END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 21 : [ Wet In Rain, That Never Fall ] Hoshi x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    11 พ.ย. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 21
[ Wet In Rain, That Never Fall ]

Hoshi x Woozi
#soonhoon #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------

คอวนซูนยองยืนกอดอกอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดแผ่นใหญ่ มือก็บรรจงวาดวงกลมสีดำสิบสามวงลงไปตามตำแหน่งต่างๆ ริมฝีปากก็ฮัมเพลงในหัว

อีกไม่นานพวกเขาจะคัมแบคแล้ว แต่ว่ายังไม่รู้เลยว่าจะกำหนดเพลงไหนเป็นเพลงไตเติลของอัลบั้มนี้ เพราะฉะนั้นเขาเลยคิดท่าเต้นเผื่อเพลงที่ถูกวางตัวไว้ทั้งสองเพลง ไม่ว่าจะเป็น ‘บักซู’ หรือ ‘โมจารึลนุลรอซือโก’ 

เขายังจำได้ดี ว่าตอนที่ทำท่าเต้นของ ‘อาจูไนซ์’ ให้ต่อจาก ‘เยปือดา’ นั้น ได้รับกระแสตอบรับดีมากแค่ไหน ทั้งกะรัต ทั้งคนอื่นต่างประทับใจ รวมไปถึงเมมเบอร์ที่ชื่นชอบกันมากด้วย เพราะฉะนั้นไตเติลเพลงนี้เขาอยากให้ต่อจากเพลงของอัลบั้มที่แล้ว

ยิ่งด้วยคอนเซปของอัลบั้มนี้คือ Before Al แล้ว เขายิ่งอยากให้ท่าเต้นของเพลงคราวนี้ต่อจาก ‘อุลโกชิพจี อันนา’ ทว่าการที่ยังไม่ได้กำหนดเพลงไตเติลของอัลบั้มนี้ ทำให้เขาเลือกไม่ถูกว่าจะทำเพลงไหนให้ต่อกันดี

“ท่อนจบของ อุลโกชิพจีอันนา เป็นแบบนี้…” เขาเอาปากกาเคาะที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ “แล้วจะไปต่อกับเพลงแบบไหนดีนะ เพลงหนึ่งก็เป็นเพลงช้าๆ อีกเพลงก็เป็นเพลงเร็ว…” เสียงเปิดประตูห้องไม่ได้ทำให้เขาหลุดจากห้วงความคิดได้เลย โฮชิยังคงเคาะตำแหน่งที่เขียนชื่อเวอร์นอนต่อไป

“นี่มันท่าจบเพลงอุลโกชิพจีอันนานี่นา” คนขี้ตกใจสะดุ้งโหยง นัยน์ตาชี้หันไปมองก็เห็นโปรดิวเซอร์ตัวเล็กยืนมองกระดานอยู่ข้างๆ เขา

“อูจีอ่า ตกใจหมดเลย”

“ตกใจอะไรของนาย ฉันไม่ได้เข้ามาเงียบๆ สักหน่อย” เขาถอนหายใจอีกรอบ ยังคงรู้สึกตกใจไม่หาย

“แล้วนี่มีอะไรเหรอ”

“เห็นคุปส์ฮยองบอกว่านายคิดท่าเต้นอยู่ข้างล่างคนเดียวน่ะ ฉันเบื่อๆ ก็เลยเดินลงมาดู แล้วนี่คิดท่าเต้นของเพลงอะไรอยู่ล่ะ ทำไมวาดตำแหน่งของเพลงเดิม”

“นายจำตอนอาจูไนซ์ได้มั้ยที่เราทำท่าเต้นเริ่มเพลงให้ต่อจากเยปือดาน่ะ” เพื่อนตัวเล็กพยักหน้า “คราวนี้ฉันก็อยากทำอีก ก็เลยพยายามคิดอยู่ว่าจะเอาเพลงไหน พวกเรายังไม่ได้คิดเลยใช่มั้ยล่ะว่าจะเอาเพลงไหนเป็นไตเติลน่ะ”

“นายก็ทำให้ต่อกันไปหมดเลยสิ ทั้งโมจารึลนุลรอซือโก ทั้งบักซู” ราวกับเกิดแสงสว่างวาบขึ้นในสมอง เขาทุบกำปั้นกับฝ่ามือ

“นั่นสิ ก็ให้ต่อกันไปหมดเลยทั้งสามเพลง แต่ถ้าต่อกันอย่างเดียวมันน่าเบื่อนี่นา ถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้น…” โฮชิรีบเขียนอะไรยุกยิกลงบนกระดาน “ถ้าแค่ต่อมันธรรมดาไป งั้นรีเวิร์สท่อนจบไปเลยดีมั้ย”

