◇ :: where is she ? :: ◇ (b2st,snsd,exo)

ตอนที่ 4 : Where is she ? ' Chapter 3 '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 เม.ย. 56

    
  Chapter 3












9:26 AM

 

ฮ้าว ~ ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์ที่แสนจะสงบสุข ฮ้าาา วันที่ฉันรอคอย ~ ฉันมองแสงแดดจากดวงอาทิตย์ยามสายสาดส่องเข้ามาภายในห้องสีขาว ทำให้ห้องที่อุณหภูมิเย็นจัดนี่ลดไปเป็นเท่าตัว ก็ว่าล่ะ นึกว่าใครคึกเอาผ้ามากองทับให้ฉันร้อนเล่น ที่แท้ก็เป็นเพราะว่าแสงแดดที่สาดมาที่เตียงฉันพอดีเป๊ะนี่เอง

 

เมื่อฉันเริ่มตั้งสติได้จึงไปมองรอบๆตัว เอ๋ ? ทิฟฟานี่หายไปไหนนะ แต่ก็ช่างเหอะ ! วันนี้มันวันพักผ่อนนิเนาะ เธออาจจะไปซื้อของกินมาตุนไว้เผื่อฉันก็ได้ คิดได้ดังนั้นฉันก็รีบลุกจากเตียงมาบิดขี้เกียจลวกๆก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระตอนเช้า ...เสร็จจากนี่แล้วเดี๋ยวไปแอบจิ๊กขนมไอ้ลิงกับไอ้หยองมันมากินดีกว่า คราวนู้นก็เอาของกินของฉันไปยังไม่ได้ใช้คืนเลย -[]-^

 

หลังเสรจ็ภารกิจฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดลำลองสบายๆ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นทิฟฟานี่ ฮโยยอน เจสสิก้าและยูริกำลังนั่งดูทีวีด้วยกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

 

            อ้าวประธาน! ตื่นแล้วหรอ?

 

            แน่นอนสิจ๊ะฟานี่จ๋าา ก็วันนี้แทไม่อยากให้ไอ่ลิงมันถีบตกเตียงแล้วนี่

 

            แหน่ะ ทำเป็นอ้อนฟานี่นะไอ่หมาแท เออ! ฟานี่ วันหลังไปนอนห้องเค้าก็ได้นะ ว่าง~

 

หน๋อยย ไอ่ลิงทำเป็นอ้อนฟานี่ของเค้า ฉันมองฟานี่ด้วยสายตาอ้อนวอน ทำให้ทิฟฟานี่ได้แต่ส่ายหัวแล้วตั้งหน้าตั้งตาดูหนังต่อ ฉันจึงละสายตาไปมองค้อนไอ้ลิงที่เอาแต่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆทิฟฟานี่

 

ป้าบ!!

 

            นี่ไอ่ลิงไม่ต้องมาพูด แค่สามคนก็อัดกันเป็นปลากระป๋องแล้ว - -^”

 

            โหย เพราะเจ้าหญิงสิก้านอนกินที่หรอก -3-“

 

            ไม่ใช่ซะหน่อย !!”

 

            ใช่ที่สุดละจ๊ะ~

 

            ย๊าา!! อยากตายหรอหา ! ไม่ใช่ก็ไม่สิ!”

 

            โว้ยย เงียบสิโว้ยย เห็นใจคนกำลังเล่นเกมบ้าง

 

ฮโยยอนร้องขึ้นมาอย่างหมดความอดทน เมื่อตัวเองที่นั่งเล่นเกมอยู่ เล่นเกมต่อไม่ได้ ก็นะ..นี่แหละกิจวัตรประจำวันหยุดของพวกเรา มีทะเลาะกันบ้าง แต่เอาจริงๆก็แค่แหย่กันเล่นๆนั้นแหละ เค้าเรียกว่าการสร้างสีสันให้ชีวิตต่างหาก

 

            เออว่าแต่ซอ,เหม่ง,หยอง,ซันไปไหนซะล่ะ?

 

ฉันถามด้วยความสนใจ เมื่อไม่เห็นพวกเธอทั้งสี่ในห้องนั่งเล่นของพวกเราทั้งเก้า

 

            นี่! วันหลังก็อย่านอนกินที่ดิ ฮูวว ก็รู้อยู่ว่าตัวเองนอนเร็วแถมยังหลับลึกด้วย ปลุกกี่ทีๆก็ไม่ยอมตื่น ฮู้วไม่ไหวๆ

 

            ไม่ได้กินที่ย่ะ!! ฉันก็นอนของฉันอยู่ดีๆอะ - -*”

 

            เออจริงดิ~ มีวันหนึ่งเจ้าหญิงเคยเกือบถีบเค้าตกเตียง =^=” 

 

ฉันมองทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างปลงๆ ก่อนจะหันไปขอความช่วยจากฟานี่ แต่...ก็ได้รู้ว่าเธอเข้าโลกส่วนตัวของตัวเองไปเรียบร้อยละ  พอจะหันไปหาฮโยก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม เพราะอะไรน่ะหรอ ก็ตอนนี้ฮโยเธอกำลังเล่นเกมอย่างเมามันส์เลยน่ะสิ ถ้าไปชวนคุยตอนนี้คงเหมือนคราวที่แล้ว

 

 

 

 

 

           

 

FLASHBACK

 

ฮโยยอนกำลังนั่งดูหนังเรื่องโปรดอย่างจริงจัง ไม่ใช่อะไรหรอก แต่ตอนนี้กำลังดำเนินมาจนถึงตอนสำคัญของเรื่องแล้วน่ะสิ !!!

 

          ย๊า! ฮโยไปวิ่งกัน

 

ซูยองตะโกนพร้อมกับเข้ามาหาฮโยยอนใกล้ๆ

 

          แป๊บ...

 

          ไปเหอะๆ คนกำลังน้อย

 

          แป๊บนึง...

 

          ไปเร็ว!!”

 

คราวนี้ซูยองไม่พูดเปล่า ยังเอมือไปดึงฮโยยอนให้ลุกขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็สร้างความไม่พอใจให้ฮโยยอนเป็นอย่างมาก

 

          ย๊าา!! บอกว่าแป๊บนึงๆ ไม่ได้ยินรึไง!? หูตึงปะ!”

 

ซูยองอึ้งไปเหมือนถูกชอตเข้าที่ตัว ก่อนจะถอยออกมาเมื่อฮโยยอนหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิมด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เท่าไร          

 

 

 

 

 

 

NOW

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                    

นับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครกล้าขัดฮโยยอนตอนดูหนังหรือทำอะไรด้วยสีหน้าจริงจังอีกเลย นึกย้อนไปก็น่ากลัวอยู่นะตอนนั้นน่ะ ฮโยยอยคนที่แทบไม่เคยเหวี่ยงใส่ใครอยู่ดีๆก็ระเบิดออกมาซะอย่างนั้น

 

            ปัง!

