END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 17 : [ It Came Like A Bolt From The Blue ] Dino X Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    30 ต.ค. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 17
[ It Came Like A Bolt From The Blue ]

Dino x Woozi
#chanhoon #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------

“โย่ว์ ดีโน่ อยู่นี่เอง” ชายหนุ่มที่กำลังยืดตัวอยู่ที่พื้นเงยหน้าขึ้นมามอง ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยคำถามเมื่อเห็นว่าคนที่เรียกคือหัวหน้าวง “ว่างอยู่หรือเปล่า”

“ครับ ผมแค่ว่ายืดตัววอร์มร่างกายน่ะครับ คุปส์ฮยองมีอะไรหรือเปล่า”

“อูจีเรียกน่ะ รออยู่บนห้องทำงาน” พูดจบคนเป็นพี่ก็เดินไปคุยกับโดคยอมฮยองที่เล่นอยู่กับซึงกวานฮยอง และแม้จะงุนงงมากแค่ไหนเขาก็ตัดสินใจเดินไปชั้นบน

กับอูจีฮยองนั้น จะให้เวลาผ่านไปแค่ไหน ก็ยังคงรู้สึกเกร็งอยู่แบบนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เวลาอยู่ด้วยกันเขาชอบทำตัวไม่ถูก อยากจะคุยด้วยก็กลัวว่าตัวเองจะเผลอพูดอะไรไม่ดีไป สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเงียบเก็บมือให้เรียบร้อย

แล้วนี่ถูกเรียกขึ้นไปอยู่ด้วยกันบนห้องอัด...เขาไปทำอะไรให้ฮยองไม่พอใจหรือเปล่านะ

หลังจากเคาะประตูก็มีเสียงอนุญาตให้เข้าไป เขาไม่ได้คิดเลยว่าภายในห้องเล็กๆ นั้นจะมีคนอื่นนอกจากเจ้าของห้องอยู่ด้วย โฮชิฮยองที่นั่งอยู่บนโต๊ะส่งรอยยิ้มกว้างมาให้เขาก่อน

“มานั่งมา” กลับเป็นลีดเดอร์เพิร์พทีมที่ชวนให้เขานั่ง ส่วนฮยองเจ้าของห้องกำลังวุ่นวายอะไรกับคอมพิวเตอร์อยู่

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“นั่งก่อนๆ เดี๋ยวฉันจะเปิดอะไรให้ฟัง” อูจีพูด เขาจึงนั่งลงบนโซฟาด้านหลัง บนหน้าจอคอมพิวเตอร์คือโปรแกรมอัดเสียงดนตรีที่พวกเขาคุ้นเคย “อ๊ะ เจอล่ะ”

ดนตรีที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นมา ทำนองเพลงที่แปลกไปกว่าที่เคยได้ยิน ทว่ากลับติดหูอย่างน่าประหลาดใจ เพราะฉะนั้นใช้เวลาไม่นานเขาก็สามารถจับจังหวะของเพลงได้

“เป็นยังไงบ้าง” โฮชิฮยองเป็นคนถาม

“ดีครับ เป็นทำนองที่ดีมาก ยังติดอยู่ในหูเลย ถ้าได้คิดท่าเต้น ผมว่าต้องได้ท่าเต้นเจ๋งๆ มาเยอะเลยครับ”

“อันนี้เป็นเพลงคัมแบคของเพิร์พทีมนะ” เขาเบิกตากว้าง ริมฝีปากก็แย้มรอยยิ้มสดใส คำพูดของหัวหน้าทีมทำให้ภาพท่าเต้นต่างๆ ปรากฏขึ้นมาในหัวมากมาย “และฉันจะยกหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกทีให้ ฉันกับอูจีคุยกันแล้ว ช่วงนี้ดีโน่โตขึ้นมาก ความสามารถก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น”

ควอนซูนยองกระโดดลงมาจากโต๊ะ มือใหญ่ยื่นกระดาษเอสี่ปึกหนึ่งมาให้ บนหัวกระดาษมีตัวตัวเลขและตัวอักษรภาษาเกาหลีเขียนไว้ 3 ตัว

‘13월의 춤’

‘การเต้นรำในเดือน 13’

“นอกจากจะมีส่วนร่วมในการคิดท่าเต้นแล้ว เพลงนี้อูจีจะให้ดีโน่ช่วยแต่งเนื้อร้องนะ”

