[Blackpink] พี่จีของลิซ | Lisoo

ตอนที่ 10 : [Jisoo] Chapter :: 09 เกินหน้าที่ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    12 มี.ค. 60






EP: 09 เกินหน้าที่

จีซู: ถ้าฉันแสดงออก หรือทำมากกว่านี้ มันก็เกินหน้าที่คำพี่แล้ว











“ตกลงกินร้านนี้นะ”

ฉันหันกลับไปถามเด็กสองคนที่เดินตามหลังฉันมาอย่างถามความเห็น แต่พวกเขาก็ไม่ตอบเอาแต่คุยอะไรกันก็ไม่รู้งุ้งงิ้งๆ น่าหงุดหงิดชะมัดเลย คนยิ่งหิวๆข้าวอยู่ และสุดท้ายเหมือนว่าลลิซจะเป็นคนสังเกตเห็นความมีตัวนของฉันก่อน เลยหันไปถามนายเตนล์อะไรนั้น เมื่อทังสองคนพยักหน้าตกลงฉันจึงเดินนำเข้าไปภายในร้านอาหารที่ฉันเป็นคนชี้บอกในตอนแรก

“ไม่อยากนั่งหัวโต๊ะนะ ไม่อยากจ่าย”

เด็กที่ชื่อเตนล์พูดอะไรกับลลิซสักอย่างเป็นภาษาไทย ทำให้ฉันไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ว่าลิซกับหัวเราะกับมันจนตาหยีไปหมด ราวกับว่ามันตลกหนักหนา แบบที่ฉันไม่เคยเห็นเขาหัวเราะแบบนี้ให้ใครเห็นมาก่อนเลยล่ะ

“จะทานอะไรกันล่ะ”

ฉันเรียกร้องความสนใจของทังสองคนกลับมาที่ตัวเองอีกครั้งพร้อมกับหยิบเมนูที่มีแค่แผ่นเดียวขึ้นมาส่งให้ลลิซ เพราะว่าไม่ใช่ร้านอากหารหรูอะไรเป็นแค่ร้านหมูสามชั้นข้างทาง เมนูเลยเป็นแค่กระดาษอัดพาสติกแผ่นเดียว

“แล้วจีอยากทานอะไรอ่ะ”

ลลิซหันมาถามความเห็นฉัน เพราะนายเตนล์เอาแต่นั่งนิ่งไม่ออกคิดความเห็นอะไรทังนั้น เหมือนกับว่าต้องการให้พวกฉันเลือกมากกว่า

ดีแล้ว ถือว่ายังเชื่อคำเตือนของฉันบ้าง

เมื่อตัดสินใจสั่งอาหารสำหรับสามคนเสร็จแล้ว ทังสองคนนั้นก็หันหน้าเข้าหากัน พร้อมกับเริ่มคุยกันในเรื่องที่ฉันไม่รู้เรื่องอีกครั้ง ฉันเลยได้แต่นั่งนิ่งๆ พร้อมกับมองนั้นนี่ไปเรื่อย เพราะว่าไม่ได้หยิบโทรศัพท์ติดมือมาเล่นด้วย

ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ที่รู้สึกเหมือนกับว่าโดนลลิซทิ้งให้อยู่คนเดียวแบบนี้...

เมื่ออาหารมาเสริฟประกอบด้วย หมูสามชั้นย่างสามชุด ชุปกระดูกวัวสอง แล้วก็ข้าวสามที่ ที่ฉันเป็นคนสั่งมาให้ เพราะเห็นว่าทังสองคนน่าจะไม่มีใครได้ทานข้าวมา เตนล์ยิ้มพร้อมกับบอกขอบคุณอย่างมีมารยาท ก่อนจะเริ่มเปิดถ้วยข้าวขึ้นมาทาน ซึ่งมันก็ทำให้ฉันพอใจมากที่เขาแลดูจะเป็นเด็กที่ว่าง่าย

แตกต่างจากเด็กดื้ออย่างลลิซที่ไม่สนใจจะทานข้าวเลย เลือกที่จะหยิบขวดโซจูกับแถ้วขึ้นมา ทำท่าว่าจะรินดื่ม ทำให้ฉันต้องยื่นมือเข้าตีมือของลลิซแรงๆ จนเจ้าตัวเขาปล่อยแก้วหลุดอออกจากมือ