 

            ประธานแทยอนคะ!”

 

เมื่อฉันนั่งนึกถึงเรื่องวีรกรรมต่างๆในอดีตต่อได้อีกสักพัก ก็ได้ยินเสียงคนกระแทกประตูเข้ามา ใครกันไม่มีมารยาทเอาซะเลย เมื่อฉันหันไปตามเสียงเรียกก็ถึงกับเพลีย นี่มันวันพักผ่อนนะเห้ย!

 

            มีอะไรนัมจู ?

 

ฉันหันไปถามญาติห่างๆของฉัน ที่ยืนหอบแฮ่กๆพยายามเอามือดันตัวกับพนังไว้ให้ได้ จริงๆเธออยู่เกรดสิบเอ็ด และก็เป็นเลขาฯของฉันด้วย เด็กคนนี้น่ะเก่งใช่ได้เลยน่า ทำงานก็เก่ง ความจำก็ดี ร้องเพลงก็เก่ง แต่อย่างว่าฉันเป็นพี่ก็ต้องร้องเพลงเก่งกว่าเป็นธรรมดา คิๆ

 

            แฮ่ก คุณอาเรียกออนนี่ไปเคลียร์งานค่ะ

 

น่าสงสารจริงๆ นี่คงปั่นจักรยานมาจนถึงหน้าหอฉันเลยสินะ ดูสิเหงื่อท่วมตัวเชียว ฉันมองนัมจูแล้วส่ายหัวเพลียๆ แต่เมื่อลองนึกถึงคำที่เธอพูดใหม่ก็ถึงกับอ้าปากเหวอ เคลียร์งานหรอ ? ให้ตายยย !!!

 

            ที่สภาน่ะนะ

 

            ค่ะ คุณอาบอกว่าต้องเคลียร์ให้เสร็จภายในวันนี้

 

            พรุ่งนี้ไม่ได้หรอนัมจู ~ วันนี้วันพักผ่อนของออนนี่นะ

 

            ไม่ได้ค่ะ วันนี้ผอ.ต้องไปดูงานต่างประเทศ เอ๊ะ! ท่านไม่ได้บอกไว้หรอคะ

 

ดูงาน?? ดูงานอะไรวะคะ เนื่องจากป๊าไม่ได้บอกอะไรฉันไว้ก่อนทำให้ฉันได้แต่ขมวดคิ้วมองไปที่นัมจูแทนคำตอบ ซึ่งเธอก็แทบจะพยักหน้าเข้าใจในทันที

 

            จะมาบอกได้ไง มือถือออนนี่พังอยู่นะคะ

 

            อ่า จริงด้วย งั้นเอาเป็นว่าพอออนนี่ไปถึงสภานัมจูจะรีบบอกเลยนะ

 

นี่ตกลงจะลากฉันไปให้ได้ใช่มั้ย ก็ได้ ~ ฉันยิ้มกริ่มพลางมองหาตัวช่วยและแล้วก็บิงโก เมื่อเจอทิฟฟานี่หันมามองพอดี

 

            ฟานี่จ๋าาา ~ ไปสภาเป็นเพื่อนหน่อยดิ

 

            อ่อ..ฉันเพิ่งจำได้น่ะว่าลืมของไว้ที่หอสมุด เดี๋ยวมา

 

จึกเลยค่ะ ..ไม่พูดเปล่า ทิฟฟานี่รีบวิ่งออกนอกประตูไปทันที แถมยังปิดแบบกระแทกใส่หน้าทิ้งท้ายด้วยนะ ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันได้แต่มองบานประตูนั้นตาละห้อยด้วยความสิ้นหวัง ทำไม !? ทำไมทิฟฟานี่ไม่ใยดีฉันเลย !? T T

 

            นางฟ้าใจร้ายอะวันนี้

 

ฉันเดินบ่นๆออกมาจากห้องตามด้วยนัมจูที่เดินตามหลังมา ฮรื่ออ ! นอกจากจะโดนทิฟฟานี่ทำร้ายจิตใจไปแล้ว ฉันยังต้องไปเคลียร์งานที่สภาจริงๆใช่มั้ย ? นี่มันจะทำร้ายจริงใจดวงน้อยๆของฉันมากไปแล้วนะเฟร้ยย !

 

            เออแล้วนี่จะให้ปั่นจักรยานไปหรอ

 

            ไม่หรอกค่ะ มีรถค่ะ

 

พอนัมจูตอบจบฉันก็ได้แต่หันไปมองคนที่เดินตามหลังอึ้งๆ แล้วเธอจะปั่นจักรยานมาทำ...เพื่อ ?

 

            แต่ที่นัมจูปั่นมาเพราะ...

 

            เพราะอะไร ?

 

ฉันเร่งนัมจู เพราะเธอค้างไว้นานเกินไป คนรอฟังก็ลุ้นนะเห้ย !

 

            อ่อ ไม่มีไรหรอกค่ะ

 

            คงกลัวว่าออนนี่จะยังไม่ตื่น ว่างั้น?

 

ฉันเดาลอยๆแต่เหมือนฉันจะพูดถูกนะ ดูหน้าเธอสิ เอ๊ะ ! งั้นก็แปลว่าเธอคงคิดว่าฉันขี้เซามากเลยงั้นสิ จะบ้าหรอห๊ะนัมจู ! นี่มันจะ 11 โมงแล้วนะ ใครไม่ตื่นก็บ้าแล้ว !

 

            ก็ออนนี่ไม่มีมือถือ นัมจูไม่รู้จะทำยังไง

 

OK เป็นอันว่าจบ น้องใครวะทำไมฉลาดไปหมดขนาดนี้ -___-

 

 

 

 

 

@ ระหว่างทางเดินไปสภา

 

            คุณอามีธุระต้องไปดูงานต่างประเทศกับครูบางคนที่อยู่ฝ่ายปกครองน่ะค่ะ

 

 ระหว่างทางที่จะถึงห้องทำงานของประธานนักเรียน ฉันก็ไถ่ถามนัมจู เกี่ยวกับเรื่องงานที่ต่างประเทศอะไรนั่น และนัมจูก็ตอบมาตามที่เธอรู้ ฉันคิดว่าถ้าตัวเองต้องเป็นนัมจูแล้วมีพี่สาวแบบฉันนะ .. คงหัวสมองระเบิดพอดีแน่ พี่อะไร ทำไมปล่อยให้น้องสาวต้องจดจำรายละเอียดเยอะขนาดนี้ ? (เข้าข่ายด่าตัวเอง)เอ๋ ?ว่าแต่ทำไมทางมันยาวแปลกๆนะ หรือเพราะฉันไม่ได้เดินมาเป็นชาติแล้ว ? ?

