△ Death Diary . [ exo snsd ]

ตอนที่ 3 : ' S E C O N D P A G E '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ม.ค. 57

[ 02 . 06 . xx ] 




               “เป็นไงบ้าง? เจสสิก้าร้องถามซอฮยอนที่เดินออกมาจากสถานีตำรวจเสียงใส มือบางเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าสะพายแล้วรีบลุกไปหาเพื่อนตัวสูงด้วยความอยากรู้อยากเห็น

     ซอฮยอนบุ้ยปากให้กับคำถามของเพื่อนสนิทอย่างขัดใจ ตาเรียวเหลือบไปมองเห็นตำรวจในเครื่องแบบที่เธอเพิ่งได้พูดคุยไปไม่ถึงห้านาทีก่อนเดินออกมาจากสถานีตำรวจ เขามองซ้ายขวาแล้วรีบสตาร์ทรถออกไปอย่างรีบร้อน

 

               คงไปทำคดีต่อสินะ มีอะไรคืบหน้าบ้างไม่เห็นยอมบอกเลย

 
               “ไม่รู้จะถามอะไรเกี่ยวกับพี่แทนักหนา จะไปจีบวิญญาณรึไง ซอฮยอนพูดบ่นไปต่างๆนานาระหว่างทางเดินไปที่รถของเพื่อน มือไม้ยกกำปั้นต่อยอากาศตรงหน้าราวกับเป็นหน้านายตำรวจหนุ่มคนเมื่อครู่จนคนข้างๆตัวหัวเราะออกมาเสียงเบา เจสสิก้าเองถึงจะเป็นเพื่อนกับซอฮยอนมาตั้งนาน แต่เธอไม่เคยตามความรู้สึกของเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนไปได้ไวราวกับสับสวิตต์ไฟเลยสักนิด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย และหากเป็นเรื่องของพี่แทยอนแล้วล่ะก็ เรื่องนี้ซอฮยอนน่าจะความรู้สึกไวเป็นพิเศษ

 
               “หน้าอย่างกับคนเมายา ขอบตานี่ดำเชียว เป็นตำรวจติดยารึเปล่าก็ไม่รู้ ทำหน้าก็เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน

 

               “นี่จะบ่นไปถึงเย็นเลยรึไงฮึ?

 

               “ก็บ่นจนนายนั่นรู้ตัวนั่นแหละ ซอฮยอนพูดจบแล้วบุ้ยปากเป็นการปิดท้าย มือเตรียมดึงประตูรถของเจสสิก้าให้เปิด แต่เจ้าของรถกลับเอาตัวมาขวางไว้ ก่อนรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจจะผุดขึ้นมาให้ซอฮยอนขัดใจเล่น

 

               “อะไร?

 

               “เมื่อวานตอนฉันนั่งหลับ เธอกับคริสแอบไปไหนมา? เจสสิก้าถามคนตรงหน้าอย่างจับผิด ตาเรียวภายใต้แว่นเลนท์ออโต้มองซอฮยอนอย่างถี่ถ้วนเพื่อหาพิรุธต่างๆที่เธอคิดว่าจะได้เห็นจากเพื่อนสนิท แต่กลายเป็นว่าซอฮยอนกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วเปิดปากบ่นอีกระลอก มือละจากประตูรถยนต์ไปใช้เพื่อประกอบท่าทาง

 

               “ไอ้เก๊กนั่นจะไปไหนได้ นั่งสัปงกอยู่ที่เดิมนั่นแหละ ฉันเดินไปหารุ่นน้องต่างหาก เจสสิก้าอ้าปากเหวอเมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง สายตาจ้องมองซอฮยอนอีกครั้งเพื่อจับผิดแต่กลับไม่พบพิรุธอะไรเลย

 

               บอกให้อยู่เป็นเพื่อนซอฮยอนแต่มานั่งสัปงกเนี้ยนะไอ้อู๋อี้ฟาน!


     เมื่อคลายปัญหาคาใจเพื่อนสนิทจบ ซอฮยอนก็เลิกคิ้วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอนัดพบรุ่นน้องคนนั้นเอาไว้เพื่อถามเกี่ยวกับการชันสูตรศพของพี่สาวตัวเอง ความคิดที่จะบ่นคริสอีกระลอกถูกเก็บไปทันที

 

               “เออเจส ฉันต้องไปโรงพยาบาล เธอไปส่งนะ คนถูกขอร้องเลิกคิ้วข้างหนึ่ง พลางมองซอฮยอนที่ทำหน้าตาอ้อนวอน มือที่เคยกันซอฮยอนจากประตูรถถูกยกขึ้นเกาหัวหงิกๆ จะว่าไปวันนี้เธอก็มีเธุระต้องเข้าโรงพยาบาลเหมือนกัน แต่ตอนที่เพื่อนสนิทอยู่ในโรงพัก เธอกลับคิดว่าซอฮยอนจะกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน จึงโทรสั่งให้คริสมารับไปส่ง แล้วคราวนี้เธอจะทำยังไง ในเมื่อคริสเขาคงอยู่ระหว่างทาง


     เจสสิก้าบุ้ยปากอย่างขัดใจ ตัดสินใจเอ่ยกับซอฮยอนไปตามตรง ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว เธอก็แค่อยากให้แผนการที่คิดขึ้นมาคนเดียวสำเร็จสักที

 

