△ Death Diary . [ exo snsd ]

ตอนที่ 4 : ' T H I R D P A G E '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 ม.ค. 57

 

[ 03 . 06 . xx ] 



               "แล้วตกลงรีบมาโรงพยาบาลทำไม?" คริสถามอย่างข้องใจ ทำให้ซอฮยอนได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกรอบ ก็ตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาลและเข้ามาเยี่ยมคุณน้าของเจสสิก้าคนข้างตัวก็ถามประโยคนี้ซ้ำไปมา ทั้งที่เธอเองก็เล่าไปตั้งหลายรอบแล้ว เธอล่ะอยากรู้จริงๆว่าตัวเองเล่าไม่เข้าใจหรือคริสมึนเองกันแน่

 
               "ก็บอกว่าในสมุดบันทึกมันเขียนบอกเอาไว้ไง" คริสทำหน้านิ่งมองซอฮยอนอย่างเอือมระอาในคำตอบ ถามกี่รอบก็ให้คำตอบเดิมๆ เขาไม่เห็นจะเข้าใจตรงไหนว่าทำไมต้องรีบมาด้วยซ้ำ

 
               "เอ้าๆ อย่าเพิ่งทะเลาะ แล้วในนั้นมันเขียนว่าไงมั่งล่ะ ?" ปากเรียวของเจสสิก้าพูดขัดทั้งสองที่เริ่มจะวางมวยกันอีกรอบ เธอน่ะเข้าใจที่ซอฮยอนพูดอยู่หรอก แต่แค่ไม่เข้าใจว่าในนั้นเขียนอะไรลงไปบ้างถึงทำให้เพื่อนสนิทรีบตรงดิ่งมาโรงพยาบาลขนาดนี้ และเธอเองก็มั่นใจว่าคริสก็คงอยากรู้เหมือนกันถึงได้พยายามถามซอฮยอนแบบนั้นออกไป

 
               "แค่เขียนสถานที่ว่าโรงพยาบาล H ผู้ป่วยใน ฉันเลยรีบมา"

               "'งั้นหรอ" เจสสิก้าพยักหน้าหงึกหงักพลางนึกถึงความหมายนัยน์ที่ข้อความเหล่านั้นต้องการจะสื่อ หรืออาจเพราะเจ้าของเรื่องราวจะมาโรงพยาบาลนี้เพื่อนของเธอจึงรีบมาสินะ ซอฮยอนนี่ฉลาดจริงๆ ! เจสสิก้ายกยิ้มให้กับเพื่อนสนิท พลันความคิดบางอย่างก็แว้บเข้ามาในหัว

 
                "แต่มันมีตั้งหลายตึกนะ บางทีอาจจะตึกอื่น" 

               "อ่า..." เพราะคำพูดของเจสสิก้าทำให้ซอฮยอนฉุกคิดขึ้นมา คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างลืมตัว

 
                จริงสิ แล้วมันจะเป็นตึกไหนกันแน่ ตึกหนึ่งก็มีตั้งหลายชั้น

 
               "นี่ยัยป้า ตึกผู้ป่วยในมีตึกใหญ่ตึกเดียวต่างหาก" เสียงทุ้มหวานดังขึ้น เซฮุนถอนสเตโทสโคปออกจากหูส่งมันคืนให้นางพยาบาลคนหนึ่งที่ถือแฟ้มกำลังเดินออกจากห้องไป เขาที่ตรวจร่างกายประจำวันคุณน้าเสร็จหันมาได้ยินเจสสิก้าพูดพอดี จึงตั้งใจแก้ข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อซอฮยอนจะได้ไม่กังวล

 

     เซฮุนเหลือบมองเจสสิก้าแว้บหนึ่ง คิ้วเรียวยักขึ้นอย่างกวนประสาท ก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอกด้วยท่าทีจงใจกวนประสาทคนแก่กว่า

 
               "ไปดูแลน้าฉันต่อไป เรื่องผู้ใหญ่เด็กไม่เกี่ยว" คนโดนกวนประสาทมองรุ่นน้องอย่างเย้าะเย้ย เธอเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วเองว่าเซฮุนคือรุ่นน้องที่ซอฮยอนรู้จักคนนั้น ปากเรียวที่ยกยิ้มเหนือกว่าราวกับผู้ชนะไม่ได้ทำให้เซฮุนสะทกสะท้านเท่าไหร่ ร่างสูงยักไหล่ก่อนจะลากเก้าอี้มาร่วมวงสนทนา

 
               "คุณน้าหลับไปแล้ว จะให้ผมไปดูแลผีที่ไหนล่ะ?"

 
               "ไอ้โอเซฮุน!"

 

               "ฮิ" ร่างสูงขำออกมาน้อยๆ กับท่าทางของเจสสิก้า เขาเองก็เพิ่งได้รู้เมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่แล้วนี่ล่ะว่าคนใส่แว่นตรงหน้าอ่อนไหวกับเรื่องภูตผีวิญญาณแค่ไหน พูดนิดพูดหน่อยล่ะปั้นตาเขียวใส่เขาทันที

 
               ผีเผอมีจริงที่ไหนล่ะยัยป้า

 
               "เอาเถอะครับ แล้วพี่จำเป็นต้องไปหาเจ้าของเรื่องราวในสมุดด้วยหรอครั?" เซฮุนเปลี่ยนประเด็น เด็กหนุ่มหันไปถามซอฮยอนที่นั่งเปิดสมุดบันทึกไปมาอยู่บนโซฟาข้างคริสด้วยสายตาจริงจัง คนถูกถามจึงเงยหน้าขึ้นมาทำสีหน้าลำบากใจ ความจริงมันไม่ใช่เรื่องของเธอเลยสักนิดเดียว เธอเพียงแค่อยากรู้ความจริงว่าสมุดบันทึกเล่มนี้มันอาจเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อและพี่สาวเธอก็เป็นได้

 
               "งั้นฉันจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง..." และซอฮยอนก็เริ่มเท้าความไปสู่อดีต ตั้งแต่ตอนที่พบศพพ่อของเธอตาย..



 

 

 

 

 .
..
...