อีจีฮุนกระพริบตาปริบๆ คนคิดท่าเต้นแห่งเซเว่นทีนยังคงเขียนอะไรยุกยิกลงไป

“นี่ไง ตอนอุลโกชิพจีอันนา พวกเรายืนกันแบบนี้ แล้วพอท่อนจบก็ค่อยๆ เดินแยกกันออกไปใช่มั้ยล่ะ ถ้าอย่างนั้นท่าเริ่มของเพลงใหม่ให้รีเวิร์สด้วยการย้อนหลังท่าจบของเพลงนั้นเพื่อมารวมตัวกันตรงกลางแล้วก็ค่อยแปรแถวไปเริ่มท่าเต้นใหม่”

“โอ้ อย่างนั้นเพลงที่ต่อจากอุลโกชิพจีอันนา ควรจะเป็นเพลงช้าหรือเปล่า เพราะจะให้แปรแถวรีเวิร์สกลับมาให้สวยงามก็ควรจะช้าๆ ให้ทุกคนรู้สึกว่าคุ้นๆ” เขาหันไปชี้นิ้วใส่เพื่อน

“เจ๋งไปเลย อีจีฮุน! นั่นแหละ เพราะฉะนั้นท่าเต้นที่ต่อจาก อุลโกชิพจีอันนา ให้เป็น โมจารึลนุลรอซือโก แล้วท่าจบของเพลงนี้ก็ให้เป็นท่าเริ่มของ บักซู คิดออกแล้วๆ” อูจีระบายรอยยิ้ม ยิ่งพอเห็นเขาเข้าสู่ภวังค์คิดท่าเต้นแล้ว คนตัวเล็กก็ถอยหลังไปนั่งมอง

เขายังคงขีดๆ เขียนๆ อะไรที่คนทั่วไปอ่านไม่ค่อยออก

“จริงสิ ไหนๆ ก็ล้อ อุลโกชิพจีอันนา แล้วนี่นา ควรจะมีท่อนที่ทำให้กะรัตรู้สึกคุ้นๆ มากกว่าท่าเริ่มมั้ยนะ” เขาเริ่มพึมพำ พยายามนึกท่าเต้นของเพลงเดิมที่โดดเด่น

“เอาท่านั้นสิ” มีเสียงดังมาจากด้านหลัง “ท่าที่นายให้ฉันเต้นขาแทบขวิดจากฝั่งซ้ายมาฝั่งขวาน่ะ” โฮชิเผลอหลุดหัวเราะพรืดออกมา

“ท่อนของนายมีตอนฮุคพอดีใช่มั้ยล่ะ แต่ว่าตอนเริ่มเพลงนายอยู่ทางขวา ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแปรแถวทุกคนไปทางนั้นก่อน...แล้วก็ค่อยให้นายมาทางนี้ อือ เพลงช้าๆ ด้วย คงไม่ต้องเหวี่ยงตัวเองมาแล้วล่ะมั้ง”

“ตอนอุลโกชิพจีอันนาก็เพลงช้า….” เขาอมยิ้ม มือก็ยังคงขีดๆ เขียนๆ ท่าเต้นลงไปบนกระดาน ตัวอักษรเริ่มยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

“จริงสิ เพลงคัมแบคคราวนี้ครบหรือยังน่ะ ตอนนี้ก็มีสองเพลงนี้ที่ฉันคิดท่าเต้นอยู่ใช่มั้ยล่ะ แล้วก็เพลงแยกยูนิตอีกสี่เพลง หกเพลงแล้ว นายตั้งใจจะให้มีสักกี่เพลงน่ะ”

“สิบสามเพลงน่ะ มี intro กับ outro แล้วก็เพลงรวมอีก 1 เพลง” เขาพยักหน้า

“9 เพลงแล้ว อีกสี่เพลงล่ะ”

“Hello อีกเพลงหนึ่ง” 

“ในที่สุดก็ได้ออกมาอย่างเป็นทางการสักทีนะ เพลงนี้น่ะ กี่ปีแล้วน้า” มือใหญ่ยังคงเขียนอะไรยุกยิก “จุน มินกยู โดคยอม สามคนเพลงหนึ่ง แสดงว่าเพลงที่เหลืออีกสามเพลง นายจะจับทุกคนรวมยูนิตกันใหม่สินะ” ไม่มีเสียงตอบอะไร แต่เขาก็รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังพยักหน้าหงึกๆ “นายรวมยูนิตอะไรไว้บ้างล่ะ”

“อัลบั้มที่แล้วมีไชน่าไลน์ไปแล้วใช่มั้ยล่ะ ฉันเลยอยากให้อัลบั้มนี้มีอเมริกันไลน์ด้วย”

“อเมริกันไลน์? อ๋อ จีซูฮยองกับเวอร์นอนน่ะเหรอ ดีๆ น่าสนใจๆ แล้วอีกสองเพลงที่เหลือก็คละๆ กันไปใช่มั้ย”

“อื้อ มีเพลงหนึ่งแต่งทำนองกับเนื้อร้องไว้นิดหน่อยแล้ว นายอยากลองฟังมั้ยล่ะ” แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่เขาก็พยักหน้า คนด้านหลังเงียบไปครู่หนึ่ง เขายังคงเขียนท่าเต้นไปเรื่อยๆ 

