END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 35 : * แจ้งสอบถามเรื่องรวมเล่ม * Special [ On Cloud Nine ] Mingyu x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 ม.ค. 61



-------------------------------------------------------------------------------------------------



[ 31 มกราคม 2560 ]

สวัสดีค่ะ คุโจค่ะ
เราทำการปิดเรื่องไปแล้ว แต่ว่าเรามีเรื่องอยากมาสอบถามนักอ่านทุกคนค่ะ
ตอนพิเศษจริงๆ อยู่ข้างล่างนะคะ เลื่อนลงไปอ่านได้ค่ะ

ถ้าเราทำการรวมเล่ม 
‘Leaves Are Falling’ #octoberwithwoozi
จะมีนักอ่านคนไหนสนใจมั้ยคะ

เดี๋ยวเราจะแปะฟอร์มไว้ให้ เผื่อมีใครสนใจนะคะ

แบบฟอร์มสอบถามความสนใจการรวมเล่มฟิค Leaves Are Falling by. Kakujo


คิดว่าจะต้องรีไรท์ใหม่ จัดเรื่องราวใหม่ โดยเปลี่ยนการดำเนินเรื่องเป็นเน้นหนักที่ตัวอีจีฮุนมากกว่าตอนที่ลงในเด็กดีค่ะ
แต่พล็อตคงจะเหมือนเดิม แล้วก็คงจะเพิ่มตอนพิเศษสัก 2 -3 ตอนค่ะ

เรื่องราคา หรืออะไรยังไง เราคงจะมาแจ้งอีกทีหลังจากทำการตัดสินใจว่าจะรวมเล่มหรือเปล่าค่ะ
แต่จะพยายามควบคุมไม่ให้ราคาสูงจนเกินไป
น่าจะอยู่ที่ประมาณ 250 -300 บาทนะคะ

ในส่วนของหน้าปก เราคงออกแบบเอง อาจจะเป็นหน้าปกเรียบๆ มากกว่า เพราะเราชอบแบบนั้น
ถ้าใครสนใจหรืออะไรยังไง รบกวนกรอกฟอร์มด้วยนะคะ
หรือว่าทักเรามาทายทวิตเตอร์ได้เลยค่ะ

ถ้ามีคนกรอกฟอร์มสนใจเกินขั้นต่ำของโรงพิมพ์หรือใกล้เคียง เราจะแจ้งกลับไปอีกครั้งนะคะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรากดปิดเรื่องไปแล้ว มันก็เลยอาจจะทำให้เราแจ้งข่าวสารพวกนี้ได้ลำบาก
อาจจะต้องรบกวนคนอ่านที่สนใจกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มด้วยค่ะ

ระยะเวลาการจัดทำคงอีกสักพักค่ะ ถ้ามีคนสนใจเราจะไปจัดการรายละเอียดใหม่
รวมถึงออกแบบปกอีก อาจจะยาวๆ ไป หรือว่าอาจจะไปลงที่ #งานตลาดนัดสวนแครอท เลย

ขอโทษที่พิมพ์ยาวค่ะ ไม่มีเนื้อหาอะไรเลย เราแค่อยากทำให้เพิ่มตอนยาวๆ เฉยๆ….

ขอบคุณทุกคนที่สนใจฟิคเรื่องนี้ค่า
ขอบคุณจริงๆ นะคะ

โฆษณาว่าเราเปิดเรื่อง #soonhoon ใหม่นะคะ
แต่แอบดองอยู่ ไปตามส่องๆ ได้น้า



ความยาวมันไม่ถึง มันไม่แจ้งเตือน 555 เราขอโทษค่ะ ขอพิมพ์อะไรเล่นอีกนิดหนึ่ง
เราพลาดเองที่กดปิดเรื่องไป ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องรวมเล่ม
ตอนนี้อยากรวมแล้ว แม้ว่าจะมีคนอ่านไม่ได้มากมายอะไร
แต่เพราะเป็นฟิคที่กลับมาเขียนหลังจากที่ร้างราไปนาน แล้วก็เขียนสำเร็จ
ก็เลยอยากรวมเล่มมากอดไว้ให้ชื่นใจ T v T
เอาจริงๆ ถ้ายอดใกล้ 20 เล่มมากๆ เราก็จะเปิดแล้วค่ะ
ขอแค่ 15 - 16 เล่มก็เปิดแล้ว 55555

จริงๆ อยากสอบถาม Feedback มากเลยค่ะ
ว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง
บางคนอาจจะไม่ชอบคอมเม้นต์หรือว่าอะไรยังไงก็ตาม
แต่ถ้ามีอะไรอยากบอกกับเรา อยากพูดกับเรา
กรอกฟอร์มนี้ก็ได้นะคะ
ไม่ได้อยากได้เล่ม แต่อยากคุยกับเราก็กรอกลงไปในข้อเสนอแนะเลยค่ะ
หรือว่าจะทักดีเอ็มเราไปก็ได้นะคะ
หรือถ้าใครอยากได้อีเมลก็ส่งเมลมาหาเราก็ได้นะคะ 55555 
ล้อเล่นค่า

ทำไมพิมพ์เท่าไรก็ไม่ถึง 3000 คำสักทีคะ
ทุกคนเริ่มเห็นถึงความเด๋อด๋าของเราแล้วใช่มั้ย
ใช่ค่ะ เราเด๋อด๋ามากเลย จะร้องไห้

จริงๆ สำหรับคนที่สนใจรวมเล่มจริงๆ สามารถแจ้งในฟอร์มได้นะคะ
ว่าอยากได้ตอนพิเศษแบบไหน หรืออยากได้อะไรเป็นพิเศษ
หรือว่ามีอะไรที่สนใจ มีแนบคิดอะไรยังไงที่ต้องการ บอกเราได้นะคะ
หรืออยากจะตบตีเราที่ทำน้องร้องไห้ เราก็ยินดีให้ตบตีค่ะ

