[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 22 : [Lisa] Chapter :: 20 แผนสูง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    13 ม.ค. 61





EP: 20 แผนสูง
ลิซ่า: นอกจากจีซู ฉันไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น



Lisa Talk

“ลิซ่า พี่มาร์คเรียกจ้ะ”

เอาอีกแล้ว!

ฉันกรอกตาขึ้นฟ้าเป็นรอบที่ล้านหลังจากที่ได้ฟังประโยคบอกเล่าของพี่ร่วมงานจบ เธอเพิ่งจะเดินออกมาจากห้องของพี่มาร์คเมื่อสักครู่นี้ ถ้าให้ฉันเดา เธอก็คงจะถูกไหว้วานมาให้ตามฉันเข้าไปพบเรื่องงานอะไรบางอย่าง มันก็เป็นอะไรที่ปกตินะ แต่ถ้านี่มันไม่ใช่รอบที่ห้าของวันแล้ว!

หัวหน้าทีมอย่างเขามีธุระอะไรมากมายกับเด็กฝึกงานอย่างฉันเหรอ พอฉันเข้าไปพบเขาก็เอาแต่นั่งมองหน้า ไม่พูดคุยอะไรด้วยสักอย่าง พอฉันเอ่ยท้วงถาม เขาก็นำเอาเรื่องงานที่เคลีย์กันจบไปประมาณสามล้านรอบขึ้นมาพูดอีก เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ จนฉันที่มาทำงานทุกวันเริ่มที่จะชินกับความวุ่นวายของเขาแล้ว

จะให้ทำยังไง สุดท้ายฉันก็ต้องทำตามคำสั่งเขาอยู่ดี

คนที่แผนกนี้ไม่เหมือนที่แผนกของจีซู ทุกคนดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร แล้วแน่นอนว่าการที่พี่มาร์คเรียกหาฉันสิบครั้งต่อวันแบบนี้ มันก็ต้องเป็นที่พูดถึงกันอยู่แล้ว ฉันยิ่งเคยตกเป็นประเด็นเรื่องแย่งแฟนพี่อยู่ ก็รู้สึกหงุดหงิดนะ ที่สถานการ์ณแบบนี้มันจะกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ช่วยไม่ได้ ยังไงฉันก็ต้องฝึกงานที่นี่อยู่ดี

ใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะ ฉันแค่หวังว่าเรื่องเวรๆพวกนี้จะไม่ไหลไปถึงหูจีซูก็พอ

ก๊อกๆ

“ขออนุญาติค่ะ”

ฉันเคาะประตูห้องพี่มาร์คเบาๆ ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปโดยที่ไม่ต้องรอเสียงเอ่ยอนุญาติ แล้วทำไมต้องรอในเมื่อเขาเป็นคนที่อยากจะพบฉันเอง

“ลลิซนั่งสิ”

เมื่อได้ยินคำเรียกขานนั้น ฉันก็กรอกตาอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยท้วงอะไร เพราะขี้เกียจจะพูดแล้ว เมื่อไรกันนะ พี่มาร์คจะเลิกทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเราสนิทกันเสียที จะอ้วก...

ฉันพาตัวเองเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่มาร์ค ก่อนที่จะเลิกคิ้วมองสบตากับเขา เป็นนัยว่าต้องการอะไรจากฉันกันแน่ นี่ยังไม่ทันพักเที่ยงเลย เขาเรียกหาฉันเป็นครั้งที่ห้าแล้ว จะไม่ให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ยังไง

“มีอะไรรึเปล่าคะ”

เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่นั่งเงียบแบบที่ชอบทำเสมอ ฉันจึงเอ่ยกระตุ้นพร้อมกับจิกตาใส่กดดันให้เขาเลิกวุ่นวายกับฉันในที่ทำงานสักที รู้มั้ย ว่ามันทำตัวลำบาก

“เปล่า...”

พี่มาร์คพูดแค่นั้น ก่อนที่จะเฟดตัวเองเข้าหาจอคอมแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรฉันอีกเลย ฉันโมโหจนแทบอยากจะทุบเขาให้ตาย ถ้าไม่ติดว่านี่มันที่ทำงาน ถ้าทำร้ายร่างกายคนระดับหัวหน้าอย่างเขา อย่าว่าแต่ผ่านฝึกงานเลย วันนี้ของฉันอาจจะต้องไปจบในคุกก็ได้

หงุดหงิด!

