[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 13 : [Jisoo] Chapter :: 11 คนที่มีปัญหา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    2 เม.ย. 60









EP: 11 คนที่มีปัญหา

จีซู: ลลิซกับพี่มาร์ค...??






หลังจากวันนั้น วันที่ไปส่งนายเตนล์ที่สนามบินกลับประเทศไทย ชีวิตของฉันกับลลิซก็เข้าสู่ปกติแทบจะทุกอย่าง ฉันทำงานทุกวัน ส่วนลลิซก็ยังยุ่งๆเรื่องการลงฝึกงาน แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ ฉันให้สัญญากับลลิซเอาไว้ว่าต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องทานข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน ตามที่เขาร้องขอ แล้วลลิซก็ให้สัญญาว่าจะพยายามทำให้ได้เหมือนกัน

ลลิซเหมือนจะกลับมาเป็นคนเดิมหลังจากบอกสิ่งที่อยากพูดมากที่สุดกับฉัน เขากลายมาเป็นเด็กน่ารัก ขี้อ้อน ชอบอยู่ใกล้ ชอบงอแงเหมือนเดิม แต่คนที่มันไม่เหมือนเดิมน่ะคือฉันเอง ฉันเผลอสะดุ้งทุกครั้งที่โดนเขาแตะตัว ไม่รู้เป็นเพราะตกใจหรือเพราะอะไร แต่มันเหมือนว่าความสนิทของเรา ไม่หายไปความเคยชินนั้นก็เช่นกัน เหมือนรู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้อยากจะทำมันไหนฐานะน้องอีกแล้ว

ฉันก็แค่กลัว...กลัวว่าถ้าฉันให้สิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ ถ้าฉันปฏิเสธเขาไป มันจะเกิดรอยร้าวระหว่างเรา

อยากจะพร้อมมากกว่านี้...

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันขับรถมารับเขาที่มหาลัย เพราะว่าเขามีคุยงานกับอาจาร์ยจนเย็น ก็เลยไม่อยากกจะปล่อยให้กลับคนเดียว เดี๋ยวนี้โดนคนที่บริษัทแซวทุกวันว่าหวงน้อง รีบออกไปรับน้องทุกวัน ฉันที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ทำได้แค่ยิ้มรับมันเอาไว้

จะว่าหวงก็ไม่ปฏิเสธหรอกเพราะวันนั้นฉันก็กลัวใจลลิซแทบตายว่าเขาจะไปจริงๆ ต้องยอมรับแบบตรงๆว่าฉันก็ขาดเขาไม่ได้เหมือนกัน คนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดน่ะ อยู่ๆก็บอกว่าจะไป ใจหายหมดเลยล่ะ...

ตอนที่เขาบอกให้เอ่ยรั้ง ฉันแทบไม่อยากจะลังเล แต่เป็นเพราะอารามตกใจมากกว่าเลยพูดออกมาไม่ได้ในทันที แต่สุดท้ายฉันก็พูดแหละ ยังดีที่ลลิซยังทำตามสัญญาคำพูด ที่ว่าถ้าฉันรั้ง เขาก็จะไม่ไป...

ฉันขับรถมาจอดบริเวณหน้าคณะของน้อง ตรงที่เคยจอดรอเขาประจำ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะส่งข้อความไปบอกเขาว่าฉันมารับแล้วไม่ต้องกลับเอง ฉันเลือกที่จะโทรไปเพราะกลัวว่าเขาจะติดการคุยงานอยู่ มันอาจจะเป็นการรบกวนได้

แต่ก่อนที่ฉันจะได้กดส่งอะไรออกไป ฉันก็เห็นเจ้าตัวเขาเดินลงมาจากตึกเสียการ สีผมเด่นๆนั้นทำให้ฉันเห็นได้ไม่ยากว่าเป็นลลิซจริงๆ เด็นนั่นกำลังเดินอย่างรีบร้อน ในอ้อมแขนเต็มไปด้วยชีทและข้าวของมากมาย ลลิซหันช้ายหันขวาเหมือนอย่างคนร้อนใจพร้อมทังยกนาฬิกาข้อมือดูไปด้วย

จะรีบไปไหนของเขา?

