END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 29 : [ The Sun Did Not Shine ] Dino x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 26
[ The Sun Did Not Shine ]

Dino x Woozi

#chanhoon  #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------




ดีโน่นอนกลิ้งอยู่บนเตียง นัยน์ตาก็จ้องมองกระดาษในมือ 

ช่วงนี้ใกล้คัมแบคเต็มทีแล้ว แต่ก็ยังมีเพลงอีกหลายเพลงที่ยังทำไม่เสร็จ หนึ่งในนั้นคือเพลง ‘Flower’ ของยูนิตผสม 6 คน และเนื่องจากทุกคนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการแต่งเพลง รวมไปถึงอูจีฮยองที่งานยุ่งจนทุกคนไม่อยากรบกวน พวกเขาก็เลยตกลงกันว่าจะช่วยแต่งเพลงกันคนละท่อน โดยช่วยกันวางพล็อตของเนื้อเพลงคร่าวๆ และท่อนฮุคก็มีพีดีนิมตัวเล็กคนเดิมช่วยแต่งให้

ดังนั้นทุกคนจึงแยกย้ายไปแต่งท่อนของตัวเอง และเขาก็ได้โอกาสร้องเพลงนี้อยู่ 2 ท่อน

...ดีหรือยังนะ…

เพลง Flower คือเพลงที่มีทำนองที่แตกต่างจากเพลงอื่นๆ ในอัลบั้ม เนื้อเพลงจะพูดถึงการเปรียบเทียบผู้หญิงกับดอกไม้ที่มีหนามแหลม ที่ต่อให้คนถือจะเจ็บปวดมากเพียงใด แต่เพราะความรักจึงยินดี

มักเน่ตัวน้อยลุกขึ้นจากเตียง

...ไปถามพวกฮยองดีกว่า…

เขาเปิดประตูห้องนอนออกไป ภายในห้องนั่งเล่นเงียบสงบ มีเพียงแต่พี่ชายตัวเล็กที่ฝังตัวเองอยู่ในโซฟาตัวใหญ่ หูก็ใส่หูฟังอันโต และจดจ้องสมาธิทั้งหมดอยู่กับกระดาษในมือ

ดีโน่เดินเข้าไปใกล้ นัยน์ตาเล็กเบนขึ้นมาสบครู่หนึ่ง ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไร มือสวยก็ยกขึ้นมาห้ามไว้ก่อน ดูเหมือนว่าตอนนี้จะยังไม่พร้อมคุย เขาจึงนั่งลงข้างๆ 

มีเสียงพึมพำมาจากคนที่กำลังตั้งสมาธิ เขาจึงเหลือบตาไปมอง กระดาษสีขาวที่รกไปด้วยเนื้อเพลงภาษาเกาหลีนั้น ด้านบนมีตัวอักษรชื่อเพลงเขียนอยู่ ‘นัลซือ โก การา’

จิตใจที่กำลังเบิกบานเหี่ยวเฉาลงทันตา

...เพลงคู่ของอูจีฮยองกับโฮชิฮยอง…

“งืม โฮอู...โฮอู…” เขาขมวดคิ้ว คำว่า ‘โฮอู’ ยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่

จริงๆ เรื่องชื่อเล่น ‘โฮอู’ ที่พวกกะรัตตั้งให้ พวกเขารู้ดีอยู่แล้ว และเมมเบอร์ก็ยังเคยเอาขึ้นมาแซวทั้งสองคนบ่อยๆ ทว่าเขาไม่ได้คิดเลยว่าพี่ชายจะเอาคำนี้มาแต่งในเพลง

แค่รู้ว่าทั้งสองคนได้ออกเพลงด้วยกัน ก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว

“โฮอูจูอึยโบ บัลรยอง นูกา นูกา นูกา แยเน จม มัลรยอ….”

อีชานก้มหน้าลงมองปลายเท้า

...‘โฮอู’ มาเตือนแล้วนะ ใครก็ได้ไปหยุดคนพวกนั้นที…

อิจฉาจนแทบจะเก็บอาการทั้งหมดไม่ไหวแล้ว แต่ถึงให้แสดงอาการออกไป พี่ชายตัวเล็กคนนี้ก็ไม่รู้สึกอยู่ดี เพราะอีจีฮุนคือคนที่สนใจแต่เพลง งาน และ กาแฟ เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นก็ไม่มีทางรู้หรอก

“เรียบร้อยล่ะ ว่าไง มีอะไรเหรอ” เขาหันกลับไปมองก็เห็นพี่ชายวางกระดาษลงและถอดหูฟังออกแล้ว นัยน์ตาเล็กมองมาด้วยความสงสัย อีชานส่งรอยยิ้มไปให้

“พอดีผมแต่งเนื้อเพลงท่อนของผมเสร็จแล้วน่ะครับ ก็เลยว่าจะหาคนมาช่วยดูหน่อย อูจีฮยองว่างอยู่หรือเปล่าครับ” อีกฝ่ายไม่ตอบอะไร เพียงแต่ดึงกระดาษในมือของเขาไป

“ดีโน่แต่งท่อนไหนนะ...ก่อนท่อนฮุค กับหลังท่อนฮุคใช่มั้ย ไหนดูหน่อยสิ นี่ท่อนแรกสินะ ต่อจากท่อนของวอนอู...อืม…” พิดีนิมตัวน้อยส่งเสียงฮัมเพลงในลำคอ ก่อนจะร้องท่อนของเขาออกมา

‘Yeah 어둠에 숨은 꽃
Yeah 가시가 피어서
Yeah 날 찌른대도
Yeah

Yeah คุณคือดอกไม้ที่ซ่อนอยู่ในความมืด
Yeah และหนามได้งอกออกมา
Yeah ถึงแม้หนามนั้นจะทิ่มแทงผมก็ตาม Yeah’

ใบหน้าใสนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ มือสวยลากปากกาลงมาตามท่อนเพลงที่เว้นว่างไว้ “แล้วก็อีกท่อนหลังจากท่อนฮุคสินะ อ่า ท่อนฮุคจบยังไงนะ จบที่ซึงกวานใช่มั้ย Cause you’re my flowe….’

