รสรักเหยื่อกามเทพ

ตอนที่ 20 : รสรักเหยื่อกามเทพ 6++35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 ม.ค. 61

     รสรักเหยื่อกามเทพ 6++35%


มิกกาแอลย่อตัวลงนั่งพับเพียบเคียงข้างบุตรสาวบนผืนพรม มองน้ำเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยบรรยากาศของเล่นแต่ละชิ้น รวมถึงครอบครัวตุ๊กตากระดาษของเด็กหญิงเป็นพิเศษ

        “แม่เป็นคนวาดเจ้าตุ๊กตานี่ให้หนูด้วยเหรอคะโด” เขาหยิบตัวตุ๊กตากระดาษตัวที่แตกต่างจากพวกขึ้นมาพินิจพิเคราะห์

        “ไม่ใช่ค่ะปาป๊า หนูวาดเองค่ะ” เด็กหญิงคว้าไปจากเขา “แม่บอกว่าปาป๊าไปอยู่บนฟ้าแล้ว หนูไม่ควรเอามาเล่นเป็นครอบครัว แต่ว่าหนูอยากให้มีปาป๊าอยู่กับเรา แล้วปาป๊าลงมาจากฟ้าได้ยังไงคะ”

        มิกกาแอลแทบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ เขาลงมาจากฟ้าครั้งล่าสุดก็จากกรุงปารีซมาที่นี่น่ะแหละ ให้ตายเถอะ นี่เธอไม่มีข้ออ้างอื่นที่ดีกว่านี้ให้บุตรสาวในการกล่าวถึงเขาสักหน่อยเลยเหรอ

“แม่คงหมายถึงปาป๊าเดินทางกับเครื่องบินบ่อยก็เลยต้องอยู่บนฟ้าน่ะที่รัก” เขาแก้ต่าง

เบญจาเดินตรงมาที่ห้องนั่งเล่นทันได้ยินเข้าพอดี “อาหารมื้อเที่ยงเสร็จแล้วนะจ๊ะโด ไปทานกันเถอะที่รัก”

“แล้วปาป๊าล่ะคะแม่”

“อยากจะกินก็ให้เขาเดินตามเรามาสิจ๊ะโด” เธอส่งมือไปดึงโดโรธีลุกขึ้น

“ไปดูให้หน่อยสิคะโดว่าแม่เตรียมอาหารไว้สำหรับปาป๊าด้วยหรือเปล่า” เด็กหญิงขานรับพร้อมกับวิ่งจากห้องนั่งเล่นตรงไปทางครัว มิกกาแอลยันตนเองลุกจากพรมรองนั่ง คว้ามือเรียวที่กำลังจะหนีหน้าเขาตามบุตรสาวไป “ไม่มีข้ออ้างที่ดีกว่าผมตายไปบอกลูกแล้วหรือไงกัน”

“ก็นึกว่าเรื่องอะไร ทำไมเหรอคะมิกก์ ในเมื่อคุณไม่เคยอยู่ในความทรงจำของแกอยู่แล้ว” เธอประจันหน้ากับเขา เรื่องเดียวที่ไม่มีทางยอมอ่อนข้อต่อกันก็คือเรื่องของโดโรธี

“เพราะว่าคุณไม่พยายามทำให้ผมรับรู้เรื่องของโดไงล่ะจีจี้”

“นั่นยังไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามของคุณเหรอคะว่าฉันกับลูกอยู่ได้โดยไม่ต้องการคุณ” เบญจาสะบัดหน้าเดินผ่านตัวเขาไป

“ก่อนหน้านี้อาจจะใช่ แต่หลังจากนี้ไปผมจะทำให้คุณขาดผมไม่ได้เลย คอยดูแล้วกันจีจี้” เขาส่งเสียงตามไปกวนให้เธอเสียประสาทไม่ห่าง