เสียงทำนองที่มาจากด้านหลังเต็มไปด้วยจังหวะที่ดุดันมากกว่าที่คิด ตามปกติแล้วอีจีฮุนชอบแต่งเพลงช้าๆ เศร้าๆ นานๆ ทีถึงจะเห็นเพลงเร็วและจังหวะที่ร้อนแรงขนาดนี้ เขาพยายามคิดว่าด้วยทำนองแบบนี้แล้ว ยูนิตที่จะได้ร้องคือใคร

...จะว่าไป เมื่อกี้อูจีบอกว่าคิดเนื้อร้องไว้แล้วนิดหน่อยนี่นา…

สิ้นความคิด คนตัวเล็กก็ร้องเพลงออกมา

‘뭔가에 미친 듯 홀려
눈빛이 달아오른
두 마리 맹수
먹잇감을 쫓아 날아오르지
คงรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นบ้าดั่งต้องมนต์สะกด
ปีศาจทั้งสองที่ส่งสายตาอันร้องแรงแล้วออกล่าเหยื่อ’

เขาหันไปมอง คนตัวเล็กกำลังส่งสายตาที่อ่านไม่ออกมา หัวใจของควอนซูนยองเหมือนจะเต้นออกจากอก ยิ่งท่อนที่บอกว่า ‘ปีศาจทั้งสอง’ ยิ่งทำให้เขาเผลอคิดอะไรที่ตัวเองไม่ควรคิดแม้แต่นิดเดียว

‘We never lose a thing
Don’t worry about that
만약 자신 있다면
Ay 날 쏘고 가라
พวกเราไม่มีทางเสียอะไรไปหรอก
ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกนะ
คุณมั่นใจแล้วใช่ไหมล่ะ
แน่จริงก็ข้ามศพเราไปให้ได้สิ’

ท่อน ‘Ay นัล ซือโก การา’ ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรระเบิดออกมาจากอก

“นายเล่นเกมบ่อยใช่มั้ยล่ะโฮชิ และนายก็รู้ว่าพวกเราคือ เสาหลักของวง ฉันรู้ว่าเพลง Change Up คือเพลงที่ออกมาเพื่อแสดงจุดยืนของวงเราแล้ว แต่ฉันอยากให้ทั้งเมมเบอร์ทั้งกะรัตเชื่อมั่นในตัวพวกเรามากกว่านี้ และรู้ว่าไม่ใช่แค่กะรัตปกป้องพวกเรา เราก็จะปกป้องกะรัตไปพร้อมกัน”

ทำนองร้อนแรงยังคงดังมาจากมือถือของคนตัวเล็ก อูจีเดินเข้ามาในระยะประชิดก่อนจะเริ่มร้องเพลงขึ้นมาอีกท่อน

‘호우주의보 발령
누가 누가 누가 얘네 좀 말려
우릴 건드릴 수가 있다면
먼저 날 쏘고 가라
‘โฮอู’ มาเตือนแล้วนะ
ใครก็ได้ไปหยุดคนพวกนั้นที
ถ้าคิดว่าจะมาทำอะไรพวกเราได้
ก็ข้ามศพเราไปให้ได้ก่อนก็แล้วกัน’

คำว่า ‘โฮอู’ ยิ่งทำให้ความคิดที่เขาพยายามเก็บกักไว้เบื้องลึกของหัวใจระเบิดออกมา คนตัวเล็กยังคงยิ้มกว้าง มือสวยยกขึ้นระดับหน้าอก

“มาทำให้คู่หู โฮอู ยิ่งใหญ่และปกป้องทุกคนไปด้วยกันมั้ย” เขาพูดอะไรไม่ออก เสียงหัวใจยังคงเต้นโครมครามจนหูอื้อไปหมดแล้ว “มาออกเพลงด้วยกันสองคนนะ ควอนซูนยอง”

ชื่อที่ไม่ได้ถูกเรียกมานาน ยิ่งทำให้กำแพงหนาๆ ที่ฝืนใจสร้างมาตลอดพังทลายไปหมด

เขาขยับรอยยิ้มกว้าง

“ได้ มาทำให้ โฮอู ยิ่งใหญ่ที่จะปกป้องทุกคนเลยดีกว่า ถ้าใครเข้ามา ก็ต้องข้ามศพพวกเราไปก่อน” มือใหญ่ตวัดขึ้นไปจับมือที่รออยู่แล้ว อีจีฮุนฉีกรอยยิ้มกว้าง

“ใช่ นัล ซือโก การา ยังไงล่ะ”




… ทั้งๆ ที่พยายามเก็บทุกอย่างไว้ในหัวใจเสมอมา ทำไมนายต้องใจร้ายก้าวเข้ามาในกำแพงที่ฉันสร้างไว้ด้วยนะจีฮุน ฉันอุตส่าห์ไม่อยากทำให้นายเสียใจ …

