จอมโจร จอมใจ (ภาค 2 อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา)

ตอนที่ 3 : ไปท่องเที่ยวกันเถอะ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    26 มิ.ย. 52




              ควันจากถ้วยชาพริ้วเป็นม่านบางๆ บดบังใบหน้างามของซีซีเล็กน้อย หลังจากที่ซันนี่พานางมาที่ห้องรับรองแขก ซีซีก็ยังไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีกเลย นางยังคงนั่งละเลียดจิบน้ำชาอย่างสบายอกสบายใจ จนตัวซันนี่เองนั่นแหละที่ทนไม่ไหว

       "ซีซี เจ้ารู้ได้ยังไงว่าพี่อยู่ที่นี่ แล้วมีใครรู้อีกหรือเปล่า?"

       ที่ออกปากถามออกมาไม่ใช่อะไร เมื่อนึกถึงพ่อคุณสุดหล่อแสนจะขี้โมโหของเธอ นี่ถ้าซีซีรู้ ไท้สือก็ต้องรู้ด้วยน่ะสิ! ตายล่ะ อย่างนี้จะเผ่นทันไหมเนี่ย? 

       "ข้าเห็นท่านพี่ทำสีหน้าแปลกอยู่หลายวันแล้ว ข้าก็เลยแอบสะกดรอยท่านพี่มาน่ะค่ะ แต่ข้าว่าป้าอ๋องเองก็คงรู้ในไม่ช้า เพราะท่านพี่เองก็ไม่ได้มีที่หลบหนี้มากมายอะไรไม่ใช่หรือคะ"

       ฉึก!....ลักษณะเหมือนโดนหัวลูกศรเสียบ (ทำไมเรื่องง่ายๆ แบบนี้ถึงได้คิดไม่ออกนะ?)

        เมื่อนึกไปแล้วมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่ซีซีกล่าว นอกจากบิดามารดาบุญธรรมแล้ว เธอก็มีแค่พี่ใหญ่ที่สนิทใจพอจะมาอยู่ด้วยนี่นา กรรม....อย่างนี้อีกไม่นานไท้สือก็คงตามมาแล้วสินะเนี่ย เฮ้อออ....แล้วจะหนีไปไหนดีล่ะ ตอนนี้อาการแพ้ก็ยังไม่หายซะด้วย แต่แหม....กระซิกๆ ที่รักจ๊าซันนี่ก็คิดถึงตัวเองนะ...แงๆ (บ้า)

       "เอาล่ะๆ พวกเจ้าก็อย่าเพิ่งร้อนใจกันไป เอาอย่างนี้ไหม พวกเราสามคนพี่น้อง ออกเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ กันไหม พวกเจ้าจะได้สบายใจด้วยกันทั้งหมดอย่างไรเล่า ว่าจะไม่มีผู้ใดติดตามมาได้อย่างแน่นอน หรือว่าถ้าตามมาทัน น้องรองก็อาจไม่จำเป็นต้องหลบหน้าสามีที่รักของนางอีกแล้วก็เป็นได้ แล้วเจ้าน้องสาม เจ้าก็อาจหาคำตอบให้กับตัวเจ้าเองได้แล้วก็เป็นได้"

      สมแล้วที่เป็นหัวหน้ากองโจรอันดับ 1 ในแผ่นดิน การมองสถานการณ์ของหลินอิงช่างเด็ดขาดและฉับไว ตั้งแต่นางได้รับทราบข่าวของน้องสาวร่วมสาบานคนเล็ก นางก็พอจะรู้ว่าที่ซีซีดั้นด้นมาถึงที่นี่นั้น เหตุผลคงมาจากชายผู้ที่ซึ่งกุมอำนาจทางการทหารของแคว้นจ้าวเอาไว้ เสนาธการทหารเฟยจิ้ง 

