END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 26 : [ VOBOWOOZIDay - Without You ] Dino x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    25 พ.ย. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

SPECIAL CHAPTER
HAPPY BIRTHDAY WOOZI!
[ Without You ]

Dino x Woozi
#chanhoon #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi
#VOBOWOOZIday

หมายเหตุ : เนื้อเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักเลยค่า

-------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้อากาศค่อนข้างหนาว หลังจากไปถ่ายรายการตอนเช้า พวกเขาก็รีบกลับมาที่บริษัทและขลุกตัวกันอยู่ในห้องซ้อมที่แสนจะอบอ้าว นอกจากการคัมแบคที่แสนจะวุ่นวายแล้ว ช่วงนี้ยังเป็นช่วงปลายปีที่พวกเขาต้องเตรียมซ้อมสำหรับขึ้นเวทีงานประกาศรางวัล 

อีชานเปิดประตูห้องซ้อม เมมเบอร์ส่วนใหญ่กำลังวอร์มร่างกายยืดเส้นยืดสายกันอยู่แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานประกาศรางวัลที่เวียดนาม พวกเขาต้องซ้อมกันหนักกว่าปกติ

“โอ้ มาแล้วเหรอดีโน่”

“ขอโทษที่มาช้าครับ พอดีธุระติดพันไปหน่อยน่ะครับ” ลีดเดอร์ผู้ใจดีโบกมือไม่ว่าอะไร เขาจึงรีบเข้าไปรวมกลุ่มวอร์มกับทุกคน “แล้วนี่จะซ้อมกันกี่โมงเหรอครับ” เขาถามพี่ชายที่ยืดตัวอยู่ที่พื้น นัยน์ตาชี้ๆ หันไปมองเวลา

“นี่จะห้าทุ่มแล้วใช่มะ คงอีกสักพักหนึ่งอ่ะ รออูจีลงมาก่อน”

“อูจีฮยองไปไหนเหรอครับ?”

“วีไลฟ์มั้ง คิดว่าแหละ เห็นหอบโนตบุคเดินขึ้นไปข้างบน ตอนปีที่แล้วหมอนั่นก็ทำตอนช่วงเวลานี้นี่นา เมื่อบ่ายๆ พอกลับมาจากรายการเพลงแล้วหมอนั่นก็มัวแต่วุ่ยวายกับงานเลยไม่ได้ทำเลย”

เขาเอียงคอ ใช้เวลาครู่ใหญ่ถึงจะนึกออกว่าวันนี้คือวันเกิดของพี่ชายตัวเล็ก

“มาแล้วครับๆ” เสียงสดใสของซึงกวานฮยองดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง ทุกคนหันไปมองก็เห็นบนหน้าจอโน้ตบุคมีภาพของอูจีฮยองในชุดฮู้ดสีดำสนิทอยู่ ใบหน้าสดใสมองมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับส่งเสียงทักทาย

...น่ารักชะมัด…

พวกเขาหยุดกิจกรรมที่ทำแล้วต่างดูภาพเคลื่อนไหวตรงหน้า

อูจีฮยองยังคงเหมือนเดิมเมื่อปีที่แล้ว ที่พอต้องวีไลฟ์คนเดียวแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก

อีชานขมวดคิ้ว 

จริงๆ ก็รู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะน้ำเสียงของพี่ชายเปลี่ยนไป จะบอกว่าเพราะห้องที่อีกฝ่ายอยู่ทำให้เสียงทุ้มกว่าเดิมก็คงไม่ใช่ เพราะมันไม่เหมือนทุกที นี่ยังไม่รวมเสียงสูดน้ำมูกที่บ่อยจนผิดปกติ

เมื่อเช้าตอนออกมาจากรายการเพลงยังไม่รู้สึกแปลกๆ เลย มีแค่อีกฝ่ายที่ดูเนือยๆ เฉยๆ ซึ่งพวกเขาก็คิดว่าคงแค่เหนื่อยจากการทำงาน

...อย่าบอกนะว่าไม่สบาย…

ช่วงนี้อากาศค่อนข้างหนาว เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งมีเฟิสสโนว์ไป เพราะฉะนั้นหากมีใครสักคนรอบข้างป่วยเขาก็ไม่ค่อยแปลกใจ ที่แปลกใจคือพวกเขาไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายป่วยเลยต่างหาก

...หรือว่าจริงๆ ไม่ได้ป่วย?...

