จับให้มั่น คั้นให้รัก เปลี่ยนชื่อเป็น (ร้อนไฟรัก)ตีพิมพ์แล้ว

ตอนที่ 8 : บทที่ 8 เพื่อนสนิท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 ธ.ค. 52

น้ำหวานเดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องนอน กำหนดกลับของกนธีเลยมาหลายวันจนหญิงสาวชักไม่แน่ใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นั่นหรือไม่

ฮัลโหลพี่ธีคะ เมื่อไหร่พี่ธีจะเสร็จงานเสียทีเลยกำหนดกลับมาหลายวันแล้วนะคะ

ทันทีที่ตัดสินใจได้ น้ำหวานต่อสายตรงถึงชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว พอปลายสายกดรับหญิงสาวก็รัวคำพูดใส่โทรศัพท์อย่างรวดเร็ว

โถ่หนูหวานคะ พี่ธีมาทำงานนะจะให้พี่ทิ้งงานกลับไปได้ยังไงกัน เอ...หรือว่าหนูหวานคิดถึงพี่จนทนไม่ไหวกันคะ หึๆ

กนธีเอนตัวบนเก้าอี้ประธานตัวใหญ่ ชายหนุ่มอมยิ้มกับอาการรวนเล็กๆ ของสาวน้อยในโทรศัพท์ เมื่อครู่เขากำลังนึกถึงเธออยู่ จู่ๆ โทรศัพท์มือถือสายส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้นแล้วคนที่เขากำลังคิดถึงก็โทรมาพอดี

พี่ธีคะ! หนูหวานไม่เล่นด้วยนะคะ ตกลงว่าเมื่อไหร่พี่ธีจะกลับมาซะที

น้ำหวานทำหน้างอใส่โทรศัพท์ หญิงสาวถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ นอกเสียจากเมื่อไหร่ที่กนธีกลับมา เธอจึงจะสามารถออกไปข้างนอกได้ตามปรกติ

คราวที่แล้วตอนที่ไปกินซูชิกับมิเรียมหนูหวานก็ต้องพกพาบุรุษชุดดำไปด้วยนับโหลทำให้หญิงสาวเข็ดขยาดการตกเป็นเป้าสายตาของคนนับร้อย จวบจนบัดนี้เธอจึงต้องเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่กล้าออกไปข้างนอกอีกเลย

อืม....คงอีกไม่นานแล้วน่ะค่ะ ตอนนี้พี่ตามคุณพ่อของหนูหวานกลับมาช่วยงานด้วยนะ หนูหวานจะฝากอะไรถึงท่านหรือเปล่าค่ะ

น้ำหวานรู้สึกแปลกใจกับข่าวใหม่ที่ได้รับ เพราะเมื่อหลายวันก่อนที่เธอโทรศัพท์ไปที่บ้าน บิดาไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้มาก่อน แสดงว่าพี่ธีของเธอคงไปทำอะไรบางอย่างให้บิดาของเธอเปลี่ยนใจ

จริงหรือคะ! พี่ธีทำได้ยังไงกันคะ พ่อรักไร่มากแทบจะไม่ออกไปไหนด้วยซ้ำถ้าไม่จำเป็น แสดงว่าพี่ธีต้องทำอะไรพ่อแน่ๆ เลยพ่อถึงได้ยอมกลับมาทำงานให้แบบนี้

น้ำหวานทำเสียงเข้มโดยหวังว่าปลายสายจะรับรู้ว่าเธอกำลังจริงจังกับเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด แต่เสียงที่ตอบกลับมาดูเหมือนว่าความพยายามของเธอจะสูญเปล่า

ฮะๆๆ พี่ก็แค่บอกว่า ให้มาช่วยๆ กันดูแลกิจการของว่าที่ลูกเขยในอนาคต คุณอาผไทก็รีบตกลงทันทีเลย

แท้จริงแล้วหลังจากที่คุยเรื่องน้ำหวานเสร็จ กนธีก็ยังไม่ละความพยายามโดยยกบิดาของตนมาอ้าง เขารู้ดีว่าบิดาของน้ำหวานเกรงใจบิดาของเขามากแค่ไหน สุดท้ายแล้วตอนนี้บิดาของน้ำหวานก็เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้ากรรมการบริหารแทนคนเก่าที่ถูกสังหารไปอย่างโหดเหี้ยม ตอนนี้เขากำลังเคลียร์งานเพื่อที่จะส่งต่อให้กับบิดาของน้ำหวาน ดังนั้นช่วงนี้เขาอาจต้องอยู่ที่นี่นานกว่ากำหนดเล็กน้อย