มีอะไรอยากขอบคุณมากมายเลยค่ะ
เช่น....
ขอบคุณเซเว่นทีน ขอบคุณอูจี
การที่เราได้มาเขียนฟิคเรื่องนี้ ทำให้เราได้เจอคนอีกมากมายเลยค่ะ
ได้เจอมิตรภาพดีๆ เยอะแยะเลย
มีคนมาทักเราในทวิตเตอร์หลายคนมากค่ะ
มาพูดคุย มาหยอกล้อ
ทุกคนช่วยฮีลลิ่งวันที่เศร้าๆ ของเรานะคะ เรามีความสุขมากๆ เลย
และขอบคุณทุกอย่างบนโลกนี้ที่พัดพาเราให้มาเจอทุกคนค่ะ
เราไม่ได้มีความสุขกับการแต่งฟิคแบบนี้มานานแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เรามีความสุขกับการได้นั่งหน้าคอมพิวเตอร์
แล้วพิมพ์อะไรที่อยู่ในใจออกมา

อะไรกันคะเนี่ย ยังไม่ครบ 3000 ตัวอักษรอีกเหรอ 555555555
มาคุยกับเราทางทวิตเตอร์ได้นะคะ
เราไม่กัด เราพูดคุยได้ทุกเรื่องค่ะ
อยากจะโวยวายเรื่องไร้สาระหรือปัญหาชีวิต มาพูดคุยกับเราได้นะคะ เราเหงา (....)

อ๋อ มีอีกทางหนึ่งค่ะที่ใช้ติดต่อกับเราได้
ทาง Ask.fm ค่ะ เดี๋ยวเราแปะลิงค์ไว้ให้ด้วย เผื่อใครอยากถามหรืออยากคุยอะไรกับเราน้า





-------------------------------------------------------------------------------------------------



ตอนพิเศษ
[ On Cloud Nine ]

Mingyu x Woozi

#gyuhoon  #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi



-------------------------------------------------------------------------------------------------

“มินกยูฮยองค้าบ” เสียงอ่อนเสียงหวานดังมาจากด้านหลังทำให้คนตัวสูงที่กำลังง่วนอยู่กับการพลิกไข่ต้องหันไปมอง ใบหน้าอ่อนระโหยโรยแรงของบูซึงกวานโผล่มาทางกรอบประตู นัยน์ตาใสๆ มองมาด้วยความอ้อนวอน เขาได้แต่กระพริบตาปริบๆ “พวกผมทำไม่ได้แล้วครับ ต้องพึ่งฮยองแล้วล่ะครับ”

“ห้ะ?”

“อูจีฮยองยังไม่ตื่นเลยครับ” เสียงน้ำมันในกะทะแตกดังโพละ เขาได้แต่ส่ายหัวไปมาพร้อมกับยิ้มขำ 

“นายไปเถอะ วันนี้มีธุระกันแต่เช้านี่นา เดี๋ยวฉันจัดการที่นี่เอง ซึงกวาน มาช่วยหน่อยสิ” อีซอกมินไล่ เขายักไหล่ก่อนจะยื่นตะหลิวให้น้องชาย เจ้าตัวรับมาแล้วเข้ามาแทนที่เขาทันที

“อย่าทำสุกเกินไปล่ะ” พอสั่งแล้วก็รีบออกมาจากครัว

ที่หน้าห้องนอนขนาดกลางมีร่างสูงของจุนยืนเท้าเอวอยู่ พอใบหน้าคมคายหันมาเห็นเขาก็ยักไหล่ให้หนึ่งทีแล้วชี้เข้าไปข้างใน ดูจากสถานการณ์แล้วทุกคนคงพยายามกันอย่างที่สุดแล้ว

ภาพที่เห็นตอนที่เขาเปิดประตูเข้าไปคือคุปส์ฮยองที่นั่งยองๆ คอตกอยู่หน้าเตียง และคนที่มีปัญหากับการตื่นนอนที่สุดก็หลับปุ๋ยขดตัวอยู่ในผ้าห่มสบายใจ

“หน้าที่นายแล้ว” พอสั่งเสร็จ ลีดเดอร์ก็เดินออกจากห้องไป แถมปิดประตูให้เสร็จสรรพ เขาถอนหายใจยาวแล้วนั่งลงบนเตียง

ฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดผ่านไปแล้ว ในที่สุดเวลาก็ผ่านมาจนถึงฤดูใบไม้ผลิ นับกันดีๆ ก็เกือบจะหกเดือนได้แล้ว นับตั้งแต่วันที่ลมพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้าและมือที่จับกันอยู่ ความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปอย่างเชื่องช้า แต่ความสุขนั้นงอกเงยจนสัมผัสได้

แม้เขากับอูจีฮยองจะอยู่หอเดียวกัน และแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่ช่วงที่ได้อยู่กับตามลำพังมีเพียงแค่ช่วงที่พักหลังซ้อม ช่วงที่เดินกลับหอ และช่วงที่พีดีนิมขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานแค่นั้นเอง ช่วงเวลาอื่นคือช่วงที่อยู่กับเมมเบอร์ และพวกเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรที่ผิดสังเกต

ในหนึ่งเดือนแทบจะมีโอกาสหวานด้วยกันอยู่ไม่กี่ครั้ง ช่วงเวลาว่างหนึ่งถึงสองชั่วโมงที่มักมีให้กันในแต่ละอาทิตย์ก็มักจะหมดไปกับการพาพี่ชายตัวน้อยไปดูเสื้อผ้าและชิมกาแฟรอบบริษัท

