[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 18 : [Lisa] Chapter :: 16 รู้สึก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    27 พ.ย. 60




EP: 16 รู้สึก

ลิซ่า: ถึงจะรู้สึกแย่ยังไง แต่ก็คงต้องฝืนกันต่อไปแบบนี้แหละ







Lisa Talk

                ฉันนั่งนิ่งไปเมื่อสิ้นสุดคำตัดพ้อนั่นของจีซู ฉันละอายใจ ลำบากใจไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ทำได้เพียงแค่ ก้มหน้ามองตักตัวเอง นิ่งๆอยู่แบบนั้น

                “เรื่องเธอกับเขา ถ้าพูดมันออกมาไม่ได้...”

                “...”

                “ก็ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก”

                “จีซู!

                “พี่สุดจะทนแล้ว! พี่อดทนกับเธอมามากพอแล้ว ความลับของเธอ ถ้าคิดจะเก็บมันเอาไว้คนเดียวแบบนี้ ก็เก็บเอาไว้จนตายนั่นแหละ!!

                ฉับพลัน...ในจังหวะนั้นที่ฉันกำลังอึ้งไปกับคำที่จีซูตะโกนใส่หน้า ตัวของจีเองก็หันไปเปิดประตูแล้วหุนหันออกจากรถไป ฉันที่สติหลุดไปก่อนจะตั้งสติได้ในตอนนั้น จีก็เดินไปไกลมากพอสมควรแล้ว ฉันตกใจ กว่าว่าจะเกิดอันตรายกับจีเพราะถนนทางเข้าเมืองแบบนี้ไม่ใช่สถานที่ที่จะมาเดินเล่นกันได้ เมื่อคิดได้แบบนั้นฉันจึงรีบเปิดประตูเดินตามจีไป

                “คิมจีซู!!

                ฉันทั้งตะโกนเรียกทั้งเดินตาม แต่ก็ยังไม่ทันจีซูที่เดินออกมาก่อนนานพอสมควร แล้วเธอเองก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดรอฉันแต่อย่างใด จีทำเหมือนกับว่าเธอไม่ได้ยินเสียงที่ฉันตะโกนเรียก เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเดินอย่างเดียวจนฉันเริ่มรู้สึกหงุดหงิด... ทำไมเราต้องมาทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ด้วย แล้วทำไมฉันต้องเผลอเอ่ยชื่อผู้ชายคนนั้นออกมาในมันเกิดเรื่องด้วยนะ!

                “ลิซขอโทษ!” เป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ที่ฉันเอาแต่พูดคำว่าขอโทษ ฉันใช้มันบ่อยเกินไปในช่วงนี้ จีคงจะรู้สึกเหมือนกับมันไม่มีค่าอะไรแล้วล่ะ

                “ก็บอกว่าขอโทษไงจีซู!!

                เพราะว่าไม่ว่าจะเรียกเสียงดังมากแค่ไหน จีก็ยังทำเป็นไม่ได้ยิน ฉันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากอาศัยขาที่ยาวกว่าวิ่งตามเขาให้ทันแล้วกระชากแขนจีกลับมาเพื่อที่จะคุยกันให้รู้เรื่อง

                “เธอตะคอกพี่เหรอ!”            

                แต่แทนที่จีจะโฟกัสกับเรื่องที่เป็นประเด็นตอนนี้แต่เธอกับมาอารมณ์เสียใส่ฉันเพิ่มขึ้นไปอีก กับการที่ฉันเผลอตะคอกเสียงดังใส่หน้าเธอเมื่อกี้

                ฉันเองก็เริ่มหงุดหงิดจากปัจจัยอะไรต่างๆมาเริ่มถาโถมเข้ามา แต่ก็ยังคงพยายามสงบใจเอาไว้เพราะคนที่กำลังทะเลาะด้วยตอนนี้คือ คิมจีซู...

                “เราจะคุยกันดีๆ...ได้มั้ย”

                น้ำเสียงตอนท้ายของประโยคด้านบน แผ่วลงจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบเพราะว่าฉันไม่สามารถจะควบคุมน้ำเสียงของตัวเองได้ เมื่อมองเห็นหน้าจีซูอย่างเต็มๆสายตาในตอนนี้

                “ฮึก...”