 

               "เพราะแบบนี้เธอเลยอยากตามหาเจ้าของเรื่องราวใช่มั้ย?" เจสสิก้าถามเสียงสั่นกับเรื่องที่เธอเพิ่งได้รู้ การตายของทั้งพ่อของซอฮยอนและพี่แทยอนเหมือนกันจนน่าใจหาย

     ซอฮยอนพยักหน้าช้าๆ มือบางจับสมุดบันทึกเปิดไปที่
หน้าบันทึกของวันพรุ่งนี้ที่ถูกเขียนไว้ตั้งแต่วันนี้อย่างไม่เข้าใจ เธอไม่เคยเข้าใจว่าทำไมบันทึกของวันต่อไปถึงปรากฏขึ้นมาบนหนังสือตั้งแต่เมื่อเช้า

 
               มันแปลกจนฉันไม่กล้านึกถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น

 
               "แล้วถ้าลองค้นหาในเว็บไซต์จะเจอเรื่องราวอะไรบ้างมั้ย?" คริสเอ่ยทัก ทั้งซอฮยอนและเจสสิก้าต่างมองหน้ากันอย่างเห็นชอบในความคิดของคริส มือบางของซอฮยอนหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดยุกยิกทันที โดยมีเจสสิก้าช่วยกดค้นหาอีกแรง ผิดกับเซฮุนที่นั่งนิ่ง เด็กหนุ่มมองซอฮยอนที่กดโทรศัพท์อย่างเร่งรีบ พลันความคิดที่ว่าเรื่องราวผิดปกติก็เกิดขึ้น เขาเริ่มจับผิดสังเกตได้ว่าทำไมยายเฒ่าที่รุ่นพี่คนสนิทเล่าถึงรู้เรื่องราวดีขนาดนั้น แต่แล้วเขาก็โยนความคิดนั้นทิ้งเสีย บางทีอาจเป็นหมอดูหรือหมอเดาล่ะมั้ง

 
               "เจอแล้วๆ!" เสียงร้องของเจสสิก้าเรียกให้อีกสามคนรีบชะโงกหน้ามองไปที่โทรศัพท์ของเธอทันที แต่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาสำหรับเซฮุนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาชะโงกหน้ามาใกล้มากเกินไปเพราะอ่านตัวหนังสือไม่ชัด มือบางจึงจัดการดันหน้าของเด็กกวนประสาทออกแล้วอ่านให้ทุกคนฟังแทน

 
               "คนที่เจอสมุดบันทึกที่มีตัวหนังสือเขียนว่า death diary หากไม่รีบตามหาเจ้าของเรื่องราวที่อยู่ในนั้นให้เจอ เจ้าของเรื่องราวจะมีอันเป็นไป.." เสียงหวานแผ่วเบาลง บ่งบอกว่าเธอช็อคกับเนื้อหาและข้อมูลของมัน เจสสิก้าเงยหน้าขึ้นมองแต่ละคนที่ทำหน้าเครียดก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้คนตรงหน้าอ่านแทน เซฮุนที่กำลังวิเคราะห์ข้อความเหล่านั้นอยู่มองอีกคนงุนงง แต่ก็ยอมอ่านต่อทันทีโดยไม่มีข้อแม้

 
               "สมุด death diary เป็นเหมือนสมุดบันทึกธรรมดา แต่ความแปลกของมันคือเมื่อเวลาผ่านไปตัวหนังสือจะปรากฏขึ้นเอง โดยบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าของสมุดในวันหนึ่งว่าได้ไปทำอะไรที่ไหนมาบ้าง" ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องผู้ป่วย เซฮุนเงยหน้ามองแต่ละคนที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง โดยเฉพาะซอฮยอนที่พลิกหน้าสมุดไปมาราวกับหาอะไรบางอย่าง เด็กหนุ่มไม่รอช้าก้มหน้าลงไปอ่านข้อมูลนั้นจนจบ

 
               "เนื่องจากเป็นสมุดเล่มบาง ว่ากันว่าถ้าหน้าในสมุดมีตัวหนังสือปรากฏขึ้นมาจนไม่เหลือหน้าต่อไป เจ้าของสมุดจะตาย"

 

     ควับ!

 

     ทั้งสี่คนหันไปมองหน้ากันเองอย่างรวดเร็ว ในหัวแต่ละคนมีคำว่าตายลอยเต็มไปหมด ขนาดเซฮุนเองที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องตำนานยังอดหลอนไปไม่ได้

 
               หากมันไม่ใช่ตำนานแต่เป็นเรื่องจริงคงจะน่ากลัวน่าดู

 

      เซฮุนส่งโทรศัพท์ในมือคืนเจ้าของก่อนจะนั่งเงียบเรียบเรียงข้อมูลตำนานของสมุดบันทึกหลอนนี่อีกครั้ง

     ด้านสามคนที่เหลือที่เพิ่งรับฟังเรื่องราวต่างทำหน้าเครียดกันทุกคน หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนแล้วคงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป มือบางที่เริ่มสั่นของซอฮยอนหยิบสมุดขึ้นดูมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สายตาที่เธอมองกลับเต็มไปด้วยแววตาหวาดกลัว

 
               นี่มันโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่ฉันเผลอไปเห็นสมุด death diary และเก็บมันเอาไว้

 
               "ไม่มีเว็บไซต์อื่นแล้วหรอซูยอน?" คริสเอ่ยทำลายความเงียบ เขาไม่อยากให้ทุกคนหวาดกลัวกับตำนานที่ไม่น่าเชื่อนี่จนมากเกินไป บางทีเว็บไซต์อื่นอาจมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้

     เจสสิก้าก้มลงกดโทรศัพท์ยุกยิ
กอีกครั้ง เวลาผ่านไปเธอกลับเงยหน้าแล้วส่ายหัวไปมาช้าๆ

 
                  เป็นไปได้ยังไงที่จะมีอยู่เพียงแค่เว็บไซต์เดียว...

 
               "ไม่มีจริงๆหรอเจส?" ซอฮยอนถามย้ำซึ่งเจสสิก้าก็ได้พยักหน้าตอบกลับไปอย่างหวาดๆ ในใจเธอตอนนี้รู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง ลางสังหรณ์ที่เป็นลางร้ายบอกว่าอีกไม่นานจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

     จ๊อก ~!