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือการ...เอาคืน

อ๊ายยยย! พี่ธีคงไม่ได้พูดแบบนั้นจริงๆ นะคะ น้ำเสียงตกใจของหนูหวานดังออกมานอกโทรศัพท์เรียกเสียงหัวเราะให้กับชายหนุ่มที่ได้ยินดังกว่าเดิม

ฮะๆๆๆ พี่พูดแบบนั้นจริงๆ นะคะ อีกอย่างเรื่องแต่งงานของเราคุณอาก็อนุญาตแล้วด้วย กลับไปแล้วพี่จะให้คุณพ่อเตรียมตัวจัดงานแต่งงานของเราเสียเลย

อะ...เอ่อ...พี่ธีคะ ดูเหมือนว่าพี่จะคิดเองคนเดียวแบบว่ารวบรัดไปแล้วนะคะ ฮือๆๆๆ

ตอนนี้น้ำหวานรู้สึกว่าเหตุการณ์ชักกลับตาลปัด กนธีกลับเป็นฝ่ายไล่ตามเธอเสียจนหายใจหายคอไม่ทันเสียแล้ว

ฮะๆๆ พี่ธีใจเย็นๆ ก่อนนะคะ หนูหวานว่าเรื่องนี้เราค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันอีกทีก็ได้ค่ะ ฮะๆๆ น้ำหวานพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน

พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ....หนูหวาน ดูเหมือนว่ากนธีจะไม่ยอมเล่นด้วยเพราะเสียงที่ตอบกลับมานั้นห้วนเสียจนคนที่อยู่ไกลถึงกรุงเทพยังรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มกำลังเริ่มอารมณ์ไม่ดีเสียแล้ว

เอ่อ....ฮะๆๆ หนูหวานว่าเอาไว้พี่ธีกลับมาแล้วเราค่อยคุยกันเรื่องนี้อีกทีก็แล้วกันนะคะ ฮะๆๆ งั้นวันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ

หนูหวานไม่รอฟังคำตอบหญิงสาวรีบกดปุ่มวางสายก่อนจะปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว

เฮ้ออออ....เกือบไปแล้วไหมล่ะ เอ๊ะ!”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ พร้อมๆ กับเสียงเรียกของสาวใช้ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง

คุณน้ำหวานคะ โทรศัพท์จากนายค่ะ

อ๊ากกกกกกกกก! ลืมไปได้ยังไงกันเนี่ย ทำไงดีๆๆๆๆ

น้ำหวานสูดลมหายใจรวบรวมความกล้า ก่อนจะเปิดประตูออกไป

ฮือๆ ช่วยบอกพี่ธีทีนะว่าหนูหวานกำลังอาบน้ำอยู่ไม่ว่างรับสาย เอาไว้ว่างๆ จะโทรไปหาใหม่นะ(แป่ว)

อะ....คะ...คุณหนู

สาวใช้ถึงกับผงะเมื่อเห็นสีหน้าจวนจะร้องไห้แถมยังสายตาเว้าวอนขอร้องของนายสาว

งั้นหรือ ก็ได้ แล้วฉันจะโทรไปใหม่

กนธีวางโทรศัพท์ลงด้วยอารมณ์หงุดหงิด.....เขากำลังถูกหลบหน้า!

พันชิตที่เดินเข้ามาพอดีเห็นทีท่าของเจ้านายก็รู้ว่าตัวเองเข้ามาผิดจังหวะซะแล้ว แต่จะหนีออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันจึงได้แต่ทำใจกล้าเข้ามารายงานเรื่องที่ได้รับคำสั่งที่ไปทำ เขากำลังหวังว่างานที่เพิ่งทำสำเร็จคงช่วยให้เจ้านายเขาอารมณ์ดีขึ้น

มีเรื่องอะไร?

