[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 16 : [Lisa] Chapter :: 14 ทำได้ทุกอย่าง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    31 ส.ค. 60






EP: 14 ทำได้ทุกอย่าง

ลิซ่า: ฉันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ถ้าเพื่อจีซู...






หลังจากที่ฉันเอ่ยประโยคนั้นออกไปจีซูก็ไม่ตอบอะไรกลับมาอีกเลย ซึ่งฉันเองก็คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจีจะต้องตอบสนองกลับมาแบบนี้ ก็แหม...หวังจะให้เขายอมรับออกมาว่าหึงรึไงกันเล่า ไร้สาระ... ฉันลอบยิ้มให้กับความคิดของตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะเอื้อมมือไปดึงเอาเข้มขัดนิรภัยมาคาดเพื่อความปลอภัย เพราะตอนนี้จีซูเริ่มคอยรถออกจากบริเวณนั้นแล้ว...

                ในจังหวะที่รถของจีขับผ่านหน้าพี่มาร์คที่ยังยืนอยู่ที่เดิมไปนั้น ฉันไม่รู้ว่าตัวเองตาฝาดหรือคิดมากไป แต่ที่ฉันพึ่งจะเห็นมันคือใบหน้าที่เครียดจัดของผู้ชายคนนั้นที่ฉันเห็นเป็นครั้งแรก ปกติแล้วพี่มาร์คจะเป็นคนที่มีรอยยิ้มกวนประสาทกวนมือกวนเท้าอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้เขากับแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมาอย่างปิดไม่มิด

                ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนชนะเลย...

                “ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ...”

                “ลิซยิ้มอะไร” ฉันถามกลับไป เพราะอยู่ๆจีซูก็แหวขึ้นมาทำเอาตกใจไปกันเลยทีเดียว

                “ก็ลิซยิ้มให้พี่มาร์คไม่ใช่เหรอเมื่อกี้” บ้าบอ...

                ฉันแทบจะหลุดขำเพราะประโยคที่แสนตลกของคิมจีซู ฉันแค่ยิ้มสะใจรึเปล่าล่ะ แต่ไอ้คนที่เอาแต่บอกว่าไม่ได้หึงเนี่ย ยังมีหน้ามาหาว่าฉันยิ้มให้พี่มาร์คไปอีก เป็นความคิดที่ตลกดีนะ ใรจะไปอยากยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นกัน

                “ไม่รู้แหละ ยังไงวันนี้ลิซก็ต้องเล่าทุกเรื่องให้พี่ฟัง”

                “ทุกเรื่อง นี้เรื่องอะไร”

                “ทุกเรื่องที่พี่ถาม ต้องตอบตามความจริง แล้วก็เลิกทำตัวแบบนี้ด้วย”

                “ทำแบบไหน” ฉันถามย้อน ไม่ได้จะกวนอารมณ์ แต่ไม่รู้ว่าแบบไหนจริงๆที่จีซูหมายถึง

                “ก็แบบที่ตีตัวออกห่างจากพี่แบบนี้ไงล่ะ”

                “ลิซไม่ได้ตีตัวออกห่าง จีจะบ้าเหรอ” ไร้สาระชะมัด...

                “แล้วที่ไม่ยอมรับสายพี่ ไม่ยอมกลับมากินข้าว ไม่ยอมนอนด้วย แล้วไปนั่งสลอนกับพี่มาร์คนี้มันคืออะไรอ่ะ!

                “อืม...หัวร้อนแล้วนะจีซู”

                “ลิซเลี่ยงไม่ตอบคำถามพี่อ่ะ!!

                เออ เอากับเขาสิ โวยวายเป็นเด็กๆเลย แล้วแบบนี้จะกล้าเล่าอะไรให้ฟังได้ยังไงล่ะ นี่น่ะเหรอคนที่ไม่หึง หัวร้อนซะไม่มี

                “ก็ลิซบอกแล้วว่างานเยอะ เนี่ยพึ่งหาที่ฝึกงานได้ ไม่เชื่อก็ถามเจนสิ”

                “เจนนี่เกี่ยวอะไร” จีซูถามกลับอีกครั้งถึงบุคคนที่สามที่ฉันเอ่ยอ้างถึง แม้ว่าตอนนี้จีจะใช้สมาธิส่วนมากไปกับการขับรถแต่ยังไม่วายอาศัยจังหวะส่งสายตาคาดโทษมาให้อีก

