[สนพ.Inlove] PASSIONATE BOSS ซาตานร้ายขยี้รัก

ตอนที่ 4 : PASSIONATE BOSS : CHAPTER 3 >> POWER HARASSMENT [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    11 ก.พ. 58






CHAPTER 3

Power Harassment
























 

[CHANAI TALK]

อะไรนะ! นักโต้วาทีงั้นเหรอ

หลังจากที่ผมให้เลขาส่วนตัวไปเอาแฟ้มประวัติส่วนตัวของเพลินดาวมา สิ่งแรกที่ผมได้ยินจากการเล่าเกี่ยวกับประวัติของหล่อน ก็คือความสามารถในการพูดโต้วาทีในชนิดที่ว่ามีรางวัลค้ำคอมากมาย

มิน่าล่ะ... ตอนคุยกันยัยนั่นถึงเถียงกลับได้ตลอด เป็นคนหาเหตุผลโต้แย้งเก่งอย่างนี้นี่เอง

ใช่ค่ะ เธอเป็นนักโต้วาทีประจำโรงเรียนจนถึงมหาวิทยาลัย เห็นว่ากวาดรางวัลมามากจนพวกรุ่นพี่ถึงขั้นยกให้เธอเป็นประธานชมรมโต้วาทีเลยทีเดียว และคงเพราะพรสวรรค์ทางด้านการพูด จึงทำให้เธอถูกรับรองจากบริษัทที่เข้าฝึกงานว่าเป็นนักขายดีเยี่ยม สามารถทำยอดขายแซงหน้าพนักงานเก่าๆ ได้ในเวลาแค่สามเดือนไม่คิดเลยว่าเรื่องของผู้หญิงคนนั้น จะทำให้ผมต้องมานั่งฟังอย่างตั้งใจขนาดนี้กระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยเกรดเฉลี่ยสามจุดแปดเก้า เธอเลือกที่จะเข้าสมัครกับบริษัทนาทอสเป็นบริษัทแรก โดยไม่ลงเหตุผล แต่ประเด็นที่น่าสนใจดูได้จากเอกสารสอบสัมภาษณ์พนักงานใหม่ของเธอ กรรมการในตอนนั้นเขียนด้วยปากกาสีแดงว่าคุณเพลินดาวสามารถให้เหตุผลของการขายในยุคใหม่ได้ดี และสามารถอธิบายกลยุทธการตลาดได้อย่างไม่มีสะดุด แถมยังแตกได้อีกหลายประเด็น ทั้งๆ ที่คำถามมีแค่ว่า คุณคิดอย่างไรกับธุรกิจของบริษัทนาฬิกา’” เมื่อฟังจบ ผมก็เผลอกำหมัดแน่น

มันน่าโมโหนัก!

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ทำงานมาจนถึงอายุยี่สิบหก ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมจะรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องการบริหาร หากต้องการให้ไปในทิศทางไหน ผมก็จะทำทุกทางเพื่อให้ทุกคนเห็นพ้องด้วย หรือถ้าเป็นเรื่องการเจรจาธุรกิจ หากผมเห็นว่าบริษัทไหนสามารถร่วมลงทุนได้ แม้จะโดนเสียงคัดค้านแค่ไหน ผมก็ทำให้ทุกคนเห็นว่ามันเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีมาโดยตลอด

แต่นี่มันอะไร! แค่สามวันที่ผมเข้ามาทำงานในสำนักงานใหญ่ ก็โดนเสียงคัดค้านกับการตัดสินใจของผมซะแล้ว ไม่สิ... ไม่ใช่แค่ขัดความต้องการของผม แต่ผู้หญิงคนนั้นยังคิดจะให้ผมทำตามในสิ่งที่เธอต้องการด้วย