“อะไรอ่ะจี”

“ทานข้าวไป ไอ้นี่กินเมื่อไรก็ไม่สาย”

ฉันว่าพร้อมกับพยักพเยิดไปทางเตนล์ที่แลดูจะอร่อยกับการกินมากเหลือเกิน เขาก็ดูเป็นเด็กที่น่ารักดีนะ ถ้าไม่ติดว่าฉันอคติกับคำพูดของเขาไปแล้ว

“ทานเข้าไปเยอะๆนะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

“ขอบคุณครับ”

เมื่อเตนล์ตอบแบบนั้น ฉันเลยเลิกสนใจเขา แล้วหันมาเปิดถ้วยของตัวเอง พร้อมกับแย่งชุปจากถ้วยลลิซมาทาน เพราะฉันรู้ว่าน้องคงจะทานไปหมดเลยเลือกที่จะสั่งแค่สองที่ ลลิซก็ไม่ว่าอะไรเพราะเราทังสองคนทานข้าวด้วยกันจนเป็นเรื่องเคยชินไปแล้ว ฉันชอบอะไรไม่ชอบอะไร ลลิซก็รู้หมด เหมือนกับที่ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขาเหมือนกัน

 

เวลาอาหารผ่านไป เป็นเวลาแห่งการดื่ม เด็กสองคนที่เปลี่ยนมาคุยกันเป็นภาษาเกาหลีบ้างเพื่อให้ฉันเข้าใจด้วยได้ ถึงแม้จะงงๆไปบ้างก็เถอะ ทังสองคนกำลังกินโซจูดวลแบบไม่มีใครยอมใคร ส่วนตัวฉันนั้นที่ถือว่าตัวเองเป็นพี่ก็ไม่อยากจะดื่มเยอะให้ไร้สติจนดูแลน้องไม่ได้

“ป้าค่า ขอโซจูเพิ่มอีกสองแก้วค่า”

ลลิซกะโกนออกด้วยเสียงเอื่อยๆเพราะแอลกอฮอล์ในร่างกายท่ค่อนข้างสูง ฉันไม่เคยเห็นลลิซเมาจริงจังขนาดนี้ ปกติถึงจะเมาก็ยังมีสติ แล้วดูตอนนี้สิ นั่งแทบจะไม่อยู่แล้ว แต่การที่กินโซจูเกือบจะลังแค่สองคนเนี่ย มันก็ออกจะเกินไปหน่อยนะ

“พี่ว่าพอก่อนมั้ย...”

“ไม่เอา ลิซอยากดื่มต่อ”

“ลลิซ...”

ฉันเอ่ยปรามคนเป็นน้องเสียงเข้ม ก่อนจะคว้ามือขาวๆที่ทำท่าจะกรอกโซจูเข้าปากอีกรอบเอาไว้ พร้อมกับส่งสายตาไปหานายเตนล์ที่ดูท่าแล้วจะมีสติมากกว่าลลิซ ประมาณว่าให้ช่วยห้ามหน่อย

“เอ่อ...ลิซ ฉันว่าพอเถอะ ฉันก็เมาแล้ว”

“ถ้านายหยุด นายแพ้นะ...”

เออ ถ้าดูจากอาการตอนนี้ไม่บอกก็รู้ว่าใครแพ้

“แพ้ก็แพ้ กลับเถอะ”

“เตนล์ขี้แพ้ นายกินเหล้าแพ้ผู้หญิงนะ อ่อนชะมัดเลยยยย”

ลลิซลุกขึ้นมาเยาะเย้ยเตนล์เต็มที่ทังๆที่ตัวเองแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว ฉันทำท่าตกใจเมื่อลลิซยื่นโงนเงนจะล้ม จนถึงกับลุกพุ่งตัวขึ้นมารับไว้ แต่เตนล์ก็เร็วกว่าทังๆที่นั่งห่างอยู่มากอยู่ เขาเข้ามารับตัวลลิซได้ทันพอดี ทำให้ลลิซที่เมาเป็นทุนอยู่แล้ว ทรุดลงอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย

“ลิซ...”