                จีซูร้องไห้...

                ฉันมองเห็นใบหน้าสวยของจีซูเปอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา อารามโมโห และ หงุดหงิดเมื่อกี้แทบจะสลายหายไปในอากาศ เพียงแค่เพราะน้ำตาของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง น้ำตาที่มันเกิดขึ้นเพราะการกระทำของฉัน... แม้ว่าฉันจะร้องไห้เพราะจีมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่อยากให้จีต้องมาร้องไห้เพราะฉันแม้สักครั้งเดียวก็ตาม

ฉันรักเขา... รักมากเกินกว่าที่จะยอมมองเห็นน้ำตาที่เกิดขึ้นเพราะฝีมือของตัวเองได้

                “พี่ไม่ไหวแล้วลลิซ” น้ำเสียงของจี ยังคงเจือไปด้วยเสียงสะอื้น แต่เธอก็ยังพยายามที่จะมองสบตาฉันผ่านม่านน้ำตา มาก่อตัวขึ้นมามากมายจนกระทั่งมันไหลอาบแก้ม จีซูพูดแค่นั้น ก่อนจะพยายามบิดข้อมือออกจากมือฉัน ในขณะที่ฉันไม่มีแรงแม้แต่จะรั้ง

                “เรา ฮึก...อย่าพึ่งเจอกันเลยดีกว่า”

                คนที่ร้องไห้คือจี แต่คนที่เจ็บคือฉัน หมายความว่ายังไงที่ว่าอย่าเจอกันเลย พูดออกมาได้ยังไง...

                “จีซู...”

                “ลลิซทบทวนตัวเองดีๆนะ ถ้าคิดได้เมื่อไร ค่อยกลับมาหาพี่”

                “ไม่นะจีซู ลิซรักจี!” และฉันเองก็คงยอมไม่ได้

                “พี่จะย้ายออกจากอพาทเม้น แล้วพี่จะลางานสักพัก”

                “ต้องทำขนาดนี้เลยรึไง!!

                “แล้วพี่จะกลับบ้าน มันคงดีกับเราทั้งสองคน มันคงจะดีถ้าต้องห่างกันสักพัก”

                “ไม่มีทาง! คิดว่าลิซจะยอมรึไง!!” ฉันเริ่มโวยขึ้นมาหลังจากที่ได้ฟังคำตัดสินใจที่จีซูพูดออกมาโดยไม่แคร์ความรู้สึกกัน ฉันยอมรับว่าเรื่องครั้งนี้ฉันผิด ผิดเต็มๆเลยด้วย ฉันไม่มีสิทธจะมาตะโกนใส่หน้าจีซูแบบนี้หรอก แต่มันก็เหลืออดแล้วจริงๆ เชื่อใจกันหน่อยไม่ได้เหรอ คิมจีซู...

                “พี่ไม่ได้ถามความเห็นเธอสักคำ พี่ตัดสินใจแล้ว ไปขึ้นรถเถอะ”

                จีซูพูดประโยคนั้นเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนจะบิดตัวออกจากการเกาะกุมของฉันที่เมื่อกี้เลือดขึ้นหน้าจนเผลอกระชากไหล่จีเอาไว้ เธอเช็ดน้ำตาให้เหือดหายไปจากใบหน้าราวกับคนที่ไม่ได้ร้องไห้มาก่อน มีแค่ดวงตาแดงๆนั้นเท่านั้นทีแสดงให้เห็นว่าเธอผ่านการร้องไห้มา

                เข้มแข็งชะมัดเลยนะจีซู

                เข้มแข็งขนาดนี้ไม่ต้องมีเราก็ได้มั้ง...

                ตอนนี้จีได้ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองไปหมดแล้ว ฉันไม่มีสิทธ์จะไปรั้งหรือเปลี่ยนความคิดของเขา สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้ ก็มีเพียงแค่ สงบใจลง แล้วเดินตามจีไป เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมีเรื่องมาทะเลาะกันเพิ่มขึ้นไปอีก

                “พี่ขับเอง” จีซูเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ เมื่อฉันเดินมาถึงตัวรถพร้อมๆกับเธอ ก่อนจะแบมือมาตรงหน้าฉันเพื่อขอกุญแจรถที่ฉันเผลอถอดติดมือไปตอนที่เดินลงไปตามเธอ