เหมือนสายฟ้าผ่าลงสู่กลางหัวใจ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อีชานรู้สึกตื่นเต้นจนจับจังหวะหัวใจไม่ได้ ที่ผ่านมาเขามีบทบาทในการช่วยแต่งเนื้อเพลงบ้าง ทว่านับตั้งแต่แต่งเพลง OMG ตอน 17 Project เมื่อสองปีก่อนนั้น เขาก็ไม่ได้มีบทบาทในการแต่งเนื้อร้องเต็มตัวกับอูจีฮยองตามลำพังอีกเลย

ความไว้วางใจที่ถูกส่งมาทำให้หัวใจพองโต ยิ่งพอเห็นนักแต่งเพลงตัวเล็กของเซเว่นทีนกำลังมองมาด้วยรอยยิ้มกว้าง อีชานก็รู้สึกเหมือนลมหายใจถูกขโมยไปดื้อๆ




“ฮยองครับ ช่วยเล่นทำนองตอนท่อนฮุคอีกรอบให้หน่อยได้มั้ยครับ” ตอนนี้เวลาตีสองกว่าๆ แล้ว เขากับอูจีกำลังนั่งขีดเขียนเนื้อเพลงกันอยู่ในห้องทำงานชั้นสอง คนตัวเล็กหันไปกดให้ตามคำขอ เขาขมวดคิ้ว “ทำไมฮยองถึงใช้ชื่อเพลงนี้ล่ะครับ งานเต้นรำในเดือนที่ 13”

“จะว่ายังไงดีล่ะ ก็เดือนที่ 13 มันไม่มีจริงใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้าความรักของพวกเราแกร่งกล้าพอ อะไรที่ไม่น่าจะเป็นจริงก็จะเป็นจริงได้ อย่างเช่นการเต้นรำด้วยกันในเดือนที่ 13 ไง”

เขารู้ว่าอูจีฮยองชอบแต่งอะไรเปรียบเปรยอยู่แล้ว แต่พอมองแบบนี้แล้วก็ยังรู้สึกทึ่งถึงความสามารถในการคิดเรื่องพวกนี้อยู่ดี

“ตรงหลังท่อนฮุค ก่อนจะจบเพลง ช่วงที่ฮยองทิ้งช่วงไว้ ตรงนั้นอยากให้เป็นท่อนแรปใช่มั้ยครับ” พอเห็นคนเป็นพี่พยักหน้า เขาก็ดึงกระดาษเข้ามาใกล้ “หากเรารักกันแล้ว ต่อให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ก็จะเป็นไปได้” เขาพึมพำอยู่ในลำคอ มือก็เขียนสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา

‘일월부터 십이월 매번 돌아도 늘 널 찾고 있어
두 눈 말고 진정으로 마주치면
ตั้งแต่เดือน 1 ถึงเดือน 12
ทุกครั้งที่ผมหันหลังกลับไป ผมก็จะมองหาแต่คุณ’

เขาเหลือบตาขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม ดวงตาเล็กๆ นั้นกำลังจ้องกระดาษที่รกไปด้วยตัวอักษร ท่าทางที่เต็มไปด้วยความตั้งใจนั้นราวกับภาพวาดที่ถูกสวรรค์สรรสร้างมาจนเขาเผลอมองโดยไม่รู้ตัว

ราวกับรู้ว่าถูกมอง อูจีเงยหน้าขึ้นมา คิ้วน้อยๆ เลิกขึ้นนิดหน่อย แต่พอเห็นเขาไม่พูดอะไร อีกฝ่ายก็ไม่ถาม ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คนถูกมองจะยอมแพ้แล้วก้มหน้าลงไปคิดเนื้อเพลงต่อ

ชั่ววินาทีที่สบตากัน เขารู้สึกประหลาด

จริงๆ แล้วที่ผ่านมา ที่เขารู้สึกอึดอัดกับอูจีฮยอง มันอาจจะเป็นเพราะอย่างอื่นหรือเปล่า

เขาก้มหน้าลงเขียนต่อ

‘우리의 십삼월로 만남 이뤄져
시계 절로 우릴 가둘 순 없지
แต่สายตาที่จ้องมองกันมันเต็มไปด้วยความเงียบงัน
การพบกันในเดือน 13 ของเราจะต้องเป็นจริงแน่ๆ’