 

     เสียงท้องร้องดังขึ้นขัดบรรยากาศ คริสยิ้มแหย่ก่อนขอตัวออกไปซื้ออาหารและขนมกับซอฮยอนมาเตรียมไว้เผื่อทุกคน ทำให้บรรยากาศชวนหลอนหายไปทันใด

 
               "เดี๋ยวมา ไปกินข้าวกลางวันแป๊บเดียว" ร่างสูงและซอฮยอนหายไปจากห้องผู้ป่วยทันทีที่พูดจบ เซฮุนมองตามสองคนนั้นไป ศีรษะส่ายไปมาน้อยๆ แล้วเริ่มเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย บรรยากาศชวนหลอนหายไปแล้ว แต่เจสสิก้ากลับไม่ได้โล่งใจซะทีเดียว หากถามว่าเธอเชื่อมั้ยกับสิ่งที่เว็บไซต์บอก แน่นอนว่าไม่เชื่อ แต่เธอแน่ใจว่าลางบอกเหตุของเธอแม่นยำกว่าใคร

 
         มันไม่ใช่เรื่องจริง มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงสิ


 

 

 

 

 

 

     สักพักเมื่อไม่มีอะไรให้คิด เจสสิก้าก็เข้าสู่นิทราโดยอัตโนมัติ เซฮุนละสายตาจากเกมในโทรศัพท์ตรงหน้าไปมองอีกคนที่ยึดโซฟาเป็นของตัวเอง ปากบางของเด็กหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ทั้งที่บอกว่าไม่ง่วงและจะไม่นอนเด็ดขาด ตอนนี้กลับสลบไสลไปแล้ว เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปถอดแว่นตาที่เจสสิก้าใส่ติดตัวตลอดเวลาออกให้อย่างหวังดี

 
               ขนาดตอนนอนยังไม่ยอมถอดแว่นเลยยัยป้าเอ๊ย

 

     คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อได้เห็นใบหน้าไร้แว่นตาของคนที่ตนเองมักจะกวนประสาทอยู่บ่อยครั้ง ขนตาที่งอนยาวบวกกับตาเรียวที่หลับพริ้ม ทำให้ใบหน้าของเธอน่ามองขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ไหนจะจมูกที่มีดั้งและปากเรียวเล็กที่มักจะกัดจิดเขาอยู่ตลอดเวลา

 
               พูดตามความจริงยัยป้าก็น่ารักน่ะนะ

 

     เซฮุนคิด ไหล่หนาไหวอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันกลับไปเล่นเกมที่เล่นค้างอยู่ต่อทันที

 

     พลึ่บ!

 

     จู่ๆไฟทั้งห้องก็ดับลงไปเฉยๆ นิสิตแพทย์มองรอบๆตัวอย่างแปลกใจ ค่าไฟทางพยาบาลก็จ่ายหมดอยู่แล้ว ทำไมไฟถึงดับได้ มือของเด็กหนุ่มกดออกจากเกมและยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงทันที ขายาวรีบเดินออกจากห้องไปดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นๆตามหน้าที่หมอ

 

      เจสสิก้าลืมตาขึ้นภายใต้ความมืด ความเย็นของแอร์ที่ถูกตัดไปยังหลงเหลืออยู่เล็กน้อยพอให้ได้หายใจ เธอกระพริบตาปริบๆเพื่อปรับสายตา ก่อนจะเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อเริ่มเห็นเงาลางๆของใครหลายคนยืนมองมาทางเธอ มือเรียวคว้าแว่นตาที่คิดว่าเผลอไปถอดออกขึ้นสวม ตาลองหันไปทางเงานั้นใหม่อีกครั้งแล้วถอนหายใจโล่งอก ขาทั้งสองข้างค่อยๆลุกเดินจากโซฟาไปที่หน้าต่างอย่างระมัดระวัง เธอคิดว่าบางทีน้าของเธออาจจะยังไม่ตื่น ดังนั้นเธอก็ไม่ควรชนของล้มระเนระนาด ตัดสินใจดึงที่ล็อคของหน้าต่างบานเลื่อนลงแล้วเปิดให้มันมีช่องระบายอากาศน้อยๆให้คนในห้องได้มีออกซิเจนหายใจ

 
               อย่างน้อยฉันก็รอบคอบละนะ

 

ขาเรียวเดินลัดเลาะไปทางเดิมแต่กลับเลยไปถึงประตูห้องที่มีเสียงชุลมุนวุ่นวายอยู่นอกบาน เธอเองก็เพิ่งสังเกตได้ว่าเซฮุนออกจากห้องนี้ไปแล้ว ไหล่บางยักขึ้นอย่างไม่สนใจแล้วผลักบานประตูออกไปทันที

 
               จะไปไหนก็เรื่องของเขา ฉันไม่เกี่ยวสักหน่อย

 

     เมื่อออกมายืนอยู่หน้าห้องเจสสิก้าก็ได้แต่อึ้งในความวุ่ยวายของเหล่าพยาบาลและหมอหรือจะญาติคนไข้ ที่วิ่งวุ่นกันไปหมด ไหนจะความมืดที่ทำให้มองเห็นอะไรลางๆแล้ว ความวุ่นวายตรงหน้าแทบจะกลืนกินร่างของเธอไปได้เลย

 

     พลั่ก!

 
               "โอ้ะ!" แต่แล้วเมื่อเธอกำลังจะหมุนตัวเปิดประตูเข้าไปในห้องเหมือนเดิม กลับมีใครบางคนวิ่งมาชนเธออย่างแรงจนเซไปด้านหน้า โชคดีที่มือยกขึ้นยันประตูไว้ได้ทัน แต่สิ่งที่โชคร้ายคือแว่นดันหลุดไปนี่สิ !

     เจสสิก้านึกกร่นด่าคนที่วิ่
งชนแล้วไม่ขอโทษอย่างโกรธเคื่อง เธอหรี่ตาก่อนก้มตัวไปนั่งยองๆกับพื้น มือไม้คลำหาแว่นตายกใหญ่ เธอได้บทเรียนแล้วว่าไม่ควรซื้อแว่นสีดำมาเลยจริงๆ

 
               หรือมันจะถูกเหยียบเละไปแล้ว ?