เตนล์ตบแก้มเรียกลลิซเบาๆ แต่ไม่มีท่าทีว่าน้องมันจะตื่น เขาเลยตัดสินใจซ้อนตัวลลิซขึ้นมาอุ้มโดยที่ไม่พูดอะไรกับฉันสักคำ

“เดี๋ยว...” ฉันคว้าแขนของเตนล์เอาไว้ทันทีที่ตั้งสติกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นได้

“ผมรู้ว่าพี่ไม่ชอบ แต่มันไม่ใช่เวลาครับ ถ้าอยากจะรีบตามมา ก็รีบไปจ่ายตังค์แล้วตามมาซะ ไม่งั้นผมพาลิซไปที่อื่นไม่รู้ด้วย”

นายกล้าขู่งั้นเหรอ! แต่เพราะฉันกลัวว่าเตนล์จะไม่ทำแค่ขู่ฉันเลยรีบเดินเข้าไปภายในร้านเพื่อจ่ายตังค์ตามที่เขาบอกก่อนจะเดินตามออกไปหน้าร้าน

เพราะว่าร้านที่มากินกันอยู่ไม่ไกลจากอพาทเม้นนัก เตนล์เลยบอกว่าจะอุ้มไปส่งให้ ฉันก็รู้สึกหน้าตึงๆกับการเสนอตัวเกินเหตุของเขาแต่ก็คิดทางอื่นไม่ออกแล้วเพราะไม่ได้เอารถมา ก็เลยตอบตกลงเขาอย่างจำยอม

ฉันเดินตามหลังของเตนล์ไปพร้อมกับลอบสังเกตสายตาที่เขาใช้มองลลิซ ใบหน้าสวยคมๆที่ซบอยู่ตรงไหล่เขา เตนล์มองมันด้วยสายตาที่แสดงความรู้สึกหลากหลายเกินกว่าที่ฉันจะอธิบายได้แล้วก็คงเกินกว่าที่เจ้าตัวเขาจะรู้ตัวอีก

ไม่ชอบเลย...ผู้ชายคนนี้

และเมื่อมาถึงอพาทเม้นแล้ว ฉันก็บอกในเตนล์พาลลิซไปส่งที่ห้องฉันเพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวเขาเก็บกุญแจห้องตัวเองไว้ที่ไหน เตนล์ก็ไม่อิดออด แล้วพาลลิซมาส่งให้ ถึงห้องนอนเลยด้วย...

หลังจากที่วางลลิซลงเตียงเรียบร้อยแล้ว เตนล์ก็ทรุดตัวนั่งขอบเตียงพร้อมกับสบัดแขนสองสามที เพราะว่าตัวลลิซก็ไม่ใช่เล็ก ไม่แปลกที่ผู้ชายตัวเล้กอย่างเขาจะรู้สึกปวดแขนกับการอุ้มผู้หญิงที่ตัวเกือบเท่ากันนานๆแบบนี้ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าดีขึ้นแล้ว เตนล์ก็ลุกขึ้นยืน พร้อมกับทำท่าจะถอดรองเท้าให้ลลิซที่นอนนิ่งไม่ขยับอยู่บนเตียง

ไวกว่าความคิด ฉันเอื้อมมือไปปัดมือเตนล์ออกทันทีก่อนที่เขาจะคว้าข้อเท้าของลลิซได้ เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันอย่างแปลกใจ ก่อนจะหลบสายตาไป เมื่อฉันจ้องกับอย่างไม่ละสายตา

“พี่ทำเอง เธอกลับไปเถอะ”

เตนล์ถอนหายใจออกมานิดหน่อยก่อนจะยอมล่าถอยเดินหันหลังออกไป

“พี่จีซู สิ่งที่พี่บอกผมเมื่อตอนเย็นน่ะ...”

เมื่อตอนเย็น อ่อ เขาคงหมายถึงตอนที่ลลิซเข้าไปอาบน้ำสินะ...

“ผมไม่เคยคิดเล่นๆ”

เรื่องที่ฉันพูดกับเขาเมื่อตอนเย็นงั้นเหรอ หรือเขาจะหมายถึง ตอนที่ฉันบอกเขาว่า อย่าได้คิดจะแตะต้องลลิซ ถ้าไม่คิดจริงจัง ฉันเอ่ยขู่เขาสารพัด เอ่ยบอกความสำคัญของลลิซที่มีต่อฉัน จนเขานิ่งไปเหมือนคนขยาด แต่ใครจะไปคิดว่า ตอนนี้เขาจะมายืนยันสิ่งที่คิดต่อหน้าฉันแบบนี้

