END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 4 : [ Let’s Spring Begin ] Dokyeom x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 839
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    5 ต.ค. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 4
[ Let’s Spring Begin ]

Dokyeom x Woozi
#Seokhoon #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------

อีจีฮุนเป็นชายหนุ่มที่รู้จักแต่การทำเพลง เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยแปลกใจที่จุดเริ่มต้นในแต่ละวันของเขาจะเป็นสตูดิโอส่วนตัว หลายครั้งหลายคราที่เขาคิดอยากจะออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน แต่จนแล้วจนรอดก็นึกไม่ออก สุดท้ายเขาก็จะขลุกอยู่ในห้องทำงานพร้อมกาแฟอุ่นๆ หนึ่งแก้ว

ดูเหมือนว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาจะทำงานหนักเกินไปหน่อย งานเพลงที่สุมกองสูงท่วมหัวจึงหายไปหมดแล้ว

และตอนนี้เขาก็ว่าง

ชายหนุ่มนั่งคนกาแฟอย่างเหม่อลอย ภายในสมองตอนนี้คือร้านเสื้อผ้าที่หัวมุมถนนอีกฝั่ง ร้านรามยอนร้อนๆ ไก่ทอดเผ็ดๆ กับเกมเซ็นเตอร์ที่อยู่อีกฟากของตัวเมือง

ลาเต้อุ่นๆ ก็น่าจะดีกว่ากาแฟชงขมๆ ในห้องนี้

...อยากออกไปเที่ยวจังเลยน้า…

เสียงเคาะประตูปลุกให้เขาหลุดจากภวังค์ รอยยิ้มกว้างพร้อมใบหน้าทะเล้นโผล่พรวดเข้ามาทันทีที่ได้ยินคำอนุญาต “อูจีฮยอง อยู่หรือเปล่าครับ”

“ถ้าไม่อยู่แล้วใครจะอนุญาตนายกันล่ะ” อีซอกมินหัวเราะร่า คนตัวสูงกว่าเดินเข้ามาพร้อมกับของเต็มสองมือ

“คุปส์ฮยองให้เอามาให้น่ะครับ” เขาเลื่อนเก้าอี้ไปดู ภายในกล่องที่อีกฝ่ายถือมามีโน้ตเพลงและแผ่นซีดีอีกมากมาย “เห็นบอกว่าพี่เมเนเจอร์ได้มาจากคนรู้จักเยอะเลย แล้วน่าจะมีประโยชน์กับฮยอง ผมจะแวะมาเอาของที่บริษัทพอดีก็เลยหิ้วมาให้น่ะครับ”

“โอ้ ขอบใจนะ มีประโยชน์มากเลย”

“แล้วนี่ฮยองไม่พักบ้างเหรอครับ ผมเห็นทำงานหนักมาตั้งแต่ต้นอาทิตย์”

“จริงๆ งานเสร็จแล้วน่ะ ฉันกำลังคิดอยู่เลยว่าจะไปพักผ่อนที่ไหนดี” โดคยอมยิ้มกว้าง มือใหญ่ดึงแก้วกาแฟออกไปจากมือของเขา

“ถ้างั้นออกไปเที่ยวกับผมมั้ยครับ ผมว่างอยู่พอดีเลย ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ที่ฮยองชอบกำลังลดราคาอยู่ที่หัวมุมด้วย ไปด้วยกันนะครับ”




อากาศวันนี้ค่อนข้างขะมุกขะมัว อากาศชื้นๆ แถมเมฆยังลอยปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ดูทรงแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงก็คงมีฝนตกลงมา

พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ร้านขายเสื้อผ้าที่หัวมุม โดคยอมถามเขาตั้งแต่เดินออกมาจากตึกแล้วว่าอยากไปไหน แต่เพราะว่าเขาคิดอะไรไม่ออก เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจพาไปที่ๆ น่าสนใจก่อน

คงเป็นเพราะเวลาบ่ายๆ คนส่วนมากยังอยู่ในออฟฟิซ ร้านค้าจึงค่อนข้างโล่ง เขาตรงปรี่ไปที่โซนเสื้อแจ็กเก็ตทันที โชคดีเป็นของเขาที่เสื้อตัวที่เล็งอยู่กำลังลดราคา อีกทั้งยังเหลือตัวสุดท้ายอีกด้วย

อูจียิ้มกว้าง

เดือนหน้าจะเริ่มทัวร์คอนที่โซนยุโรป เขากำลังหาเสื้อผ้าพอดีเลย

“เป็นยังไงบ้างครับ”

“ตัวที่ฉันเล็งกำลังลดราคาพอดีเลย นายดูสิ เหลือตัวสุดท้ายด้วย”

