END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 27 : [ Sweater Weather ] Jeonghan x Minghao x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    26 พ.ย. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 24
[ Sweater Weather ]

Jeonghan x Woozi
Minghao x Woozi

#jeonghoon #haohoon  #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น  อีกทั้งยังเพิ่งกลับมาจากทัวร์จากฝั่งยุโรป เอสคุปส์จึงสั่งให้ทุกคนพักผ่อนอยู่ที่หอจนกว่ากำลังกายจะฟื้น หรือถ้าใครอยากจะออกไปข้างนอกก็ให้มาบอกก่อน แต่ไม่อนุญาตให้ไปซ้อมเต้นหรือทำงานโดยเด็ดขาด

อูจีเลยแบกโน้ตบุคมานอนเล่นอยู่บนเตียง จะบอกว่าเล่นก็คงไม่เชิง เพราะสิ่งที่เขาทำก็คือการเปิดโปรแกรมและลองผสมเสียงมั่วซั่วเผื่อจะมีแรงบันดาลใจ

“นี่ไง คุปส์ฮยองบอกไม่ให้ทำงานไม่ใช่เหรอ” มีเสียงดังมาจากเหนือหัว เขาเหลือบตาไปมองก็เห็นผมสีสว่างของเพื่อนก่อน “เดี๋ยวฉันเอาไปฟ้องนะ”

“ไม่ได้ทำงานสักหน่อย ฉันแค่ผสมเสียงเล่นอยู่ นายว่าเสียงนี้เป็นยังไงอ่ะ” นิ้วสวยจิ้มปุ่มสองสามที ควอนซูนยองขมวดคิ้วแล้วนั่งลงบนเตียง

“แปลกๆ ลองอันนี้ไปด้วยดีมั้ย คีย์โดต่ำของอิเล็กโทน” คนที่เพิ่งบ่นว่าเขาทำงานไปเมื่อครู่เผลอตัวมาช่วยไปจนได้ มือใหญ่เอื้อมข้ามตัวเขาไปกดปุ่มบนแป้นคีย์บอร์ด “เอ้ะ ไม่สิ หรือคีย์สูง”

“สูงๆ สูงดีกว่า แล้วก็ลองใส่เสียงกลองลงไป”

“อีกสองที น่าจะได้ทำนองที่แปลกดี” อูจีจิ้มตาม ทำนองที่ได้มาแม้จะมีความแปลกประหลาดแต่ก็น่าสนใจอยู่ทีเดียว “ต้องอีกนิดหนึ่งอ่ะ นายอาจจะต้องเปลี่ยนทำนองเบื้องหลัง”

เขาพยักหน้ารับ มือก็ขยับเมาท์เลื่อนแถบเส้นอะไรวุ่นวายไปหมด

“เฮ้ ทำอะไรกันอยู่” มีเสียงดุดังมาจากกรอบประตู พวกเขาสะดุ้งเฮือก โปรดิวเซอร์ตัวเล็กหันขวับไปมองก่อนจะตกใจกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าท่าที่ตัวเองทำอยู่ไม่ได้ต่างอะไรกับการโดนควอนซูนยองกอดทั้งตัวเลย

“พวกผมไม่ได้ทำงานนะครับคุปส์ฮยอง พวกผมแค่ผสมเสียงเล่นเฉยๆ” คนร่าเริงส่งเสียงไปก่อนที่จะขยับตัวออกจากเขา

“มันต่างจากทำงานตรงไหนกัน พักผ่อนสมองได้แล้ว พวกนายทั้งคู่เลย”

“คร้าบ” พอลีดเดอร์หน้าดุเดินห่างไป แฮมเตอร์แก้มยุ้ยก็หันมามองเขาที่ยังนอนคว่ำอยู่บนเตียง “เห็นมั้ย บอกแล้วว่าอย่าทำ คุปส์ฮยองดุเลย”

“ทำเป็นพูดไป เมื่อกี้นายก็เข้ามาช่วยฉันนะ”

“มันเผลอนี่นา พอว่างๆ แบบนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไร อยากจะเล่นเกมก็ขี้เกียจ” คนขี้บ่นทิ้งตัวลงนอนข้างๆ จนเจ้าของเตียงต้องขยับตัวเข้าไปด้านใน ใจจริงก็นึกอยากจะเบียดคนพูดมากให้ตกเตียงแต่ก็สงสาร

หรือจะถีบให้ลงไปกองกับพื้นดี จะได้มีอะไรทำ

“ไม่ต้องคิดจะถีบฉันลงไปเลยนะ”

“ก็มานอนเบียดฉันทำไมเล่า”

“ไม่มีอะไรทำนี่นา”

“ก็กลับไปนอนห้องนายสิ”

“ห้องฉันไม่มีคนนี่ คนอื่นก็นอนกลิ้งดูทีวีอยู่ ฉันขี้เกียจดู”

