END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 18 : [ One Swallow Does Not Make A Summer ] S.Coups x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    31 ต.ค. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 18
[ One Swallow Does Not Make A Summer ]

S.Coups x Woozi
#jicheol #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------

“หนึ่ง สอง สาม สี่” อีจีฮุนนับจังหวะพร้อมกับมองตัวเองในกระจก มือทั้งสองข้างยกขึ้นพร้อมกับขยับขาไปตามจังหวะในหัว “ห้า หก เจ็ด แปด…” ขาเรียวขยับไปทางขวาแล้วพลิกตัว

“....แล้วก็หลบไปด้านหลัง” 

เขาหยุดชะงักแล้วถอนหายใจยาว สุดท้ายแล้วก็ยังจำตำแหน่งตัวเองไม่ได้อยู่ดี ยิ่งพอซ้อมคนเดียวแบบนี้ ให้พยายามคิดตำแหน่งคนอื่นยิ่งยากเข้าไปใหญ่

สุดท้ายเขาก็เดินไปหลังห้องแล้วหยิบโน้ตบุคออกมา ด้วยความช่วยเหลือของเมเนฮยอง เขาจึงได้ภาพถ่ายตอนเมมเบอร์ซ้อมเต้นครบคนมา โดยตำแหน่งของเขาก็มีครูสอนเต้นมาอยู่แทน

เขาเอามันไปกางไว้ติดกระจก แล้วถอยห่างออกมา

“ตรงนี้ หนึ่ง สอง สาม สี่ หนึ่ง สอง สาม สี่” อูจีเริ่มนับจังหวะของเพลง ขาก็ก้าวไปตามท่าที่น้องตัวโตสอนมา “ก้าวขาไปทางนี้ ย่อตัวลง รอสี่จังหวะ...แล้วก็ไปทางขวา….”

“...หนึ่ง สอง สาม สี่…...วร้อย ควอนซูนยอง ใครจะไปทำได้เนี่ย….” แม้จะบ่นพึมพำแต่เขาก็ยังพยายามขยับตัวให้ทันตามวีดีโอ  แต่สุดท้ายพอใกล้จะจบเพลงเขาก็ยอมแพ้ คนตัวเล็กนั่งขัดสมาธิมองวีดีโอที่จบลงแบบปลงๆ

มีเสียงเปิดประตูห้องซ้อม พอมองผ่านกระจกจึงเห็นว่าคนที่เข้ามาคือเอสคุปส์

“ก็ว่าหายไปไหนแต่เช้า มาอยู่ที่นี่เอง”

“ก็เห็นช่วงเย็นๆ โฮชินัดซ้อมกันทั้งวงนี่ครับ ผมยังเต้นไม่ได้เลย ก็เลยอยากมาซ้อมก่อน”

“แล้วเป็นยังไงบ้าง” พี่ชายตัวโตนั่งลงข้างๆ นัยน์ตาสองคู่มองวีดีโอที่กำลังเล่น

“ไม่ได้เรื่องเลยครับ พอเริ่มจำได้ พอเปิดเพลงก็งง เต้นไปสักพักก็หายงง แต่คราวนี้ผิดตำแหน่งอีก พอไม่มีเพื่อนๆ มาอยู่ให้มาร์คตำแหน่งแบบนี้ ผมสับสนไปหมดเลย”

“งั้นก็มา ลุกมา เดี๋ยวฉันช่วย”

“เอ้ะ? ช่วยเหรอครับ”

“ลุกเร็ว เพลงกำลังจะจบพอดี” แม้จะงุนงงแต่เขาก็ลุกตาม พอเห็นพี่ชายเดินไปยืนตำแหน่งตัวเอง เขาจึงไปยืนบ้าง พอมองผ่านกระจกแล้ว การที่มีคนเพิ่มมาอีกคนหนึ่งนั้น

...ไม่ได้ทำให้หายงงไปกว่าเดิมเลย

“หนึ่ง สอง สาม สี่ หนึ่ง สอง สาม สี่” มีเสียงนับจังหวะมาจากคนที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง เขาเริ่มนับตาม

ช่วงแรกของเพลงเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากฝึกเต้นมาพักใหญ่ก็พอจะจับทางได้ ทว่าพอขึ้นนาทีที่สอง สมองก็เริ่มประมวลผลไม่ทัน