ยัยนั่นคงอยากประกาศส่งครามกับฉันสินะ ถึงได้ระดมคนมาประท้วงได้มากขนาดนั้นผมเอ่ย

ทำแบบนี้มันไม่ต่างกับการหยามกันเลย ผมที่มีประสบการณ์ทำงานมากกว่า กับยัยตัวแสบที่เข้ามาทำงานได้ไม่ถึงปี ให้มันได้อย่างนี้สิ มาอยู่ไม่เท่าไรก็หาเรื่องให้ตัวเองมีสิทธิ์โดนไล่ออกซะแล้ว

คนพวกนั้นอาจจะมาเพราะจุดประสงค์เดียวกันก็ได้นะคะฟังเหมือนประโยคพูดลอยๆ แต่พอมันเข้าหูผมแล้วก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดใจขึ้นมาบ้าง

ถ้าไม่อยากให้ฉันเปลี่ยนเลขาตอนนี้ ก็ออกไปซะผมมองเลขาสาวด้วยหางตา ก่อนจะหยิบแฟ้มจากมือเธอขึ้นมาอ่านรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของเพลินดาวด้วยตัวเอง ทว่าในขณะที่ผมกำลังไม่สบอารมณ์กับภาพยิ้มแย้มในรูปสมัครงานของยัยตัวแสบนั่น บอดี้การ์ดของผมก็เดินเข้ามา ซึ่งเป็นจังหวะที่เลขาสาวเดินออกไปพอดี

พอเข้ามาถึง เขาก็ยื่นโทรศัทพ์ของตัวเองให้ผมทันที

คุณชาไนยปิดโทรศัพท์ นายท่านก็เลยโทรเข้าเบอร์ผมครับ

ท่านคงหมายถึงพ่อสินะ

ถึงกับลงทุนโทรผ่านทางบอดี้การ์ดผมมา เรื่องที่เขาจะพูดถึงคงไม่พ้นสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในบริษัทแน่ๆ และแม้ว่าตอนนี้ผู้เข้าร่วมประท้วงจะลดน้อยลงบ้าง แต่ก็ใช่ว่านานๆ ไปจะไม่เพิ่มขึ้นมาอีก

ผมถอนหายใจอย่างแรง โยนเอกสารในมือไว้บนโต๊ะ ก่อนจะรับโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู

ครับพ่อ

ฉันจะให้เวลาแกขับรถมาที่บ้านแค่ครึ่งชั่วโมง แล้วอธิบายเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบริษัทมาให้หมด เสียงของพ่อทำเอาผมอารมณ์เสียขึ้นไปอีก เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนผมไร้ความสามารถ ไม่มีความเป็นมืออาชีพ และยิ่งนึกไปถึงใบหน้ายิ้มแย้มของยัยตัวแสบนั่น ไอ้ความโมโหที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีก

ครับ ผมกำลังจะไปพูดจบ ผมก็มองหน้าบอดี้การ์ดก่อนจะส่งซิกด้วยการพยักหน้า หลังจากนั้นบอดี้การ์ดมือดีของผมก็ส่งสัญญาณไปยังคนที่เหลือเพื่อให้เตรียมรถไว้ด้านหน้าบริษัททันที

แกดูแลบริษัทได้แค่นี้เองเหรอ ชาไนย

ฟังแล้วเสียอารมณ์จริงๆ อยากจะวางซะเดี๋ยวนี้เหมือนกัน แต่เพราะไม่อยากโดนกล่าวหาว่าหนีปัญญา ก็เลยต้องจำใจฟังต่อไป ฟังเรื่อยๆ จนตอนนี้เดินออกมาจากห้องทำงานและเกือบจะถึงลิฟท์อยู่แล้ว

ผมจัดการได้ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนักหรอกผมเริ่มกระแทกเสียงใส่โทรศัพท์

จุดเริ่มต้นมันมาจากอะไร แกคงไม่บ้าบิ่นไล่คนของฉันออกหมดเหมือนอย่างที่แกทำในสิงคโปร์หรอกนะพ่อพูดเหมือนรู้จักผมดี แต่เปล่าเลย ทุกอย่างที่ทำล้วนมีเหตุผล คนพวกนั้นสุมหัวกันโกงบริษัทมาตั้งแต่แรกเริ่มมีสาขาในสิงคโปร์และยิ่งอยู่ไกลหูไกลตาพ่อ ก็ยิ่งสบโอกาสหาทางกวาดเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