“แต่ไม่ใช่ข้ออ้างมานอนเบียดแบบนี้ ไปนอนเตียงคุปส์ฮยองข้างๆ สิ”

“จีฮุนอ่า อย่าใจร้ายซี่ ขอเบียดนิดเดียวเอง ฉันเหงานี่นา” น้ำเสียงออดอ้อนแบบจงใจยิ่งทำให้เขาหมั่นไส้ ทว่ายังไม่ทันจะได้ผลักคนหน้าทะเล้นให้ลงไปวัดพื้นก็มีเสียงกระแอมมาจากหน้าประตู

...นี่ทุกคนจะเข้ามาในห้องเขากันหมดเลยเรอะ…

“ทำอะไรกันอยู่น่ะครับ” เจ้าหมาน้อยส่งเสียงมาด้วยความงุนงง เขาหันไปมองครู่หนึ่ง ทันเห็นแววตาประหลาดฉายชัดอยู่ในนัยน์ตาคู่สวย...ที่กำลังจ้องประสานกับนัยน์ตาชี้

“นอนเล่นอยู่น่ะ นายมีอะไรเหรอ” เสียงตอบไม่ได้มาจากเจ้าของห้อง แต่กลับเป็นคนที่นอนเบียดอยู่ข้างๆ เขาถอนหายใจยาว คิดอยู่แล้วว่าวันที่สงบสุขได้นอนผสมเสียงอยู่บนเตียงนั้นไม่มีทางเป็นจริง

มือสวยพับหน้าจอโน้ตบุคลง

แต่ก่อนจะได้พูดอะไรก็มีใบหน้าคมคายปรากฏขึ้นมาข้างๆ มินกยูเสียก่อน ชายจากแผ่นดินใหญ่มองบรรยากาศในห้องก่อนจะส่งรอยยิ้มกว้างมาให้เขาที่ถูกเบียดติดผนังอยู่

“อูจีฮยองครับ ว่างหรือเปล่าครับ ผมมีเรื่องอยากให้ช่วย”

“ว่างสิ มีอะไรเหรอ”

“ผมกับจองฮันฮยองเก็บห้องเก็บของอยู่น่ะครับ แล้วมีของที่เกี่ยวกับเพลงอยู่เยอะไปหมดเลย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าฮยองว่างก็มาช่วยผมคัดหน่อยได้มั้ยครับ” เขาพยักหน้าแล้วผลักคนตัวใหญ่กว่าออกห่าง

“ได้สิ ขยับไปได้แล้วโฮชิ นายมันตัวใหญ่ชะมัด” คนตัวเล็กพาตัวเองออกจากเตียงได้สำเร็จ มยอนโฮมองเพื่อนที่ยืนนิ่งอยู่ที่ขอบประตูก่อนจะหันมามองเขาแล้วตัดสินใจเดินนำไปก่อน

ช่วงขณะที่สวนกัน นัยน์ตาสวยๆ คู่นั้นก็ตวัดมามอง

เขาหันหนี

...อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น มินกยู…




“อ่า จีฮุนนี่อ่า มาพอดีเลย” เสียงพี่ใหญ่ดังมาจากภายในห้องเก็บของด้านหลังตึก เพราะพวกเขาอยู่กันหลายคนทำให้พื้นที่เก็บของในหอไม่เพียงพอ พวกเขาจึงแจ้งขอใช้ห้องด้านหลังกับเจ้าของหอไว้สำหรับเก็บของ ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเขาไม่มีเวลาเก็บของข้างในเลย สิ่งที่ทำมีแต่เอาของยัดเข้าไปเพิ่มเติม

“ผมเห็นวันนี้ว่างๆ น่ะครับ เลยจะลงมาเก็บของ ตอนแรกจะชวนมินกยูแล้วแต่เห็นหมอนั่นวุ่นๆ อยู่ในห้องครัว จองฮันฮยองเลยลงมาช่วยแทน” มยอนโฮเอ่ย ภายในห้องเก็บของค่อนข้างรก

“มีพวกโน้ตเพลงกับแผ่นซีดีเต็มเลยนะอูจีอ่า ฉันไม่รู้ว่านายจะได้ใช้หรือเปล่า”

“ได้ครับ เดี๋ยวผมช่วยดูให้”

“งั้นฝากด้วยนะ เดี๋ยวฉันไปเอาลังมาก่อน ของไม่จำเป็นในนี้เต็มไปหมด พวกเด็กๆ เอาแต่ยกมาเก็บไม่ได้ดูเลยว่าอะไรจำเป็นบ้าง” พูดจบแล้วคนหน้าสวยก็เดินสวนออกไป เขาถอนหายใจยาว