‘ไม่ได้เป็นหวัดครับ’ เสียงของพี่ชายดังมาจากลำโพง ดูเหมือนว่าจะมีกะรัตหลายคนรู้สึกผิดสังเกตเช่นเดียวกับเขา ‘แค่เป็นความเคยชินน่ะครับ’

ความเคยชิน

ตามปกติแล้วอูจีฮยองชอบสูดน้ำมูกอยู่แล้ว เรื่องพวกนี้เขารู้ดี แต่ก็ไม่เคยสูดบ่อยแบบนี้ แล้วยังน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอีก จะบอกว่าเป็นความเคยชินก็คงไม่ใช่ ทว่าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้อีกฝ่ายโกหกว่าตัวเองไม่ได้เป็นหวัดนี่นา

มักเน่ตัวน้อยเหลือบไปมองพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ นัยน์ตาชี้ๆ คู่นั้นก็มีแววที่ประหลาดไป รวมถึงคิ้วก็ขมวดจนแทบจะเป็นปม อาจจะไม่ได้มีแค่เขาที่รู้สึกแปลกๆ ยิ่งพอหันไปมองเมมเบอร์คนอื่นๆ แล้วก็ยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนว่าทุกคนคิดคล้ายๆ กับเขา

‘ทุกคน บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้เป็นหวัดน่ะครับ’ น้ำเสียงเจ้าของวันเกิดปนไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ‘ทำไมทุกคนถึงบอกว่าผมเป็นหวัดกันนะ ผมไม่ได้เป็นหวัดครับ’

อีชานถอนหายใจยาว

...นี่ไง ชัดเจนเลย เป็นหวัดแล้วไม่ยอมบอกพวกเขาสินะ อูจีฮยอง…




หลังจากซ้อมกันอย่างเหน็ดเหนื่อย พวกเขาก็กลับมาพักที่หอพัก อูจีที่ลงมาจากการวีไลฟ์ยังมีสีหน้าปกติ เสียงสูดน้ำมูกก็น้อยลงจนเมมเบอร์ที่มีความสงสัยเช่นเดียวกับเขาคลายข้อข้องใจไป

มีแต่เขานี่แหละที่ยังคงไม่ไว้วางใจ

อีชานลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความงัวเงีย ด้วยความสงสัยที่มีเต็มอกทำให้ว้าวุ่นจนนอนไม่ค่อยหลับ ถึงแม้ว่าจะล่วงเลยเข้ามาเช้าวันใหม่ได้เกือบ 4 ชั่วโมงแล้ว

เขาเปิดประตูออกจากห้องนอนแผ่วเบา คนตัวไม่สูงมากค่อยๆ ย่องไปที่ห้องครัว ผนังภายในหอของพวกเขาไม่เก็บเสียงดังนั้นถ้าทำอะไรนิดหน่อยเสียงก็จะดังไปหมด และเขาก็ไม่อยากปลุกเมมเบอร์ขึ้นมาตอนเวลาตีสี่แบบนี้

ขาทั้งสองข้างหยุดชะงักเมื่อเห็นคนตัวเล็กๆ ในครัวที่มืดสลัว ภายในมีเพียงแต่แสงจางๆ ของไฟฉายมือถือ เจ้าของเงาตะคุ่มกำลังเขย่งสุดตัวเพื่อหยิบของบนชั้นบนสุดของตู้

มักเน่ตัวน้อยเดินเข้าไปใกล้ แม้เขาจะไม่ได้สูงมาก ทว่าช่วงนี้ก็สูงกว่าพี่ชายคนนี้มากแล้ว ดังนั้นแค่หยิบของบนชั้นบนเขาทำได้ อีกฝ่ายหันมามองด้วยความตกใจ ยิ่งพอเห็นว่าคนที่มายืนแนบหลังคือใคร มือถือในมือก็เกือบตกลงบนเคาน์เตอร์

“ดีโน่อ่า! ตกใจหมด!”