 

            คุณป๊าเลยทิ้งงานอันมากมายก่ายกองไว้ให้ออนนี่?”

 

ฉันถามพร้อมกับชี้มาที่ตัวเอง นั่นทำให้นัมจูพยักหน้าพร้อมกับยิ้มแหยๆมาให้

 

            ก็ให้ประธาน กับรองประธานช่วยกันทำน่ะค่ะ ^^”

 

            รองประธานหรอ? - -“

 

ฉันถามขึ้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ทำให้คนข้างๆที่กำลังหยิบกองเอกสารวางบนโต๊ะ หันหน้ามามองอย่างงงๆ

 

            คะ??”

 

นัมจูส่งเสียงขึ้นมาเหมือนกำลังงุนงง ก็แหม ไม่ตกใจก็บ้าละ ก็ได้ข่าวว่ารองประธานคนใหม่ที่ว่าเนี่ยอยู่เกรด 11 น่ะสิ ซึ่งก็แปลว่าเป็นรุ่นน้องฉัน 1 ปี แถมรู้สึกว่าจะป๊อปที่สุดในโรงเรียนด้วยนะ เห็นไอ้หยองมันบ่นให้ฟังว่าหล่ออย่างนู้นอย่างนี้ แล้วสุดท้ายก็จะดีเจสสิก้านี่แหละที่เป็นคนคัดค้านด้วยเหตุผลที่เธอมักจะบอก เธอนั้นรู้ดีที่สุดเกี่ยวกับรองประธานคนใหม่ ไอ้ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นญาติกัน แต่ดูท่าทางแล้ว ...ท่าจะจริงแหะ

 

            เปล่า ไม่มีไร

 

            อ่าค่ะ ^^;; นี่คือเอกสารทั้งหมด อ่า เดี๋ยวนัมจูต้องไปเรียนพิเศษแล้ว ขอตัวนะคะ ~”

 

นัมจูพูดจบก็วิ่งออกจากห้องไปทันที เหมือนหนีอะไร ฉันมองนัมจูที่วิ่งออกไปงงๆ ก่อนหมุนตัวกลับไปจัดการงานของตัวเอง ฮู่ววว เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ติดต่อใครก็ไม่ได้ คิดแล้วมันเศร้า ไอพอตฉันก็ลืมหยิบติดมือมา ฉันนึกหยุดอารมณ์ฟุ้งซ่านของตัวเองก่อนจะเริ่มต้นทำงานอย่างจริงจัง  อย่างน้อยทำงานให้เสร็จสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี จะได้ไม่มีใครมาหาว่าฉันไร้ความรับผิดชอบอีก !! ได้ยินแล้วมันปวดตับชะมัด =[]=!

 

 

 

 

 

 

                  3:39 PM

 

งานกองแรกเสร็จแล้ว... เหลืออีกสี่ -0- เอ๊ะ! ไอ้รายละเอียดบ้าบอนี่ฉันไม่เคยทำนะ ของโรงเรียนไม่ใช่หรอ ประธานนักเรียนไม่รู้เรื่องเว้ย  ฉันเขวี้ยงแฟ้มนั่นลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกมาบิดขี้เกียจ นี่ฉันนั่งจนตูดชาเลยแฮะ

 

            กี่โมงแล้วเนี่ย

 

ฉันถามตัวเองก่อนจะมองนาฬิกาที่จะตายหรือไม่ตายก็มีค่าเท่ากัน ก็ดูเข็มมันดิ กระดิกอยู่กับที่เหมือนปลากำลังขาดอากาศหายใจยังนั้น แต่ยืนพิจารณาเข็มนาฬิกาได้ไม่นานก็ต้องตกใจกับเวลาที่ปรากฏ...

 

            เฮ่ยยย!! บ่ายสาม!”

 

ฉันยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยนะ ! ฉันรีบเดินไปคว้ากระเป๋าสตังค์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนรีบสาวเท้าไปยังคาเฟ่ทีเรีย และคงจะไปถึงแล้วในตอนนี้  ถ้าไม่ติดว่าใครบางคนเอาตัวมาขวางฉันไว้ ฉันมองคนตรงหน้าตั้งแต่ล่างขึ้นบน การแต่งตัวอย่างนี้ ส่วนสูงขนาดนี้ ... ไม่ผิดแน่

 

            นาย !!”

 

END Taeyeon ’s Side

 

 

 

 

 

            นาย !!”

 

แทยอนร้องออกด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆคนที่เธอไม่อยากจะเจอมากที่สุด กลับมายืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าสงสัย แต่กลับมีแววตาร่าเริงอยู่ลึกๆในนัยน์ตา กล่องข้าวในมือโยซอบแกว่งไปมา บ่งบอกว่าขาได้เดินแกว่งมันมาตั้งแต่เข้าโรงเรียนจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอนั่น ทำให้แทยอนพยายามจะปะติดปะต่อเรื่องราว

 

            นายซื้อมาให้ฉันหรอ?

 

แทยอนถามทำลายความเงียบขึ้น แต่คำถามนั่นทำให้โยซอบนึกขำ พร้อมกับเริ่มแผนแกล้งเธอ

 

            เปล่านิ ฉันซื้อมากินเองระหว่างดูเธอทำงาน

 

เมื่อได้ยินคำตอบพร้อมสีหน้าไร้อารมณ์ แทยอนก็เดินสะบัดหน้าหนีโยซอบไปยังคาเฟททีเรียทันที โยซอบเองที่เดินตามมาติดๆก็หลุดขำแทยอนที่ทำท่าทีโกรธๆกับแค่ข้าวกล่องแค่อย่างเดียว

 

            นั่นเธอจะไปไหนน่ะ?

 

โยซอบตะโกนไล่หลังแทยอนที่เริ่มเดินนำไปไกล เนื่องจากเขาหยุดขำเป็นเวลานาน

 

            ไปซื้อข้าวน่ะสิ หิว!”

 

            คาเฟ่ทีเรียไม่เปิดนะวันนี้วันอาทิตย์

 

แทยอนหยุดเดินกึกทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกน เธอเองก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ขณะนั้นเอง โยซอบที่เดินตามมาทัน ก็ยกยิ้มอย่างผู้ชนะ พลางเดินตัวปลิวมาใกล้แทยอน

 

            เธอกินของผมก็ได้นะ~ ผมซื้อมาเกินอันนึง

 

แน่ละ เขาไม่ได้ซื้อมาเกิน นัมจูโทรไปบอกเขา เพราะเห็นว่าเขาจะแวะเข้าสภามารับงานแทนชานยอล และทันทีที่แทยอนได้ยิน เธอก็รีบหันควับไปทางโยซอบก่อนจะเบ้ปากใส่ผู้ชายตรงหน้า

 

            ฉันไปซื้อที่ห้างฯใกล้ๆก็ได้!”