เนื่องจากไม่ค่อยได้เปิดเข้ามา แล้วยังมีของรกเกือบเต็มห้อง ภายในจึงมีฝุ่นคลุ้ง เขาย่นจมูกแล้วเดินเข้าไปดูกล่องที่วางซ้อนสูงกันอยู่

จริงๆ ที่หน้ากล่องก็เขียนไว้หมดแล้วว่าคืออะไร และพวกนี้ก็คือลายมือเขาทั้งนั้น ก็ช่วงที่ต้องทำเพลงแบบบ้าคลั่งเขาจำเป็นต้องใช้แรงบันดาลใจจากของพวกนี้ ซึ่งพอผ่านช่วงนั้นมาก็เอาเก็บไว้ในห้องนี้ แล้วก็ลืมไปหมดเลย

...สงสัยต้องทิ้งไปบ้าง เก็บไว้แบบนี้ก็มีแต่เป็นขยะ…

“ฮยองครับ หันมาหน่อยสิครับ” พอหันไปตามเสียงเรียกก็มีหน้ากากอนามัยคาดมาที่หน้า “ฝุ่นมันเยอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา พรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานหนักแล้วด้วย” มือใหญ่ค่อยๆ จัดหน้ากากให้อย่างอ่อนโยน

“ขอบใจนะ มยอนโฮอ่า”

“ฝุ่นมันเยอะนี่ครับ มาครับ เดี๋ยวผมช่วยนะ” คนตัวสูงยกกล่องบนสุดลงมาก่อน ภายในอัดแน่นไปด้วยเนื้อเพลงอย่างที่พี่ชายบอกจริงๆ ด้วย “ฮยองจะทำยังไงครับ จะดูทีละแผ่นหรือว่ายังไง”

“คงต้องค่อยๆ คัดอ่ะ จะให้ทิ้งทั้งหมดก็ทำไม่ได้ จะเก็บไว้ก็เป็นขยะอีก จริงๆ ฉันทำเองก็ได้นะ นายไปเก็บส่วนอื่นเถอะ” น้องชายอิดออดนิดหน่อย แต่พอเขาแกล้งสะบัดเนื้อเพลงปึกใหญ่ใส่หน้า อีกฝ่ายก็หัวเราะแล้วยอมหมุนตัวไปอีกฝั่งของห้อง

มือสวยบรรจงดึงปึกกระดาษออกมาเปิดทีละชุด

ภายในมีแม้กระทั่งเนื้อเพลง Shinning Diamond ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน เขาอมยิ้ม พอนึกถึงตอนที่เคยพยายามด้วยกันมาตอนนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังค่อยๆ ก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ 

เขาเปิดไปเรื่อยๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เพลง ‘Drift Away’

“มยอนโฮอ่า” อูจีเรียกรุ่นน้องที่กำลังเขย่งตัวหยิบลังบนชั้นอยู่ นัยน์ตากลมๆ หันมามอง พอเห็นเขากวักมือเรียกยิกๆ ก็เดินเข้ามาใกล้ “ดูสิ ยังจำตอนนั้นได้มั้ย”

“นั่นเพลง Drift Away ที่พวกผมใช้แสดงตอน 17 Project นี่ครับ”

“ใช่แล้ว ตอนนั้นลำบากกันมาเยอะเลยเนอะ”

“ผมจำได้ว่าตอนนั้นโดนกรรมการติไปหลายอย่างเลย แต่อูจีฮยองก็เก่งนะครับ สามารถเอาเพลงที่ตอนนั้นแต่งกันแบบงงๆ มาเรียบเรียงใหม่จนเป็นเพลงที่สวยงามได้ ผมนับถือฮยองมากเลยนะ” เขาหัวเราะร่า มือสวยเริ่มรื้อเนื้อเพลงออกมาเช็คต่อ

“ก็พูดเกินไป ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรพิเศษกว่าคนอื่นสักหน่อย แล้วตอนนั้นทุกคนก็มาช่วยเรียบเรียงกันใหม่ด้วย ไม่ใช่ความดีความชอบของฉันคนเดียวหรอกน่า”

“ฮยองก็ยังถ่อมตัวเองเหมือนทุกทีเลยนะครับ”

“ไม่ได้ถ่อมตัวเอง ฉันแค่พูดเรื่องจริง” มยอนโฮถอนหายใจยาว

“ครับครับ แล้วนี่รื้อของจนตัวมอมแมมไปหมดแล้วนะครับ ดูผมสิ” มือใหญ่เอื้อมมาปัดฝุ่นบนผมให้แผ่วเบา “ฝุ่นเต็มผมเต็มหน้าไปหมดแล้ว” เขาหรี่ตาเมื่อน้องชายเลื่อนมือลงมาปัดฝุ่นให้บนใบหน้า