… เพราะฉันรู้ว่าถ้อยคำที่เก็บไว้ข้างใน นายไม่เคยคิดอยากจะฟังหรือรับรู้เลยแม้แต่นิดเดียว ฉันถึงอุตส่าห์เก็บมันไว้ นายนี่มันใจร้ายชะมัด…




ควอนซูนยองยืนอยู่หน้ากระจก เพลงโมจารึล นุลรอซือโกถูกเปิดเสียงดังก้องห้องซ้อม และเขาก็กำลังขยับตัวตามท่าที่ตัวเองคิดค้นไว้

“โอเค พอถึงท่อนนี้ อูจีกับโดคยอมก็จะอยู่ที่ตำแหน่ง ก็จะถึงท่อนฮุคพอดี” เขาพึมพำ มือใหญ่เหวี่ยงขึ้นจับหลังคอ

‘모자를 눌러쓰고
이리저리 부딪혀 아파도
관심도 없는 넌
예쁘고 참 나쁘다’

ขายาววาดไปที่พื้น

ท่าเต้นคราวนี้เขาจงใจให้เคลื่อนไหวไปอย่างเชื่องช้า แต่น่าติดตาม

“ต่อไปก็ท่อนของอูจี หมอนั่นจะค่อยๆ เคลื่อนตัวมาแถวเซ็นเตอร์ พวกเราก็เริ่มขยับท่ามากขึ้น…” คนในห้วงความคิดเปิดประตูห้องซ้อมมาพอดี นัยน์ตาสองคู่สบกัน แต่เขายังคงขยับตัวไปตามเพลง

คนตัวเล็กเดินเข้ามาพร้อมกับพิงกำแพงมองเขาซ้อมเต้น

เขาเบนสายตากลับมามองภาพสะท้อนของตัวเอง จดจ่อสมาธิอยู่กับท่าเต้นในหัว ท่าเต้นช่วงต่อจากนี้เป็นท่าที่ต้องเต้นไปกับเมมเบอร์ ภาพที่มีเขาเพียงลำพังจึงประหลาดกว่าที่คิด

หลังจากยืนเก็กท่าอยู่ครู่หนึ่ง ท่อนฮุคก็วนมาอีกรอบ คนตัวเล็กที่ยืนพิงผนังอยู่ขยับตัวเล็กน้อย นัยน์ตาเล็กหรี่มอง เขาค่อยๆ เต้นท่าตามที่คิดไว้

จนในที่สุดเพลงก็จบลง

มีเสียงปรบมือดังมาจากด้านหลัง

“เป็นท่าเต้นที่สวยกว่าทุกทีที่เคยเห็นเลยแฮะ” อีจีฮุนชม เขาหัวเราะในลำคอ

“เพลงนี้ของนาย จังหวะมันช้ากว่าหลายเพลงที่ผ่านมา แต่เนื้อเพลงมีความหมายที่ค่อนข้างลึกซึ้งน่ะ ฉันเลยอยากออกแบบท่าเต้นที่น้อยๆ แต่เต็มไปด้วยการขยับที่มีความหมาย ท่าเลยดูเนิบๆ หน่อย แต่ว่าถ้าเต้นทั้งวงแล้ว ไลน์เต้นจะสวยมาก”

“เหมือนจะเต้นง่ายเลยนะ แต่ไม่น่าจะง่ายเท่าไร” เขาฉีกยิ้ม

“ง่ายกว่าบักซูเยอะ”

“นี่คิดท่าเต้นบักซูเสร็จแล้วเหรอ” เขาพยักหน้า “อ่า มองรอยยิ้มของนายแล้วขอเหนื่อยล่วงหน้าก่อนเลยได้มั้ยน่ะ” ซูนยองหัวเราะลั่นออกมา ยิ่งพอเห็นสีหน้ามู่ทู่ของเพื่อนก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู

“แล้วนี่ลงมาหาฉันมีอะไรเหรอ เห็นจุนบอกว่านายกำลังยุ่งกับการทำเพลงอยู่เลยนี่ อะไรงัดนายออกมาจากห้องได้ หืม” 

“นี่ไง” มือสวยยื่นมือถือมาตรงหน้า ภาพที่อยู่บนหน้าจอเป็นโปรแกรมเล่นเพลง เขาขมวดคิ้วก่อนจะเห็นชื่อเพลงที่วิ่งวนอยู่ ‘날 쏘고 가라’

โฮชิเบิกตากว้าง แล้วยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร อูจีก็ยัดหูฟังข้างหนึ่งใส่หูของเขา ก่อนจะเอาอีกข้างใส่หูของตัวเอง เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาถูกอูจีเรียกไปอัดเสียงมา แต่ก็ไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะทำเพลงเร็วขนาดนี้ ถ้ารวมเวลาหลังจากอัดเพลงและแก้ไขแล้วจริงๆ ก็มีเวลาแค่สองวัน

