END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 6 : [ Indian Summer ] Wonwoo x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    9 ต.ค. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 6

[ Indian Summer ]


Wonwoo x Woozi

#Wonhoon #ลัทธิออลจีฮุน


#OctoberwithWoozi


-------------------------------------------------------------------------------------------------


* สามารถกดฟังเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านฟิคได้นะคะ*

-------------------------------------------------------------------------------------------------


오늘의 마지막 이 길에 서 있다

매일은 이렇게 ooh

드넓은 세상엔

난 먼지만도 못한 걸 잘 알고 있지만

쉬운 일 하나 없는

출구 없는 미로인듯한 세상



ภายในห้องขนาดใหญ่เงียบสงบ แสงไฟสลัวส่องไปยังเปียโนที่ตั้งอยู่ที่มุมห้อง ห้องพักก่อนขึ้นแสดงไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงแต่เขายืนอยู่ตามลำพัง


ดึกมากแล้ว คอนเสิร์ตก็จบไปสักพักแล้ว บรรดาเมมเบอร์ต่างกำลังพักผ่อนกันอยู่ในห้องพัก บางคนก็อาศัยช่วงเวลานี้แอบงีบตามมุมห้อง


พวกเขาอยู่ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตที่อเมริกาเหนือ เมืองนี้คือเมืองที่สอง ดัลลัส


ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นแสดง เมมเบอร์บางคนกำลังอัดโกอิ้งเซเว่นทีนกันอยู่ โฮชิกับมินกยูเลือกเปียโนเป็นตัวแสดงหลักของโกอิ้งเซเว่นทีนที่ดัลลัส เขาได้แต่นั่งมองทุกคนเงียบๆ


จุนเล่นเปียโนเก่งมากจนเขาได้แต่ทึ่ง


เขาชอบเปียโนมาก แต่ทว่าพรสวรรค์ยังไปไม่ค่อยถึง ไม่ใช่ว่าเล่นไม่เป็น แต่เล่นไม่เก่งเท่าที่ใจอยาก จนหลายครั้งหลายคราก็นึกอิจฉาความสามารถของเพื่อนร่วมทีมหลายคน


ทั้งจุน ทั้งอูจี


แต่ถ้าให้เทียบกันตามตรง เขาอิจฉาอูจีมากกว่า


เล่นเปียโนก็เก่ง แต่งเพลงก็ดี แถมยังเต้นเก่งอีกต่างหาก


คนตัวสูงนักเดินเข้าไปใกล้เครื่องดนตรีขนาดใหญ่ นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามแป้นกดสีขาว จริงอยู่ที่คอนเสิร์ตที่โซล เขาขึ้นไปเล่นเปียโนในสเตจของตัวเอง ทุกคนชื่นชมเขา เมมเบอร์ก็ชมเขาไม่ขาดปาก แม้กระทั่งอูจียังบอกว่าเขาทำได้ดีมากๆ


แต่เขาว่าอูจีก็ยังทำได้ดีกว่า


ในขณะที่เขากำลังพยายามเล่นเปียโนไล่ตามอูจี อีกฝ่ายก็พาตัวเองไปถึง ‘การเต้นที่ยอดเยี่ยม’ แล้ว


나를 숨쉬게 하는 모든 것이

그저 간단했으면 해

내게서 멀리 더 멀리

더 보이지 않을 때까지


เขาบรรจงกดโน้ตเพลงที่เขาชอบเพลงหนึ่ง เพลงโซโล่ของเพื่อนร่วมวง เนื้อเพลงง่ายๆ ทำนองก็ฟังสบายหู แต่ทุกครั้งที่ได้ยินก็เผลอยิ้มปนไปกับปวดหัวใจ


เขาไม่เคยคิดจะไล่ตามอูจีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพียงแต่นึกอิจฉาในความสามารถเหล่านั้นและอยากจะทำให้ได้ ทว่าพอทำได้ดีเท่าที่ตั้งใจไว้แล้ว อีกฝ่ายกลับขยับหนีไปไกลกว่าเดิมอีก


รู้ตัวอีกทีก็อยากทำทุกอย่างให้ได้ดีเท่าที่เพื่อนทำได้แล้ว


“โอ้ วอนอูนี่นา มาอยู่นี่นี่เอง” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว พอหันไปมองก็เห็นคนที่อยู่ในห้วงความคิดกำลังเดินเข้ามาใกล้ อีจีฮุนส่งรอยยิ้มมาก่อนจะหันซ้ายหันขวา “ว่าแล้วเชียวว่าทำหล่นไว้ที่ห้องนี้” มือเล็กหยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมาจากโซฟา


“ลืมของไว้เหรอ”


“อือ คงหล่นตอนที่นั่งขีดๆ เขียนๆ ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตน่ะ ว่าแต่เถอะ นายมาทำอะไรที่นี่ เห็นคุปส์ฮยองถามหานายอยู่”


“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”


“อยากเล่นเปียโนเหรอ เมื่อกี้เหมือนได้ยินเพลง simple ดังลอดออกไปนอกห้องด้วย”