      "แต่พี่ใหญ่ ท่านจะทิ้งค่ายไปได้อย่างนั้นหรือ แล้วถ้าตอนที่ท่านไม่อยู่นานๆ เข้าจะเกิดเรื่องขึ้นหรือเปล่า พวกเราไม่อยากทำให้ท่านมีปัญหาน่ะค่ะ"

      หลินอิงยิ้มกว้างเมื่อซันนี่กล่าวจบก่อนจะเตือนความจำให้กับน้องร่วมสาบานของนางด้วยรอยยิ้ม

      "เจ้าลืมอะไรไปหรือเปล่า ข้าเป็นถึงพี่สาวบุญธรรมของฮองเฮาที่มีอำนาจที่สุดในเก้าแคว้นนะ อ้อ! ไม่ใช่สิต้องบอกว่าเจ็ดแล้ว เพราะตอนนี้แคว้นวุ่ย กับแคว้นถงเจี้ยน ถูกแคว้นซีเป่ย และแคว้นจ้าวกลืนกินไปแล้วนี่นา ใครกันจะกล้าต่อกรกับข้าได้"

      หลินอิงไม่ได้กล่าวอีกเรื่องให้ทั้งสองสาวฟังว่า ตั้งแต่นางกลับมาจากงานแต่งงานของชางไห่กับผิงเอ๋อ ป้าอ๋องแห่งซีเป่ยเองก็ดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ชายคนนั้นไม่เคยส่งทหารออกมาปราบปรามนางอีกเลย แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าชายผู้นั้นยอมละเว้นนางเพราะไม่อยากต่อกรกับแคว้นจ้าวด้วยกระมัง  เอาล่ะ อย่างน้อยการเดินทางครั้งนี้นางก็อาจได้เหตุผลเรื่องนี้ติดมือกลับมาด้วยก็เป็นได้

     ซันนี่หน้าแดงก่ำเมื่อหลินอิงกล่าวจบ แต่หลังจากนี้เล่าพวกนางจะเดินทางท่องเที่ยวกัน เมื่อนึกแล้วก็ชักสนุกขึ้นมา หญิงสาวปรายตาไปยังซีซีน้องเล็กคนสุดท้องก็พบกับประกายตาตื่นเต้นเช่นเดียวกัน งานนี้เห็นทีคงน่าสนุกแน่แค่คิดอาการคลื่นไส้ก็แทบจะหายเป็นปลิดทิ้งเสียแล้ว

      คราวนี้นับว่าเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ประกอบด้วย ฮองเฮาหมายเลข 1 ในแผ่นดินซันนี่ จอมโจรชื่อก้องอย่างหลินอิง และว่าที่ฮูหยินเสนาธิการทหารแคว้นใหญ่ อย่างซีซี คราวนี้แคว้นที่พวกนางต้องผ่านทางอาจต้องรับมือกับสามผู้ยิ่งใหญ่จนปวดหัวก็เป็นได้

      กองทหารที่ตั้งเรียงรายอยู่หน้าพระราชวังหลวง แสดงให้เห็นถึงอำนาจของผู้ที่จะก้าวเท้าออกมาจากประตูพระราชวัง ชายหนุ่มสูงสง่าบนหลังอาชาสีดำสนิทสีหน้าที่ทำให้ผู้คนต้องครั่นคร้ามเมื่อข้างกายของเขาปราศจากฮองเฮาผู้เมตตา (แต่บ้า) ทำให้ทุกคนเกรงกลัวที่จะทำให้พระอารมณ์ที่ไม่สู้ดีอยู่แล้วของป้าอ๋อง นามไท้สือ ต้องแย่ลงไปอีก 

