END [SVT] All x Woozi [ Leaves Are Falling ] #octoberwithwoozi

ตอนที่ 11 : [ Make Heavy Weather ] Minghao x Woozi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    18 ต.ค. 60

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 11
[ Make Heavy Weather ]

Minghao x Woozi
#haohoon #ลัทธิออลจีฮุน

#OctoberwithWoozi

-------------------------------------------------------------------------------------------------

เขารู้ดีว่างานหนักไม่เคยทำให้ใครตาย...อย่างน้อยก็ไม่เคยได้ยินข่าวในช่วงนี้ เพราะฉะนั้นต่อให้ฝืนทำงานต่อไปเขาก็ไม่เป็นอะไรหรอก อย่างมากก็แค่ง่วงนิดหน่อย ซดกาแฟสักอึกสองอึกก็ตื่นได้อีกหลายชั่วโมง

เป็นเพราะต้องคอยโปรดิวซ์เพลงของวง หน้าที่มากมายถึงตกมาอยู่ที่เขา นี่ยังไม่รวมงานที่เขาอาสาและพร้อมใจทำให้กับเพื่อนร่วมวงการ เพราะฉะนั้นปริมาณงานจึงสุมกองสูงเกือบเท่าหัวตลอด

แต่อีจีฮุนไม่เคยทำงานช้ากว่าเดทไลน์ เขากำหนดเวลาของตัวเองไว้เสมอว่างานไหนจะต้องเสร็จเมื่อไร ซึ่งงานก็เสร็จทันเวลาเสมอ

ส่วนเรื่องได้นอนมั้ย นั่นก็อีกเรื่อง

เพราะฉะนั้นจึงเป็นภาพที่คุ้นตา ในเช้าวันใหม่ที่พระอาทิตย์ส่องหน้าผาก เมมเบอร์ที่มาที่บริษัทแต่เช้าหรือไม่ได้กลับหอจะมาเจอนักแต่งเพลงตัวเล็กนั่งขดตัวจ้องคอมพิวเตอร์ตาค้างอยู่ในสตูดิโอ




คนตัวสูงยืนถอนหายใจอยู่หน้าประตู

ช่วงนี้อีจีฮุนทำงานหนักมาก จนคุปส์ฮยองลงความเห็นว่ามันมากเกินไปแล้ว จะปล่อยให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้ไม่ได้แล้ว ดังนั้นในคืนฝนพรำที่พวกเขาไม่เห็นฮยองตัวเล็กกลับหอเป็นวันที่ 3 หัวหน้าวงก็เรียกรวมตัว

หนึ่งในหน้าที่หลักของทุกคนในเดือนนี้คือการเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปดูว่าพี่ชายบ้างานเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนต้องคอยรายงานลงในกรุ้ปแชทพิเศษว่า วันนี้ เวลานี้ อีจีฮุน อยู่ไหน เพราะถ้าทำงานมากเกินไป จะต้องมีใครจัดการลากอีกฝ่ายออกมา

จริงๆ เขาก็คิดนะว่า มันมีวิธีการที่ง่ายกว่านั้น แต่ทุกคนก็เลือกที่จะไม่ทำ

เพราะเคารพการตัดสินใจของอูจีมากเกินกว่าจะห้ามได้

และวันนี้หวยก็ออกมาที่ ซอ มยองโฮ

รายงานจากบูซึงกวานเมื่อห้าชั่วโมงที่แล้วบอกว่ายังเห็นอูจีฮยองอยู่ในห้องสตูดิโอ ดูเหมือนว่าจะเป็นชุดเดิมกับเมื่อสามวันก่อน แสดงว่าไม่ได้ออกจากห้องมาเท่าจำนวนวันนั้น

คุปส์ฮยองต่อสายมาถึงเขาที่ใช้ห้องซ้อมอยู่เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว

