ไฟรักพิศวาสร้อน (Reup)

ตอนที่ 14 : ตอนที่5...ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ--60%--

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

ไปเถอะชายหนุ่มเดินเข้าไปภายในร้าน ผ่านหน้าปริมพิตาไป ราวกับไม่มีตัวตน ไม่มีค่าพอที่เขาจะชายตามอง ทำให้เธอรู้สึกเจ็บจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ผมขับรถไปส่งคุณปริม ที่บริษัทดีกว่าครับเควินเห็นสีหน้าหญิงสาวไม่สู้ดีนัก จึงขันอาสาทันที

ปริมกลับเองได้ค่ะ คุณเคนกลับไปที่โต๊ะดีกว่าค่ะ ปล่อยคุณอนาคินอยู่ตามลำพังกับคุณแอนนิต้านานๆ ไม่ดีค่ะชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ

ถึงบริษัทแล้ว ช่วยโทรบอกผมด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงปริมพิตาฝืนยิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินออกไป หญิงสาวหันกลับไปมองภายในร้านอาหารอีกครั้งหนึ่ง ด้วยแววตาที่เศร้าหมอง เห็นภาพของสองหนุ่มสาว กำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข

ค่ะ ปริมไปก่อนนะคะ

 

เวลาผ่านไปสองอาทิตย์เต็มๆ ที่เพียงตะวันหลบเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขา จนทำให้อนาคินทนคิดถึงเธอไม่ไหว จึงต้องไปดักรอหญิงสาวถึงที่บริษัท ดูสิว่าคราวนี้จะหนีหน้าเขาได้อีกหรือเปล่า

สวัสดีค่ะคุณอนาคินเลขาสาวรีบลุกขึ้นมาต้อนรับคู่หมั้นของเจ้านาย ด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย

สวัสดีครับ ตะวันอยู่ในห้องใช่มั้ยหญิงสาวยืนนิ่งมองหน้าชายหนุ่มอย่างลังเล ซึ่งอนาคินไม่รอช้า รีบเดินไปเปิดประตู เข้าไปในห้องทันที โดยไม่สนใจฟังเสียงเรียกเลขาสาว และกดปิดล๊อคประตูห้องทำงานทันที เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารทันที ที่ได้ยินเสียงปิดเปิดประตูห้องทำงาน

พี่คินหญิงสาวครางเรียกชื่อชายหนุ่มราวละเมอ รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

ใช่พี่เอง ตะวันยังจำคู่หมั้นคนนี้ได้ด้วยเหรอชายหนุ่มพูดด้วยสุ้มเสียงน้อยอกน้อยใจ แล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหญิงสาวอย่างช้าๆ เข้าไปสวมกอดทันทีด้วยความคิดถึง สองอาทิตย์ที่ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง คิดถึงแทบขาดใจ

คิดถึงนะครับ เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหูเล็กน่ารักของเธอเบาๆ แขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบเอวหนาไว้หลวม ซุกใบหน้าไว้แนบอกแกร่ง และคอยฟังเสียงหัวใจของกันและกัน

ตะวันไม่มีวันลืมพี่คินได้หรอกค่ะ แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีแล้วก็ตามหญิงสาวเอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน ใครจะลืมเจ้าของหัวใจของตัวเองได้ เพียงตะวันพูดพึมพำกับตัวเองอยู่ในใจ

แต่ตะวันจงใจหลบหน้าพี่ โทรมาก็ไม่ยอมรับสาย พี่ก็น้อยใจเป็นนะเพียงตะวันอดขำร่างใหญ่ แต่ใจน้อยไม่ได้ ทั้งคู่พากันไปนั่งที่โซฟาใหญ่กลางห้องทำงาน

ก็ช่วงนี้ตะวันงานยุ่งจริงๆ นี่คะหญิงสาวรีบอธิบายกลัวชายหนุ่มจะเข้าใจผิด อนาคินเอื้อมมือขึ้นไปลูบไล้ใบหน้าเนียนอย่างหลงใหล ยกร่างเล็กมานั่งบนตักอุ่น

พี่คิน เดี๋ยวใครมาเห็นค่ะร่างบางพยายามฝืนตัวลุกขึ้น แต่ลำแขนแกร่งกลับกอดรัดรอบเอวบางไว้แน่น จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

ตะวันไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น พี่ล็อกประตูห้องทำงานเรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีใครมารบกวนเราเวลานี้แน่มือเล็กทุบบนอกแกร่งด้วยความหมั่นไส้

พี่คินเจ้าเล่ห์ที่สุดอนาคินประคองใบหน้าสวยหวานของเธออย่างอ่อนโยน ปลายจมูกคมถูไถไปทั่วใบหน้า กดแนบแก้มเนียนทีละข้างอย่างสุดใจ ใบหน้าเธอถึงกับร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย

พี่คินขาปากเรียวบางขานเรียกชายหนุ่มช่างหวานจับใจ หลับตาพริ้มลงอัตโนมัติ เมื่อชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้ๆ ใจเธอเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ

คิดถึงอนาคินพรมจูบไปทั่วใบหน้าหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะมาหยุดที่ริมฝีปากบาง ชมพูแดงระเรื่อ เชยคางมนหญิงสาวขึ้นสบตา ประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยสองมือของเขาเอง และก้มจุมพิตที่เปลือกตาบางของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนลงมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากชมพูแดงระเรื่ออีกครั้ง กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงลำคอ อย่างยากลำบาก ใช้ปลายนิ้วแกร่ง เกลี่ยริมฝีปากบางที่กำลังเผยอขึ้นมาอย่างเบามือ ก้มขบเม้มริมฝีปากล่างเบาๆ เป็นหยอกเย้า จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ปลายลิ้นร้อนค่อยๆ สอดแทรกเข้าไป ตวัดลิ้นกวาดไปรอบๆ โพรงปากนุ่มของหญิงสาว ดูดรัดปลายลิ้นเล็กอย่างดูดดื่ม และเนิ่นนานอย่างไม่รู้จักพอ จนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง คนมากประสบการณ์อย่างเขา ทำให้สาวน้อยเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของเขาได้ไม่ยาก จนครางเสียงแผ่วออกมาจากลำคอเนียนงามระหงเบาๆ ความรู้สึกที่คิดถึงและโหยหาจากก้นบึ้งของหัวใจ ค่อยๆ เผยออกมา ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ เผลอจูบตอบชายคนรักโดยไม่รู้ตัว ตวัดแขนเล็กโอบกอดรอบคอชายหนุ่มเพื่อหาที่ยึด

ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เรียกสติของเพียงตะวันกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

เอ่อ...หญิงสาวงุดหน้าต่ำลง รู้สึกเขินอายในการกระทำของตัวเอง พยายามหลบสายตากรุ้มกริ่มของชายหนุ่ม เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้อนาคินต้องผละออกจากร่างบางที่หอมกรุ่มด้วยความเสียดาย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปเปิดประตูแทนหญิงสาว ที่ได้แต่นั่งก้มหน้าด้วยความอาย ช่างน่ารัก น่าเอ็นดูในสายตาของเขายิ่งนัก อยากจะจับมาจูบให้ลืมอายอีกสักครั้งหนึ่งแต่คงไม่ใช่เวลานี้

เชิญเข้ามาสิคุณบุษบาอนาคินเปิดประตูกว้าง เพื่อให้เลขาสาวเดินเข้ามา และเดินตามไปนั่งลงข้างๆ คู่หมั้นคนสวย ยกแขนแกร่งขึ้นโอบไหล่ร่างบางไม่ยอมปล่อย จนหญิงสาวรู้สึกเขินอายเลขาคนเก่งของเธอไปไม่น้อย ซึ่งกำลังมองเธอด้วยแววตาที่ล้อเลียน

พี่คิน ขยับออกไปก่อนสิคะ ตะวันอายพี่บุษนะเพียงตะวันหันไปกระซิบข้างๆ ใบหูอนาคินเบาๆ

ไม่เห็นต้องอายหรอกตะวันจ๋า จริงมั้ยคุณบุษบาชายหนุ่มมิวายหาแนวร่วมอีกต่างหาก

เอ่อ...ค่ะบุษบายิ้มให้กับความน่ารักของคู่หมั้นเจ้านายสาว ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน ราวกับกิ่งทองใบหยก ใครเห็นก็คงอิจฉาตาร้อนกันไปตามๆ กัน ทำไมแฟนเธอถึงไม่น่ารักแบบคุณอนาคินบ้างนะ

เห็นมั้ยคุณบุษบายังเห็นด้วยเลยนะตะวัน งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนดีกว่านะครับ ตะวันจะได้คุยงานกับคุณบุษบาสะดวกขึ้น เที่ยงนี้พี่จะมารับไปทานข้าว และห้ามปฏิเสธด้วยรู้มั้ยครับเขาหันไปบีบจมูกรั้นของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู

ค่ะพี่คินเสียงหวานขานรับอย่างไม่มีบิดพลิ้ว เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

พี่ไปนะชายหนุ่มจรดริมฝีปากอุ่นลงแก้มเนียนนุ่มก่อนจะลุกออกไป เพียงตะวันเบิกตาโพลง ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะกล้าทำเรื่องหน้าอับอายต่อหน้าเลขาสาว จนเธอต้องกระแอมเสียงกลบเกลื่อนความอายของตัวเอง

 