                “ไม่ ลิซจะขับให้ ขึ้นรถเถอะ”

                ฉันพูดแค่นั้นเป็นการตัดบท ก่อนจะเดินมึนๆขึ้นไปนั่งที่ตำแหน่งคนขับ ทำให้จีซูที่ไม่มีทางเลือกมากนัก ต้องเดินขึ้นรถมาเสียไม่ได้

                ความเงียบเกาะกินพวกเราเป็นเวลายาวนานจนกลายเป็นความอึดอัด ฉันหายใจแทบจะลงไม่ถึงท้อง เพราะจีเอาแต่นั่งนิ่ง มองไปที่ถนนด้านหน้าโดยที่ไม่เอ่ยอะไรขึ้นมาอีกแม้แต่คำเดียว

                ให้ง้อก่อนไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร แต่จะง้อยังไงให้หายโกรธเป็นเรื่องที่ยากกว่า

                “จี...”

                “พี่จะนอน ถ้าถึงแล้วปลุกด้วย”

                นั่นไง ตัดบทกันเสียด้วย นอกจากจะไม่ยอมคุยเพื่อปรับความเข้าใจแล้ว จีซูยังหนีจากสถานการ์ณน่าอึดอัดใจนี้ด้วยการเอนเบาะลง แล้วหลับตา เตรียมตัวเหมือนจะนอนหลับ ราวกับคนที่ไม่อยากจะมองหน้ากัน

                ก็ดี เอาไงก็เอา คิดว่าดีก็ทำไปเลย!

               

                วันรุ่งขึ้น

                “ลลิซ!!

                ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะโดนกระชากไหล่แรงๆ จากฝีมือของใครบางคนที่ไม่ต้องเดาให้มากความก็รู้ว่าเป็นใคร

                “อะไร...” เพราะแบบนั้น ฉันที่ยังอยู่ในอาการงัวเงียจากการตื่นนอน จึงยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อไล่ความเมื่อยขบให้กับตัวเอง

                ลมเบาๆพัดเอื่อยเข้ามาจากหน้าต่างที่ถูกแง้มเอาไว้เล็กน้อยเมื่อคืนปะทะเข้ากับหน้าเมื่อฉันลุกขึ้นนั่งจนหลังตรง ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมานิดหน่อย คงพอที่จะมาสู้กับอาการเหวี่ยงวีนของจีได้ในตอนนี้แหละนะ

                “นี่มันบ้าอะไร! เธอพาพี่มาที่ไหนเนี่ย”

                “ทะเล...”

                ไร้สาระชะมัด ก็มองเห็นๆอยู่แล้วอ่ะ ยังจะมาถามอีก เมื่อเห็นว่าจีนิ่งเงียบไป ฉันจึงหันไปมองหน้าเขาเล็กน้อยว่าตอนนี้จีจะทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่เอาจริงๆก็พอเดาได้แหละ ว่าเธอคงจะโกรธจนแทบจะงับหัวฉันเลยล่ะ

                ก็เพราะเอาแต่คิดเรื่องที่จีซูพูด ฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น ฉันแค่อยากจะอยู่กับจี ไม่อยากให้มีอะไรมาแยกพวกเราจากกันได้ ยอมรับนะว่ามันเป็นความสิ้นคิด และ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่อย่างน้อยในเวลานี้เราก็ยังอยู่ด้วยกัน

                พอขับรถเรื่อยๆ ฉันก็พาจีมาจนถึงที่นี่ ถึงในเวลาที่ดึกมากพอสมควรแล้วด้วย ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยจอดรถที่ริมชายหาด แล้วลดกระจกลง ก่อนจะเอนตัวนอนเอาแรง เพื่อที่มาสู้รบตบตีกับจีอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้แหละ

                “พี่มีงานต้องทำ! ไม่มีเวลามาเล่นตลกกับเธอหรอกนะลลิซ”           

                ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆกับคำพูดคำจาของจีซู เมื่อไรเขาจะเลิกมองฉันเป็นเด็กที่เอาแต่เล่นไปวันๆเสียที เมื่อไรเขาจะเลิกมองฉันเป็นน้องสาวตัวน้อยของเขาสักที อยากจะล้างสมองจริงๆเลย...