“โอ้ เขียนได้ดีนี่นา” เขาหลุดจากภวังค์ คนเป็นพี่ดึงกระดาษไปดู นัยน์ตาเล็กๆ เต็มไปด้วยความชื่นชมพร้อมกับพึมพำท่อนให้เข้ากับจังหวะในหัว “ดีโน่แต่งเพลงเก่งขึ้นเยอะมากเลยนะ”

“ไม่หรอกครับ ยังเก่งไม่เท่าฮยองหรอก”

“เขียนดีมากเลย อ่า ฉันคิดท่อนฮุคออกพอดีเลย แต้งกิ้ว” กระดาษถูกยื่นคืนกลับมา คนตั้งใจทำงานก็กลับเข้าสู่โหมดเคร่งขรึมแล้ว มีแต่เขานี่แหละ นี่นั่งนิ่งมองเนื้อเพลงที่ตัวเองเขียนอยู่

‘Only 내가 그린 선 끝 따라 옴이 와
너의 눈물 흰 눈이 되어
서로 감동이 물결 만들어 내 yeah
คุณเก็บเรื่องของเราไว้ตลอด 4 ฤดูไม่ได้หรอก
เดินมาให้สุดทางตามเส้นที่ผมขีดเอาไว้สิ
แล้วน้ำตาของคุณจะกลายเป็นหิมะอันขาวโพลน
จากนั้นก็โบกมือให้กันด้วยความประทับใจ’

ดินสอร่วงหล่นลงสู่พื้น

หากที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับอูจีฮยองไม่ใช่ความอึดอัด เป็นแค่เขาที่คิดไปเองว่าเข้ากับฮยองไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ไม่รู้ว่าควรทำท่าแบบไหน หรือระแวงว่าฮยองจะรู้สึกแย่มั้ย ถ้าหากสิ่งเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากความรู้สึกเข้ากันไม่ได้ของเขากับฮยองแล้วล่ะก็

ถ้ามันไม่ใช่จริงๆ มันจะเป็นอะไรล่ะ

หัวใจเผลอเต้นผิดจังหวะขึ้นมา

เขาเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย คนถูกมองเงยหน้าขึ้นมาพอดี

“เฮ้ ชานอ่า ถ้าท่อนฮุคเป็นประมาณนี้จะเป็นยังไงบ้าง”

‘달빛이 가대 춤을 추지
시선을 너만 보고 있지
오직 너의 앞에서 십삼 월의 그 곳에서 춤을 출거야
ราวกับพิงอยู่บนดวงจันทร์
ดวงตาของผมก็เห็นเพียงแค่คุณ
มองไปที่ตรงหน้าของคุณให้ดีๆ
ผมจะเต้นให้คุณดูตรงนั้นในเดือนที่ 13’

อีชานไม่ตอบ ภาพในหัวสมองว่างเปล่า เขาได้ยินเพียงแต่เสียงหัวใจเต้นโครมคราม หัวใจที่เต้นผิดจังหวะแบบนี้มานานแล้ว เพียงแต่ไม่เคยใส่ใจและคิดว่ามันเป็นแค่เพียงการตื่นกลัวยามอยู่ใกล้กับพี่ชาย

...ถ้าหากมันไม่ใช่ความอึดอัดที่เคยมี คำตอบสุดท้ายมันจะคืออะไรกันล่ะ…

สายตาประสานสายตา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปนเปในหัวกันไปหมด

...อย่าบอกนะว่ามันคือความรักอย่างนั้นน่ะ…




เด็กหนุ่มก้มหน้าลงแนบเท้า เข่าทั้งสองข้างติดอยู่กับพื้น นับตั้งแต่วันที่แต่งเพลงด้วยกันก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว แต่เขายังคงครุ่นคิดเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปมา

ถ้าหากบอกว่าเขาชอบอูจีฮยอง แสดงว่าเขาชอบผู้ชาย...อย่างนั้นเหรอ จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งนะ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็มองแต่สาวๆ ตลอดด้วย แล้วจะมาชอบอูจีฮยองได้ยังไงกัน

...ไม่มีทาง…

“โฮชิ อยู่หรือเปล่า” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากหน้าประตู เขาลุกพรวดจนหัวหมุนลงไปนอนหงายอยู่กับพื้น นัยน์ตาเหลือบไปมองต้นเสียง ก็เห็นคนที่เข้ามายุ่งวุ่นวายในความคิดของเขายืนอยู่ที่กรอบประตู

“อ้าว ชาน อยู่คนเดียวเหรอ แล้วทำไมไปนอนกองอยู่ที่พื้นแบบนั้นล่ะ” เขารีบลุกขึ้นมานั่ง