การปลุกพี่ชายก็เหมือนกัน เขาไม่อยากผูกมัดหน้าที่นี้ไว้กับตัวเอง ดังนั้นหน้าที่นี้จึงเป็นของบูซึงกวานและเมมเบอร์คนอื่นเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าในวันที่ทุกคนไม่สามารถปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นได้ก็มักจะมาเรียกเขา

สิ่งที่มีให้กันทุกวัน ก็มีเพียงแต่อ้อมแขนที่เขาขอกอดก่อนแยกกันไปนอนแค่นั้นเอง ไม่เคยเรียกร้องอะไรไปมากกว่านั้น เขารู้ดีว่าอีจีฮุนไม่ชอบสกินชิป และคนตัวเล็กก็ไม่เคยมีความรักที่จริงจังมาก่อน การเรียกร้องอะไรที่มากเกินไป มีแต่จะทำให้อึดอัดกันไปเปล่าๆ

“ฮยองครับ ตื่นได้แล้ว” มือใหญ่เขย่าคนที่หายไปในผ้าห่มผืนหนา แน่นอนว่าไม่มีเสียงตอบอะไรกลับมา เขาถอนหายใจแล้วดึงผ้าห่มออก พอมองคนตัวเล็กที่ขดตัวเหมือนลูกแมวแล้วก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมา “อูจีฮยองครับ เช้าแล้วนะครับ วันนี้เรามีตารางงานแต่เช้านะ”

มีแต่เสียงอือออตอบกลับมา เขางัดอีกฝ่ายให้ขึ้นมานั่ง

ใบหน้างัวเงียเชยขึ้นมามองเขา นัยน์ตาเล็กๆ เปิดขึ้นมานิดเดียว พอเห็นว่าเป็นใครก็หลับตาแล้วก็ซุกหน้าลงมากับไหล่ “อีกห้านาทีไม่ได้เหรอ…”

“เมื่อคืนนอนกี่โมงครับเนี่ย”

“...ตีสี่…”

“ครับๆ นั่นไม่เรียกว่าเมื่อคืนครับ มัวแต่ทำอะไรเนี่ย ตีสี่เลยนะนั่นน่ะ”

“ก็ทำเพลงยังไงล่ะ ถามอะไรแปลกๆ”

“ฮยองนั่นแหละ พูดอะไรแปลกๆ รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้มีตารางงานยังทำงานจนเช้าอีก ตื่นได้แล้วครับ ถ้าไม่ตื่นผมจะไปทำอาหารเช้าต่อไม่ได้นะครับ” หัวทุยๆ ส่ายไปมาดุ้กดิ้ก

“ก็ไปทำสิ ปล่อยฉันนอนอยู่นี่แหละ”

“ฮยองครับ ตื่นเถอะครับ จะเจ็ดโมงแล้วนะครับ แปดโมงต้องออกจากหอแล้วนะ”

“มีเวลาอีกตั้งชั่วโมงหนึ่ง”

“แค่เอาฮยองออกจากเตียงก็หมดไปครึ่งชั่วโมงแล้วครับ ลุกได้แล้ว”

“ไม่ลุก…” ไม่พูดเปล่าด้วย เพราะคนตัวเล็กทิ้งน้ำหนักลงมาบนตัวเขามากกว่าเดิม มินกยูได้แต่พ่นลมหายใจออกมาจากปาก บางทีก็นึกสงสัยว่าพระเจ้ากำลังพยายามทดสอบความอดทนของเขาหรือเปล่า เพราะคนในอ้อมแขนตัวนุ่มนิ่มเสียจนอยากฟัดให้หายอยาก

“ตื่นนะครับ ผมขอร้องแหละ ตื่นนะ”

“ไม่…” มือใหญ่ดันพี่ชายออกห่าง อีกฝ่ายยังคงหลับตาพริ้มจนเขาอยากแกล้ง ใบหน้าคมคายขยับเข้าไปใกล้ แล้วแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากป้านๆ หนึ่ง พีดีนิมตัวน้อยตื่นเต็มตา มือสวยผลักคนฉวยโอกาสออกห่างจนหน้าหงาย

“ทำอะไรของนายเนี่ย!”

“ปลุกยังไงล่ะครับ ตื่นแล้วเนอะ”

“ไม่ตื่น ขอนอนต่อไม่ได้เหรอ ง่วงอ่า”

“เดี๋ยวคืนนี้จะให้นอนให้เต็มอิ่มเลยครับ ตื่นได้แล้ว เอ้า ลุก ฮึบ” เขาดึงมือพี่ชายให้ลุกขึ้นยืน อีกฝ่ายยอมลุกขึ้นมาแต่โดยดี … ลุกขึ้นมายืนหลับพิงเขาต่อ มือเล็กกว่ากุมมือใหญ่ไว้แน่น ใบหน้าก็ซบลงกับต้นแขน หลับตาพริ้ม “ฮยองครับ…”

“ง่วงอ่า” เขาถอนหายใจยาว

“ครับๆ ง่วงก็ง่วงครับ ไปล้างหน้าล้างตากัน แปรงสีฟันฮยองอยู่ไหนหว่า ผ้าขนหนูๆ” คิมมินกยูจัดการทุกอย่างด้วยความเคยชิน ทั้งบีบยาสีฟ้น จัดเตรียมเสื้อผ้าและของจำเป็นด้วยมือเดียว ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงเด็กจอมงัวเงียให้เดินออกไปด้วยกัน

