△ Death Diary . [ exo snsd ]

ตอนที่ 5 : ' F O U R T H P A G E '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ต.ค. 56



[ 04 . 06 . xx ]


 

"เบื่อ"

 

ซอฮยอนพูดลอยขึ้นมาระหว่างที่เธอและเจสสิก้ากำลังดูทีวีจอแบนที่ฉายหนังดังภายในห้องนั่งเล่นของเจสสิก้า ส่งผลให้เจ้าของหันหน้าไปมองซอฮยอนแว้บเดียวแล้วกลับไปดูหนังต่อเหมือนเดิม

 

"เดี๋ยวอี้ฟานก็มาแล้ว อยากไปไหนก็บอกเขาเองละกัน"

 

"แล้วเธอไม่ไปหรอ ?"

 

"อยู่บ้านนั่งเล่นไอแพดสบายกว่าเยอะ"

 

เจสสิก้าตอบซอฮยอนหน้าตาย ไหล่บางยักขึ้นไม่สนใจสายตาที่เพื่อนสนิทมองมา ทำให้ไม่มีใครได้กล่าวอะไรกันต่อ

สายตาทั้งคู่ต่างสนใจสิ่งที่เรียกว่าหนังดังตรงหน้า ฉากบู๊แหลกของหนังดังส่งเสียงกระหึ่มดังออกมาจนลำโพงสั่น แต่ทั้งสองคนกลับไม่ได้สนใจ ซอฮยอนมองตามพระเอกที่กำลังต่อสู้กับตัวร้ายอย่างตั้งใจ เช่นเดียวกับเจสสิก้าที่นั่งอ้าปากเหวอกับการต่อสู้ที่เท่าเทียมกันของทั้งสองฝ่าย

 

แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะรู้แพ้ชนะเนี้ย?

 

ไวเท่าความคิดเสียงระเบิดบู้มใหญ่ก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของพระเอกที่กระโดดหลบไปหานางเอกที่หลบอยู่ในที่กำบังได้ทันเวลา เอฟเฟคอลังการต่างๆที่เจ้าของหนังทุ่มทุนสร้างปรากฏให้เห็นภายในฉากนี้จนหมด ก่อนจะกลายเป็นฝุ่นดำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณโดยรอบ
 


เจสสิก้าส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อที่พระเอกสามารถฆ่าตัวร้ายได้อย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่ามันยังไม่จบเพียงเท่านี้แน่ แต่แค่เหวี่ยงระเบิดแบบนี้แล้วมันบู้มคงง่ายไปหน่อยมั้ง ?

 

เจสสิก้าละสายตาจากทีวีมองไปที่นาฬิกาแขวนข้างผนังห้องก่อนเลื่อนไปมองแว่นสีดำเลนออโต้ มันจะปรับเลนไปตามอุณภูมิรอบข้างที่ตอนนี้เลนเป็นสีใสของเธอที่ถอดเอาไว้ข้างทีวี มันเป็นปกติอยู่แล้วที่เธอมักจะไม่ใส่แว่นเวลาอยู่บ้าน อาจเพราะเธอมีสายสิญจน์พันอยู่รอบบ้านเธอแล้วล่ะมั้ง เมื่อเข้ามาภายในบ้านจึงให้ความรู้สึกปลอดภัย



เจสสิก้ายิ้มกริ่มก่อนจะหันไปหาซอฮยอนเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับฉากระเบิดเมื่อกี๊ แต่อาจเพราะเพื่อนของเธอนั่งอยู่ฝั่งหน้าต่างที่สามารถมองออกไปเห็นหน้าบ้านได้ซึ่งตรงข้ามกับเธอ สายตาที่ดีกว่าคนทั่วไปจึงเห็นร่างคุ้นตาของชายคนหนึ่งยืนจ้องมองเธอผ่านช่องว่างของผ้าม่าน ร่างบางหายใจติดขัดอยู่ครู่หนึ่งอย่างตกใจ ดวงตาใสมองออกไปนอกบ้านอยู่สักพักจนซอฮยอนสังเกตเห็น

 

"เจสสิก้า?"

 

เมื่อเจ้าของชื่อไม่มีปฏิกิริยากับการเรียก สายตายังเพ่งเล็งออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิมจนซอฮยอนต้องขมวดคิ้ว ตาเรียวมองตามสายตาของเพื่อนสนิท แต่ก็มองไม่เห็นสิ่งใดยกเว้นบ้านตรงข้ามที่ปิดเงียบทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเจสสิก้าคงเห็นบางอย่างเข้าแล้ว

 

"ออก มา ?"

 

เจสสิก้าเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจหลังจากที่สามารถอ่านปากของวิญญาณตนนั้นได้ เจ้าตัวส่ายหัวพรือ ใบหน้าสวยเริ่มบูดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด การที่ถูกวิญญาณตนที่เคยทำร้ายเธอให้ออกไปจากบ้านที่ปลอดภัยที่สุดนั้น เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่าเธอจะปลอดภัยกลับรึเปล่า ? แต่ดูเหมือนเพื่อนอย่างซอฮยอนจะรู้ว่าวิญญาณตนนั้นต้องการอะไร แขนเรียวของเพื่อนจึงพยายามดึงให้เจสสิก้าเดินออกไปตามความต้องการของวิญญาณ

 

"เผื่อเป็นเบาะแส"

 

"แล้วถ้าวิญญาณเล่นงานฉันอีกล่ะ ?"

 

"ไม่หรอกหน่า"

 

ซอฮยอนพูดอ้อน ส่งสายตาวิงวอนให้อีกคนใจอ่อน แต่ดูเหมือนเจสสิก้าจะไม่สนใจ แขนที่ถูกดึงไว้พยายามยื้อกลับจนในที่สุดก็ออก ทำเอาซอฮยอนไถลไปกับโซฟา ตาเรียวส่งสายตางอนๆให้เพื่อนสนิท ขาเรียวลุกขึ้นไปหยิบแว่นของเจสสิก้ามาไว้กับตนเองราวกับเป็นตัวประกัน

 

"จะออกไม่ออก?"