 

     เธอส่ายหัวกับความคิดของตัวเอง ในใจภาวนาขอไม่ให้เป็นอย่างที่คิด เธอไม่ดีใจเท่าไหร่หรอกหากต้องทนนั่งมองยืนมองวิญญาณมากมายในโรงพยาบาลแห่งนี้


    เจสสิก้าหลับตาถอนหายใจอย่างอ่อนเพลีย สายตาเผลอมองขึ้นด้านบนอย่างห้ามไม่ได้ แต่แทนที่เธอจะได้เห็นแพดานของโรงพยาบาลที่มืดมิดเธอกลับมองเห็นเป็นสีขาวนวลแทน ดวงตาโตเรียวเบิกกว้างเพราะไม่ว่าจะหันไปทางใดก็กลายเป็นสีขาวไปหมด เจสสิก้าก้มลงมองที่ปลายเท้าอย่างคาดหวังว่าจะเจอแว่นตาของตนเอง แต่เปล่าเลย ! ไม่มีแม้แต่พื้นสีเทาอ่อนของโรงพยาบาล ถ้าจะบอกว่าเธอหลุดเข้ามาให้โลกที่มีแต่สีขาวคงไม่แปลก

 
               "อ..อะไรเนี่ย?" เสียงหวานเปล่งออกมาขาดๆหายๆ ความกลัวฝังลึกไปทุกอนูของผิว ใช่ เพราะเธอรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เท้าเล็กเริ่มก้าวถอยหลังเมื่อรู้สึกถึงบางอย่าง แต่กลับต้องซะงักเพราะความรู้สึกเหนอะหนะเหมือนเดินบนน้ำแตะที่ปลายเท้า


     เจสสิก้าเหลือบไปดูด้านหลังอย่างหวาดกลัว จมูกย่นขึ้นนิดๆเมื่อได้กลิ่นเหม็นสาบ แล้วเธอกลับต้องเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อสิ่งที่เธอเห็นและเพิ่งเหยียบไปคือของเหลวสีแดงเข้มจนเกือบดำ ! ปากบางอ้ากว้างราวกับกำลังส่งเสียงร้องออกมาแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาทั้งสิ้น สายตาเธอมองตามของเหลวนั้นไปจนพบกับร่างของใครคนหนึ่ง เจสสิก้ามองอีกคนตาค้าง ผู้ชายที่ตัวเล็กแต่ดูเป็นวัยรุ่น ชุดนักศึกษาของเขามีคราบเลือดอยู่เต็มด้านหน้าแถวท้อง จนเธอต้องเบือนหน้าหนี

 
               โพล่มาแค่สภาพธรรมดาก็น่ากลัวอยู่แล้ว นี่เล่นมาตอนก่อนตาย

 
               "หึๆๆ" เสียงหัวเราะของวิญญาณผู้ชายตนนั่นทำเอาเจสสิก้าทำสีหน้าแหยแก ตาเรียวใช้หางตามองวิญญาณอย่างหวาดๆ พลันแข้งขาของเธอก็สั่นไปหมดเมื่อเห็นว่าเขามาอยู่ด้านหน้าเธอแล้ว!



               "น..นายเป็นใคร"



               "หึๆๆ"

 

      หมับ!



               "กร.. อึก!" เจสสิก้าที่ตั้งใจจะลองคุยกับวิญญาณอย่างเป็นมิตรด้วยใจที่พยายามข่มความกลัวเอาไว้ แต่ดูเหมือนวิญญาณตนนี้กลับไม่ต้องการความเป็นมิตรเอาเสียเลย มือแกร่งเอื้อมมาจับต้นคอของเธอจนแทบจะลอยหวือด้วยมือเดียว ตาคมมองมาที่เจสสิก้าอย่างอาฆาต

 
               "อย่ายุ่งกับสมุดนั่น!" เสียงแข็งกร้าวดังสะท้อนไปมาในโสตประสาทของเจสสิก้า มือทั้งสองพยายามงัดมือไร้เลือดของวิญญาณออก เมื่อเป็นดังนั้นวิญญาณตนนั้นก็เอื้อมอีกมือมาบีบคอเธอไว้ทั้งสองข้างด้วยสายตาที่แข็งขึ้น เจสสิก้าพยายามดิ้น ในใจก็นึกถึงลางสังหรณ์ของตัวเอง เธอคิดไว้แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ลางสังหรณ์เธอไม่เคยผิดไปเลยสินะ

 
               "ป..ปล่อย แค่ก"

 
               "เลิกยุ่งกับสมุดนั่นซะ!" เสียงแข็งตวาดเจสสิก้าอีกระลอกทั้งยังเพิ่มแรงในการบีบต้นคอของเธอมากขึ้น เจสสิก้าหน้าถอดสี เธอรู้สึกได้ว่าสติของตนเองค่อยๆเลือนหายไปช้าๆ ดวงตาพร่ามัวการมองเห็นเริ่มไม่ชัด หรือเธอกำลังจะตายเพราะน้ำมือวิญญาณตนนี้หรอ ?

 
                "ฉ..ฉันอยากช่วยเพื่อน แค่ก ห..หาคนที่ฆ่าพี่สาว" เจสสิก้ากลั้นใจพูดสิ่งที่เธอคิดออกมา มันค่อนข้างยากเย็นที่จะเปล่งเสียงออกไปแต่เธอกลับพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการพูดอ้อนวอนวิญญาณตรงหน้า ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบวิญญาณตนนั้นมองอีกคนด้วยแววตานิ่ง มือทั้งสองผ่อนแรงลงเล็กน้อยแต่ยังไม่ปล่อย พลันเสียงหัวเราะหึในลำคอดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณอีกครั้ง มุมปากหยักของวิญญาณยกยิ้มอย่างไม่น่าไว้วางใจ

 
                  "จำไว้ให้ดีล่ะ" เมื่อวิญญาณตรงหน้ากำลังเอื้อนเอ่ยบางสิ่งที่ดูสำคัญ เจสสิก้าก็รีบลืมหูลืมตากลั้นใจฟังสิ่งนั้นทันที ถึงแม้จะจับไม่ค่อยได้ศัพท์เท่าไหร่ก็เถอะ ตาเรียวกระพริบปริบๆเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อทั้งโลกเริ่มพร่ามัวและมืดมิดลงไปในที่สุด...