จุนที่ยังวนเวียนอยู่หน้าห้องดูจะตกใจนิดหน่อย

“นั่นโคอาล่าเหรอ” เขาได้แต่หัวเราะคนที่เกาะติดหลังเขาอยู่

“นั่นสิครับ ปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น ต้องลากออกมา ห้องน้ำว่างใช่มั้ยครับ” พอเห็นพี่ชายพยักหน้า เขาก็เดินไปที่ห้องน้ำ มือใหญ่ดันคนที่ยังงัวเงียให้เข้าไป

พอมองๆ แล้วรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายต้องนั่งหลับคาโถชักโครกแน่ๆ

“ฮยองไม่ต้องให้ผมแต่งตัวให้ใช่มั้ยครับ อย่าให้ผมต้องมาช่วยถอดเสื้อให้นะ” พีดีนิมถอนหายใจยาวก่อนจะเปิดน้ำที่อ่างล้างมือ

“เข้าใจแล้วๆ ไปทำข้าวเช้าเถอะ”

“อีกห้านาทีถ้าฮยองยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ ผมจะมาดูนะครับ” อีจีฮุนพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับบ่นพึมพำก่อนจะยัดแปรงสีฟันเข้าปาก

“นี่แฟนหรือแม่เนี่ย…” มินกยูยิ้มกว้างก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้

“แฟนครับผม”




เขานั่งตัวจมลงในเก้าอี้บุผ้า นัยน์ตาก็จับจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือก็คลิกไม่หยุด

ถ้าหากว่าอีจีฮุนคือฝ่ายทำเพลงของเซเว่นทีน คิมมินกยูก็คือฝ่ายอาร์ตของเซเว่นทีน งานแต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ หรือภาพที่มักลงโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ต้องการเอฟเฟคมักจะเป็นฝีมือของเขา ถ้าเป็นงานใหญ่ๆ ถึงจะยกให้เป็นหน้าที่พี่ๆ ทีมงานของบริษัท

และช่วงนี้บรรดาเมมเบอร์ก็ขยันลงรูปในโซเชียลเน็ตเวิร์คเหลือเกิน ห้องแชทของวงจึงมีรูปเด้งเข้ามาให้เขาช่วยแต่งไม่หยุด

“วันหลังใช้แอปถ่ายรูปกันหน่อยสิ…” เขาพึมพำ มองใบหน้าสดของเพื่อนด้วยความเหนื่อยใจ ถึงจะบอกว่ากะรัตชินกับใบหน้าของพวกเขาก็เถอะ แต่บางทีก็อยากให้ดูหล่อเหลาสมกับเป็นไอดอลบ้าง “ฉากหลังก็ไม่เก็บให้เรียบร้อย แล้วยังไปถ่ายในหออีก เสื้อใครพาดอยู่บนเก้าอี้เนี่ย”

ประตูห้องทำงานเปิดออก เขาเหลือบตาไปมอง ก่อนจะหันไปมองทั้งใบหน้าเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือใคร ใบหน้าสดใสโผล่มานิดหน่อย “ครับ?!”

“ว่างอยู่หรือเปล่าอ่ะ”

“ก็พอได้ครับ ฮยองมีอะไรเหรอ กี่โมงแล้วครับเนี่ย ผมคิดว่าฮยองทำเพลงยุ่งๆ อยู่เลยไม่ได้ลงไปหา เข้ามาสิครับ” พี่ชายตัวเล็กขยับรอยยิ้มแล้วเดินเข้ามา

ห้องประชุมเล็กๆ บนชั้นสี่ของบริษัทถูกคิมมินกยูยึดครองเป็นห้องทำงานเรียบร้อยไปแล้ว จริงๆ ก่อนหน้านี้เขาย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ ทว่าส่วนใหญ่จะทำงานที่หอมากกว่า แต่พอมาตัวติดกับอีจีฮุน เขาก็ขอพื้นที่เล็กๆ ในบริษัททำห้องทำงานของตัวเองไปเลยดีกว่า

“หิวอ่ะ” เขากระพริบตาปริบๆ พอหันไปมองเวลาอีกทีก็เห็นว่าเข็มสั้นกำลังชี้ไปที่เลขสิบเอ็ด

“เวลานี้เหรอครับ” อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงัก “อยากทานอะไรครับ ไป เดี๋ยวผมออกไปด้วยกัน” พี่ชายตัวเล็กยิ้มกว้าง มือสวยยื่นมาข้างหน้า พอมองดีๆ ถึงเห็นว่าเป็นกุญแจรถของเมเนเจอร์ฮยอง

“นายขับรถนะ”

“ครับ? จะไปกินข้าวที่ไหนเหรอครับ ถึงต้องขับรถไป”

“ฉันมีที่ๆ อยากไป แต่เดี๋ยวคงกลับมาไม่ทันรถไฟกับรถบัส เพราะฉะนั้นขับรถไปกันนะ คิมมินกยู”




คนขับรถจำเป็นได้แต่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นเส้นทางที่คนข้างๆ บอก แม้เขาจะไม่เคยขับรถผ่านมาทางนี้ ทว่าสถานที่นี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมา สุดท้ายก็ถูกสั่งให้เลี้ยวเข้าที่จอดรถ

“อูจีฮยองอยากมาที่นี่เหรอครับ” อีกฝ่ายพยักหน้าก่อนจะเอี้ยวตัวไปเบาะหลัง แล้วยกถุงที่เขาเพิ่งสังเกตออกมาหลายถุง พอมองดีๆ ถึงเห็นว่าเป็นถุงอาหาร

ก็ว่าอยู่ว่าขึ้นมาบนรถแล้วได้กลิ่นอะไรแปลกๆ

“มาครับ ผมช่วย” พี่ชายยื่นถุงสามสี่ใบมาให้ แต่มีถุงใบเดียวที่เจ้าตัวถือไว้แล้วลงจากรถไป เขายกถุงขึ้นดูก็เห็นว่าเป็นร้านต๊อกโบกีชื่อดัง ร้านไก่ทอดที่หัวมุมตึกบริษัท ร้านไส้กรอกเลือดที่อีกฟากของถนน แล้วก็เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกสองสามขวด

เสียงเคาะหน้าต่างเรียกให้เขาหลุดจากภวังค์ คนตัวเล็กกวักมือหยอยๆ เรียกเขาแล้วก็ไม่รอ กึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่ริมแม่น้ำแล้ว

มินกยูลงมาจากรถด้วยความงุนงง

ถึงจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่ในเวลาใกล้ขึ้นวันใหม่แบบนี้ อากาศก็เย็นนิดหน่อย พอรวมกับลมที่พัดมาจากริมแม่น้ำฮันแล้ว ก็ทำให้ขนลุกขึ้นมาได้

ใช่แล้ว นี่คือริมแม่น้ำฮัน และที่อยู่เหนือแม่น้ำก็คือสะพานพันโพ

สะพานสายรุ้งเปิดการแสดงตั้งแต่เดือนเมษายนก็จริง แต่ว่าการแสดงรอบสุดท้ายคือสามทุ่ม ไม่ใช่เวลาห้าทุ่มเกือบจะเที่ยงคืนแบบนี้

“ฮยองรู้ใช่มั้ยครับว่าไฟที่นี่เปิดเป็นเวลาน่ะ” เขาถามคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่ลาน อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ ก่อนดึงถุงไปจากมือเขา มือสวยเปิดกล่องต๊อกโบกีขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ “แล้วทำไมมาเวลานี้ล่ะครับ ถ้าอยากมาจริงๆ มาพรุ่งนี้ก็ได้นี่นา เดี๋ยวผมพามาก็ได้”

“ไม่ได้ ต้องวันนี้สิ นายกินมั้ย อ้าม” คนตัวสูงยังคงงุนงง แต่ก็อ้าปากงับของกินแต่โดยดี

“วันนี้มีอะไรเหรอครับ หรือว่าสะพานพันโพเปิดแสดงอะไรวันนี้เป็นพิเศษ” อีจีฮุนส่ายหัว ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะหิวใช่เล่นถึงเริ่มเปิดกล่องไก่ทอดขึ้นมา “ฮยองครับ กินเวลานี้จะเผาผลาญยังไงล่ะครับเนี่ย”

“ซ้อมเยอะๆ ก็ไม่เป็นไรแล้ว นายไม่หิวเหรอ” จริงๆ ก็อยากจะตอบว่าไม่หิว แต่พอมือสวยฉีกไก่แล้วยื่นมาตรงหน้าก็ไม่อยากปฏิเสธ เลยอ้าปากรับของกิน “หิวใช่มั้ยล่ะ ทำงานมาตั้งแต่เย็นๆ ไม่พักเลยนี่นา”

“นั่นฮยองต่างหาก ไม่ใช่ผม” ไม่มีคำตอบอะไรกลับมาแล้ว พีดีนิมตัวน้อยเริ่มตั้งหน้าตั้งตาทานของตรงหน้าอย่างจริงจัง เขาถอนหายใจยาวแล้วละสายตาไปมองสะพานคอนกรีต

แม้จะไม่มีแสงไฟสีสวย แต่อากาศค่อนข้างดี ลมพัดโชยเบาๆ แสงไฟสีเหลืองใต้สะพานก็สะท้อนลงมาบนผืนน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ยังไม่รวมไปถึงรถที่ขับผ่านไปมาบนสะพานทำให้เกิดแสงวูบวาบ

...จะว่าไป นี่ก็มาที่นี่กับฮยองเป็นครั้งที่สองแล้วเนอะ แต่ไม่ว่าจะมาตอนไหนก็ไม่ได้ดูการแสดงอยู่ดี เอาไว้วันไหนว่างๆ พาออกมาดูดีกว่า ถือโอกาสออกมาเดทกันด้วย...

คิมมินกยูอมยิ้ม

คบกันมาได้จะครึ่งปีอยู่แล้ว ยังไม่เคยไปเดทกันทั้งวันเลย ต่างคนต่างเอาแต่ทำงาน เวลาอยู่ด้วยกันก็มีแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง บางทีก็นึกอยากให้วันหนึ่งมีมากกว่า 24 ชั่วโมง จะได้อยู่ด้วยกันมากกว่านี้ ได้กอดอีกฝ่ายไว้ให้เต็มอ้อมแขนมากกว่านี้

เสียงนาฬิกาดิจิตอลดังบอกเวลาครบชั่วโมง เขายกขึ้นมาดู

“ฮยองครับ เที่ยงคืนละ…” เสียงทุ้มเงียบหายเมื่อหันหน้ากลับมามองคนตัวเล็ก ท่ามกลางใบหน้าสดใสที่กำลังยิ้มกว้างให้มีแสงสีเหลืองสว่าง แสงที่สะท้อนเข้าไปในนัยน์ตาเล็กที่เป็นประกาย ขนมก้อนเล็กสีน้ำตาลเข้มตัดกันกับสีเทียนสดใส

“สุขสันต์วันเกิดนะ คิมมินกยู” เขากระพริบตาปริบๆ 

...ถุงที่ฮยองถือมาคนเดียวถุงนั้นคือเจ้านี้เหรอ แล้ววันนี้วันที่เท่าไร…

“เที่ยงคืนแล้ว วันนี้วันที่ 6 เมษายนแล้วนะ สุขสันต์วันเกิดครบรอบปีที่ 22 นะ” คนตัวสูงยิ้มกว้าง

