END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 20 : [ There's A Strong Wind ] Mingyu x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 พ.ย. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 20
[ There's A Strong Wind ]

Mingyu x Woozi
#gyuhoon #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------

คนตัวเล็กนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปากก็คาบดินสอแกว่งไปมา กระดาษเอสี่ตรงหน้ายั้วเยี้ยไปด้วยเนื้อเพลงที่ตัวเองพยายามคิดขึ้นมาใหม่

จริงๆ เพลงสำหรับอัลบั้มนี้มีเพียงพอแล้ว แต่เพราะเขามองไปไกลถึงรีแพคเกจ เลยเอาช่วงเวลาพักหลังซ้อมเต้นมานั่งทำเพลงอยู่ในห้องตามลำพัง เสียงดนตรีที่เปิดวนอยู่ก็เป็นทำนองบรรเลงของเพลงในอัลบั้มทีนเอจ

ทำนองวนมาถึงหนึ่งในเพลงที่ได้ยินมาตั้งแต่ยังไม่ได้เดบิวต์ เขาเผลออมยิ้มนิดหน่อย

‘Hey girl 여기 Hello 
살며시 널 보며
감줘온 두 소늘 깨내고’

เขาเคาะโต๊ะเป็นทำนอง เพลงสบายๆ เหมาะแก่วันที่บรรยากาศดีๆ แบบนี้เหลือเกิน

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น อีจีฮุนหันไปมอง พออนุญาตก็มีใบหน้าหงอยๆ ปรากฏขึ้นมา นัยน์ตาสวยๆ คู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ “ฮยองว่างมั้ยครับ”

“ก็ว่างอยู่ มีอะไรเหรอ” มินกยูยิ้มแหยแล้วเข้ามาในห้อง เจ้าหมาน้อยพอได้ยินว่าเพลงที่เปิดอยู่คือเพลงของตัวเองก็ยิ่งมีสีหน้าประหลาด เขาเอื้อมมือไปลดเสียงดนตรี “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”

“ผมมีเรื่องอยากปรึกษาน่ะครับ แต่ถ้าฮยองยุ่งอยู่ล่ะก็ ไว้ทีหลังก็ได้ครับ”

“ตกลงอยากให้ช่วยหรือไม่ช่วยเนี่ย”

“ช่วยครับ…”

“งั้นก็ว่ามา มาทำอึกอักอยู่นั่นแหละ” คนตัวสูงนั่งลง เขาเพิ่งเห็นว่าในมือของหมอนั่นมีโน้ตเพลง Hello อยู่ อูจีขมวดคิ้ว เขาเผลอนึกถึงเมื่อประมาณเดือนก่อนที่เห็นเจ้าหมาน้อยนั่งหงอยอยู่นอกตึกเพราะกังวลกับเพลง Trauma หรือว่านี่จะเริ่มกังวลกับเพลง Hello อย่างนั้นเหรอ

“ผมกังวลน่ะครับ เพลง Hello น่ะ ต้องร้องร่วมกับจุนฮยองกับโดคยอม แล้วทั้งสองคนก็เสียงดีมากเลย ตอนที่อัดเสียงไม่มีปัญหาอะไรก็จริง แต่ถ้าขึ้นไปบนเวทีโชว์เคสแล้ว ผมกลัวว่าผมจะทำไม่ดีพอ” เขาหมุนเก้าอี้มาเผชิญหน้า

“ตอนนั้นก็เคยบอกไปแล้วนี่นา เรื่องความกังวลน่ะ”

“ผมรู้ครับ จริงๆ ก็มาหาเพราะไม่ใช่ว่าอยากจะมาระบายความกังวล แต่ถ้าฮยองว่าง อยากให้ช่วยซ้อมกับผมน่ะครับ”

“ซ้อมกับฉัน?” มินกยูพยักหน้าหงึกหงัก “ทำไมไม่ไปซ้อมกับสองคนนั้นล่ะ ซ้อมกับฉันมันไม่ได้อะไรขึ้นมานี่นา”