                “ก็ถ้าไม่ได้กลับมานอนกับจี ก็คือตายหน้าคอมพร้อมเจนกับแชงอ่ะ”

                “ที่ผ่านมาไปนอนที่บ้านเจนเหรอ”

                “อื้ม ถ้าลิซกลับมาลิซก็ต้องไปหาจีสิ”

                จีซูเงียบไปทันทีที่ฉันพูดประโยคนั้นจบ ถึงว่าจะเงียบไปเฉยๆแบบนั้นแต่ฉันแอบสังเกตเห็นคิ้วสวยขมวดกันเป็นปมจนแบบจะยุ่งไปหมด เหมือนว่าจะยังไม่เชื่อนะแบบนี้...

                จบประโยคการสนทนาที่หน้าอึดอัดใจระหว่างเรา จีซูก็ม่ได้เอ่ยพูดอะไรขึ้นมาอีกเอาแต่ขับรถเงียบๆจนกระทั่งมาถึงอพาทเม้นของเรา และฉันที่ทำอะไรไม่ถูกในตอนนี้ก็ได้แต่ยิ้มให้น้อยๆตอนที่จีมองหน้า แล้วเดินตามเขาขึ้นห้องไปอย่างคนที่มีความผิดติดตัว

                และเหมือนจีซูจะไม่จบเรื่องนี้ง่ายๆด้วย

                “อธิบายมา” แล้วพอพวกเราเดินขึ้นมาถึงห้องของจี ยังไม่ทันได้นั่งหรือวางของลงด้วยซ้ำ จีซูก็หันมาถามประโยคนั้นด้วยสายตาที่หาเรื่องอยู่พอประมาณทำให้ฉันนั้นหลบสายตาจีแทบไม่ทัน

                “อธิบายอะไร ก็เล่าให้ฟังหมดแล้ว” ฉันเลี่ยงเขา

                “ที่เล่าให้ฟังคือ ทำไมถึงหายไปเป็นอาทิตย์ แต่ที่พี่อยากรู้คือทำไมลิซชอบไปโผล่อยู่กับพี่มาร์ค”

                “หึงเหรอ...”

                “หึงบ้านเธอสิลลิซ พี่ไม่ตลก...”

                ฉันพยายามจะใช้มุขเดิมคือลากจีเข้าเรื่องที่เขาไม่ชอบและก็อึดอัดนั้นก็คือเรื่องเกี่ยวความสัมพันธ์ระหว่างเราที่ฉันเอ่ยขึ้นมาเมื่อไรจีจะเป็นฝ่ายเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นก่อนทุกที แต่เหมือนว่าครั้งนี้จะไม่ได้ผลเพราะนอกจากจีจะไม่เปลี่ยนเรื่องแล้ว เขายังมองมาที่ฉันด้วยสายตาคาดโทงาหนักกว่าเดิม

                ก็นะ...อดีตระหว่างพวกเราสามคนมันสวยงามเสียเมื่อไรกันล่ะ ฉันเกือบจะเสียจีซูไปเพราะผู้ชายเลวๆอย่างพี่มาร์ค พูดง่ายๆคือเราแทบจะแตกหักกันไปจนต่อไม่ติดก็เพราะผู้ชายคนนั้น มันคงไม่แปลกหรอกถ้าจีซูจะไม่ไว้ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

                เรื่องเมื่อหลายปีก่อนถ้าถามว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ก็บอกได้คำเดียวโดยไม่อายเลยว่า ฉันต้องการอยากจะให้พวกเขาเลิกกัน...แลดูเลวนะ แต่ยอมทำอ่ะ ฉันเข้าหาพี่มาร์คผ่านผู้ช่วยของจีซูเอง พี่ฮานิไง แล้วเธอก็เป็นคนที่ทำให้ฉันได้เห็นธาตุแท้ของพี่มาร์คอีกด้วย

                ธาตุแท้ที่จีซูยังไม่เคยเห็น

                ฉันเข้าหาพี่มาร์คด้วยวิธีง่ายๆไม่ต้องใช้แผนอะไรมาก ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพราะพี่มาร์คมันเลวเป็นสันดานอยู่แล้วแค่ฉันส่งสายตาให้นิดหน่อย มันก็พร้อมที่จะหักหลังจีซูโดยที่ไม่มีความซื่อสัตอะไรต่อจีทั้งนั้น