“ไม่มีอะไรครับ เอ เหมือนว่าโฮชิฮยองจะออกไปข้างนอกนะครับ ไม่รู้ว่าไปไหน ฮยองมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก พอดีข้อเท้าหายแล้วน่ะก็เลยจะมาซ้อมเต้น คิดว่าถ้าให้โฮชิสอนน่าจะเต้นได้เร็วกว่า หรือว่าชานว่าง มาสอนหน่อยได้มั้ย ฉันกลัวจะเต้นไม่ได้คัมแบคน่ะ”

“ได้ครับ ผมกำลังจะมาซ้อมไปเลย อ่า….เดี๋ยวนะครับ ขอผมดูตำแหน่งของอูจีฮยองก่อน” มักเน่ตัวน้อยเดินไปดึงกระดานแผ่นใหญ่ที่เต็มไปด้วยลายมือของซูนยองออกมา คนตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้

“ตอนที่ดูพวกนายเต้น ฉันเห็นการแปรแถวยากๆ เหมือนเดิมเลย” เขาหัวเราะ

“ก็เหมือนที่ฮยองคิดตามปกติน่ะครับ ของอูจีฮยอง ก็…” เขาลากนิ้วไปตามลายมือยุ่งๆ ก่อนที่จะชะงักเมื่อได้กลิ่นสบู่อ่อนๆ โชยมาใกล้ 

อูจีฮยองไม่ใส่น้ำหอม เพราะฉะนั้นตัวจะมีกลิ่นสบู่เหมือนเด็กๆ ตลอดเวลา

...อยู่ใกล้ขนาดไหนกันนะ…

“ตำแหน่ง การแปรแถวอะไรพวกนี้เอาไว้ก่อนก็ได้ ฉันว่าโฮชิน่าจะอธิบายได้ง่ายกว่า นายสอนพวกท่าเต้นฉันก็ได้ ฉันคุ้นๆ ว่ามีท่าประมาณนี้หรือเปล่านะ” ปลายประโยคเป็นเสียงพึมพำพร้อมกับกลิ่นที่หายไป พอเขาหันไปมองก็เห็นพี่ชายตัวเล็กยืนอยู่หน้ากระจก และกำลังขยับขาตามที่ตัวเองจำได้

“ไม่ใช่ครับ แบบนี้ครับ” เขาเดินไปอยู่ข้างๆ “ยกมือขึ้นแบบนี้ แล้วก็ก้าวขา หนึ่ง สอง สาม สี่ ถอยหลัง แล้วก็เบี่ยงตัว ห้า หก เจ็ด แปด” อูจีทำตาม

“ไม่ใช่ครับ ยกแขนขึ้นอีกนิดหนึ่ง ขาถอยไปอีก นั่นแหละครับ ลองอีกรอบนะครับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ถอย เบี่ยงตัว ห้า หก เจ็ด แปด….” เสียงสอนของน้องชายคนเล็กยังคงดังไม่หยุด พี่ชายตัวเล็กก็ทำตามอย่างไม่ย่อท้อ

ใช้เวลาสักพักใหญ่ อูจีก็เต้นท่าสำคัญของเพลงได้จนหมด

“เดี๋ยวผมเปิดเพลงนะครับ” ทำนองเพลงที่เร็วกว่าที่คิดทำให้โปรดิวเซอร์ของเซเว่นทีนขยับตัวไม่ทัน มือไม้แทบจะพันกันเป็นระวิง สุดท้ายก็ลงไปนั่งหัวเราะอยู่กับพื้น

“ควอนซูนยองงง”

อีชานหัวเราะตาม ลีดเดอร์ทีมเพอร์ฟอร์มแมนท์ทำให้ท่าเต้นยากขึ้นเสมอ พวกเขาต้องทำลายขีดจำกัดของตัวเองทุกครั้งกว่าจะเต้นได้ทั้งเพลง

“ไหน เต้นให้ดูสักรอบหน่อยสิ” เขาพยักหน้าแล้วไปยืนในตำแหน่ง แล้วก็เต้นทั้งๆ ที่ไม่มีจังหวะเพลง “ฮยองลุกขึ้นมาค่อยๆ เต้นตามไปกับผมมั้ยครับ”

พี่ชายเดินมาอยู่เคียงข้าง

“หนึ่ง สอง สาม….ไม่ใช่ครับ ต้องยกมือขึ้นอีก ถ้าฮยองยกมือไว้ระดับนี้จะหมุนตัวไม่ทันครับ แขนน่าจะไปชนกับคนข้างๆ ครับ ต้องยกสูงให้พ้นระยะครับ ยกอีกครับ” เขาเอื้อมมือไปดึงมือพี่ชายให้สูงขึ้น “แล้วก็หมุนตัว เหวี่ยงตัวลงมาที่พื้น เอาแขนยันไว้…”

อีชานค่อยๆ สอนไปช้าๆ กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ใกล้ชิดพี่ขนาดไหน ก็ตอนที่เขาแนบตัวเองอยู่กับหลังอีกคน

….