‘Give me that
괜찮냐고 물어보지 마
너를 향한 맘이니까
내리는 비를 가려주려
내 등은 하늘을 향해

ทิ่มมาได้เลย
ไม่ต้องถามหรอกว่าผมโอเคไหม
เพราะยังไงหัวใจของผมก็มอบให้คุณ
ผมจะคอยบังฝนที่หยดลงมาที่คุณ
ผมจะหันหลังให้ท้องฟ้าเอง’

“ใช้ได้เลยนะ นายแต่งเพลงเก่งขึ้นมากจริงๆ นั่นแหละ ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกอยู่แล้วตอนที่เรียกให้มาช่วยแต่งเพลง Lilli Yabbay แต่นี่ก็แต่งได้ดี สื่ออารมณ์ออกมาได้ดีเลย ยิ่งท่อนที่บอกว่า ‘ทิ่มมาได้เลย ไม่ต้องถามหรอกว่าผมโอเคไหม’ ฉันชอบท่อนนี้มากเลยนะ”

เขายิ้มกว้าง

พอได้รับคำชมหัวใจก็พองโต

“เพราะยังไงหัวใจของผมก็มอบให้คุณ น่ะครับ” นัยน์ตาเล็กเบนหนี เสี้ยววินาทีนั้นอีชานรู้สึกได้ว่าเห็นแววประหลาดพาดผ่านดวงตาคู่นั้น

...รู้ตัวอย่างนั้นเหรอ?...




อีชานมองออกไปนอกหน้าต่าง ปากก็คาบมันฝรั่งทอดไว้ นัยน์ตาทอดมองไปไกล ในหัวคิดถึงแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน จริงๆ แล้ววันนั้นเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยอะไรแบบนั้นออกไป ก็แค่พูดตามเนื้อเพลงที่แต่งไว้แค่นั้นเอง เพียงแต่ความน้อยใจและอิจฉาเลยทำให้เผลอแสดงสิ่งที่ตกค้างข้างในหัวใจไปด้วย

ตั้งแต่ยอมรับว่าตัวเองคิดยังไงกับพี่ชาย เขาก็พยายามทำคะแนนมาตลอด แม้จะแค่นิดๆ หน่อย แต่เวลาทำอะไรก็จะใส่ใจพี่ชายเสมอ ซึ่งเขาก็พยายามทำให้ดูแนบเนียนไปกับการกระทำของพี่คนอื่นๆ 

ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้

เพราะตัวเขาก็ไม่รู้ว่าถ้าทุกสิ่งทุกอย่างถูกเปิดเผยออกไป เรื่องราวจะเป็นยังไง

“ดีโน่อ่า คิดอะไรอยู่” เสียงเรียกมาจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นโถมลงมาที่คอ พอหันไปมองก็เห็นหนึ่งในพี่ใหญ่ของวงกำลังออดอ้อนเขาเหมือนทุกที “มานั่งคาบของกินอะไรแบบนี้ ไม่ดีเลยน้า”

“ขอโทษครับ พอดีผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย” มักเน่ตัวน้อยรีบกินของกินจนหมด จองฮันมองพร้อมกับยิ้มหวาน มือสวยยกขึ้นดึงปีกหมวกสีดำลงมาอย่างกลั่นแกล้ง “อ๊า ฮยองอ่า ทำอะไรครับ!”

“ถึงจะเติบโตมากขึ้นแค่ไหนแล้ว แต่ดีโน่ก็ยังเป็นเด็กน้อยของฉันอยู่ดีแหละน้า” เขาขมวดคิ้ว “แสดงทุกอย่างออกมาทางสีหน้าหมดแล้ว ไหน เล่าให้ฮยองฟังซิ ว่าเป็นอะไร ทำไมมานั่งเหม่อแบบนี้”

เขาเงียบ

“อะไรกัน เดี๋ยวนี้ฮยองไม่ใช่คนที่ดีโน่สามารถเล่าได้ทุกเรื่องแล้วอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่ใช่นะครับ ผมแค่...ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง”

“ก็เริ่มต้นพูดว่าคิดอะไรอยู่ แค่นั้นเอง” เขาทำแก้มป่อง พยายามรวบรวมทุกความคิดให้เข้าที่

“ถ้าฮยองคิดอะไรอยู่จะพูดมันออกไปมั้ยครับ”

“หมายถึงเรื่องอะไรล่ะ? งาน ชีวิตประจำวัน หรือความรัก” คนถามกลับปล่อยหมวกของเขาแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นไปสบตาพี่ชายได้อย่างเต็มที่ ใบหน้าสวยยังคงจ้องมาด้วยแววตาเหมือนทุกทีเวลาที่เขาขอคำปรึกษา

อีชานขยับรอยยิ้มบางๆ

“ความรักครับ”

“ถ้าฮยองรักใคร ฮยองจะบอกเขานะ”

“บอกแม้ว่าจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ”

“ก็เพราะว่าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถึงต้องบอกไม่ใช่เหรอ คนเราไม่มีทางรู้อยู่แล้วว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นใช่มั้ยล่ะ” มือสวยตบปุๆ ลงบนหมวกของเขาก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ “รู้มั้ยว่าถ้าเอาแต่รอ สิ่งที่อยากได้จะถูกใครขโมยไปนะ”

“เอ้ะ…ฮยองรู้…?”