ตามปกติแล้วเขาไม่ค่อยมีปัญหากับการซ้อมเต้น ใช้เวลาวันเดียวทั้งวันก็สามารถจับทางได้ แต่นั่นหมายถึงการซ้อมกับคนทั้งวงที่มีจุดสังเกตให้จับตำแหน่ง ไม่ใช่ซ้อมคนเดียวแบบนี้ อีกอย่างเขาไม่กล้าหักโหมมาก หากบาดเจ็บอีกคราวจะพาลยุ่งกันไปหมด ดีไม่ดีจะไม่ได้ร่วมคัมแบคกับทุกคน

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ก้าวขาขวา” คุปส์ฮยองส่งเสียง เขากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเริ่มขยับตาม “ห้า หก เจ็ด แปด ถอยหลัง ถอยอีก ยกมือสูงอีก” เขาทำตาม

การมีคนมาช่วยบอกบล็อคกิ้งแบบนี้ พอรวมไปกับวีดีโอซ้อมเต้น เขาก็เหมือนจะค่อยๆ จับทางได้เรื่อยๆ

“นั่นแหละ เตรียมมาเซ็นเตอร์ หนึ่ง สอง สาม สี่ มา!” หลังของเขาชนกับหลังที่เปียกเหงื่อของอีกฝ่าย “ห้า หก เจ็ด แปด วนไปทางขวา” เขาพลิกตัวไปตามจังหวะเพลง

“หนึ่ง สอง ลดมือลงอีกไม่งั้นแขนจะฟาดไปโดนมินกยูทางด้านซ้าย”

เขาเหลือบตาไปมองคุปส์ฮยองที่ยังเต้นท่าของตัวเองอยู่แม้ว่าจะคอยบอกตำแหน่งของเขา

ท่าเต้นของโฮชิยากขึ้นทุกอัลบั้มอยู่แล้ว และทุกคนก็พยายามอย่างมากที่จะฝ่าฟันมันไปให้ได้ เพราะฉะนั้นแค่ลำพังภาระการจำท่าเต้นและบล็อคกิ้งของตัวเองก็ลำบากมากแล้ว แต่นี่คุปส์ฮยองกลับจำได้แม้กระทั่งบล็อคกิ้งของเขา

ด้วยความที่เป็นลีดเดอร์ เลยทำให้ต้องรับผิดชอบการบาดเจ็บของเขาอย่างนั้นหรือ

“เอ้า จะจบแล้ว นายต้องไปทางด้านซ้ายนะ หนึ่ง สอง สาม สี่” เพลงจบพร้อมกับเอสคุปส์ที่หอบจนตัวโยน ลีดเดอร์ตัวใหญ่นั่งลงทันทีพร้อมกับปล่อยลมหายใจออกมาทางปาก

เขารีบหยิบขวดน้ำไปยื่นให้

“ขอบคุณนะครับ นี่ฮยองเลยต้องมาจำท่าเต้นของผมด้วยเลย”

“ไม่หรอก ฉันแค่ทำในส่วนที่ฉันต้องทำ ถ้าให้นายมาฝึกทุกอย่างเองมันจะลำบาก แค่การแต่งเพลงก็เหนื่อยมากแล้ว อะไรที่ช่วยได้ ฉันก็อยากช่วย” เขายิ้มกว้าง

...เขาไม่เคยผิดหวังเลยที่ได้ฮยองคนนี้มาเป็นลีดเดอร์ของเซเว่นทีน…

“แล้วนี่เป็นยังไง พอจะจำได้บ้างมั้ย”

“เดี๋ยวพักเหนื่อยสักพักจะลองเต้นอีกสักรอบครับ ดูทรงแล้วคงซ้อมได้อีกสักสองสามรอบ ถ้ามากกว่านี้จะซ้อมคืนนี้ไม่ไหว ผมยังหักโหมมากไม่ได้”

“เออ นั่นสิ ลืมไปเลย” อีกฝ่ายวางขวดน้ำแล้วเอื้อมมือมาดึงกางเกงของเขาขึ้น “ไม่บวม ไม่แดง ขยับได้ตามปกตินะ”

“ครับผม น่าจะหายดี 100 เปอร์เซ็นต์แล้วแหละครับ ฮยองไม่ต้องห่วงนะ” มือใหญ่เอื้อมมาขยี้ผมของเขา

“ตัวแค่นี้จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง นี่ดูสดใสขึ้นเยอะแล้ว ฉันเห็นก็ดีใจ แต่ก็นะ ไม่ได้มีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังใช่มั้ย” พอเห็นเขามีสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม อีกฝ่ายก็พูดต่อ “มีอะไรให้หัวใจที่อยากเล่าให้ฟังหรือเปล่า ปกติพวกเราคุยกันอยู่แล้ว แต่บางทีก็มีเรื่องที่คุยกันทั้งวงไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ”

“ผม….”

“ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น ดงโฮไม่พานายไปถึงปูซานหรอก มีอะไรหรือเปล่า เล่าให้ฉันฟังได้นะ” เขาหลบตาสวยๆ คู่นั้น จริงๆ ความรู้สึกหน่วงๆ ที่เกิดจากความฝันพิกลในวันนั้นหายไปเยอะแล้ว ความกังวลที่เคยมีก็หายไปกับงานที่ยุ่งจนท่วมหัว

ส่วนเรื่องของมินกยู...ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าตัวเองชอบผู้หญิง เขาก็คงไม่ต้องกังวลอะไร

“ไม่มีนะครับ”

“ตอนนี้ฉันไม่ใช่คุปส์ฮยองนะจีฮุน” เขาเบนสายตากลับไปมองพี่ชาย เหมือนจะเนิ่นนานมาแล้วที่อีกฝ่ายไม่ได้เรียกชื่อจริงของเขา เป็นข้อตกลงระหว่างกันตั้งแต่เดบิวต์ว่าจะเรียกชื่อจริงให้น้อยที่สุดเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างเคยชิน “ฉันคือชเวซึงชอลที่ดูแลจีฮุนมาตลอดนะ”


หัวใจอ่อนยวบ

“ผมแค่ฝันน่ะครับ ฝันว่าทุกคนทิ้งผมออกไป ฝันว่าขังตัวเองไว้ในกรอบแคบๆ จนเผลอกลัวไปว่าจะเป็นความจริงขึ้นมา” มือของพี่ชายเอื้อมมือกุมมือของเขาไว้

เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบสกินชิป เพราะฉะนั้นหากไม่ได้อยู่หน้ากล้อง ชเวซึงชอลจะไม่แกล้งเขาเท่าไร ต่างจากเวลาอยู่บนเวที ซึ่งระยะหลังๆ ที่ผ่านมานี้ บรรดาน้องๆ ที่เริ่มแกล้งเขากันมากขึ้น ลีดเดอร์ตัวใหญ่จึงสกินชิปกับเขาน้อยลง 

ทำให้สัมผัสที่มอบให้กันเวลาท้อแท้ค่อยๆ ลดหายไปด้วย

“ผมแค่กลัวน่ะครับ ซึงชอลฮยอง กลัวว่าจะถูกทุกคนทิ้งไว้ข้างหลังจริงๆ ถ้าหากไร้ความสามารถ กลัวว่าจะถูกประนามถ้าทำเซเว่นทีนพังทลาย” คนตัวเล็กถูกดึงเข้าไปกอดไว้แน่น

“เพราะแบบนี้ถึงเล่าให้คนในวงฟังไม่ได้ใช่มั้ย นายนี่มันเด็กบ้าจริงๆ เลย พวกเราฝ่าฟันอะไรกันมามากมายขนาดนี้แล้ว ยังจะกังวลกับเรื่องพวกนี้อีกเหรอ นี่ รู้มั้ย” เขาถูกดันออกนิดหน่อย นัยน์ตาสวยสบนัยน์ตาของเขานิ่ง “ต่อให้วันนี้ เพลงของจีฮุนทำให้เซเว่นทีนถูกด่า เรากลายเป็นวงที่ถูกประนามว่าคือความล้มเหลว ก็ไม่มีใครโทษจีฮุนหรอกนะ ไม่มีใครทิ้งเราไว้ตรงนั้นแน่นอน พวกเราคือพี่น้องกัน ใครมีปัญหาก็จับมือไว้แล้วพากันไปข้างหน้า”

แม้ดงโฮฮยองจะพูดให้สบายใจขึ้นมากแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ ภายในหัวใจก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ลึกๆ