...เพราะฉะนั้นถึงต้องเป็นวันนี้เท่านั้นสินะ…

“อธิษฐานได้แล้ว เทียนละลายหมดแล้ว” เขายกมือขึ้นมาประสานกัน นัยน์ตาคมสบนัยน์ตาเล็กนิ่ง

“ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของเซเว่นทีนครับ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จากนี้ไปอีกหลายสิบปีก็ขอให้มีอูจีฮยองอยู่ข้างๆ และยื่นเค้กวันเกิดมาให้แบบนี้ อยู่กับผมจนกว่าผมจะเบื่อเลยนะครับ” อีกฝ่ายหลบตา

“คำอธิษฐานอะไรของนายเนี่ย”

“ก็คำขอที่อยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อีกหลายๆ ปีเลย”

“เป่าเทียนได้แล้ว” เขายังคงยิ้มกว้าง

...ขอให้อีจีฮุนมีความสุขและมอบรอยยิ้มให้คิมมินกยูแบบนี้ตลอดไป...

มือใหญ่เอื้อมไปจับมือที่ถือเค้กอยู่ ก่อนจะเป่าเทียนให้ดับลงแผ่วเบา นัยน์ตาสองคู่ยังคงประสานกันนิ่ง ก่อนที่เจ้าของวันเกิดจะดึงเค้กให้พ้นทาง แล้วโถมกอดพี่ชายเต็มอ้อมแขน ใบหน้าซบลงกับเรือนผมอุ่นที่ยังมีกลิ่นแชมพูหอม

“ขอบคุณนะครับ ผมทำงานจนลืมวันเกิดของตัวเองไปเลย”

“เป็นเรื่องปกติของพวกเราอยู่แล้วนี่นา ปกติก็จำกันได้เพราะกะรัตนั่นแหละ พวกเราจำวันเวลาได้ที่ไหน ช่วงนี้พวกเราต่างงานยุ่งกันไปหมดด้วย จริงๆ ตอนแรกก็อยากจะชวนนายออกมาด้วยกันวันพรุ่งนี้ แต่เมมเบอร์คงอยากอยู่กับนายด้วย ฉันไม่อยากแย่งเวลาของทุกคนมาก็เลยชวนออกมาด้วยกัน”

“ไปหลอกเมเนฮยองท่าไหนครับเนี่ย ถึงยอมให้ยืมรถน่ะ”

“ก็บอกว่าหิว จะให้นายขับรถพาไปหาอะไรกิน” พอคิดว่าคนตัวเล็กเข้าไปอ้อนพี่ชายตัวโตด้วยน้ำเสียงที่ชอบทำก็คิดออกว่าอีกคนจะใจอ่อนขนาดไหน “ขอโทษด้วยนะ พวกเราอยู่ด้วยกันมาหลายเดือนแล้ว แต่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลย”

“ขอโทษทำไมครับ พวกเรางานยุ่งนี่นา ถึงเวลาที่อยู่ด้วยกันตามลำพังแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงจะไม่ค่อยพอก็เถอะ แต่แค่ได้อยู่กับอูจีฮยองทุกวันผมก็มีความสุขแล้วครับ” เขาดันคนตัวเล็กออกห่าง มือใหญ่กุมมืออีกฝ่ายไว้แน่น “เราค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ไปด้วยกัน ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน แล้วก็ยิ้มให้กันทุกวัน ผมก็มีความสุขมากแล้ว”

นิ้วโป้งเกลี่ยหลังมือเนียนไปมา

“ค่อยๆ เดินไปตามเส้นทางของพวกเรานี่แหละครับ”

“เคยคิดน้อยใจบ้างหรือเปล่า”

“ไม่เลยครับ เป็นแบบนี้ ค่อยๆ เดินไปด้วยกันทีละก้าว ผมก็พอใจแล้ว” พี่ชายเลิกคิ้วก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดหน่อย ใบหน้าใสยื่นเข้ามาใกล้

“พอใจแล้วจริงๆ น่ะ” นิ้วเรียวยกขึ้นมาแตะปลายจมูกคนที่ขยับตัวเข้ามาหา

“จะเล่นอะไรครับ...ถ้าทำอะไรแปลกๆ มา แล้วผมทำกลับ ฮยองก็โกรธอีกอ่ะ” อีจีฮุนหัวเราะแล้วปัดมือของเขาออก ก่อนที่เขาจะตั้งตัวติดใบหน้าใสก็เข้ามาใกล้มาแล้ว

จริงๆ ก็เพิ่งรู้ว่าพี่ชายขนตายาวขนาดนี้

...ไม่สิ เขาคิดอะไรอยู่...

มือเย็นเฉียบแนบมาที่ข้างแก้ม กว่าที่มินกยูจะคิดอะไรออก จมูกของพี่ชายก็กดลงมาที่ข้างแก้มแล้ว นัยน์ตาโตเบิกกว้าง ยิ่งเมื่อสัมผัสอุ่นลากไล้เข้ามาใกล้จมูก หัวใจคนถูกกระทำก็เหมือนเต้นรัวจนเกือบจะออกมาจากอก

“นี่ รู้อะไรหรือเปล่า” เสียงหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ห่างแค่เอื้อม “ตอนนี้เราอายุเท่ากันแล้วนะ” สิ้นเสียง เรียวปากอุ่นก็แนบลงมา ความอ่อนหวานพุ่งวาบเข้าสู่หัวใจ