                “ใครว่าลิซเล่น อีกอย่างวันนี้วันอาทิตย์จีซู...”

                ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหน่ายๆกับการตีโพยตีพายที่ไร้เหตุ ก่อนจะเปิดประตูรถออกไปยืนข้างนอกรถ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะห่อตัวกอดไหล่เอาไว้เพื่อกันความหนาวเย็นจากลมทะเลที่พัดเข้ามากระทบกับร่างกายที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าหนาสักเท่าไรนัก

                “แล้วไง! พี่มีงานต้องเคลีย์ก่อนที่จะลาหยุดยาว เธอมีสิทธ์จะพาพี่ไปไหนมาไหนได้เหรอ”

                นั่นไง วกกลับเข้ามาเรื่องที่ทะเลาะอีกแล้ว ฉันอุตส่าพาออกจากความน่าอึดอัดนั้นได้แล้วนะ จีซูยังจะวกกลับเข้ามาหามันอีก แสดงว่าเรื่องที่พูดว่าจะหนีกลับบ้านนั้นคือเอาจริง...

                “เฮ้อออ  มานั่งนี่สิ ลิซมีอะไรจะบอก” ฉันว่าพร้อมกับยันตัวเองขึ้นไปนั่งบนฝากระโปรงรถ พร้อมกับตบที่ว่างข้างๆเบาๆเป็นเชิงชวนจีซูตามคำพูด

                คงจะเป็นเพราะท่าทีที่สงบเกินกว่าจำเป็นของฉัน จีซูเลยเลิกขึ้นเสียง แล้วมีท่าทีอ่อนลงมานิดหน่อย ก่อนที่จะพาตัวเองเดินมาหาฉันช้าๆ

                “ถ้าไม่ใช่เรื่องที่อยากรู้...จะไม่เสียเวลาฟัง”

                “รับรองว่าอยากรู้”

                ฉันว่าเสียงแผ่วจนเกือบจะสู้เสียงลมทะเลไม่ไหว ก่อนที่จะจับแขนจีเอาไว้ เพื่อช่วยให้เธอขึ้นมานั่งข้างๆได้สูงพอที่จะไม่ไหลลงไป ลมทะเลที่พัดมาทำให้ผมของฉันที่ถูกปล่อยสยายเอาไว้ ถูกพัดพันกันจนน่ารำคาญ ส่วนจีซูนั้นรอดตัวไปเพราะเธอรวบผมเอาไว้ ก่อนที่จะลงมาจากรถเมื่อกี้

                “ว่ามาสิ...”

                ฉันที่สารวนกับผมของตัวเองอยู่เมื่อครู่ต้องชะงักไป เพราะอยู่ๆจีซูที่นั่งอยู่ข้างๆก็จับไหล่ฉันให้เบี่ยงตัวเล็กน้อยแบบที่เกือบจะหันหลังเข้าหาเธอ  ก่อนที่เธอจะลูบผมฉันแผ่วเบาแสดงความอ่อนโยนแบบที่เคยทำมาตลอด...

                “จีรู้ใช่มั้ย ลิซคบกับพี่มาร์คทำไม”

                “...”

                จีซูไม่ตอบ แต่กับใช้นิ้วเล็กๆนั่นสางผมให้ฉันเบาๆจนมันเข้าที ก่อนจะเริ่มลงมือถักเปียให้อย่างระเอียดอ่อน แบบที่เธอเคยทำให้ฉัน ตอนที่พวกเรายังอยู่ด้วยกันที่บ้าน...

                นานมากแล้วที่จีไม่ได้ถักเปียให้แบบนี้ คงตั้งแต่เธอไปเรียนมหาลัยล่ะมั้ง... บอกแล้วไงว่าจีซูไม่เคยมองฉันเป็นอย่างอื่นหรอก นอกจากน้องสาวน่ะ ยังไงในสายตาจีซูฉันก็คือเด็กเสมอแหละ มีอย่างที่ไหนมาจับถักเปียเป็นเด็กๆ

                “แล้วก็รู้ใช่มั้ยว่าเลิกกันเพราะอะไร”

                ฉันเหมือนคนบ้าที่เอาแต่นั่งพูดคนเดียวเพราะจีซูไม่ตอบอะไรกลับมาเลยสักนิด มีแค่ลมหายใจแผ่วๆที่อบอุ่นตัดกับความหนาวเย็นของอากาศเท่านั้นแหละ ที่ทำให้ฉันได้รู้ว่าจีนั่งอยู่ใกล้มากพอที่จะได้ยินสิ่งที่พูด           

                “ลิซไม่ได้รักเขาเลย จะให้พูดอีกกี่ครั้งก็คือไม่...”