“ฮยองนั่นแหละครับ มาทำอะไรมืดๆ ไม่เปิดไฟ แล้วนี่จะหยิบอะไรครับเนี่ย” มือใหญ่หันกระปุกที่โปรดิวเซอร์ตัวเล็กกำลังจะหยิบมาอ่าน นัยน์ตาสวยหรี่ลงด้วยความแคลงใจ 

กระปุกสีขาวในมือคือยาลดน้ำมูก

เขาตวัดสายตาไปมองพี่ชาย

“ในเมื่อเป็นหวัดทำไมไม่บอกพวกผมล่ะครับ”

“จะบอกได้ยังไงล่ะ ช่วงนี้งานยุ่งจะตาย ถ้ามีใครคนหนึ่งไม่สบายขึ้นมาก็จะพาลเป็นห่วงไปหมด ยิ่งเมื่อวานเป็นวันเกิดด้วยแล้ว ฉันไม่อยากให้พวกนายมาเป็นห่วง” เขาถอนหายใจยาว

“แล้วฮยองคิดว่าปิดพวกผมมิดเหรอครับ กะรัตยังดูออกเลย มีเหรอที่พวกผมจะดูไม่ออก แค่ไม่พูดแค่นั้นเอง” มักเน่ตัวน้อยเทยาออกมาจากกระปุกแล้วหันไปรินน้ำอุ่นใส่แก้ว “อายุ 22 แล้วนะครับ เมื่อไรจะเลิกดื้อครับเนี่ย”

“ไม่ได้ดื้อซะหน่อย อากาศมันเปลี่ยน น้ำมูกก็เลยไหล ไม่ได้เป็นหวัดเลย” ดีโน่ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังกินยาทาบมือลงบนหน้าผาก สัมผัสอุ่นท่ามกลางอากาศหนาวแบบนี้ยิ่งทำให้เขาส่ายหน้า ไม่รวมไปถึงนัยน์ตาเล็กที่กำลังหลุกหลิกเพราะโดนจับได้

“ไม่ได้เป็นหวัดเลยครับ ไม่ได้เป็นเลย...” เขาลากเสียงยาวพร้อมกับเขย่งตัวขึ้นไปหยิบยาอีกกระปุกหนึ่ง การกระทำที่ทำให้อูจีเหมือนอยู่ในอ้อมแขนของเขาไปโดยปริยาย “ยาลดไข้อยู่ไหนนะ...คนที่ทานคนสุดท้ายคงเป็นมินกยูฮยองแน่เลย”

“นี่ครับ ทานนี่ด้วย แล้วก็ไปนอน…” เสียงทุ้มขาดหายเมื่อก้มลงมาเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ในระยะประชิดขนาดไหน

หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระเด็นออกมาจากอก

“ขอบคุณนะ ชานอ่า” คนตัวเล็กกว่าคว้ากระปุกยาไปจากเขา แต่ก็ขยับตัวไปเทน้ำเพิ่มไม่ได้เพราะโดนขวางทางอยู่

“วันหลังไม่เอาแบบนี้นะครับ”

“อะไร…”

“ไม่สบายก็ต้องบอกพวกเราสิครับ อย่าเอาแต่ซ่อนแบบนี้ ถ้าพวกเราไม่รู้แล้วเผลอซ้อมกันหนักกว่าทุกทีจนอาการแย่ลงจะทำยังไงกัน ถึงงานจะยุ่ง แต่เวลาแบบนี้เราก็ไม่อยากให้ใครซ้อมจนบาดเจ็บนะครับ”