แต่เพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันจึงยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมจะเดินออกไปจากห้อง แม้ว่าในใจจะกรุ่นโกรธมากแค่ไหน อย่างว่า... ฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“คืนนี้ไปทานข้าวกัน”

“ไม่ค่ะ ฉันมีนัดทานข้าวกับจีซู...ทุกเย็น”

พี่มาร์คน่ะ อย่าเข้าใจผิดนะ เขาไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวฉันแล้วล่ะ คนที่เขาชอบจริงๆคือจีซูต่างหาก และ ถึงแม้เขาจะชอบจีซูแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่คบคนอื่นลับหลังจีเสียหน่อย เพราะงั้น ผู้ชายแบบเขา ไม่เหมาะกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้นแหละ

“เธอกล้าขัดคำพี่ตั้งแต่เมื่อไรลลิซ”

ที่ว่ากล้าขัดตั้งแต่เมื่อไร เขาคงจะหมายถึงเรื่องแต่ก่อนนะ เขาไม่รู้หรอกว่าฉันบอกกับจีซูไปทุกอย่าง และ เราไม่มีความลับอะไรระหว่างกันอีกแล้ว

ถ้าจะมีก็ไอ้เรื่องที่ฉันบอกว่าที่ทำงานก็สบายใจดีเนี่ยแหละ...

เพราะความที่ว่าไม่รู้ เขาจึงยังคงนำมันมาขู่ฉันเสมอ ฉันก็ทำตามเขานะ ถ้าเป็นเรื่องงานเพราะขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย แต่เพราะเรื่องที่จะไปทานข้าวอะไรนี่มันอาจจะทำให้จีซูไม่สบายใจ ฉันจะไม่ทำ...

“ขอตัวนะคะ”

ฉันไม่พูดอะไรอีก แค่เดินตัวปลิวออกจากห้องเขาไป แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าพี่มาร์คทำหน้าแบบไหนตอนที่ฉันเดินออกมาแบบไม่สนใจแบบนี้ เขาอาจจะกำลังคิดหาคำพูดที่จะคาบข่าวไปฟ้องจีซูเรื่องฉันอยู่ก็ได้ผู้ชายอย่างเขาน่ะ แต่แล้วยังไง ฉันไม่สนใจเสียอย่าง

เป้าหมายของเขาก็คงอยากจะแก้แค้นให้ฉันกับจีซูไม่มีความสุขให้สมกับสิ่งที่ฉันทำให้เขาต้องเสียจีซูไปนั่นแหละ

นิสัยเหมือนเด็กเลย...ว่ามั้ย

 

ตกเย็น

เมื่อเลิกงาน ฉันก็ละสายตาออกมาแผ่นกระดาษที่กำลังร่างแบบโต๊ะตามคำสั่งของเจ้านายชั่วคราวอย่างพี่มาร์ค แม้ว่ามันจะยากกว่าสิ่งที่ทำที่มหาลัยเป็นหลายเท่า แต่ต้องยอมรับว่างานที่นี่ก็ยังเป็นงานที่ถนัดมากกว่าแผนกของจีซู

ฉันบิดขี้กียจเล็กน้อยเพื่อไล่ความเมื่อยขบเพราะนั่งท่าเดิมมาตลอดช่วงบ่าย ก่อนที่จะเหลือบสายตาไปมองที่โต๊ะข้าง ก็พบกับพี่ร่วมงานคนหนึ่งที่กำลังเก็บของอยู่เหมือนกัน

เสร็จไม่เสร็จก็ช่าง ไม่ใช่หน้าที่ฉันอยู่แล้ว เขากลับฉันก็กลับ เมื่อคิดได้อย่างนั้นฉันจึงรีบเก็บของตามทันที

และแค่คิดว่าฉันกำลังจะได้เจอหน้าจีซูที่ทำงานถัดลงไปอีกชั้นหนึ่งก็อดที่จะอารมณ์ดีขึ้นมาไม่ได้ ถึงกับต้องฮัมเพลงออกมาเบาๆ ตอนที่กำลังเก็บของ

ตั้งแต่เรื่องวันนั้น เราก็สนิทกันเหมือนเดิมแล้ว ไม่สิ เรียกได้ว่ามากกว่าเดิมก็ไม่ผิดนัก เพราะจีซูเริ่มที่จะเข้าใจฉันมากขึ้น แล้วก็รับฟังฉันมากขึ้น เขาชอบเอาเรื่องงานมาปรึกษาฉันโดยที่ไม่รู้ตัว มันทำให้ฉันรู้สึก เหมือนกับว่าในสายตาจีซู ฉันก็ไม่ใช่แค่น้องสาวแล้ว แต่เป็นคนที่พึ่งพาได้สำหรับเขาคนหนึ่ง

ถ้ารู้ว่าเรื่องมันจะดีขนาดนี้ ฉันคงจะบอกไปตั้งนานแล้ว...