ผมยังไม่ลืมวันแรกที่เข้าไปในตำแหน่งประธานบริษัทในสิงคโปร์ คนพวกนั้นมองผมยังไงและแอบทำอะไรลับหลังบ้าง คงเห็นว่าผมไม่มีประวัติการทำงาน เป็นไอ้งั่งอ่อนประสบการณ์ ถึงได้ไม่มีความเกรงใจผมเลย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแย่ไปซะหมด เพราะอย่างน้อยๆ ความไม่ระแวดระวังผมนี่แหละ ที่ทำให้พวกเขาตกม้าตายกันเอง สืบเนื่องมากจากสี่เดือนให้หลัง ผมรวบรวมหลักฐานเอาผิดคนพวกนั้นได้ จึงสามารถปิดฉากเกมส์โกงยืดเยื้อได้สำเร็จ

ถ้าพ่อเป็นห่วงนักก็มาดูแลเองซะสิ ผมจะได้กลับไปสักที

แกลืมที่ฉันพูดแล้วหรือไง... ถ้าปีนี้แกยังไม่ได้เมีย ก็ไม่ต้องพูดเรื่องกลับไปสิงคโปร์

พ่อ!” ผมตะหวาดเสียงกร้าวจนคนเดินผ่านไปมาหยุดมอง กระทั่งลิฟท์แก้วมาถึง ผมจึงรีบก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ต้องการคุยเรื่องความเอาแต่ใจของพ่อให้ใครได้ยิน

บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าพ่อต้องการอะไร ปีนี้ผมเพิ่งจะอายุยี่สิบหก ไม่รู้จะอยากให้รีบมีไปทำไม ถึงจะยุ่งกับการทำงานจนไม่ค่อยได้พักผ่อน แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่มีเวลาคั่วสาวซะเมื่อไร ความต้องการทางเพศของผู้ชายใครมันจะไปห้ามได้ ผู้หญิงสิงคโปร์ที่ผมเคยมีความสัมพันธ์ด้วยล้วนแต่เป็นระดับท็อปสตาร์ เซเลบริตี้ ดารา นักร้อง อยู่ที่โน้นมีแต่ผู้หญิงเข้าหาไม่ซ้ำหน้า บางคนถึงขั้นจะตามผมกลับมาถึงที่นี่ด้วยซ้ำ

เชื่อว่าตลอดหลายปีมานี้ พ่อคงมีหูตาไว้คอยดูการใช้ชีวิตของผมแน่ๆ แต่ก็ฟันธงไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุผลที่คบสาวไปทั่วหรือเปล่าที่ทำให้พ่ออยากจับผมแต่งงานซะ ตอนแรกก็ว่าจะเฉยๆ แล้ว แต่พอมาคิดดูอีกที มันก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนะ ผู้หญิงที่ผมแค่พาขึ้นเตียงด้วยมีมากมายจนไม่รู้จะสุ่มเลือกใครดี แต่กับผู้หญิงที่ต้องพามาเป็นคู่ชีวิต มันต้องใช้เวลานานแค่ไหน ผมถึงจะได้เจอกับคนคนนั้น

หรือความจริงแล้ว... ชั่วชีวิตนี้ผมจะหาสิ่งล้ำค่าที่ต้องการครอบครองไม่ได้เลย

ผมยังคงแนบโทรศัพท์ไว้ข้างหู ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการเคลื่อนตัวลงของลิฟท์แก้ว ทั่วทุกมุมในบริษัทสามารถมองได้จากในลิฟท์ ถึงตอนนี้สภาพเหตุการณ์ข้างล่างจะเป็นปกติ แต่ช่วงเลิกงานก็คงมีกลุ่มคนทำการประท้วงอีกแน่

พับผ่าสิ! คิดไปคิดมาก็ยังไม่พ้นมีหน้ายัยตัวแสบลอยมาอีก

แต่เดี๋ยวก่อน... ไม่ใช่แค่มีหน้าลอยขึ้นมาในหัวแล้ว เพราะตอนนี้เธอกำลังเดินอยู่ข้างล่างนั่นด้วย!