“ฮยองทำยังไงครับเนี่ย ตัวถึงเปื้อนไปจนหมดเลย เอ้า นี่ครับ” นางฟ้าหอพักดึงผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะโพกหัวให้ “คลุมๆ ตัวไว้หน่อยดีกว่า ฝุ่นเยอะแบบนี้ ถ้าออกไปแบบตัวมอมแมม พวกผมต้องโดนคุปส์ฮยองเล่นงานจนหูชาแหงๆ”

“แล้วนายล่ะ”

“เสื้อผมมีฮู้ดครับ ฮยองอย่าห่วงเลย ห่วงตัวเองดีกว่า”

“ทำไมพวกนายชอบทำเหมือนฉันเป็นเด็กกันจัง ฉันจะ 22 แล้วนา” ซอมยอนโฮไม่ตอบอะไร เพียงแต่ส่งรอยยิ้มมาให้แล้วหมุนตัวกลับไปทำความสะอาดต่อ เขาได้แต่ขมวดคิ้วแล้วรื้อเนื้อเพลงต่อ

ผ่านไปสักพักจองฮันฮยองก็กลับมาพร้อมกับลังกระดาษหลายลัง

“นายมีอะไรจะทิ้งก็โยนๆ ลงในกล่องเลยนะ แต่ว่าแยกขยะหน่อยก็ดี โอ้ะ นี่อะไรหว่า” พี่ชายหน้าสวยหยิบปึกกระดาษข้างตัวเขาขึ้นมาดู “โอ้โห นี่เนื้อเพลง No F.U.N. ตอนแรกๆ เลยนี่นา นายยังเก็บมันไว้อยู่อีกเหรอ”

“ก็เป็นความทรงจำที่ดีของพวกเรานี่ครับ ตอนนั้นการแสดงของฮยองได้รับคะแนนสูงสุดด้วยนี่นา”

“ยกความดีความชอบให้โฮชิเถอะ ถ้าไม่ได้หมอนั่นการแสดงก็คงไม่ดีขนาดนี้ คิดดูว่าจากสเตจ 3 คน หมอนั่นยังทำให้เข้ากับพวกเรา 13 คนได้เลย ฉันล่ะยอมใจจริงๆ โอ้ มีเพลง OMG ตอนนั้นด้วยนี่”

“ผมเก็บเนื้อเพลงตอนนั้นไว้ด้วยกันน่ะครับ”

“ตอนนั้นดีโน่ช่วยแต่งเพลงนี้ด้วยสิน้า”

“ใช่ครับ นี่เพลงใหม่ก็ช่วยแต่งด้วยครับ ชานโตขึ้นมากเลย” เสี้ยววินาทีหนึ่งเขาเห็นใบหน้าของจองฮันฮยองเปลี่ยนสี นัยน์ตาสวยเหลือบมามองเขาครู่หนึ่งแล้วเบนกลับไป ริมฝีปากสวยขยับรอยยิ้มอ่านยาก

“นั่นสิน้า อีชานโตมากขึ้นแล้วจริงๆ นั่นแหละ”

“ครับ?”

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก ตรงนี้มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า”

“ไม่มีครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” พี่ใหญ่ยิ้มกว้าง มือสวยตบปุๆ ลงบนผ้าโพกหัวของเขา

“งั้นก็รีบๆ ทำแล้วออกจากห้องที่แสนจะอึดอัดกันดีกว่าเนอะ”




หลังจากเก็บทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้ว มยอนโฮก็อาสาเอาลังไปทิ้งให้เอง เขาเลยนั่งพิงผนังหน้าห้องเก็บของรอน้องชายกลับมา นัยน์ตาเล็กมองไปที่ท้องฟ้า

ทั้งๆ ที่เพิ่งทำอะไรไปได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนว่าจะใกล้เวลาเย็นมากแล้ว

“เอ้า อูจีอ่า ทำไมยังนั่งอยู่ตรงนี้ไม่กลับเข้าหอ”

“รอมยอนโฮอยู่น่ะครับ หมอนั่นเอาของไปทิ้ง แต่เดี๋ยวก็ต้องเอาลังกลับมาเก็บที่ห้องนี้อยู่ดี จองฮันฮยองไม่ได้เอาของขึ้นหอไปแล้วเหรอครับ” พี่ชายยิ้มกว้าง คนตัวสูงทิ้งตัวลงข้างๆ มือใหญ่ก็ปลดผ้าที่เขายังโพกอยู่ออก

“ฝุ่นเขรอะเต็มตัวไปหมดเลยน้า”

“ก็เก็บของก็ต้องมีแต่ฝุ่นอยู่แล้วสิครับ”

“เอ้า นี่” นางฟ้าแห่งเซเว่นทีนยื่นน้ำอัดลมขวดหนึ่งมาให้ “ของฝาก เมื่อกี้ฉันออกไปซื้อมาให้”