“ถ้าสองคนนั้นรู้ว่าผมกังวล ผมกลัวว่าพวกเขาจะยิ่งกังวลน่ะครับ สู้ผมเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ทำใจให้สบายแล้วไปซ้อมอีกทีดีกว่า” เขาถอนหายใจยาว นัยน์ตาเล็กเหลือบไปมองนาฬิกา ท้องฟ้าข้างนอกมืดไปสักพักแล้ว และวันนี้เขาก็ตั้งใจจะเขียนเพลงนี้ให้เสร็จ

...อีกสักชั่วโมง น่าจะได้…

“จริงๆ ก็ได้อยู่หรอก แต่ขอเวลาอีกสักพักได้มั้ย ฉันขอทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จก่อนนะ นายก็นั่งๆ นอนๆ ทำอะไรรอไป ไม่เกินชั่วโมงหรอก” เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง

“ได้เลยครับ อูจีฮยองสะดวกเมื่อไรก็เรียกผมนะครับ” 




กลิ่นกาแฟหอมฉุยทำให้เขาหลุดจากภวังค์ เนื้อเพลงใกล้จะเสร็จดีแล้ว เหลือเพียงแต่ท่อนสุดท้ายเท่านั้นเอง “พักสมองหน่อยมั้ยครับฮยอง ผมเห็นฮยองเขียนเพลงจนหน้าจะฝังเข้าไปในกระดาษอยู่แล้ว”

เขาหันไปมอง บนโต๊ะข้างกายมีอเมริกาโน่เย็นตั้งอยู่ เคียงข้างด้วยขนมปังครัวซองค์ที่ยังคงส่งกลิ่นเนยหอมราวกับเพิ่งออกมาจากเตา มินกยูนั่งห้อยขาอยู่บนโต๊ะพร้อมกับดูดกาแฟในมือ

นี่ไม่ใช่กาแฟจากห้องซ้อมใต้ดิน แต่เป็นของร้านโปรดที่อยู่อีกฟากของมุมถนน

“นายลงไปซื้อมาเหรอ”

“ใช่ครับ โชคดีที่ร้านยังไม่ปิด แถมเพิ่งอบครัวซองค์เสร็จผมก็เลยซื้อมาด้วย นั่งทำงานทั้งวันแบบนี้สมองล้าหมดแล้วครับ ทานอะไรเข้าไปหน่อยดีกว่า เมื่อเช้าโฮชิฮยองก็ซ้อมเต้นหนักมากด้วย”

...จะว่าไปก็หิวใช่เล่นเลยแฮะ…

“อ้อ จริงสิครับ มีนี่ด้วย ลืมไปเลย” คนตัวสูงเดินกลับไปที่โซฟา แล้วหยิบเครื่องดื่มกระป๋องแดงของโปรดมาให้ “เอาไว้เพิ่มพลังครับ เผื่อจะคิดเพลงออกเร็วขึ้น”

“นี่ไม่ได้ทำเพราะอยากให้ฉันช่วยนายซ้อมร้องเพลงเร็วขึ้นใช่มั้ย”

“ไม่ใช่ครับ ผมแค่อยากให้ฮยองสดชื่นขึ้นต่างหาก” มินกยูยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้เขาที่กำลังอ้าปากจะงับขนมชะงัก ใบหน้าใสหันกลับมามองกระดาษบนโต๊ะ

‘ผมต้องชอบผู้หญิงสิครับ’

“แต้งกิ้วนะ อีกแปบเดียว ใกล้เสร็จแล้วล่ะ”

“ไม่ต้องรีบครับ ผมรอฮยองได้เสมออยู่แล้ว” อีจีฮุนเคี้ยวขนมในมือตุ้ยๆ พยายามไม่คิดอะไรไปมากกว่า กาแฟหอมๆ และขนมอร่อยๆ 