จูบแรกในความสัมพันธ์ของพวกเขา

แม้จะคบกันมาครึ่งปีแล้ว แต่เพราะเขาไม่อยากให้พี่ชายตื่นกลัวกับเรื่องแปลกใหม่ ถึงไม่ค่อยกล้าทำอะไรมากเกินไป มีบ้างที่แอบหอมแก้ม แอบจุ้บนู่นนี่นั่น อีกฝ่ายก็ชอบขยับตัวหนีพร้อมกับยกกำปั้นขึ้นมา เขารู้ดีว่านั่นคืออาการแก้เขิน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังเขินและหลบแบบนี้ เขาก็ไม่กล้าทำอะไรมากนัก

อยากกอด อยากจูบ อยากรวบอีกฝ่ายไว้ข้างๆ ทั้งวันทั้งคืนไม่ให้ไปไหนมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่เคยกล้าทำเลย

สัมผัสอุ่น นุ่มนวลกว่าที่คิด เคยคิดฝันถึงริมฝีปากของพี่ชายไว้มากมาย แต่พอได้สัมผัสจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้เลยสักอย่าง มันมากมายกว่าที่ฝันไว้จนเกือบจะทำให้หัวใจเต้นหนีไปไกล

มือใหญ่โอบคนตัวเล็กเข้ามาใกล้กว่าเดิม เปลี่ยนบทบาทจากผู้รับกลายเป็นผู้มอบให้ มืออีกข้างขยับเข้าไปจับท้ายทอยพี่ชาย ขยับใบหน้าให้เข้ามาแนบชิด

นัยน์ตาคมปรือต่ำ ถ่ายทอดทุกอย่างในหัวใจผ่านสิ่งที่อยากทำมากที่สุดในช่วงหลายเดือนมานี้

ความหวานที่อบอวลจนไม่อยากถอยห่าง แต่สุดท้ายก็ได้แต่ผละใบหน้าออกมา คนในอ้อมแขนใบหน้าแดงก่ำ แดงไปยันใบหู เขาดึงอีจีฮุนเข้ามากอดแน่น

“ไม่ยุติธรรมเลยอ่ะ ฮยองอ่ะ เอาอีกแล้ว”

“อะไรเล่า”

“ผมอุตส่าห์ถนอมฮยอง ไม่กล้าทำอะไรเลย ทำไมกลายเป็นฝ่ายทำผมแทนล่ะครับ ผมตั้งตัวไม่ติดไปหมดเลย” เขารู้สึกเหมือนมีอะไรงับเข้าที่ไหล่

“นี่คือตั้งตัวไม่ติดเหรอ”

“อือ ไม่ติดเลย ไม่ติดแม้แต่นิดเดียวเลยครับ” มือใหญ่ดันคนที่กำลังรังแกเขาแก้เขิน “เพราะงั้นขออีกสักรอบนะครับ ตอนนี้เราอายุ 22 ปีเท่ากันแล้ว เพราะฉะนั้นขอผมจูบ ‘จีฮุน’ แบบที่ตั้งตัวติดหน่อยจะได้มั้ยครับ” กำปั้นฟาดเข้ามาที่ท้องหนึ่งหมัด แต่นัยน์ตาเล็กๆ กลับปิดลง

ปากกับใจไม่เห็นจะตรงกันเลย

มินกยูขยับใบหน้าลงไปอีกรอบ พอมองคนที่นั่งนิ่งๆ แบบนี้แล้วก็ไม่อยากจะกลับหอเลยแม้แต่นิดเดียว อยากกอดคนตัวเล็กไว้แน่นๆ ไว้คนเดียวทั้งคืนเลย

“ผมรักฮยองนะครับ”

“ไม่ใช่ฮยองซะหน่อย” นัยน์ตาเล็กเปิดขึ้นมานิดหน่อย เขาขยับรอยยิ้ม

“ครับ มินกยูรักจีฮุน นะครับ ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดที่แสนหวานนะครับ” และก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน พีดีนิมก็เอ่ยคำพูดแผ่วเบาที่ฟังแล้วสะท้านไปทั้งหัวใจ

“ฉันก็รักนายนะคิมมินกยู สุขสันต์วันเกิดนะ”




… ถ้าโทรไปบอกมยอนโฮว่าให้ย้ายที่นอนกับจีฮุนฮยองคืนนี้ หมอนั่นจะยอมมั้ยนะ…




‘그니까 내 말은 너를 다 알고 싶어
너를 노래해 U Hoo 너를 노래해 U Hoo
สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือ ‘ผมอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณจัง’
ผมจะร้องเพลงให้คุณ U Hoo

입술이 말라도 할말은 해야겠어 Baby
아껴 널 아껴 널 현기증 날 정도로
แม้ริมฝีปากของผมจะแห้ง แต่ผมก็จะบอกสิ่งที่ผมต้องบอกกับคุณให้ได้ที่รัก
ผมชอบคุณมาก ชอบคุณมาก ผมเวียนหัวไปหมดแล้วนะ

아낀다
ผมชอบคุณมากนะ’




-------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ

เขียนฟิคจนจบแล้ว ยังไม่เคยอธิบายคำศัพท์เกาหลีบางคำที่เราใส่ลงไปเลยค่ะ ถึงจะเขียนอธิบายจนทุกคนน่าจะเดาออก แต่คิดว่าเรามาพูดถึงหน่อยดีกว่า

1.โพจังมาจา (Pojangmacha)
ปรากฏในตอนที่ 28 ตอนของพี่จุนค่ะ
ร้านอาหารข้างทางที่พี่จุนกับจีฮุนออกไปดื่มกัน ถ้าใครดูซีรีย์บ่อยๆ จะเคยเห็นค่ะ มันเป็นร้านเต้นท์สีส้มๆ ที่คนในซีรีย์ชอบไปดื่มโซจูกันอ่ะค่ะ
มีรายละเอียดอีกนิดหน่อย อยู่ในลิงค์นะคะ จิ้มเลย