               “เธอไปกับคริสได้มั้ย ? คริสบอกจะไปโรงพยาบาลด้วยน่ะ ไปทำไมฉันก็ไม่แน่ใจ ตอนนี้คงอยู่ระหว่างทาง ซอรอคริสแป๊บเดียวนะ ฉันต้องรีบไปแล้ว น้าจะรอนาน บาย!” ไม่รอให้ซอฮยอนได้เอ่ยขัด คนร้อยเล่ห์อย่างเจสสิก้าใช้ช่วงเวลาที่เพื่อนกำลังยืนเอ๋อกับประโยคยาวยืดนั่น วิ่งขึ้นรถแล้วสตาร์ทออกไปทันที

     ภายในรถ เจสสิก้าพึมพำขอโทษซอฮยอนอย่างรู้สึกผิดที่จำเป็นต้องทิ้งเพื่อนเอาไว้คนเดียวแบบนั้น ดวงตาเรียวภายใต้แว่นกรอบดำมองซอฮยอนผ่านกระจกมองหลังอย่างเป็นห่วง ทำให้เธอเห็นสายตาของซอฮยอนที่มองตามมาอย่างไม่เข้าใจ

 

               ขอโทษนะซอฮยอน ขอโทษ T T…










 

 

 

 

 

 

               “คุณน้า เจสสิก้ามาเยี่ยมแล้วนะ !”

 

     เจสสิก้าผลักประตูผู้ป่วยในโรงพยาบาลเข้าไปอย่างถือวิสาสะ หลังจากที่เธอตรวจอย่างแน่ใจแล้วว่านี่คือห้องของญาติเธอจริงๆ

     ภายในห้องเป็นโทนสีขาวเรียบๆ กลิ่นอายของยาลอยคละคลุ้งทั่วทั้งห้องจนเธออดเบ้หน้าไม่ได้ มือเรียวยกขึ้นกระชับแว่นตาให้เข้าที่ จะได้ไม่เผลอไปเห็นอะไรที่ไม่เคยจะคุ้นชินสายตาสักที

 

     เสียงโทรทัศน์เปิดหนังดังเรียกความสนใจจากผู้ป่วยภายในห้องได้ไม่น้อย ตั้งแต่ที่เจสสิก้าเดินเข้ามา คนในห้องยังไม่หันมาเอ่ยทักตอบเลย

 

               “คุณน้า

 

               “อ้าวหลานรัก!” ผู้มีศักดิ์เป็นน้าหันไปตามเสียงเรียกพลันม่านตาเบิกกว้าง หญิงวัยกลางคนที่นอนราบอยู่บนเตียงผู้ป่วยโผกอดผู้มาใหม่ทันที อ้อมกอดที่รัดแน่นจนเจสสิก้าแทบหายใจไม่ออกบ่งบอกถึงความคิดถึงที่อีกคนตั้งใจจะถ่ายทอดให้ เธอยิ้มบางกับอาการของคุณน้าที่รู้สึกจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

 

     เจสสิก้าผละจากอ้อมกอดอบอุ่นมาตรวจดูสภาพร่างกายโดยรวม คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างขบขันเมื่อใบหน้าของน้าดูดีขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ

 

               “ใกล้จะหายแล้วรึเปล่าคะ?

 

               “ใกล้แล้วล่ะจ้ะ น้าเลิกบุหรี่ได้แล้วด้วยนะ เจสสิก้าเบ้ปากเมื่อหญิงวัยกลางคนพูดถึงสิ่งนั้น สิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้าของเธอเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากวันนั้นเธอมองไม่เห็นถึงอาการผิดปกติ และพาคนตรงหน้ามาส่งโรงพยาบาลไม่ทัน เธอเองก็ไม่กล้าคิดว่าตอนนี้น้าของเธอจะเป็นเช่นไร

 

               “อย่าพูดถึงมันเลยค่ะ ว่าแต่คนรักษาเนี้ยต้องเก่งมากเลยใช่มั้ยคะ? เจสสิก้าเปลี่ยนประเด็นอย่างแนบเนียน จนคุณน้าของเธอไม่ทันสังเกต เพราะดวงตากลมโตของผู้ป่วยเริ่มเบิกกว้างก่อนจะพยักหน้ารัว ปฏิกิริยาแบบนี้ทำเอาหลานสาวอมยิ้มกับท่าทางของคนตรงหน้า

 

               “แน่นอนสิจ๊ะ น้ากะว่าจะแนะนำให้หลานรู้จักอยู่พอดี

 

              “เอ๋ ? เขาหรือเธอจะเป็นใครกันนะ ชักอยากเห็นหน้าแล้วสิคะ เจสสิก้าพูดจบ ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสจากคนทั้งสองที่พูดคุยกับอย่างร่าเริง เหมือนหนังตรงหน้าไม่มีความสำคัญอะไรกกับน้าหลานคู่นี้แล้ว

 

     จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากน้าหลาน เจสสิก้ารับหน้าที่ไปเปิดประตูทักทายผู้มาใหม่ แต่ขาเรียวยังไม่ทันก้าวพ้นเก้าอี้ที่เธอนั่ง ผู้ชายใส่ชุดกาวน์สีขาวก็เดินเข้ามาในห้องราวกับเขาทำแบบนี้เป็นกิจวัตร ร่างสูงส่งยิ้มให้คนที่นอนบนเตียงผู้ป่วยอย่างเป็นมิตร สักพักจึงลากสายตาไปมองผู้หญิงอีกคนที่อยู่ในห้อง ความคุ้นหน้าคุ้นตาแทรกขึ้นมาเมื่อได้มองใบหน้าของเธอตรงๆ