ทำนองเพลงหนักแน่นและดุเดือดมากกว่าตอนที่ได้ยินเมื่อวันก่อน

ท่อนเริ่มเพลงเป็นท่อนของเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ร่วมแต่งเพลงกับอูจีแค่สองคน ถึงจะมีบอมซูฮยองคอยช่วย แต่ก็เหมือนทำแค่สองคน เพราะฮยองคนนั้นมักจะให้พวกเขาจัดการกันเอง แล้วเวลามีปัญหาจะลงมาช่วย

เขายังจำได้ดีว่าตอนที่เห็นเนื้อเพลงที่แก้ไขเรียบร้อยแล้ว เขารู้สึกยังไง ยังจำได้ด้วยว่าตอนที่อัดเสียงรู้สึกเขินมากแค่ไหน และวันนี้พอได้ฟังจริงๆ ก็ยิ่งเขินเข้าไปอีก

ยิ่งท่อน ‘Two captains 우리가 지휘해 더더더’ พอได้ยินแล้วหัวใจก็เต้นรัว

เพลงยังคงเล่นต่อไป ท่อนร้องช่วงแรกยังคงเป็นของเขา

ซูนยองไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองหน้าแดงตอนถึงท่อนสุดท้ายก่อนเข้าท่อนของอูจี โชคดีที่คนตัวเล็กมัวแต่ฮัมเพลงตามเลยไม่ทันเห็น

...คู่หู โฮชิ อูจี ท่อนนี้เขินชะมัด…

คนแต่งเพลงยังคงขยับหัวไปตามจังหวะของเพลง เขาจ้องมองใบหน้าน่ารักนั้น ยิ่งพอกำลังอินกับเพลงแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าน่ามองมากกว่าที่เคย

ราวกับรู้ว่าถูกมอง อีจีฮุนหันมาสบตาของเขา ดวงตาใสแจ๋วราวกับแก้วนั้นจ้องมาเหมือนกับมีคำถาม พอดิบพอดีกับท่อนที่ท่อน ‘โฮอู’ ขึ้นมาพอดี

หัวใจควอนซูนยองเกือบจะหลุดออกมาจากอก แข้งขาอ่อนแรงไปหมด ไม่ต้องพูดถึงใบหน้า ไม่รู้ว่าแดงไปถึงไหนแล้ว

“เป็นอะไรน่ะ หน้าแดงเชียว ไม่สบายเหรอ” มือสวยเอื้อมมือจับหน้าผาก

ยิ่งกว่าโดนยิงในเพลงเสียอีก

“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร เพลงเพราะดีนะ” เขาดึงหูฟังคืนคนตัวเล็ก อูจีพยักหน้าหงึกหงัก

“เพลงออกมาดีกว่าที่ฉันคิดเยอะเลย บอมซูฮยองยังชมเลยว่าพวกเราเข้าขากันดีกว่าที่คิด อีกอย่างเพลงนี้ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของฉันกับของนาย ถึงเพลงจะแตกต่างจากเพลงที่ฉันเคยทำมาก่อน แต่พอฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ฉันแต่ง”

“กะรัตต้องชอบแน่นอน”

“เดี๋ยวคืนนี้จะลองเอาไปให้เมมเบอร์ฟัง พวกนั้นก็น่าจะชอบ”

“นี่ยังไม่มีใครได้ฟังเหรอ”

“อือ มีแค่ฉันกับบอมซูฮยองที่ได้ฟังน่ะ เพิ่งเอาออกมาจากคอมเมื่อกี้เลยแล้วก็มาเดินหานาย พอถามคนอื่นถึงรู้ว่าซ้อมท่าเต้นอยู่ข้างล่างเหมือนเดิม” เขาหลบตา ไม่รู้เหมือนกันว่าคนตัวเล็กจงใจหรือไม่รู้ตัวว่าการกระทำของตัวเองทำให้เขาเขินมากขนาดไหน

แต่เขายืนมองอีกฝ่ายไม่ไหวแล้ว

ถ้ามองมากกว่านี้ ความพยายามที่มีมาตลอดต้องพังลงแน่นอน

“แล้วนี่เป็นยังไงบ้างน่ะ เพลงอื่นน่ะ”

“เหลือแค่ Flower น่ะ ฉันกำลังเขียนไกด์แนวทางเพลงคร่าวๆ อยู่ เดี๋ยวพรุ่งนี้คนอื่นๆ จะมาช่วยเขียน ฉันแค่เอาเพลงมาให้นายฟังเฉยๆ น่ะ นายคิดท่าต่อเถอะ ทุกคนอยากรู้กันหมดแล้วว่าท่าเต้นแต่ละเพลงเป็นยังไง” เขาพยักหน้า ตั้งใจว่าจะซ้อมโมจารึลนุลรอซือโกอีกสักสองสามรอบ แล้วจะมาเริ่มซ้อมบักซู

โฮชิวุ่นวายกับการกดเพลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมายืนหันหน้าเข้าหากระจก นัยน์ตาชี้หรี่ลงเมื่อเห็นคนตัวเล็กยังนั่งอยู่ในห้อง อีกทั้งบนตักก็มีทั้งสมุดและปากกา เขาหันขวับไปมอง