“เพลงนี้ นายมีท่อนแรปเยอะ คิดในแง่ดีนายจะได้แสดงศักยภาพของนายออกมาเต็มที่นะ ไหนลองร้องท่อนของนายสิ เริ่มที่ท่อนฮุคของเพลงก่อนเลย” เด็กหนุ่มร้องเพลง เขานั่งพิงเก้าอี้กอดอก

“สูงอีก นายต้องไต่เสียงเทียบซอกมินให้ได้ ถ้าร้องต่ำเกินไปเสียงของพวกนายจะไม่เข้ากัน ปรับคีย์ตัวเองขึ้นหน่อย” มินกยูปรับตาม “ไม่ อีกนิดหนึ่ง เดี๋ยว สูงไป”

อูจีเกาหัวตัวเองแกรกๆ คนตัวเล็กไถกลับไปที่คอมพิวเตอร์ก่อนจะกดอะไรนิดหน่อย ทำนองเพลง Hello ก็ดังขึ้นมา เขาไถเก้าอี้กลับมาหาอีกฝ่าย

“เดี๋ยวฉันจะร้องท่อนของซอกมินกับจุน นายก็ร้องของนาย โอเคมั้ย เอางี้ดีกว่า” เขาขยับไปนั่งข้างคนตัวใหญ่ มือเล็กวางลงบนขาอีกคน “ถ้าฉันตีหนึ่งทีให้นายปรับคีย์ตัวเองขึ้น ถ้าตีสองทีแสดงว่าสูงไปแล้ว โอเคมั้ย”

ทำนองดังมาจนถึงท่อนที่ต้องร้องเพลง เขาชะโงกหน้าไปดูเนื้อเพลงในมือมินกยู ถ้าเทียบกับเพลงอื่นๆ ที่เคยร้องแล้ว เพลงนี้ไม่ได้เสียงสูงจนน่ากลัว เขาคิดว่าตัวเองน่าจะไม่มีปัญหา

เพลงเล่นมาจนถึงท่อนฮุค มินกยูเริ่มร้องตาม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเจ้าตัวถึงคีย์ต่ำกว่าปกติ เขาตีขาไปหนึ่งที ใช้เวลาสักพักกว่าที่เจ้าตัวจะปรับคีย์ตัวเองให้เข้ากับเขาได้

แต่พอมาถึงท่อนฮุคตัวเอง เจ้าหมาน้อยก็เผลอขึ้นสูงไปได้ สูงจนเขาเผลอหัวเราะออกมา

“จะไหวมั้ยเนี่ย คิมมินกยู”

“ไหวสิครับ ให้ผมตั้งสติหน่อยสิ ผมไม่เคยร้องเพลงคู่กับฮยองนะครับ ขอเวลาแปบหนึ่ง” เขาตบหน้าขาอีกฝ่ายเบาๆ หลายที

“ฉันก็ร้องเหมือนซอกมินกับจุนนั่นแหละ ไม่เห็นจะต่างกันเลย”

“ต่างสิครับ!”

“ต่างตรงไหน ก็คีย์เหมือนกัน” มือใหญ่วางลงบนมือของเขา นัยน์ตาคู่สวยที่ทอดมองมาทอประกายบางอย่าง อีจีฮุนชะงัก

ชั่วขณะหนึ่งที่ภายในหัวใจเต็มไปด้วยจังหวะที่ประหลาดและความอึดอัด

เขาหลบตา มือเล็กดึงออกมาจากการเกาะกุม

“ถึงท่อนฮุคแล้ว ร้องสิ!”