 

     เจสสิก้ามองร่างสูงตรงหน้าหน้าเหวอ ไม่รู้ว่าโลกกลมหรืออะไร ทำไมเธอต้องมาเจอเขาคนนี้อีกรอบ ถึงแม้สีผมจะเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย แต่ท่าทางกวนประสาทที่แปะติดกลางหน้าผากทำให้เจสสิก้าจำผู้ชายคนนี้ได้ขึ้นใจ หน้าเด็กแต่มารยาทแย่ เธอเสมองไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว

 

               นี่คงอยากโดนกินหัวจริงๆใช่มั้ย ?

 

               “หลานรัก นี่ไงจ๊ะคนที่รักษาน้าจนเกือบหาย เจสสิก้าเหลือบมองไปที่ร่างสูงเล็กน้อยแล้วพยักหน้าส่งๆ จากการกระทำนั้นทำให้เธอโดนน้าตีเข้าที่แขนจนร้องโอดโอยอยู่สักพักแล้วรีบกลับไปยืนตรงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอลืมไปเลยว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องนั้นด้วย

 

               “พยักหน้าแค่นี้ได้ไง ทักทายน้องเขาด้วยสิ

 

               “น้อง ? เจสสิก้าทวนคำอย่างไม่เชื่อหู ตาเรียวภายใต้กรอบแว่นหันไปจ้องหน้าอีกคนอีกครั้ง คราวนี้คนถูกจ้องกลับเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาทสายตาส่งมาราวกับหาเรื่อง

 

               ไอ้เด็กบ้า

 

 

 

 

     ภายในห้องสีขาวตกอยู่ท่ามกลางเสียงโทรทัศน์ที่มีหนังดังส่งเสียงวุ่นวายอีกครั้ง คุณน้าของเธอหันไปสนใจเครื่องสี่เหลี่ยมตรงหน้าตั้งนานแล้ว และปล่อยให้เด็กทั้งสองฝ่ายทำความรู้จักกันเอง แต่คงจะเรียกว่าทำความรู้จักไม่ได้ เพราะเจสสิก้ากำลังก่อสงครามทางสายตากับคนข้างตัวอยู่ต่างหาก

 

               “นี่เจสสิก้า หลานยังทำสงครามทางสายตากับน้องเขาอยู่รึไง? ร่างบางเบ้ปากเมื่อได้ยินทำกล่าวหาของน้า เธอตวัดสายตาไปมองตัวต้นเหตุที่นั่งกลั้นขำ แปลก... ทั้งๆที่ไม่เคยได้คุยกันมาก่อนจนถึงตอนนี้ แต่เธอกลับรู้สึกอย่างจะเข้าไปยีหัวสายไหมนั่นให้ฟูฟ่องเหมือนโดนไฟช็อต ทั้งที่จริงเธอไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับคนที่เพิ่งเจอแค่ครั้งสองครั้งด้วยซ้ำ

 

                “ไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อยค่ะ ไอ้เด็กบ้านี่มันมองหาเรื่องก่อนต่างหาก เสียงเล็กเถียงข้างๆคูๆเรียกรอยยิ้มจากผู้เป็นน้าได้ไม่ยาก หญิงวัยกลางคนส่ายหัวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะโบกมือเป็นเชิงไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย แล้วกลับเข้าสู่โลกแห่งโทรทัศน์ตามเดิม

 

     ส่วนร่างสูงที่โดนหาว่าเป็นเด็กบ้าก็เริ่มไม่สบอารมณ์ ตารีเสไปมองหญิงสาวที่นั่งบนโซฟาเดียวกันอย่างกวนประสาท พลันหัวสมองก็นึกอะไรดีๆที่จะแกล้งให้เธอวีนออก

 

               “นี่... ยัยป้า โดนไปหนึ่งดอก ร่างบางที่ตั้งใจจะหานิตยสารอ่านฆ่าเวลาถึงกับหยุดชะงัก มือเรียวใช้นิตยสารฟาดไปที่สีข้างอีกคนโดยไม่ต้องเสียเวลาสั่งการ นิสิตแพทย์ร้องโอยเบาๆแล้วนึกขำที่เห็นปฏิกิริยาที่รวดเร็วราวกับรีเฟล็คแอคชั่นขนาดนี้

 

               “ย้ะ! ใครป้าหะ ไอ้หัวสายไหม?

 

               “ยัยแว่น

 

               “ไอ้เด็กตุ๊ด

 

               “ยัยเงิง โดนไปสองดอก... เจสสิก้ามองคนข้างตัวด้วยความเคียดแค้น นี่ถ้าลองใส่แอฟเฟคควันออกหูเข้าไปคงเข้ากันได้ดีกับอารมณ์ของเธอในตอนนี้ ไหนจะเพราะเสี้ยวหน้าของคนรุ่นน้องที่กำลังกลั้นขำ ทำให้เธออยากเข้าไปตีอีกฝ่ายสักรอบสองรอบให้ร้องเล่น แต่กลัวว่าน้าของเธอจะลุกขึ้นมาว่าต่างหากไม่ใช่อะไร...