ติ้ง...

เสียงลิฟท์ดังขึ้นหลังจากที่มันเพิ่งจะปิดได้ไม่นาน ก็แน่ล่ะ ในเมื่อจุดหมายของฉันมันก็แค่อีกชั้นที่ถัดมานี่เอง

ฉันชะโงกตัวเข้าไปมองภายในแผนกของจีซูที่ถูกแง้มประตูอยู่เล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเขาเองกำลังเก็บของ ฉันจึงเลือกที่จะไม่เดินเข้าไป แต่ยืนรออยู่หน้าลิฟท์ดีกว่า เพราะถ้าเดินเข้าไปเจอเจนนี่ก็ต้องคุยกันยาวอีก ฉันอยากจะรีบกลับบ้านกับจีซูจะแย่แล้ว

ฉันก็ไม่เข้าใจบริษัทนี้เหมือนกันนะ ว่าทำไมต้องทำกำแพงให้เป็นกระจกทั้งหมดด้วยก็ไม่รู้ กลัวคนจะแอบอู้งานในแผนกหรือไงกัน

“ฮานิ!!

แต่ก่อนที่จีซุจะเดินออกมา ฉันก้ต้องสะดุ้งตกใจจนสุดตัว เมื่อโดนใครสักคนกระโดดเกาะเข้าจากทางด้านหลังอย่างแรงจนผงะ แล้วพอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นพี่ในแผนกที่เคยสอนงานฉันในวันแรกที่ฉันมากทำงานที่นี่นั่นเอง

“อ้าว ลิซ่า ขอโทษที พี่นึกว่าฮานิน่ะ”

พอเห็นหน้าฉันชัดๆ พี่คนนั่นก็ยิ้มเจื่อนๆให้ก่อนจะล้าถอยไป และ ยิ่งพอหันหลังกลับเข้าไปในแผนกแล้วเจอกับคิมจีซูที่ยืนมองอยู่ พี่คนนั้นก็ยิ่งซีดแล้วซีดอีก รีบโค้งหัวให้จีซูก่อนจะหายวับไปกับตา

จีซูโหดขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมคนในแผนกถึงดูกลัวจัง

อืม...คงเป็นความเกรงใจมากกว่าน่ะนะ

เลยกลายเป็นว่าทุกคนในแผนกฝ่ายขายก็จะเกร็งฉันไปด้วยเลย แสดงว่าฉันคิดถูกแล้วนะ ที่ย้ายไปแผนกออกแบบ ไม่อย่างงั้นคงทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

“ไปกันรึยัง”

“อืม...”

ฉันขานตอบจีซูเบาๆพร้อมกับยิ้มให้เขาจนตาหยี จีซูที่เอาแต่ทำหน้านิ่งใส่ลูกน้องเมื่อกี้ ก็ถึงกับยิ้มตามออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าฉันยิ้ม...

ชอบจังเลย ยิ้มของจีซู

“วันนี้กินอะไรกันดี”

ในขณะที่รอรถเมย์ที่ป้ายรถเมย์แถวบริษัทจีซูก็เอ่ยถามขึ้นมาแบบไม่มีปรี่มีขลุ่ย พวกเรากลับบ้านด้วยกันแบบนี้ทุกเย็น เพราะอยากจะหลบเลี่ยงรถติด ฉันขับรถให้จีซูนั่งไม่ได้ เพราะยังไม่มีใบขับขี่ เพราะงั้นการที่จะมาให้เธอมาปวดขาขับรถกลับตอนช่วงเวลาเลิกงานแบบนี้ฉันก็สงสาร

และการนั่งรถแมย์มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทีเดียวสักหน่อย อย่างน้อยเราก็ไม่ใช่เวลาด้วยกันมากขึ้น เพราะไม่ต้องมาสารวนขับรถเอง