เด็กคนนี้ไม่ใช่คนขี้ขลาดเลย ไม่ธรรมดาจริงๆ

“พิสูธสิ”

ฉันพูดกับเตนล์แค่นั้นก่อนที่เขาจะเดินหันหลังออกไป ฉันจึงหันกลับมาให้ความสำคัญกับลลิซที่นอนไม่ได้สติอยู่แทน เริ่มจากการถอดรองเท้าให้น้องเป็นอันดับแรก ก่อนจะเริ่มพิจารณาว่าควรจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขามั้ย จะอึดอัดมั้ยถ้าจะนอนทังๆแบบนี้ แล้วก็พบว่า ชุดที่ใส่ก็คงไม่ทำให้อึดอัดเท่าไร นักฉันก็เลย ถอดเสื้อตัวนอกออกให้ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อเอาผ้าหมาดน้ำมาเช็ดหน้าให้น้อง

“อื้อ...”

ลลิซพลิกตัวหนีอย่ารำคาญ เมื่อฉันเอาผ้าชื้นๆไล้ไปตามกรอบหน้าของเขา ฉันจึงใช้มืออีกข้างตึงคางของเธอไว้ พร้อมกับพยายามเช็ดตามลำคอให้เธอรู้สึกสบายที่สุด

“เฮ้อ...”

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ จึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเด็กตัวสูงไว้ ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าห้องไป เพื่อจัดการกับตัวเอง

 

“จี...”

ฉันสะดุ้งตื่นกลางดึก เมื่อได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งเรียก เหมือนแผ่วๆมาจากที่ไกลแสนไกล ก่อนที่ฉันจะพบว่ามันไม่ใช่ความฝัน เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบกับลลิซที่นอนกระสับกระส่ายอยู่ข้างๆ เหมือนกับคนนอนละเมอ

"ลิซๆ เป็นอะไรไป”

ลลิซไม่ลืมตาขึ้นมาแม้ว่าฉันจะเรียกปลุก มือเรียวๆของเธอไขว้คว้าไปในอากาศเหมือนอยากจะคว้าอะไรสักอย่างไว้แต่ไม่สำเร็จ คนตัวสูงเริ่มนอนดิ้นรุนแรงจนน่ากลัว น้ำใสๆไหลออกมาจากตาที่ปิดสนิททังสองข้าง มันเริ่มทำให้ฉันกังวลใจ ก่อนจะคว้ามือของลลิซมาไว้กับตัว แล้วเรียกปลุกเธออีกครั้ง

“ลิซ พี่อยู่นี่”

“จี...อย่าทิ้ง...อย่าทิ้งลิซนะ ลิซไม่สบาย ฮึก...”

ประโยคที่ลลิซละเมอออกมามันกระแทกเข้ากับใจฉันอย่างจัง เหตุการ์ณวันนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัวของฉันอีกครั้ง จนฉันอยากร้องไห้ ลลิซยังไม่ลืมมันอีกเหรอ ทำไมเธอถึงยังจำมันฝังใจแบบนี้ล่ะ

“ไม่ทิ้งๆ พี่อยู่นี่แล้วไง”

“จี ฮึก.. อย่าไปนะ อย่าไปเลย”

และแล้วเหตุการ์ณวันนั้นเหมือนกลับมาฉายวนในหัวของฉันอีกครั้ง ความรู้สึกผิดที่ถูกกลบไว้ในใจเหมือนถูกกวนขึ้นมาจนชัดเจนในความรู้สึก ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มร้องไห้ตอนไหน แต่ฉันคว้ามือของลลิซไว้แน่นพร้อมกับแนบหน้าลงไปที่มือเรียวนั้น พร้อมกับบอกคำขอโทษออกมาไม่รู้มากมายเท่าไร บอกออกไปเท่ากับที่ใจอยากบอก

“พี่ขอโทษๆ ขอโทษจริงๆ”

เฮือก...

และในที่สุดลลิซก็เลิกฟูมฟายพร้อมกับทะลึ่งตัวขึ้นมานั่งตัวตรง ร่างเพรียวหายใจหอบเหนื่อย เหมือนกับว่าพึ่งเอาตัวรอดออกมาจากฝันที่โหดร้ายได้ หรือ ไม่ก็จากความจริงในคราบของความฝัน

“จี...”

“พี่ขอโทษนะ...”