…ฝากนายลากอูจีออกมาที…




“อูจีฮยองครับ” หมิงห่าวส่งเสียงเรียกไป คนถูกเรียกส่งเสียงงึมงำในลำคอ ตาเล็กๆ ยังคงจ้องหน้าจอคอมแม้ใบหน้านั้นจะดูอ่อนล้าจนสังเกตได้ “คุปส์ฮยองให้ผมพาฮยองกลับหอน่ะครับ”

อีกฝ่ายยังส่งเสียงในคอ ดูทรงแล้วคงไม่ได้ใส่ใจว่าเขาพูดอะไรเลย

...ถ้าเข้าชาร์จจนฮยองน็อตหลุดเขาจะโดนฟาดหรือเปล่า…

ไม่ เขาไม่ได้กลัวหมัดของคนตัวเล็ก แต่ที่เขากลัวคือปฏิกิริยาตอบโต้ของตัวเองมากกว่า ถ้ามีอะไรฟาดมาที่ตัว มีหวังเขาฟาดกลับไปแน่นอน แล้วคนที่โงนเงนเพราะไม่ได้นอนมาสามวันต้องหงายหลังตึง

แต่นั่นก็ทำให้เขาแบกคนตัวเล็กขึ้นบ่ากลับหอได้นี่นา

“อูจีฮยองครับ สนใจผมหน่อยสิครับ” ยังคงเป็นเสียงฟังไม่รู้เรื่องตอบกลับมา มยอนโฮถอนหายใจยาว เขาลากเก้าอี้มานั่งแล้วไถตัวไปประกบ

...ยังไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่นิดเดียว นี่ทำงานจนสติหลุดไปแล้วแน่นอน

เขาเขย่าตัวอีกฝ่าย คนถูกกระทำสะดุ้งโหยง ใบหน้าใสๆ หันมามองด้วยความตื่นตระหนก

“อ่า...มยอนโฮเองเหรอ”

“ผมมาตั้งนานแล้วครับฮยอง เรียกตั้งหลายรอบแล้ว”

“อ้าว เหรอ ตกใจหมดเลย” คนชอบฝืนยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองหลายๆ ที เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเหลือบตาไปมองแก้วกาแฟกระดาษที่เกลื่อนอยู่บนโต๊ะ นี่ยังไม่รวมซองกาแฟสำเร็จรูปกับกล่องข้าวอีก

อยากจะฟาดสักที แต่ก็สงสาร

“กลับหอด้วยกันมั้ยครับ ผมกำลังจะกลับ”

“อ่า นายกลับไปก่อนเลย ขออีกนิดหนึ่งนะ อีกท่อนหนึ่งเพลงก็เสร็จแล้ว”

“ฮยองแต่งเพลงตอนล้าๆ แบบนี้ มันจะไม่ได้ทำให้คุณภาพของเพลงแย่ลงใช่มั้ยครับ”

“ไม่หรอก ถึงจะดูเนือยๆ แต่สมองของฉันยังวิ่งฉิวนะ ดูสิ เพลงยังไหลลื่นเลยนะ…” นิ้วเรียวกดปุ่มเล่นเพลง แต่ไม่มีเสียงอะไรออกมา เขาขมวดคิ้วจนแทบเป็นปมพร้อมกับรัวปุ่มด้วยความหงุดหงิด “ทำไมล่ะ…”

ชายจากแผ่นดินใหญ่ตัดสินใจแล้วว่าต่อให้ต้องใช้กำลังก็จะแบกคนดื้อกลับหอให้ได้

“ฮยองครับ” มือใหญ่วางลงบนมือเล็ก ก่อนจะย้ายมันไปที่ปุ่มเล่นเพลง “ฮยองกดอยู่บนฝาขวดน้ำแล้วเพลงมันจะเล่นได้ยังไงล่ะครับ”

“เหรอ….”