“ก็บอกแล้วไงว่าทุกอย่างแสดงออกมาทางสีหน้าหมดแล้ว มองตาของนาย แล้วมองตามสายตาไปก็รู้แล้วว่าดีโน่กำลังเฝ้ามองใคร อย่าเก็บทุกอย่างไว้แล้วเอาแต่อมทุกข์อยู่เลย เราไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นนี่นา เอาแต่คิดไปเอง มโนไปเอง จะได้อะไรขึ้นมา”

“แต่ว่า...ผู้ชาย…” นางฟ้าแห่งเซเว่นทีนดีดขาแว่นสีเงินด้วยความหมั่นไส้ คนโดนกระทำตกใจจนแทบจะหงายหลัง

“รักอูจีหรือเปล่า”

“...”

“ว่าไง”

“ครับ…”

“แล้วยังจะต้องถามอะไรแบบนี้อีก หืม? กล้าๆ หน่อยสิ ดีโน่เป็นเด็กน้อยอารมณ์ดีที่กล้าพูดกล้าทำทุกอย่างไม่ใช่หรือไง” เขายังคงไม่มั่นใจ “ไม่ได้ให้บอกวันนี้สักหน่อย แค่บอกว่าถ้าคิดอะไรก็บอก แต่ค่อยๆ ตัดสินใจก็ได้ ส่วนตอนนี้น่ะ ก็ลุกขึ้นแล้วไปอัดเพลง Campfire ได้แล้ว อูจีเตรียมตัวอยู่ในห้องอัดแล้วนะ”




เขาเปิดประตูห้องอัดเข้าไปแผ่วเบา พี่ชายตัวเล็กนั่งหันหลังให้เหมือนทุกที ภายในห้องแคบๆ มีเสียงเพลง Campfire เปิดคลออยู่ และคนที่ยืนอยู่หลังไมค์ก็คือ โฮชิฮยอง

นัยน์ตาชี้หันมาสบตาเขา 

“ฮยอง มีคิวคนต่อไปมั้ยครับ” 

“ใครร้องก่อนก็ได้”

“เยส! งั้นผมจะร้องล่ะนะครับ” เขาพูดเสียงร่าเริงก่อนจะถอดเสื้อคลุมออกแล้วนั่งลงบนโซฟา บนโต๊ะของพีดีนิมตัวน้อยมีกล้อง โกอิ้งเซเว่นทีน ตั้งอยู่ ดีโน่เอนหลังลงกับเบาะ

...แสดงว่าตอนนี้จะมีออกในโกอิ้งเซเว่นทีน…

“เริ่มล่ะนะอูจีอ่า” เสียงทุ้มดังมาจากในห้องอัด เขาเบนสายตาไปมอง เสี้ยววินาทีที่สายตาสองคู่ประสานกัน เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ส่งต่อมา ราวกับว่ามีรังสีไม่ค่อยดีมาจากสายตาของควอนซูนยอง

เขาขมวดคิ้ว

“เริ่มเลย” 

ท่อนของโฮชิฮยองคือท่อนฮุคของเพลงนี้ จริงๆ ก็เป็นหนึ่งในท่อนที่เขาค่อนข้างชอบนะ

‘밤하늘 밝게 비춘
우리의 노랫소리
우리의 웃음소리

ท้องฟ้าในยามค่ำคืนส่องแสงสว่าง
ให้กับเสียงเพลงของเรา ให้กับเสียงหัวเราะของเรา’

อยู่ดีๆ ก็เผลอคิดถึงเพลง ‘นัลซือ โก การา’ ขึ้นมา เขาเบนสายตากลับมามองพี่ชายตัวเล็ก ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะมีสมาธิกับการทำงานมากจนไม่ได้สนใจสิ่งใด ใบหน้าใสจ้องมองอยู่แต่กับคนที่กำลังร้องเพลงอยู่ นัยน์ตาที่แสนมุ่งมั่นจ้องนิ่งราวกับจับผิด แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายเชื่อมั่นในตัวพี่ชายจอมเสียงดังขนาดไหน

“ดีมาก ลองฟังดูนะ” อีชานหันกลับไปมองคนที่อยู่เบื้องหลังไมค์อีกครั้ง

ท่อนฮุคของเพลง Campfire ดังขึ้นมาอีกรอบ


เขาขมวดคิ้ว 

อูจีฮยองยังคงเป็นอูจีฮยอง แม้ว่าสายตาจะจับจ้องไปที่เพื่อน แต่ก็จดจ่ออยู่กับเพลงจนไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจดวงตาของคนที่มองตอบ แต่เขาที่นั่งมองอยู่ห่างๆ เห็นมันชัดเจน ชัดจนทำให้ความรู้สึกอิจฉาที่มีอยู่แล้ว กำลังปะทุจนเปลี่ยนไปเป็นอีกความรู้สึกหนึ่ง

คำพูดของจองฮันฮยองดังเข้ามาในความคิด

‘รู้มั้ยว่าถ้าเอาแต่รอ สิ่งที่อยากได้จะถูกใครขโมยไปนะ’

...หรือว่าไม่ได้มีแต่เขาที่คิดแบบนี้ ยังมีคนอื่นอีก อย่างนั้นเหรอ…

“โอเค” เสียงของพีดีนิมทำให้เขาหลุดจากภวังค์ คนที่กำลังอัดเสียงอยู่ยิ้มกว้าง

“โอ้ว สุดยอดไปเลย” คำชมตัวเองของเจ้าชายแห่งเซเว่นทีนทำให้คนที่กำลังเคร่งเครียดอยู่กับงานหัวเราะร่า ใบหน้าใสที่แสนจะจริงจังดูผ่อนคลายลงไปเยอะ

โฮชิเดินออกมาจากห้องอัด นัยน์ตาสดใสร่าเริง มือใหญ่หอบเอาเสื้อกันหนาวที่กองอยู่หน้าห้องขึ้นมา

คนที่รู้จักอูจีฮยองดีกว่าใคร หากไม่ใช่คุปส์ฮยอง ก็คงเป็นโฮชิฮยองคนนี้ และพี่ชายคนนี้ก็กำลังเป็นหนึ่งในคนที่พยายามครอบครองหัวใจของคนตัวเล็กคนนี้อย่างนั้นเหรอ