เมื่อเห็นว่าลลิซไม่ได้ถือโทรศํพท์อยู่ในมือเลยคิดว่าจะโทรหรือส่งอะไรไปเขาน่าจะไม่กดดูเพราะมือไม่ว่าง ฉันเลยเลือกที่จะลดกระจกอีกด้านลง เพื่อจะเอ่ยเรียกลลิซ ให้หันมามอง

แต่แล้ว สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้า ก็ทำให้ฉันหยุดชะงักตัวเองเอาไว้แทบไม่ทัน...รถคันคุ้นตาที่ฉันเห็นบ่อยๆ ขับเลยบริเวณที่ฉันจอดไปเล็กน้อยก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงหน้าลลิซพอดี คนขับรถคันนั้น เดินลงมา พร้อมกับเดินไปหาลลิซที่เหมือนจะยืนรอเขาอยู่รึเปล่าฉันก็ไม่อาจรู้ได้ เพื่อไปช่วยถือของที่พระรุงพระรังของอีกคน แล้วลลิซก็ยังยอมยื่นมันให้เขาแต่โดยดี!

แค่รถฉันยังจำได้เลย แล้วทำไมคนฉันจะจำไม่ได้

พี่มาร์ค...

ที่หน้าแปลกใจกว่านั้นก็คือ ปกติฉันเห็นลลิซไม่ค่อยชอบพี่มาร์ค แต่วันนี้น้องกับยิ้ม ยิ้มให้เขาคนนั้น ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เคยบอกฉันทุกอย่าง

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่มาร์คสังเกตเห็นรถของฉันตอนที่ขับเข้ามารึเปล่า แต่สำหรับลลิซ ฉันมั่นใจว่าน้องมองไม่เห็นแน่นอน เพราะฉันจอดแอบอยู่พอสมควร แถมยังอยู่ในจุดที่ไม่น่าสังเกตเสียด้วย

สองคนนี้มันยังไงกัน เธอจะหักหลังพี่ครั้งที่สองแบบนี้ไม่ได้นะลลิซ

ฉันรอจนลลิซเดินขึ้นรถไปกับพี่มาร์ค ก่อนจะขับรถตามทังสองคนออกไป โดนที่ทิ้งระยะห่างเอาไว้ให้ไม่เป็นที่น่าสงสัยเท่าไรนัก ในหัวของฉันตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมาย พวกเขาจะไปไหนกัน? แล้วทำไมถึงไปด้วยกันแบบนี้? พวกเขานัดเจอกันลับหลังฉันทำไม?

ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอกำพวงมาลัยรถแน่นขนาดไหน จะมาสะดุ้งรู้ตัวอีกที่ก็ตอนนี้ที่เผลอขับรถฝ่าไฟแดงตามพวกเขามา โดยไม่ได้สังเกตสัญญาณไฟอะไรเลย ยังดีที่การจราจรบริเวณนั้นไม่ได้ติดขัดอะไรมากจึงทำให้ไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ทำให้เกิดเสียงบีบแตรดังระงมไปทั่วบริเวณ

ตั้งสติหน่อยคิมจีซู...

ฉันผิดหวังในตัวลลิซมากนะ มากจนไม่รู้จะทำยังไง น้องมันเคยบอกฉันให้เลิกยุ่งกับพี่มาร์คครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ตัวเองกับทำเองแบบนี้ ไม่สมเป็นลลิซเลย...