แอนนิต้าเดินทางมาหาอนาคินถึงที่บริษัท หวังว่าจะชวนชายหนุ่มออกไปรับประทานอาหารเหมือนเคย แต่ก็พบแต่ความผิดหวังอย่างรุนแรง ใบหน้าสวยถึงกับบึ้งตึง แต่เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ หันไปถามเลขาสาวหน้าห้องของชายหนุ่มอีกครั้ง จนได้รู้ว่าเขาพาคู่หมั้นสาวไปรับประทานอาหาร ที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งแถวชานเมือง เธอจึงรีบตามไปที่นั่นทันทีโดยไม่รีรอ

 

อุ้ย! บังเอิญจังค่ะคินอนาคินมองอดีตคู่ควงด้วยความแปลกใจ ที่มาเจอเธอที่นี่ ทำไมโลกช่างกลมแบบนี้

อ้าวแอนนี่ คุณมาทานอาหารที่นี่เหมือนกันหรือครับ แล้วคุณมากับใครล่ะอนาคินมองไปด้านหลังของหญิงสาวแต่กลับไม่เจอใคร

แอนนี่นัดเพื่อนไว้ค่ะ แต่เพื่อนแอนนี่สิคะ เบี้ยวนัด จนทำให้แอนนี่ต้องรอเก้อสิคะแอนนิต้ารอจังหวะ หวังให้ชายหนุ่มเชิญร่วมโต๊ะ

ตะวันมาพอดีอนาคินรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหาคู่หมั้นสาวทันที

ผมคงต้องกลับก่อนนะแอนนี่ ไปเถอะครับตะวัน เดี๋ยวจะรถติดชายหนุ่มประคองคู่หมั้นสาวเดินออกจากร้านอาหารโดยไม่สนใจอดีตคู่ควงเลย แม้แต่น้อย เพราะเขามีคนสำคัญที่ต้องดูแล

คินนะคิน มาเสียเที่ยวจริงๆ หวานกันเข้าไปเถอะ อีกหน่อยจะหวานไม่ออกใบหน้าสวยทำหน้าบิดเบี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์ มองตามสองหนุ่มสาว ด้วยสายตาที่ริษยา

 

ระหว่างที่นั่งรถกลับ เพียงตะวันได้แต่นั่งเงียบไปตลอดทาง นั่งครุ่นคิดถึงข่าวคาวของคู่หมั้นหนุ่มกับหญิงสาวที่เธอเจอที่ร้านอาหาร ข่าวเริ่มหนาหูเหลือเกินว่าทั้งสองเคยคบหากันตอนที่เรียนอยู่อังกฤษ ไม่รู้ว่ามีมูลความจริงมากแค่ไหนกัน แล้วเขายังรักกันอยู่หรือเปล่า หญิงสาวคอยตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ในใจ

เป็นอะไรครับตะวัน ทำไมเงียบไปหืมชายหนุ่มเอื้อมมือหญิงสาวขึ้นมาจุมพิตหลังมือนุ่มเบาๆ จนเธอต้องรีบชักมือกลับ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อย

พี่คิน ปล่อยมือตะวันก่อนสิคะ

พี่อยากจับมือตะวันไว้แบบนี้ รู้สึกอุ่นใจเหมือนตะวันคอยอยู่ข้างๆ พี่ตลอดเวลาคำพูดของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

ตะวันก็นั่งอยู่ข้างๆ พี่คินตอนนี้อยู่แล้วนี่คะ พี่คินพูดแปลกๆเพียงตะวันเอียงหน้าถามชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

ไม่ใช่แค่ตอนนี้ พี่อยากให้ตะวันคอยเคียงข้างพี่ตลอดไป ได้มั้ยคนดีเขายกมือนุ่มขึ้นจุมพิตอีกครั้ง ก่อนจะหักพวงมาลัย หักมุมเลี้ยวเข้าข้างทาง

พี่คินจอดทำไมค่ะหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มอย่างเต็มตา มองเขาด้วยความงุนงง

ตะวันยังไม่ตอบคำถามพี่เลยครับ ตะวันจะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไปได้มั้ยเพียงตะวันใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เหมือนเขากำลังขอความรักจากเธอ

ตะวันครับชายหนุ่มเชยปลายคางหญิงสาวขึ้นมาสบตาเขา เพราะเธอคอยแต่หลบสายตาเขาอยู่ร่ำไป

พี่คินเพียงตะวันขานเรียกชื่อชายหนุ่มเบาๆ อนาคินถึงกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ รู้สึกอยากจูบหญิงสาวขึ้นมาเอาดื้อๆ ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วเกลี่ยริมฝีปากบางเบาๆ ก่อนโน้มใบหน้าหล่อเข้าไปหาหญิงสาวอย่างช้าๆ เพียงตะวันหลับตาพริ้มลง เผยอริมฝีปากบางออกมาเล็กน้อย ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

24 ความคิดเห็น