 
                   "ชื่อของฉันคือ..."

 



 

 

 

 


     ทางด้านซอฮยอน เพราะไฟในโรงพยาบาลดับไปทั้งหมดทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย จนทั้งเธอและคริสที่ขณะนั้นกำลังเลือกซื้อขนมในมินิมาร์ทขึ้นไปฝากเซฮุนและเจสสิก้า ต้องโดนไล่ให้ออกไปนั่งอยู่ที่สวนด้านหลังของโรงพยาบาล ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะชะโงกหน้ามองผ่านกระจกโรงพยาบาลเพื่อดูเหตุการณ์ด้านในที่ดูยังไม่สงบลงไปเลย

 
                แล้วอีกนานแค่ไหนกว่าฉันจะได้เข้าไปเนี้ย ?

 

     ซอฮยอนส่ายศีรษะน้อยๆตาเรียวเหลือบไปมองคริสที่นั่งอยู่บนม้านั่งเดียวกัน แต่คนข้างตัวดูจะมีท่าทีสบายๆ คริสนั่งเล่มเกมในโทรศัพท์อย่างไม่รู้ไม่สนเหตุการณ์ชุลมุน เห็นแล้วมันขัดใจเธอไม่น้อย

 
               "นี่ ถ้าเกิดว่ามีคนจงใจสับคัพเอาท์ล่ะ?" ซอฮยอนเอ่ยถาม คริสเงยหน้าขึ้นมาจากเกมพลันคิ้วหนาก็ขมวดเป็นปม เขาคิดว่าซอฮยอนเริ่มจะเพ้อเจ้อกับเรื่องตำนานของสมุดอะไรนั่นมากไปแล้ว

 
               "ไฟอาจจะตัดไปเอง ไม่เห็นต้องคิดมาก"

 
               "แต่มันดับไปนานแล้วนะ ซอฮยอนแย้งอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนคริสจะเริ่มรำคาญนิดๆ ไหล่หนาไหวไปมาก่อนจะก้มหน้าไปสนใจเกมแทนคนข้างตัวทันที

 
               เพ้อเจ้อไม่มีใครเกิน..

 

     ซอฮยอนเบ้ปากมองคนข้างตัว สายตาหงุดหงิดถูกส่งไปให้อีกคนลับหลัง นี่คริสเขาไม่รู้เลยรึไงว่าอาจมีผู้ป่วยที่กำลังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจน่ะ ปากบางเป่าลมหายใจออกมาเบาๆเพื่อช่วยให้ตนเองผ่อนคลายมากขึ้น มือเรียวควานหาขนมในถุงพลาสติกที่ซื้อมาตอนเข้ามินิมาร์ทมากินแก้หงุดหงิด และดูเหมือนว่าเธอจะหยิบได้แปแปโรช็อกโกแลตขึ้นมา

     ซอฮยอนฉีกกล่องและถุงทันทีก่อนจะหยิบหนึ่งชิ้นขึ้นมากิน ตาเรียวยังคงมองเข้าไปในโรงพยาบาลที่วุ่นวายอยู่เหมือนเดิม ความจริงเธอไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าเวลาแบบนี้ควรมานั่งกินขนมให้ผ่อนคลายรึเปล่า

 
               "กินมั่งดิ" เสียงทุ้มดังขัดความคิด ซอฮยอนหันไปมองอีกคนที่ยังก้มหน้าเล่นเกมอยู่ไม่วางตา เธอถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ขนาดจะกินขนมอยู่แล้วมือยังไม่ปล่อยจากโทรศัพท์เลย

     มือเรียวยื่นถุงใส่เปเปโร่ให้อีกคนอย่างไม่ใส่ใจ หันหน้าไปมองในโรงพยาบาลต่อ ส่งผลให้คริสใช้หางตามองอีกคนอย่างไม่เข้าใจ อะไรในโรงพยาบาลมันน่าสนใจขนาดนั้นเลยหรอ
? ซอฮยอนถึงเอาแต่จ้องอยู่นั่น

 
               "เล่นเกมอยู่"

 
               "งั้นก็ไม่ต้องกิน"

 
               "โห ป้อนหน่อยดิ"

 
               "อะไรนะ?" เมื่อได้ยินประโยคราวกับอ้อนจากคนตัวสูง ซอฮยอนก็หันไปประจันหน้ากับอีกคนทันที ปากหนายกยิ้มกว้างก่อนจะหันกลับไปเล่นเกมต่อ ยังไม่พออ้าปากรอให้อีกคนป้อน ซอฮยอนเมื่อเห็นดังนั้นก็จัดการยัดแปแปโรใส่ปากอีกคนอย่างไม่ใยดี

 
              อายุเท่าไหร่แล้วเนี้ย ขอให้ป้อนเนี่ยนะ

 
               "เฮ่ย อย่ากระแทกแบบนี้ดิ"

 
               "ก็กินเองดิ" พูดจบ ซอฮยอนก็จัดการยัดแปแปโรสองสามชิ้นใส่มืออีกคน คริสหัวเราะหึในลำคอเบาๆแล้วกดปิดเกม หันมากินแปแปโรตามที่อีกคนบอกทันที

 
               ก็แค่แกล้งเล่นเอง ทำเป็นหงุดหงิดไปได้

 

 



     เวลาผ่านไปแปแปโรก็เริ่มหมดไปทีละกล่อง ราวกับทั้งสองคนกำลังแข่งกันกิน ดีที่ซอฮยอนซื้อมาสองกล่อง ไม่งั้นแย่งกันกินตายเลย

 
                  "อ๊ะ ฉันหยิบก่อน" เสียงหวานร้องทักอีกคน เมื่อคริสบังเอิญหยิบชิ้นเดียวกับเธอ ร่างสูงหันมาเลิกคิ้วแล้วก้มไปมองในถุงใส่แปแปโร ปรากฏว่ามันเป็นชิ้นเดียวเหลือ เขาส่ายหน้าไปมา มือหนายื้อแปแปโรชิ้นสุดท้ายเข้าหาตัวเองอย่างเอาแต่ใจ

 
                  "มีอีกกล่องมั้ยล่ะ?"