แต่มันก็คงจะเป็นแค่วันโชคดีบางวันน่ะนะที่จะชิลได้ขนาดนั้น เพราะเวลาเลิกงานนี้ รถเมย์ก็แน่นเอี๊ยดไปด้วยคนเช่นกัน

ปรี๊น~

เสียงบีบแตร พร้อมกับรถยุโรบสุดหรูสีดำสนิทมาจอดเทียบตรงบริเวณที่ฉันกับจีซูยืนอยู่ ทำให้ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆในขณะที่แอบเห็นจีซูกรอกตาไปมา เหมือนที่ฉันทำเมื่อตอนกลางวันไม่มีผิด ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยว่าใครที่เป็นเจ้าของรถคันนั้น เพราะคนที่น่ารำคาญจนฉันต้องถอนหายใจ มีไม่กี่คนในโลกหรอก

“ขึ้นมาสิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ...”

เป็นจีซูที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากปฏิเสธ ก่อนที่มือเรียวๆของเธอจะสอดเข้ากับมืออีกข้างที่ว่างอยู่ของฉัน ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าจีซูจับทำไม อาจจะจับเพราะอยากให้พี่มาร์คเห็นว่าเรารักกันมากแค่ไหน แต่อีกนัยหนึ่งฉันก็คิดได้ว่า จีซูอาจะคิดว่าฉันยังรู้สึกแย่เรื่องพี่มาร์คอยู่เลยอยากจะจับเพื่อให้กำลังใจ

แต่ก็อยากจะบอกจีน่ะนะว่า ความรู้สึกเดียวที่มีต่อพี่มาร์คตอนนี้คือรำคาญ!!

เมื่อเห็นว่าทำอะไรจีซูไม่ได้ พี่มาร์คจึงหันมาใช้สายตากดดันฉันแทน...คงหวังว่าจะบังคับฉันได้แบบเดิม

“ลลิซครับ ไหนรับปากว่าจะไปทานข้าวกับพี่ไง”

ฉันไปรับปากตอนไหน!

เมื่อสิ้นสุดประโยคนั้น สีหน้าของจีซูก็เปลี่ยนไปทันที จากที่มันเต็มไปด้วยความรำคาญกับมีแววสงสัยขึ้นมา ก่อนที่มือเรียวๆนั่นจะปล่อยออกจากมือฉันอย่างกระทันหัน

อ้าว ทำไมเป็นงี้ล่ะ งานมาเกิดที่ฉันซะงั้น

“รถมาแล้ว จะกลับกับพี่ หรือไปกับเขาก็ตามใจนะ”

จีซูพูดแค่ไหน ก่อนจะก้าวฉับๆไปขึ้นรถเมย์ที่จอดตรงป้ายอยู่ไม่ไกลมากนัก แล้วฉันทำยังไงล่ะ หลังจากที่มองสบสายตาเย้ยหยันของพี่มาร์ค ฉันก็ต้องรีบเดินตามจีซูไปน่ะสิ

แต่เมื่อขึ้นมาถึงรถเมย์ก็พบว่าที่นั่งทุกที่ถูกจับจองจนเต็มหมดแล้ว พวกเราทั้งสองคนจึงได้ยืนเกาะราวเป็นลูกลิงแบบนี้ ฉันที่สูงอยู่แล้วจึงไม่ลำบากเท่าไร แต่จีซูที่ตัวเล็กกว่าน่ะสิ...

“เอาของมาเดี๋ยวลิซถือให้”

เพราะเห็นของพะรุงพะรังที่อยู่ในมือของจีซูฉันก็เลยอาสาที่จะช่วย จีซูชอบสร้างความลำบากให้ตัวเองไง เธอชอบสวมรองเท้าส้นสูงมาทำงานแล้วพอต้องมายืนบนรถเมย์แบบนี้มันก็เลยลำบากมากอยู่

“ไม่เป็นไร...”

ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องเมื่อกี้รึเปล่า แต่ฉันสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงแข็งๆของจีซูขึ้นมาเสียอย่างนั่น เพราะยังอยู่บนรถเลยไม่สะดวกที่จะพูดคุยอะไรกันมากนัก ฉันจึงได้แต่ยืนมองจีซูเงียบๆอยู่แบบนี้

พอผ่านไปสองป้ายผู้ชายที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับฉันก็เดินลงไป ทำให้ที่นั่งใกล้ที่ที่ฉันยืนอยู่ว่างขึ้นมา ฉันจะให้จีซูมานั่ง แต่เธอดันเมินเฉยใส่ฉัน เพราะไม่รู้จะทำยังไง ฉันจึงต้องเป็นฝ่ายนั่งลงไปเองก่อนที่คนอื่นจะมานั่ง

จีซูที่ยืนอยู่ไม่ไกลเท่าไรนักเอาแต่ยืนเหม่อไม่สนใจฉันเลย หรือว่าเรื่องเมื่อกี้จะทำให้จีโกรธจริงๆ

จะบ้าเหรอ จีรู้เรื่องทุกอย่างระหว่างฉันกับพี่มาร์คแล้วคิดว่าฉันจะไปกับเขาจริงๆน่ะเหรอ บ้าบอ...

เพราะคิดว่าจีอาจจะโกรธ ฉันจึงอาศัยจังหวะที่รถจอดติดไฟแดง ดึงแขนจีให้มาใกล้ๆ แล้วกระตุกเขาให้ลงนั่งที่ตักอย่างแรง จนกระเป๋าสะพายของจีซูตกพื้น เธอมองค้อนฉันเบาๆก่อนที่จะก้มลงไปเก็บ แล้วพยายามจะยันตัวลุกขึ้นจากฉัน แต่มันก็ไม่เป็นผลเพราะฉันล็อกตัวเธอไว้เสียแน่น

จีซูมองหน้าฉันสลับกับคนที่นั่งข้างๆอย่างลำบากใจ เพราะการที่เรามานั่งแบบนี้มันก็เหมือนการเบียดเธออยู่กลายๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ นั่งด้วยกันก็ได้”

แต่คำบอกเล่าของผู้หญิงวัยกลางคนที่แสนใจดีคนนั้น ทำให้ฉันิยิ้มร่าออกมา แล้วกอดเอวจีซูแน่นขึ้นไปอีกอย่างคนได้ใจ

“นี่!

คำนี้เป็นคำแรกที่จีซูพูดกับฉันหลังจากที่เราเจอพี่มาร์ค การที่มีปฏิกิริยาของจีซูมันทำให้ฉันรู้ว่าการที่เซ้าซี้เขาแบบนี้เป็นการง้อที่ถูกทาง

“โกรธเหรอ”

“พี่ไม่ได้โกรธ! แต่พี่จะโกรธลิซเพราะเรื่องนี้เนี่ยแหละ”

จีซู หันมากระซิบใส่หูฉันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เหมือนกับเสียงตะโกน ก่อนที่จะเริ่มทำการประทุษร้ายฉันด้วยการหยิกไปตามแขนที่โอบรัดเธออยู่

“ที่ต้องรีบเดินออกมาเพราะรำคาญไง!!

อ้าวเป็นงั้นไป...

เมื่อได้รู้เหตุผลของจีซูฉันก็ถึงกับยิ้มแก้มปริ แล้วค่อยๆปล่อยเขาออกจากอ้อมแขน แล้วลุกขึ้นให้เขานั่งลงแทนที่ตัวเอง จีซูก็ไม่ได้เกี่ยงอน เพราะดูท่าแล้วเธอคงจะเริ่มปวดขามากๆแล้ว

“พี่ไม่เอาเรื่องของเขา มาทะเลาะกับลิซอีกแน่นอน”

ก็ให้มันได้อย่างนั้นเถอะ

 

เมื่อมาถึงห้อง ฉันกับจีซูก็เมื่อยล้าไปทั้งตัวเพราะต้องไปไฟท์กับคนมากมายบนรถเมย์กว่าจะมาถึงป้ายที่อยู่ซอยทางเข้าอพาทเม้นก็ทำเอาร่างแทบแหลก จีซูน่ะไม่เท่าไรหรอก ฉันคนที่ได้ยืนเนี่ยสิ...