 

เมื่อจอทีวีถูกเพื่อนตัวสูงบังจนดูไม่รู้เรื่อง เจ้าของบ้านก็ทำได้เพียงมองอีกคนอย่างเหนื่อยใจ ในใจรู้ดีว่าอีกคนจะทำอะไรกับแว่นของตนเองเมื่อได้รับคำตอบไม่ถูกใจ ขายาวจึงต้องลุกออกจากโซฟาก่อนเดินไปผลักประตูออกจากบ้านไปทันที โดยไม่ทันมองใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ยกยิ้มอย่างผู้ชนะ

 

ยัยบ้าซอฮยอน ชีวิตเพื่อนล่ะไม่เคยห่วง

 

เมื่อเดินออกมาถึงรั้วบ้าน เจสสิก้าก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่พบวิญญาณของผู้ชายคนนั้น มือเรียวดันรั้วเลื่อนเพื่อเดินออกจากเขตบ้าน พลันกลิ่นเหม็นสาบของเลือดก็กระทบกับจมูก


เจสสิก้าเบ้หน้าไปเล็กน้อย ยกมือขึ้นมาปิดจมูกอย่างห้ามไม่ได้ พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นร่างของผู้ชายคนนั้น

 

"นายช่วย อ่อ.. มาแบบปกติเถอะ"

 

ถึงแม้เธอจะไม่ได้หันไปพูดตรงๆ แต่หางตาก็ยังเห็นว่ามุมปากของวิญญาณตนนั้นกระตุกยิ้ม ก่อนร่างทั้งร่างค่อยๆเปลี่ยนไปพร้อมกับกลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูก เจสสิก้าถอนหายใจอย่างโล่งอก หันหน้าไปประจันกับวิญญาณที่เอาแต่ทำหน้านิ่ง

 

"นายมีอะไรรึเปล่า?"

 

เจสสิก้ากลั้นใจเอ่ยปากถามวิญญาณที่ยืนห่างจากเธอไปประมาณสองเมตร ตาเรียวหรี่ลงอย่างหวาดๆ เธอพอใจที่วิญญาณทำตามที่เธอขอ แต่หากจะให้เธอคุยกับวิญญาณที่มีสภาพเหมือนคนทั่วไปราวกับเขายังมีชีวิตเธอคงไม่สามารถ

 

"ฉันแค่อยากบอกอะไรบางอย่าง"

 

เสียงออกทุ้มหวานแบบผู้ชายตอบกลับอย่างเป็นมิตร แต่ถึงแม้น้ำเสียงจะเป็นแบบไหนเธอเองก็ยังคงหวาดกลัวอยู่ดีเมื่อสุดท้ายแล้วมันกลายเป็นเสียงดังก้องสะท้อนไปทั่วทุกสารทิศ

จะว่าไปเจสสิก้าเองก็อดแปลกใจไม่ได้ เธอไม่แน่ใจเท่าไรว่าทำไมเวลาพบวิญญาณตนนี้ทีไร เธอจะไม่สามารถมองเห็นวิญญาณตนอื่นๆที่อยู่รอบๆตัวได้ เธอคิดว่าวิญญาณตนนี้คงมีพลังหรือคลื่นบางอย่างที่อาจจะจูนเข้ากับเธอได้อย่างพอดิบพอดี เพราะไม่งั้นเธอคงสามารถมองเห็นพี่แทยอนและขอให้พี่เขาช่วยเหลือ


ปากหยักของวิญญาณยกยิ้มที่เห็นผู้หญิงตรงหน้ามีท่าทีหวาดกลัว ก่อนจะพูดต่อเพื่อขยายความประโยคแรก

 

"ฉันถูกฆาตกรรมก่อนผู้หญิงที่ชื่อแทยอนเพราะสมุดแบบนั้น ฉันตายตอนตีหนึ่งสิบเอ็ดนาที ของวันที่หกเดือนพฤษภาคม"

 

เสียงทุ้มหวานพูดยาวจนเจสสิก้าทำหน้าเหวอ มันคงเป็นข้อมูลที่เธอต้องจำและเอาไปบอกซอฮยอนสินะ


เจสสิก้าพยักหน้า ในหัวพยายามเก็บข้อมูลที่วิญญาณบอกให้ได้มากที่สุด เธอไม่แน่ใจหรอกว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่เธอไม่อยากขัดวิญญาณตนนี้เท่าไหร่

 

"แล้วนายตายเพราะอะไรหรอ?"

 

"หึ ถ้าฉันรู้คงไม่ต้องวนเวียนอยู่กับสมุดนั่นหรอก!"

 

เสียงแข็งตะคอกกลับจนร่างบางผงะไปเล็กน้อย เธอส่ายศีรษะก่อนจะยิ้มแหย จริงของเขา หากเขารู้คงไปผุดไปเกิดแล้ว

 

"เธอต้องช่วยฉันหาฆาตกร"

 

"อ่า ด..ได้สิ แต่นายต้องช่วยหาข้อมูลอื่นนะ"

 

เจสสิก้ารู้สึกอยากตบปากตัวเองจริงๆที่เผลอไปรับปากวิญญาณไร้นามตรงหน้า ตากลมกลอกไปมาอย่างหมดหนทาง


เจสสิก้าเหลือบไปเห็นวิญญาณตนนั้นกระตุกยิ้มนิดๆ ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป แต่ต้องหยุดการกระทำเมื่อเธอร้องทัก

 

"แล้วตกลงว่านายชื่อ..."

 

"เรียกฉันว่าดีโอเถอะ"

 

และแล้ววิญญาณที่ชื่อดีโอก็หายวับไปกับตา เจสสิก้าถอนหายใจออกมาทันทีเมื่อดีโอหายไปต่อหน้าต่อตาเหมือนที่โรงพยาบาล ขายาวรีบเดินกลับเข้าไปในเขตบ้านของเธออย่างรีบร้อน ในใจขอให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับชีวิตของเธอแค่ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย

 

หายไปแบบนี้อีกแล้ว ให้ตายเถอะ


 

 

 

 

 

SeoHyun 's Side

 

"เฮ่อ"

 

"จะครั้งที่ยี่สิบแล้ว นี่ไปเครียดอะไรมารึไง?"