                แต่สิ่งที่ลำบากที่สุดสำหรับฉันคงจะเป็นการตีตัวออกห่างจากจีซึ่งมันเป็นเรื่องที่ฉันไม่อยากจะทำเลยแม้แต่น้อย ฉันต้องเย็นชากับเขา ต้องไม่ไปหาไม่พูดไม่คุย ทำเหมือนกับคนที่ไม่สนิทกัน หลบหน้าจี พยายามทำตัวมีพิรุธให้จีเข้าใจผิดเรื่องระหว่างฉันกับพี่มาร์คให้ได้มากที่สุด ให้จีเป็นฝ่ายขอเลิกพี่มาร์คไปซะ...

                แต่ก็เกินคาด...เพราะในขณะที่จีซุแค่สงสัย แต่พี่มาร์คที่ตอนนั้นกำลังหลงมัวเมาอยู่กับฉัน ก็ได้เป็นฝ่ายบอกเลิกจีเสียเอง...มีใครให้เลวกว่านี้มั้ย? และสิ่งที่ฉันได้รับรู้ในเวลานั้นก็คือพี่มาร์คไม่ได้มีแค่จีคนเดียว ไม่ได้หมายถึงมีฉันด้วยนะ แต่พี่มาร์คสวมเขาให้จีมาตลอด...แม้ว่าไม่มีเรื่องฉันเข้ามาเกี่ยวจีซูก็ไม่ควรจะโง่ให้กับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว

                พี่มาร์คเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัว แล้วก็น่าขยะแขยงฉันรู้ดี แต่ก็ยังยอมเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ด้วยเหตุผลง่ายๆที่ว่า ยอมให้มายุ่งกับฉันก็ยังดีกว่าไปยุ่งกับจี...

                เพื่อจีซูฉันทำได้ทุกอย่าง แม้ว่าวิธีการมันจะทำให้จีเกลียดฉันก็ตาม...

                ฉันรู้นะว่าตั้งแต่เรื่องนั้น จีก็ไม่เคยสนิทใจกับฉันเหมือนที่ผ่านมาอีกเลย ถึงเขาจะดูแลเอาใจใส่เหมือนเดิม เป็นพี่สาวที่แสนดีคนเดิม แต่ฉันก็ยังรู้สึกถึงเส้นไยบางๆที่กั้นระหว่างเพวกเราเอาไว้

                ตอนที่ฉันบอกขอโทษจีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหมือนว่าจีจะไม่ให้อภัยนะ แต่แล้วสุดท้าย จีก็ยังเดินเข้ามากอดฉันเอาไว้ กอดคนที่หักหลังตัวเอง พร้อมกับบอกว่า ผู้ชายคนนั้นกับฉัน จีซูเลือกฉัน... แม้ว่าเขาจะดูรักพี่มาร์คมากแค่ไหนก็ตามที ตอนนั้นฉันรู้สึกผิดแทบอยากจะสารภาพความจริงกับจีไปซะ แต่พอคิดย้อนกับไปว่าถ้าพวกเขาสองคนกลับมาคืนดีกัน สิ่งที่ฉันทำไปก็เสียเปล่า

                เพราะอย่างงั้น ขอยอมเป็นคนที่เลวอยู่แบบนี้แหละ

                แน่นอนว่าคนฉลาดอย่างพี่มาร์ครู้ตัวในเวลาไม่นานว่าโดนฉันหลอกให้เลิกกับจีเข้าให้แล้ว เขาถึงได้มาพยายามตามวอแวจีอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่สำเร็จ ข้อนี้ต้องยอมรับเลยจริงๆว่าฉันนับถือความใจแข็งของจีซู

                ส่วนเรื่องที่ตอนนี้ฉันกลับเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพี่มาร์คอีกนั้นน่ะ คือฉันมีเหตุผล...มันคือความผิดพลาดของตัวฉันเอง ที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นถือไพ่เหนือกว่าตัวเอง แล้วนำมันมาต่อรองได้ ยอมรับว่าโง่มากไปจริงๆ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ให้มันเป็นฉันก็ยังดีเสียกว่าที่จะให้เป็นจีที่ต้องมาตกอยู่ในสถาณการ์ณแบบที่ฉันกำลังเผชิญอยู่

                “ว่าไงลลิซ” ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเผลอคิดอะไรนานไปหน่อย จนจีซูต้องถามย้ำขึ้นมาอีกครั้งเกี่ยวกับประเด็นนั้นที่ฉันพยายามเลี่ยงที่จะตอบ