เบญจาไม่สนใจคำพูดของเขา เดินตรงไปยังห้องครัวย่อตัวลงบนเก้าอี้ไม้ที่ทาทับด้วยสีส้ม มิกกาแอลเดินตามเข้ามาติดๆ ย่อตัวลงบนเก้าอี้ว่างอีกตัวเดียวอย่างรู้งาน ริมฝีปากได้รูปเผยรอยยิ้มกับภาชนะใส่อาหารตรงหน้าของตนเอง

“แม่อยากให้ปาป๊าทานมื้อเที่ยงกับเรา เห็นไหมล่ะคะปาป๊า”

“นึกว่าหนูไปหยิบมาวางให้ปาป๊าเองซะอีกที่รัก” เขาหลิ่วตามองเธอ

“ไม่ค่ะปาป๊า แม่อยากให้ปาป๊าอยู่กับเรานะคะ หนูมองหน้าแม่ก็รู้แล้วค่ะปาป๊า” โดโรธียังคงทำตัวเป็นหัวคะแนนหลักในการสนับสนุนเขาอย่างต่อเนื่อง

“พอแล้วจ้ะโด แม่ว่าเราทานกันดีกว่านะก่อนที่อาหารจะเย็นชืดหมด” เธอตักซุปมันฝรั่งใส่ชามส่งให้โดโรธี พร้อมด้วยขนมปังฝรั่งเศส

“แล้วปาป๊าล่ะคะ”

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่เล็กส่อแววเจ้าเล่ห์ใส่เธอไม่แพ้คู่ใหญ่ของคนเป็นบิดาที่ถอนแบบกันออกมา เบญจาพ่นลมหายใจ เธอไม่มีทางที่จะแข็งข้อกับเขาได้ตราบใดที่บุตรสาวยังไม่เลิกยืนข้างเขาอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้

“เขาโตแล้วนะโด ทีตายังตักทานเองได้เลยนี่จ๊ะ”

“แต่ว่าผมอยากให้คุณตักให้นี่ครับจีจี้” มิกกาแอลดันชามกระเบื้องไปทางเธอ กะพริบตาออดอ้อน “เมตตาผมหน่อยเถอะนะ ได้โปรด”

เธอกลอกตา จำใจตักซุปใส่ชามส่งให้เขา ก่อนจะนั่งรับประทานอาหารอย่างเงียบสงบ ฝืนทนปฏิเสธการจดจำภาพตรงหน้าของครอบครัวที่เฝ้าฝันถึง มิกกาแอลหั่นขนมปังป้อนให้โดโรธี เล่าเรื่องน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับชีวิตของเขาให้บุตรสาวฟังอย่างเพลิดเพลิน ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารของวันนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มของสองพ่อลูก มีเพียงเธอที่แยกตัวออกมาราวส่วนเกิน หวาดกลัวจับใจว่าสุดท้ายแล้วโดโรธีอาจเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขา ส่วนเธอก็คงเหมือนตายทั้งเป็นและมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ หากต้องพลัดพรากจากบุตรสาว

มิกกาแอลแยกตัวจากครัวกลับที่ห้องนั่งเล่นพร้อมด้วยโดโรธีหลังทานมื้อเที่ยงเสร็จ เธอเก็บชามทั้งหมดไปล้าง อุ่นซุปเก็บไว้สำหรับมื้อค่ำ เดินผ่านห้องนั่งเล่นไปเก็บเคิร์ดที่ตากเอาไว้นอกบ้านกลับมาแช่น้ำเย็นจัดผสมเกลือก่อนจะห่อด้วยพลาสติกนำไปส่งจำหน่ายตามร้านค้าผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน

ทิ้งช่วงเวลาให้สองพ่อลูกได้อยู่ด้วยกันนานพอสมควรจนคิดว่าถึงเวลาที่เขาควรจะกลับออกไปจากบ้านของเธอได้แล้ว เธอต้องพาโดโรธีเข้าไปในหมู่บ้านด้วยกันเพื่อใช้อินเตอร์เน็ต

“โดหลับอย่างนั้นเหรอ” เธอเลิกคิ้ว มองชายหนุ่มช้อนอุ้มบุตรสาวขึ้นมาแนบอก

“คงโม้จนเหนื่อยน่ะ ผมพาลูกไปบนห้องนอนได้ไหมจีจี้”