 

            แล้วเมื่อไรงานเธอจะเสร็จล่ะ ถึงห้างฯจะใกล้ แต่ถ้าไม่มีรถ ก็นานเกือบชม. กว่าจะกลับรถคงติด เธอคงอยากทำงานต่อจนดึก....

 

            ฉันให้คนขับรถไปส่งก็ได้

 

แต่แทยอนก็ยังไม่ลดละ มีหรือจะให้เธอยอมขอร้องโยซอบดีๆ

 

            ทั้งๆที่โทรศัพท์เธอไม่มีน่ะนะ... ใครจะโทรไปบอกเธอได้ตอนไหนว่าไปสนามบินได้แล้ว

 

โยซอบยกยิ้มมุมปาก เมื่อแทยอนหันมาทำท่าจะด่าเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริง

 

            เออๆ ไม่ไปก็ไม่ไป แต่ฉันไม่มีทางขอนายดีๆแน่ จะให้ก็ให้มา

 

แทยอนแบมือขอกล่องข้าวไปข้างหน้าโยซอบ แต่โยซอบก็ยังยืนนิ่งทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้จนแทยอนทนไม่ไหว

 

            เอ๊ะ! นี่นาย จะหะ...

 

            ขอร้องกันดีๆสิ - -“

 

แทยอนยังไม่ทันพูดจบโยซอบก็พูดแทรกขึ้นด้วยท่าทางเอือมๆ ทำให้คนตัวเล็กตรงหน้าถึงกับอ้าปากเตรียมจะด่า แต่คงจะด่าไปแล้ว ถ้าหากไม่ใช่ว่ากล่องข้าว(ที่เป็นของเธอ)อยู่ในมือคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้า !!  แทยอนจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดก่อนจะนึกถึงคำพูดของโยซอบ

 

            โยซอบ ฉันขอกล่องข้าว

 

แทยอนพูดพลางเอานิ้วชี้ไปที่ถุงที่ใส่กล่องข้าวอยู่ โยซอบทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะยกกล่องข้าวขึ้นมองพร้อมแกว่งไปมา

 

            ...ยังหอมๆอยู่เลย  ถ้าช้าเดี๋ยวเย็นเอานะ

 

            โยซอบ~ ให้กล่องข้าวฉันเหอะนะ ตอนนี้ฉันหิ๊วหิว

 

โยซอบมองแทยอนที่ทำตาปริบๆมาก่อนจะถอนหายใจบ้าง

 

            งั้นคงต้องมีข้อแลกเปลี่ยน...

 

            ข้อแลกปลงข้อแลกเปลี่ยนอะไรอีกล่ะ ฉันหิวจะตายอยู่แล้วรู้มั้ย เหอะ!!”

 

แทยอนกอดอกพร้อมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ที่แท้ก็หลอกให้เธอทำแทยอนคิด โยซอบบมองแทยอนแล้วยิ้มแหย่ๆ ก่อนลากแทยอนไปที่ห้องทำงาน ระหว่างทางแทยอนก็ไม่มีท่าทีจะโวยวายอะไร คงเป็นเพราะหิวมากจริงๆ โยซอบจับแทยอนให้ลงไปนั่งกับเก้าอี้ ก่อนที่เจ้าตัวจะไปหยิบกล่องข้าวมาจัดแจงเปิดให้แทยอน

 

            ผีเข้ารึไง

 

ปากเรียวก็บ่นไป มือเล็กก็คีบข้าวใส่ปากฉับๆ โยซอบนึกเสียดายที่อยากจะแกล้งเธอต่ออีกนิด แต่ก็กลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นลมไปก่อน เพราะจำที่นัมจูเตือนไว้ได้ว่าแทยอนยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าโยซอบนึกถึงนัมจูญาติของแทยอนบอก ก่อนจะส่ายหัวว่าตกลงเธอเป็นรุ่นน้องหรือแม่กันแน่ โทรมาสั่งฉอดๆๆๆ-.-

 

            นายไม่กินรึไง

 

            ยอมให้กินข้าวก็แล้ว ยังจะมาพูดห้วนๆใส่อีก

 

โยซอบคิดในใจก่อนจะมองแทยอนที่เคี้ยวข้าวเต็มปากพร้อมพูดออกมา โยซอบยอมรับว่าแทยอนเป็นคนที่น่ารักมาก ตัวก็เล็กน่าถนุถนอม และยังมีนิสัยร่าเริงเฮฮา แต่ติดที่ว่าออกจะทอมบอยชอบกวนโอ้ยชาวบ้านไปนิด

 

            มองอะไรไม่เคยเห็นคนกินข้าวรึไง ?”

 

            ไม่เคย...

 

            ไม่เคยหรอ... ไหว้ซะสิ

 

โยซอบเงยหน้าจากหนังสือที่กำลังอ่านขึ้นมามองแทยอนที่ยังคงกินข้าวต่อไป เขานึกภาพผู้หญิงตรงหน้าทำตัวเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้เมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลที่เธอเคารพไม่ได้เลยจริงๆ

 

            ไม่ไหว้เดี๋ยวแก่เร็ว

 

            ห๊ะ!!?”

 

            แค่นี้...หนังก็เหี่ยวไปถึงพื้นแล้ว...

 

 

 

 

 

                  Taeyeon ’s Side

 

            แค่นี้...หนังก็เหี่ยวไปถีงพื้นแล้ว...

 

ฉันหันไปแยกเขี้ยวใส่โยซอบแทบจะทันทีที่ไอ่บ้าพูดจบ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันหิวมากละก็นะ...กล่องข้าวไม่ก็ส้อนซ้อมลอยไปกระทบใบหน้ากวนส้นๆของไอ่บ้านั่นไปนานละ ! ฉันได้แต่นับหนึ่งถึงร้อยในใจเพื่อไม่ให้เผลอขว้างปาข้าวของใส่คนที่นั่งกระดิกเท้าอยู่ตรงโซฟา โทษทีนะ ได้ข่าวว่าโซฟาที่นายนอนแผ่หลาอยู่น่ะ ...ฉันไปนั่งนอนเล่นนับครั้งได้เลยนะเว้ย !