“กลับหอกับผม เดี๋ยวนี้”

“อีกนิดหนึ่งน่า…” เขาดึงคนเป็นพี่เข้ามาใกล้ มือทั้งสองข้างบีบไหล่เล็กๆ แน่น

“กลับด้วยกันนะครับ ฮยองไม่ไหวแล้วนะ”

“ฉันยังไหว” หมิงห่าวปล่อยลมหายใจยาว อยากจะหยิกแก้มขาวๆ สักสองทีแล้วฟาดท้ายทอยให้สลบเหมือดไปเลย แต่ก็ทำไม่ได้

“อูจีฮยองไม่เหนื่อยเหรอครับ” ใบหน้าคนฟังเปลี่ยนสีทันที เขารู้สึกเหมือนกับเห็นเส้นความล้าขึ้นเป็นริ้วๆ บนใบหน้าน่ารักๆ นั้น

“ห้ามพูดคำนี้นะ”

ใช่...คำว่าเหนื่อยเป็นข้อห้ามสำหรับคนทำงานหนักแบบอีจีฮุนและควอนซูนยอง พวกเขาเคยตกลงกันไว้เมื่อนานมาแล้วว่า ต่อให้เหนื่อยมากแค่ไหน แต่ถ้าเลือกได้ก็ห้ามพูดคำว่าเหนื่อยต่อหน้าเมมเบอร์เด็ดขาด เพราะคำนี้เหมือนเป็นโรคติดต่อ ที่ถ้าใครคนหนึ่งเอ่ยมันขึ้นมา อีกคนจะรู้สึกตามทันที

“เหนื่อย ฮยองเหนื่อยแล้วนะครับ พักได้แล้ว”

“ไม่เหนื่อยซะหน่อย” เขายิ้มกว้าง

“เหนื่อยครับ”

“ไม่เหนื่อย…” เสียงทุ้มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งตาเล็กๆ ยังหรี่ลงจนเหลือนิดเดียว มยองโฮดึงพี่เข้ามาประคองไว้พร้อมกับกดหัวให้ซบลงกับไหล่อุ่นๆ

“เหนื่อยมั้ยครับ”

ไม่มีเสียงตอบแล้ว อีจีฮุนถูกถอดแบตเตอรีไปเรียบร้อย

เขาถอนหายใจยาว

ให้หลับแบบนี้สักพัก ถ้ายังไม่ตื่นเดี๋ยวแบกขึ้นรถเมเนฮยองให้พาไปส่งที่หอก็แล้วกัน




มีเสียงเคาะก่อนที่ประตูจะเปิดโดยไม่ได้รับคำอนุญาต เขาหันหน้าไปมอง

“......” คนเข้ามาใหม่เงียบกริบ 

ผ่านมาได้เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วที่เขาอยู่ท่านี้ ฮยองตัวเล็กที่เหมือนแมวนอนซุกหน้าอยู่กับไหล่เขาพร้อมกับพิงตัวทั้งตัวมาบนอก ส่วนเขาก็ได้แต่นั่งเล่นมือถือกอดพี่ไว้หลวมๆ

จริงๆ ก็เมื่อย แต่ก็ไม่กล้าปลุกคนนอนหลับสบาย พี่ก็ไม่ได้ตัวหนักมากเท่าไร เขายังทนไหวอยู่

“มยอนโฮ….” คนตัวสูงชะลูดเรียกเสียงต่ำ เขากระพริบตาปริบๆ

“นายมาทำอะไรน่ะ”

“คุปส์ฮยองบอกว่านายกลับหอช้าผิดปกติไปแล้วก็เลยเป็นห่วง ฉันอาสามาดูให้ แล้วนายทำอะไรอยู่เนี่ย”

“อูจีฮยองหลับปุ๋ยเลย ฉันไม่กล้าปลุกน่ะ” ดูจากสีหน้าเพื่อนตัวสูงแล้วคงอยากจะพูดอะไรหลายๆ อย่าง ทว่าก็ทำได้แต่ถอนหายใจยาว ยืนหูตกเป็นลูกหมา “นายเข้ามาในตึกแล้วเจอเมเนฮยองมั้ยอ่ะ หรือเห็นรถจอดอยู่หน้าตึกรึเปล่า”