‘Hey girl 여기 Hello 
살며시 널 보며
감줘온 두 소늘 깨내고’

“เสียงต่ำไป เสียงสั่นด้วย” เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปปิดเพลง “พักแปบหนึ่งมั้ย”

“ครับผม ขอโทษด้วยนะครับ เดี๋ยวผมไปเข้าห้องน้ำนะครับ ฮยองจะเอาอะไรที่ห้องซ้อมมั้ยครับ เครื่องดื่มอะไรมั้ย” พอเห็นเขาส่ายหัว คนตัวสูงก็ออกจากห้องไป เขาถอนหายใจยาว

นัยน์ตาเล็กมองมือข้างขวาของตัวเอง

‘ผมต้องชอบผู้หญิงสิครับ’

....ใช่ มินกยูชอบผู้หญิงนะ อีจีฮุน…




การซ้อมร้องเพลงกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง คราวนี้เขากลับมานั่งบนเก้าอี้ของตัวเอง ส่วนคนตัวสูงก็นั่งอยู่บนโซฟา สัญญาณบอกก็เปลี่ยนจากการตีขาเป็นการตีพนักเก้าอี้แทน

ใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ คิมมินกยูก็เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

“คราวนี้ลองเปลี่ยนมาซ้อมกับเสียงของสองคนนั้นมั้ย เดี๋ยวฉันเปิดเพลงที่อัดไว้แล้วเอาเสียงนายออก” เขาคลิกอะไรอยู่หลายที ก่อนที่จะเปิดเพลง

มินกยูทำได้ดีกว่าที่คาดไว้

“น่าจะไม่มีปัญหาแล้วมั้ง หลังจากนี้ก็ไปซ้อมกับสองคนนั้น เพลงพวกนายน่าจะออกมาเพอร์เฟคแล้ว” คนถูกชมยิ้มกว้าง

“ขอบคุณนะครับ ฮยองช่วยผมไว้เยอะเลย”

“นายไม่ใช่ร้องไม่ได้สักหน่อย แค่ขาดความมั่นใจในการร้องเพลง เสียงก็ไม่ได้แย่อะไร ออกจะดีด้วยซ้ำ มั่นใจหน่อยสิ”

“ครับผม”

“งั้นฉันทำงานต่อได้แล้วเนอะ นายกลับไปก่อนเถอะ” เด็กหนุ่มหันไปมองนาฬิกา

“เหลืออีกเยอะมั้ยครับเนี่ย ดึกมากแล้วนะครับ จะห้าทุ่มแล้ว คืนนี้ฮยองจะนอนที่นี่เหรอครับ” เขาส่ายหน้า มือสวยเริ่มคลิกอะไรก๊อกแก๊ก

“ไม่หรอก เดี๋ยวเสร็จก็คงกลับไปนอนที่หอแหละ ถ้าเอาแต่ค้างที่นี่เดี๋ยวคุปส์ฮยองจะเล่นอะไรแปลกๆ ส่งพวกนายมากวนฉันอีก กลับไปให้เห็นหน้าหน่อยดีกว่า แต่คงอีกสักพักน่ะ อยากลองเอาเนื้อเพลงใส่เข้าไปในทำนองที่คิดไว้ดู”

“สักพักของฮยองนี่กี่โมงน่ะครับ”

“อีกสักสองชั่วโมงได้ล่ะมั้ง”

“นั่นไม่เรียกสักพักแล้วครับ”

“ถึงบอกให้นายกลับไปไง ไม่ต้องรอ ดีไม่ดีอาจจะนานกว่านั้นก็ได้ ใครจะไปรู้” ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา เขาเลยหยุดมือ ใบหน้าใสหันไปมองด้านหลัง คนตัวใหญ่นั่งขัดสมาธิมองเขาอยู่เงียบๆ นัยน์ตาที่มองมาเต็มไปด้วยความมั่นใจบางอย่าง “....อะไร”

“ไม่มีอะไรครับ ฮยองทำงานสิครับ ผมจะรอ”

“รออะไร”

“รอกลับหอด้วยกันยังไงล่ะครับ กลับตอนตีหนึ่งตีสองมันเปลี่ยวนะครับ มีเพื่อนเดินไปด้วยกันดีกว่าตั้งเยอะ”

“แล้วจะมานั่งมองฉันทำงานแบบนี้เหรอ กลับหอไปเถอะ”