 

               ไอ้หัวสายไหมนี่เล่นจุดอ่อน

 

               “เซฮุนก็ไปแหย่พี่เขาอยู่ได้ เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขัดสงครามย่อมๆที่กำลังจะเกิดขึ้น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆราวกับว่ากำลังดูเรื่องตลกอยู่ เจสสิก้าหันไปมองหน้าคนที่ขำอยู่บนเตียงผู้ป่วยสลับกับผู้ที่ถูกเรียกว่าเซฮุนอย่างสงสัย บนใบหน้าเกิดเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด คนตัวสูงนี่ชื่อเซฮุนหรอ ? ทะเลาะกันมาตั้งนานเพิ่งรู้ชื่อ

 

               “โอเซฮุนน่ะหลานรัก

 

               “ชื่อเหมือนตุ๊ดจริงๆด้วย เซฮุนเบ้หน้ากับสิ่งที่เจสสิก้าพูดออกมา พลันสายตาเหลือบไปเห็นปากเรียวเหยียดยิ้มอย่างสะใจ แล้วหัวสมองของเขาก็ป้อนคำสั่งการใหม่ทันที

 

               “แล้วชื่อจริงของเจสสิก้าล่ะครับ?

 

               “ไม่ต้องรู้หร..

 

               “จองซูยอน ^^” เจ้าของชื่อดีดดิ้นไปมาอย่างขัดใจที่น้าของเธอเล่นบอกซะหมดเปลือก เธอใช้สายตามองจิกอีกคนที่ทำหน้ากรุ้มกริ่ม ส่วนปากบางบนใบหน้าเด็กนั่นก็ยกยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ

 

               “ไอ้โอเซ...

 

               “ทำไมหรอยัยจองซู J

 

               โอ้ย ! มีที่ไหน กวนประสาทคนอื่นหน้ายิ้ม จองเจสไม่เคยพบเคยเจอ T T

               “เฮ้ ! ฉันพี่นายนะ !” เซฮุนยักไหล่กว้างอย่างไม่ยี่หระ ปากบางระบายยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำ ลิ้นเล็กแลบออกมาเล็กน้อยราวกับทะเลาะกับอีกคนจนปากแห้ง สายตายียวนกวนประสาทยังถูกส่งไปให้คนที่มีอายุมากกว่าตนอย่างต่อเนื่อง

               “งั้น... ผมเรียกเธอยัยป้าก็ได้ :)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     ด้านซอฮยอนที่นั่งคอตกอยู่หน้าโรงพัก เธอถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ยี่สิบของวันพลางชะโงกหน้าหาร่างสูงหัวทองที่ควรจะโพล่มาให้เห็นตามที่เจสสิก้าบอก ตั้งแต่ที่เพื่อนของเธอขับรถหนีไปก็ผ่านมาจะชั่วโมงแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววของคริสสักที

      ซอฮยอนไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนของตนเองเท่าไรนักว่าทำไมต้องคอยโบ้ยเธอไปให้คนแบบนั้นด้วย เจสสิก้าคิดว่าคริสจะดูแลเธอได้ดีกว่าตนเองรึไง ?

      ไวเท่าความคิด สายตาของซอฮยอนก็หันไปสบกับนัยน์ตาของชายร่างสูงหัวทองที่เดินมาจากด้านหนึ่งของสถานีตำรวจ เขาใช้มือใหญ่เป็นที่กำบังแสงแดดอ่อนๆ เดินตรงหามาเธออย่างรีบร้อน

 
               กว่าจะมา ทำไมไม่มาพรุ่งนี้ไปเลยนะ

 
               "รอนานยัง?" ปากหนาเอ่ยถามซอฮยอนทันที มือใหญ่เท้าแขนกับหัวเข่าพร้อมปาดเหงื่อเม็ดโตที่ผุดขึ้นบนใบหน้าไม่หยุด ซอฮยอนมองท่าทางเหล่านั่นแล้วเม้มปากเข้าหากัน ความคิดที่จะต่อว่าคนตรงหน้าถูกพับเก็บไปทันใด อากาศที่เกาหลีก็ไม่ได้ร้อนถึงขนาดเหงื่อออกได้มากขนาดนี้ บางทีคนตรงหน้าอาจมีธุระแล้วรีบเดินมาก็เป็นไปได้


     ซอฮยอนไม่ตอบเพียงพยักหน้าส่งไปแล้วก้าวขาเดินตามคริสที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ คริสมีรถไม่ใช่รึไง ? เจ้าตัวเคยบอกเอาไว้เองว่าเกลียดการเดินไปไหนมาไหนที่สุด

 
               "รถนายล่ะ?"