“ลิซฝัน...ฝันอีกแล้ว ลิซกลัว”

คนเป็นน้องที่ไม่ค่อยจะแสดงความอ่อนไหวออกมาให้ฉันเห็นเท่าไรนัก โผเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่น พร้อมกับร้องสะอึกสะอื้นออกมาแบบที่ฉันไม่เคยเห็นเขาเป็นมานานมากแล้ว

“ลิซกลัวว่าจีจะทิ้งลิซอีก”

คำว่าอีกของลลิซทำให้ฉันถึงกับสะอึก คิดวนเวียนซ้ำๆกับการกระทำที่ผิดพลาดของตัวเองในอดีต แล้วก็ไม่รู้ว่าจะไถ่โทษให้ลลิซยังไง เพราะถึงเจ้าตัวบอกว่าไม่ได้โกรธ ไม่เป็นไร แต่เหตุการ์ณที่ใกล้ความตายแบบนั้นใครจะไปลืมลง

ลลิซบอกไม่เป็นไร แต่เธอกับเก็บเอามาฝันทุกครั้งที่อ่อนไหวแบบนี้ ฉันคงรู้สึกผิดจนวันตาย

เหตุการ์ณนั้นมันเกิดขึ้นช่วงตอนที่ฉันกลับไปเยี่ยมบ้าน แล้วลลิซยังคงเรียนอยู่ม.6 วันนั้นน้องไม่สบาย...เป็นหนักมากด้วย พ่อแม่ของเราทังสองคนที่มีธุระด่วนเหมือนกัน ก็เลยฝากลลิซไว้กับฉันที่ตอนนั้นมาพักผ่อนพอดี ฉันก็รับปาก เพราะฉันเชื่อว่าตัวเองจะเป็นคนที่ดูแลลิซได้ดีที่สุด

แต่ไม่รู้ทำไม เพราะอะไร ในตอนนั้นฉันจึงเลือกที่จะทิ้งลลิซที่กำลังป่วยเอาไว้ แล้วออกไปเดทกับพี่มาร์คที่เดินทางมาเยี่ยมพอดี...

น้องกำลังหลับฉันคิดว่าคงจะไม่ตื่น ก่อนที่ฉันกลับมาแน่นอน ฉันจึงวางใจ ห่มผ้าหนาๆให้เขา แล้วก็ออกไป พร้อมกับบอกกับพี่มาร์คว่า ให้เวลาได้ไม่นาน

แต่ก่อนที่ฉันจะออกไปลลิซละเมอเรียกฉันเอาไว้ อย่างวันนี้... เหมือนกับมันเป็นจิตสำนึกของเขาที่สั่งให้ทำแบบนั้น แต่ฉันเลือกที่จะไม่สนใจ แล้วทิ้งเขาเอาไว้ทังแบบนั้น

จนแล้วจนรอด หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง...ฉันได้รับโทรศัพท์จากแม่บอกให้ไปที่โรงพยาบาล โลกของฉันเหมือนกับดับวูบตอนนั้น แบบไม่มีใครอธิบายได้ ลลิซซักอย่างรุนแรงเพราะอาการป่วย แล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เธอเฉียดจากความตายไปไม่มากนัก ถ้าพ่อแม่ไม่กลับมาก่อนเวลานั้น อาจจะไม่ทัน...พวกเราอาจจะเสียลลิซไป

ฉันทังร้องไห้ ทังโทษตัวเองจนไม่รู้จะโทษยังไง ถ้าฉันเชื่อในสัญชาติญานของตัวเองตอนที่ลลิซเรียกไว้ มันอาจจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันขอโทษพ่อแม่ของลลิซเป็นร้อยๆครั้งที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่ถึงพวกท่านจะให้อภัย แต่ความรู้สึกผิดภายในใจก็ยังไม่จางหาย

เมื่อลลิซฟื้นขึ้นมา ฉันก็บอกขอโทษน้อง แต่แทนที่น้องจะโกรธ แต่น้องกับยิ้มให้พร้อมกับบอกว่าไม่เป็นไร แต่ลลิซคงไม่รู้หรอก ว่าตัวเองเผลอละเมอว่าฉันจะทิ้งมานานหลายปีแล้ว ฉันรู้รับรู้มาตลอดเพราะอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา ไม่เคยพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะกลัวมันจะไปกวนตะกอนที่ตกค้างอยู่ในใจของพวกเราขึ้นมา แล้วทำให้ไม่สามารถมองหน้ากันได้อย่างเดิม