 

            เหอะ อย่าให้เอาคืนละกัน

 

            อ๊ะ! รออยู่เนี่ย

 

สงสัยฉันคงต้องหาวิธีเอาคืนที่มันเจ็บแสบแล้วล่ะ จะเตรียมไว้ให้นายโดยเฉพาะเลย คอยดู -[]-^ ฉันมองโยซอบด้วยหางตาก่อนจะเลิกสนใจคนที่นั่งยิ้มแป้นแล่นเป็นดอกทานตะวันแล้วก้มหน้าสนใจอาหารต่อ เหอะ! คนพันธุ์นั้นก็ดีแต่แกล้งคนอื่นไปวันๆล่ะหน่า ไอ่บ้าโยซอบ ไอ่มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ แทยอนตั้งสติไว้ๆ ฉันรีบกินข้าวให้หมดก่อนจะเดินเข้าครัว(ห้องทำงานหรือคอนโด?)ไปล้างแก้วพร้อมล้างมือ อู้วว พอเติมพลังแล้วรู้สึกมีแรงขึ้นเยอะเลยแหะ !

 

            นี่เธอน่ะ...

 

            เฮ่ย !!”

 

พลั่ก !  เพล้ง !

 

อั้ยย้าา ! ฉันยอมรับนะว่าไม่ได้ตั้งใจจะสะใจเลยจริงๆ ขอโทษนะนายโยซอบ อยากเล่นพิเรนท์เองทำไม สมควร ! ฉันมองโยซอบที่ตอนนี้กลายเป็นมนุษย์เศษแก้วที่กำลังนอนงอตัวอยู่ที่พื้นเป็นกุ้งแล้วก็อดยกยิ้มไม่ได้ ถือซะว่าฉันเอาคือแล้วกันนะ แต่อย่างว่านี่แค่น้ำจิ้ม คิๆ

 

            อะไรของเธอเนี่ย

 

โยซอบที่กำลังลุกปัดเศษแก้วตามตัวถามขึ้น แล้วใครใช้ให้นายมาไม่ซุ่มไม่เสียงละ !? เมื่อโยซอบยืนขึ้นเต็มความสูง ฉันก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับเศษแก้วตรงหน้า ฉันคงต้องเป็นคนเก็บกวาดมันใช่หรือไม่ -___-

 

            ทำฉันเจ็บแล้วไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรอ - -“

 

            นายไม่เจ็บสักหน่อย

 

ฉันแย้งพลางเบ้ปาก อย่ามาทำสำออยนะเฮ่ย !  เมื่อฉันพูดไปแบบนั้นโยซอบก็ได้แต่หรี่ตามองฉันอย่างปลงๆก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าจะรูดซิปเสื้อกันหนาว เผยให้เห็นเสื้อกล้ามข้างใน ฮะเฮ้ย ! จะทำบ้าอะไร !? นี่แค่ฉันเผลอโยนแก้วไปนี่ถึงกับประสาทกลับกลายเป็นโรคจิตไปเลยหรอ !?

 

            เฮ้ยๆ ! นายจะทำอะไร !?”

 

            ก็เสื้อมันเปียก แขนผมก็โดนแก้วบาด

 

โยซอบพูดอธิบายพร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างจับผิด ก่อนจะเอามือข้างที่ไม่มีแผลมาเขกกะโหลก แล้วเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนเอามือปิดหน้าปิดตาอยู่คนเดียว

 

            ทำแผลให้ผมด้วยย ~

 

แต่ก็ยังไม่วายตะโกนมาสินะ เออ ! แล้วเศษแก้วที่เหลือจะให้สัตว์ประหลาดเดินได้ที่ไหนมาเก็บกวาดล่ะหา !?

 

 

 

 

 

 

 

            ทำแผลให้ผมได้แล้ว ~

 

ฉันหันไปแยกเขี้ยวใส่โยซอบ เขาไม่เห็นรึไงว่าฉันหากล่องปฐมพยาบาลอยู่ เฮ่ออ นี่โชคดีนะที่มีน้าภารโรงเค้าทำความสะอาดอยู่แถวนี้พอดี ฉันเลยขอให้เขาช่วย ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งเก็บเอง เดี๋ยวบาดมืออีกจะโดนน้องซอกับไอ่เหม่งรุมด่าแค่คิดก็น่ากลัวจะตายแล้ว ! ตอนนั้นนะฉันเผลอทำกระดาษบาดมือ น้องซอกับไอ้เหม่งรุมด่าแล้วก็สั่งสอนซะฉันไม่กล้าออกจากห้องไปไหนเลย แถมนะ ข่าวก็ดังไปทั่วโรงเรียนว่าประธานนักเรียนคิมแทยอนซุ่มซ่ามโดนกระดาษบาดมือ ทำเอาคนอย่างฉันตามแก้ข่าวหัวหมุนกันเลยแหละ

 

เมื่อหากล่องปฐมพยาบาลเจอแล้ว ฉันก็เดินเนื่อยๆไปนั่งตรงข้ามโยซอบ ที่แทบจะจมไปกับโซฟาสุดรักของฉัน นี่ถ้าฉันมีไม้เบสบอลอยู่ใกล้ๆมือนะ จะเอามาตีไอ้บ้านี่ให้ตายคามือเลย -___- ทำไมชอบมายุ่งย่ามกับของที่ฉันรักจัง

 

            ยื่นแขนนายมาสิ

 

            เธอก็เขยิบมาดิ นั่งห่างกันเป็นเมตรขนาดนั่นยื่นไปก็ไม่ถึง -0-“

 

            แขนสั้นเองเหอะ

 

ฉันยอมเดินไปนั่งข้างๆโยซอบเพื่อที่จะได้ทำแผลได้ถนัดขึ้น เมื่อเจ้าตัวหันหน้าไปอีกด้านฉันก็นึกอะไรสนุกๆออก วู้ววว ! น่าลอง ~ และเนื่องจากฉันเป็นคนขี้แกล้ง + ชอบแก้แค้น ฉันจึงแกล้งทำเป็นเดินแล้วสะดุดล้มให้สำลีที่ชุ่มไปด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคโดนแผลของไอ่บ้านั่นเต็มๆ เจ็บไม่เจ็บเดี๋ยวได้รู้กันงานนี้แหละ คิๆ

 

            โอ้ยยย!”

 

            เห้ยย ขอโทษๆ ><”

 

โอ้ว ! ไม่พลาดเป้าหมาย แหม่ ! ถึงสายตาฉันอาจจะเอียงไปหน่อยแผลเลยออกไปนอกแผลนิดนึงแต่ก็ถือว่ายังแม่นยำอยู่ดี คิๆ ฉันมองโยซอบที่จับมือตัวเองสั่นเหมือนโดนน้ำร้อนลวกก่อนจะลอบยิ้มชั่วร้าย

 

            เธอแกล้งฉันใช่มั้ย ?

 

            ไม่ได้แกล้งนะๆ มือมันไปเอง

 

ป๊อก !