“ผมก็ทำงานรอสิครับ ไม่เห็นจะยากเลย ฮยองทำงานไปเถอะครับ ไม่ต้องสนผมหรอก คิดว่าผมเป็นอากาศก็ได้ ง่ายจะตาย” เขาถอนหายใจยาวแล้วหันกลับมามองหน้าจอ

“ตามใจ ถ้าต้องกลับหอตอนตีสามก็อย่ามาบ่นแล้วกัน” ไม่มีเสียงตอบกลับมาเหมือนเคย อีจีฮุนถอนหายใจอีกครั้งก่อนหยิบหูฟังขึ้นมาใส่

...ให้คิดว่าคืออากาศอย่างนั้นเหรอ ได้สิ ตามสบายเลย คิมมินกยู…




เขาเงยหัวขึ้นมาแบบงุนงง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปครู่หนึ่งกว่าจะจะจับโฟกัสได้ อีจีฮุนกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองฟุบหลับไป และสิ่งที่เขานอนทับก็คือเสื้อหนาวสีเข้มที่ถูกพับให้หนุนได้

...เสื้อของมินกยู…

คนตัวเล็กหันขวับไปมองด้านหลัง คนตัวสูงยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา บนตักมีโน้ตบุคกางอยู่ ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมามองเขาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน

“ตื่นแล้วเหรอครับ ฮยองเผลอหลับไปได้สัก...ครึ่งชั่วโมงแล้วล่ะครับ”

“ทำไมไม่ปลุกกันล่ะ กี่โมงแล้วเนี่ย”

“ตีหนึ่งกว่าแล้วล่ะครับ ผมเห็นกำลังหลับสบายก็เลยไม่อยากปลุก จะนอนต่อก็ได้นะครับ นอนที่นี่ก็ได้ เมื่อกี้นี้ผมส่งข้อความไปบอกคุปส์ฮยองแล้วว่าอูจีฮยองหลับปุ๋ยอยู่ในห้องทำงาน” เขาถอนหายใจยาว

ถ้าเหนื่อยจนเผลอหลับไปแบบนี้ ยังไงวันนี้ก็ไม่ได้งานแล้วแน่นอน

“กลับหอกันเถอะ ฝืนไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”

เจ้าหมาน้อยยิ้มกว้าง

“ครับผม”

กว่าจะเก็บของแล้วออกมาจากบริษัท เวลาก็ล่วงเลยไปถึงตีหนึ่งครึ่งแล้ว อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็น เขากระชับเสื้อหนาวที่ใส่อยู่ ดูท่าแล้วปีนี้หน้าหนาวอาจจะมาเร็วกว่าปกติ

“อากาศเริ่มเย็นแล้วนะครับ ฮยองหนาวหรือเปล่า ผมมีผ้าพันคออยู่ในกระเป๋า”

“ยังไม่หนาวขนาดนั้นสักหน่อย”

“แต่ผมเห็นฮยองใส่เสื้อบางนี่นา”

“เสื้อตัวนอกก็หนาอยู่ อย่าเป็นห่วงไปหน่อยเลยน่า” อีกฝ่ายอ้าปากจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็เงียบ บทสนทนาขาดตอนไป พวกเขาต่างเดินคิดอะไรกันเงียบๆ 

รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็ออกมาอยู่ริมถนนใหญ่ จากเดิมที่มินกยูเดินอยู่ด้านใน อยู่ดีๆ ก็แซงเขาแล้วไปเดินติดถนนแทน คนตัวใหญ่เดินล้ำหน้าไปเล็กน้อย แถมยังพยายามเบียดให้เขาเข้าไปด้านในมากขึ้นอีก