 
               "จอดซ่อมอยู่ที่อู๋ใกล้สถานีตำรวจ รถเสียกลางทางมา" คริสเริ่มพูดเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ มือข้างหนึ่งเสยผมอย่างมีมาดแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ขายาวก้าวเดินต่ออย่างไม่เร่งรีบ ส่งผลให้ซอฮยอนส่ายหัวเล็กน้อยกับความขี้เก๊กของอีกคน ขนาดบนฟุตบาทก็ยังไม่เว้นสินะ

 
               "แล้ววันนี้นายไปโรงพยาบาลทำไมอะ?" ร่างสูงเลิกคิ้วกับคำถามของซอฮยอน เขาหัวเราะหึในลำคอพลางนึกถึงหน้าเพื่อนสนิทของอีกคน เขาไม่เคยมีความคิดจะไปทำธุระที่โรงพยาบาลเลยสักครั้ง ถ้าไม่มีคนสั่งให้ทำน่ะ

 
               "ซูยอนโทรไปบอกให้รับเธอไปส่งบ้าน แต่ยัยนั่นโทรบอกใหม่ว่าให้ไปส่งที่โรงพยาบาลแทน ฉันไม่มีธุระที่โรงพยาบาลหรอก"

 
               "แต่เจสสิก้าบอกว่านายก็จะไปโรงพยาบาล.."

 
               "ธุระของฉันก็มีแต่เธอนั่นแหละ ยัยบ๊อง" คริสเอ่ยขัดอีกคนที่ไม่มีท่าทีจะเข้าใจอะไรง่ายๆ ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเมื่อเผลอพูดจาตามที่คิดออกไป ใบหน้าหันไปมองซอฮยอนที่เดินก้มหน้าก้มตาพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ แต่ดูเหมือนสถานการนณ์ยังคงปกติดี เขาจึงหันกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ


      ในหัวซอฮยอนได้แต่ประมวลประโยคนั้นไปมา ธุระของเขาหรอ ? ธุระคือภาระสำหรับเธอ นั่นเขาหาว่าเธอเป็นภาระงั้นหรอ? ใบหน้าหวานเริ่มงอง้ำ เธอตวัดสายตาเรียวไปมองเสี้ยวหน้าของคริสที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือเรียวเอื้อมไปจับแขนแกร็งให้หยุดเดินแล้วถามเขาอย่างจริงจัง

 
               "นายหาว่าฉันเป็นภาระงั้นหรอ?" คริสมองอีกคนงุนงง มืออีกข้างพยายามแกะมือของซอฮยอนออกจากแขนแล้วเดินต่อ มีคำในประโยคไหนที่เขาหาว่าเธอเป็นภาระรึไง?

 
               "ฉันพูดตอนไหน? เธออย่ามามั่วดิ" คริสพูดพลางลูบแขนที่มีรอยนิ้วมือซอฮยอนเรียงอยู่เกือบครบ ท่าทางจะคิดจริงจังนะเนี่ย

 
               "ก็นายบอกว่าฉันเป็นธุระของนายนี่" ซอฮยอนเองยังคงไม่หยุดคาดคั้นเอาความจริง ตาเรียวมองคริสอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเขาทำท่าจะหันหน้ามาพูด แต่ติดอยู่ที่ว่าทั้งคู่เดินอยู่บนฟุตบาททำให้ต้องคอยหลบจากการชนของใครต่อใคร

 
               "ธุระมันไม่ใช่ภาระสักหน่อยยัยบ๊องเอ๊ย"

 
               "ไม่รู้ล่ะ ก็นาย.. โอ๊ะ!" เสียงร้องอุทานของซอฮยอนทำให้คริสหันมาอย่างรวดเร็ว ภาพซอฮยอนถูกผู้หญิงคนหนึ่งเดินชนจนเซปรากฏสู่ตา ขายาวของเขารีบเดินแหวกผู้คนที่เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆไปทางร่างบาง ก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยพยุงเธอ ..แต่คงช้าไปกว่ามือของใครบางคนเพียงเศษเสี้ยววินาที

 

หมับ!

 
               "ข..ขอบคุณค่ะ" คิ้วเรียวของซอฮยอนขมวดเป็นปมเมื่อมองเห็นใบหน้าของคนที่ช่วยพยุงเธอเอาไว้ ใบหน้าที่โพล่ออกมานอกผ้าคลุมเล็กน้อยเต็มไปด้วยรอยย่นตามอายุไข ไหนจะผิวหนังของแขนและมือที่เหี่ยวจนเหมือนกับคนๆนี้ใช้อายุอยู่บนโลกมามากกว่าร้อยปี แต่น่าแปลกที่คนสูงอายุผู้นี้สามารถพยุงตัวเธอเอาไว้ได้

 

     ยายเฒ่าก้มหัวรับคำขอบคุณก่อนจะใช้มือหนึ่งเลื่อนผ้าคลุมให้ปกปิดมิดชิดมากกว่าเดิม เสียงแหบพร่าเอ่ยกับซอฮยอนเป็นการทักถึงอันตรายราวกับล่วงรู้อนาคต

 
               "มันเป็นเครื่องรางอัปรีย์" พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ยายเฒ่าก็ปล่อยมือจากแขนของซอฮยอนแล้วรีบเดินฝ่าฝูงชนที่เริ่มบางตาลงไปบ้างอย่างรวดเร็ว ซอฮยอนมองตามยายเฒ่าผู้นั้นไปอย่างไม่เข้าใจในความหมายนัยน์ของประโยค ขาเรียวเริ่มออกเดินตามยายเฒ่าคนนั้นไปอย่างอยากรู้อยากเห็น

 
               หรือบางทีมันอาจจะเกี่ยวกับสมุดนั่นก็ได้

 
               "นั่นเธอจะไปไหน!?"