“ให้ผมเหรอ”

“อือ จีฮุนชอบไม่ใช่เหรอ ขอบคุณที่วันนี้มาช่วยนะ ฮยองเลี้ยงเอง อย่าบอกใครล่ะ เดี๋ยวพวกเด็กๆ จะโวยวายว่าเลี้ยงเราคนเดียว”

“แล้วของมยอนโฮล่ะครับ”

“เมื่อกี้ให้ไปแล้วตอนหมอนั่นแบกลังไปทิ้ง เรากินเถอะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งๆ ที่ควรจะได้นอนพักแท้ๆ”

“นั่นสิครับ ง่วงมากแล้วด้วย” พูดจบก็เอนตัวเอาหัวไปซบอยู่บนไหล่แข็งๆ ของพี่ชาย “จริงๆ วันนี้ผมตั้งใจจะนอนเล่นคอมพิวเตอร์ทั้งวันแท้ๆ ดูสิครับ วันนี้ของผมพังหมดเลย”

“นี่ไง ชดเชยด้วยโค้กแล้วไง”

“แค่โค้กเอง ฮยองต้องตอบแทนด้วยเนื้อย่างสักมื้อสิ”

“เดี๋ยวเถอะ ของที่เอาไปทิ้งส่วนหนึ่งก็เป็นของของอูจีนา” เขายิ้มขำ นัยน์ตาเล็กปรือลงนิดหน่อย

จริงๆ ตอนแรกก็คิดแค่ว่าเอนตัวไปพิงเฉยๆ เพราะก้มๆ เงยๆ รื้อของจนเมื่อย แต่พอนั่งท่านี้แล้วก็พาลง่วงขึ้นมาดื้อๆ ยิ่งไหล่ของฮยองคนนี้ยิ่งนอนสบายเข้าไปใหญ่ ยังไม่รวมกลิ่นแชมพูกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ อีก

แต่ฝุ่นเยอะไปหน่อยแฮะ

“มานั่งทำอะไรกันครับ ทำไมยังไม่กลับเข้าหอกัน อากาศก็เย็นลงตั้งเยอะแล้ว” ชายหนุ่มจากแผ่นดินใหญ่เดินถือลังเปล่ากลับเข้ามา

“จีฮุนนี่กำลังอ้อนอยู่น่ะ”

“เอ๋…” ดิเอทส่งเสียงสูง

“ไม่ได้อ้อนสักหน่อย แค่นั่งแบบนี้แล้วมันง่วงเฉยๆ นี่ครับ”

“มานั่งด้วยกันสิมยอนโฮ เด็กปากแข็งขี้อ้อนเขาอยากอ้อนคนน่ะ”

“ผมไม่ได้อยากอ้อนสักหน่อย ฮยองคนนี้นี่” เขาพูดพร้อมกับผละตัวออกห่าง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอม มือยาวๆ คว้าเอวเขาไว้แล้วก็กอดแน่น มยอนโฮที่มองจากไกลคงรู้สึกสนุกจึงเข้ามาแกล้งด้วย “ปล่อยผมนะ!”

“ไม่ปล่อยหรอก” น้องชายที่ถลาเข้ามาใกล้เอนตัวลงมาพิงทับเขาไว้

“อะไรกันครับเนี่ย!”

“เปล่า ก็แค่คิดว่าบางทีจีฮุนนี่ก็อ้อนพวกเราบ้างก็ได้นี่นา ชอบมาทำหน้าดุใส่ทั้งฮยองทั้งน้อง หัดมาอ้อนกันบ้าง พวกเราก็อยากให้เราอ้อนบ้างรู้มั้ย”

“ใช่ครับ บางทีก็เข้ามาเขย่าตัวพวกเราไปมาตอนคิดอะไรไม่ออกก็ได้ ไม่ใช่เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องแบบนั้น”

“ใช่ๆ เขย่าแบบนี้น่ะ” เขาตัวสั่นไปมาเพราะโดนพี่ชายแกล้ง ส่วนน้องชายตัวดีก็ยังพิงเขาอยู่พร้อมกับหัวเราะเสียงใส

“ก็ไม่ได้มีเรื่องเครียดให้ปรึกษานี่ครับ จะให้อ้อนอะไร”

“ยัง ยังพูดอีก นี่แหน่ะ ต้องลงโทษแล้ว” แขนยาวล็อคคอเขาไว้ “ดิเอทจัดการเลย!”