แค่นี้ก่อนนะครับ ไว้ผมทำธุระเสร็จแล้วจะรีบไปหาพูดจบ ก็วางสายทันที

ธุระที่ต้องรีบจัดการ ยังไงผมก็ต้องจบมันให้ได้ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้

TALK END

 







 

ช่วงพักกลางวัน ฉันแวะไปหาธีออนที่ศูนย์เดย์แคร์ และยังได้พบกับคุณแม่คนอื่นๆ ด้วย ดังนั้น พวกเราจึงพูดคุยกันถึงเรื่องการประท้วงที่เกิดขึ้น เห็นว่าไม่อยากให้สิ่งที่ฉันทำสูญเปล่า ก็เลยตัดสินใจทำตามสิ่งที่ฉันบอกเอาไว้แต่ต้น ทั้งที่มันเป็นการตัดสินใจที่ยาก เพราะต้องเอาหน้าที่การงานมาเป็นตัวต่อรอง แต่สุดท้ายพวกเธอก็ยังยอมทำ ฉันนับถือน้ำใจของทุกคนมาก และยังยืนยันคำเดิมว่าหากมีเรื่องไม่มีเกิดขึ้น หรือใครจะต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ ฉันก็จะขอเป็นคนรับปัญหาทุกอย่างไว้เอง

ตอนนี้ถึงเวลาเข้างานแล้ว ฉันเดินออกมาจากศูนย์เดย์แคร์หลังจากบอกลาธีออน แล้วลงลิฟท์มาชั้นแรกเนื่องจากเมื่อเช้ามีจดหมายส่งมาถึงฉัน ทางประชาสัมพันธ์ตรงล็อบบี้จึงแจ้งให้ฉันลงมาเอาในช่วงพักกลางวัน

ฉันมารับจดหมายค่ะ

คุณเพลินดาวใช่ไหมคะได้ยินดังนั้น ฉันก็พยักหน้าพร้อมขานรับกลับไป

ไม่นาน พนักงานประชาสัมพันธ์ก็ยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลมาให้ฉัน

ขอบคุณค่ะฉันเอ่ย ก่อนจะเดินกลับไปที่ลิฟท์ และในขณะที่ยืนรอ สายตาฉันก็ยังคงมองซองจดหมายด้วยความสงสัย เพราะมันน่าแปลกที่จ่าหน้าซองมีแค่ชื่อฉันกับที่อยู่ของบริษัท แต่ชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งกลับไม่มี

คงไม่ใช่จดหมายลึกลับหรอกนะ!

อืม... ถ้างั้นก็อย่ารอเลย แกะอ่านเลยดีกว่า

ติ้ง!!

เสียงลิฟท์มาพอดี คือ... มันก็ไม่ได้ขัดจังหวะอะไรมากมายหรอก เพราะอันที่จริงฉันเอาเก็บไว้เปิดอ่านที่โต๊ะก็ได้ แต่ไอ้สิ่งที่มันขัดใจฉันสุดๆ น่าจะเป็นคนที่กำลังเดินออกมาจากลิฟท์ตอนนี้มากกว่า

คุณชาไนย!”