 

เสียงคริสดังขึ้น ทำให้ฉันต้องหันไปมองเบาะคนขับ เขาจ้องไปด้านหน้าอย่างไม่ลดละ มือใหญ่กำพวงมาลัยรถไว้หลวมตามสไตล์สบายๆ แต่เชื่อสิว่าถ้านายนี่ได้รับรู้เรื่องที่เจสสิก้าเพิ่งบอกฉันหลังจากคุยกับวิญญาณตนนั้น แล้วนายจะพูดไม่ออกเลยคอยดูเถอะ
 


ย้อนไปตอนที่เจสสิก้าเดินกลับเข้าบ้านและมาบอกเรื่องราวทั้งหมดให้ฉันฟัง ตอนนั้นฉันทั้งตกใจและแปลกใจในเวลาเดียวกัน ทำไมวิญญาณที่ชื่อดีโอ จู่ๆถึงมาบอกวันเวลาที่ตายแบบนั้น แถมเขายังถูกฆาตกรรมก่อนพี่แทยอนอีกด้วย แค่นี้ก็พอจะเดาได้ว่าเขาตายเพราะสมุดแบบนั้นแน่ แต่ทำไมถึงต้องเป็นสองคนนี้นะ ?

 

"แล้วตกลงเธอจะไปไหนกันแน่?"

 

คริสถามทำลายความเงียบ เวลาแบบนี้แน่นอนว่าฉันอยากไปหาประวัติของดีโอที่โรงพยาบาลหรือไม่ก็สถานีตำรวจ แต่ในเมื่อเซฮุนไม่อยู่ด้วยคงจะเข้าไปขอดูยากแล้วล่ะ

 

"หอสมุดก็ดี"

 

พอฉันพูดจบ คริสก็พยักหน้า มือของเขาหมุนพวงมาลัยหักเลี้ยวทันที ฉันหันไปมองตามตึกของหอสมุดที่เริ่มจะเห็นเค้าโครงได้ลางๆแล้วถอนหายใจเบาๆ ถ้าถอนหายใจดังกว่านี้คนข้างตัวต้องมาบ่นฉันอีกแน่ๆ
แล้วก็หอสมุด... ฉันหวังว่าที่นั่นจะมีเรื่องราวที่เล่าเกี่ยวกับประวัติสมุดบันทึกประเภทนั้นนะ


 

 

 

"จะหาเกี่ยวกับอะไรล่ะ?"

 

คริสถามระหว่างที่ฉันเดินเข้าออกลัดเลาะผ่านชั้นหนังสือหมวดคดีฆาตกรรม ก็ไม่ได้อยากหาหนังสือที่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆหรอก แค่อยากรู้ว่าฆาตกรส่วนใหญ่จะปกปิดเรื่องราวที่ตัวเองก่อแบบไหน นี่ฉันดูหนังมากไปรึเปล่า? เอาเถอะ เพราะพี่แทยอนน่าจะโดนลอบฆ่าจริงๆนี่หน่า ถึงแม้จะยังไม่รู้ผลชันสูตรศพ แต่พี่แทไม่มีทางฆ่าตัวตายอยู่แล้ว พี่เขาเป็นคนสอนฉันเองว่าหากมีปัญหามันมักจะมีทางแก้ไขที่ดีกว่าฆ่าตัวตายแน่นอน ฉันเชื่อว่าพี่แทยอนต้องทำตามที่พี่เขาสอนฉัน

 

"การฆาตกรรม วิธีการปกปิดการฆ่าอะไรพวกนั้น"

 

ฉันตอบเสียงเบาโดยไม่ได้หันไปมองคริส ก่อนจะยกมือขึ้นไล่ตามสันหนังสือที่ติดป้ายเด่นไว้ที่ชั้นว่าคือหมวคดีฆาตกรรม

 

เมื่อคนที่มาด้วยกันเงียบไปฉันจึงต้องหันไปมองอีกคนช้าๆ คริสอ้าปากเหวอมองฉันด้วยสายตายากจะคาดเดา นี่เป็นอะไรไปอีกแล้วเนี้ย? ทำหน้าอย่างกับเห็นผี แทนที่จะรีบไปหาหนังสือแล้วรีบกลับไปหาเจสสิก้า ไอ้เก็กนี่พึ่งไม่ได้เลยจริงๆ

 

"จะเอาไปฆ่าใครรึไงยัยบ๊อง !?"

 

"ชู่ว! นี่มันหอสมุดนะ"

 

ฉันแทบจะถลาเข้าไปตะครุบปากอีกคนไม่ทัน ให้ตายเถอะ ถ้ารู้ว่ามากับคริสแล้วจะเป็นแบบนี้ คราวหน้าให้เซฮุนหรือเจสสิก้าพามาแล้ว !

 

"เธอจะไปฆ่าใคร!?"

 

เสียงทุ้มเอ่ยเข้ม ตาคมของคริสจ้องมองฉันด้วยความรู้สึกหลากหลาย หวาดกลัว? เป็นห่วง? อยากรู้? ไม่เข้าใจ?

 

"ไอ้บ้า! จะฆ่านายคนแรกนี่แหละ รีบไปหาหนังสือฆาตกรรมมาให้ฉันเลยนะ!"

 

คริสขมวดคิ้วงุนงง แต่ฉันไม่ได้สนใจ ยกมือขึ้นดันให้อีกคนออกเดินหาสิ่งที่ฉันต้องการทันที ถ้าหาไม่เจอฉันจะถือว่าเป็นความผิดเขาคนเดียวเลย

 


เวลาล่วงเลยมาจะสองชั่วโมงที่ฉันอยู่ในหอสมุด บนโต๊ะที่ฉันและคริสนั่งอ่านหนังสือฆาตกรรมเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับการตายของพี่แทยอนมีหนังสือคดีฆาตกรรมวางสุมเป็นกอง ใบหน้าที่เคร่งเครียดของคริสเมื่อยามอ่านคดีเหล่านั้นทำเอาฉันแทบหัวเราะออกมา หลังจากที่ฉันพยายามอธิบายถึงเหตุผลหลักที่ทำให้ฉันต้องหาหนังสือพวกนี้จนเขาเข้าใจแล้ว เขาจึงอาสาช่วยค้นขัอมูลด้วยอีกแรง ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่ค้านอะไรอยู่แล้


ฉันอ้าปากหาววอด ก่อนจะเหลือบไปมองนาฬิกาตั้งพื้นทรงโบราณที่บอกเวลาบ่ายสองกว่าๆ พลันใบหน้าของเจสสิก้าก็ลอยเข้ามา จริงสิ เจสสิก้าทำอาหารไม่ค่อยเป็น แล้วแบบนี้จะกินข้าวรึยังนะ?