“โอเค ฉันจะไม่ทำแบบนี้แล้ว ขอโทษๆ”

“ฮยองอ่ะ…”

“อะไรเล่า”

“เป็นแบบนี้ทุกทีเลย แล้วจะไม่ให้ผมเป็นห่วงได้ยังไงล่ะครับ ดื้อก็ดื้อ อายุมากกว่าผมตั้งหลายปีแท้ๆ ทำไมไม่ห่วงตัวเองเลยล่ะ”

“บ่นเป็นคนแก่ไปได้ นี่อยู่ดีๆ ทุกคนจะมาขี้บ่นพร้อมๆ กันแบบนี้ได้ยังไง”

“ก็ฮยองชอบทำตัวแบบนี้ ทุกคนก็ต้องบ่นสิครับ ดูแลตัวเองหน่อยสิ”

“ก็ดูแลอยู่นี่ไง” เขาแทบจะถอนหายใจใส่จนหมดลม ยิ่งพอพี่ชายเถียงมาด้วยหน้าตาใสซื่อแบบนี้แล้วก็อยากจะจับดึงแก้มให้หายหมั่นเขี้ยว ทว่าสุดท้ายก็ทำได้แต่หันหลังเดินไปเทน้ำมาให้

อีกฝ่ายกินยาแต่โดยดี อีชานมองพี่ชายนิ่ง

ก็รู้ว่าตัวเองสูงขึ้นมากแล้ว แต่พอมาเห็นพี่ชายในระดับสายตาแบบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำว่าตัวเองโตมากขึ้นแค่ไหน โตจนรู้สึกได้ว่าจากเดิมที่เคยวิ่งไล่ตามพี่ชาย พยายามพัฒนาตัวเองเพื่อให้เทียบเท่าให้ได้ มาวันนี้อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดข้างในจิตใจ

พี่ชายที่ทำงานหนักกว่าใคร

“ถ้ายังดื้อแบบนี้ วันหลังผมจะเป็นคนปกป้องแล้วก็ดูแลฮยองเองนะครับ”

“เดี๋ยวนะ เดี๋ยว ฉันไม่ต้องให้ใครมาปกป้องนะ”

“ก็ผมไม่ได้อยากจะเป็นคนที่ฮยองขาดไม่ได้นี่ครับ” ใบหน้าน่ารักนั้นเต็มไปด้วยความงุนงง “ผมน่ะชอบอูจีฮยองนะ ชอบมากๆ ด้วย”

“เดี๋ยวนะอีชาน เดี๋ยว รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา นี่ง่วงอยู่หรือเปล่า ไม่ได้ละเมอใช่มั้ย”

“ไม่ได้ละเมอครับ ผมแค่เป็นห่วงฮยอง ฮยองที่ทำงานหนักมากๆ จนเคยตัว” เขาขยับมือไปจับมือสวยของอีกคนไว้ “มีอะไรมากมายที่ผมอยากจะทำให้ฮยอง แต่ก็รู้ว่าฮยองไม่เคยต้องการมันเลย เพราะฉะนั้น ผมจึงเลือกที่จะปกป้องฮยอง ผมไม่เคยต้องการเป็นคนที่ฮยองขาดไม่ได้ สิ่งที่ผมอยากเป็นคือการเติมเต็มในส่วนที่ฮยองขาดหาย”

“ถ้าวันหนึ่งไม่มีผมอยู่ข้างกายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันไหนที่มีผมอยู่ข้างๆ วันนั้นก็จะเป็นวันที่ฮยองไม่ได้รู้สึกขาดหาย ผมจะเติมเต็ม จะปกป้อง จะทำทุกอย่างเพื่อฮยอง”

“...”