สายตาประสานสายตา พี่ตัวสูงกว่ายกมือขึ้นมาตบไหล่เขาราวกับให้กำลังใจ ทว่าแรงที่บีบอยู่นั้นดูเหมือนจะมากเกินไปเยอะเลย เขาได้แต่นิ่วหน้าแล้วก็ยิ้มแหย แรงบีบมากขึ้นอีกนิดหน่อย ก่อนที่จะเดินสวนเขาออกไป

“อา ร้องได้ดีจริงๆ” อูจียังคงหัวเราะ ภายในห้องอัดที่เย็นเฉียบสดใสขึ้นมาทันตาเพียงแค่เสียงหัวเราะร่าเริงของเจ้าของห้อง ดีโน่ได้แต่ยิ้มบาง เขาพยายามสลัดเรื่องราวทั้งหมดภายในหัวออกไป แต่ดูเหมือนจะทำไม่ได้ดีเท่าไร สุดท้ายจึงเลือกเดินเข้าห้องอัดพร้อมกับฮัมท่อนของตัวเองในลำคอ

...ต้องตั้งใจอัดเพลง ตั้งใจให้มากๆ อูจีฮยองกำลังมองอยู่...

“เริ่มละนะ ดีโน่อ่า” เขาพยักหน้า เสียงทำนองดังขึ้น มือใหญ่ยกขึ้นกดหูฟังแนบหู นัยน์ตาคู่สวยปิดลง พยายามถ่ายทอดทุกอย่างในหัวใจออกมา

‘너는 내게 나는 너에게
뭐가 그리도 참 고마웠는지

เธอเพื่อฉัน ฉันเพื่อเธอ
อะไรที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณกันถึงขนาดนี้นะ’

ดูเหมือนว่าเขาจะทำได้ไม่ดีเท่าไร ก่อนหน้านี้ตอนที่ซ้อมร้องกับทำนองเพลงที่อีกฝ่ายให้มา จะทำได้่ดีกว่านี้ อีชานถอนหายใจยาว

“ท่อนแรกที่ว่า เธอเพื่อฉัน ฉันเพื่อเธอ ขึ้นเสียงสูงตรงคำว่า ‘ฉัน’ หน่อย” เสียงพี่ชายดังผ่านลำโพงเข้ามาในห้องอัด เขาร้องตาม อีกฝ่ายพยักหน้ารับแล้วแนะนำต่อ “ตรงคำว่า ‘ฉัน’ ให้ร้องพลางยิ้มไปด้วย” เขาทำตามอีกรอบ

พี่ชายพยักหน้าด้วยความพอใจ

สิ่งหนักๆ ในหัวใจลอยหายไปจนเกือบหมด ยิ่งเมื่อดวงตาเล็กๆ นั้นจ้องมองมาอย่างตั้งใจ ความรู้สึกไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงก็หายไปราวกับอากาศ

“ท่อนต่อมานะ ขึ้นเสียงสูงตรงคำว่า ‘ขอบคุณ’ อือ ท้ายประโยคขึ้นเสียงสูงกว่านี้อีก” เขาร้องตาม พี่ชายส่งเสียงอืมด้วยความพอใจมาอีกรอบ

กำลังใจล้นปรี่

ดีโน่ร้องอีกรอบหนึ่ง

คราวนี้ไม่ได้หลับตาลงเหมือนเมื่อสักครู่ เพราะพีดีนิมตัวเล็กของเขากำลังจ้องมองมาด้วยความตั้งใจ หัวใจที่เคยสั่นไหวเพราะความลังเลเต้นสงบลงจนรู้สึกได้ ยิ่งพอเห็นความเชื่อมั่นที่ส่งต่อมา อีชานก็แทบจะลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง

‘เธอเพื่อฉัน ฉันเพื่อเธอ
อะไรที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณกันถึงขนาดนี้นะ’

“สุดยอดไปเลย” 

เขากลั้นยิ้ม รู้สึกได้ว่าอีกนิดเดียวเสียงเต้นของหัวใจจะดังจนอีกฝ่ายได้ยิน

“เหรอครับ” สงสัยว่าเขาจะตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดไปหน่อย พี่ชายถึงหัวเราะด้วยความเอ็นดู ยิ่งพอโดนมองมาด้วยรอยยิ้มหวานแบบนี้ เขาก็เริ่มทำตัวไม่ถูก

“ใช้ได้เลยนะ”

ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเผลอหน้าแดงไปหรือเปล่า รู้เพียงแต่ว่าเสียงหัวใจกำลังกลบทุกเสียงในห้องอัดไปหมดแล้ว

“ใช้ได้ใช่มั้ย” พี่ชายยังคงมองมาด้วยสายตาแบบเดิมและรอยยิ้มเหมือนเดิม เขาได้แต่ส่งรอยยิ้มเขินๆ กลับไป “โอเค เข้าใจแล้วครับ”

“แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” 

...แย่แล้ว หุบยิ้มไม่ได้เลย ต้องทำยังไงดี ทำไมรู้ตัวอีกที ความรู้สึกถึงไปได้ไกลขนาดนี้ นี่เขารักอูจีฮยองมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ…




อีชานยืดตัวอยู่ที่พื้น

วันนี้พวกฮยองในเพิร์พทีมต่างแยกย้ายไปทำธุระของตัวเองจนหมด ส่วนเขาก็ค่อนข้างว่างเลยมาซ้อมเต้นเพลง Lilli Yabbay ตามลำพังที่บริษัท ได้ยินซึงกวานฮยองบอกว่า ฮิปฮอปทีมมีประชุมทีมกันอยู่ที่ชั้นบน ส่วนโวคอลทีมก็เหมือนจะแยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง

เว้นไว้แต่คนติดห้องทำงาน อูจีฮยองยังคงขังตัวเองอยู่ในห้องอัดเสียงเหมือนเดิม

เขาวอร์มร่างกายอีกสองสามนาทีก็เดินไปเปิดเพลง จริงๆ แล้วการซ้อมเพลงนี้ตามลำพังค่อนข้างลำบาก เนื่องจากท่าหลายท่าจำเป็นต้องยืนให้ครบ 4 ตำแหน่ง แต่ถ้าต้องเลือกระหว่างซ้อมพัคซูกับเพลงนี้ เขาเลือกเพลงนี้ดีกว่า

สุดท้ายเขาก็ได้แต่ซ้อมเต้นท่าที่สามารถเต้นคนเดียวได้ไปก่อน

จะว่าไปเพลงนี้คือเพลงที่เขากับอูจีฮยองแล้วก็บอมซูฮยองช่วยกันแต่งขึ้นมาเนอะ ท่อนฮุคที่ฮยองเป็นคนเขียน ส่วนท่อนแรปก็เป็นท่อนที่เขาเขียนเอง ถ้านับจากเพลง OMG แล้วก็มีเพลงนี้อีกเพลงที่เป็นเพลงของพวกเขาสองคน

ช่วงขณะที่เขากำลังขยับตัวไปตามเพลง ประตูห้องซ้อมก็เปิดออก เวลาบ่ายๆ แบบนี้ก็คงไม่พ้นฮยองบ้างานที่ลงมาหากาแฟดื่มเหมือนทุกที นัยน์ตาเล็กๆ ดูเหมือนจะฉายแววประหลาดใจที่เห็นเขาอยู่ในห้อง 

“โอ้ Lilli Yabbay นี่นา” เสียงทุ้มพูดแข่งกับเสียงเพลง เขายิ้มรับแล้วยังคงซ้อมเต้นไปอย่างตั้งใจ แม้ว่าเสี้ยววินาทีที่สบตากันนั้น หัวใจจะเผลอเต้นผิดจังหวะก็ตามที 

กลิ่นกาแฟหอมฉุย อีชานยังคงเคลื่อนไหวไปตามจังหวะบีสท์หนักๆ และโปรดิวเซอร์ตัวเล็กก็มายืนพิงผนังดูเขาเต้นพร้อมกับซดกาแฟในมือ เขาขยับรอยยิ้มหวานก่อนที่จะสะดุดขาตัวเองหน้าทิ่ม ใบหน้าคมคายแนบลงไปกับพื้นห้อง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะจับจังหวะไม่ได้

ไม่ใช่ เขาไม่ได้เต้นผิด! เขาแค่ตกใจ

ก็ในมือของฮยองตัวเล็กมีกาแฟสองแก้ว!

ของเขาเหรอ!!

“เป็นอะไรมั้ยดีโน่!” เขาลุกขึ้นมานั่ง ลูบหัวตัวเองป้อยๆ

“ไม่เป็นอะไรครับ ผมสะดุดขาตัวเองเฉยๆ สงสัยคงต้องพักสักหน่อย” อูจีไม่ตอบอะไร เพียงแต่นั่งลงที่พื้น เขาจึงขยับตัวลุกขึ้นไปปิดเพลง แล้วเดินไปนั่งข้างพี่ชาย

มือสวยยื่นกาแฟมาให้

“อ่ะ เอาไปสิ” ...อเมริกาโน่เย็นกลิ่นหอม

“ชงมาให้ผมเหรอครับ” หัวใจยังคงเต้นรัวอย่างกับกลอง

“อือ วันก่อนนายก็ไปชงให้ฉันมานี่นา ปกติฉันกินแบบไม่หวาน นี่ใส่น้ำตาลลงไปนิดหน่อยนายน่าจะพอกินได้อยู่” เขายกแก้วขึ้นดื่ม กลิ่นหอมหวานที่เขาค่อยๆ หลงรักมากขึ้นเรื่อยๆ ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับรสชาติขมที่โคนลิ้น ความขมที่เกือบทำให้เขาสำลักออกมา อูจีฮยองคงสังเกตอาการของเขาอยู่แล้ว เจ้าตัวถึงหลุดหัวเราะ “ขอโทษที มันขมไปใช่มั้ย ฉันไม่แน่ใจว่านายกินแบบไหน”

“นิดหน่อยครับ พวกฮยองทานกันขมขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“ดื่มวันหนึ่งตั้งสี่ห้าแก้ว ให้ดื่มแบบหวานๆ ก็เป็นเบาหวานตายพอดี แรกๆ ก็ไม่ชินแบบนายนั่นแหละ แต่พอดื่มบ่อยๆ ก็กลายเป็นว่าดื่มกาแฟเข้มขึ้นทุกวี่ทุกวัน”

“นั่นสินะครับ”

“ก็เหมือนดีโน่นั่นแหละ ก่อนหน้านี้ก็ดื่มอเมริกาโน่ไม่ได้นี่นา พอได้ทานบ่อยๆ ก็ชินไปเอง”

...เพราะอยากโตเป็นผู้ใหญ่ อยากพัฒนาขึ้นอีก ถึงได้ยอมฝืนที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ…

เด็กหนุ่มมองพี่ชายที่กลับไปนั่งดื่มกาแฟเงียบๆ อีกครั้ง นัยน์ตาเล็กๆ คู่นั้นไม่ยอมหันมาสบแต่กลับเหม่อมองภาพสะท้อนของกระจกเงา นิ้วเรียวเคาะพื้นห้องราวกับเป็นจังหวะเพลงบางอย่าง

ภาพสวยงามราวกับภาพวาด

เสียงหัวเราะของพี่ชายที่มีให้ตอนอัดเพลงด้วยกันดังก้องในความทรงจำ ถ้าเลือกได้ เขาก็อยากจะเก็บรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพี่ไว้ตลอดไป

“นี่ฮยองลงมาดื่มกาแฟเฉยๆ เหรอครับ หรือลงมาพักผ่อนสมองด้วย”