“นายจะนั่งคิดเพลงตรงนี้เรอะ” อูจีพยักหน้าหงึก “ฉันเปิดเพลงวนไปวนมาแบบนี้นายจะมีสมาธิเหรอ”

“อือ หรือว่าฉันกวนนายเหรอ”

“เปล่าๆ ฉันแค่สงสัยน่ะ ปกติเห็นนายชอบคิดเพลงในห้อง ทำไมวันนี้ถึงมาอยู่ตรงนี้”

“ก็...คิดอะไรไม่ออกนิดหน่อย ช่วงนี้หัวตันๆ ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศดูหน่อย อาจจะคิดอะไรออกก็ได้ นายไม่ต้องสนใจฉันหรอก คิดว่าไม่มีฉันอยู่ก็ได้ ทำตัวปกติเลย มีเพลงเปิดวนๆ แบบนี้ เผื่อฉันจะคิดอะไรออก” แม้จะงุนงงแต่เขาก็ซ้อมเต้นแต่โดยดี

มีบ้างที่รู้สึกประหลาดตอนเพื่อนเงยหน้าขึ้นมามอง แต่เขาก็พยายามจะไม่ใส่ใจ

เพลงวนมาถึงท่อนที่เขายืนเฉยๆ

“แล้วนี่คนอื่นล่ะ อยู่ไหนกัน” อีกฝ่ายไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง แต่ก็ต่อบทสนทนา

“คุปส์ฮยองกับจองฮันฮยองนั่งเขียนเพลงอยู่ด้วยกันข้างบนน่ะ ส่วนคนอื่นน่าจะอยู่หอนะ ฉันไม่แน่ใจ อ๋อ เห็นมินกยูกับซอกมินออกไปซื้อของนะ”

...แล้วทำไมนายมาอยู่ตรงนี้ ไม่ไปคิดเพลงกับพวกฮยองล่ะ…

เขาสะบัดหัวไปมา ขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัว

...ไม่มีอะไรหรอกน่า…




อูจีนั่งกระพริบตาปริบๆ มองเขาที่กำลังเต้นบักซูอยู่ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะสติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว ยิ่งท่อนที่เขากระโดดพับขา ก็รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงด่าออกมาจากปากที่กำลังอ้าน้อยๆ นั้น

เพลงจบลงแล้ว

เขาเดินไปปิดเพลงแล้วทิ้งตัวลงนั่งหมดแรงใกล้คนที่ยังนั่งนิ่งอยู่

“ท่าเต้นบ้าอะไรของนายเนี่ย!”

“ก็บักซูไง” อีจีฮุนถอนหายใจยาวใส่เขาหนึ่งที ก่อนจะหันกลับไปสนใจกระดาษตรงหน้าต่อ เขาได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“แล้วนี่เป็นยังไงบ้าง คิดอะไรออกมั้ย” เขาชะโงกหน้าไปมอง หน้ากระดาษว่างเปล่า แม้ว่าเขาจะซ้อมเต้นมากว่า 20 นาทีแล้ว นี่แสดงว่าอีกฝ่ายคิดอะไรไม่ออกมาสักพักแล้ว

“คิดไม่ออกน่ะ ไม่รู้ทำไม แย่ชะมัด”

“ไม่ไปนั่งคิดกับพวกฮยองข้างบนล่ะ พวกนั้นกำลังคิดเพลงเดียวกับนายไม่ใช่เหรอ”

“ใช่แหละ จริงๆ ก็ลองนั่งคิดด้วยกันมาสักพักแล้ว แต่พอคุยๆ กันแล้วก็ยิ่งคิดไม่ออก เลยตกลงกันว่าไปนั่งวางคอนเซปกันเองก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาเจอกัน”

“แล้วคอนเสปได้หรือยัง”

“ได้แล้ว แต่มันคิดเนื้อไม่ออกน่ะสิ” คนบ่นยังคงบ่นงึมงำในลำคอ ใบหน้าใสยุ่งเหยิงไปหมดจนเขาอยากจะจัดหน้าตาให้ใหม่

“แล้วมานั่งอยู่ในนี้จะไปคิดออกได้ยังไง ฉันก็เปิดเพลงเดิมวนไปวนมา แถมยังเสียสมาธิเพราะนายนั่งดูฉันซ้อมอีก” อูจีถอนหายใจยาวอีกรอบ

“ก็…” ซูนยองสะดุ้งโหยงเมื่อคนตัวเล็กเอนตัวลงมาหนุนหัวกับมือของเขา “ตอนที่คิดเพลงนั้นกับนาย นั่งคุยกัน ขีดๆ เขียนๆ แปบเดียวก็คิดออกแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าถ้ามานั่งอยู่ใกล้ๆ นายจะคิดอะไรออกหรือเปล่า” หัวใจคนฟังเหมือนจะเต้นออกมาจากอก ยิ่งมองคนที่นอนหนุนมืออยู่แบบนี้แล้ว เขาก็ยิ่งควบคุมสติเข้าไปไม่ได้อีก