ไวเท่าความคิดฉันรีบต่อสายตรงหาเซฮุนทันที รายนี้ทำอาหารอร่อยมาก นอกจากจะเป็นว่าที่แพทย์แล้วยังชอบการทำอาหารอีกด้วย จบไปเป็นพ่อครัวได้ง่ายๆ

 

[ฮัลโหลครับ]

 

"พี่ซอฮยอนเอง เซฮุนว่างอยู่รึเปล่า?"

 

รอไม่นานปลายสายก็กดรับ เสียงมึนๆของเซฮุนดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งไปเล็กน้อยเพราะกำลังลากสายตาอ่านคดีฆาตกรรมคล่าวๆอยู่

 

[อืม ผมอยู่ที่ซุปเปอร์มาเก็ตครับ มาซื้อวัตถุดิบเข้าหอนิดหน่อยครับ]

 

"งั้นดีเลย ที่รบกวนเซฮุนไปสอนเพื่อนพี่ทำอาหารหน่อยสิ"

 

[จะดีหรอครับ?]

 

"เออน่ะ ไม่เป็นไรหรอก ขับรถไปตามทางที่พี่บอกละกัน..."

 

และเมื่อฉันบอกทางไปบ้านเจสสิก้าเสร็จก็พูดคุยกับรุ่นน้องต่ออีกไม่กี่ประโยค ก่อนจะมีสายซ้อนโทรเข้ามา ทำให้เขาต้องวางสาย จะว่าไปฉันลืมบอกเขาแหะว่าเพื่อนฉันที่ว่าคือเจสสิก้า งานนี้คงไม่กัดกันตายไปก่อนหรอกนะ

 

"ฮัลโหลค่ะ"

 

[ซอฮยอนลูก]

 

เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนที่ฉันคุ้นเคยและคิดถึงดังขึ้นจนฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองหูเพี้ยนไปเองรึเปล่า มือรีบยกโทรศัพท์ออกจากใบหูมาดูชื่อที่ปรากฏสถานะการโทร พลันรอยยิ้มกว้างครั้งแรกก็ปรากฏขึ้นทันทีนับตั้งแต่ที่พี่แทยอนจากไป กรอกเสียงตอบกลับไปอย่างตื่นเต้น นี่ฉันขาดการติดต่อกับบุคคลนี้ไปนานเท่าไรแล้วนะ

 

"แม่ ค..คุณแม่ไม่ได้ยุ่งอยู่หรอ?"

 

[กว่าจะหาเวลามาโทรก็ลำบากอยู่เหมือนกัน]

 

เสียงเนือยๆตอบกลับมาจนฉันอดใจหายไม่ได้ น้ำเสียงของแม่ที่มักจะร่าเริงอยู่ตลอดเวลาแบบพี่แทยอนตอนนี้กลายเป็นอ่อนล้า ความเครียดและความกังวลถูกส่งผ่านน้ำเสียงมาอย่างปิดไม่มิด

 

ใช่แล้ว ตั้งแต่ที่พี่แทยอนจากไปแม่ก็ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมเครียดขึ้นกว่าเดิม ไหนจะบริษัทที่กำลังขยายกิจการหรือข่าวการตายของทายาทรุ่นต่อไปอย่างพี่แทยอน แน่นอนว่ามันสร้างความกังวลและความตึงเครียดให้แม่ได้ไม่น้อย ใจจริงฉันก็อยากจะรับช่วงต่อของกิจการทางบ้าน แต่เพราะเคยมีทั้งพ่อและพี่แทที่เรียนจบสายด้านบริหารมาโดยเฉพาะ ทำให้ฉันสามารถไปเรียนตามที่ตนเองสนใจได้อย่างแพทย์ จะให้ไปทำการตลาดก็ยังไงๆอยู่น่ะนะ

 

"ซอคิดถึงแม่นะ ซอผิดเองที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่กับพี่แท"

 

พูดถึงเรื่องวันนั้นที่พี่แทยอนจากไป ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าว น้ำตาหลายหน่วยเริ่มคลอที่หางตาและเริ่มไหลแต่ฉันก็ไม่คิดจะปาดออก เพระอย่างน้อยก็ไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากปากที่ถูกเม้มไปรบกวนผู้อื่น

 

[ไม่หรอกลูก ซอไม่ผิด เรื่องนี้แม่รู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดขึ้น ซอต้องเข้มแข็งไว้นะลูก แม่ขอให้ลูกหาตัวฆาตกรให้เจอนะ]

 

"แน่นอนค่ะ ซอต้องเจอ"

 

[ดีแล้วลูก แม่ต้องไปประชุมงานกับหุ้นส่วนอีกสองบริษัท แม่รักและคิดถึงลูกเสมอนะ]

 

น้ำตาหยดหนึ่งหล่นโดนมุมหนึ่งของหนังสือที่ฉันเปิดค้างไว้จนเป็นรอยจาง เสียงสัญญาณที่ถูกตัดบ่งบอกว่าแม่ของฉันได้วางสายไปแล้ว ทำให้ฉันกลับมารู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง เอาเถอะ ในเมื่อฉันจะตามหาตัวฆาตกรที่ลอบฆ่าพี่ก็ต้องเข้มแข็ง !

 

"หนังสือมันไม่บอกอะไรเลยอ..อ่าว ร้องไห้หรอ?"

 

เสียงคริสเอ่ยทัก ฉันหันหน้าไปมองเขาที่เลิกคิ้วขึ้นข้างก่อนจะยิ้มเหนื่อยๆส่งกลับไป จริงอย่างที่เขาพูด หนังสือพวกนี้ไม่ช่วยอะไรเลย

 

"ช่างมันเถอะ งั้นเอาพวกนี้ไปเก็บแล้วหาดูใหม่ละกัน :)"

 

รอยยิ้มที่คิดว่าปกติที่สุดถูกส่งไปให้คนตรงหน้า คริสพยักหน้าอย่างไม่เชื่อใจเล็กน้อยแล้วถือเอาหนังสือที่ตัวเองเลือกเดินไปเก็บอีกที่ชั้นหนังสือข้างๆโต๊ะของเราทั้งคู่


 



"นายเจออะไรบ้างมั้ย"

 

ฉันหยิบหนังสืออกจนเป็นช่องว่าง ก่อนถามคริสด้วยมองลอดช่องของชั้นหนังสือไปอีกฝั่ง คริสส่ายหน้าก่อนจะเริ่มหาต่อ ซึ่งฉันก็สอดหนังสือเล่มหนาเข้าไปเหมือนเดิม บางทีเรื่องราวแบบนี้อาจหาเบาะแสหรือเงื่อนงำอื่นๆได้แค่ที่สถานีตำรวจหรือโรงพยาบาลจริงๆล่ะมั้ง


พูดถึงโรงพยาบาลฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องไปดูผลชันสูตรศพพี่แท แต่ดูเหมือนพรุ่งนี้ฉันต้องวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องราวในสมุดบันทึกนั่น คงต้องให้เจสสิก้าไปดูให้แล้วล่


ฉันไล่สายตาอย่างตั้งใจไปตามสันหนังสืออีกครั้ง แต่เหมือนจะรู้สึกได้ว่าแถวกลางและต่ำลงไปจะดูหมดแล้ว คงต้องเงยหน้าหาแล้วล่ะ

 

"นั่นรึเปล่า?"