นั่นไง! เริ่มแล้ว! พันชิตถึงกับกลืนน้ำลาย

เห็นทีเขาคงต้องรีบวัดดวงก่อนเจ้านายจะปาระเบิดใส่เขา

ฮือๆ  ทำไมวันนี้เขาดวงแย่ขนาดนี้น้าๆๆๆ

เรื่องที่เจ้านายให้ผมไปทำเรียบร้อยแล้วครับ น้ำเสียงของพันชิตกลับไปเป็นเคร่งขรึมเหมือนทุกครั้ง เมื่อกล่าวถึงเรื่องงานชิ้นสำคัญ

ฮึ...ป่านนี้เจ้านั่นจะทำหน้ายังไงนะ แล้วมีใครบาดเจ็บหรือเปล่า

อารมณ์ของกนธีดีขึ้นเล็กน้อย ทำให้พันชิตแอบถอนใจโดยไม่รู้ตัว

ทางเราบาดเจ็บไม่กี่คนครับ แต่ทางโน้นสาหัสอยู่หลายคนแต่ไม่มีใครตายตามคำสั่งครับ ส่วนเรื่องโรงงานผมจัดการระเบิดส่วนที่เหลือทั้งหมดทิ้งไปแล้ว บังเอิญว่าผมไปเห็นบ้านหลังใหม่ที่เจ้านั่นสร้างอยู่ใกล้ๆ แต่ผมเห็นว่าแบบบ้านดูไม่ค่อยเหมาะกับหมอนั่นเท่าไหร่ผมก็เลยช่วยทำให้รูปร่างมันดีขึ้นด้วยล่ะครับ

พันชิตทำสีหน้ายิ้มอย่างยินดีเมื่อนึกถึงสภาพบ้านราคาหลายสิบล้านหรืออาจจะร้อยล้านที่เหลือเพียงโครงสร้าง เพราะเขาสั่งให้ลูกน้องจุดไฟเผาเสียจนไม่เหลืออะไรเลยนอกเสียจากซากปรักหักพัง

หึๆ นายนี่ก็ชอบแกล้งเหมือนเดิมนะ ดูท่างานทางนี้จะทิ้งเอาไว้แล้วกลับกรุงเทพไปได้ง่ายๆ ไม่ได้แล้ว เจ้านั่นคงคิดวัดดวงกับฉันที่นี่มากกว่า

ผมว่าก็ดีเหมือนกันนะครับ อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่มีอะไรให้เรากังวลเหมือนกับที่กรุงเทพ

เมื่อเห็นว่าเจ้านายเริ่มอารมณ์ดีพันชิตจึงอดไม่ได้ที่เย้าแหย่เรื่องของหนูหวาน แต่หารู้ไม่ว่าพันชิตคิดผิดอย่างร้ายกาจที่สุด

ใครบอก! นายชักจะรู้มากเกินไปแล้วนะ สิ้นปีนี้สงสัยว่าโบนัสของนายคงจะมากเกินไป ฉันว่าน่าจะลดลงสักครึ่งเผื่อว่านายจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอีกกนธีทำหน้าบูดพอกล่าวจบก็ก้มหน้าลงไปเช็นต์เอกสารต่อโดยไม่สนใจคนสนิทอีกเลย

บะ...โบนัส ๆๆๆๆ ฮือๆๆๆ ผมผิดตรงไหนครับเจ้านาย (โถๆ น่าสงสาร)

 

ริมสระน้ำของตระกูลใหญ่อย่างธนผไทไพศาลวันนี้ได้มีโอกาสต้อนรับสาวสวยหลากหลายสไตล์ตั้งแต่เช้า  รถจากัวร์สีแดงเจิดจ้าตีวงเลี้ยวเข้ามาเป็นคันสุดท้าย เธอคือแขกคนสุดท้ายของงานเลี้ยงชุมนุมศิษย์เก่าซึ่งน้ำหวานจัดขึ้นเป็นการส่วนตัว

เหล่าบอดี้การ์ดที่เดินขวักไขว่อยู่ภายในคฤหาสน์หลังงาม มองตามร่างของหญิงสาวแต่ละนางที่ได้รับเชิญในวันนี้ด้วยสายตาชื่นชมตามประสาชายหนุ่มที่เห็นผู้หญิงสาวแสนสวย

เด็กสมัยนี้โตเร็วจริงๆ

คุณหนูรออยู่ที่ริมสระครับ

แขกคนสุดท้ายของวันนี้มาถึงแล้ว......