“ตะ….แต่นายก็คิดไม่ออกอยู่ดีนี่”

“จริงๆ ก็คิดออกนิดหนึ่ง” โปรดิวเซอร์แห่งเซเว่นทีนขีดเขียนอะไรยุกยิกลงสมุดทั้งๆ ที่นอนหงายหนุนมือของเขาอยู่ ท่อนเพลงถูกเขียนขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงฮัม

‘온통 주윈 너란 생각 uh uh
내 머릿속에 깊이 뿌리 내려 uh uh
아무리 줄기를 꺾는대도
비바람 불어서 흔들어대도
넌 이미 활짝 펴버린 내
Flower uh uh

ในหัวของผมเอาแต่คิดถึงเรื่องของคุณ
เรื่องของคุณถูกฝังลึกลงไปในหัวของผมแล้ว
แม้ว่าคุณจะถอนรากถอนโคนแค่ไหน
แม้ว่าสายฝนจะโหมกระหน่ำเท่าไหร่
ยังไงซะคุณก็คือดอกไม้อันแสนเบ่งบานของผมอยู่ดี’

โฮชินิ่งไป

เขาจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด จำไม่ได้เลยว่าความรู้สึกข้างในหัวใจเกิดขึ้นมาตอนไหน และเกิดขึ้นมาเพราะอะไร เขารู้แต่ว่า หนึ่งในความสุขของวัน คือการได้เห็นรอยยิ้มของเพื่อนคนนี้

เขาเข้ามาในค่ายเร็วกว่าน้องๆ พี่ๆ  ในวง แต่ก็ยังช้ากว่าคุปส์ฮยองที่อยู่กับอูจีมาตั้งแต่แรกๆ เพราะฉะนั้นถ้านับความสนิทสนมที่มีระหว่างกัน เขาสู้คุปส์ฮยองไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

จริงๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้มีความอึดอัดใจอะไรกันมากมาย ทั้งเขาทั้งอูจีก็พูดคุยกันได้ทุกเรื่องตามปกติเหมือนที่เพื่อนผู้ชายทั่วไปเป็นกัน มีแต่เขาที่แอบซ่อนความรู้สึกภายในอยู่ลึกๆ 

ควอนซูนยองยินดีที่จะไม่ให้อีกฝ่ายรู้ เพราะถ้าหากรู้เมื่อไร เขาเชื่อว่าทุกอย่างจะพังทลาย เซเว่นทีนจะไม่มีทางเป็นเหมือนอีกต่อไป ถ้าเขาเผลอแสดงท่าทีอะไรออกไป ดังนั้น ตำแหน่งที่เขาควรอยู่เคียงข้างอูจี คือ ‘เพื่อนสนิท’ ซึ่งถ้าพูดกันตามตรงเขาไม่ได้พอใจเลยแม้แต่นิดเดียว

ความต้องการในตัวเพื่อนคนนี้มีมากล้น มากจนต้องบังคับตัวเองให้ลืมว่ารู้สึกมากแค่ไหน

เพื่อที่จะไม่ให้วงพังทลาย

แต่ตอนที่ทำเพลงด้วยกัน ตอนที่อีกฝ่ายส่งรอยยิ้มและความคาดหวังมาให้ หรือตอนที่มือเล็กๆ นั้นจับมาตอนที่เขาเครียดที่ร้องเพลงไม่ได้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของอูจีกระตุ้นทุกอย่างในใจของเขา

กระตุ้นให้รู้ว่าเขารู้สึกกับเพื่อนมากแค่ไหน

....แต่…

ควอนซูนยองเป็นได้แค่เพื่อนสนิท เป็นได้แค่คนที่อีจีฮุนเลือกมาพักพิงในยามอ่อนล้า เป็นได้แค่คนที่ให้พิงตอนที่อีกฝ่ายมีปัญหา ตำแหน่งเคียงข้างอีจีฮุนในฐานะ ‘คนรัก’ ไม่ใช่พื้นที่ที่ควอนซูนยองจะไปยืนได้

เขาเอื้อมมือข้างที่ว่างไปปัดผมสีแดงเข้มออกจากหน้าผาก นัยน์ตาเล็กยังคงจ้องมองสมุดในมือ ดูเหมือนว่าความคิดจะเริ่มไหลเข้ามาในสมองแล้ว

เขายิ้มกว้าง หัวใจเต้นระรัว

เพราะรู้ว่าหากยอมรับว่าตัวเองคิดอะไรเมื่อไร ตอนนั้นก็จะไม่สามารถมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว ทว่าตอนนี้เขาไม่ควรจะเก็บมันไว้แล้ว เขาเชื่อมั่นว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะยอมรับในความรู้สึกตัวเอง และซ่อนมันไว้ได้