ฉันมองหน้าเขาได้สักพัก ก็รีบเบนสายตามองไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว แถมยังแสดงมารยาทดีโดยการหลีกทางให้เขาเดินด้วย ทำให้ขนาดนี้ยังถือว่าให้เกียรติอยู่นะจะบอกให้

มากับฉัน

เอ๊ะ!”  ยังทันเปิดปากถามอะไร ประธานชาไนยก็คว้าข้อมือฉัน แล้วเดินจ้ำอ้าวไปตามใจตัวเองทันที โอ้ย ปล่อยก่อนคุณชาไนย... ฉันเจ็บเล่นกำมือกันซะแรงขนาดนี้ ใครจะไปทนไหว แล้วดูวิธีการเดินของเขาเถอะ ก้าวเท้ายาวขนาดนั้นใครจะเดินตามทัน เอาจริงๆ แค่บอกให้ฉันเดินตามไปก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องฉุดกระชากลากถูกันแบบนี้เลย

ประธานชาไนยพาฉันเดินมาอย่างทุลักทุเล ส้นสูงที่ใส่อยู่เกือบจะพลิกล้มหลายรอบ แต่ยังดีที่ฉันยังควบคุมกันเดินของตัวเองได้อยู่ ไม่งั้นคงหัวทิ่มไปนานแล้วแน่ๆ เขากำลังพาฉันไปไหน ถ้าเดินมาทางนี้รู้สึกจะเป็นทางไปบันไดหนีไฟ

กึก!!

ชายร่างสูงใช้กำลังผลักประตูหนาในส่วนบันไดหนีไฟ ก่อนจะจับฉันกระแทกกับผนังอย่างจัง

ฉันขอเตือน!” เขาชี้นิ้วมาที่หน้าฉัน อย่าให้เห็นใครมาประท้วงในบริษัทอีก ไม่อย่างนั้นคนที่จะโดนดี... ก็คือเธอ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฉันกำลังถูกเขาข่มขู่อีกแล้ว

ฉันจะไปห้ามพวกเขาได้ยังไงล่ะคะกระแทกเสียงตอบกลับไป

ก็เธอเป็นคนไปปลุกระดมพวกเขามาไม่ใช่หรือไง!”

ฉันเป็นแค่เสียงหนึ่งที่คัดค้านการกระทำของคุณค่ะ หรือต่อให้ฉันเป็นคนเริ่มจริงๆ ก็ไม่สามารถจบเรื่องนี้ลงได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนแต่เป็นความต้องการของพวกเขาเอง ดังนั้น คนที่หยุดเรื่องนี้ได้ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณต่างหาก

หยุดทำเหมือนตัวเองกำลังโต้วาทีอยู่สักที มันน่ารำคาญ!” ประธานชาไนยแสดงท่าทางฉุนจัด ยกมือขึ้นมาทาบไว้กับผนัง พอฉันจะเขยิบออก เขาก็ยกมืออีกข้างกันเอาไว้ มันอาจเป็นสิ่งถนัดของเธอที่คอยพูดให้เรื่องดูมีเหตุผล แต่มันใช้กับฉันไม่ได้หรอกนะนัยน์ตาคมจ้องมาที่ฉันอย่างไม่วางตา แต่กับเรื่องที่พูดเมื่อกี้ เหมือนมันจะมีอะไรที่น่าสงสัยอยู่นะ

คุณรู้ว่าฉันเคยพูดโต้วาที?ฉันถาม ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ อ่อ... นี่คุณสืบประวัติฉันเหรอคะ

พูดโอเวอร์ไปแล้วมั้ง ฉันแค่อ่านเรซูเม่ของเธอ แล้วมันจะเรียกว่าสืบได้ยังไงประธานชาไนยเถียงกลับ พลางเบือนหน้าหนีพร้อมกับถอนหายใจทั้งที่เป็นคนเขียนมาสมัครงานเองแท้ๆ ยังกล้าโมเมเหมือนฉันอยากรู้เรื่องของเธอนักเขากำลังพูดเสียดสีฉันอยู่หรือเปล่า เมื่อกี้ก็แค่พูดไปตามรูปการณ์เองนะ

เรื่องที่คุณจะพูดกับฉัน จบหรือยังคะ... ฉันจะได้ไปเปลี่ยนเรื่องมันซะเลย และฉันก็อยากจะออกไปจากตรงนี้มากด้วย ทางหนีไฟร้อนก็ร้อน เขาก็ยังจะเอาตัวเองเข้ามาใกล้อีก ไม่คิดว่าฉันจะอึดอัดบ้างหรือไง