“โอ้ ฮยองโชคดีจังเลยครับ”

“นายไม่ดูสักตัวเหรอ ไหนๆ วันนี้ก็ออกมาด้วยกันแล้ว เดี๋ยวฉันซื้อให้” อีกฝ่ายดูมีสีหน้าประหลาดใจ

“นึกอะไรขึ้นมาครับเนี่ย”

“คิดซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่พาฉันออกมาสูดอากาศข้างนอกแล้วกัน”

“ค่าตอบแทนแพงจังเลยนะครับ ถ้าฮยองจะซื้อให้ก็เลือกให้ผมสักตัวสิครับ” อูจีหัวเราะในลำคอก่อนจะหันไปที่ราวแขวนเสื้อ อาจจะเพราะผ่านช่วงเวลาลดราคามาสักพักแล้ว แบบเสื้อผ้าถึงเหลือไม่เยอะ หลังจากที่เลือกได้สักพักหนึ่งเขาก็หยิบเสื้อโอเวอร์ไซส์สีขาวตัวหนึ่งออกมา

“ฉันว่านายเหมาะกับเสื้อโอเวอร์ไซส์” มือเล็กทาบเสื้อลงบนตัวอีกคน “ตัวนี้น่าจะเหมาะกับนาย” 

เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง

“งั้นผมจะใส่ตัวนี้ไปตอนทัวร์คอนเดือนหน้านะครับฮยอง” พอเห็นรอยยิ้มทั้งตาทั้งปากของอีกฝ่าย เขาก็เผลอยิ้มตาม ความรู้สึกหน่วงๆ ในใจที่มาจากการทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์เบาบางลงไปมาก

จริงๆ แล้วอีซอกมินเป็นแฮปปี้ไวรัสของเซเว่นทีนนี่นะ




“ฮยองซื้อเสื้อให้ผมแล้ว งั้นขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ” ด้วยความที่ขี้เกียจเถียง เขาจึงปล่อยให้เด็กบ้าทำตามใจอยาก เด็กหนุ่มลากเขาเข้ามาในร้านจาจังมยอน กลิ่นหอมที่อบอวลภายในร้านทำให้ท้องของเขาเริ่มประท้วง โดคยอมที่ได้ยินเสียงขยับรอยยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือเรียกพนักงาน

“เอาจาจังมยอน 2 ชาม รามยอนแห้งรสเผ็ด 1 ต๊อกโบกีชีสแล้วก็ไก่ทอดเผ็ดชุดกลางครับ”

“หิวมากหรือไง มาสองคนสั่งตั้ง 3 ชาม” อูจีเอ่ยพร้อมกับกลั้วหัวเราะ

“ก็ฮยองชอบทานจาจังผสมรามยอนเผ็ดไม่ใช่เหรอครับ” เขานิ่งงันไป “ตอนที่เป็นเด็กฝึกใหม่ๆ พวกเรามาทานร้านนี้บ่อยมากเลยเนอะครับ แต่พอเดบิวต์แล้วก็งานยุ่งกันจนไม่ได้เดินเที่ยวรอบๆ บริษัทเลย ทั้งๆ ที่อาหารอร่อยมากแท้ๆ อ้ะ จริงสิครับ ฮยองจะเอาอะไรเพิ่มหรือเปล่าครับ ผมก็เผลอสั่งไป”

“พอแล้วล่ะ”

“อ้ะ โคล่าเพิ่มมั้ยครับ ไก่ทอดก็ต้องกินคู่กับโคล่านี่นา ขอโทษครับ สั่งอาหารเพิ่มหน่อยครับ” หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อย คนพูดเยอะก็หันมาต่อบทสนทนาต่อ “พอพูดถึงไก่ทอดกับโคล่าแล้วก็นึกถึงตอนติดเกาะเลยนะครับ ไก่ทอดของมินกยูสุดยอดไปเลย อ่า พูดแล้วก็อยากกินจังเลยน้า หลังจากตอนนั้นมาพวกเราก็ไม่มีเวลาทำอาหารด้วยกันอีกเลย”

“ถ้าพูดถึงตอนติดเกาะ ที่ฉันคิดถึงมากที่สุดกลับเป็นต้มยำทะเลของนายน่ะ”

“อ้ะ ของผมเหรอครับ”

“ใช่ อร่อยสุดๆ ไปเลย ฉันยังไม่เจอร้านไหนทำได้อร่อยเท่าของนายอีกเลย”

“ฮยองก็ชมเกินไปแล้วครับ”

“ไปถามใครๆ เขาก็คิดแบบนั้นกันหมดแหละ อาหารของมินกยูน่ะสุดยอดมากอยู่แล้ว แต่ฉันไม่เคยคาดคิดว่านายจะทำได้อร่อยขนาดนั้นเลย”