 

ฉันพูดกับตัวเองเบาๆเมื่อสายตาสังเกตถึงสันหนังสือปกสีแดงที่วางเอาไว้ท่ามกลางสันสีขาวทำให้มันเด่นสะดุดตา อะไรบางอย่างบอกว่านั้นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ ขาทั้งสองข้างเริ่มเขย่งและมือยื่นไปจับสันหนังสือเล่มนั้น แต่มันอยู่ชั้นบนสุดเลยนี่สิ แถมชั้นหนังสือมันอยู่เลยหัวฉันไปตั้งเยอะ

อาการท้อใจเริ่มคุกคาม ฉันหยุดเขย่งก่อนจะหันไปมองด้านหลังที่รู้สึกถึงเงาของใครบางคนทาบทับ คริสยืนเก็กอยู่ด้านหลัง ในมือทั้งสองยกบันไดเตี้ยไว้ก่อนจะวางให้ฉัน ฉันว่าเขามีประโยชน์ก็ตอนนี้แหละ

 

"ระวังดีๆ บันไดไม่ค่อยแข็งแรง จะรับน้ำหนักเธอได้รึเปล่าก็ไม่รู้"

 

เสียงทุ้มเอ่ยล้อจนฉันต้องหันไปทำท่าจะต่อยอีกคนถึงจะหยุด เขาหันมายืนดูฉันค่อยๆเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มนั้นแทน


ฉันมองไล่หาหนังสือสันแดงสักพัก ก่อนจะเจอมันหลบอยู่ในมุมที่ใครมักจะมองไม่เห็น ยกมือขึ้นเอื้อมหยิบมันทันที แล้วส่งให้คริสดู

 

"Magic Of Death จะเอาเล่มนี้หรอ?"

 

"ทำไมล่ะ?"

 

"การตายโดยใช้เวทมนตร์เนี้ยนะ ?"

 

"เออๆ เปลี่ยนก็ได้ๆ"

 

ฉันรีบคว้าหนังสือเล่มนั้นมาไว้กับตัวเอง แล้วรีบสอดมันกลับไปใส่ที่เดิมอย่างรวดเร็ว จนลืมไปว่าบันไดเตี้ยมันรับน้ำหนักได้ไม่เยอะ ทำให้ตัวฉันโคลงเคลงไปมาคล้ายจะตกอยู่รอมร่อ แต่โชคดีที่คริสใช้มือมาพยุงได้ทัน

 

"ขอบใจๆ"

 

"ทีหลังระวังหน่อย เกิดเป็นอะไรไป... ยัยซูยอนฆ่าฉันตายเลยดิ"

 

แต่ฉันก็สำนึกในบุญคุณครั้งนี้ได้ไม่นานเท่าไร เสียงทุ้มก็กวนประสาทขึ้นมาอีกระลอก พูดอย่างกับฉันเป็นเด็ก 5 ขวบ เดี๋ยวจับเอาหนังสือยัดปากเลยนิ

 

"แล้วเล่มนี่พอได้มั้ย?"

 

ฉันถามคนข้างตัว มือฉวยเอาหนังสือสันสีดำสนิทที่มองคล่าวๆถือว่าใช้ได้ส่งให้อีกคน คริสพลิกปกหนังสือไปมาก่อนจะขมวดคิ้ว มันมีอะไรน่าแปลกใจรึไงกัน?

 

 "Under The Moonlight , They Call Me 'Death'  ชื่อหลอนดี ลองเอาไปอ่านผ่านๆก่อนละกัน"

 

เมื่อได้รับความคิดเห็นจากคนตัวสูง ฉันก็ไม่รอช้ารีบกระโดดลงจากบันไดเตี้ยคว้าหนังสือเล่มนั้นเอาไปนั่งอ่านทันที คริสมองตามฉันมาอย่างงุนงงก่อนจะยกบันไดเตี้ยไปวางไว้ที่เดิมอย่างจำใจ


ถึงแม้จะไม่ได้เบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับการตายของพี่แทยอนหรือสมุดบันทึกเล่มนั้น แต่การอ่านหนังสือคดีฆาตกรรมแบบนี้อาจให้แง่คิดในการสืบข้อมูลต่างๆก็ได้ ฉันจะถือว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนลงสนามจริงที่ทั้งต้องเดิมพันด้วยชีวิตหรืออะไรหลายอย่างที่ไม่อาจคาดคิด หากจะต้องมีคนตายเพราะเหตุผลบางอย่างคงต้องยอมละนะ
 

 

 

 

 

 

 

Jessica 's Side

หลังจากที่คริสมารับซอฮยอนออกไปข้างนอกได้สักพัก ฉันก็ดูหนังบู๊แหลกนั่นจนจบ อยากจะบอกว่ามันส์มากให้ตายเถอะ ตอนสุดท้ายเป็นอะไรที่พระเอกเท่มากๆ ตอนที่พระเอกบู๊กับคนร้ายด้วยมือเปล่าก็ด้วย เท่จริงๆเลย ฮิ แต่อย่างว่าน่ะนะ ในชีวิตจริงจะมีคนแบบนี้อยู่หรอ ?

 

ติ้งหน่อง ~!