รอยยิ้มบนเรียวปากงามที่เคลือบลิปสติกสีสวยทำให้คนพูดถึงกับขาสั่น เมื่อแขกคนสุดท้ายก้าวไปถึงสระน้ำที่ได้รับการบอกทางมา ที่นั่น เต็มไปด้วยหญิงสาวหลายคนที่กำลังสนทนากันอย่างออกรสโดยมีน้ำหวานนั่งอยู่ตรงกลางแวดล้อมด้วยสาวสวยอีกเจ็ดแปดคนที่นั่งอยู่กระจัดกระจายรอบๆ

ไฮ้....ว่าไงจ้าที่รัก

เสียงกรีดต้อนรับแขกคนสุดท้ายดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์

กรี๊ดดดดดดดด กลับมาเมื่อไหร่กันยะ?สาวผมทองตาสีฟ้าชื่อเมลิซ่าทักเพื่อนสาวที่ร่วมไฮสคูลนานาชาติเสียงดัง

เพื่อนสาวของเธอคนนี้เป็นแฮกเกอร์ระดับอัจฉริยะ หนึ่งในแก๊งเพื่อนสนิทที่สุดที่ถูกเชิญมาวันนี้เช่นกัน

จะกลับมาไม่ยอมโทรมาบอกเลยนะ เมื่อคืนเธอยังอยู่ที่แอลเออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?น้ำหวานยิ้มรับ พร้อมเดินไปกอดร่างสูงโปร่งที่เธอคิดว่าเพื่อนสาวสามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นนางแบบได้ไม่ยาก

นั่นสิ มาทำไมกันยะป่านนี้แล้ว จนวงเขาจะเลิกอยู่แล้ว เมลิซ่าค้อนเพื่อนสาวอย่างแรงจนต่างหูรูปดาววงใหญ่ที่สวมอยู่แทบจะสะบัดหลุดออกไปจากหูบอบบางของเธอ

มิเรียมเป็นคนหน้าใหม่กับเพื่อนกลุ่มนี้ หญิงสาวมองผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่อย่างถูกชะตา อะไรบางอย่างบอกเธอว่าอีกไม่นานนี้เธออาจได้เพื่อนสนิทอีกคนที่นอกเหนือจากน้ำหวาน

กลับมาเมื่อกี้นี้เอง พอเครื่องแตะพื้นปุ๊บ ฉันก็ให้คนเอารถมาให้แล้วก็บึ่งมานี่เลย นี่ขนาดรีบแล้วนะ ยังไม่ทันใจพวกเธออีกหรือ

เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้นพร้อมกัน ทำให้ภาพพจน์ของตระกูลธนผไทไพศาล ที่คนภายนอกเคยมองว่าเป็นพวกผู้มีอิทธิพลมืดหายวับไปกับตา พร้อมๆ กับเสียงถอนหายใจของใครบางคนที่ยืนมองหญิงสาวสวยกลุ่มใหญ่อยู่ตรงริมหน้าต่างที่ห่างออกไปไม่มากนัก

เฮ้อออออ ช่างเป็นวิวที่หาดูได้ยากจริงๆ….

พรตค่อยๆ ปล่อยผ้าม่านผืนบางลง ร่างสูงที่ยังคงไว้ด้วยความสง่างามมองภาพสาวสวยริมสระน้ำด้วยความชื่นตาชื่นใจ

คุณหนูขออนุญาตเลี้ยงเพื่อนๆ ที่ห้องอาหารใหญ่ครับ เธอให้ผมมาเชิญนายใหญ่ไปที่ห้องอาหารด้วยครับ บอกว่ามื้อนี้เธอลงครัวทำเองอยากให้นายใหญ่ลองชิมดู

คนสนิทของพรตยืนมองการกระทำของนายใหญ่ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมแต่แววตาของเขากลับเต้นระริกเสียจนไม่สามารถปกปิดความรู้สึกเอาไว้ได้

หัวเราะอะไร!...ฉันก็แค่คิดว่าสาวๆ สมัยนี้เขาร่าเริงดีก็เท่านั้น เงาพยัคฆ์แกล้งทำสีหน้าดุดันใส่คนสนิท