จริงๆ เวลานี้ก็ไม่มีรถแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้

ไม่สิ จริงๆ ไม่ต้องห่วงขนาดนี้ก็ได้ เขาไม่ได้โง่จนพาตัวเองไปโดนรถชนหรอกน่า

เขาไม่ได้โง่สักหน่อย

อูจีก้มลงมองพื้นถนน

ใช่เขาไม่ได้โง่ ไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

“ใกล้คัมแบคเต็มทีแล้วนะครับ คราวนี้ผมตื่นเต้นจัง แค่คิดว่าจะได้ขึ้นไปอยู่บนสเตจกับเพลงใหม่ๆ ของพวกเราก็ตื่นเต้นมากแล้ว” เสียงเจื้อยแจ้วเริ่มชวนคุย “ท่าเต้นคราวนี้ก็ยังยากเหมือนทุกที แต่ว่าสนุกมากจนอยากเต้นหลายๆ รอบเลย แล้วคราวนี้ยังได้ร้องเพลงที่เคยร้องตอน 17 โปรเจคอีก”

เขาเงยหน้าขึ้นมาอีกรอบ นัยน์ตาทอดมองแผ่นหลังใหญ่ที่เดินเยื้องอยู่ด้านหน้า

“อีกทั้งยังได้เปลี่ยนแหวนอีก รู้สึกว่าพวกเราเติบโตขึ้นไปอีกขั้นเลยนะครับ”

...ใช่ เติบโต และต้องเดินต่อไป เซเว่นทีนต้องโตต่อไป จะมาหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้…

“ท่านประธานจะมอบแหวนให้พวกเราอาทิตย์หน้าแล้วสินะครับ ตื่นเต้นจัง คราวนี้แหวนจะเป็นยังไงน้า พวกเราเปลี่ยนแหวนกันมาสองรอบแล้ว นั่นหมายความว่าจากนี้เราก็ต้องสู้กันต่อไปเรื่อยๆ พยายามให้มากขึ้นสินะครับ เพื่อทำลายกำแพงตัวเอง”

...ใช่ ทุกอย่างจะพังไม่ได้...

กาแฟ ครัวซองค์ โคล่า แล้วยังเสื้อหนาว

มือสวยยื่นไปข้างหน้า สัมผัสอุ่นแตะลงบนชายเสื้อ คนถูกดึงหันมามอง อูจีเงยหน้าขึ้นสบตา ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหลัง

มินกยูย่อตัวลงด้วยความเคยชิน

และเขาก็ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังนั้น

“....ง่วงเหรอครับ” 

“เปล่า….”

“อยากแวะที่ไหนหรือเปล่าครับ” เขาส่ายหน้าไปมา เด็กหนุ่มหันมามองเขาครู่หนึ่งก่อนจะออกเดิน บนหลังของมินกยูยังคงอบอุ่นเหมือนเคย อูจีซบหน้าลงกับไหล่อุ่น  “ง่วงก็นอนนะครับ เดี๋ยวถึงหอผมจะส่งฮยองถึงเตียงเลย”

“ไม่ได้ง่วงสักหน่อย”

“ครับๆ ไม่ง่วงก็ไม่ง่วงครับ”

เขาหลับตาลง นึกอยากจะทิ้งอะไรหลายๆ อย่างแล้วปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปกับอากาศ แม้จะรู้ว่าสิ่งที่คิดนั้นยากยิ่งกว่าการหาเข็มสักเล่มที่ตกอยู่บนถนนในเมืองโซล

อีจีฮุนไม่ใช่คนโง่

เพราะฉะนั้นแค่ประโยคง่ายๆ ว่า ‘ผมก็ต้องชอบผู้หญิงสิครับ’ ทำไมเขาจะไม่รู้

ว่านั่นคือข้อความโกหกที่อ่อนแอที่สุดของผู้ชายที่ชื่อคิมมินกยู


-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 20 Keys ค่ะ
ในที่นี่เราไม่ได้หมายความถึงกุญแจนะคะ ฮา