“ถ้าเหนื่อยก็บอกได้ ใช่ ฉันรู้ว่าทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่การบ่นออกมา ไม่ได้ทำให้อะไรพังทลายเสียหน่อย โฮชิอาจจะเคยบอกว่าไม่อยากให้ใครบ่นว่าเหนื่อย แต่ถ้าวันหนึ่งที่มันไม่ไหว ขาทั้งสองข้างรับไม่ได้แล้ว แค่พูดออกมาว่าเหนื่อย มันไม่ได้ทำใครตายหรอกนะ”

“ไม่ไหวก็บอก ท้อแท้ก็ใช้มือทั้งสองข้างกอดใครสักคนไว้ให้แน่นๆ มีปัญหาก็พูดคุยกัน พวกเราเป็นเซเว่นทีนที่เป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ใช่มั้ย ถ้าเอาแต่คิดมากอยู่คนเดียว จะมีทีมไว้ทำไม หืม”

“ครับ ผมขอโทษครับที่ทำให้ไม่สบายใจ”

“ไม่หรอกๆ จีฮุนยอมพูดออกมาแบบนี้ฉันก็สบายใจ” เขาถูกดึงเข้าไปกอดอีกรอบ ใบหน้าใสซุกลงอยู่กับไหล่อุ่นจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ

...ไม่ได้กอดซึงชอลฮยองแบบนี้มาสักพักแล้ว เพิ่งรู้ว่าไหล่กว้างขึ้นขนาดนี้…

ไม่สิ

...เขาไม่ได้กอดเมมเบอร์มานานมากแล้ว…

“จีฮุนตัวเล็กลงหรือเปล่าน่ะ หรือฉันคิดไปเอง”

“ฮยองตัวใหญ่ขึ้นต่างหากเล่าครับ”

“แล้วมีอะไรอีกหรือเปล่า” เขาหลุบตามองลงต่ำ อีกเรื่องที่อยู่ในใจ ต่อให้อยากบอกคนอื่นมากแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถบอกเมมเบอร์ได้ อีกอย่างหนึ่งมันอาจจะเป็นการคิดไปเองคนเดียว ถ้าหากเขาพูดออกไปจะเป็นการใส่ร้ายอีกฝ่าย

“ไม่มีนะครับ”

“ไม่มีจริงเหรอ”

“ครับผม”

“ไม่ได้มีเมมเบอร์หรือใครคนไหนทำให้ไม่สบายใจใช่มั้ย”

...หรือว่าซึงชอลฮยองจะรู้…

‘ผมชอบผู้หญิงสิครับ’ เสียงของเจ้าเด็กบ้าดังขึ้นในหัว เขาขบริมฝีปากแน่น

เจ้าบ้านั่นยืนยันชัดเจนแล้วว่าชอบผู้หญิง เพราะฉะนั้นทุกอย่างเขาคิดไปเองคนเดียว ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะมินกยูมองเขาเป็นพี่ชาย และเขาก็มองเจ้าบ้านั่นเป็นแค่น้องชายเหมือนกัน

“ไม่มีครับ” เขาได้ยินเสียงหายใจยาวเหมือนกับยอมแพ้ พี่ชายยอมดันเขาออกห่างตัว มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวเขาอีกหลายที

“ไม่มีก็ไม่มี” อูจีสบนัยน์ตาของพี่นิ่ง รอยยิ้มหวานที่ส่งมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ

“ขอบคุณนะครับฮยอง ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ การมีอยู่ของฮยองคือสิ่งที่มีค่าสำหรับเซเว่นทีนจริงๆ ครับ หากไม่มีฮยอง พวกเราที่เหมือนแก้วร้าวๆ คงไม่มีทางมารวมตัวอยู่กันอย่างมีความสุขได้ ซึงชอลฮยองเป็นเหมือนกาวสำหรับพวกผมเลยนะครับ”

“ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ใช่กาว พวกนายก็ไม่ใช่แก้วร้าวๆ พวกเราคือแก้วใบใหม่ต่างหาก” อีจีฮุนหัวเราะร่า

“นั่นสิครับ จริงๆ ด้วย”

“วันหลังมีอะไรก็มาเล่าให้ฟังได้นะจีฮุนอ่า นายเป็นคนพิเศษสำหรับฉัน และฉันก็คิดว่านายก็คิดเหมือนกัน ใช่มั้ย” ประโยคที่เคยได้ยินตอน 17 โปรเจคทำให้เขาหัวเราะอีกรอบ

จะผ่านไปกี่ปี ยังไงแล้วสำหรับอีจีฮุน ชเวซึงชอลก็คือพี่ชายที่ดีที่สุดในโลกอยู่ดี

“ขอบคุณนะครับ ฮยอง”