“เห็นรถอยู่น่ะ ฮยองน่าจะอยู่ข้างบน”

“ช่วยไปเรียกให้หน่อยได้มั้ย จะได้พาอูจีฮยองกลับไปนอนที่หอ นอนแบบนี้เมื่อยแย่แล้ว” ลูกหมาตัวใหญ่พยักหน้าหงอยๆ แล้วเดินออกไป เขากลั้นยิ้ม

...เจ้าเพื่อนบ้านี่อ่านออกง่ายจนอยากจะขำ

มีเสียงขยับตัวพร้อมเสียงพึมพำมาจากด้านล่าง ดูเหมือนว่าคนดื้อจะรู้สึกตัวขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว 

“ฮยองครับ” อีกฝ่ายตอบกลับมาเสียงงัวเงีย “เดี๋ยวผมพากลับหอนะครับ ฮยองจะตื่นหรือยัง มินกยูขึ้นไปเรียกเมเนฮยองให้แล้ว” แม้จะยังซุกหน้าอยู่ที่ไหล่ แต่หัวเล็กๆ ก็ขยับดุ้กดิ้ก

“แล้วจะลงจากตักผมได้หรือยังครับเนี่ย”

“อือ…ขออีกห้านาที….”

“ผมเมื่อยน่า”

“อีกห้านาที…”

ยังไม่ทันจะได้อ้าปากต่อความอะไร ประตูก็เปิดอีกรอบ แขกผู้มายืนมีเสียงหอบนิดๆ เหมือนวิ่งขึ้นลงบันไดมา เขากระพริบตาปริบๆ

มินกยูเดินเข้ามาใกล้แล้วเอาโค้ทตัวใหญ่คลุมคนตัวเล็กจนแทบมิด

“เดี๋ยวฮยองหนาว ข้างนอกอากาศเย็น เมเนฮยองกำลังจะไปสตาร์ทรถ เพราะฉะนั้นปลุกอูจีฮยองได้แล้ว”

….

“อีกห้านาที…”

ดิเอทผู้หลุดหัวเราะออกมาแบบไม่คิดจะกลั้นอีกต่อไป

-------------------------------------------------------------------------------------------------

= TALK =

สวัสดีค่า คุโจค่ะ!
หัวข้อวันที่ 11 Don’t Say it! ค่ะ 

เราจำได้ว่าตอนดูเซเว่นทีนโปรเจคมีตอนที่โฮชิบอกเพื่อนๆ ไม่ให้พูดคำว่าเหนื่อย
ก็เลยได้ฟิคอันนี้มา 55555

กลายเป็นน้องแปดที่ดุดันแต่อ่อนโยนไปซะแล้ว
จะมีตอนไหนมั้ยน้า ที่อูจีจะไม่ทำงาน 55555

แวะมาคุยมาทักทายกันได้นะคะ

#kakujofic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #76 sevnwann (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 21:55
    น่ารักที่สุด ;-;
    #76
    0
  2. วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 23:25
    น่าร้ากกกกกกกก ชอบตอนดีโน่กับตอนนี้มากเลยๆมันแลดูอบอุ่นมากๆเลย
    #75
    0
  3. #15 icelovely_110 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 11:26
    ฮ่าวน่ารักอ่ะ เมื่อไหร่จะถึงตอนมิงอ่ะ รออ่านนะคะไรท์ สู้ๆ
    #15
    1
    • #15-1 kakujo59(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2560 / 16:24
      เดี๋ยวก็ถึงแย้วน้า อีกแปบเดียว~
      #15-1
  4. #14 wa_rin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 20:45
    แงงงงงงง ฮ่าวโคตรแมนนนน ขำยัยมิงงง 55555
    #14
    1
    • #14-1 kakujo59(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2560 / 16:24
      มีความแมน ซานัมจาจากแผ่นดินใหญ่ 55555
      เรื่องแกล้งยัยมิงคือความถนัดของเราเองค่ะ!
      #14-1