 
               "อ๊ะ! ต..ตามยายคนนั้นไป" ถึงแม้เสียงทุ้มของคริสจะดังขัดแต่เธอก็ไม่สนใจ มืออีกข้างดันคนข้างตัวให้ถอยห่าง ทั้งที่ดวงตาคู่นั้นยังมองตามยายเฒ่าแปลกหน้าไปไม่คลาดสายตา

 

     ราวกับต้องมนต์สะกด เมื่อดันคริสออกจากตนเองได้ซอฮยอนไม่รอช้ารีบก้าวขายาวหลบผู้คนที่เดินสวนไปมาจนร่างบางๆหายลับไปกับผู้คน

 
               "จะรีบไปไหนของเขากันวะ?" คริสที่โดนผลักไปชนกับคนกลุ่มหนึ่ง เมื่อสามารถยืนได้อย่างมั่นคงแล้วจึงบ่นออกมาเบาๆแล้วรีบวิ่งตามซอฮยอนไปด้วยใจที่กลัวว่าเธออาจถูกหญิงแก่คนนั้นหลอกก็เป็นได้



 

 

     ทางซอฮยอนที่วิ่งตามยายเฒ่าคนนั้นมาไกลจนถึงซอยตันซอยหนึ่ง เธอหันซ้ายขวาไปมาอย่างร้อนรน จำได้ว่าวิ่งมาทางเดียวกับยายแก่คนนั้นแต่กลีบไม่เห็นวี่แววของใครเลยสักคน ขาเรียวเริ่มก้าวสำรวจซอยนั้นอย่างหวาดกลัว

 
               หรือเราจะโดนหลอก?

 

ตึกๆๆ

 

     เสียงคนเดินดังมาจากทางด้านหลัง ซอฮยอนหันไปมองอย่างรวดเร็ว เธอพบคนใส่เสื้อคลุมสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้ากำลังเดินออกมาจากช่องแคบ เธอหายใจติดขัดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อรู้สึกถึงลางร้าย เหงื่อกาฬขึ้นชื้นไปทั้งตัวเมื่อเจอตัวคนที่เธอกำลังตามหา

 
               นี่มันฉากในหนังผีที่คนกำลังจะถูกฆ่ายังไงยังงั้น

 

     ซอฮยอนตัวสั่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เท้าเล็กเริ่มถอยหลังไปจนหลังกระทบกับความเย็นของผนังกั้นซอย แสงแดดที่ส่องมาไม่ถึงทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นคนตรงหน้าได้ชัด หรือบางทีคนตรงหน้าจะไม่ใช่ยายเฒ่าคนนั้น?

 
                "แม่หนู" เสียงแหบพร่าดังขึ้นคล้ายเสียงกระซิบ ซอฮยอนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร แต่ความกังวลยังคงมีอยู่ไม่ลดลง ทั้งที่ตอนแรกรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้กับยายเฒ่าคนนี้ แต่มาตอนนี้ความกลัวกลับเริ่มไต่ขึ้นมาจนเธออยากจะหนีไปให้ไกลจากตรงนี้

 
               "ไม่มีใครทำอะไรเธอหรอกแม่หนู"

 
              "ค..คุณ"

 
               "ฉันไม่ใช่แม่มดนะ หึๆ" เสียงแหบพร่าของยายแก่หัวเราะเสียงต่ำทำให้เธอรู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย ซอฮยอนรู้สึกตัวเหมือนเสียงของตนเองขาดหายไป ไม่สามารถเอ่ยปากถามอะไรออกไปได้ จึงได้แต่จำใจฟังสิ่งที่ยายเฒ่ากำลังจะพูดขึ้นเท่านั้น

 
               "แม่หนูเป็นคนดีไม่มีใครทำอะไรได้ ขนาดชีวิตของตนเองยังเอาไปช่วยคนดวงตกเลย" ใบหน้าเรียวเงยมองอีกคนอย่างแปลกใจ คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูง อะไรนะ? คนดวงตกงั้นหรอ ?

 
               "คุณหมายถึง?"

 
               "ก็เจ้าของสมุดบันทึกเล่มนั้นยังไงละจ๊ะ แม่หนูยังไม่ได้เปิดอ่านหรอกหรอ?" หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ตากลมโตมองไปที่อีกคน ยายเฒ่าที่ตอนแรกอยู่ห่างออกจากเธอไปหลายเมตร ตอนนี้เดินมาอยู่ข้างหน้าเธอห่างไปไม่ถึงเมตรด้วยซ้ำ !

 

     เสียงแหบพร่าหัวเราะในลำคอ ยายเฒ่าเอื้อมมือมาแตะที่กระเป๋าสะพายที่ใส่สมุดเล่มนั้นอยู่เบาๆ ปากของเธอยกยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วค่อยๆชักมือตนกลับไป

      ซอฮยอนมองการกระทำนั้นอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เธอไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะรู้ว่าเธอพกสมุดเล่มนี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะงั้นก็ไม่แปลกเลยทำไมหญิงชราคนนี้ถึงได้ดูเหมือนหมอดูนัก แต่คงไม่ใช่หมอดูธรรมดาทั่วไปหรอกเธอแน่ใจ

 
               "มันก็เหมือนหมารอเจ้าของที่ไม่สามารถหวนคืนนั่นแหละแม่หนู รอไปจนกระทั่งถึงวาระ ตนเองก็ต้องตาย" จู่ๆยายเฒ่าก็พูดขึ้น ทำเอาซอฮยอนมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ หมารอเจ้าของงั้นหรอ? มันเกี่ยวข้องกันตรงไหนละนี่ ?