                “ไม่มีอะไรหรอกจี อย่าคิดมากเลย”

                และแน่นอนว่าฉันต้องไม่ตอบมันอีกครั้ง เพราะว่าฉันในตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะบอกความจริงอะไรกับจีซูทั้งนั้น แต่เพราะรู้ว่าตอนนี้มันหลบเลี่ยงยากไปหน่อยฉันเลยดึงแขนจีซูไปกดให้นั่งลงที่ตรงโซฟากลางห้อง พร้อมกับทิ้งตัวลงนอนแล้วหนุนตักกอดเอวจีเอาไว้เหมือนต้องการอยากจะอ้อน

                “ไม่ต้องมาอ้อน พี่ไม่ใจอ่อน ตอยมาได้แล้วว่ากลับไปหาพี่มาร์คทำไม” แล้วแน่นอนว่าจีรู้ทัน

                “งื้อ...จีอ่ะ ลิซปวดหัว อย่าชวนคุยแต่เรื่องเครียดได้มั้ย” ฉันว่าเสียงอู้อี้ เพราะเอาแต่ซุกหน้าเข้าหาหน้าท้องแบนราบของจีซูพร้อมกับสูดหายใจเอากลิ่นหอมๆเฉพาะตัวที่ฉันรู้สึกดีกับมันทุกครั้งเข้าไปให้เต็มปอด เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเองแถต่อไป

                “ลลิซ!!

                “เราอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ทำไมจีต้องพูดถึงคนอื่นด้วย”

                แล้วสุดท้ายฉันก็ต้องงัดไม้ตายออกมาสู้ แผนแกล้งน้อยใจแบบนี้แหละ ที่จีซูแพ้มันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

                “พี่ก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องคนอื่นหรอกนะ ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเธอคนที่นอนกอดพี่ทุกคืนน่ะ!

                “งื้อ ไม่มีเหตุผลเลยคิมจีซู”

                “ลลิซนั้นแหละที่ไม่มีเหตุผล แค่ตอบมามันจะตายหรือไงเล่า!

                “เออ บอกก็ได้! ก็เพราะเรื่องฝึกงานนั้นแหละ!! พอใจรึยังล่ะ”

                ถ้าถามฉันว่าที่พูดออกมานั้นเป็นความจริงมั้ย ก็ต้องบอกแหละว่าเป็นความจริงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะฉันต้องเข้าไปฝึกงานที่บริษัทของจีซู ที่ได้ยื่นเรื่องเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่บังเอิญว่าคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือพี่มาร์คยังไงล่ะ เขาจึงมีเรื่องมาต่อรองกับฉันเพิ่มเติมจากอีกเรื่องที่เขาก็เอามาข่มขู่ฉันเป็นประจำอยู่แล้ว

                ตอนที่พี่มาร์คเริ่มเซ้าชี้หนักๆเข้าฉันก็อยากจะเทไปเลยนะ แล้วหาที่ใหม่ซะ แต่ฉันก็สงสารเพื่อนๆ เพราะว่าตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าฉันไม่ยอมเข้าฝึกที่นี่ พี่มาร์คที่มีสิทธ์ให้คะแนนเต็มร้อยก็คงไม่วายจะเอาอนาคตของเจนและแชงมาขู่ฉันอีกอยู่ดี

                บอกแล้วไง ผู้ชายคนนี้มันร้ายกาจ...

                คงจะเป็นอีกเรื่องที่หน้าสงสัยว่าพี่มาร์คจะมาวอแววุ่นวายกับฉันทำไมทั้งๆที่ก็ไม่ได้พิษสวาทอะไรต่อกันแล้ว พี่มาร์ครู้แล้วด้วยซ้ำว่าฉันคิดยังไงกับจี คงเป็นเพราะเรื่องนี้แหละมั้ง เขาถึงป่วนไม่หยุดเป็นการแก้แค้นที่ทำให้เขาต้องเสียเหยื่อชั้นดีอย่างจีซูไป

                “เรื่องงานจริงๆน่ะเหรอ” หลังจากที่เงียบไปนาน จีซูก็ถามย้ำฉันอีกครั้งคงเพราะความไม่แน่ใจของตัวจีเอง

                เมื่อเห็นเป็นอย่างนั้น ฉันจึงเปลี่ยนจากท่านอนตะแคงแล้วหันหน้าเข้าหาจี มาเป็นนอนหงายพร้อมกับเงยหน้าสบสายตากับเขาก้มลงมามองพอดี ประสานสายตากับเขาเพื่อที่จะยืนยันความจริงใจของตัวเอง ฉันไม่ได้โกหกจีนะ ฉันก็แค่เล่าไม่หมดก็แค่นั้นเอง เรื่องนั้นน่ะ...ขอฉันพร้อมมากกว่านี้ก่อน รอลิซพร้อมมากกว่านี้ก่อนนะจีซู...