ก่อนที่ฉันจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านั้น รถของพี่มาร์คก็ตีไฟเลี้ยวเข้าเสียก่อน ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่มีที่จอดรถเอาไว้ให้ ฉันมองหามุมเหมาะๆพอที่จะหลบ ก่อนที่จะเลี้ยวตามเข้าไป แล้วเลือกที่จอดรถโดยเว้นระยะห่างจากทังคู่ไว้พอสมควร

เวลาผ่านไปนับสิบนาที แต่ก็ยังไม่มีใครลงมาจากรถเลยมันยิ่งทำให้ฉันร้อนใจ รถของพี่มาร์คติดฟิมล์ดำเสียหมดทำให้ฉันไม่สามารถมองเห็นได้ว่าพวกเขาทำอะไรกันบ้าง หรือว่าแค่จอดรถคุยกันเฉยๆ

ครืด~

เสียงโทรศัพท์ของฉันที่วางไว้บนคันเกียร์สั่นขึ้นมา เรียกให้ฉันละความสนใจจากรถยี่ห้อหรูตรงหน้ากลับมาสนใจมันอีกครั้ง ปรากฏว่าเป็นตัวปัญหาอย่างลลิซนั้นแหละที่โทรเข้ามาพอดี ฉันจึงเรียกสติให้กับตัวเอง สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะรับด้วยน้ำเสียงปกติมากที่สุด

“ฮัลโหล...”

(จี...วันนี้ลิซกลับค่ำหน่อยนะ ถ้าจีหิวก็ทานข้าวก่อนได้เลย)

ฉันกำโทรศัพท์ที่ถือไว้ในมือแน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมดทังมือ เมื่อลลิซพูดประโยคนั้นออกมา หมายความว่ายัง เธอจะยอมผิดสัญญาของเราเป็นครั้งแรกเพราะผู้ชายคนนี้น่ะเหรอ

“พี่จะรอ...”

(เฮ้ย ไม่ต้อง ลิซคุยงานไม่ลงตัวน่ะ ไม่รู้จะกลับกี่โมง จีทานก่อนได้เลย)

ลลิซโกหกฉัน โกหกแบบที่ฉันจับได้จังๆเลยด้วย ฉันก็พอรู้มาบ้างแหละ ว่าสองคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามมันจะมากขนาดนี้ มากจนลลิซยอมลดความสำคัญของฉันเพื่อเพิ่มความสำคัญให้กับพี่มาร์ค

ฉันไม่อยากจะยอม...

“ไม่เป็นไร พี่จะรอนะ”

ฉันย้ำคำพูดตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกดวางโทรศัพท์ไปเป็นการกดดันเขา ลลิซต้องเลือกฉัน เมื่อเขารู้ว่าฉันรอเขาต้องรีบกลับมา ฉันเชื่อ ว่าพี่มาร์คสำคัญกับลลิซไม่ได้ครึ่งของฉันหรอก เพราะอะไรน่ะเหรอ...

เพราะว่าลลิซบอกว่ารักฉันยังไงล่ะ

 

สองทุ่ม

หลังจากที่วางสายจากลลิซตอนนั้น ฉันก็ตัดสินใจขับรถกับมาที่ห้องพักทันที เพราะเชื่อว่าคนอย่างลลิซดูแลตัวเองได้ ฉันจึงเลือกกลับมารอเพื่อไม่เป็นที่ผิดสังเกตถ้าหากลลิซกลับมาก่อนแล้วไม่เจอฉัน

ฉันยังไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันรู้ทุกเรื่องยังไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันไล่ทันเขา...

จนแล้วจนรอด เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ หลังจากที่ฉันแยกจากพวกเขามา ลลิซก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับ ฉันนั่งรออย่างร้อนใจพร้อมกับความรู้สึกมากมายที่ตีตื้นขึ้นมา

ไหนบอกว่ารักกันไง โกหกใช่มั้ยลลิซ

ฉันเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ด้วยความน้อยใจ ถ้าหากว่าไม่มีเสียงกุกกักบริเวณหน้าประตูห้องเข้าเสียก่อน เสียงเหมือนคนกำลังไขกุญแจ และคนๆเดียวที่มีกุญแจห้องฉันก็คือลลิซ

“จี...!