 

ฉันเพ้อถึงพระเอกในหนังได้ไม่นานเท่าไหร่ เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นจนฉันต้องรีบวางไอแพดในมือไว้ข้างตัว ตอนนี้ไม่น่าจะมีใครมาหาฉันที่บ้านนี่ แล้วกริ่งจะดังได้ยังไง ? หวังว่าดีโอคงไม่ได้กดมันเพื่อให้ออกไปเจออีกหรอกนะ =___=


แต่ก็นั่นแหละ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าใครมากดฉันก็คงต้องชะโงกหน้าออกไปดูอยู่ ไม่พบดีโอนะ แต่รถใครไม่รู้จอดขวางประตูบ้าน นี่ถ้าไม่ใช่คนรู้จัก ฉันจะด่ายับเลย - -


ไม่รอช้าฉันรีบลุกขึ้นไปคว้าแว่นจากข้างทีวีมาใส่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูหน้าบ้านชะโงกดูแขก

 

"มาหาใครคะ~?"

 

ฉันร้องทัก เงาตะคุ่มที่เหมือนจะแอบอยู่หลังรั้วบ้านทำให้มองเห็นรูปร่างของเขาไม่ชัด แต่เชื่อฉันสิว่าเขาเห็นฉันแล้วแน่นอน


ไม่นานเงานั้นก็ชะโงกหน้าออกมา หมวกแก๊ปสีดำลายเท่แบบผู้ชายปรากฏสู่สายตาฉันเป็นอย่างแรก ตามด้วยเสื้อและกางเกงสีเข้มขาสั้นคล้ายวัยรุ่นทั่วไป ฉันเพิ่งเห็นนะเนี้ยว่าทั้งสองมือของเขาหอบถุงมากมายไว้ ว่าแต่เขาคือใครกัน ?

 

"เห็นแล้ว ยัยป้าก็มาช่วยถือหน่อยดิ!"

 

"ย๊ะ! โอเซฮุน!"

 

ไม่ต้องรอให้เวลาเดินผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ฉันรีบสาวเท้าออกจากบ้านไปหาผู้มาใหม่ทันที หอบบ้าอะไรมาเยอะแยะ นี่เพิ่งบ่ายสามไม่มีงานการทำรึไง ?

 

ฉันรับถุงที่เซฮุนส่งข้ามรั้วเตี้ยๆมาดู เหมือนกับว่าในถุงจะใส่วัตถุดิบประกอบอาหารอยู่นะ แล้วเด็กนี่จะเอามาทำไม ฉันก็ทำอาหารไม่เป็นสักหน่อย

 

"เปิดประตูสักทีสิยัยป้า ผมร้อนนะ"

 

เสียงหวานตีบเอ่ยขัดเมื่อฉันเริ่มก้าวเท้ากำลังจะเดินเข้าบ้าน ฉันเบ้ปากออกมาอย่างขัดใจแต่ก็ยอมหันหลังกลับไปปลดล็อกประตูรั้วเสร็จสับแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที โดยไม่ลืมบอกให้คนเด็กกว่าล็อกประตู ...แล้วเรื่องอะไรฉันต้องให้เขาเข้ามาด้วยนะ -__-

 

 


"กินอะไรรึยังยัยป้า?"

 

แหม่ กำลังจะซึ้งที่ถามแต่พอมีคำว่ายัยป้าโพล่มาปุ๊บ ฉันชักอยากจะเข้าไปต่อยหน้าไอ้เด็กนี่จริงๆ ให้ตายดิ


หลังจากที่เซฮุนเปิดตู้เย็นแล้วไม่เจออะไรเลยนอกจากขวดน้ำและขนม เขาก็สั่งแกมบังคับให้ฉันเอาของที่เขาหอบลงจากรถมายัดใส่ตู้เย็นให้หมด เหตุผลน่ะหรอ ไอ้เด็กนี่มันบอกว่าเผื่อหลานไม่อยู่ยัยป้าจะได้ไม่อดตาย... ดูมันพูดดิ ! T [] T

 

"ทำไม นายจะทำให้ฉันกินรึไง?"

 

ฉันตอบกวนกลับ จริงๆฉันโทรสั่งพิซซ่าหรือไก่ทอดมานั่งกินคนเดียวก็ได้นะ แต่กลัวมาถ้าซอฮยอนกลับมาเห็นซากอาหารขยะแบบนั้น ฉันจะโดนมะเหงกนี่สิประเด็นหลัก บังเอิญว่าฉันเป็นโรคกลัวเพื่อนซะด้วย


เซฮุนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาเพียงแต่ยักไหล่เล็กน้อย ขายาวลุกขึ้นเดินผ่านหน้าฉันที่ยืนกอดอกพิงเคาท์เตอร์ตรงไปทางห้องครัวเพื่อเปิดตู้เย็น หยิบไข่ไก่มาสองฟอง นำทั้งสองฟองไปล้างแล้วหยิบชามอีกใบยื่นมาให้ฉันทั้งหมด อย่าบอกนะว่าจะให้ตอกไข่ ? โอ้เรื่องแค่นี้เอง !

 

"ยัยป้า! ตอกไข่ไม่ใช่ทุบไข่!"

 

"หะ?"

 

ฉันเงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่ยืนกุมขมับ บนใบหน้าของเขาฉายแววปวดใจอย่างเห็นได้ชัด ฉันก็ตอกไข่ถูกแล้วไง แค่แรงไปหน่อยจนไข่ขาวไข่แดงทะลักออกมาเอง ฉันผิดหรอ -[]-

 

เซฮุนมองฉันก่อนจะถอนหายใจ มือหนาฉวยเอาซากไข่ไก่ที่ไข่แดงเยิ้มจนจะถึงพื้นไปทิ้งแล้วนำผ้าสะอาดมาเช็ดก่อนจะดันให้ฉันออกจากห้องครัว อ่าวไม่สอนแล้วหรอ -__-?

 

"ไปนั่งรอเถอะ เดี๋ยวผมทำเอง"

 

และนั่งก็เป็นประโยคสุดท้ายที่ไอ้เด็กบ้านั่นพูดก่อนจะปิดประตูห้องครัวดังปังใส่หน้าฉัน ปล่อยให้ฉันยืนงงอยู่หน้าประตู ฉันผิดรึไงหะ!? =__=

 


ฉันนั่งเล่นไอแพดอยู่ที่โต๊ะกินข้าวสักพัก กลิ่นหอมฉุยก็ลอยมาแตะจมูก ภาพสโลโมชั่นของประตูห้องครัวที่ถูกเปิดออกพร้อมกับเซฮุนเดินถือข้าวห่อไข่ออกมา ทำเอาฉันตกตะลึงไปเล็กน้อย เด็กบ้านี่ทำอาหารได้หอมขนาดนี้เลยหรอ ?