“อ่า อาหารมาแล้ว เราเปลี่ยนเรื่องกันดีกว่ามั้ยครับ” เด็กหนุ่มรับชามมาจากพนักงานเสิร์ฟ อูจีทำท่าจะดึงชามมาตรงหน้าตัวเองแต่อีกฝ่ายก็รั้งไว้ก่อน มือใหญ่บรรจงเทรามยอนใส่ชามจาจังก่อนจะคนให้เข้ากัน

แล้วเลื่อนมาตรงหน้าเขา

“ทานให้อร่อยนะครับ อูจีฮยอง”




...เกมเซ็นเตอร์…

เขายืนมองเด็กหนุ่มที่กำลังแลกเหรียญกับตู้อัตโนมัติอยู่ ตอนนี้ข้างนอกฝนเริ่มตกปรอยๆ แล้ว พวกเขาจึงหาที่หลบฝนกัน แล้วที่ๆ อีกฝ่ายพามาก็คือเกมเซ็นเตอร์ที่เขานึกถึงเมื่อตอนสายๆ ของวัน

ทำไมเจ้าเด็กบ้าถึงรู้ว่าเขาคิดถึงอะไรอยู่

หรือจริงๆ จะแค่บังเอิญ?

“ฮยองอยากเล่นเกมอะไรมั้ยครับ ผมแลกเหรียญมาเผื่อด้วย” พอเห็นเขายักไหล่ อีกฝ่ายก็หัวเราะ “งั้นเล่นเกมที่เล่นกันได้สองคนแล้วกันนะครับ เราจะได้เล่นด้วยกันได้” พูดจบก็เดินนำลิ่วไปที่โซนเกมยิงปืน

เขากระพริบตาปริบๆ แล้วเดินตามไป

...ใช่ ปกติมาเกมเซ็นเตอร์ถ้าไม่เล่นเกมยิงปืนเขาจะเล่นเกมขับรถ

อีซอกมินเลี้ยวเข้าไปในตู้เกมที่เขาชอบมาเล่นประจำ มือใหญ่กวักเรียกยิกๆ เขายักไหล่ละทิ้งความสงสัยก่อนจะเดินไปหา

เสียงโวยวายดังคละไปกับเสียงหัวเราะ ส่วนใหญ่พวกเขาจะมาเกมเซ็นเตอร์กันทั้งวง แต่เขาจะเล่นเกมอยู่กับไม่กี่คน โดคยอมเป็นคนที่เขาไม่เคยเล่นเกมด้วยมาก่อน

เพิ่งจะรับรู้ได้ในวันนี้เองว่าการเล่นเกมกับเด็กหนุ่มสนุกขนาดนี้ เพราะนอกจากจะมีเสียงหัวเราะตลอดเวลาแล้ว อีกฝ่ายยังซัพพอร์ตเขาในเกมเหมือนที่ชอบทำเวลาอยู่ด้วยกัน

...เจ้าแฮปปี้ไวรัสแห่งเซเว่นทีน วันนี้ทำไมถึงมาใจดีกับเราจังนะ…




“มัวแต่เล่นเกมจนลืมดูเวลาไปเลยครับ ป่านนี้แล้วร้านคาเฟ่คงจะปิดกันไปหมดแล้ว แถมฝนยังตกอีก” เสียงบ่นพึมพำดังขึ้นมาเหนือหัว เด็กหนุ่มเดินไปซื้อน้ำมาหลังจากพวกเขาเล่นเกมโวยวายกันจนหมดแรง “ดื่มนี้แทนแล้วกันนะครับฮยอง” มือใหญ่ยื่นขวดลาเต้เย็นมาให้

“แต้งกิ้ว นายนี่เหมาะกับการเป็นแฟนหนุ่มที่อบอุ่นจังนะ” เขาเปิดขวดแล้วยกขึ้นดื่ม แม้รสชาติจะไม่ได้ดีเท่ากาแฟอุ่นๆ ในคาเฟ่สวยๆ แต่ก็ทำให้พลังที่หายไปจากการโวยวายกลับมาได้

“อะไรนะครับ”

“ใครเป็นแฟนนายจะต้องโชคดีมากแน่ๆ  สมกับเป็นผู้ชายแสนอบอุ่นของเซเว่นทีน”

“วันนี้ฮยองชมผมทั้งวันเลยนะครับ”

“นายต่างหาก วันนี้เอาใจฉันทั้งวันเลย คิดอะไรอยู่” พอเห็นดวงตาโตๆ หลุกหลิก เขาก็เอาศอกกระทุ้งเอวคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ “ไม่ต้องมาคิดเรื่องเฉไฉเลย นายเดาใจฉันออกทั้งวันว่าอยากทำอะไร ตามใจแทบจะทุกอย่าง นี่หวังจะเอาอะไรใช่มั้ย อยากได้ท่อนร้องเพิ่มเหรอ”