 
                 "กล่องสุดท้ายและชิ้นสุดท้ายด้วย เอามา" มือบางยื้อแปแปโรคืนแต่คริสกลับขืนมือเอาไว้ เขายิ้มมุมปากเมื่อนึกอะไรดีๆออก

 
                 "งั้นแข่งกัน"

 
                 "อะไร?"

 
                 "กัดคนละด้าน.."

 
                "ไม่เอา! งั้นนายก็เอาไปเลย" ซอฮยอนพูดขัด มือแทบจะโยนแปแปโรชิ้นสุดท้ายให้อีกคน คริสหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ตาคมลอบมองหน้าอีกคนที่เริ่มขึ้นสีชมพูอย่างล้อเลียน

 
               แกล้งเธอแล้วมันสนุกจริงๆ ฮิ

 
                "ล้อเล่น เธอเอาไปเหอะ"

 
               "ไม่ ถ้านายไม่กินก็เอาไปให้แมวกินไป" ซอฮยอนพูดอย่างฉุนเฉียว มือเรียวยกขึ้นดันมืออีกคนที่ยื่นแปแปโรมาให้คล้ายรังเกียจ ทั้งท์่ในใจกลับเต้นโครม

 
             ไอ้บ้านี่มันเล่นผิดที่ผิดเวลาจริง!

 

     เมื่อคริสเห็นซอฮยอนลุกขึ้นเตรียมจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลที่เริ่มมีไฟติดบ้างแล้ว เขาก็รีบกัดแปแปโรเข้าปากเดินตามอีกคนไปทันทีโดยที่มุมปากของร่างสูงยังยกยิ้มอยู่ตลอดเวลาที่เดินตามหลังอีกคนไป
 

 

 

     ภายในโรงพยาบาลซอฮยอนและคริสเดินฝ่าผู้คนเข้าไปได้อย่างยากลำบาก ไหนจะญาติของผู้ป่วยในที่ออกมาโวยวายกับทางโรงพยาบาลหรือหมอและพยาบาลที่กันเดินวุ่น
 


     ซอฮยอนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจที่สามารถฝ่าฟันกลุ่มคนเหล่านั้นออกมาได้อย่างหวุดหวิด เธอหันไปมองอีกคนหนึ่งที่ดูท่าทางจะป๊อปในหมู่พยาบาลสาวอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

     ร่างสูงของคริสยืนเด่นอยู่กลางวงของพยาบาลสาวทั้งแท้และไม่แท้ ใบหน้าคมมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลาที่ได้คุยได้ถ่ายรูปกับนางพยาบาล

 
               ทำอย่างกับตัวเองเป็นดารางั้นแหละ

 

     ซอฮยอนเบ้ปาก มือเรียวเตรียมดันประตูเข้าไปทิ้งให้อีกคนอยู่ด้านนอก แต่เท้าเล็กกลับเตะเอาแว่นสีดำคลาสสิกอันหนึ่งกระเด็นไปเล็กน้อย เธอขมวดคิ้วก่อนเพ่งตามองแว่นอันนั้นอย่างแปลกใจ ถ้าเธอจำไม่ผิดนี่มันแว่นของเจสสิก้านี่ !

     มือเรียวของซอฮยอนไม่รอช้ารีบยื่นไปเก็บแว่นดำคลาสสิกขึ้นมาไว้กับตัวเอง ก่อนจะลากสายตาตรวจสภาพของมันว่าไม่ได้มีรอยพังหรือหักไปอย่างแน่นอน ในใจรู้สึกโล่งขึ้นเล็กน้อยที่มันไม่โดนเหยียบจนเละไป แต่อีกใจกลับกังวลว่าหากเพื่อนของเธอไม่ได้สวมแว่นนี้ไว้จะอยู่ได้อย่างไร
? เธอเองก็เป็นเพื่อนกับเจสสิก้ามาตั้งนาน ยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของเธอนั้นไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป... เจสสิก้าสามารถมองเห็นวิญญาณและรับรู้ถึงมันได้ เพียงแต่เพื่อนของเธอพยายามไม่สนใจมันต่างหาก...

 
                 "แว่นซูยอนใช่มั้ย?" ซอฮยอนสะดุ้งโหยงกับเสียงทุ้มที่เอ่ยข้างใบหู เธอมองคริสด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนมือเรียวผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไปทันทีอย่างกลัวว่าเพื่อนจะได้รับอัตรายใดใด

 

     คริสมองอีกคนแล้วอมยิ้ม เจอกันก็บ่อยเพราะเคยอยู่คณะเดียวกันตอนเรียนมหาลัยแต่ทำไมเขาเพิ่งมารู้สึกว่าซอฮยอนน่าแกล้งตอนนี้นะ

 
                  "เจสสิก้า!" คริสก้าวเดินไปตรงที่ซอฮยอนยืนอยู่อย่างอยากรู้ ก่อนจะเห็นเพื่อนของเธอนอนหมดสติอยู่บนโซฟาโดยใช้ศีรษะหนุนตักเซฮุนเอาไว้ คิ้วหนาเลิกคิ้วเมื่อเห็นรอยแดงจางๆอยู่รอบลำคอเจสสิก้า สายตาเบนไปมองซอฮยอนที่กำลังพยายามปลุกเจสสิก้าให้ตี

 
                  "เดี๋ยวซูยอนก็ช้ำตายหรอก" ซอฮยอนตวัดสายตาไปมองร่างสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยอย่างหงุดหงิด มือเรียวยังคงทำหน้าที่เขย่าตัวอีกคนต่อไป แต่เจสสิก้าก็ไม่มีทีท่าจะตื่น สงสัยเธอคงต้องใช้ท่าไม้ตายสินะ