“ก็หลายๆ อย่าง นั่งอยู่ในห้องทั้งวันแล้วมันคิดอะไรไม่ออกน่ะ ปกติไม่ค่อยจะเป็นแบบนี้เท่าไรหรอก บางทีอาจจะแค่เบื่อกาแฟซองเฉยๆ”

“แล้วนี่แต่งเพลงไปถึงไหนแล้วครับ ใกล้เสร็จหรือยัง”

“จริงๆ ก็แต่งเสร็จหมดแล้วแหละ แต่เมื่อวานโฮชิมาพูดเรื่อง ‘นัลซือ โก การา’ ฉันก็เลยมาแก้อะไรนิดหน่อย เหลือแค่ท่อนเดียวแล้ว” อูจียืดแขนสุดตัว “พรุ่งนี้จะได้อัดเพลงนี้สักทีเหลือแค่เพลงนี้กับ rocket เอง”

สายตาของโฮชิฮยองปรากฏขึ้นมาในความทรงจำอีกรอบ พร้อมกับเสียงของจองฮันฮยอง

‘รู้มั้ยว่าถ้าเอาแต่รอ สิ่งที่อยากได้จะถูกใครขโมยไปนะ’

“แสดงว่าอีกไม่กี่วันพวกผมก็จะได้ฟัง ‘นัลซือ โก การา’ แล้วสินะครับ” พี่ชายพยักหน้ารับ “แล้วเป็นยังไงบ้างครับ คู่หูโฮอู ทำงานด้วยกัน มีแต่เรื่องสนุกๆ สินะครับ”

“ก็ดีนะ ฉันไม่เคยเขียนเพลงกับโฮชิแค่สองคนแบบนี้มาก่อน ตอนแรกคิดว่าอาจจะต้องตีกันตายไปข้างหนึ่ง แต่กลับทำงานง่ายกว่าที่คิด มันเหมือนกับว่าพวกเราแค่มองตากันก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่”

‘สิ่งที่อยากได้จะถูกใครขโมยไปนะ’

“แต่เมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นท่าเต้นของ Lilli Yabbay เพิร์พทีมยังทำงานหนักเหมือนเคยเลย น่าจะมีแต่พวกนายที่เต้นท่าพวกนี้ได้ ก่อนหน้านี้ตอนเห็นพัคซูฉันก็โวยวายใส่เจ้าบ้านั่นไปแล้ว พอมาเห็นท่าเต้นของพวกนายแล้วก็รู้สึกว่าพัคซูนี่เบาๆ ไปเลย โฮชินี่บ้ามากจริงๆ”


“แต่ท่าเต้นก็สวยมากเลยนะ ทุกครั้งที่เห็นสเตจของพวกนายฉันก็นับถือในตัวซูนยองมากๆ เลย”

...ไม่ให้…

“พวกนายต้องซ้อมกันหนักมากแน่ๆ ใช่มั้ยล่ะ หมอนั่นยิ่งดุมากๆ อยู่” อูจีหันมามองหน้าเขา

...ผมไม่มีวันยกฮยองให้กับใคร…

มือใหญ่ยื่นไปจับข้อมือขาวๆ ไว้ สายตาประสานสายตา ไม่เหลือแล้วความลังเลในหัวใจ

...ต่อให้คนๆ นั้นคือโฮชิฮยอง เขาก็ไม่มีวันยกอูจีฮยองให้เด็ดขาด…

“อูจีฮยองครับ ผม” เสี้ยววินาทีก่อนที่คำๆ นั้นจะหลุดออกมาจากริมฝีปาก นิ้วเรียวของคนฟังก็ยกขึ้นมาแตะริมฝีปากของเขาไว้ นัยน์ตาเล็กที่มองมานั้นเต็มไปด้วยคำปฏิเสธ...ที่ไม่ต้องมีคำว่าไม่เลยแม้แต่คำเดียว

อีจีฮุนขยับรอยยิ้มหวาน มือสวยเลื่อนจากริมฝีปากผ่านแก้มใส เสยเรือนผมเปียกเหงื่อ ก่อนจะลูบไล้แผ่วเบา สัมผัสที่แสนจะอ่อนโยน ทว่าเขากลับไม่เข้าใจมันเลยแม้แต่นิดเดียว

“ชานของพวกเราเติบโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ปีหน้าก็จะ 20 แล้ว โตกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว แถมยังสูงเลยฉันไปตั้งหลายเซ็นอีกต่างหาก” รอยยิ้มที่ส่งมายิ่งทำให้ปวดใจ คนเราจะยิ้มทั้งๆ ที่ตาไม่ได้ยิ้มแบบนี้ได้เหรอ ทำไมคนเราต้องยิ้มทั้งๆ ที่ดวงตามีแต่ความเจ็บปวดแบบนี้ “โตขึ้นมากเลยนะ”

“ฮยองครับ จริงๆ แล้ว ผม” ใบหน้าใสส่ายไปมาแผ่วเบา มือยังคงสัมผัสผมของเขาอยู่

“ขอบคุณนะชาน ขอบคุณ”

แล้วโดยไม่รอให้เขาพูดอะไรอีก คนตัวเล็กก็ขยับตัวลุกขึ้นยืน เด็กหนุ่มยังคงไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ภายในหัวสมองตีกันให้ยุ่ง ทั้งรอยยิ้มจอมปลอม ทั้งคำปลอบโยนที่แสนหวาน ทุกอย่างที่อีกฝ่ายส่งมาให้ เขาไม่เข้าใจอะไรเลย

เขาไม่ใช่เด็กฉลาด เพราะฉะนั้นเขาถึงชอบการกระทำมากกว่าการพูด

คนตัวสูงกว่าถลาเข้าไปกอดพี่ชายจากเบื้องหลัง แขนทั้งสองข้างล็อคอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีไป ใบหน้าก็ซบลงกับเรือนผมสีสว่าง