                “โอเค พี่เชื่อลิซก็ได้”

                “...”

                “แต่พี่ต้องได้โทรคุยกับเจนนี่ก่อน ถ้าพูดตรงกันพี่จะไม่โกรธลิซ แต่ถ้าไม่ตรงพี่ไม่เอาไว้แน่”

                “เจนไม่รู้เรื่องนี้หรอกจี...”

                “อ้าว ก็จะฝึกงานด้วยกันไม่ใช่เหรอ”

                “ก็ใช่ แต่ลิซไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าอดีตมีอะไรต่อกัน ลิซกลัวเพื่อนไม่สบายใจ”

                “...ห่วงแต่เพื่อน แล้วเราโอเคเหรอลลิซ”

                “ไม่มีอะไรไม่โอเค แค่จีเข้าใจลิซก็พอแล้ว” ฉันว่ากับจีซูด้วยน้ำเสียงอ้อนๆแบบที่เขาแพ้ พร้อมกับดึงมือเรียวๆของคนตัวเล็กกว่ามาวางไว้ที่หัวเป็นเชิงบอกให้เขาลูบปลอบใจ แล้วแน่นอนว่าจีเข้าใจ เขายอมทำอย่างง่ายๆเหมือนกับเป็นการตอบโต้อัตโนมัติระหว่างร่างกายของพวกเรา

                “พี่จะเข้าใจก็ได้...”

                “จีน่ารักที่สุดเลย” เพราะความน่ารักของจีซูทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะดึงเอามือข้างที่ว่างของเขามา แล้วจรดริมฝีปากลงไปบนนั้น เฮ้อ รอดตัวไปนะลลิสา

                “แต่!

                แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อจีซูขืนมือเอาไว้พร้อมกับพูดคำว่าแต่ออกมา

                “ลิซต้องเลิกยุ่งกับพี่มาร์คซะ ส่วนเรื่องฝึกงานเดี๋ยวพี่จัดการเอง”

                “แต่จี...”

                “ทำให้พี่ได้มั้ยลลิซ พี่ไม่ได้บอกเธอเป็นครั้งแรกนะ เรื่องที่ให้เลิกยุ่งกับพี่มาร์คเนี่ย”

                “คือ...” จะให้ลิซรับปากได้ยังไงกันเล่าในเมื่อความลับที่ลิซปิดบังจีไว้ มันขึ้นอยู่กับพี่มาร์คทั้งนั้น

                ติ้ง...

                และก่อนที่ฉันจะได่เอ่ยตอบอะไรจีซูออกไป เสียงเตือนข้อความสั้นๆ ก็ดังออกมาจากโทรัพท์เครื่องเล็กของฉันที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง และ เพราะอยากเลี่ยงจากคำตอบตรงนี้อยู่แล้วฉันเลยเลือกที่จะล้วงมันออกมาดูเพื่อหลบสายตาจีซะ

            จีซูให้อภัยเธอได้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งหรอกลลิซ
           
ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าใครส่งมา...

ลิซจะรับปากจีได้ยังไง ในเมื่อผู้ชายคนนั้น มันเอาแต่ขู่ลิซซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนี้ สิ่งเดียวที่ลิซกลัวคือกลัวว่าจะเสียพี่ไปนะ คิมจีซู...