       ที่ข้างกายของเขาเสนาธิการทหารคนสนิทที่เพิ่งได้รับข่าวที่แย่ไม่แพ้กันก็คือ ว่าที่ฮูหยินของเขาหนีออกจากบ้านไปเสียแล้ว นั่นยิ่งทำให้ภาพของสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นถึงกับดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เหล่าทหารที่เคยพึ่งพาอารมณ์ที่แสนจะสุนทรีย์ของเสนาธิการใหญ่ในการบรรเทาพระอารมณ์ของป้าอ๋องต้องเศร้าสลดไปตามๆ กัน เพราะตอนนี้อย่าว่าแต่บรรเทาเลย แม้แต่การเข้าหาท่านเสนาธิการทหารก็เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงชีวิตมากพอดูอยู่แล้ว

       "ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ มหาเสนบดีเฟยหรงจะทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทน พวกเจ้าทุกคนจะต้องช่วยกันดูแลแคว้นจ้าวอย่าให้เกิดเรื่อง เข้าใจหรือไม่!"

   เสียงตอบรับของเหล่าขุนนางและแม่ทัพทั้งหลายดังก้อง หลังจากที่ไท้สือรู้แน่ชัดแล้วว่าซันนี่เดินทางเข้าไปยังแคว้นซีเป่ยเป็นที่แน่นอนแล้ว ชายหนุ่มจึงให้นกส่งสารไปยังป้าอ๋องเหลียนเฟย ผู้ที่ซึ่งนับได้ว่าเป็นพันธมิตรอันดีแห่งแคว้นจ้าว เพื่อที่จะนำกำลังทหารเข้าไปในเขตแดนของแคว้นซีเป่ยได้อย่างเปิดเผย ไท้สือให้คนไปปล่อยข่าวกระจายไปทั่วว่าเขา...ในฐานะป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าวจะเดินทางไปเชื่อมสัมพันธไมตรีต่างแคว้นกับซีเป่ย แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้นมีเพียงไม่กี่คนที่รู้....เพราะเหตุผลของการเคลื่อนพลครั้งนี้ก็คือ...การเดินทางไปตามฮองเฮาคู่บัลลังก์ของเขากลับมานั่นเอง
     
       "พวกเจ้าจะต้องดูแลองค์ชายให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องที่ข้าต้องกังวล พวกเจ้าเข้าใจดีใช่หรือไม่?"

      สีหน้าเหี้ยมเกรียมดุดันที่ไม่เคยเห็นมานานปรากฏขึ้น เมื่อชายหนุ่มกล่าวถึงบุตรชายอันเป็นที่รักไท้อิน และคราวนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถพาบุตรชายไปด้วยได้ การดูและองค์ชายรัชทายาทอันสำคัญยิ่งจึงกลายเป็นภาระหน้าที่ของเหล่าขุนนางที่อยู่ที่แคว้นจะต้องคอยดูแล

       แต่พอกล่าวถึงองค์ชายที่แสนจะน่ารักในสายตาของบิดาอย่างไท้สือและมารดาอย่างซันนี่ เหล่าบรรดาขุนนางและแม่ทัพทั้งหลายต่างทำสีหน้าปั้นยาก เพราะเมื่อนึกถึงวีรกรรมขององค์ชายแสนซนนั้นแล้วก็ทำให้พวกเขารู้ว่าต่อไปพวกเขาอาจต้องย้ายที่ประชุมสภาขุนนางไปยังบ้านของท่านมหาเสนาบดีแทน เพราะหลังจากคราวที่แล้วที่องค์ชายน้อยสั่งให้ทหารจับงูและคางคกหลายร้อยตัวมาปล่อยที่ห้องประชุมเพื่อดูว่ามันจะสู้กันได้จริงหรือไม่นั้นก็ทำให้เหล่าขุนนางทั้งหลายต้องบาดเจ็บไปตามๆ กัน หรือจะเป็นตอนที่พระองค์สงสัยว่าหากคนเราเอาน้ำผึ้งมาทาตัวแล้วจะมีผีเสื้อมาดูดน้ำหวานจริงหรือไม่ เรื่องนั้นก็ทำให้เจ้ากรมพิธีการและท่านเจ้ากรมอาญาต้องมีน้ำผึ้งอยู่บนตัวและทำให้ต้องตัดผมจนสั้นกุดเพราะไม่สามารถเอาน้ำผึ้งที่ติดอยู่ออกได้หมด อีกทั้งวีรกรรมต่างๆ อีกมากมายที่เป็นที่เลื่องลือ แต่ทุกครั้งเมื่อไท้สือได้เห็นดวงตากลมโตไร้เดียงสาของบุตรชายโทษที่คิดไว้ทั้งหมดก็กลายเป็นเสียงหัวเราะและจุมพิตแก้มป่องๆ ขององค์ชายน้อยแทน
      