“จัดการอะไรครับ”

“ฟัดเข้าสักฟอด” ทั้งคนจะโดนลงโทษ ทั้งคนจะลงโทษร้องเสียงหลงกันทั้งคู่ จองฮันจอมขี้แกล้งเห็นภาพตรงหน้าแล้วก็หัวเราะลั่นออกมา ก่อนจะโถมตัวเข้ากอดน้องชายทั้งสองคนไว้ “ล้อเล่นน่า เจ้าเด็กพวกนี้นี่”

จีฮุนกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว

...หรือว่าช่วงนี้เราจะแสดงออกชัดเจนเกินไปอย่างนั้นเหรอว่ามีเรื่องคิดมาก แต่จริงๆ ก็ไม่มีอะไรให้คิดสักหน่อย…

ภาพสายตาของน้องชายเมื่อเช้าปรากฏวาบเข้ามาในความคิด ยังไม่รวมไปถึงเจ้าเพื่อนบ้าที่อยู่ดีๆ ก็มานอนเบียดกัน แล้วยังสายตาที่ทั้งสองคนมองกันอีก

...ไม่มีเรื่องให้คิดมากจริงๆ เหรออีจีฮุน…

“มีเรื่องอะไรก็บอกฮยองได้จริงๆ น้า จีฮุนอ่า”

“ใช่ครับ คุยกับพวกเราทุกคนได้นะครับ”

เขาถอนหายใจยาว แล้วระบายรอยยิ้มกว้างออกมา

“ไม่มีอะไรหรอกครับ อย่าห่วงเลยนะ”

...เรื่องแบบนี้จะปล่อยให้คนอื่นรู้ได้ยังไงกันล่ะ…




เขาเปิดหน้าจอโน้ตบุคขึ้นมาอีกรอบ ลีดเดอร์ขี้บ่นหลับปุ๋ยไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเขานอนแต่งทำนองเพลงเล่นๆ ก็คงไม่มีใครด่า ยิ่งเป็นเวลาแบบนี้ เมมเบอร์ต่างกลับห้องไปนอนหลับกันหมดแล้ว จะมีแค่บางส่วนที่ยังนั่งดูทีวีอยู่เท่านั้นแหละ

หน้าจอยังเปิดค้างอยู่ที่ทำนองตอนเช้า อูจีเอียงคอลงนิดหน่อย เขาลืมไปแล้วว่าตอนนั้นคิดอะไรไว้ รู้แต่ว่าโฮชิเข้ามาช่วยเติมเสียงอิเล็กโทนเข้าไป

เตียงยวบลงนิดหน่อย พอหันไปมองก็เห็นพี่ชายหน้าสวยนั่งยิ้มอยู่

“จีฮุนนี่อ่า ถามอะไรหน่อยสิ”

“ครับ?”

“นายคิดว่าดีโน่เป็นยังไงเหรอ” คำถามแสนประหลาดนั้นทำให้เขาขมวดคิ้ว ยิ่งพอเห็นพี่ชายยิ้มแปลกๆ ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่

“หมายถึงอะไรน่ะครับ”

“ก็ไม่ได้หมายถึงอะไรหรอก แค่..ถามเฉยๆ ว่าในมุมมองของอูจี ดีโน่เป็นคนยังไง”

“ก็เป็นเด็กน่ารักครับ จริงจัง จริงใจ มีความพยายามในทุกเรื่องครับ แล้วก็โตขึ้นมากๆ ด้วย” จองฮันยังคงขยับรอยยิ้มอ่านยาก เขาได้แต่มองด้วยความสงสัย 

“แล้วคิดว่าถ้าเด็กคนนั้นอยากได้อะไรขึ้นมา จะพยายามทุกอย่างเพื่อให้ได้มาหรือเปล่า”

“ก็ดูเป็นคนนั้นแบบนั้นนะครับ”

“แล้วถ้าสิ่งที่เด็กคนนั้นอยากได้ เป็นคนล่ะ” คราวนี้เขาลุกขึ้นมานั่ง ความไม่เข้าใจล้นอกไปหมด ยิ่งพออีกฝ่ายมีท่าทีลับลมคมในแบบนี้ เขาก็ยิ่งคาใจ ตามปกติแล้วยุนจองฮันไม่ใช่คนอึกๆ อักๆ เวลามีอะไรก็มักจะพูดมันออกมาเสมอ การที่เป็นแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างในหัวใจ

“ฮยองจะถามอะไรก็ถามมาตรงๆ เถอะครับ คุปส์ฮยองหลับไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก”

“ก็แค่สงสัยว่าในมุมมองของอูจีน่ะ ถ้าเด็กคนนั้นอยากได้อะไรขึ้นมาจะทำยังไง”

“ผมก็บอกไปแล้วไง”

“แล้วถ้าเด็กคนนั้นต้องการตัวเราล่ะ”


สายตาประสานสายตา

...ห้ะ? อะไรนะ?...