ลลิซเรียกฉันเสียงดัง ก่อนที่เจ้าตัวเขาจะเดินเข้ามาถึงเสียอีก ฉันจึงค่อยๆลุกขึ้นยืน พร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนเป็นน้อง อย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไง เป็นไงบ้างลลิซ”

ไม่รู้ว่าทำไมถึงเลือกที่จะถามคำถามบ้าๆนั้นกับเขา มันดูไม่ใช่ตัวฉันเอาเสียเลย ทังๆที่เป็คำถามแสนธรรมดาแท้ๆ แต่มันกับดูเหมือนคำประชดประชันไปเสียได้

“จี ไม่ใช่อย่างที่จีคิดนะ”

สีหน้ารีบร้อน กับท่าทีรนๆของเขา ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าลลิซคงไปรู้อะไรดีๆบางอย่างมา อะไรดีๆที่ว่าคงเกี่ยวกับเรื่องเมื่อตอนเย็น จนทำให้เขารีบร้อนกลับมาแบบนี้

“คิดอะไร แล้วนี้ทานข้าวมารึยัง รอมาทานพร้อมพี่ใช่มั้ย?”

ท่าทีไม่รู้ไม่ชี้ของฉันยิ่งทำให้ท่าทีร้อนรนใจของลลิซมีมากขึ้นเป็นเท่าทวี เมื่อฉันเดินเลี่ยงเข้ามาภายในห้องครัวเขาก็เดินตามเขามา เหมือนกับมีอะไรจะพูดด้วยแต่ก็ยังไม่ยอมพูดออกมาเสียที

พี่รอคำอธิบายจากเธออยู่ลลิซ

“เขาตั้งใจทำให้จีเข้าใจผิด!

ลลิซโพล่งสิ่งที่อยากพูดขึ้นมาท่ามกลางความเมินเฉยของฉัน ทำให้ฉันต้องหันกลับไปให้ความสนใจเขาอีกครั้ง แววตาของลลิซมีความกังวลใจ กับสิ่งที่กำลังจะพูดต่อไป

“ลิซนัดเขาก็จริง แต่...”

ถึงแม้ท่าทีของฉันที่กำลังทำเป็นหยิบจับนั้นนี่ในตู้เย็นจะดูเหมือนไม่ได้สนใจ แต่ที่จริงแล้วหูกำลังเงี่ยฟังสิ่งที่อีกคนกำลังจะพูดออกมาอย่างเต็มที่ พูดได้ไม่อายว่าฉันก็ต้องการอยากจะรู้เหตุผลเหมือนกัน เหตุผลของเรื่องทังหมดระหว่างฉัน ลลิซ แล้วก็พี่มาร์คที่ไม่ใช่แค่เรื่องครั้งนี้

“ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเขามองเห็นรถของจีก่อน แล้วอยากทำให้เราผิดใจกัน เลยแกล้งทำให้จีเข้าใจผิด”

แล้วลลิซก็ไม่ยอมพูดมันออกมา น้องยังคงเก็บมันไว้เป็นความลับ เหมือนตลอดสองปีที่ผ่านมา...

“แต่ลิซยิ้มให้เขา”

ประโยคนั้นของฉัน ทำให้ลลิซถึงกับมองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ เขาคงจะงงว่าปกติฉันเป็นคนที่เก็บเอาเรื่องไร้สาระมาใส่ใจขนาดนี้เลยเหรอ คำตอบก็คือไม่ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องของเขา

ฉันก็แคร์น้องมันน้อยเสียที่ไหนล่ะ

“ลิซไม่ได้ยิ้ม...”