 
                 "เจสสิก้า!!" เสียงดังแปดหลอดของซอฮยอนทำเอาร่างสูงสองคนรีบยกมือขึ้นปิดหู คุณน้าของเจสสิก้าสะดุ้งตื่นขึ้นมางัวเงียแล้วหลับตาลงใหม่อีกครั้ง คิดดูเถอะว่าดังขนาดนี้ สลบแค่ไหนคงต้องตื่นแล้วล่ะ

 
                "หือ" เสียงเจสสิก้าพึมพำบางอย่าง ก่อนที่ตาทั้งสองข้างจะค่อยๆกระพริบ เรียกรอยยิ้มกว้างจากซอฮยอนได้ไม่ยาก

 
                เจสสิก้าน่ะตื่นยาก แต่ต่อให้ยากแค่ไหนก็ต้องแพ้เสียงของฉันอยู่ดี

 

     ตาเรียวกระพริบปริบๆเพื่อปรับโฟกัส ไม่นานหน้าของทั้งสามคนก็ปรากฏให้เธอเห็น เจสสิก้ายิ้มบาง มือยาวชันตัวลุกขึ้นจากตักอีกคนมาจับที่ลำคอเบาๆ

 
                นึกว่าจะตายเพราะวิญญาณตนนั้นซะแล้ว

 

     แต่เพราะยังไม่ได้สวมแว่น สายตาไม่รักดีจึงเหลือบไปเห็นวิญญาณตนนั้นที่มาเตือนเรื่องสมุดบันทึกเข้าอย่างจัง เธอเสมองไปทางอื่นเล็กก่อนจะหันไปมองทางเดิมอีกทีเมื่อรู้ว่าเขามาในสภาพปกติที่ใส่เสื้อเชิร์ทสีฟ้ากางเกงยีนส์สีน้ำเงินแบบวัยรุ่น มุมปากของวิญญาณยกยิ้มเล็กน้อยก่อนร่างทั้งร่างจะหายวับไปต่อหน้าต่อตา


     เจสสิก้าหลับตาตั้งสติเล็กน้อย มือบางเอื้อมไปหยิบเอาแว่นตาของตนเองคืนจากซอฮยอนทันที

 
                   ถึงแม้จะมาแบบสภาพดี แต่หายวับไปต่อหน้าแบบนี้ ฉันก็ไม่เอานะ..

 
               "นี่เจส ฟังอยู่รึเปล่า?"

 
              "หืม ถามว่าอะไรนะ" เสียงเรียกของซอฮยอนทำให้เจสสิก้าได้สติ เธอหันไปมองเพื่อนสนิทอย่างงุนงง ซอฮยอนส่ายหน้าเบาๆกับสติของอีกคนที่ดูท่าจะยังได้กลับคืนไม่ครบ เธอจึงจำเป็นต้องพูดแทนเซฮุนอีกรอบ

 
              "เซฮุนพูดว่า ขอให้เล่าเรื่องก่อนที่เธอจะสลบไปให้ฟัง แล้วก็รอยแดงรอบคอเธอด้วย" ซอฮยอนถามชัดถ้อยชัดคำ เธอแอบเห็นเจสสิก้าสะอึกไปเล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่คนข้างตัวที่นั่งอยู่บนโซฟาเดียวกัน

 
              "นายบอกว่าผีไม่มีจริงไม่ใช่รึไง? ฉันบอกไปคงไม่เชื่อหรอก"

 

              "ห้ะ ?" ทั้งสามเบิกตากว้างในสิ่งที่เจสสิก้าพูด ผีหรอ? จะเป็นผีที่ไหนได้กัน

 
              "ยัยป้าจะบ้าไปแล้วหรอ?"

 
              "วิญญาณเร่ร่อนหรอ?" เสียงซอฮยอนและเซฮุนดังขึ้นพร้อมกัน เซฮุนมองไปที่รุ่นพี่อย่างไม่เข้าใจ ทำไมถึงได้คิดว่าผีมีจริงกันจังนะ ทั้งๆที่มันก็พิสูจน์ไม่ได้ ปากเรียวของเขาเบะออก สองแขนยกขึ้นกอดอกเมื่อซอฮยอนไม่ได้สนใจตนเองเลย

 
              "ไม่หรอก ไม่ใช่ เป็นวิญญาณของเจ้าของสมุด death diary เล่มก่อนหน้านี้ต่างหาก"

 
              "เล่ามาเลยเจสสิก้า เล่ามาให้หมดเลย" ซอฮยอนเข้าสู่โหมดจริงจังเมื่อได้ยินคำว่า death diary แขนเรียวลากเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆมานั่งตรงหน้าเจสสิก้า โดยไม่ได้สนใจผู้ชายอีกสองคนที่อยู่ในห้อง ส่งผลให้เซฮุนและคริสมองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ

 
             ผู้หญิงเขาเชื่อเรื่องพวกนี้ทุกคนเลยหรือไง?

 
              "อืม เท่าที่จำได้วิญญาณตนนั้นเป็นเจ้าของเรื่องราวในสมุดคนก่อนที่โดนฆาตกรรมเพราะไม่มีใครตามหา.." แล้วเจสสิก้าก็เริ่มเล่าเรื่องที่เธอเจอ แล้วจบด้วยสิ่งที่เธอโดนก่อนจะได้รู้เรื่องราวเหล่านั้น โดยมีซอฮยอนตั้งหน้าตั้งตาฟัง แต่เซฮุนกับคริสกลับฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ในเมื่อคนมันไม่เชื่อ ก็ยากละนะที่จะให้ฟังอย่างตั้งใจ










 

Author 's Side
ฮัลโหลๆ มีใครรอหลอนอยู่บ้าง กิ๊กิ๊
หวังว่าคงจะอิ่มหลอนกันไปเลยนะ ก๊ากกก
เราแต่งหลอนไม่เก่งอะเลยออกมางงแบบนี้ T T
เดี๋ยวคราวหน้าจะไปอ่านหนังสือหลอนมาก่อนแต่งนะ
ครั้งนี้รีบปั่นมาก ปั่นตอนตี 1 แทบจะนอนคลุมโปงอะ
หลอนไม่หลอนยังไง เม้นบอกเราจะเอาไปปรับปรุง
ตรงไหนงง... เราก็งงเหมือนกัน กรั่กๆ