โดคยอมนิ่งไป

ก่อนจะหัวเราะลั่นออกมา

“โถ่ ฮยองครับ ใครเขาจะอยากได้ท่อนร้องเพิ่มกันเล่า”

“งั้นคิดอะไรอยู่ ไหนนั่งลงมาแล้วบอกกันหน่อยซิ” อีกฝ่ายยอมนั่งลงข้างๆ แต่โดยดี 

“ก็ไม่ได้อะไรหรอกครับ ช่วงนี้ทุกคนยุ่งกับการทัวร์คอนมากอยู่แล้ว พวกฮยองยังต้องยุ่งมากขึ้นกับการคัมแบคอีก ทั้งแต่งเพลง คิดท่าเต้น คิดนู่นคิดนี่วุ่นวายไปหมด จนบางทีผมก็ละอายใจที่ช่วยอะไรไม่ได้เท่าไรเลย ผมน่ะอยากมีประโยชน์บ้าง แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ อย่างการพาฮยองออกมาผ่อนคลายก็ตามเถอะ”

“อูจีฮยองน่ะเป็นคนกลัวที่จะออกมาข้างนอกลำพัง ปกติก็เห็นขลุกอยู่แต่ในห้องทำงาน พอว่างก็เหมือนอยากออกมาเที่ยวแต่ก็ขังตัวเองอยู่ในห้องอีก ผมก็เลยอยากชวนออกมาเดินเล่น นี่ก็ลองเดาสุ่มวันว่างของฮยองจากการคุยกับคุปส์ฮยองมา”

“แล้วก็ดันรู้ด้วยนะว่าฉันอยากทำอะไรบ้าง” โดคยอมหัวเราะร่าเมื่อได้ยินประโยคของเขา

“ฮยองอ่านง่ายจะแย่ครับ ช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาผมพยายามเฝ้าสังเกตท่าทางของฮยองดู อีกอย่าง เวลาว่างๆ ฮยองก็ทำอยู่ไม่กี่อย่าง ผมก็แค่ลองสังเกตแล้วก็อ่านใจดูแค่นั้นเอง ง่ายจะตายไป”

“เหรอ” อูจียกมือขึ้นถูจมูกไปมา “ขอบคุณนะ วันนี้ฉันมีความสุขมากเลย ถึงงานจะเสร็จไปเยอะแล้วแต่ก็ยังเครียดอยู่ดีนั่นแหละ พอนายพาออกมาเดินเล่นแล้วหายเครียดไปเยอะเลย จริงๆ ตอนนายชวนออกมาฉันก็กังวลเพราะเราสองคนไม่ค่อยได้อยู่กับตามลำพังบ่อยใช่มั้ยล่ะ แต่นายเป็นแฮปปี้ไวรัสของจริงเลย”

เขาเอียงคอลงพร้อมกับขยับรอยยิ้มกว้าง

“ขอบคุณนะ อีซอกมิน”

“ถ้าได้มีประโยชน์กับอูจีฮยอง ผมก็ดีใจแล้วแหละครับ วันไหนเครียดอีกก็บอกผมนะครับ คราวหน้าผมจะพาฮยองไปทำอะไรที่ฮยองไม่เคยทำเลย”

“เช่นอะไรล่ะ?”

โดคยอมยื่นหน้าเข้ามาใกล้

“อยากรู้ต้องลองดูนะครับ”

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 4 Handy
อ่านหัวข้อแล้วก็งงๆ ค่ะ ฮา เราแปลนัวๆ ว่ามีประโยชน์แล้วกัน

สำหรับ Seokhoon เป็นเรือที่ไหลมาเนียนๆ แล้วเราก็ลงเนียนๆ ค่ะ 555
ชอบความจุ้กจิ้กจ้อกแจ้กวอแวพี่ของคนน้องมากเลย 5555

แอบคิดว่าโดคยอมเป็นผู้ชายที่อบอุ่นคนหนึ่ง
ฟิคก็เลยออกมาฟิลอบอุ่นๆ 
อยากให้น้องน้อยพานูน่าไปเที่ยวบ้างจังเลยค่ะ > v <

เราขออนุญาตลงฟิคดีเลย์วันหนึ่งนะคะ ฮา

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #5 icelovely_110 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:54
    เจ้าโดคยอมคราวหน้าจะเจ้าจี้ไปทำไร ฮือออพ่อไมโครเวฟ
    #5
    1
  2. #2 wa_rin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 16:55
    โดคยอมคนดี ฮรือออออออออออ
    #2
    1