       "พะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมจะดูแลองค์ชายน้อยอย่างดี"

      จะพูดให้ถูกก็คือจะดูแลไม่ให้องค์ชายน้อยแกล้งพวกกระหม่อมอย่างดีต่างหาก ทุกคนคิด

        "ออกเดินทางได้!"

       เสียงก้องกัมปนาทของกองทัพอันยิ่งใหญ่แห่งแคว้นจ้าวดังขึ้น เมื่อกองทัพของหน่วยล่าสังหารที่ถูกเรียกตัวกลับจากที่ต่างๆ ล้วนมาพร้อมกันเพื่อเดินทางไปเยี่ยมเยือนแคว้นซีเป่ยอย่างเป็นทางการโดยมีไท้สือและเสนาธิการทหารกับคนสนิทอีกสองสามคนร่วมเดินทางไปด้วย และนั่นหมายความว่าชางไห่และหลิวปังก็ติดตามไปด้วยเช่นกัน

        หลินอิงมองร่างบางของสองสาวที่กระโดดลงจากหลังม้าเพื่อวิ่งไปหาน้ำตกที่ส่งเสียงยั่วใจทั้งสองสาวยิ่งนัก

      "กรี๊ดดดด! พี่ใหญ่ท่านดูสิน้ำตกที่นี่น่าเล่นชะมัด"

      ซันนี่วิ่งนำไปก่อนใคร เมื่อไปถึงทั้งเธอและซีซีก็อดไม่ได้ที่จะหย่อนเท้าลงไปแช่น้ำเย็นๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความสบาย

      "แซ็กๆๆ"

       เสียงพุ่มไม้ไหวอยู่ข้างตัวทำให้หลินอิงเกรงตัว ก่อนจะหยิบอาวุธลับขึ้นมาแล้วเขวี้ยงออกไปอย่างว่องไว

        "อ๊ากกกก....."

      เสียงร้องดังออกมาจากพุ่มไม้เรียกให้สองสาวที่กำลังแช่ขาอยู่อย่างมีความสุขต้องลุกขึ้นมา

      "ใครน่ะ?"
     
      ซันนี่ชักดาบออกมาพร้อมกับเตรียมตัว แต่พอเห็นร่างที่เซออกมาจากพุ่มไม้หญิงสาวก็ต้องตกใจ 

       "เค่อหลาง!!!"

      เสียงตะโกนของสองสาวดังก้องไปทั่วป่าทำให้นกที่เกาะอยู่บนต้นไม้พากันตกใจก่อนจะบินหนีไป
         
         สีหน้าขึงเครียดติดจะโกรธเคืองของหลินอิงและซันนี่ทำให้ซีซีนึกสงสารพ่อยักษ์ตัวใหญ่ที่กำลังทำแผลที่แขนของตัวเองอย่างทุลักทุเลไม่ได้

       "เจ้าตามพวกข้ามาทำไมกัน!?"

       พระเจ้าจอร์จ ใครก็ได้บอกทีว่ามันไม่จริง (แต่มันเป็นเรื่องจริงอ่ะ) นี่เธออุตส่าห์หนีมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว แถมตอนที่ออกมาเธอก็ซัดหมอนี้จะสลบแล้วใครไปปลุกมันขึ้นมาล่ะเนี่ย?