รู้ไหมว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันอยากจะบีบให้แหลกคามือ

คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ฉันถึงกับชะงักไปเล็กน้อย นี่เขาโกรธฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

นั่นถือเป็นคำชมหรือเปล่าคะตอนนี้ฉันเริ่มเหมือนคนที่เล่นไม่ยอมเลิกซะแล้ว

นั่นล่ะ ยิ่งทำท่าทางยโสแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้ฉันนึกถึงวันที่เธอตกต่ำ จนต้องคลานเข้ามาความเห็นใจจากฉันอะไรกัน! พูดแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ถึงตัวเองจะเป็นเจ้านาย แต่ก็ใช่ว่าฉันจะต้องตกเป็นเบี้ยล่างของเขาซะเมื่อไร

คิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือคนอื่นแล้ว จะพูดจาดูถูกใครก็ได้สินะ!

แทนที่คุณจะคิดเรื่องของฉัน ทำไมไม่เอาเวลาไปหาทางออกกับปัญหาที่เผชิญอยู่ตอนนี้ล่ะคะฉันเงยหน้ามองประธานชาไนยอย่างจริงจัง ฉันว่ามันน่าจะมีประโยชน์กว่าตอนที่คุณใช้เวลาไปกับการข่มขู่คนอื่นซะอีกพูดจบ ฉันก็ดันแขนเจ้านายคนใหม่ให้ออกห่าง จากนั้นก็เดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะใช้แรงผลักให้เปิดออก

ทว่าในตอนนั้นเอง!

หมับ!!

อ๊ะ!” ฉันร้องเสียงหลง เมื่อรู้สึกถึงมือหนาที่เข้ามาสัมผัสตรงต้นแขน ก่อนจะออกแรงกระชากอย่างอุกอาจจนฉันถึงขั้นเซถอยกลับไป ทุกอย่างมันรวดเร็วมากจนฉันยังเหวอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เลย

ฉันไม่ใช่คนที่เธอควรเดินหนี!”

เจ็บนะคะ คุณชาไนยผู้ชายตรงหน้าบีบแขนฉันแน่นกว่าเดิม ซ้ำยังจ้องฉันด้วยแววตาที่แสนเกรี้ยวกราด

ให้ตายสิ! เจอกับเขาทีไรเป็นต้องเจ็บตัวทุกที ฉันถามจริงๆ เถอะ เขาไม่คิดจะให้เกียรติฉันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งบ้างเลยหรือไง คุณต้องการอะไรจากฉันนัก ก็บอกไปแล้วไงคะว่าเรื่องการประท้วงมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ

พูดแบบนี้ แสดงว่าเธอไม่สงสารตัวเองเลยสินะ

อะไรอีกเนี่ย หาเรื่องขู่ฉันอยู่ได้ เขาหาทางออกอย่างอื่นไม่ได้แล้วเหรอ

ไม่ใช่ว่าโกรธไม่เป็นนะ แต่ฉันอาศัยความอดทนมากกว่า เพราะทั้งชีวิตนี้ฉันต้องใช้คำว่าอดทนจนเริ่มจะชินชาไปแล้ว ทั้งเรื่องครอบครัว งาน เงิน เรื่องลูก มีอะไรตั้งมากมายหลายอย่างที่ฉันต้องรับภาระ ฉะนั้น ช่วยเว้นให้ฉันสักเรื่องเถอะ อย่าเอาความเผด็จการอะไรต่อมิอะไรมาลงกับฉันเลย

คิดจะทำสงครามกับฉัน คงคิดว่าตัวเองแน่นักล่ะสิ... อย่าหลงระเลิงไปหน่อยเลย เพราะอย่างเธอ เทียบไม่ได้แม้แต่เศษฝุ่นที่อยู่ในเล็บของฉันด้วยซ้ำ

โห... ฟังพูดเข้าสิ ผู้ชายอะไรปากร้ายชะมัดเลย

พอที! ฉันชักจะไม่ไหวแล้ว

จะว่าไป คุณก็น่าสงสารเหมือนกันนะคะฉันตอบกลับพร้อมแสดงสีหน้าเรียบเฉยต้องมาเจอกับเรื่องวุ่นวายในบริษัท ทั้งที่ตัวเองเพิ่งนั่งเก้าอี้บริหารยังไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ แล้วไหนจะต้องรับปัญหากับคำสั่งของท่านประธานที่สั่งให้คุณมีเมียให้ได้ในปีนี้อีก...”