 

            มือมันไปเองเหมือนกัน -[]-“

 

โยซอบพูดก่อนจะหัวเราะ ฮึ๋ยยย! เขกมาได้ดังป๊อก หัวคนนะเว้ยไม่ใช่โต๊ะ! ฉันเบะปากก่อนจะค่อยๆกดสำลีไปที่แผลโยซอบ

 

            ไอ้...

 

            “-___-”

 

            อะไร ? ทำไมอีก

 

ฉันถามไอ่คนขี้สำออยตรงหน้า ที่อยู่ดีๆก็หันมาส่งสายตาพิฆาตใส่กัน เรื่องมากอะไรอีกหะ !? หรืออยากโดนราดทั้งขวดก็ไม่บอก !

 

            ทำเบาๆหน่อยสิคร้าบบบ

 

            เอ๊ะ! นายนี่เรื่องมากจริง ทำเองเลยมั้ยหะ! คนเค้าอุส่าห์ช่วย

 

ฉันบ่นพร้อมกับยื่นสำลีไปตรงหน้า ผลตอบรับที่ได้กลับมาคือมองค้อนๆก่อนจะเชิดหน้าไป ชิ! ไอ้เกย์ท่าทางอย่างนี้ไม่เมะด้วยนะ นี่มันเคะชัดๆ

 

ฉันเริ่มทำแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางลอบมองหน้าไอ่คนเจ้าเล่ห์ไปอย่างเงียบๆ จริงๆหมอนี่ก็หน้าตาดีใช่เล่นนะ ไม่แปลกที่จะมีรุ่นพี่รุ่นน้องรุ่นเพื่อนมาตามกรี๊ดตรึม แต่ถ้าพวกนั้นได้มารู้นิสัยไอ่บ้านี่ล่ะก็ประสาทแตกไปตั้งแต่สองวันแรกละ คนอะไรหน้าตาดีซะเปล่าแต่ไม่สามารถเอามาหักลบกับนิสัยกวนติงๆได้เลย

 

            นี่...จ้องหน้าซะผมทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ

 

            อ...อะไรเล่า! ใครจ้องนายกันหะ!”

 

            อ่าว ไม่ใช่เธอหรอกหรอ?

 

            ฉันไม่ได้จ้อง!!”

 

            อ่าา ผมก็นึกว่าชอบผมเข้าแล้วซะอีก

 

            ฝันเหอะ -0-“

 

ฉันพูดพร้อมกับการทำแผลที่ใกล้เสร็จพอดี ทำให้ฉันเลิกสนใจคนตรงหน้า แล้วหยิบผ้าก๊อตมันแผลเพื่อให้มันอักเสบมากขึ้น เอ๋ ? มันพันจะซ้ายไปขวาหรือต้องขวาไปซ้ายนะ แล้วไอ้ที่เกี่ยวมันต้องเกี่ยวตรงไหน แล้วควรจะทำตึงมากมั้ย ? ?

 

            พันดีๆสิผมขี้เกียจมานั่งพันใหม่นะ

 

            บ่นนักทำเองเลยมั้ยหะ ?

 

            ทำแบบนี้ก็เละหมดดิ มันต้องแบบนี้...

 

โยซอบเอื้อมมืออีกข้างหนึ่งมาจับมือของฉันขณะที่เจ้าของมือกำลังอ้าปากค้างเตรียมเถียงกับคนขี้บ่นตรงหน้าก่อนที่เขาจะค่อยๆม้วนผ้าออกนิดหนึ่งแล้วพันใหม่ให้มันเข้าที่มากกว่าเดิม แหม่ ! เล่นเอาซะฉันต้องกลั้นหายใจในระยะใกล้ที่น่าหวาดเสียวเลย

 

            เอามือที่ว่างมาวางตรงนี้

 

โยซอบพูดพลางยู่ปากบอกตำแหน่ง ฉันจึงได้แต่นั่งตัวเกร็งทำตามอย่างว่าง่าย

 

            เสร็จแล้วหยิบอันนั่นมากลัด เห็นมั้ยง่ายนิดเดียวเอง

 

โอ้ยให้ตาย แทยอนหัวใจจะวาย ทำเสร็จแล้วก็ปล่อยมือฉันสิพ่อคุณ !!! ฉันพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ แล้วพยายามดึงมือออก แต่ทำไมมันไม่ออกวะคะ ? ยังกับติดกาวตราช้างไว้ยังนั้น

 

            เออๆนั่นแหละ

 

พลั่ก !

 

            เห้ย! ทำคนเจ็บแบบนี้ได้ไง

 

            เจ็บแล้วยังโรคจิตอีกเนอะ มือน่ะมือ !”

 

            ว้า ! รู้ตัวแล้วหรอ

 

โยซอบพูดอย่างเสียดายก่อนจะค่อยๆเก็บมือไปตามคำสั่ง
 

            ไอ่คนฉวยโอกาศ เล่นไปทั่วแบบนายน่ะไม่เหมาะกับหน้าหล่อๆนั่นเล้ย

 

ฉันพูดลอยๆก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเก็บกล่องปฐมพยาบาลในห้องครัวอย่างรวดเร็ว ก็ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวไอ้บ้านี้ก็เล่นอะไรแผลงๆอีกน่ะสิ

 

            ถ้าแบบนั่นเรียกฉวยโอกาศ ...แล้วแบบนี้ล่ะ !”

 

โยซอบจู่โจมจากด้านหลังด้วยความเร็วแสง ทำให่ฉันที่กำลังยืดตัวยกกล่องปฐมพยายามต้องหันไปมองด้วยความตกใจ

 

      .

 

      .

 

      .

     

            พลั่ก !

 

เร็วไปนะไอ้น้อง ! โทษทีขาฉันเร็วกว่าว่ะ

 

            เห้ย! ถีบเลยเรอะ

 

โยซอบที่นอนคลางอยู่กับพื้นถามขึ้น พร้อมกับกุมท้องตัวเองเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว เดี๋ยวถ้านายยังเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้งเดียว นายได้นอนโรงพยาบาลแน่ไอ้อ่อนเอ๋ย !

 

            สม!

 

            ยัยเตี้ยเอ้ย!!”

 

            เอาหน่า ถือซะว่าฉันเอาคืน J

 

ฉันพูดก่อนจะขยิบตาให้โยซอบที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นแล้วเดินออกจากห้องครัวไปด้วยอารมณ์ที่ว่าบานเนี้ยบานเป็นจานแดงบนหลังคาบ้านได้แล้ว คิๆ การแก้แค้นคนอื่นมันสะใจแบบนี้นี่เอง

 

            ยัยเตี้ย !! ฉันได้ยินที่เธอพูดนะ

 

อ้อหรอ !? ได้ข่าวว่านายสูงกว่าฉันแค่นิดเดียวเองนะ (หรอ??) ว่าแต่พูด? ฉันพูดอะไรไปแล้วจะทำไม ? แทยอนงง หมายถึงที่ฉันพูดสมหน้าน้ำน่ะหรอคะ ? ก็ตั้งใจให้ได้ยินนิ ถ้าไม่ยินเชิญคุณไปหาหมอแล้วตรวจขี้หูหน่อยเถอะ บางทีนายอาจจะลืมแคะแล้วมันตันจนต้องผ่าตัดแล้วก็ได้

 

            พูดอะไร ?