ฉันทิ้งเขาแล้วเลือกคนอื่นจนเขาเกือบตาย...มันเลยกลายเป็นความผิดที่ไม่สามารถลบล้างได้ แม้ว่าฉันจะทำดีกับเขามากแค่ไหนก็ตาม

ความรู้สึกผิดที่เอ่อล้นขึ้นมาเต็มหัวใจ ทำให้ฉันตัดสินใจยกมือขึ้นกอดตอบน้อง ก่อนจะเอ่ยคำสัญญา ที่ถึงในวันนั้นฉันจะให้เขาไม่ได้ แต่ฉันในวันนี้สามารถให้มันกับเขาได้แล้ว และ ฉันสัญญาว่าจะทำมันให้ได้

“พี่ไม่ไปไหนหรอก พี่จะอยู่กับลลิซ ตลอดไปนะ”

 


เหมือนสองคนนี้มีอดีตต่อกันเยอะเนอะ เยอะจนขี้เกียจแต่ง(อ้าว) 5555 เพราะว่ารู้จักกันมานานค่ะ เรื่องราวบางมุมที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในแต่ล่ะช่วงวัย ที่ไม่ได้เสนอ ไรท์จะเอามาเสนอเรื่อยๆ ยิ่งปัญหาจุดแตกหักของทังคู่ที่มีต้นเหตุมาจากพี่มาร์ค ไรท์ยิ่งอยากบอกค่ะ!! 

ปล. วันนี้หนูลลิซไปรับพี่จีซูที่อินกิ โอยยย ไรท์นี้มือไม้อ่อนไปหมด กัปตันคะ!!!!


ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เขียนล้วนๆที่มีอาการชิปเข้าสายเลือกอย่างหนักหน่วง ได้โปรด 

อย่า

 

 

 #คนดีของลิซ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น

  1. #317 PratuanPKJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:51
    ชอบไรท์อ่ะ เพิ่งมาได้อ่าน ลงเรือลำเดียวกัน
    #317
    0
  2. #144 Milkypig (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 06:32
    จีนะจี ใจร้ายจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ เมื่อไรเธอจะรู้ใจตัวเองสักที สงสัยต้องให้น้องทิ้งบ้าง
    #144
    0
  3. #110 dnsine418 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 01:20
    ทำไมพี่จีใจร้ายกับน้องอย่างนั้นล่ะคะ
    สงสารลิซมากเลยค่า งื้ออออ
    สัญญาคราวนี้ต้องทำให้ได้น้าาา
    #110
    0
  4. #109 yupaka (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 00:27
    พี่ซูไม่ใช่แค่เพิ่งใจร้ายแหะ ทิ้งน้องให้เกือบตาย เชื่อผู้/ตบน้อง พูดไล่สาระพัด ลิซต้องรักจีซูขนาดไหนถึงทนอยู่จนมาถึงตอนนี้ได้ ทนอยู่ในขณะที่คนพี่บ้าผู้จน.... ไม่สิเราต้องเชื่อมั่นในตัวพี่ซูว่าพี่จะรักน้องได้มากกว่านี้
    อย่างน้อยตอนนี้ได้เตนล์มาเพื่อพิสูจน์พี่ซูแล้ว น้องไม่ใช่ของตายแล้วนะคะพี่
    #109
    0
  5. #108 AiCJet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 23:02
    โอ้ววว พี่จีเคยทำผิดนี่เองสินะ
    #108
    0
  6. #107 -S!MPLE- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 14:59
    เจิมๆๆ
    #107
    0
  7. #102 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 00:46
    ถ้าฉันไม่เทจซูในเรื่องนี้ มันก็เกินคำว่าเมียหลวงลิซแล้ว(?) 5555555

    คนอะไรใจร้าย คิม จีซูไง :) คึ

    เชียร์ให้น้องได้กับพี่เตนล์ค่ะ ฮาาาาา เทไปเลยเทไป แต่ถ้าลิซไม่อยากมีใครใหม่ มาหาเราก็ได้นะ เตียงข้างๆ ยังว่างอยู่ กิ้วววว~

    ปล. รอต่อนะค่ะ ????
    #102
    0