       "ข้าน้อยจะติดตามเพื่อป้องกันอันตรายให้กับพวกท่านทั้งสามอย่างไรเล่าขอรับ"

       ขณะที่พูดดวงตาของเค่อหลางส่งประกายระยิบระยับให้กับซันนี่จนเธอขนลุกไปหมด....ปรืออออ

       (นี่ถ้าหล่อได้ครึ่งของไท้สือจะไม่ขนลุกเลยนะเนี่ย!)

        "แค่ตัวเจ้าเองยังดูแลไม่ได้เลยแล้วเจ้าจะมาช่วยพวกข้าได้อย่างไรกัน"

       หลินอิงตวาดแหวออกมา เมื่อมองชายที่นางเคยคิดว่าเคารพกฏที่สุดในค่าย

      "โถ่!ท่านหัวหน้า พวกท่านมีแต่หญิงงามเช่นนี้เดินทางข้ามแดนมักมีโจรผู้ร้ายชุกชุม ให้ข้าได้ช่วยให้พวกท่านเดินทางอย่างสนุกสนานเถอะนะขอรับ"

      (จะว่าไปแล้วพวกเราก็เป็นโจรไม่ใช่เหรอ?/ง่ะ)

        หลังจากที่ไล่เท่าไหร่เคอหลางก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ ดังนั้นเขาจึงได้เดินทางไปด้วยท่ามกลางความไม่พอใจของหลินอิงและซันนี่เป็นที่สุด 

       หวังว่าหมอนี่คงไม่ก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีกนะ!

       "คุณหนูขอรับ ให้ข้าแกะปลาย่างตัวนี้ให้นะขอรับ"

        หลังจากที่เดินทางมาถึงอำเภอจือสือพวกเขาทั้งสี่คนก็พักแรมกันกลางป่า โดยมีเค่อหลางที่แสนจะเต็มใจทำหน้าที่หาเสบียงมาให้

      "เอ่อ....ข้าว่าไม่ต้องหรอกนะ ข้าทำเองได้"

      อย่าเอาหน้าเหลี่ยมๆ เข้ามาใกล้สิเฟ้ยเดี๋ยวอวกใส่เลย ชิ.....

       "คุณหนูไม่ต้องเกรงใจข้าหรอกขอรับ เดี๋ยวท่านจะโดนก้างปลาตำนิ้วเอา"

      ก้างปลาตำนิ้วเนี่ยนะ!...ช่างคิดไปได้ เฮ้ออออ.....

       หลินอิงกับซีซีมองดูความกระตือรือร้นของเค่อหลางแล้วหลินอิงก็อดที่จะสงสารปนสมเพชไม่ได้ นี่ถ้าชายผู้นั้นเจอกับภาพเช่นนี้เข้า หลินอิงปรายตาไปมองก่อนจะส่ายหน้า 

       นางคงต้องเตรียมหารองหัวหน้าไว้แต่เนิ่นๆ จะดีกว่า

       หลังจากที่พักค้างคืนในวัดร้าง เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสี่คนก็มุ่งหน้าเข้าไปในเมืองเพื่อที่จะผ่านทาง ประตูเมืองยิ่งใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า นับว่าแสดงให้เห็นถึงความใหญ่โตของเมืองและการค้าขายที่รุ่งเรืองของผู้คนที่อาศัยอยู่ 

       ทหารซีเป่ยมองจ้องมายังม้าทั้งสี่ตัวเมื่อสังเกตุเห็นลักษณะการแต่งตัวที่ถึงแม้ว่าหญิงสาวทั้งสามนางจะสวมหมวกเอาไว้ แต่สง่าราศีของพวกนางก็ไม่ได้ถูกบดบังไปด้วย ซึ่งขัดกับชายที่ติดตามมาด้วยอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทุกคนต่างคิดเช่นเดียวกันว่าชายผู้นี้อาจจับตัวพวกนางมาก็เป็นได้ (แล้วจะเอามาเพื่ออะไรกันเนี่ย?)