“อย่าเพิ่งไป ให้ผมพูดให้จบประโยคก่อนสิครับ”

“ไม่…”

“อูจีฮยองครับ ผมน่ะ ผม…”

“ห้ามพูดมันออกมานะ!!” เสียงตวาดนั้นกำลังกรีดหัวใจของเขาให้ขาดเป็นริ้วๆ ความน้อยใจ ความเสียใจพุ่งเข้ามาจนแทบจะรับไม่ไหว ยิ่งพอรู้ว่าคนตัวเล็กที่กำลังกอดอยู่สั่นไปทั้งตัว เขาก็ยิ่งโกรธ

โกรธที่ตัวเองไม่เข้าใจพี่ชายเลยแม้แต่นิดเดียว และโกรธที่ตัวเองไม่สามารถทำให้พี่ชายยิ้มได้อย่างที่หวัง

“ทำไมครับ ทำไมให้ผมพูดมันออกมาไม่ได้”

“คำพูดเป็นสิ่งเดียวที่นายปล่อยออกมาแล้วไม่มีวันทวงกลับไปได้ ถ้านายพูดมันออกมาฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลังจากนี้จะเป็นยังไง พวกเราจะเดินไปทางไหน ฉันไม่อยากให้ทุกอย่างพังทลาย”

“แต่ว่า…”

“คำตอบที่ฉันให้นายได้มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น แล้วฉันก็ไม่อยากพูดมันออกไป เพราะฉะนั้น ถ้าจะต้องเสียใจไปมากกว่านี้ สู้เก็บสิ่งนั้นไว้ข้างใน แล้วพวกเราทำเป็นไม่ได้ยินจะดีกว่ามั้ย เสียงข้างในหัวใจก็เป็นเสียงข้างในหัวใจ ปล่อยให้มันดังก้องอยู่ภายในแล้วไม่มีใครได้ยินต่อไปเถอะนะ ดีโน่อ่า”

ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะโต้ตอบ มือใหญ่ทั้งสองข้างลดลงต่ำ ปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ ใบหน้าคมคายก้มลงมองพื้นห้อง

...แค่คำว่ารักของผม ฮยองก็ยังไม่อยากฟังเลยอย่างนั้นหรือครับ…

“ลืมวันนี้ไปเถอะชาน ลืมไปซะ ฉันก็จะลืมมันไป คิดซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเราสองคนก็ยังเป็นเหมือนเดิมนะ หรือคิดซะว่าฉันยังอยู่ด้านนอกห้องซ้อม ไม่ได้เข้ามาเลยก็ได้” ...ผมไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธหรือพูดอะไรอยู่แล้วนี่ครับ


เสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปแล้วพร้อมกับเสียงปิดประตูห้อง

นัยน์ตาสวยจ้องมองแก้วกาแฟสองแก้วที่พื้น น้ำสีดำภายในลดลงไปยังไม่ถึงครึ่ง อีกทั้งน้ำแข็งก็ยังละลายเสียจนสีน้ำเจือจาง

อีชานทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น

‘사랑해 사랑해
언제나 이렇게 너를 기다리고 있어
말해줘 나에게 Just Stay
그대여 Say 
그대여 Say 
사랑해 Say Yes

ผมรักเธอนะ รักมากๆ
และยังเฝ้าคอยเธออยู่ตรงนี้
แค่เธอพูดออกมา ว่าให้ผมคอยอยู่ตรงนี้
แค่เธอเอ่ยมันออกมา
แค่เธอเอ่ยมันออกมา
แค่พูดว่าเธอรักผม’

หยดน้ำตกกระทบพื้นห้องซ้อม ใบหน้าก้มลงต่ำ มือทั้งสองข้างวางลงบนพื้น

...ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ย้อนกลับไปในวันที่ฮยองเลือกที่จะทิ้งตัวและความเชื่อใจลงมาบนตักของผม ย้อนกลับไปในวันที่ผมยังเป็นเด็กน้อยที่กินได้แต่ลาเต้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ยังไม่เป็นอีชานที่โตแบบนี้แล้ว…

เสียงสะอื้นดังก้องในห้องที่ไร้ผู้คน

...ถ้าเป็นตอนนั้นแล้วผมจะบอกรักฮยองได้เต็มปากใช่มั้ย ฮยองจะไม่หนีผมไปแบบนี้ใช่มั้ย…

มือใหญ่ทุบพื้นห้องเสียงดัง

...ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะบอกว่ารักฮยองมากแค่ไหน และจะไม่มีวันปล่อยให้ฮยองเดินหนีไปเด็ดขาด...

เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงไปนอนกับพื้น ร่องแก้มยังคงร้อนผ่าว หัวใจก็ยังคงปวดร้าว และแก้วกาแฟจืดชืดสองใบก็ยังตั้งอยู่ตรงหน้า เขาหลับตาลง ปล่อยให้หัวใจล่องลอยไปกับบาดแผลที่บอบช้ำ

เพราะโลกนี้ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เขารู้ดี

...ผมรักอูจีฮยองครับ อีชานคนนี้รักอีจีฮุน เหลือเกิน…

น้ำตายังคงไหลริน

...แม้ฮยองจะไม่อยากฟัง แต่ผมก็จะบอกให้ก้องไปทั้งหัวใจว่าผมรักฮยองมากแค่ไหน…


-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 26 Stay Out ค่ะ
แปลว่ายังอยู่ข้างนอก

ถึงเวลาที่หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันต้องอำลาเวทีแล้ว // โดนต่อย

น้องชานผู้พ่ายแพ้ตั้งแต่ที่ยังไม่ทันได้ออกรบ น่าสงสาร // โดนปาหม้อไหกะละมังใส่
สงครามรักยังไงก็ต้องมีผู้พ่ายแพ้ค่ะ และดีโน่ก็คือคนที่ไม่สามารถเจาะเข้าไปในใจอีจีฮุนได้
เด็กน้อยที่รู้ตัวช้ากว่าคนอื่น พอเริ่มจะขยับตัวก็โดนปล่อยน้ำเข้าเรือจนล่มตั้งแต่ยังไม่ถึงเป้าหมาย