                “ขอโทษนะจี แต่ลิซคงทำให้จีได้แค่พยายามแหละ”

                               

               


สงสารลลิซนะ น้องก็คงอึดอัดใจ แต่อิพี่ก็อยากรู้แล้วทุกคนก็อยากรู็ด้วยใช่มั้ยล้าาา สปอยไว้ตรงนี้นะ เรื่องมันร้ายเเรงพอดู ไม่อย่างงั้นมันคงทำให้ลิซกลัวขนาดนี้ไม่ได้หรอกนะ ใจบางอ่ะ สงสารน้องTT 


ช่วงวิถีชิปเปอร์ 

ชอบอะไรในคู่ลิซู?: ชอบหลายอย่างเลยล่ะ 555 แต่ประเด็นที่จะยกขึ้นมาพูดในวันนี้คือ ความขี้อ้อยของคนพี่ค่ะ ปกติลิซน้องก็เป็นคนที่สกินชิฟกับทุกคนเป็นปกติอยู่แล้ววว และทุกคนก็เหมือนจะยินยอมอยุ่หน่อยๆ ยกเว้นอิพิจีค่ะ แต่เคยสังเกตมั้ยว่า ถึงจะเป็นคนชอบขัดขืนน้องอยู่บ่อยๆ แต่พอน้องไม่สนใจแล้วพี่มันจะอ่อยค่ะ! ซึ่งเป็นอะไรที่น่ารำมากกกก แบบ...ยื่นแก้มให้เขาหอม แต่พอเขาจะหอมก็หันหนีงี้! ย้อนแยงค่ะ ไรท์เเนะนำให้ลิซล็อคคอแล้วจูบปากไปซะให้มันแล้วๆไปโวะ!!

เอาล่ะ หยุดความต่ำตมภายในจิตใจไว้แค่นี้ สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่า

 อย่า



#คนดีของลิซ 

สกรีมผ่านแท็กได้นะถึงฟิคมันจะหน่วงก็เถอะ 5555555


               

               

               

               

 

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #331 Faii Supattra (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 13:11
    คิดเหมือนกันเลยค่ะไรท์ ที่อิพิชิชูวนางชอบอ่อยเนี่ย55555
    #331
    0
  2. #200 Peeleed (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 06:20
    ดีใจที่ไรท์มา คิดถึงมากมาย TT
    #200
    0
  3. #192 benza_2011 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 23:30
    ผู้ชายอะไรร้ายกาจอยากจะเสยจริงๆ
    #192
    0
  4. #191 yupaka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 18:24
    น้องเสร็จพี่มาร์คไปหรือยังอยากรู้ เหมือนตอนก่อนๆน้องเคยบอกว่าช่วยจีไม่ได้ทุกครั้ง
    คืออะไรค้างคาใจมากกกกก 

    ปล.ตั้งแต่พี่ชูนางเล่าว่านางหลง ขึ้นรถไฟไม่ถูกแล้วโทรหาน้องให้มาช่วย
    หลังจากนั้นก็ไม่เคยไปไหนรอดเลยปักหลักที่ลิซูตลอด
    #191
    0
  5. #190 pinkmoon808 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 12:56
    มันต้องร้ายแรงมากแน่ๆ และจีอาจหัวร้อนจนไม่ให้อภัยลิซง่ายๆ ทำไมทำแบบนี้คะ พหวี้ดดดดด นี่คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วนะจินตนาการเราล้ำมากจะบอก5555555


    ชอบช่วงวิถีชิปเปอร์ค่ะ คิดเหมือนกันเลย รำอิพี่มากทำมาเปงยื่นหน้ากวนน้อง พอน้องมันจะสนองทำเปนหลบ ไม่ใจเลยอะ คนเรา *มองบน*
    #190
    0
  6. #189 pandora-N (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 12:51
    จากที่อ่านฟิคที่ไรท์เขียนมาทุกเรื่ิงเราสามารถรับรู้ได้ค่ะว่าปมที่ไรท์เล่นแต่ล่ะครั้งไม่เคยธรรมดา มันต้องรุนแรงเบอร์ไหนไรท์ถึงออกปากพูดค่ะ
    #189
    0
  7. #188 nokzz0802011 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 11:42
    ความจริงนี่มันต้องเจ็บปวดมากซินะ ลิซถึงไม่ยอมบอกสักที เฮ้อมมมม!!!
    #188
    0
  8. #187 Li-Chaeng (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 15:58
    อัลลลลายยยยยแว้!!!!? ทำอัลลายยยอ้ะลิซซ งืออออรออเด้อออ....
    #187
    0
  9. #186 yupaka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 14:47
    ใจไม่ดีเลยอะ กลัวความจริง
    #186
    0
  10. #185 pampongsantitham (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 14:15
    เข้ามาแล้วแบบห้ะ! อ้อ.....ลืมอ่านชื่อตอน5555
    #185
    0