--




ภายนอกมืดสนิทไปแล้ว พวกเขาต่างกำลังวุ่นวายอยู่ในห้องซ้อม การซ้อมเต้นเป็นไปได้ด้วยดี แม้อูจีจะติดขัดนิดหน่อยในช่วงแรก แต่ทุกคนก็ช่วยกันจนสามารถเต้นได้อย่างราบลื่น เพราะฉะนั้นเอสคุปส์จึงให้ทุกคนได้พักครึ่งชั่วโมง

ตัวเขาเองออกมาเดินเล่นรับลมที่ด้านหน้าตึก ช่วงนี้อากาศกำลังดี เหมาะแก่การมายืนรับลมมากกว่าเวลาไหนๆ

เขายืนเอามือซุกกระเป๋าเสื้ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหันกลับเข้าตึก

ลีดเดอร์แห่งเซเว่นทีนหยุดชะงักเมื่อเห็นคนตัวสูงยืนกินน้ำอยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่าง มินกยูเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับยัดกระป๋องเครื่องดื่มสีแดงใส่มือของเขา

“ฮยองเรียกผมออกมาเหรอครับ”

“ใช่ ฉันเรียกนายออกมาเอง นี่มาคนเดียวใช่มั้ย ไม่มีใครตามมานะ” เจ้าหมาน้อยพยักหน้า นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความงุนงงกับท่าทีมีลับลมคมในของเขา

“มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ ถึงต้องเรียกมาเป็นส่วนตัวแบบนี้”

“จะว่ายังไงดีล่ะ อืม ฉันรู้นะว่านายคิดอะไรอยู่”

“ครับ?”

“เรื่องของอูจี” เสียงทั้งหมดเหมือนจะเงียบสงัดขึ้นมาทันที คนที่ดูร่าเริงอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนสีหน้าไปแล้ว รอยยิ้มที่เคยมีก็หายไปเหลือแค่เพียงความเคร่งเครียด 

มินกยูวางกระป๋องน้ำว่างเปล่าลงบนโต๊ะ

“แล้วยังไงเหรอครับ การที่ฮยองรู้ว่าผมคิดยังไงมันเป็นเรื่องใหญ่จนทำให้ต้องเรียกผมมาคุยเลยเหรอ”

“ฉันไม่ได้เรียกนายมาว่านะ ไม่ได้คิดว่าความรู้สึกของนายเป็นเรื่องวิปริตหรืออะไรทั้งนั้น ฉันแค่รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา” เจ้าหมาน้อยหัวเราะขึ้นจมูก

“ห่วงผม หรือห่วงอูจีฮยองครับ”

“ฉันห่วงเซเว่นทีน” เด็กหนุ่มเงียบไป “ฉันห่วงความเป็นไปของพวกเรา ห่วงว่าหลังจากนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมันจะเป็นยังไง ถ้าเส้นทางที่พวกเราถางไปมันมีเรื่องอารมณ์และความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง มันจะเป็นยังไง”

มินกยูยังคงเงียบ

“ฉันไม่เคยคิดจะห้าม ถ้าใครสักคนในวงจะมีความรัก ความรักเป็นเรื่องที่ดี ฉันรู้ แต่ถ้ามันเกิดกับในวงด้วยกัน ฉันอยากให้นายคิดหน้าคิดหลังให้ดีนะ คิดให้ดีๆ ว่าถ้าสักวันหนึ่งมันเกิดอะไรขึ้นมา แน่ใจมั้ยว่ามันจะไม่ทำให้ทุกอย่างพังทลาย” เขาเอื้อมมือไปบีบไหล่รุ่นน้องแน่น

“ถ้าสักวันอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นมา นายแน่ใจมั้ยว่าจะแบกรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แน่ใจนะว่าการถูกตีตราว่าตัวเองคือคนทำลาย นายจะรับมันได้”

“...ฮยองก็แค่คิดมากไปเอง”

“เอาง่ายๆ นะ ถ้าสักวันพวกนายเลิกกัน จะมองหน้ากันติดหรือเปล่า จะไม่ใช้อารมณ์มาตัดสินเรื่องราวในวงใช่มั้ย ถ้านายสามารถบอกได้ว่า จะไม่เอาอารมณ์กับความรู้สึกมายุ่งเกี่ยวกับงาน ฉันจะไม่ว่าอะไรเลย”

“ผม….”