        "หยุดก่อน! พวกเจ้าจะไปที่ใดกัน?"

       ทหารที่เฝ้าประตูเอ่ยปากถามทันทีที่ทั้งสี่คนลงจากม้าและเดินไปถึงหน้าประตูเมือง

       "พวกข้าต้องการท่องเที่ยวไปแคว้นต่างๆ พอดีว่าวันนี้ได้โอกาสผ่านมาที่เมืองนี้จึงคิดจะหยุดพักก่อนที่จะเดินทางไปที่อื่น"

      ทหารที่ออกปากถามทำท่าจะไม่เชื่อถือ แต่พอมองไปยังหญิงสาวทั้งสามที่ยังนิ่งเฉยไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือออกมา เขาจึงได้แต่ปล่อยให้ทั้งหมดเดินผ่านไปแต่โดยดี หากแต่ทั้งสี่คนหารู้ไม่ว่า การกระทำทุกอย่างของเขาตกอยู่ในสายตาของชายกลุ่มหนึ่งซึ่งพวกเขาเองก็ไม่คิดว่าจะพบกันที่นี่

        "ตามไป!"

        ภายในตลาดกลางเมืองจือสือ

       "โอ้โห! เมืองนี้ใหญ่โตไม่ใช่เล่นเลยเลนนะคะพี่ใหญ่พี่รอง"

       ซีซีมองทุกอย่างที่ผ่านไปด้วยความตื่นตา ถึงแม้ว่านางจะเคยเดินทางผ่านแคว้นต่างๆ เพื่อไปฝึกวิชา แต่หากนั่นก็ไม่ใช่การเดินทางเพื่อมาพักผ่อนอย่างเช่นตอนนี้

       "เมืองนี้น่ะเป็นเมืองหน้าด่านชายแดน ไม่ว่าพ่อค้าจากแคว้นใดๆ ก็ตามมักจะมาพักที่เมืองนี้และล่องตามแม่น้ำและภูเขาไปเรื่อยๆ เพื่อไปที่แคว้นจ้าวต่อไป"

        
          หลินอิงเป็นผู้ตอบ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความเคยชิน ก่อนจะรู้สึกถึงแรงกระแทกเข้าที่สีข้างก่อนจะรู้สึกว่านางโดนลูบคมเสียแล้ว

       ชายที่กระแทกร่างของหลินอิงเดินจากไปอย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นการกระทำที่น่าขันที่สุด เพราะถ้าหากชายคนนั้นรู้ว่าเขาเพิ่งจะลวงกระเป๋าจอมโจรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเข้า คงเป็นเรื่องที่สามารถเล่าให้ผู้คนฟ้งได้ตลอดชีวิต

       "เดี๋ยวข้ามานะ! พวกเจ้าไปรอที่โรงเตี๊ยมข้าหน้าก่อนเดี๋ยวข้าจะตามไป"

        หลังจากที่กล่าวจบหลินอิงก็สะบัดหน้าจากไป ทิ้งให้ซันนี่กับซีซีมองตามอย่างงงงวย

         ชายที่ลวงกระเป๋าหญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามทางต่างๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อมองจากทางด้านหลังชายผู้นี้แต่งชุดเก่าปอนแต่กลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วนัก เพียงพริบตาเดียวเมื่อเขาเลี้ยวเข้าไปตรงบ้านร้างแห่งหนึ่ง หลินอิงก็คลาดสายตาไปจากชายผู้นั้นเสียแล้ว

        "ข้าและเจ้าเป็นผู้ที่อยู่นอกกฏหมายเช่นกัน เหตุใดเจ้าจึงได้คิดจะลองดีกับข้า"

        คำพูดและท่าทางโอหังออกมาจากริมฝีปากบาง ก่อนที่หญิงสาวจะได้ยินเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของผู้ที่นางไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก

        "เจ้ากล่าวเช่นนี้ช่างไม่กลัวกฏหมายบ้านเมืองเลยจริงๆ คุณหนูหลิน หากข้าเป็นสายแก่ทางการ เจ้าคงถูกจับไปแล้วกระมัง"

        "แล้วฝ่าบาทไม่ใช่สายของทางการกระมัง แล้วเหตุใดป้าอ๋องแห่งซีเป่ยจึงกลายเป็นหัวหน้าพวกล้วงกระเป๋าไปได้ เรื่องนี้คงสิ่งที่ผู้คนแตกตื่นน่าดูชมกระมัง"

       เหลียนเฟยก้าวออกมาจากมุมมืดของบ้านร้าง ในมือถือพัดหยกอย่างคุณชายเจ้าสำราญทั่วไปชอบใช้ แต่ทว่าอีกมือหนึ่งถือกระเป๋าเงินของหลินอิงเอาไว้ในกำมือ

        "ข้าแค่ต้องการคุยกับเจ้าเท่านั้น หากไม่ทำเช่นนี้เจ้าจะยอมแยกตัวกับท่านผู้นั้นออกมาที่นี่เช่นนั้นหรือ"

        หลินอิงถึงกับขมวดคิ้วเรียวงามเมื่อได้ยินสิ่งที่ป้าอ๋องหนุ่มกล่าว

        ต้องการคุยกับนางอย่างนั้นหรือ?

        "หม่อมชั้นเป็นเพียงแค่หัวหน้าโจรต่ำต้อย ไม่มีค่าพอที่ฝ่าบาทจะลดตัวลงมาสนทนาด้วย ขอได้ทรงโปรดคืนถุงเงินให้หม่อมชั้นเถอะเพคะ"

        เหลียนเฟยมีหรือจะยอมปล่อยโอกาส เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างที่หลินอิงมองแล้วว่าเห็นทีคงเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ คราวนี้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
     

       

      
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

528 ความคิดเห็น

  1. #518 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 13:00
    นุกดีจ้า
    #518
    0
  2. #306 Anrui (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2552 / 14:21
    มาอัพเถอะนะ ถ้าไม่อัพก็ออกมาเปนเล่มเลยนะๆๆๆๆๆๆๆ

    อยากอ่านต่อมากๆแล้ว

    เรารอคุณอยู่ (ฮิๆๆๆกดดันๆ)
    #306
    0
  3. #258 so hot !! (@tubtim_yo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 19:44

    อัพอีกนะจี

    ชอบๆๆๆๆๆ ^^

    #258
    0
  4. #254 หลิงหลิง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 23:36
    คุณเกดหายไปนานมาก ปาฏิหาริย์เล่มสองออกรึยังคะ ส่งปณ.มารึยังคะ
    #254
    0
  5. #248 Ý●UR (@batmaruni) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 18:31

    ว้าว


    เจอกันอีกแล้ว


    อิอิ

    #248
    0
  6. #246 *เฟมีลน้อย* (@KOABUA) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 16:41
    รอด้วยค่ะ
    #246
    0
  7. #241 nujim (@nujim) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 06:14

    ใครตาม ? คงต้องติดตามตอนต่อไป
    แป่ววววววว

    #241
    0
  8. #239 mydei (@mydei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2552 / 20:59
    รออ่านอยู่นะจ๊ะ

    อัพอีกนะจ๊ะ
    #239
    0
  9. #236 Nui_18 (@Nui_18) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2552 / 17:12
    ในที่สุดก็กลับมาแล้ว ดีใจ
    #236
    0
  10. วันที่ 25 มิถุนายน 2552 / 11:27
    นี่ก็เที่ยงเเล้ว ง่า เมื่อไหร่พี่เกดจะมาซ๊ากกกกกกที อ่าคร้า T_T กระซิกๆ
    #235
    0
  11. #233 mydei (@mydei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2552 / 02:22
    พี่เกดจ๋า

    รอหนังอยู่นะค่ะ
    #233
    0