 

            เธอชมว่าฉันหล่ออะ J

 

ฉันชะงักมือที่กำลังเปิดหนังสือนิตยาสารรายสัปดาห์ที่เคยเอามาลืมทิ้งไว้ไปสามวิ.ก่อนหันไปมองหน้าโยซอบที่นั่งอยู่ที่โซฟา มันคลานไปตอนไหน ? แล้วฉันเนี้ยนะไปชมมัน !!?

 

            ตอนไหน อย่ามาโม้ไปหน่อยเลยเหอะ

 

            เมื่อกี๊ก่อนเธอจะถีบฉันไง

 

ฉันยืนกอดอกมองหน้าโยซอบที่ยิ้มร่าก่อนจะนึก ไอ่คนฉวยโอกาศ เล่นไปทั่วแบบนายน่ะไม่เหมาะกับหน้าหล่อๆนั่นเล้ย

 

            ...

 

โอ้ยตาย นี่ฉันไปพูดไว้จริงๆหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย สงสัยผีเจาะปากมาพูดมั้ง หรือไม่ฉันก็ต้องโดนแฟนคลับของไอ้บ้านี่เล่นของใส่ ! ใช่ ฉันต้องโดนอาคมมนต์ดำแน่ๆ ให้ตาย ! ต้องไปหาหมอผีมาช่วยแก้มนต์ซะแล้ว ! (สติไปแล้วอิหนูแทแท)

 

 

 

 

 

 

 

                  @ สนามบิน

                 7:46 PM

 

หลังจากที่ฉันเดินเข้าไปเตรียมจะปะทุร้ายโยซอบที่เขาเอาแต่โม้ว่าฉันไปชมเขาอย่างนู้นชมเขาอย่างนี้จนฉันเริ่มจะเกิดอาการเอือม โทรศัพท์ของโยซอบก็ดังขึ้นพอดี พรับก็ปรากฏว่ามีคนโทรบอกว่าคุณป๊าของฉันเรียกให้มาสนามบินได้แล้ว ดังนั้ฉันกับโยซอบก็เลยต้องมาญาติดีกันสักพัก เพราะโยซอบต้องมาให้นามตัวแทนของรองประธาน งั้นคราวนี้ฉันก็ยังไม่ได้เจอรองประธานคนใหม่สักทีสินะ

 

            ลูกแน่ใจนะว่าจะทำงานสภาให้เสร็จก่อนป๊ากลับมา

 

แหม...เรื่องของฝงของฝากไม่ถามกันสักคำเลยหรอคะป๊า ? ดันถามเรื่องงาน ทำเอาแทแทแทบจะทรุดกลางสนามบิน

 

            ค่ะ~ แทมีฟานี่และรองประธาน(ที่ไม่เคยเห็นหน้า)อยู่ช่วยตลอดค่ะ

 

            ฮ่ะๆ เออโยซอบอย่าลืมบอกเด็กคนนั่นด้วยล่ะว่าเลิกใช่เธอเป็นตัวแทนได้แล้ว

 

            ฮะ ^^”

 

            แต่ถ้าโยซอบอยากจะทำแทน ลุงก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ฮ่ะๆๆ ไปล่ะๆ โชคดีๆ

 

เมื่อคุยธุระกับโยซอบเสร็จคุณป๊าก็โบกมือบ๊ายบายหายเข้าเกทไปกับครูฝ่ายปกครองสองสามคนทันที ...สุดท้ายก็เหลือฉันกับไอ่บ้าโยซอบใช่มั้ย ให้ตายเถอะค่ะ ! เห็นหน้าไอ้บ้าข้างๆแล้วก็รู้สึกอยากจะกลับหอให้เร็วที่สุด

 

            นี่นายโยซอบ พาฉันไปส่งที่หอหน่อย

 

อ๋า ! จริงๆก็ไม่ได้อยากไปกับไอ้บ้านี่หรอก เว้นแต่ว่านี่มันก็เย็นมากแล้ว ไม่อยากกลับบ้านคนเดียว มันเหงา (หรอ?)เลยอยากได้คนไปส่ง แล้วก็อย่าคิดไปไกลกันล่ะว่าฉันจะรู้สึกอยากอยู่ใกล้ๆไอ้บ้านี่ รอไปสิบชาติก็คงไม่พอ !

 

เมื่อได้ยินดังนั้นโยซอบก็เหล่มองฉันก่อนจะจับข้อมือลากให้เดินตามไปที่ร้านอาหาร เดี๋ยวได้ข่าวว่าฉันจะให้พากลับหอ แล้วหอฉันก็ไม่ได้อยู่ในร้านอาหาร...

 

            ผมขอกินก่อน

 

โยซอบพูดอย่างลอยหน้าลอยตา พอพนักงานมาก็รับเมนูมาสั่งๆๆ โดยไม่ได้ดูหน้าของฉันที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงข้ามเลยว่าตาปรือขนาดไหน

 

            เธอไม่เอาหรอ?”

 

            เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อยากกลับหอ~!!!

 

ฉันพูดก่อนแสดงให้ดูว่าเหนื่อยจริงๆด้วยการเอาหัวพิงกับพนักเก้าอี้ แล้วหลับตา เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าโยซอบไม่ได้สนใจการกระทำของฉันทั้งยังยักไหล่ไม่ใส่ใจแล้วกลับไปง่วนกับเมนูของอาหารต่อ เออ ! นอนแม่มตรงนี้แหละ -___-

 

 

เมื่ออาหารมาโยซอบก็จัดการกิน ชิ! ไอ่คนเห็นแก่กิน ขอให้ท้องแตกตาย !!

 

            กินมั้ย~?

 

คนตรงหน้ายื่นส้อมที่พันเส้นสปาเก็ตตี้ก้อนใหญ่มาตรงหน้าฉัน ฉันจึงเอื้อมมือไปกะจะรับส้อม แต่โยซอบก็กลับดึงช้อนกลับไปพร้อมงับเส้นสปาเก็ตตี้ที่พันอยู่อย่างรวดเร็ว เออ ! ก็ไม่ได้จะเอามากินต่อหรอกเว้ย ! จะแกล้งทำเป็นตกต่างหากเหอะ ! ใครจะไปกล้ากินส้อมต่อไอ้บ้านี่กัน

     

 

 

 

                   9:27 PM

 

ฉันมองโยซอบที่ทำท่าทางอิ่มเว่อร์อยู่ตรงหน้าก่อนจะเบ้ปาก น่าเกลียด ! ให้ผู้หญิงมารอตัวเองกินข้าว แล้วบ้ารึเปล่ากินก็นาน คนที่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษแบบนี้อะ เกย์ชัวร์ !!