เพิ่งรู้สึกตัวเลยว่า ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองอูจีฮยองอีกต่อไปแล้ว นี่เขาโตขึ้นมามากขนาดนี้แล้วเหรอ

“ตวัดตัววิ่งไปทางขวาแล้วก็จบเพลงใช่มั้ย” เขาหลุดจากภวังค์ก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กออกจากอ้อมแขน ดูเหมือนคนโดนกอดไม่รู้ตัวด้วยซ้ำถึงไม่แสดงสีหน้าอะไร นอกจากเต้นตามบทเพลง “โอ้ เหมือนจะเข้าใจแล้วแฮะ ขอบใจมากนะ ดีโน่”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพอเต้นกับทุกคน ฮยองก็จะงงอีก” พี่ชายหัวเราะเสียงใสก่อนจะเดินไปนั่งพิงกระจก เขามองท่าเดินแล้วขมวดคิ้ว “จริงสิครับ เมื่อกี้ฮยองไม่ได้วอร์มใช่มั้ยครับ!”

“อ่า จริงด้วย”

“ขอผมดูข้อเท้าหน่อยครับ ผมลืมไปเลย” มักเน่ถลาเข้าไปทันที มือทั้งสองข้างบรรจงถอดรองเท้าอีกคนออก แม้ว่าจะไม่ได้บวมอะไร แต่ดูจากท่าเดินเมื่อครู่แล้วน่าจะไม่ค่อยปกติเท่าไร

“ไม่เป็นไรหรอก แค่เมื่อยๆ น่ะ ฉันไม่ได้วอร์มก็เลยเป็นแบบนี้ ไม่ได้ปวดอะไร อย่าเพิ่งตกใจ”

“ตกใจสิครับ ยานวดของโฮชิฮยองอยู่ไหนนะ” อีชานกุลีกุจอไปรื้อกล่องยาที่หลังห้องทันที ก่อนจะรีบกลับมาหาพี่ที่นั่งยืดขาอยู่ “ขอผมทายาให้หน่อยนะครับ จะคัมแบคแล้ว จะเป็นอะไรอีกไม่ได้แล้วนะครับ”

“อยากทำอะไรก็ทำ” เขาก้มหน้าก้มตานวดข้อเท้าให้กับอีกคน “อีชานโตขึ้นเยอะเลยน้า เหมือนเพิ่งเห็นเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง”

“ผมจะ 20 แล้วนะครับ ไม่ได้เป็นเด็กน้อยแล้วนะ”

“ก็ยังเป็นเด็กน้อยของพวกเราอยู่ดีน่า โดยเฉพาะจองฮันฮยอง” เขาเงยหน้าขึ้นมอง 

“ฮยองอย่ามาล้อผมนะ” อูจีหัวเราะ ก่อนยื่นมือมาขยี้ผมทุยๆ ของน้อง

“ไม่ได้ล้อซะหน่อย ก็ดีโน่เป็นเด็กน้อยของจองฮันฮยองจริงๆ นี่นา” สัมผัสอุ่นบนหัวทำให้รู้สึกเขินขึ้นมา เขาเลยต่อล้อต่อเถียงไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าก้มตานวดเท้าต่อไป

รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผิดปกติ

เขาเลยเปลี่ยนเรื่อง

“ฮยอง กินกาแฟมั้ยครับ”

“ดีโน่จะไปชงเหรอ”

“ครับผม อเมริกาโน่เย็นนะครับ” พูดจบก็เดินไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มทันที หลังจากล้างไม้ล้างมือแล้วก็เปิดเครื่องชงกาแฟ