“วันนี้กินอะไร”

จีซูเอ่ยถามเมื่อฉันทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาอย่างคนหมดแรง แต่จีซูนั้นเมื่อวางของอะไรแล้วเสร็จสรรพก็ยังเดินไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารอย่างกับคนไม่รู้จักเหนื่อย

“จี...ยังไม่หิวหรอก มานอนก่อนก็ได้”

ฉันพูดงอแงพร้อมกับตบพื้นที่วางเล็กๆที่โซฟาข้างตัวเองให้จีซูเห็นว่าฉันหมายถึงมานอนข้างๆกัน แต่นอกจากเธอจะไม่สนใจแล้วยังคงเดินหน้าหาของในตู้เย็นราวกับไม่ได้ยิน

“เออ จี วันนี้มีคนทักลิซผิดเป็นพี่ฮานิด้วยแหละ”

เพราะเห็นว่าห้ามไม่ได้ ฉันจึงไม่ห้าม เปลี่ยนมาเป็นนอนคว่ำหน้าแล้วหาเรื่องคุยแทน แต่เหมือนว่าจีซูจะไม่ตื่นเต้นอะไรกับเรื่องที่ฉันเล่าเลย เหมือนกับรู้อยู่แล้ว

“อืม พี่ได้ยินแล้ว ไม่แปลกหรอก มองจากด้านหลังเรากับฮานิคล้ายกันจะตาย คงเป็นเพราะผอมเหมือนกันน่ะ”

ฉันคิดตามคำพูดของจีซูแล้วก็พบว่ามันก็จริง ฉันจึงเปลี่ยนท่านอนมาเป็นนอนหงายมองเพดานเพื่อให้สบายตัวขึ้นก่อนจะเผลอคิดนู้นนี่ไปเรื่อยเปื่อย สุดท้าย ก็เผลอหลับโดยที่ยังไม่ทันได้อาบน้ำหรือทานข้าวด้วยซ้ำ

 

“ลิซ...ลลิซ”

เสียงเรียกแผ่วที่ดังขึ้นเหนือหัวพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่แก้ม บีบบังคับให้ฉันต้องลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่าเป็นจีซูนั่นเองที่เป็นคนมาปลุก ก็แน่ล่ะ อยู่กันแค่สองคนถ้าไม่ใช่จีปลุกแล้วใครจะปลุก แต่คำถามคือ ปลุกทำไม?

“ไปทานข้าว อาบน้ำได้แล้วนะ”

พอจีพูดจบแบบนั้นฉันจึงสังเกตเห็นว่าตอนนี้จีได้เปลี่ยนจากชุดทำงานมาเป็นชุดอยู่บ้านสบายๆ ถ้าให้เดาเธอคงจะอาบน้ำไปแล้วระหว่างที่ฉันหลับ

ฉันลุกขึ้นยืน สบัดหัวเดินงัวเงียไปทางห้องน้ำ โดยที่จีซูกลับเข้าครัวไปอีกครั้งถ้าให้เดาก็คงจะเป็นการไปอุ่นอาหารมาให้ทานนั่นแหละ

เพราะความเพลีย ฉันจึงไม่อยากจะใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนาน อยากจะรีบอาบรีบเสร็จ รีบไปทานข้าวแล้วก็รีบเข้านอนเสียทีพรุ่งนี้ก็วันศุกแล้ว ต้องอดทนอีกวันหนึ่งเดี๋ยวก็ได้หยุด...

“จีไม่กินเหรอ”

“พี่กินแล้ว”

เมื่อเห็นว่าจีซูจัดอาหารแค่ชุดเดียวเลยเอ่ยถามออกไป ได้คำตอบอย่างที่เห็น และ ก็ไม่อยากจะเซ้าซ้อะไรเขาด้วย ได้แต่บ่นอุบอิบว่าเขาทานไม่รอ แล้วลงมือจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเสีย

ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆเลยนะ เพราะจีซูทำกับข้าวอร่อยมาก แล้วฉันก็ได้ทานทุกวัน ผู้ชายทั้งโลกต้องอิจฉาอ่ะ พูดเลย

“มาพี่เช็ดหัวให้”

คำพูดของจีซู ทำให้ฉันจำต้อยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กที่ใช้ซับน้ำจากเส้นผมเมื่อกี้ให้เธอ เพราะตอนที่อาบน้ำฉันสระผมด้วย ชีวิตดีเนอะ กินข้าวอร่อยๆ ผมก็ไม่ต้องเช็ดเองแล้วฉันจะอิดออดกับเขาทำไมล่ะ

“ทำงานวันนี้เป็นไงบ้าง”

“แค่ก...”