                เพราะน้ำเสียงของฉันที่เริ่มจะสั่นเคลือขึ้นมา สัมผัสอ่อนโยนของจีซูที่สัมผัสฉันอยู่เมื่อกี้จึงชะงักไป ฉันพยายามกัดฟันเอาไว้ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ ก่อนที่จะเริ่มเล่าต่อไป...

                ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะบอกจีทั้งหมด ไม่ว่าจะยังไง...ไม่ว่าจีจะมองฉันด้วยสายตาแบบไหน ก็ต้องยอมรับมันให้ได้

                “จีจำเรื่องคืนนั้นได้มั้ย”

                คืนนั้น...เป็นคืนที่ฉันกับจีซูทะเลาะกันรุนแรงที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีในความทรงจำ ทุกสิ่งทุกอย่างมาเจ็บปวดมากเกินกว่าจะนึกถึง ฉันพยายามจะลืมมันหลายครั้ง แต่ความเจ็บปวดทุกอย่างก็ชัดเจนในความทรงจำ แผลฝังลึกในหัวใจ...

                หลังจากเหตุการการเลิกกันของจีซู และ พี่มาร์ค ใช้เวลาไม่นานพี่มาร์คก็รู้ตัวว่าโดนฉันหลอกเข้าเต็มๆ เขาจึงออกห่างจากฉันแล้วใช้ความพยายามทั้งหมด เพื่อกลับมาหาจีซูอีกครั้ง เขาทำทุกวิถีทางในขณะที่ฉันก็ขวางทุกวิถีทางเช่นกัน

                จีซู ผู้ที่เอาแต่พล่ำบอกเสมอว่าฉันสำคัญที่สุด สำคัญมากกว่าผู้ชายคนนั้น ก็มีท่าทีลังเลใจ เหมือนอยากจะกลับไปหาเขาอีก หลายต่อหลายครั้ง

                ฉันใช้ทั้งแรงกายแรงใจในการดึงรั้งจีซูเอาไว้ พร้อมกับย้ำบอกเธอเสมอว่าพี่มาร์คไม่ใช่คนดี เขาคบซ้อน เขาทิ้งจีเพื่อมาคบกับฉัน แต่จีซูที่ยังผูกพันกับผู้ชายคนนั้นมากก็ไม่ฟัง...

                จนมันเกิดเรื่อง...วันนั้นฉันทำรายงานอยู่ที่ห้องบ้านเจนนี่ กับเพื่อนๆทั้งสองคน ทุกอย่างควรจะเป็นไปโดยปกติ ถ้าหากว่าไอ้คนสารเลวคนนั้นไม่ส่งข้อความมาหาฉัน...

                อยากเห็นพี่สาวสุดที่รักของเธอโดนย่ำยีจนเหลือแต่ซากมั้ย

                แค่คำพูดของเขามันก็มากพอที่จะทำให้ฉันสติแตก แต่เขายังแคปแชทที่คุยกับจีซูเอาไว้ว่าตกลงจะไปพบกันให้ฉันได้เห็นเพื่อตรอกย้ำความจริงว่าเรื่องที่เขาพูดมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเพื่อปั่นหัวกัน

                มือฉัรสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ในสถานการ์ณนั้น ก่อนที่ฉันจะกดโทรหาจีซู แล้วหุนหันออกจากบ้านเจนนี่ไป จนเพื่อนๆนึกเป็นห่วงเลยตามฉันออกมา ฉันจำความรู้สึกตอนนั้นได้ขึ้นใจ จำได้เลยว่าอาการของคนใจจะขาดเป็นยังไง ฉันภาวนาต่ออะไรก็ไม่รู้ในใจซ้ำๆ ขอให้จีรับสาย ขอให้จีปลอดภัย ขอให้จีอย่าเป็นอะไร

                ขอให้เป็นฉันแทน...