“อ่า มันดังออกไปเหรอ” อีกฝ่ายพยักหน้า “อือ ฉันอยากเล่นเปียโนเก่งๆ น่ะ อยากเล่นให้เก่งเหมือนนายเลย” อูจีชะงัก นิ้วเรียวยกขึ้นชี้หน้าตัวเอง


“เก่งแบบฉัน? บ้าน่า ฉันเล่นเก่งที่ไหน จุนเล่นเก่งกว่าตั้งเยอะ”


“นายเล่นเก่งจะตาย ฉันชอบเวลานายเล่นเปียโนมากเลย ชอบเพลงของนายด้วย ชอบท่าเต้นของนายด้วย” คนโดนชมหัวเราะแก้เก้อ


...ชอบนายด้วย


“อะไรของนายกันเล่า อยู่ดีๆ มาชมกันแบบนี้ รีบๆ กลับกันได้แล้ว คุปส์ฮยองตามหาตัวนายอยู่นา”


“เดี๋ยวสิ เล่นเปียโนด้วยกันก่อนได้มั้ย”


“ห้ะ เวลานี้เนี่ยนะ” เขายกนาฬิกาขึ้นดู


“อือ ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าพวกเราจะกลับโรงแรมกันนี่นา ไหนๆ ก็ต้องไปนั่งแกร่วรออยู่ในห้องพักอยู่แล้ว มาหาอะไรทำดีกว่า ไม่ต้องเล่นด้วยกันก็ได้ นายเล่นให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ยอ่ะ”


คงเป็นเพราะคำขอที่แปลกประหลาด อูจีถึงได้มีสีหน้าพิกล จริงๆ ปกติเขาก็เป็นคนที่มีคำขอแปลกๆ อยู่แล้ว ทว่าคราวนี้คงมากกว่าทุกที


“แต่ถ้านายไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไรนะ”


“มันไม่ใช่ไม่สะดวกใจหรอก ฉันแค่สงสัยว่านายเป็นอะไรหรือเปล่า”


“ไม่เป็น แค่คิดถึงเสียงเปียโนของนายเฉยๆ ตอนที่ทุกคนเล่นกัน ฉันคิดว่านายจะลุกขึ้นมาเล่นด้วยซะอีก” คนตัวเล็กกว่าหัวเราะก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ มือสวยลูบไล้แป้นเปียโนไปมา


“ตอนนั้นฉันคิดเพลงอยู่น่ะ ก็เลยนั่งเงียบๆ เพลินไปหน่อย” อูจีเริ่มกดเปียโนเป็นทำนอง “นายอยากฟังเพลงอะไรอ่ะ ฉันก็ไม่ได้เล่นมาสักพักแล้ว”


จอนวอนอูฮัมเพลง Simple ในลำคอ


เขานึกอยากจะฟังเพลงที่คนๆ นี้แต่งในเวอร์ชันเปียโนโดยเจ้าตัวมาตั้งนานแล้ว


“ยากจังแฮะ ไหน ลองหน่อยสิ” อูจีนั่งลง นัยน์ตาเล็กหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ บรรเลงเพลงออกมา เพลงที่เขาชอบผสานกับท่วงทำนองหวานๆ ของเครื่องดนตรีทำให้หัวใจพองโต


อูจีแม้จะดูดุๆ แต่ใจดีกับเขาเสมอมา เวลาขออะไรถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะทำให้


“ร้องสิ นายก็ร้องเพลงเพราะไม่ใช่เหรอ” คนที่กำลังเล่นเปียโนเอ่ยพร้อมกับสบตาของเขา


“ฉันเหรอ ไม่เอาหรอก เพลงของนาย นายร้องสิ”


“จะให้ฉันทั้งร้องทั้งเล่นเลยเหรอ”


“ใช่แล้ว” และก็เหมือนเดิมที่อูจีจะทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายใส่ แต่ก็ยอมเปิดปากร้องเพลงออกมา เขายิ้มกว้าง


“나를 숨쉬게 하는 모든 것이

그저 간단했으면 해

내게서 멀리 더 멀리

더 보이지 않을 때까지

I call you baby yeah

Baby’s called my happiness yeah

Yeah I just want it SIMPLE SIMPLE

I want it SIMPLE”


อูจีที่แสนใจดีของเขา อูจีที่คือความสุขของเขา


วันนี้เพลง Simple เพราะกว่าทุกวันเลย


-------------------------------------------------------------------------------------------------


= TALK =


สวัสดีค่า คุโจค่ะ!

หัวข้อวันที่ 6 Calibre 


แปลว่าเส้นผ่าศูนย์กลาง….ไม่ใช่!

แปลว่าความสามารถค่ะ ฮา


จริงๆ ได้เนต้ามาจากที่ว่าวอนอูอิจฉาทักษะการเล่นเปียโนของอูจี เลยได้ฟิคสั้นๆ อันนี้ออกมา


ว่าแต่ลงเรือนี้ตอนไหนนะ ….

จำไม่ได้ค่ะ 5555

รู้ตัวอีกทีก็สวัสดีเรือนี้ซะแล้ว ฮา


แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ


#kakujofic

Twitter : @kakujo59

Facebook : ka’kujo


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #7 wa_rin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 05:42
    วอนอูบอกรักไปเลยยยยยยยย
    #7
    1