มีแต่คนอยากรู้ชื่อวิญญาณที่มาหาจองเจส ก๊ากกก อยากบอกใบ้อะ แต่ไม่เอาหรอก
อยากรู้มั้ยใคร ? เม้นสิจ๊ะ กิ๊กิ๊ ตอนหน้ารู้แน่นอน ~

ขอบคุณคนที่เม้นด้วยนะคะนะคะ อ่านแล้วมีกำลังใจในการหลอนเยอะเลย(?)
ขอบคุณคนที่หลงมาอ่านฟิคหลอนงงๆด้วยนะ ใครอ่านใครเม้นโหวต บลาๆ รักหมดแหละ
ลูเยิฟๆ  #คือมันจะไม่หลอนเพราะเรานี่แหละ =__=



 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #222 miwseo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 07:10
    สงสารเจส ถ้าถอดแว่นนี่เจอตลอด
    อย่าให้ใครเป็นอะไรเลยน่ะ
    เป็นกำลังใจให้ไรท์น่ะค่ะ#ไรท์แต่งได้สนุกมากค่ะ ^^
    #222
    0
  2. #215 ..Gotmad.. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 23:46
    ดีโอหรอเนี้ย ตาเพราะสมุดนี่ด้วยอีกคน โอยยเดิหน้าตามหาฆาตกรด้วยคน แต่แอบเครียดๆนะเนี้ย มาผ่อนคลายตรงฮุนสิกนี่แหละ
    #215
    0
  3. #199 Shiningstars (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 19:33
    ไรต์แต่งสนุกมากเลยค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมเราอ่านถึงตรงวิญญาณผชตนนั้นแล้วมันคิดถึงเเต่โด้ไม่รู้อ่ะ555555
    #199
    0
  4. #186 SeoSic(Silents) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:42
    ผีมัน ชื่ออะไร ไรท์ตัดไปทำไม
    นึกว่า ยัยเจสจะตายไปคนแรกซะแล้ว
    หลอนน่ะเว้ยยยยยย
    คริสแกล้งซอไม่ดูเวล่ำเวลา
    #186
    0
  5. #182 pppppar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2557 / 19:52
    ไรท์แต่งได้เห็นภาพเลยค่ะT_T

    ลุ้นติดตามสุดๆๆฮุนสิกก ฮิๆๆ
    #182
    0
  6. #170 เซซิลีน' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 20:32
    เฮียน่ารักอ่า ซอก็น่าแกล้งเกิ๊นนนนนน
    #170
    0
  7. #150 SEOHYUN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 11:58
    คริสแกล้งซอซะน่ารักเลย

    แล้วผีตัวนั้นชื่อไรอะ



    #150
    0
  8. #118 ๙..กบ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 22:43
    เฮียน่ารักจังขี้แกล้งด้วย น้องซอหอ่ะดิ๊??? 5555555555555555555
    >///////////<
    #118
    0
  9. #91 yai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 21:13
    หลอนอะ

    ขอให้เซฮุนกับคริสโดนผีหลอก เเบร่
    #91
    0
  10. #65 jaja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 23:34
    เริ่มหลอนแล้ว
    #65
    0
  11. #64 nok (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 22:13
    หลอนมากกกก!! ชื่ออะไรอะ! ลุ้น ๆ ๆมากก

    คริสซออร้ายยย รอค่ะ สู้ๆๆๆ
    #64
    0
  12. #62 Mago_Hun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 18:40
    ขอให้คริสกะเซฮุนโดนผีหลอก -_-
    #62
    0
  13. #61 maicream (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 16:49
    โหยยยยยย หลอนฟุด ๆ เบยTT พวก ผช นี่ใช้ไม่ได้! ไม่ยอมเข้าใจอะไรเบยยย
    #61
    0
  14. #60 TheTex (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 00:18
    ชื่ออะไรรรรรรรรรรรรร
    ฮุนสิกเย้!!! สู้ๆครับ!
    #60
    0
  15. #58 sj snsd 4ever (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 19:35
    ชื่ออาร๊ายยยยยยยยย -[]-
    ชักอยากรู้แล้วสิ
    คริสซอแอบน่ารักนะ 5555555
    ติดตามค่ะ ^^
    #58
    0
  16. #57 jinnykrup (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 17:13
    รอนะ krisseo
    #57
    0
  17. #56 นานา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 17:01
    ใครอ่ะ วิญญาณคนนั้นนะ เซฮุนไปไหน
    #56
    0
  18. #55 maicream (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 16:24
    ว้ากกกกกกก หลอนมากกกก!! ชื่ออะไรอะ! ลุ้น ๆ ๆมากก 
    คริสซออร้ายยย ><
    #55
    0
  19. #54 ~,..>Husuju''< (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 00:18
    เห้ยยย เราเม้นที่แปดมาต่อเบยย

    ฮะๆๆๆ เที่ยงคืนพอดีด้วยเอามาๆๆ คิคิคิ
    #54
    0
  20. #53 jaja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 00:11
    เริ่มน่ากลัวแล้ว
    #53
    0
  21. #52 `n/M9♡. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 23:42
    อัพแค่นี้เราก็หลอนแล้วไรท์ 5555 นี่อ่านตอนดึกด้วย ;___; รอที่เหลือน้าอยาเหลอนอบากฟิน 555
    #52
    0
  22. #51 Hanato Kobato (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 21:34
    น่ากลัวจังเลย
    #51
    0
  23. #50 นานา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 16:46
    หลอนค่ะ น่าติดตาม ฮุนสิดกัดกันตลอดเว
    #50
    0
  24. #49 sj snsd 4ever (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 16:33
    ลึกลับจริงๆ ><
    ติดตามนะคะ
    #49
    0
  25. #48 sj snsd 4ever (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 16:12
    สนุกมาๆค่ะ ลึกลับจริงๆ
    ใครเป็นเจ้าของเนี่ย สมุดก็หลอน หยึย -[]-
    ติดตามนะคะ ^^
    #48
    0