อุบ!!

เมื่อกี้เหมือนฉันพูดเกินกว่าสิ่งที่คิดไปนะ แล้วดูสีหน้าของประธานชาไนยสิ ยืนเบิกตาซะกว้างเชียว

เธอว่าอะไร?ฉันยืนแข็งทื่อ พยายามสูดหายใจเข้า และเม้มริมฝีปากเพื่อลดความกังวลลง แต่ทันทีประธานชาไนยเดินเข้ามาใกล้ ฉันก็ใจเต้นแรงขึ้นรัวไม่ต่างกับเสียงกลอง ร่างสูงเคลื่อนตัวเข้ามาในขณะที่ฉันค่อยๆ เดินร่นถอยหลัง กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสเข้ากับผนังอีกครั้ง ฉันก็เริ่มหวั่นใจเล็กๆ เพราะถ้าคนตรงหน้าเข้าสู่โหมดโกรธจนเลือดขึ้นขนาดนั้น ถึงต้องตายเขาก็คงง้างปากให้ฉันพูดในสิ่งที่เขาต้องรู้จนได้

ปึก!!

ประธานชาไนยวางมือที่ผนังอย่างแรง จนฉันถึงกับสะดุ้งเฮือก!



บอกมา... ก่อนที่ฉันจะทำให้เธอแหลกคามือจริงๆ

 













































กดแอดแฟนที่คุณชาไนยเลยนะคะ ^^

 



 
 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1,663 ความคิดเห็น

  1. #962 Gonegirl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 20:24
    หูยยยย ลุ้นๆ
    #962
    0
  2. #828 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 19:57
    พี่น้องร้ายพอกันอ่ะ
    #828
    0
  3. #643 Sirigon So Kongto (@anothai-kt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 12:07
    น่าติดตามคร้าาาา
    #643
    0
  4. #438 AFsugarstory (@sugarstory23) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 01:09
    เป็นพี่น้องกันจริงๆหรอเนี้ย ว้าว
    #438
    0
  5. #43 BlackWhiskey (@hidekojewary) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:46
    อ้าว เป็นพี่น้องกันหรอกเหรอ ลุ้นๆๆ
    #43
    0
  6. #42 Flower Me (@suraya06) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:03
    เป็นพี่น้องกันจริงเหรอ..ทำไมถึงไม่ถูกกันล่ะ
    #42
    0
  7. #41 Win Ny (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:37
    เป็นพี่น้องกันหรอไม่ถูกกันด้วย ต่อๆค่ะ
    #41
    0
  8. #40 Bamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:57
    กรี๊ดเวคินอ่ะ ><
    #40
    0
  9. #39 Flower Me (@suraya06) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:00
    มาต่อเร็วน้าาาาา
    #39
    0
  10. #38 Flower Me (@suraya06) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:00
    มาต่อเร็วน้าาาาา
    #38
    0
  11. #37 Flower Me (@suraya06) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:00
    มาต่อเร็วน้าาาาา
    #37
    0
  12. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:04
    g0b,,,,,
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #36
    0
  13. #35 Bamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:58
    เจิมมม
    #35
    0
  14. #34 Bamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:57
    เจิมมม
    #34
    0
  15. #33 Bamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:54
    เจิมมม
    #33
    0
  16. #32 Bamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:53
    เจิมมม
    #32
    0
  17. #31 Lamoodty (@lamoodty) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:30
    เจิมมมมมมมมมมมมมม
    #31
    0