“โอย ไม่สิ จริงๆ ฉันไม่ควรมาถามเราเลย ลืมไปได้มั้ยน่ะ ไม่ทันแล้วสินะ เอาเป็นว่าไม่ต้องสนใจว่าฉันพูดอะไร อูจีไม่เข้าใจก็ไม่ต้องถาม ลืมไปเลย โทษทีๆ ไม่น่าเลย”

พี่ชายคนสร้างเรื่องเดินออกจากห้องไปแล้ว ทิ้งไว้แต่เขาที่ยังนั่งจับต้นชนปลายไม่ถูก ในหัวตีกันไปหมด ยิ่งคำพูดที่สองแง่สองง่ามแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เขาสับสน

...ไม่จริงน่า จองฮันฮยองล้อเล่นแหง…

เขาส่ายหัวไปมา พยายามสลัดอะไรวุ่นวายในหัวออกไป 

ก็เจ้าเด็กน้อยคนนั้นไม่เคยมีท่าทีอะไรมาก่อนเลยนี่นา ไม่เคยแม้แต่จะแสดงอะไรให้เห็น ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ทำอะไรเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด ดูแลเขาเหมือนที่เมมเบอร์ทุกคนทำมาตลอด

...เหรอ?...

ก่อนหน้านี้ก็แค่ให้เขานอนตัก ให้เขายืมกระเป๋าหนุน ชงกาแฟให้ หาร่มมาให้ ทายาให้ ช่วยซ้อมเต้นให้ มันก็เรื่องปกติที่ทำให้กันมาตลอดไม่ใช่เหรอ

มือสวยยกขึ้นปิดหน้าตัวเอง

ไม่มีอะไรนี่ ไม่มี

ภาพที่วันนั้นน้องชายนั่งจ้องหน้าเขานิ่งๆ ในห้องทำงานปรากฏขึ้นมาในสมอง


โว้ย!!!! จองฮันฮยอง!!!




สุดท้ายเขาก็พาตัวเองออกมาจากห้องนอน รู้สึกปวดหัวจนต้องหาอะไรเย็นๆ มาดับความคิดภายใน ทว่าเขาไม่ได้คิดเลยว่าจะเจอคนที่เข้ามาทำให้สมองเขาปั่นป่วนยืนอยู่ในห้องครัว

เด็กหนุ่มกำลังจัดของในถุงเข้าตู้เย็นอยู่

“อ้าว ผมคิดว่าฮยองนอนไปแล้ว มาหาอะไรทานเหรอครับ”

“ฉันหิวน้ำน่ะ” อีชานยิ้มกว้างแล้วหยิบขวดน้ำออกมาจากตู้เย็นให้ มือใหญ่ก็บรรจงรินใส่แก้ว

“นี่ครับ ค่อยๆ ดื่มนะครับ น้ำมันเย็น อากาศก็ยิ่งเย็นๆ อยู่” เขารับมาแล้วไม่พูดไม่จา “จริงสิครับ วันก่อนฮยองบ่นว่าอยากทานไส้กรอกใช่มั้ยครับ พอดีผมลงไปร้านสะดวกซื้อด้านล่างมาก็เลยซื้อมาฝาก”

เด็กหนุ่มหยิบห่อพลาสติกห่อใหญ่ออกมาจากถุงพลาสติก

“ฮยองเคยบอกว่าชอบทานรสนี้ใช่มั้ยครับ โชคดีที่ยังมีอยู่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ให้มินกยูฮยองทำให้ทานตอนเช้านะครับ” อูจีพยายามฝืนยิ้ม

“ขอบใจมากนะ ดีโน่อ่า”

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องแค่นี้เอง จริงสิ วันก่อนผมเห็นกาแฟซองของฮยองจะหมดแล้วก็เลยซื้อมาให้ด้วย ผมเก็บเข้าไปในตู้ให้แล้วนะครับ ถ้าจำไม่ผิดฮยองชอบซองสีเขียวเนอะ”

เขายังคงยิ้มฝืนๆ

“ใช่ ขอบใจนะ”

“ฮยองจะกลับไปนอนแล้วใช่มั้ยครับ วางแก้วน้ำไว้ตรงนั้นเลย เดี๋ยวผมล้างเอง”

“อือ ฝันดีนะดีโน่” เด็กหนุ่มที่โตขึ้นกว่าเดิมมากขยับรอยยิ้มกว้าง

“ครับผม”

...บ้าชะมัด ทำไมไม่เคยสังเกตเลยนะว่าดวงตาของน้องชายคู่นั้นมันกลายเป็นแบบนี้…

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 24 Crate ค่ะ
แปลว่าลัง

เขียนๆ แล้วก็งงว่าเป็นตอนของใครกันแน่นะ 555555

ไม่รู้ว่าต้องยกความดีความชอบให้ใครกันแน่
การที่พี่จองฮันทำให้อูจีรู้สึกตัวนี่ต้องเป็นความดีความชอบหรือการทำให้ทุกอย่างแย่ลงกันนะ
ดูเป็นตอนที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษค่ะ เหมือนมาคั่นเฉยๆ
ซึ่งจริงๆ ก็ตั้งใจแบบนั้นแหละค่ะ
พยายามหาตอนมุ้งมิ้งเบาๆ มาคั่นความหนักหน่วงบ้าง
เหมือนเรื่องจะหนักหน่วงเกินไปล่ะ