จริงๆ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจให้ตอนนี้หน่วงเลยค่ะ 
ทำไมเขียนเสร็จแล้วมันก็หน่วงอีกแล้วอ้ะ T v T ขอโทษด้วยนะคะ
ฉากที่คิดว่าจะน่ารัก พอเอามาเรียบเรียงแล้วก็หน่วงอยู่ดี ฮือ
สัญญาว่าตอนหน้า….ก็หน่วงอยู่ดี ฮา
ทนหน่อยนะคะ สัญญาว่าวันที่ 22 จะเป็นตอนสดใสๆๆ นะคะ

อย่าเพิ่งเบื่อเราที่เอาแต่เขียนดราม่านะคะ ฮา

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #32 pockykok (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:37
    ตกลงมิงพระเอกใช่ไหมมม! ปวดหัวแทนฮุนเลยต้องแบกอะไรหลายๆอย่างไว้คนเดียวแถมยังเป็นคนที่ดูเหมือนจะซื่อ(?)โว้ยยยย จะรักใครสักคนดูมีปัญหาขนาดนี้เลยเนอะ อยากจะบอกว่าจะทำอะไรก็ทำแต่ก็ไม่ได้อีกเพราะภาระที่แบกไว้มันเป็นตัวกั้นระหว่างความรู้สึกกับคนในวง เข้าใจฮุนนะว่ากลัวถ้าเกิดวันนึงที่คบกันแล้วแล้วถ้าเกิดว่าเลิกกันไปคงเกิดปัญหาในวงไม่มากก็น้อยแหละ แต่ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ป้ะวะ(กำลังอินหนัก)ถึงจะบอกว่ามันจะมีปัญหาตามมาทั้งคนในวงและตัวเองก็เหอะ(กำลังคิดมาก) นี่ไม่ได้ทีมมิงนะจริงๆ//ชูป้ายมิงฮุน
    บางครั้งก็คิดว่ามิงรุกหนักมากกกก//ชูป้ายมิงฮุน มันก็ไม่แปลกที่ฮุนจะตกใจอ้ะอยู่ด้วยกันมาหลายปีใครจะไปคิดว่าน้องชายตัวเองดันคิดไม่ซื่อ(เดี๋ยวๆเมื่อกี้คิดมากอยู่นะ)
    คิดว่าฮุนอาจจะมีใจอยู่บ้างแหละแต่ก็ไม่คิดว่าไรท์จะใจดีขนาดที่จะยกฮุนให้มิงง่ายๆ555ไม่งั้นคงไม่มีน้องชานกะอิพี่ซูนหร๊อกกกก เอาซี้!ใครเชียร์ใครไม่รู้ล้ะไหนๆก็ไหนๆล้ะ4pก็ดีค่ะไรท์
    แรกๆก็จะอินเนื้อเรื่องหน่อยๆ5555สรุปคือ4pจ้า5555555
    อนาคตเค้าหวังncได้ไหมจ่ะไรท์555555555555
    //พึ่งรู้ว่าตัวเองพิมพ์ค่ดยาว555
    #32
    3
    • #32-1 kakujo59(จากตอนที่ 20)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 20:50
      ยังไม่เฉลยค่ะว่าใครพระเอก ฮาาา
      แต่ปวดหัวแทนจีฮุนจริงๆ ค่ะ 555555555

      ส่วนใจจริงแล้วเราไม่อยากยกจีฮุนให้ใครเลยค่ะ ยกให้ตัวเองอย่างเดียว-- // โดนฉาป

      ดีใจที่ตัวเองอินนะคะ ขอบคุณสำหรับเม้นต์ยาวๆ ฮือ

      ปล NC ขอคิดก่อนนะคะ ฮา
      #32-1
    • #32-3 kakujo59(จากตอนที่ 20)
      12 พฤศจิกายน 2560 / 20:30
      ขอบคุณมากค่าาาา
      #32-3
  2. #31 wa_rin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 20:58
    ไม่ต้องทนแล้วววววววว รักกันไปเลยยยยยย แง่วววววว
    #31
    1
    • #31-1 kakujo59(จากตอนที่ 20)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 20:49
      รักกันไม่ได้ โฮรวววววววว T __________ T
      #31-1