แต่มีหรือเขาจะกลัว เขาทำงานที่บ้านนี้กับเจ้านายคนนี้มาหลายสิบปีก็ว่าได้ แม้ว่าจะเสียดายที่นายหญิงคนก่อนด่วนจากไป แต่นายใหญ่ในตอนนี้ซึ่งมีบุตรชายอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์กลับไม่ได้มีท่าทางเหมือนกับคนสูงอายุแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม นายใหญ่กลับมองแล้วดูเหมือนกับหนุ่มใหญ่ที่ดูอบอุ่น เค้าโครงความหล่อเหลาเมื่อวัยหนุ่มยังคงเด่นชัดจนสามารถพิชิตใจสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหรือว่าสาวใหญ่ได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยความมั่นคงต่อนายหญิงคนก่อน ทำให้นายที่เขาให้ความนับถือพอๆ กับนายใหญ่ไม่เคยต้องกังวลเรื่องการมีแม่เลี้ยงมาก่อน

เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชื่อเสียงในการเป็นเพลย์บอยของนาย ได้มาจากใคร..............

เปล่าครับ ผมก็แค่รู้สึกว่านายใหญ่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นเป็นพิเศษก็เท่านั้น

พรตเบื่อสีหน้ารู้ทันของคนสนิท จึงแสร้งทำใบหน้าบูดบึ้งแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากผ่านอาหารมือเที่ยงที่เต็มไปด้วยความรื่นรมพรตถูกแวดล้อมด้วยสาวๆ นับสิบ ทุกคนล้วนแต่มีความสวยต่างกันไปคนละแบบ บอดี้การ์ดที่ถูกวางตัวให้อยู่ในห้องอาหารเป็นที่น่าอิจฉาที่สุดจากทุกคนในบ้าน บางคนถึงกับขอแลกพื้นที่เพื่อที่จะได้เข้ามาทำหน้าที่ในห้องอาหารนี้ ทุกคนมีความคิดเหมือนกันอย่างน่าแปลก ซึ่งก็คือ ขอแค่ได้มองและชื่นชมไกลๆ ก็รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกแล้ว

การสังสรรค์ยังดำเนินต่อไปจนถึงเย็นจนกระทั่งผ่านอาหารมื้อเย็นไปแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ

โทรตามฉันกลับมา มีเรื่องสำคัญสินะ

ปิ่นจันทร์วางแก้วน้ำลงเมื่อเพื่อนคนสุดท้ายก้าวออกไปจากห้อง

เอ๊ะ! ตอนแรกหนูหวานบอกว่าไม่รู้นี่นาว่าปิ่นจะกลับมา มิเรียมที่เริ่มจะสนิทสนมกับปิ่นจันทร์กล่าวขึ้นอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

ก็แหม!...ฉันไม่อยากให้พวกนั้นเป็นห่วงน่ะ ก็ยัยปิ่นทำงานแบบนั้น ถ้าไปเรียกกลับมาโดยตรงแสดงว่าจะต้องเกิดเรื่องกับฉัน แล้วยัยพวกนั้นจะยอมกลับไปง่ายๆ อย่างงั้นเหรอ

หลังจากที่น้ำหวานย้ายออกไปจากคฤหาสน์ของตระกูลธนผไทไพศาล พรตส่งให้น้ำหวานเข้าโรงเรียนนานาชาติซึ่งเป็นโรงเรียนประจำที่เชียงใหม่ ทำให้หญิงสาวได้พบกับเพื่อนสนิทสองคนนี้ ปิ่นจันทร์ ลูกสาวคนเดียวที่มาจากครอบครัวอัจฉริยะซึ่งเป็นด็อกเตอร์ทั้งตระกูล ส่วนอีกคนก็คือเมลิซ่า สาวสวยที่ถือสัญชาติอเมริกัน ครอบครัวของเมลิซ่ามีคุณย่าเป็นคนไทย ดังนั้นหลังจากที่ได้รับอนุญาตหญิงสาวจึงเดินทางมาที่เมืองไทยและใช้ชีวิตอยู่กับญาติๆ ของคุณย่าที่ล่วงลับไปแล้ว

ครอบครัวของเมลิซ่าเป็นซุปเปอร์โมเดลชั้นนำของอเมริกา เมื่อตอนที่หญิงสาวอยู่ที่โน่นไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปทางไหนล้วนแต่ตกเป็นข่าว ทันทีที่บิดามารดาอนุญาตเมลิซ่าจึงดีใจราวกับได้รับการปลดปล่อยจากกรงทอง หญิงสาวรีบเก็บกระเป๋าและเดินทางมายังเมืองไทยทันทีและแทบจะไม่ได้กลับไปที่อเมริกาอีกเลย