เห็นอยู่กับตายังมีหน้ามาปฏิเสธ อย่าว่าแต่ฉันเลย ถ้าเป็นคนอื่นเห็นก็เข้าใจผิดทังนั้นแหละ เดินลงมาถือของช่วย ยิ้มให้กัน ก่อนจะขึ้นรถไปด้วยกัน หมาตัวไหนก็รู้ทังนั้นแหละว่ามันไม่ธรรมดา

“ลิซไม่อยากให้เราทะเลาะกันเพราะเรื่องแบบนี้นะ”

ฉันชะงักมือที่กำลังล้างผักทันทีเมื่อคนเป็นน้องที่ตัวสูงกว่าจู่ๆก็เดินเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง ฉันตกใจจนเผลอปล่อยสิ่งที่อยู่ในมือลงอ่างไปอย่างกับคนไร้เรี่ยวแรง

“ลิซรักแค่จี อย่าเอาเรื่องของเขามาทำให้มันเกิดปัญหาอีกได้มั้ย”

ใครกันแน่ที่มีปัญหา เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะฉันรึเปล่าล่ะ ก็ไม่ ฉันไม่ได้ยุ่งกับพี่มาร์คนานแล้วนอกเสียจากเรื่องงาน มีแค่ลลิซเท่านั้นแหละ ที่ยังทำตามที่ตัวเองพูดไม่ได้

แรงกระซับกอดที่รอบเอวทำให้ฉันจำเป็นต้องวางทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำอยู่ลง แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนเป็นน้องอย่างจริงจัง แววตาของลลิซยังคงแววกังวลเอาไว้ แต่ให้วูบหนึ่งฉันก็รู้สึกได้ว่ามันดูสับสน และ ดูเหมือนกับไม่เป็นตัวเขาสักเท่าไร

“ถ้าลิซยืนยันอย่างนั้น ลองพูดกับพี่มาชัดๆ ว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเจอกับเขา”

ฉันพูดกับน้องด้วยน้ำเสียงกับท่าทีที่ดูใจเย็น พร้อมกับมองลึกเข้าไปในตาน้องเพื่อหาคำตอบที่ตัวเองอยากได้ แต่สิ่งที่ลลิซตอบแทนกับมาคือการหลบสายตา แล้วพยายามที่จะเอ่ยเลี่ยงอย่างร้อนรน

“ลิซ...บอกไม่ได้...”

“งั้นพี่ก็คงต้องพิจารณาคำว่ารักของเธอใหม่แล้วแหละลลิซ”

สิ้นคำนั้นฉันก็ดึงแขนของอีกคนอยากจากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะเดินออกจากห้องครัวไป แล้วเข้าไปในห้องนอน เพื่อเตรียมตัวที่จะอาบน้ำ แม้ว่ายังไม่มีอะไรมาตกถึงท้องตั้งแต่เย็น แต่ความอึดอัด กดดันที่กระจายอยู่รอบๆนี้ทำให้ฉันไม่รู้สึกนึกหิวอะไรเท่าไรนัก

“จีซู ลิซขอร้องล่ะ เข้าใจกันหน่อยได้มั้ย” ลลิซที่เดินตามเข้ามาทีหลัง เอาแต่พูดขอร้องฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

ทังๆที่ไม่ยอมบอกฉันเองแท้ๆ ว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำอย่างนั้น แล้วยังมีหน้ามาเรียกร้องหาความเข้าใจจากกันอีกเหรอ ทำไมเขาถึงบอกฉันไม่ได้ ทำไมต้องปิดบังกันล่ะ

“วันนี้พี่ขออยู่คนเดียวนะ พี่เหนื่อย”

“จี...”

“คิดให้ได้ก่อนนะ ว่าตัวเองแคร์ใครมากกว่ากัน ระหว่างพี่กับเขา”

“...”

“คิดได้แล้ว เลือกได้แล้ว ก็ค่อยกลับมาอยู่ด้วยกัน”

“...”

“พี่ไม่อยากจะเป็นตัวเลือกของใคร ไม่ว่าจะเป็นพี่มาร์ค หรือว่าเธอก็ตามนะลลิซ...”