เมื่อจีซูเอ่ยถามถึงคำถามตอบยาก มันทำให้ฉันสำลักข้าวที่กำลังกินอยู่อย่างเอร็ดอร่อยทันที ก็แหม ถ้าจะบอกว่าก็ดี หรือไม่มีปัญหาอะไรก็คงเป็นการโกหก เมื่อปัญหาตัวโตๆมันกองอยู่ตรงหน้าขนาดนี้ไงล่ะ แต่จะพูดว่าไม่โอเคก็กลัวจีจะไม่สบายใจอีก

“ก็โอเคนะ...”

พอฉันตอบออกไป จีซูก็ชะงักมือที่กำลังเช็ดผมอยู่ไปเล็กน้อยเหมือนคนที่คิดอะไรในใจ ก่อนที่จะเริ่มเช็ดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถึงแม้มันจะผิดปกติฉันก็จะไม่ถาม ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้แหละ ดีแล้ว...

“อืม ดีแล้วล่ะ รีบทานข้าวน่ะ แล้วก็ไปนอนซะ”

ฉันยิ้มให้จีซูเล็กน้อยกับความเป็นห่วงเป็นใยที่เขามีให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินผ่านฉันไปเข้าห้องนอนพร้อมกับผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมของฉัน ทุกอย่างมันก็ดูโอเคนะสำหรับวันๆหนึ่ง อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ทะเลาะกันเรื่องผู้ชายคนนั้น แล้วฉันก็ยังได้นอนห้องจีซูเหมือนกับทุกๆคืนที่ผ่านมา...

แต่ประเด็นคือผมมันยังไม่แห้งไงคะ ที่รัก TT



ง่วง...

ช่วงนี้โมเม้นเงียบเหงาเนอะ

เหมือนฟิคเราเนี่ยแหละ 55555


อย่า



#พี่จีของลิซ


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #257 Sneakypeaa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:25
    เนื้อเรื่องเดายาก ทำให้น่าติดตามอยู่เสมอเลยค่ะ ไรท์ สู้ๆนคะ อ่านรวดเดียวหมดเลย ต่อจากนี้ไปก็จะรออย่าใจจดใจจ่อค่ะ ชอบพี่จีซูแบบเรื่องนี้มากๆ ดูปากแข็งคิดภาพออกดีค่ะ รอนะคะ
    #257
    0
  2. #255 jill_valentine04 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 10:11
    จีซูเหมือนมีอะไรในใจ คิดไรยุ่ ดูยังไม่ค่อยเชื่อใจลิซเลย
    #255
    0
  3. #254 Jessaholic (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 09:54
    เมื่อวานเรือลิซูมาแรงเลยค่าา
    #254
    0
  4. #252 KOONIslamic (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 23:36
    อยากได้พี่ลิซมาเป็นแฟนจัง มโนค่า
    #252
    0
  5. #251 onionjen (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 18:55
    โมเม้นมาแล้วนะคะ เค้าขี่หลังกันข่ะไรท์ กรี้ดดดดดเ ฟิคต้องหวานตามชีวิตจริงนะคะ ไม่ได้กดดัน ถถถุถถ
    #251
    0
  6. #250 Nischa-j (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 15:35
    คู่นี้ช่วงนี้ก็จะเงียบๆหน่อย (._.") เรือไม่มาสักที ฟิคคู่นี้ก็มีให้อ่านน้อยกว่าคู่อื่นๆ รอไรท์นะคะ
    #250
    0
  7. #249 Peeleed (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 09:29
    เรือเรามันจะซึมๆ อาศัยโมเมนต์เก่าพาย5555
    #249
    0
  8. #248 benza_2011 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 08:46
    ช่วงนี้โมเม้นเงียบงานสาวๆก็เงียบ
    ยังดีที่มีแบล็คพิงเฮ้า
    #248
    0
  9. #247 yupaka (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 08:45
    พี่มาร์คนี่เป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมากี่ชาติสะบัดไม่หลุดซักที
    #247
    0
  10. #246 ผ้าห่มซาตาน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 22:34
    รูปที่ลิซถ่ายให้ใช่มะ อิฮิ รอ รอ
    #246
    0
  11. #245 Male\'z May (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 12:34
    ทำไมมาสปอยแบบนี้ ฮือออ ใจร้าย หยั่กอ่านค้าา
    #245
    0
  12. #244 varattaya9719494 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 10:07
    แง๊ๆ😭😭😭😭😭
    #244
    0