ฉันมองสิ่งที่อยู่ในมือเขาอย่างประหลาดใจก่อนจะหันไปมองนาฬิกา ผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาก็ทำข้าวห่อไข่เสร็จ ถ้าเป็นฉันรอไปอีกสองชั่วโมงเถอะ ขอเวลาเคลียร์ครัวที่รกเพราะซากต่างๆด้วย

 

"ไม่กินหรอยัยป้า?"

 

"หะ? อ้อกินดิ"

 

ฉันสะดุ้งก่อนเอื้อมมือไปหยิบช้อนส้อม แต่เซฮุนกลับดึงจานข้าวห่อไข่ไปหาตัวเอง ทำเอาฉันหน้าเกือบทิ่มโต๊ะ อะไรของไอ้เด็กบ้านี่เนี้ย !?

 

"อะไร?"

 

"ผมอุตส่าห์ทำให้นะ"

 

เซฮุนพูดเกริ่นสิ่งที่ต้องการ ฉันจึงได้แต่เบะปากกลับไป ทวงบุญคุณรึไง ?

 

"ไม่ได้ขอสักหน่อยนี่"

 

ฉันตอบพลางยักไหล่ มือเอื้อมสุดตัวไปคว้าช้อนแล้วตักข้าห่อไข่เข้าปาก ฮิ ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะว่ามันอร่อยจริงๆ

 

ฉันตักข้าวห่อไข่คำแล้วคำเล่าโดยไม่ได้สนใจอีกคนที่นั่งมองฉันหน้านิ่ง เซฮุนทำหน้าไร้ความรู้สึกมองฉันนั่งกินข้าวห่อไข่ต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรมีเพียงแต่สายตาที่จ้องมาจนฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก

 

"หิวรึไง?"

 

"ผมกินมาแล้ว"

 

"แล้วมองอะไร ?"

 

เมื่อได้โอกาสฉันก็รีบถามอีกคนทันที เผื่อว่าถ้าหิวฉันจะได้ยกข้าวห่อไข่จานนี้ให้แล้วไปกินขนมในตู้เย็นแทน เพราะการที่เขามานั่งจ้องฉันกินข้าวแบบนี้มันยังเสียมารยาทและทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกอีกด้วย

 

เซฮุนไม่ตอบเพียงแต่จ้องมองฉันต่อไป ถ้าให้ฉันเดาไอ้เด็กบ้าต้องกำลังกดดันให้ฉันพูดว่าขอบคุณอยู่แน่ๆ -__- แต่ฉันไม่พูดหรอก ไม่มีทาง แบร่ !

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.



"อะๆ แฮมเลยนะ ไม่กินจริงหรอ ~ ?"

 

สุดท้ายฉันก็ต้องมานั่งง้อไอ้เด็กบ้านี่จนได้ ก็ดูดิเล่นไม่พูดอะไรกับฉันอีกเลย เอาแต่จ้องหน้า จ้องจนหน้าฉันสึกหลอไปหมดแล้วเนี้ย อะไรกัน ทั้งๆที่ฉันไม่ผิดสักหน่อย -__-

 

"..."

 

ฉันลดมือที่ยื่นส้อมจิ้มแฮมไปให้อีกคนลง เซฮุนไม่มีท่าทีตอบสนองต่อการกระทำของฉันเลยสักนิด เพราะงั้นไส้กรอกและแฮมที่มีอยู่ในจานข้าวห่อไขจึงยังไม่น้อยลงไปเลย จะให้ทิ้งก็เสียดาย ฉันเองก็อิ่มแล้วด้วยนี่สิ

 

"ย๊ะโอเซฮุน ทำไมนายเป็นแบบนี้เนี้ย!?"

 

ถึงจะตวาดถามไปอย่างนั้นก็เถอะ ฉันลุกจากเก้าอี้ของตัวเองเดินไปหาอีกคนที่มองตามการกระทำของฉันด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ดูก็รู้ว่าแกล้งทำ ไอ้เด็กบ้า ไอ้คนปัญญาอ่อน ! ใจจริงไม่ได้อยากจะง้อหรืออะไรหรอกนะ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ไอ้เด็กนี่ก็เอาแต่จ้อง จ้องจนฉันอยากจะมุดดินแล้วเนี้ย !

 

"อ้าปากกก!"

 

เพราะสติที่เริ่มขาด มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือส้อมไว้จึงเอื้อมไปดึงคอเสื้ออีกคนให้หันมาอ้าปากแต่โดยดี ฉันเปล่าฮาร์ดคอแค่อารมณ์มันพาไป แต่เซฮุนเองก็ยังคงนิ่งเฉย แววตาเริ่มขุ่นมัวเล็กน้อย ให้ตายเถอะ คำว่าขอบคุณมันเอาไปขายแล้วได้เงินรึไงกัน ?

 

"กินแฮมกับไส้กรอกให้หมด แล้วฉันจะพูด"

 

ฉันเอ่ยจบก็หลบตาถอนหายใจ เอออยากฟังมากนักฉันยอมพูดก็ได้ และเมื่อฉันลืมตา ไส้กรอกและแฮมในจานก็หายเกลี้ยง โอ้ก็อดอะไรจะเร็วขนาดนี้ ! พอหันไปมองอีกคน เซฮุนก็กำลังเคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย นัยน์ตาคมจ้องมองฉันไม่วางตา

 

"พูด"

 

คนเด็กว่าพูดย้ำจนฉันเริ่มเลิกลั่ก อะไรกัน ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยนะ !

 

"ยัยป้า"

 

"หะ?"

 

"อย่าผิดคำพูดดิ"

 

ฉันกลืนก้อนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก็แค่ไม่ชอบพูดขอบคุณอะ! แล้วอีกอย่างฉันไม่ได้ขอด้วยนะ ! ธูธ

 

"เออๆๆ ขอบใจ จบนะ !"

 

ฉันรีบพูดขอบใจอีกคนอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินเลี่ยงมานั่งที่ห้องนั่งเล่นโดยไม่ลืมหยิบไอแพดติดมือมา หมดกัน ทำไมฉันไปทำตามที่เด็กนั่นพูดได้ง่ายดายขนาดนี้นะ

 

"ดีมากครับ เห็นมั้ย แค่คำว่าขอบใจนิดเดียวเอง"

 

"กลับบ้านไปได้แล้วไป !"