อยากจะบอกพิจีว่า It's your turn  มันเป็นตาพี่แล้วที่จะต้องมาเจออะไรแบบนี้

ห้ามว่าเมนไรท์นะ น้องมีเหตุผลของน้องเสมอ พิจีต่างหากที่ไม่เคยมีเหตุผล 

ปล. ช่วงนี้ลิซูมาบ่อย แลดูมีความสุขกันเหลือเกิ๊นนน หมั่นไส้ไงเอามาดราม่าในฟิคซะ

ปล.2 ไรท์มีปัญหาการใช้ ช กับ ซ มาตั้งแต่เด็กค่ะ เพราะไม่ได้เรียนที่ไทยตั้งแต่เด็ก ประเทศที่ไรท์อยู่มีแค่การออกเสียงตัว ซ อาจจะมีบางคำที่ติดๆขัดๆบ้าง ภาษาไม่สวยงามบ้างก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย ไรท์ก็พยายามฝึกด้วยการออกเสียงก่อนพิมพ์แต่ก็ยังเหมือนแก้ไม่ได้ทังหมด เอาเป็นว่า ขออภัย มือใหม่หัดขับก็แล้วกัน 5555

 

 

 สุดท้ายแล้ว นิยายเรื่องนี้เขียนเท่าที่อยากอ่านค่ะ โปรด...

อย่า


 

#คนดีของลิซ


 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #333 พี่POP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 13:21
    มาร์คได้ค่าตัวเยอะสินะออกมาซะบ่อย
    #333
    0
  2. #326 PorPa160197 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 21:12
    เอาอีกลิซ เอาอีกลูก ทำให้พิรู้ตัวสักที
    #326
    0
  3. #146 หมียักษ์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 02:58
    ในที่สุดพี่จีก็รู้สักทีว่าลิซรักแบบไหน

    ที่ลลิซไปกับพี่มาร์ค ต้องมีแผนอะไรอีกแน่ๆอ่ะ ฮึ้ยยยย
    #146
    0
  4. #145 pikobnada (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 15:23
    อยากรู้เหตุผลอ่าา ฮือออ ค้างง
    #145
    0
  5. #142 โซ_มิน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 01:26
    ไม่รู้จะบัญญัติคำใดกับพี่จีดีค่ะ อยากด่านางว่าโง่ก็ติดตรงที่เป็นเมนนี่แหละ5555//เอ๊ะ หรือด่าไปแล้วหว่าา
    #142
    0
  6. #139 Himmie22 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:24
    ลิซมีเหตุผลอะไรต้องไปยุ่งกับพี่มาร์ค อยากรู้มากกก รีบๆมาต่อน้าไรท์
    #139
    0
  7. #138 dnsine418 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 15:06
    ไรท์ให้เค้าหวานกันมั่งเถอะค่ะ
    นี่กินมาม่าบ่อยจนท้องอืดแล้วอ่า
    #138
    0
  8. #137 Lisaoppa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 14:38
    อยากรู้เหตุผลลิซอะทำไมทำกับพิซูอย่างนี้ เริ่มสงสารพิซูละตอนนี้ รออ่านนะคะไรท์
    #137
    0
  9. #136 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 12:34
    ฮิๆๆๆๆ Your turn to hurt จริงๆ ค่ะ คึๆๆๆๆๆ
    #136
    0
  10. #135 pinkmoon808 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 12:14
    ทำดีค่ะ พิจีโดนซะบ้าง ว้ายๆ แต่ลิซก็ทำตัวมีลับลมคมใน ทำไมไปยุ่งกับอิพิมาร์คอีกแล้วเนี่ย พี่จีนี่ก็หึงบอกหึง!! อ้ำๆอึ้งๆกันทั้งคู่ เดี๋ยวปั้ดดดดด
    #135
    0
  11. #134 yupaka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 11:22
    ตอนแรกก็เชียร์ให้พี่จีโดนแบบที่น้องโดนบ้าง 
    แต่พอนางโดนก็ใจบางสงสารนางอีก โถถถ พี่จีคนซื่อ คนน่ารัก น่าเอ็นดู
    #134
    0
  12. #133 Fonnsn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 09:28
    ต้นมาม่าไว้อ่ะ????
    #133
    0