เบญจาพยักหน้า “ตามฉันมาก็แล้วกัน”

เธอเดินนำเรือนร่างสูงใหญ่ขึ้นไปบนบันไดหินเพียงสิบสองขั้น ด้านบนมีพื้นที่ไม่มากแบ่งเป็นห้องนอนสามห้อง สองห้องอยู่ฝั่งซ้ายมือของเขาและอีกหนึ่งห้องอยู่ฝั่งขวาติดกับระเบียงรับลมที่ยื่นออกไป เธอเปิดประตูห้องที่อยู่ติดกัน ยืนสังเกตการณ์เขาอยู่ห่างๆ มิกกาแอลวางบุตรสาวลงบนเตียงนอนไม้ แนบริมฝีปากจูบหน้าผากมนพร้อมดึงผ้าห่มคลุมถึงช่วงอก ก่อนจะหันกลับมาสนใจเธออีกครั้ง

“คุณกำลังจะไปไหนจีจี้” เขามองกระเป๋าสะพายข้างใบใหญ่ของเธอ

“คิดว่าจะชวนโดเข้าไปทำธุระในหมู่บ้าน แต่ช่างเถอะ ฉันว่าคุณน่าจะกลับไปได้แล้วนะคะมิกก์” เธอปิดประตูหลังเขาเดินตามออกมา

“ตอนนี้ยังต้องไปทำธุระอยู่หรือเปล่าจีจี้ ผมอยู่เป็นเพื่อนลูกแทนคุณได้นะ”

เธอหันมาสบตากับเขาอย่างจริงจังเมื่อลงมาถึงด้านล่าง “ไม่เป็นไร เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะมิกก์”

“กลับไปก็ไม่มีอะไรให้ผมทำอยู่ดี คุณก็รู้ว่าที่นี่น่าเบื่อจะตายไปเว้นก็แต่ว่าคุณจะช่วยทำให้ความน่าเบื่อเหล่านั้นหายไป” แววตาของเขาเปล่งประกายยืนยันได้ดีว่ากิจกรรมที่เขาพูดถึงคืออะไร

เธอถลึงตาใส่เขา “ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ฉันจะเข้าไปธุระในหมู่บ้าน”

“เอารถยายผมไปไหมล่ะ จักรยานอาจทำให้คุณล่าช้าก็ได้นะจีจี้” เขาเสนอ

“ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร”

“แลกกับอาหารมื้อเที่ยงที่ผ่านมา” ‘และอีกหลายมื้อที่ผมจะฝากท้องไว้กับคุณ’ เขาคิดต่อในใจหลีกเลี่ยงการปะทะ

เธอครุ่นคิด การเอารถยนต์ของยายเขาไปใช้จะทำให้เธอย่นเวลาเดินทางและกลับมาหาโดโรธีได้รวดเร็วกว่าจักรยาน “ตกลง กุญแจอยู่ไหน”

“บนโต๊ะไม้ข้างๆ กับเก้าอี้สานน่ะ เข้าไปก็เห็นเลยหาไม่ยากหรอก”

“ขอบคุณ” เธอพึมพำ ก้าวเดินไปทางหน้าบ้านพลางหมุนกลับมากำชับเขาอีกครั้ง “อย่าพยายามใช้เวลาที่ฉันไม่อยู่ล้างสมองลูก ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วกว่าที่คุณคิดก็แล้วกัน”

“ดีครับจีจี้ ผมชอบที่ได้เห็นคุณเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ภายในบ้านมากกว่าหงอยเหงาอยู่กับลูกตามลำพัง” เขาพูดจามีเลศ

 


ขอคอมเม้นให้กำลังใจกันด้วยนะคะ

ฝากกดไลค์แฟนเพจ Mattaneeya Author ด้วยนะคะเพื่อนๆ

https://www.facebook.com/pages/Youvai/452109254871644?ref=hl

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #60 แอน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:18
    น่าหนักใจแทนจีจี้ มิกก์รุกหนักมาก
    #60
    0