ยัยพวกนั้นน่ะยิ่งอยู่ยิ่งทำให้เป็นเรื่องใหญ่ อย่างเมื่อตอนที่เรียนอยู่ด้วยกันแค่จัดงานโรงเรียนเล็กๆ กลับกลายเป็นงานที่ต้องเชิญนายกเทศมนตรีมาเปิดงาน แถมยังมีพวกคุณหญิงคุณนายเต็มงานไปหมด กลายเป็นงานใหญ่ที่สุดเท่าที่โรงเรียนเคยจัดมาเลยทีเดียว

มิเรียมนั่งหัวเราะกับเรื่องที่ถูกเมลิซ่านำขึ้นมาเล่าเป็นตัวอย่าง เธอกำลังเสียดายอยู่ว่าทำไมพวกเธอถึงไม่ได้พบกันเร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้นชีวิตในวัยเรียนของมิเรียมคงสนุกสนานและมีชิวิตชีวาทุกวัน 

แต่จะเริ่มตอนนี้ก็ยังไม่สายไม่ใช่หรือ

ว่าแต่ที่ฉันโทรไปตามมันจะมีปัญหากับเรื่องงานของเธอหรือเปล่า

สายลมยามเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องนอนของน้ำหวาน สีหน้าเบิกบานเมื่อตอนอยู่บนโต๊ะอาหารหายไปจากใบหน้าของทุกคน

ไม่หรอก ฉันเพิ่งเสร็จภารกิจล่าสุดแล้วก็ได้พักร้อนพอดี เอาล่ะต้องการให้ฉันทำอะไรให้อย่างนั้นหรือ

เมลิซ่าจิบชาร้อนที่สาวใช้นำมาให้เมื่อครู่แม้ว่าจะทำท่าทางไม่สนใจแต่หูก็กลับคอยฟังเรื่องที่ทำให้เพื่อนสนิทกำลังกังวลอยู่อย่างตั้งใจ

บริษัท SSE เธอเคยได้ยินชื่อมาก่อนหรือเปล่า? น้ำหวานโยนแฟ้มปึกใหญ่ให้เพื่อนสาวบนโต๊ะน้ำชาเล็กๆ ทำให้มันกลายเป็นจุดสนใจของมิเรียม

เธอไปเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหนกัน? เมลิซ่าแกล้งทำไม่สนใจไม่ไหวอีกต่อไป มือบอบบางยื่นออกมาหยิบเอกสารตัดหน้าปิ่นจันทร์ไปอ่านก่อนอย่างรวดเร็ว

ฉันแอบเข้าไปหยิบมาจากโต๊ะทำงานของคุณลุงน่ะ น้ำหวานยิ้มน้อยๆ แต่ทำให้มิเรียมชักเริ่มไม่มั่นใจว่าเพื่อนสาวเป็นคนนิสัยซื่อตรงจริงหรือเปล่า

อืม....ตกลงว่าไอ้เจ้าแฟ้มนี้เป็นข้อมูลของบริษัท SSE แล้วเธออยากให้ฉันดูอะไรล่ะ

ระหว่างที่พูดกันเมลิซ่าอ่านข้อความที่อยู่ในแฟ้มอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะเบ้ปากแล้วโยนแฟ้มที่เพิ่งอ่านจบอย่างรวดเร็วลงบนโต๊ะอีกครั้ง

ยี้....เจ้าของบริษัทนี้ชั่วสุดๆ ไปเลยแฮะ ทำทุกอย่างจริงๆ แม้กระทั่งค้ามนุษย์ด้วยกันเอง

ในแฟ้มนั่นยังบอกอีกว่า นายอาทิตย์ที่เป็นเจ้าของบริษัทยังทำการค้าเครื่องในมนุษย์ โดยใช้คนที่ยังมีชีวิตเป็นแหล่งสินค้า

เรียกได้ว่าเลวหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ

มิเรียมเห็นเมลิซ่าทำหน้าตารังเกียจเจ้าแฟ้มที่ตัวเองเพิ่งโยนลงไป ก็นึกสงสัย แต่คิดว่าให้น้ำหวานเป็นคนเล่าสรุปให้ฟังจะเร็วกว่าจึงตั้งใจฟังเรื่องที่เพื่อนๆ กำลังจะปรึกษากันเป็นอย่างดี