อีจีฮุนเหลือบตามามองเขา คิ้วน้อยๆ เลิกขึ้น

‘네 앞에서 쑥스러움뿐이던
내가 어느 새 너와 눈맞춰
오늘따라 달도 가깝게 비치는
จากที่เคยเขินอายตอนอยู่ต่อหน้าคุณ 
ยังไงก็ไม่รู้ ผมกลับสบตาคุณได้
ในวันนี้ดวงจันทร์ก็ส่องแสงเข้ามาใกล้ๆ’

เขาส่ายหน้า อีกฝ่ายจึงหันกลับไปมองเนื้อเพลงที่กำลังเขียนต่อ เขายิ้มกว้างก่อนจะขยับคำพูดโดยไม่มีเสียง

‘ฉันชอบนายนะ อีจีฮุน’

“อ้ะ คิดออกอีกท่อนแล้ว” คนตัวเล็กพูดเสียงดัง ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าใสหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มสดใส มือสวยก็เขียนอะไรยุกยิกไปหมด “นายนี่เจ๋งชะมัดเลยซูนยอง อยู่ใกล้แปบเดียวก็หัวแล่นแล้ว เจ๋งไปเลย วันหลังฉันจะเรียกนายว่าจุดปล่อยความคิดให้แล่นนะ”

พูดจบก็ทิ้งตัวลงมานอนบนตักเขา


เขาถอนหายใจยาว

‘ฉันชอบนายมากนะ จีฮุนอ่า เพราะฉะนั้น ฉันจะเก็บความลับนี้ไว้ เพื่อไม่ให้พวกเราต้องพังทลาย อย่างน้อยการเก็บทุกอย่างไว้ก็ยังทำให้มีเราตลอดไป’

มือใหญ่ยกขึ้นขยี้ผมคนที่ถือวิสาสะมากลิ้งอยู่บนตัวเขา

“อะไรกันเล่า”

“เปล่า คิดออกก็นอนอย่างนี้ไปแหละ ฉันก็กำลังพักพอดี”

‘แค่มีรอยยิ้มของนาย ต่อให้ต้องเก็บทุกอย่างไว้ ฉันก็ยินดี’

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 21 Casey ค่ะ
คำนี้มีหลายความหมายเลย ฮา เราเลือกที่จะใช้คำว่า ระมัดระวังนะคะ

เป็นเรื่องราวของควอนซูนยองที่ระวังไม่ให้ความรู้สึกของตัวเองทำร้ายเพื่อน

จะบอกว่าตอนนี้หน่วงหรือเปล่า เราว่าก็ไม่ค่อยหน่วงเท่าไร (เหรอ)
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขแบบเศร้าๆ ค่ะ 
เพราะซูนยองรักเพื่อนมากจนเกินกว่าจะทำลายรอยยิ้มได้
เพราะฉะนั้น การไม่บอก คือทางเลือกของควอนซูนยอง
พอคิดแล้วก็น่าเศร้าเหมือนกันเนอะ

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #34 pockykok (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:09
    ไรท์อย่าใจร้ายสิ ฮืออออT^Tขอเกลียดfriend zoneเถอะชิอ้ะชิแ*ร่งจะไม่ทำคะแนนเลยหรอจะปล่อยไปงี้เลยหรอ จะทำงี้จริงอ้ะ ไม่อาววว ให้มิงได้หน้าเกินไปแล้วมีพระเอก3คนไปเลยเถอะเค้าOKมากจะมาเห็นชิทำเหมือนตัดใจแล้วมันโหว่งๆ...ฮุนก็จะคงคิดกับชิแบบเพื่อนและถ้าขึ้นคำว่าเพื่อนสนิทคือรู้เลยว่าfriend zoneอ้ะfriend zoneเห้ๆอ้ะ!คือบับบ เจ็บปวดT^T
    //ชูป้ายไฟชิต้องสู้!ต้องสู้ถึงจะชนะ! ไรท์ใครพระเอกกกกกก มิงหรอแต่จริงๆก็แอบอวยชานและก็หลงความเฟรนของชิ เลือกม่ายด้ายแต่ฮุนต้องเลือกนะลูก//เสียงสวรรค์กระซิบ4pไปเลยจ้าาาา
    ชอบเรื่องนี้เด้อออออ ?รักส์
    #34
    1
    • #34-1 kakujo59(จากตอนที่ 21)
      12 พฤศจิกายน 2560 / 20:30
      เราเป็นคนใจร้ายค่ะ // เมนฉาป
      สุดท้ายแล้วโฮชิจะสู้ไม่สู้ก็ต้องคอยดูกันต่อไปนะคะ > v <)

      ส่วนพระเอกยังไม่บอก ฮริ

      ส่วน 4p ไม่ไหวค่า 55555555555
      ขอบคุณที่ชอบฟิคเรื่องนี้น้า
      #34-1
  2. #33 wa_rin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:58
    เขิลอาย
    #33
    1
    • #33-1 kakujo59(จากตอนที่ 21)
      12 พฤศจิกายน 2560 / 20:29
      เขินอายตามพี่ซูนไปด้วยเลยค่ะ > /// <
      #33-1