2.สะพานพันโพ (Banpo Bridge)
ปรากฏในตอนที่ 31 และ ตอนพิเศษค่ะ ตอนของมินกยูทั้งคู่
สะพานคอนกรีตยาวที่ข้ามแม่น้ำฮันค่ะ เราเคยเห็นปรากฏอยู่ในซีรีย์หลายเรื่องอยู่ เรื่องที่เราเคยเห็นคือ To The Beautiful You ค่ะ มันคือข้างล่างสะพานที่มินโฮ (พระเอก) ไปนั่งเหงา
สะพานพันโพจะมีการแสดงเล่นน้ำพุกับไฟค่ะ เป็นเวลาและมีรอบของมันอยู่
ที่เขียนเพราะเราชอบเป็นการส่วนตัวค่ะ 5555
เคยไปนั่งดูมาแล้ว มันสวยมาก เราชอบ แต่หนาวมาก บอกเลย
มีรายละเอียดอื่นๆ อยู่ในลิงค์นะคะ จิ้มเลย

อื่นๆ ก็น่าจะมีประมาณนี้

จาจังคลุกข้าว น่าจะรู้จักกันอยู่แล้วจากปล่อยเกาะเนอะ

ส่วนสวนสาธารณะที่จีฮุนพาพี่แบคโฮไปตอนที่กลับปูซาน เราก็อ้างอิงมาจากหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของปูซานค่ะ แต่มันมีรายละเอียดเหมือนที่เราเขียนหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจเลยค่ะ

ซอสที่ปรากฏในตอนน้องน่อน คือ Texas Pete ค่ะ ไม่ได้มีประเด็นอะไร แต่ก็เป็นประมาณนี้

ส่วนเนื้อเพลงส่วนใหญ่ของเซเว่นทีน เราอ้างอิงมาจากสองเว็บนี้นะคะ
กับแชแนลยูทูปอีกช่องหนึ่งค่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
วันนี้ไม่มีหัวข้อค่ะ Fictober จบไปล้ะ
เป็นแค่ตอนพิเศษเฉยๆ ค่ะ > v <
เราแค่อยากเขียน

จบลงแล้วค่า ฟิคเรื่องนี้ จบจริงๆ แล้ว
โอย ทั้งดีใจ ทั้งใจหาย
เป็นฟิคยาวที่เขียนเร็วที่สุดเลยมั้งเนี่ย...รวมๆ เวลาก็สองเดือนเองค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่คอยให้กำลังใจเรา
ให้กำลังใจอีจีฮุน คิมมินกยู ควอนซูนยอง อีชาน ในจักรวาลของเรามาตลอดนะคะ
ในที่สุดก็ทำหนึ่งในความฝันสำเร็จจนได้
เขียนฟิคยาวอิงวงสำเร็จแล้ว เย่

อยากจะลอง AU ดูสักเรื่องด้วยค่ะ แต่อันนี้อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย
ไม่เคยเขียน AU สำเร็จเลย ฮา

ตื่นเต้นจัง ไม่ได้เขียนปิดเรื่องแบบนี้มานานแล้ว
ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ เลยค่ะ
ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ เราดีใจมากที่มีคนตามฟิคเรา มีคนชอบฟิคเรา
เรายังมีอะไรต้องพัฒนาอีกมาก เราจะค่อยๆ ปรับตัวและผลิตผลงานดีๆ ออกมานะคะ!

ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าเคยเขียนอะไรที่ทำให้ไม่พอใจ
ขอโทษด้วยค่ะที่คำผิดเยอะ บางทีกลับมาอ่านเจอก็ไม่ได้ไปแก้
ไม่อยากให้วันที่เด้งเปลี่ยน …. 

สวัสดีปีใหม่ทุกคนล่วงหน้าด้วยค่ะ
วันนี้วันสิ้นปีแล้ว ใครไปเที่ยวก็ดูแลตัวเองดีๆ เดินทางปลอดภัย
ใครอยู่เคาน์ดาวน์ที่ไหนก็ดูแลตัวเองนะคะ
สำหรับทีมเคาน์ดาวน์หน้าจอ
เจอกันหน้าสตรีมค่ะ // ขรึม

วันนี้มีงานปลายปีใหญ่ น้องๆ ก็ไปกันด้วย อย่าลืมให้กำลังใจกันน้า

อะไรอีกดีหว่า
ขอบคุณทุกๆ คนค่ะ ขอบคุณอีกรอบ
ให้ร่ายรายชื่อก็กลัวว่าจะร่ายไม่ครบ
ถึงทุกอย่างจะไม่เยอะมาก
แต่เรามีความสุขมากนะคะ!!

สำหรับนักเขียนตัวเล็กๆ คนนี้ แค่มีคนบอกว่าชอบฟิคเรา เราก็ดีใจมากแล้ว
ขอบคุณอีกรอบค่า

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #72 mypiepeach (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 04:35
    อบอุ่นหัวใจมากกก แบบฟีลกู๊ดดดT^T เป็นสเปที่น่ารักมากเลยหวังว่าในตอนจบจริงๆจะมีแบบเนนนน้ เราก็ต้องมาหน่วงต่อในตอนต่อไปสินะT^Tโฮ หวังว่าตอนหน้าจะทำให้ยิ้มได้สักทีนะไรทททท์
    #72
    2
  2. #71 mypiepeach (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 04:35
    อบอุ่นหัวใจมากกก แบบฟีลกู๊ดดดT^T เป็นสเปที่น่ารักมากเลยหวังว่าในตอนจบจริงๆจะมีแบบเนนนน้ เราก็ต้องมาหน่วงต่อในตอนต่อไปสินะT^Tโฮ หวังว่าตอนหน้าจะทำให้ยิ้มได้สักทีนะไรทททท์
    #71
    0