“และที่สำคัญจะไม่ทำให้ฮยองอึดอัดครับ เพราะฉะนั้นคืนนี้ไปนอนเถอะครับ ทานยาแล้วพักผ่อนให้เยอะๆ เดี๋ยวก็หายดีลุกขึ้นมาเต้นได้เหมือนเดิมแน่นอน”

ดูเหมือนว่าพี่ชายจะยังจับต้นชนปลายไม่ได้ เขาจึงจูงมืออีกฝ่ายกลับมาที่ห้องนอน

“พักเยอะๆ นะครับ พรุ่งนี้...ไม่สิ วันนี้เรามีตารางงานกันตอนสายๆ แต่ถ้าได้นอนเต็มอิ่มสักสามสี่ชั่วโมงก็คงดีขึ้น เดี๋ยวผมจะบอกซึงกวานฮยองว่าอย่าปลุกฮยองแต่เช้า ให้ได้นอนให้เต็มอิ่ม”

อูจียังทำได้แค่พยักหน้าหงึกหงัก

“ฝันดีนะครับ แล้วก็ เมื่อวานผมไม่มีโอกาสได้บอกเป็นการส่วนตัว แต่ว่า” มือใหญ่ยกขึ้นมาลูบเรือนผมนุ่มของพี่ชาย “สุขสันต์วันเกิดนะครับ จีฮุนนี่ฮยองของผม”

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
พาร์ทสุดท้ายของตอนพิเศษวันเกิดของ VOBO ของเราแล้ว
ดีเลย์เลยวันเกิดมาหลายวัน คนเขียนเดี้ยงตามสภาพอากาศค่ะ 5555

ตอนนี้เกิดขึ้นมาเพราะเสียงสูดน้ำมูกของอูจีเลยค่ะ
นั่งดูวีไลฟ์แล้วเป็นห่วงขึ้นมาตงิดๆ รู้สึกว่าน้องสูดน้ำมูกมากเกินไปจนพาลคิดว่าเป็นหวัดหรือเปล่า
ก็หวังว่าน้องจะนอนพักเยอะๆ แล้วมีเมมเบอร์ดูแลแบบนี้เนอะ > v <)

วันนี้มีงานมาม่าที่เวียดนามค่ะ
ไม่รู้ว่าเด็กๆ จะหอบเพิร์พเพลงไหนไปแสดง พวกเราก็อย่าลืมมาเชียร์ไปด้วยกันนะคะ!!
ขอให้เด็กๆ หอบรางวัลกลับโซลกันมาสักรางวัลเถอะค่ะ เชียร์สุดใจเลย!

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #50 mypiepeach (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 00:41
    ชานก็ชานจริงๆสมกับเป็นมักเน่มากๆอบอุ่นแต่ก็นะ55555เรามันทีมคนรุกแรงกับเฟรนโซน5555 แต่ก็แอบสงสัยถ้าชานเป็นพระเอกคงโคตรพีคค(หมายถึงเนื้อเรื่องหลัก)
    สู้ๆครับมักเน่555ข้ามผ่านบราเทอร์โซนให้ได้นะ(ดีกว่าเฟรนโซนของอิพิซูน)น้องเขารุกเว้ยยยๆๆ(ตัดมาที่อิพิซูน)เนื้อเรื่องหลัก555555
    เอะอะก็แซะรักหรอกจึงหยอกเล่น
    ชอบจ้าไรท์อัพบ่อยๆนะ
    #50
    1
    • #50-1 kakujo59(จากตอนที่ 26)
      26 พฤศจิกายน 2560 / 20:49
      บราเทอร์โซน กับ เฟรนด์โซน นี่ดูปีนยากพอๆ กันเลยค่ะ 55555555
      ไม่รู้ว่าใครจะปีนชนะก่อน หรือจริงๆ อาจจะปีนตกลงมาหมดเลย
      รวมไปถึงเจ้าหมาน้อยด้วย--

      เราอัพถี่แค่ช่วงวันหยุดค่ะ 555 วันธรรมดาก็เงียบกริบ งานทับตัว
      #50-1