                แล้วอะไรก็ไม่รู้ที่ฉันภาวนาถึงนั้น ก็เหมือนจะรับรู้ จีซูรับสายฉัน... ฉันจำได้ ความรู้สึกตอนนั้น น้ำตาไหลฉันไหลออกมาจนอาบแก้ม มันมีทั้งความโล่งใจ ความเป็นห่วง ความกังวล

                จีซู ฮึก จีซู...

                ฉันพูดอะไรไม่ออกแล้วในตอนนั้น เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว เจนนี่ที่ยืนอยู่ข้าง ทนความฟูมฟายนั้นไม่ไหว ก็เลยแย่งโทรศัพท์ไปคุยเสียเอง ฉันจับใจความได้ลางๆว่าเจนบอกให้จีซูมาดูฉันที่เกิดบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้... โดยฟังได้แค่นั้น เพราะตอนนั้นเอง ฉันร้องไห้จนหูอื้อตาลายไปหมด

                สุดท้าย ข้อสรุปที่เจนบอกก็คือ ไม่ว่ายังไง จีซูก็ยังยืนยันว่าจะไปพบพี่มาร์คที่คอนโดเขาก่อนถึงจะมาหาฉัน คิมจีซู คนที่ยืนยันว่าฉันสำคัญที่สุด แต่เธอกับเลือกที่จะไปหาคนอื่นก่อน ทั้งๆที่ฉันร้องไห้หาเขาแทบจะขาดใจ...

                วินาทีนั้นฉันทรุดลงนั่งกับพื้นฟุตบาทอย่างคนหมดแรง แชยองทิ้งตัวลงนั่งข้างๆฉันแม้ว่าจะไม่เข้าใจอะไรเท่าไรนัก แต่เพื่อนๆก็ยังอยู่ข้างฉันเสมอในเวลาที่ต้องการแบบนี้เสมอ

                ร้องไห้หาเขาแล้วเขาไม่มาหา ตัวก็ไปหาเขาสิลิซ่ามันจะไปยากอะไร

                คำพูดของแชยองแค่ประโยคเดียว แต่เหมือนเปิดทุกอย่างให้กับฉัน เมื่อคิดได้ ฉันจึงหุนหันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปเรียกรถที่ผ่านมาพอดีอย่างตรงจังหวะ ฉันเลือกที่จะไม่รอเจนนี่กับแชยองที่เอาแต่ตะโกนเรียกเอาไว้ แต่ฉันเลือกที่จะขึ้นรถไปโดยที่ ไม่มีอะไรติดตัว ไม่แม้แต่จะขอโทรศัพท์คืนจากเจนนี่ ไม่แม้แต่จะเอ่ยบอกกับเพื่อนๆทั้งสองคนว่าจะไปที่ไหน ฉันในตอนนั้น รู้แค่อย่างเดียวว่า...

                คิมจีซู จะต้องปลอดภัย



ว่าจะอัพตั้งแต่เมื่อวาน สาวๆมาเล่นเอาสติแตกตอนตีสอง TT

ยังไงก็มากแล้วเน้อออ ช่วงนี้ก็พอมีโมเม้นมาให้ส่องให้ไรบ้างก็ไม่ได้แห้งจนเกินปายยย ถือว่าเรือเรายังมีน้ำมัน 55555

ปล. อย่าเดาปมเราเพราะคุณไม่มีวันเดาถูก 5555 เพราะเราเองยังคิดไม่ออกเลยยย (หลอกล้อเล่น! เขียนนิยายมีพล็อตเสมอเด้อค่าเด้อ)

ง่วงมากเว่อร์

สุดท้ายยย

อย่า



#คนดีของลิซ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #327 PorPa160197 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 11:03
    แงงง ทำไมมันหน่วงแบบเน้
    #327
    0
  2. #209 yupaka (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 23:11
    เหมือนยืนอยู่ตรงทางแยกอยากรู้แต่ก็กลัวความจริง
    #209
    0
  3. #206 benza_2011 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 06:49
    เดาปมไม่เคยถูกสักที
    #206
    0
  4. #205 aSIR (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 09:24
    รออยู่นะไรท์ ฮือออ
    #205
    0
  5. #203 Peeleed (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 04:50
    หุ้ย เล หุ้ย พร้อมพายเต็มกำลัง
    #203
    0