 
               "มันก..."

 
                "ยายต้องไปแล้วแม่หนู ยายมีเวลาไม่มาก ลาก่อนแม่หนู" พูดขัดจบยายเฒ่าก็เดินลัดหายเข้าไปในบานประตูที่เคยปิดสนิท ซอฮยอนยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง เมื่อได้สติขายาวก็รีบเดินไปยังจุดที่ยายเฒ่าเคยยืน มือบางคลำหาประตูก่อนจะต้องตกใจเมื่อมันล็อคไว้จากด้านนอก ! พวงกุญแจและโซ่ที่ล่ามเอาไว้เป็นหลักฐานบอกได้อย่างนั้น

 

     ซอฮยอนเบิกตากว้างก่อนจะรีบวิ่งออกมาจากซอยตัน เป็นเวลาเดียวกับที่คริสเดินมาเจอเธอพอดิบพอดีราวกับมีคนจงใจ

 
               "หายไปไหนมาน่ะ!?" คริสถามเสียงดังพลางหอบ มือแกร่งใช้ยันตัวกับกำแพงของตึกสูงตระหง่าไว้ไม่ให้ล้ม วันนี้เขาต้องเสียแรงกับคนตรงหน้าไปมากเท่าไรแล้วก็ไม่รู้

     ส่วน
ซอฮยอนก็ไม่ได้ตอบอะไร เธอเองยังคงตกใจไม่หายกับการหายไปอย่างลึกลับของยายเฒ่า พลันมือเรียวก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายหยิบเอาสมุดบันทึกเล่มนั้นออกมาเปิดดูข้างในเป็นครั้งแรก

 
                เรื่องราวลึกลับของเจ้าของสมุดงั้นหรอ?

 

     คริสที่เริ่มหายเหนื่อยจากการวิ่งตามหาอรกคนมองซอฮยอนทำท่าทางลุกลี้ลุกลนงงๆ ร่างสูงใช้สายตาของตนเองมองตามสายตาของเธอที่ลากไปมาผ่านตัวอักษรมากมายในสมุดบันทึกนั่นอย่างอยากรู้

 
               ยัยนี่เขียนบันทึกไว้ในสมุดปกหลอนแบบนี้ด้วยหรอ?

 
                "ของใครน่ะ?" คริสเอ่ยปากถามอีกคนที่ยังใจจดใจจ่อกับสมุดบันทึกไม่เลิก มือบางที่ยกขึ้นห้ามราวกับกำลังต้องการสมาธิ ส่งผลคริสเบ้หน้าอย่างขัดใจ

 
               แค่อยากรู้เผื่อแอบไปเอาของใครมาก็แค่นั้น

 
                 "นาย!"

 
                 "เห้ยอะไร!?" หลังจากซอฮยอนเก็บข้อมูลในสมุดใส่สมองไว้เรียบร้อย มือบางก็จัดการยัดสมุดบันทึกเข้ากระเป๋าทันที เธอชี้นิ้วมาที่คริสราวกับออกคำสั่ง ก่อนจะใช้มือข้างเดิมลากอีกคนกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปทางที่ทั้งสองเพิ่งวิ่งมา

 
               "เห้ยจะไปไหนอีกวะ?"

 
               "รีบวิ่งสิ! เดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก!" ซอฮยอนพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเลี้ยวออกจากซอยร้างข้างตึกมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที...














 

Author 's Side
ครบแล้วเล่นเอาเลือดหัวแทบออก - - #อินี่เว่อร์ไปงั้น
บอกได้สองคำว่าโคตรยาว ยังกับภาคเหนือมาภาคใต้ กิ๊กิ๊
อิ่มใจกันเลยมั้ยคนที่รอ ก๊ากก
ไม่อยากจะบอกว่าแต่งมันส์มากค่ะ ว่างปุ๊บปั่นๆ ...ปั่นทีหนึ่งบรรทัด ตับหมามาก

อยากอ่านตอน 4 มั้ย ? ตอนต่อไปอย่างหลอนอะขอบอก(?)
ขอบอกว่าทุกตัวละครที่ออกมามีความหมายหมดนะเออ ใครจะเป็นคนที่โดนหมายหัวในสมุดบันทึกเล่มนั้นน่าา?
แต่ตัวละครยังไม่หมดนะเฟ้ย ! ทะยอยกันออกค่ะ ก๊ากก ออกพร้อมกันไม่ได้ ค่าตัวมันแพง เดี๋ยวจะไม่มีบท

เอาเป็นว่าเม้นก็ขึ้นเยอะๆหน่อยนะลูก เราอยากลงมาก
ใครซุ่มอ่านก็ออกเสียงกันนิดนึง แบบเซย์ไฮเล็กน้อยก็ได้ เรารับได้หมด