 

            จะกลับได้ยัง?”

 

            กลับอะไร ต้องรอไอ่แบคก่อน~

 

            รอทำไม ?

 

            ก็ผมไม่ได้เอารถมา

 

แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก! ปล่อยให้ฉันนั่งรออยู่นานสองนาน แทนที่จะบอกแต่แรกว่าไม่ได้เอารถมา เออ !เจริญเถอะค่ะ แล้วไอ้คนที่ชื่อแบคมันอยู่ไหนแล้วหะ ?

 

            ฮยอง !!”

 

ฉันที่กำลังจะทำสงครามประสาทกับโยซอบมีอันต้องหยุดลงเมื่อจู่ๆก็มีคนตะโกนฮยองแล้วเดินตรงมาที่โต๊ะที่เราสองคนนั่งอยู่ ใช่คนที่โยซอบพูดถึงปะ ? เห้ย ! น่ารักอะ > <

 

            อ้าว มาสักทีนะไอ่ตัวแสบ

 

            ...?

 

            เอ่อ นี่แบคฮยอน น้องฉันเอง

 

น้อง !! น้องนายหรอ ? โอ้มายก๊อด !! ต่างกันราวฟ้ากับเหว น้องนี่น่าตาน่ารักจิ้มลิ้มมาก ทำเอานูน่าอย่างฉันเคลิ้มไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น แต่ถ้าเป็นพี่มันน่ะหรอ ? วินาทีแรกที่เห็นนี่แบบ ...ไอ้นี่เกย์ปะ ?

 

            ส่วนนี่แทยอน ประธานนักเรียนไง

 

            ยินดีที่ได้รู้จักฮะนูนา ^^”

 

โอ๊ะ! ยิ้มน่ารักจังเลย -//- ฉันรู้ละว่าอะไรที่คล้ายกัน คงเป็นรอยยิ้มละมั้ง แต่ถ้าจะถามว่าโยซอบยิ้มได้น่ารักถึงครึ่งหนึ่งของรอยยิ้มแบคฮยอนรึเปล่า ฉันตอบได้อย่างไม่ต้องคิดเลยล่ะ แบคฮยอนยิ้มน่ารักกว่าพี่เป็นหลายเท่า

 

            อื้มมม >_<”

 

            หึ กินเด็กหรอ ? นั่นมันน้องผมนะ

 

โยซอบพูดพึมพำก่อนจะเดินสะบัดหน้าออกจากร้านตามด้วยแบคฮยอนที่เดินตามผู้มีศักดิ์เป็นพี่ทันที น้องนายก็น้องนายสิ แล้วจะทำไมล่ะ ? คิๆ

 

            บ้าหรอ! ก็แค่น่ารักเท่านั้นเอง ! ”

 

ฉันพูดเพ้อๆส่วนโยซอบก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ย จะบ้ารึไง!? จะทำหน้ามุ่ยทำไม นั่นน้องนายเลยนะ มีคนชมน้องของตัวเองก็ควรจะดีใจสิ

 

            เหอะ ถ้ารู้นิสัยมันแล้วอย่าถอนคำพูดล่ะ

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

โอเคถ้าฉันจะขอถอนคำพูดยังจะทันอยู่มั้ย ?

 

ไอ้เด็กนี่มันก็กวนประสาทไม่แพ้พี่ชายของเขาเลย ก็ตั้งแต่ขึ้นรถมา ก็กวนฉันกับโยซอบสารพัด แต่กวนแบบไม่น่าถีบเท่าพี่ชายของเขานะ เอ๊ะ ! หรืออาจจะเพราะน่าตาที่จริงๆดูแล้วไม่ค่อยกวนติงเท่าพี่ชาย ?

 

            “555 จริงๆผมไม่ใช่คนกวนติงเลยนะ

 

 

            พูดไปเถอะ!”

 

โยซอบพูดอย่างปัดอย่างไม่สนใจ เออ ! ว่าแต่พี่น้องสองคนนี้ห่างกันกี่ปีนะ คุยกันมาตั้งนานแล้วฉันกูแค่ว่าแบคฮยอนเป็นรุ่นน้องเอง

 

            นี่แบคฮยอน นายอยู่เกรดอะไร ?”

 

            นูนาอยากรู้ไปทำไมหรอฮะ ^^”

 

            อยากตายรึไงหะ ? ตอบมาดีๆดิ

 

            “555 ผมให้นูนาเดา

 

            “10?”

 

            ผมหน้าเด็กขนาดนั้นเลยหรอ?”

เอ้า ! ไอ้เด็กนี่ ! เดี๋ยวๆ เดี๋ยวนูน่าคนนี้จะโบกหัวหมุนให้เป็นม้าหมุนแถวสนสนุกเลย

 

            “11 งั้นหรอ ?

 

            ไม่ใช่เกรด 12 ละกัน ^^”

 

เป็นอันว่าจบค่ะ อยากเจอฉันโบกกี่ทีบอกมาเลยไอ้น้อง -__-

 

            เดี๋ยวมะเหงกให้ ! ”

 

            อะโด่ ! บอกไปก็ไม่สนุกสิ มันเป็นความลับ !”

 

            ไอ้ เด็ก บ้า

 

เอาเป็นว่าฉันจะไม่สนใจมันแล้วล่ะกัน นี่ฉันยังมีความเอ็นดูคนจอมกวนติงพอที่จะไม่ทำร้ายร่างกายของไอ้เด็กน่ารักตรงหน้า เดี๋ยวโบกไปหน้าไม่น่ารักเหมือนเดิม ฉันนี่แหละจะเสียใจเป็นคนแรก T T’
















ตอนนี้รู้สึกหน้ามันแหก ? ฮุๆ เราก็ไม่รู้จะแก้ยังไง กิๆ
จริงๆจะเอามาลงตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้วแต่...เน็ตกาก ถถถถถ ตอนนี้ก็กลับมาเหมือนเดิมแล้วค่ะ
ยังไงก็จะเอาไปแก้ไขแล้วลงเรื่อยๆเน้อออ แต่บอกไว้ก่อนน๊าาา ! ถ้าเมนท์ไม่ถึงสามสิบสามไม่อัพต่อตอนไปเพิ่มด้วย ฮุๆ


 
:)  Shalunla

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น