถานีต่อปายยยยยยยย
    #284
    0
  4. #283 yupaka (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:47
    โล่งอกมากกกกกนึกว่าฮานิจะมาแบบร้ายๆดีใจที่มาแบบนี้และดีใจที่ลิซูน่ารักมากกกกกตอนท้าย
    #283
    0
  5. #282 Peeleed (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:57
    น้ำตาจิไหล รอเสพฟามรัก 555
    #282
    0
  6. #281 onionjen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:20
    ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยยยย กรี้ดดด พี่จีบอกรักลิซบ้างแล้ว ตอนต่อไปขอหวานๆๆๆนะคะะ
    #281
    0
  7. #280 Queen_noy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:42
    เย้คลายปมแล้วววว ตอนแรกก็แบบ อยากให้แบมมาดึงหูพี่มาร์คกลับไป แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็อย่ามายุ่งกับพี่มาร์คเลย 555ฟินลิซูจัง
    #280
    0
  8. #279 dnsine418 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:12
    กรี๊ด ในที่สุด ความจริงก็ต้องขอบคุณพี่ฮานินะที่มาบอกอ่ะ ลิซูบอกรักกันแล้ว น่ารักกกกกกก
    #279
    0
  9. #278 norivazabionline (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:05
    ในที่สุดปมต่างๆก็คลี่คลาย
    #278
    0
  10. #277 KOONIslamic (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:57
    ไม่รู้ทำาไมเราชอบให้ลิซเจ้าชู้จัง
    #277
    0
  11. #276 Nischa-j (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:56
    จียอมบอกรักน้องสักที ^///^
    #276
    0
  12. #275 yupaka (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:30
    ใจคอไม่ดีเลย
    #275
    0