12.01 ; แอบมารีไรท์แหละ



 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #214 ..Gotmad.. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 23:24
    แอบหลอนจริงๆนะ บรึ้ยยยย แล้วนี่เจสจำชื่อวิญญาณนั้นได้ป่าวอ่ะ อยากรู้นะเนี้ย ว่าเป็นใคร..?
    #214
    0
  2. #209 Daimond's (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 13:16
    จองเจสเป็นหลานของคุณน้าที่เซฮุนเป็นเจ้าของไข้อยู่เจอกันครั้งแรกนี่ก็แค่ชนแต่ครั้งนี่ท่าทางจะยาวนะ^^ ยายคนนั้นเป็นใคร?แล้วทำไมรู้เรื่องสมุด Daeth Diary ได้หล่ะ?แล้วทำไมถึงบอกว่าซอฮยอนเอาชีวิตไปช่วยคนดวงตกด้วย เวลาซอฮยอนอ่านไดอารี่แล้วต้องรีบร้อนไปโรงพยาบาลด้วยใครคือเจ้าของสมุดไดอารี่ที่ต้องตามหานะต้องเกี่ยวกับการตายของพี่แทแน่เลยชักหลอนขึ้นไปทุกทีแล้วน้า~~ ติดตามค่ะ.
    #209
    0
  3. #198 Shiningstars (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 19:12
    อ่านแล้วสนุกดีนะ แลดูมีปริศราเยอะดี แต่ก็แอบงงอยู่55555
    #198
    0
  4. #185 SeoSic(Silents) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:35
    เริ่มอ่านเริ่มงง แล้วอยากอ่านมากขึ้น มันคืออะไรสมุดนั่น
    #185
    0
  5. #181 pppppar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2557 / 19:13
    ฮุนสิกทะเลาะเถียงกันน่ารักจังค่ะะะะะะ
    #181
    0
  6. #169 เซซิลีน' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 20:24
    น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย
    แล้วคริสซอจะไปไหนกันอ่ะ
    #169
    0
  7. #165 HunSeo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2556 / 20:09
    แอบหลอนแฮะ ฮุนสิกน่ารักอ่ะะะะะ ><
    อิเฮียวิ่งตามอย่างเดียวเลยยย 
    ยายเกี่ยวรัยกะสมุดง่ะะะะะ
    #165
    0
  8. #149 SEOHYUN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 11:35
    ยายเฒ่านั่นคือใคร???
    #149
    0
  9. #147 Fpc Man U (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 00:30
    มีหลอนค่ะมีหลอน ><
    #147
    0
  10. #129 แมวน้ำ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 21:41
    ชัก งง แล้ว
    ยายแก่คนนั้นเกี่ยวไรกะสมุด??

    คริสซอน่ารักอ่ะ
    คริสได้แต่วิ่งตามอย่างเดียวเลย
    แล้วซอเอ๊ยยย ธุระกัยภาระมันคนล่ะอย่างน้าาา
    #129
    0
  11. #117 ๙..กบ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 22:25
    ทำไม!? ในสมุดมันมีอะไรคะ ??????
    #117
    0
  12. วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 10:45
    อ่านแล้วหลอนค่ะ
    #114
    0
  13. #89 yai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 21:02
    อิเน่กวนทีน555
    #89
    0
  14. #45 `n/M9♡. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 00:53
    อ่านแล้วหลอนยายแก่มาก โอย ;___; ลึกลับมากมากก รแตอนหน้านะไรต์ อยากหลอนกว่าเดิม 5555
    #45
    0
  15. #44 ~,..>Husuju''< (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 20:56
    เซย์ไฮจ๊ะ #กระโดถีบ


    คือแปลว่าซอเนี้ยจะเป็นคนช่วยคนที่อยู่ในสมุดแม่นก๊ะ ?
    เจอกันก็ทะเลาะกันซะละ เจสเอ้ย
    #44
    0
  16. #41 sj snsd 4ever (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 20:05
    อ๊ะ ยังไงกันเนี่ย
    ยายคนนี้ท่าจะไม่ธรรมดานะเนี่ย
    แล้วซอรีบไปโรงบาลทำไม
    บอกเดี๋ยวไม่ทันอีก ลึกลับมากกก
    ติดตามนะคะ ^^
    #41
    0
  17. #40 jaja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 19:56
    รอค่าาาาา
    #40
    0
  18. #37 pim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 09:02
    รอตอนหน้าค่ะ>
    #37
    0
  19. #36 maicream (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 01:31
    โอ้ยยยย ตื่นเต้นจริงจังเลยนะเนี่ยยยย!!
    ตอนหน้าหลอนว้ากกกกกกกกกกกกก ปนคริสซอแบบฟินๆ ด้วยได้ป้ะ(?) 5555555
    #36
    0
  20. #35 Hanato Kobato (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 00:32
    ตื่นเต้นๆ สนุกดีนะค่ะ อัพเรื่อยๆน๊าา
    #35
    0
  21. #34 Mago_Hun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 00:13
    ถ้าซอหันไส้คริสนักก็เขียนชื่อมันใส่สมุดไปเล้ยย! (นังโหด -0-)
    ฮุนสิกเอ่อช่าง... 
    #34
    0
  22. #33 maicream (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 13:33
    เฮ้ย ๆ ๆ ใครอ้ะใครใครช่วยซออออออออออออ คริสซอ ๆ ๆ ><
    #33
    0
  23. #32 sj snsd 4ever (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 11:55
    ใครช่วยซอกัน ติดตามนะคะะ ^^
    #32
    0
  24. #30 EdelWeiss Eye (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 18:44
    ปวดตับกับการกวน
    อิเน่มัน
    ดู๊ ดูน่าตีชะมัด
    #30
    0
  25. #24 pim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 07:55
    ฮุนสิกน่ารักดีอ่ะ>< ติดตามนะคะ^^
    #24
    0