ทำไมอ่านเร็วจัง ข้อมูลในนั้นมีน้อยเหรอ ปิ่นจันทร์เห็นความหนาของแฟ้มแล้วแทบไม่อยากจับ เธอมักจะเป็นฝ่ายปฏิบัติการที่มักจะต้องมีคู่หูสรุปเรื่องต่างๆ ให้ฟัง ส่วนใหญ่เรื่องข้อมูลพวกนี้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ปิ่นจันทร์ก็เลือกที่จะไม่อ่านเพราะในเนื้องานที่เธอต้องทำ เมื่อถึงเวลาปฏิบัติการเธอก็ต้องจมปลักอยู่กับข้อมูลมากมายอยู่แล้ว

 เพราะฉะนั้นตอนนี้ประหยัดเซลสมองได้ก็ควรประหยัดไว้ก่อน ฮุๆ (เป็นความคิดของคนขี้เกียจอย่าเอาอย่างนะจ้า)

ไม่น้อยหรอก แต่ส่วนใหญ่เป็นภาพน่าขยะแขยงกับพวกตัวเลข ส่วนข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเจ้าของไม่ค่อยมีหรอก

งั้นเหรอ อืม แล้วหนูหวานต้องการให้ฉันทำอะไรให้ล่ะ ปิ่นจันทร์เคยได้ยินข่าวเรื่องบริษัทนี้มาบ้างเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงจะถือโอกาสนี้เข้าไปหาข้อมูลของบริษัทนี้เอาไปเก็บไว้ที่ฐานข้อมูลของเธอที่เพนตาก้อนเสียหน่อยน่าจะดี

น้ำหวานยิ้มออกมาได้หวานสมชื่อก่อนจะบอกสิ่งที่ต้องการออกมา

ไปสมัครงาน  น้ำหวานพูดพร้อมกับยื่นซองเอกสารบางๆ ให้ปิ่นจันทร์

พรวด!” เมลิซ่า

หา!” มิเรียม

หือ? ปิ่นจันทร์

 

หัวหน้าแผนกบุคคลมองหญิงสาวสวมแว่นตาที่นั่งตัวลีบอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาจับผิด เสื้อคอบัวหลุดยุคกับกระโปรงจีบเลยหัวเข่าทำให้เธอชอบพอไม่น้อย แต่การรับพนักงานเข้ามาในบริษัทคงต้องดูในหลายๆ อย่าง แต่เท่าที่ดูในประวัติการทำงานก็นับว่าทำให้เธอพอใจอยู่ไม่น้อย

ถ้าจะทำงานที่นี่ต้องตรงต่อเวลา แล้วก็ห้ามเอาเวลางานไปทำเรื่องส่วนตัวเข้าใจหรือเปล่าจ๊ะ

คนพูดขยับแว่นสายตาของตนให้เข้าที่ราวกับอาจารย์ที่กำลังสั่งสอนนักเรียนก็ไม่ปาน

ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะไม่ทำให้ต้องผิดหวังเลยคะ

ถ้าหัวหน้าแผนกจะสามารถมองเห็นแววตาผ่านแว่นตาหนาเตอะของหญิงสาวที่มาสมัครงาน เธอจะไม่มีวันตัดสินใจพลาดด้วยการรับหญิงสาวที่อาจทำให้บริษัทนี้ต้องปิดตัวลงในอนาคตไว้อย่างแน่นอน

แววตาที่ส่องประกายมุ่งมั่น เยือกเย็น...ราวกับทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีความสำคัญ

ตกลง....พรุ่งนี้เธอมาทำงานได้เลย

ขอบคุณค่ะ ปิ่นจันทร์ส่งรอยยิ้มใสซื่อที่มองแล้วไร้พิษภัยใดๆ ทั้งสิ้นกลับไปเพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับสาวใหญ่ที่รับเธอเข้าทำงาน

และแล้วหมากตัวสำคัญก็ถูกวางลงบนกระดาน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #144 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2552 / 15:39
    เอ แล้วพรตปล่อยให้หนูหวานมาสมัครง่ายๆได้ยังไงเนี่ย
    #144
    0