จริงๆ ถ้าน้องกล้าและสู้อีกหน่อยก็อาจจะได้บอกความรู้สึกออกไป
แต่สำหรับเด็กที่จิตใจดีแบบดีโน่นั้น คงไม่อยากบังคับให้พี่ฟังสิ่งที่ตัวเองต้องการ
เพราะฉะนั้นเจ้าตัวก็เลือกที่จะยอมแพ้แล้วเจ็บเองดีกว่าค่ะ
ยังไงตอนนี้ก็ยังเป็นได้ตั้งพี่ชายน้องชาย
ดีกว่ากลายเป็นคนที่มองหน้ากันไม่ติดไปเปล่าๆ

ฮือ เศร้าจัง ขอโทษที่เศร้าขนาดนี้นะคะ ตอนเขียนก็ไม่ได้คิดว่าจะเศร้าเว่อร์ขนาดนี้
แต่มันเศร้ามากเลย
ยิ่งตอนพิมพ์ท้ายตอน เราเปิดเพลง Say Yes คลอไปด้วย
โอโห ฟิลลิ่งมา…

เพิ่งเห็นว่าจริงๆ มีคน #ทีมดีโน่ หลายคนเลย 555555555
ขอโทษด้วยนะคะ ล่มเรือไปซะแล้ว 5555

ตอนหน้าสัญญาค่ะว่าจะเป็นตอนสบายๆ ชิลๆ อารมณ์ดี ใสๆ ให้สมกับที่ขึ้นหัวเรื่องไว้
จะไม่หน่วง...น่าจะไม่หน่วง 55555555

ถือว่าให้โอกาสให้คนอ่านได้พักหัวใจก่อนจะเริ่มดราม่ากันอีกครั้งค่ะ (....)
ส่วนใครจะลงโทษเราก็ // แบมือให้ตีล่วงหน้าเลย

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #73 Maimai (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:05
    เดิมอยู่ทีมซูนฮุน อ่านไปอ่านมา อยู่ทีมชานฮุนเฉย 😂 ฮืออออ สุดท้ายต้องมาเช็ดน้ำตาป้อยๆ สงสารน้องชาน อยากไปกอดน้องㅠㅠ
    #73
    0
  2. #59 mypiepeach (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 22:38
    ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นงี้แต่ให้ชานพูดคำนั้นก่อนไม่ได้หรอหนูฮุนโอ้ยยยT^Tใจแม่คือตอนที่ฮุนบอกไม่ให้พูดคำนั้นอ้ะแบบหน่วงว่ะถ้าเราเป็นชานคงแบบทำไมอ้ะ?แต่ก็เข้าใจฮุนสงสารชานอ้ะไม่รู้จะไปทางไหนต้องทำไงตอนร้องไห้คือแบบ ฮือออออ ลูกแม่ โอ๋ๆเนอะ อิพี่ซูนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ฉ้านยังเชียร์แกอยู่วววววววว ด้ายโปรดดดด เกรี้ยวกร้าดที ให้เขารู้ไปเลยว่าเฟรนโซนเนี้ยแหละที่จะชนะในศึกสงครามรักครั้งเเเเเเเเเน้ หมามิงแต้มบุญแกเยอะฉันจะไม่อวยเพราะยังไงแกก็วินไปกว่าครึ่งแต่ก็ใช่ว่า30ในร้อยจะไม่ชนะ70นะครับ .ยักคิ้ว โว้ยยยยย ขออวยอิพี่เถอะซงซานT^T เดี๋ยวๆนี้มันตอนหนูนาก
    สู้ๆไรท์ รอนะใบ้หนูทีใครพระเอกง้ะ งุ้งงิ้ง .กระพริบตาปริบๆอ้อนน
    #59
    1
    • #59-1 kakujo59(จากตอนที่ 29)
      7 ธันวาคม 2560 / 21:08
      อูจีไม่อยากฟัง กลัวจะเจ็บกันไปมากกว่านี้ ฮือออออออ

      ส่วนพิซูนก็เฟรนด์โซนเหลือเกิน 5555555

      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า ส่วนพระเอก ไม่บอกหรอก ใกล้จบแล้ว 55555
      #59-1
  3. #57 wa_rin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 21:26
    สงสารชาน และได้โปรดส่งใครไปกอดอูจีที 😭😭😭
    #57
    1
    • #57-1 kakujo59(จากตอนที่ 29)
      7 ธันวาคม 2560 / 21:06
      ไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นอูจีหนีไปพักใจที่ไหน T ___ T
      น้องชานก็น่าสงสาร อูจีก็น่าสงสาร
      ใครนะใจร้าย // ตีตัวเอง
      #57-1
  4. #56 dayory (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 20:59
    อห แงงงงงงง น้องชาน ฮืออออ มาซบเค้า มาซบเค้าเดี๋ยวนี้ ! น้องร้องไห้ด้วย แล้ว say yes ก็บีบหัวใจคนทางนี้มากเลยค่ะ ;___; สงสารน้อง น้องไม่ร้องงงง จีฮุนใจร้าย จะตีให้เนื้อลายเลย โกรธ จะทีมดีโน่ ทีมดีโน่ !!!
    #56
    1
    • #56-1 kakujo59(จากตอนที่ 29)
      7 ธันวาคม 2560 / 21:05
      // แบมือให้ตีโดยสดุดีค่ะ ;; _ ;;

      น้องร้องไห้เลย ฮือออออออออออออ
      เพลง say yes ดีมากจริงๆ ค่ะ ฟังแล้วน้ำตามันปริ่มๆ

      แต่สักวันน้องจะยิ้มให้ทุกคนค่ะ > <
      #56-1