พอเห็นกาแฟก็คิดถึงวันที่อูจีลงมาหากาแฟแล้วหลับไปบนตักตัวเองขึ้นมา

มือทั้งสองข้างหยุดชะงัก

...จริงๆ แล้ว วันนั้นที่เราไม่พอใจมินกยูฮยอง เป็นเพราะอะไรนะ…

เขากดปุ่มบนเครื่อง

หัวใจเต้นรัว

...กาแฟอเมริกาโน่ที่ขมจนทำให้ต้องแลบลิ้น...เริ่มหวานและกลมกล่อมตั้งแต่เมื่อไรกันนะ…

เขาตักน้ำแข็งใส่แก้ว

...นมที่เคยทำให้กาแฟอร่อยขึ้น กลายเป็นทำให้กาแฟเลี่ยนไปตอนไหนกันนะ…

‘입술이 말라도 할말은 해야겠어 Baby
แม้ริมฝีปากของผมจะแห้ง แต่ผมก็จะบอกสิ่งที่ผมต้องบอกกับคุณให้ได้ที่รัก’

เขาถือกาแฟสองแก้วกลับมาหาพี่ชาย อีกฝ่ายยิ้มกว้าง “ขอบคุณนะ วันนี้เราช่วยฉันไว้ได้เยอะเลย” เขายิ้มรับแล้วนั่งลงเคียงข้าง

‘아껴 널 아껴 널 현기증 날 정도로
ผมชอบคุณมาก ชอบคุณมาก ผมเวียนหัวไปหมดแล้วนะ’

“โอ้โห อีชานตัวน้อยของพวกเราโตขึ้นจนกินอเมริกาโน่แล้วเหรอเนี่ย” หัวใจคนฟังสั่นสะเทือน

‘아낀다
อา กิน ดา’

...ผมชอบอูจีฮยองครับ…

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 17 Ache ความปวด ค่ะ

ถึงตาของมักเน่ตัวน้อยแล้วค่ะ > v <
เด็กน้อยที่สับสนกับความรู้สึกตัวเองไปหมด ส่วนคนพี่ก็ไม่ได้รู้อะไรเลย 55555

นี่นั่งเขียนไปก็เขินไปอยู่คนเดียว เป็นบ้าไปแล้วค่ะ ฮา

ส่วนเพลง อากินดา เวอร์ชันอะคูลติกนี่ฟังยังไงก็เขินนะคะ ไม่รู้ทำไม เขินอยู่คนเดียว 5555

แอบเมาท์ๆ เซปใกล้คัมแบคเต็มทีแล้วค่ะ
ตื่นเต้นมากเลยยยยย
  
แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #28 icelovely_110 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 19:39
    ชานโตเเล้วน๊าา.
    #28
    1
    • #28-1 kakujo59(จากตอนที่ 17)
      31 ตุลาคม 2560 / 21:05
      โตจนดูแลพี่ชายได้แย้วววววววว
      #28-1
  2. #27 dayory (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 19:38
    อหห. ฮือ ขอกรี๊ดก่อนนะ กรี๊ดดดดดดดด ฟวด่หส่เวก่ดวา ไม่ไหวแล้วววว น้องทำไม ฮือ ทำไมน้องอบอุ่นอ่ะ ตอนนั่งแต่งเพลงในห้องคือชอบมากเลยค่ะ ตอนที่ทายาให้จีฮุนก็ชอบ ตอนชงกาแฟ ตอนสอนท่าเต้น โอ่ยยย เอาแบบง่ายๆคือชอบทุกฉากเลยย นอนอ่านไปยิ้มไป แม่ก็ทักว่าเป็นบ้า555555555555 ชอบสุดๆเลยค่ะ ไม่รู้จะอธิบายยังไงแต่ชอบมากๆเลย ;---; ขอบคุณที่แต่งชานฮุนนะคะ ฟิคคู่นี้น้อย คนชิปก็ไม่ได้เยอะมาก ฮืออออ /ส่งหัวใจ สู้ๆนะคะ ปล.อยากบอกชอบล้านๆรอบเลยค่ะทำไงดี แง้งงง
    #27
    1
    • #27-1 kakujo59(จากตอนที่ 17)
      31 ตุลาคม 2560 / 21:05
      โฮฮฮฮฮ ขอบคุณมากเลยค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ดีใจจจจจมากเลยยย
      #27-1
  3. #26 wa_rin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 19:19
    โว้ยยยยยย เขิลลลลลลล
    #26
    1
    • #26-1 kakujo59(จากตอนที่ 17)
      31 ตุลาคม 2560 / 21:04
      เขินด้วยเลยค่าา
      #26-1