 

"เดี๋ยวขอผมล้างจานให้ก่อนนะครับ อ้ะๆ พอมีคนทำอะไรให้แล้วต้องพูดว่าอะไรนะยัยป้า?"

 

"ไอ้เด็กบ้าาา!"

 

ฉันสกรีมออกมาทันทีที่เซฮุนพูดจบ มือทั้งสองยกขึ้นมาอุดหูเพื่อให้รอดพ้นเสียงของไอ้เด็กปิศาจนั่น รู้งี้ไม่น่าหลวมตัวไปเล่นตามเกมไอ้เด็กบ้านั่นเลย อยากฟังมากใช่มั้ยกับแค่คำว่าขอบใจ คราวหลังจะพูดให้ฟังทุกครั้งที่เจอเลยคอยดูเหอะ !!















Author 's Side
ฮิ พาร์ทซอก็พอเกี่ยวกับเรื่องอยู่นะ แต่สิก้า... ก้ากกกก
ทำไมอิเน่มันกวนสิก้าจังเลยคะ ตอบบ !!
ใครอยากตามหาฆาตกรก็สามารถช่วยน้องซอหาได้นะเออ แต่ตั้งสังเกตเงื่อนงำดีๆนะ คิคิคิ
ขอบคุณคนเม้นขอบคุณคนหลงมาอ่านขอบคุณคนโหวต เรื่องนี้เก็บเป็นเฟบได้นะเธอๆ
ตอนนี้หน้าไม่แหกแฮะ กลัวแหกจีๆเลอ -__-
เจอกันตอนหน้าเมื่อชาติต้องการ ฮิ


#กองทัพเดินด้วยท้องคนแต่งเดินด้วยเม้น

 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #223 miwseo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 07:18
    มีซอที่ไหนก็ต้องมีคิสที่นั่นสิน่ะ ฮิ้ววว ><
    ฮุนศิกน่ารัก ><
    #223
    0
  2. #217 ..Gotmad.. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 00:37
    เอ๊...? เดาว่าคริสซอไคแหง่มๆ แต่นะ มีอะไรตุๆอ่ะไม่เอาและ รอตอนต่อไปดีฟร้าาาา~~~
    #217
    0
  3. #216 ..Gotmad.. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 00:07
    เอ๊ะ..? อะไรยังไง งืมๆๆๆ
    #216
    0
  4. #200 Shiningstars (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 19:54
    เห้ยย ทายถูกด้วยว่าเป็นโด้555555 สนุกมากเลยค่ะไรต์ฮุนสิกน่ารักมาก
    #200
    0
  5. #171 เซซิลีน' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 20:52
    คริสซอก็น่ารัก ฮุนสิกก็น่ารัก โอ ๊ยยยย  
    #171
    0
  6. #151 SEOHYUN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 12:29
    สนุกมากอ่ะ
    #151
    0
  7. #137 แมวน้ำ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2556 / 21:03
    เน่กับสิก้าน่ารักอ่ะ ><
    แล้วทำไมตอนแรกดีโอไม่อยากให้พวกสิกเข้ามายุ่งนะ
    แล้วแทเกี่ยวอะไรกับดีโอรึป่าว โอ้วววว
    #137
    0
  8. #122 pronaveiy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 20:12
    - ฮุนสิกน่ารักมากงะ555555
    ช่วยเรื่องหายหลอนได้เยอะเลย
    ฆาตกรเป็นใครนะ?

    #122
    0
  9. #119 ๙..กบ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 17:58
    รีบอ่านนะซอจู ><
    ขอให้เจอไวๆล่ะ :D
    #119
    0
  10. #100 PLOYLOVELY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 19:39
    ฮุนสิกน่ารักอะ ><
    #100
    0
  11. #99 ~,..>Husuju''< (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 12:19
    อิเน่ก็นะ หล่อนก็เรียกเจส ยัยป้าๆ ตลอด คิคิคิ

    คริสซอเหมือนจะมีโมเม้น ฮาาา
    #99
    0
  12. #94 pim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 22:44
    ฮุนสิกน่ารักอ่ะ>
    #94
    0
  13. #93 TheTex (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 00:25
    เกร้สสสสสสส  ฮุนสิกน่ารักมากอะโอ้ย<3
    #93
    0
  14. #92 yai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 21:22
    ฮุนสิกน่ารักอะ
    #92
    0
  15. #90 nok (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 21:08
    คริสนี่กวนจริงๆเลย ซอสู้ๆ!

    ติดตามนะคะ ^^
    #90
    0
  16. #87 jaja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 20:07
    คริสนี่กวนจริงๆเลย
    #87
    0
  17. #86 นานา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 19:59
    สิก้าพุดขอบคุณมันยากนักเหรอ ส่วนเซฮุนก็กวนสิก้าจัง555คู่นี้น่ารักดีชอบ
    #86
    0
  18. #84 Mago_Hun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 16:06
    ซอจูสู้ๆ!
    รอฮุนสิกจ้าา
    #84
    0
  19. #83 `n/M9♡. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 / 23:05
    ซอสู้สู้นะ <3 รอฮุนสิกนะคะ แล้วซอนี่โทรไปบอกฮุนไท่ถามสิก้าสักคำ .. 55555
    #83
    0
  20. #82 LoveSNSD KSSM 2S (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 / 20:12
    เค้าจะตามหาฆาตกรกับน้องซอเอง
    #82
    0
  21. #81 ~,..>Husuju''< (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 21:41
    ต่อไปเจอคู่กัดกัน ? ฮาาา
    #81
    0
  22. #80 sj snsd 4ever (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 20:53
    ซอสู้ๆ ><
    ติดตามนะคะ ^^
    #80
    0
  23. #79 นานา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 19:44
    ลุ้นๆให้น้องซอไขปริศนาออก เซฮุนไปสอนเจสทำกับข้าวครัวจะพังมั้ย
    #79
    0
  24. #78 ~,..>Husuju''< (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 15:38
    หวังว่าโด้คงจะช่วยอะไรได้มากนะ คิคิคิ

    ซอฮยอนก็น่าจะออกมากะเจสนะ ปล่อยออกมาคนเดียวได้ไง
    #78
    0
  25. #76 Mago_Hun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 18:12
    รอจ้ะรอ~~
    #76
    0