“นายจะคิดว่าฉันมาขัดขวางเพราะหวงอูจีก็ได้ นายจะคิดอะไรก็ได้ แต่ฉันยืนยันว่าที่ทำทั้งหมดคือทำเพราะห่วงเซเว่นทีน บอกก่อนว่าไม่ได้โกรธด้วย ฉันเคารพการตัดสินใจของพวกนาย ถ้าพวกนายบอกว่ารับกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดได้ ฉันก็ยินดี แล้วถ้าอนาคตเกิดปัญหาขึ้นมา พวกเราก็ช่วยกันแก้ปัญหาไป แต่นายต้องถามตัวเองก่อน ว่าพร้อมที่จะรับเรื่องทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นได้หรือเปล่า”

เขาตบบ่าน้องหนักๆ อีกหลายที

“ฉันอยากคุยกับนายแค่นี้แหละ ไม่ต้องตอบอะไรฉัน ตอบหัวใจตัวเองก็พอ เข้าใจนะ” พูดจบเขาก็รีบเดินจากมาเพราะอยากให้มินกยูได้ใช้เวลาตามลำพัง

จริงๆ เขารู้ว่าการกระทำแบบนี้ค่อนข้างใจร้าย

แต่เขาห่วงน้อง

วัยรุ่นใจร้อนที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง กับความรักที่เกิดขึ้นกับคนในวง เขากลัวว่าจะทำให้เส้นทางที่ปูมาพังทลาย และสุดท้ายคนที่จะเสียใจที่สุดก็คือคนสองคนนั้น

ไม่อยากทำให้เจ็บ แต่ถ้าเลือกได้ เขาก็อยากให้ทั้งคู่ได้คิดเยอะๆ

เพราะฉะนั้นต่อให้ต้องเล่นเป็นบทตัวร้าย เขาก็ยอม

เอสคุปส์หยุดเดิน นัยน์ตามองตรงไปข้างหน้า

“นายก็ได้ยินใช่มั้ย ควอนซูนยอง ข้อความทั้งหมดนั้นฉันตั้งใจบอกนายด้วยนะ” ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงแต่เสียงขยับตัวและเสียงถอนหายใจ

เอสคุปส์เป่าลมออกมาจากปาก แล้วรีบเดินกลับไปห้องซ้อม

คนที่ซ่อนตัวมาสักพักแล้วมองตามไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

...ฉันได้ยินหมดแล้วน่า ชเวซึงชอล แล้วก็เข้าใจสิ่งที่นายพูดมาตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นถึงได้เลือกที่จะอยู่เฉยๆ แบบนี้ยังไงล่ะ...

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 18 Glue กาว ค่ะ

ตอนแรกก็อบอุ่นใสๆ สไตล์เอสคุปส์ 5555
หลังๆ ก็หน่วงๆ หน่อยตามสไตล์ คคจ
ช่างเป็นฟิคที่ตามใจฉันจริงๆ เลย ฮา

ในที่สุดก็เฉลยหมดแล้วนะคะว่าตัวเอกทั้งสี่คนคือใคร
อูจี มินกยู ดีโน่ แล้วก็ โฮชิ
ซึ่งเรื่องราวของทั้งสี่คนจะเป็นยังไง ก็อย่าลืมติดตามกันน้าา

  
แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #29 icelovely_110 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 23:26
    ตัวหลักที่เราเดาคือ อูจี มินกยู ดีโน่ อีกคนที่ไม่รู้ ไม่ได้คิดเลยเลยว่าจะมีโฮชิเป็นตัวหลัก มองจ้ามพี่ไปอย่างเเรก คิดว่าเป็นพี่คุปส์ซะอีก #ทีมดีโน่
    #29
    1
    • #29-1 kakujo59(จากตอนที่ 18)
      5 พฤศจิกายน 2560 / 18:16
      สำหรับเรื่องนี้ เรามองพี่คุปส์อยู่ในตำแหน่งที่มากกว่าคนรัก มากกว่าพี่น้องไปแล้วค่ะ #เป็นพ่อ ไม่ใช่! 555555
      โฮชิอยู่ในจุดที่เนียนๆ ค่ะ ไม่แสดงอาการอะไรเป็นพิเศษ ก็เลยโดนมองข้ามไปก่อน ฮา
      #29-1