หลังจากนี้เราวางแผนมีเรื่องยาวอีกสองเรื่องนะคะ :)
เพราะบนไว้แล้วว่าถ้าเด็กๆ ได้รางวัลชนะในรายการเพลง จะแต่งฟิคยาวตามจำนวนวิน
ตอนนี้ได้มาสองล้ะ มารอลุ้นกันว่าจะมีอีกมั้ย
ยังไงก็ยังไม่กู้ดบายสเตจเนอะ :)

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #54 wa_rin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 23:21
    นางฟ้าร้ายที่สุด
    #54
    1
    • #54-1 kakujo59(จากตอนที่ 27)
      3 ธันวาคม 2560 / 13:09
      นางฟ้าอะไร ไม่มีหรอกนะ 55555
      ยุนจองฮันคนร้ายกาจ
      #54-1
  2. #53 icelovely_110 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 21:41
    ยุนจองฮัน เทอมันร้ายกาจ ฮืออ มิงกะชานรุกเเล้ว พี่ซูนละ พี่จะเป็นคนนกตลอดไปใช่มั้ย
    #53
    1
    • #53-1 kakujo59(จากตอนที่ 27)
      3 ธันวาคม 2560 / 13:09
      พินางฟ้าร้ายกาจสุดแล้วค่ะ ถถถถ มาเนียนๆ ทำเหมือนเผลอพูด แต่จริงๆ นะเป็นทีมดีโน่ใช่มั้ยล่ะ ยุนจองฮัน!!!

      ส่วนพิซูนจะบินได้แล้วค่ะ อีกนิดเดียว 55555555
      #53-1
  3. #52 veenee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 21:22
    ฮืออออ ทุกคนเริ่มจะรุกหนักแล้วววส
    จีฮุนเริ่มรู้ตัวแล้วว พิซูนรุกหนักๆหน่อยยเส่5555555 รอตอนต่อไปนะคะสู้ๆค่ะ
    #52
    1
    • #52-1 kakujo59(จากตอนที่ 27)
      3 ธันวาคม 2560 / 13:08
      พี่ซูนติดบ่วงเฟรนด์โซนที่คิดไปเองอยู่ค่ะ 5555555

      ตอนนี้จีฮุนรู้ตัวหมดแล้ว ทุกอย่างก็อยู่ที่เจ้าตัวแล้วว่าจะเอาไง ฮือ
      #52-1
  4. #51 mypiepeach (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 21:00
    อมก. น้องชานไม่ใสแล้วนะคะหนูฮุนน ยัยมิงคนขี้หวง อิพิ้ซูนจะรุกก็รุกให้สุดดิวะ กากกก
    มิงอ้ะๆๆๆพระเอกป้ะเราอ้ะเยอะตลอดดด //เบ้ปากมองบน พิ้ซูนนี่จะอยู่ในกรงกรรมกรงเกวียนกับคำว่าเฟรนโซนไปถึงเมื่อไหร่ห้ะะะ รุกหนักเหมือนหมามิงดิเว้ยย เนี้ยๆๆถ้าแหกตาดูสักนิดจะรู้ว่าน้องชานมาไกลกว่าอิพิ้ซูนอีกเขาแสดงอาการเว้ยยยย! //ตัดภาพมาที่อิพิ้ซูน;-; นกนี้คือใครนกนั้นคือซูนยอง อิอิ //แซะตลอดแต่ก็อวยซูนฮุน5555 ฮุนเอ้ยย หนูเข้าใจหรือยังว่าอยู่ในดงหมาแฮมแล้วก็หนูนาก ที่เป็นสัตว์ดุร้าย5555 รอไรท์!!!!!!!อยากรู้ตอนจบเหลือเกิน
    #51
    1
    • #51-1 kakujo59(จากตอนที่ 27)
      3 ธันวาคม 2560 / 13:08
      น้องชานใสๆ ไม่มีอีกแล้ว 55555555555

      พิซูนนี่ติดบ่วงเฟรนด์โซนแรงมากค่ะ 555 ที่น่าสงสารกว่าคือติดเฟรนด์โซนแบบที่พี่คิดไปเองด้วย ถถถถถถถถถถ
      ตอนนี้เลยเป็นนกเหลือเกิน

      ใกล้แล้วค่ะ ใกล้จบแล้ว!! อีกไม่กี่ตอนเอง (เหรอ....)
      #51-1