จับให้มั่น คั้นให้รัก เปลี่ยนชื่อเป็น (ร้อนไฟรัก)ตีพิมพ์แล้ว

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 ตัวติดกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ธ.ค. 52

เสียงหัวเราะใสราวกับระฆังเงินค่อยๆ เงียบหาย เมื่อเห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ที่แสนจะเกเรของกนธี เหมือนเมื่อตอนที่เขายังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่ชอบกลั่นแกล้งน้องสาว

ชายหนุ่มพุ่งตัวรวบร่างของน้ำหวานเอาไว้ในวงแขน แล้วทั้งสองคนก็ล้มลงไปบนเตียงพร้อมๆ กัน

จับได้แล้ว แม่ตัวยุ่ง

น้ำหวานถูกล็อกตัวเอาไว้อยู่ภายใต้วงแขนที่แสนจะแข็งแรง บนเตียงหนานุ่มดวงตาคมเข้มจ้องมองไปทั่วทั้งใบหน้าหวานก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงดวงตากระจ่างราวกับท้องฟ้าที่มีดวงดาวนับพันประดับอยู่

พี่ธีปล่อยหนูหวานก่อนเถอะค่ะ หนูหวานอึดอัด

ไม่ พี่อยากกอดหนูหวานแบบนี้ไปตลอดชีวิต

บางทีเขาอาจต้องยอมรับกับหัวใจตัวเองเสียที ว่าเขากำลังหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง และผู้หญิงคนนี้ก็คือหนูหวาน ผู้ที่เขาเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของเขานั่นเอง

ไม่ได้หรอกค่ะ พี่ธี อีกหน่อยถ้าหนูหวานมีคนรัก หนูหวานคงต้องให้เขากอดหนูหวานแทนพี่ธีแล้ว

น้ำหวานอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่ชายหนุ่ม ถึงแม้จะรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเธอเมื่อดูจากจุมพิตเมื่อครู่

ไม่มีทาง ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นพี่เท่านั้น พี่รักหนูหวานมากนะ พี่จะไม่ยอมให้หนูหวานไปอยู่กับคนอื่น แต่งงานกับพี่เถอะนะหนูหวาน พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันทุกวันตลอดไปไงล่ะ

แต่งงาน! พี่ธีกำลังขอเธอแต่งงาน!

น้ำหวานรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเบาขึ้น แต่ก็รู้สึกไม่สบายในช่องท้องขณะเดียวกัน สีหน้าตอนนี้ของเธอคงแปลกๆ ก้ำกึ่งระหว่างความไม่เชื่อกับอาการตกใจ

พี่ธีจะแต่งงานกับหนูหวานหรือคะ?

ชายหนุ่มรัดร่างบางให้แน่นขึ้น ก่อนจะตอบคำถามที่เขาเพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่นานนี้

ใช่ ทั้งพี่และหนูหวานจะต้องผู้ติดกันไปตลอดชีวิต เอาล่ะคราวนี้เป็นหนูหวานแล้วที่จะต้องบอกรักพี่บ้าง

คราวนี้ดูเหมือนว่ากลายเป็นน้ำหวานเสียแล้ว ที่กลับถูกรุกแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

เอ่อ....คือว่า น้ำหวานไม่รู้ว่าจะบอกยังไงกับชายหนุ่มดี เพราะความสัมพันธ์นี้ยังเปราะบางมากนัก

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูช่วยน้ำหวานเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด กนธีทำท่าทางหัวเสียก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู

มีอะไร?

สาวใช้ยืนหน้าซีดอยู่ที่หน้าห้อง เพราะไม่ว่าใครก็ดูออก ว่าเวลานี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมารบกวนนายกับคุณน้ำหวานในห้อง แต่เธอก็จำเป็นต้องมา เพราะพันชิตบอดี้การ์ดคนสนิทของนายกำลังรออยู่ด้านล่างและมีเรื่องสำคัญจะต้องแจ้งให้นายทราบ

คุณพันชิตรออยู่ค่ะ

กนธีขมวดคิ้วเข้มเมื่อนึกไปถึงคนสนิท เมื่อครู่ตอนที่เขากำลังรอฟังข่าวของหนูหวานพันชิตที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักกลับไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แสดงว่าเรื่องที่คนสนิทต้องการจะรายงานให้เขาฟังนั้นจะต้องมาหลังจากที่เขาขึ้นมาบนนี้แน่

และก็ต้องเป็นเรื่องที่ด่วนมากเสียด้วย เพราะเขารู้ดีว่าพันชิตคงไม่กล้ามารบกวนเวลาส่วนตัวของเขา หากไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ

หนูหวาน พี่จะลงไปคุยกับพันชิตก่อนนะคะ แล้วเราค่อยคุยกันใหม่ หวังว่าพี่คงได้รับคำตอบที่น่ายินดี เพราะพี่จะไม่ฟังคำปฏิเสธแน่

กนธีหันมาพูดกับน้ำหวาน ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องแล้วปิดประตูตามหลังเบาๆ พร้อมกับร่างของน้ำหวานที่ถอนใจออกมาแล้วทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงอย่างอ่อนใจ

เฮ้อออ.....เกือบไปแล้วไหมล่ะเรา....

 

เมื่อกนธีก้าวเข้าไปในห้องทำงาน เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก บิดาของเขานั่งน่าเคร่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ที่นั่งประจำและท่าทางเจนตาบอกให้เขารู้ว่า จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ที่ไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

เกิดอะไรขึ้นครับ?

พรตเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ เขามองลูกชายคนเดียวที่มีความเก่งกาจในทุกๆ ด้านไม่แพ้เขา ธุรกิจ คำๆ นี้เป็นสิ่งที่อยู่กับตระกูลของเขามาช้านาน พวกเขาผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มามากและคราวนี้ก็เช่นกัน

คนของเราที่เชียงใหม่ถูกฆ่า ตอนนี้ตำรวจสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือของคู่แข่งเรา แต่ที่สำคัญมันวางระเบิดโรงงานตอนนี้กำลังเร่งดับไฟอยู่

มัน! ต้องเป็นมันแน่ๆ

กนธีกำหมัดแน่นไม่เคยมีใครกล้าทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ลับหลังเขา นอกเสียจากคนๆ นั้น

ผมจะไปเอง รบกวนคุณพ่อดูแลเรื่องทางนี้ด้วยนะครับ

เอาคนของพ่อไปด้วยไหม เผื่อว่ามันจะรอเล่นงานแกอยู่ พรตเสียงเครียด เพราะรู้ดีว่าธุรกิจ ต้องมีความเสี่ยง

แต่เขาไม่อยากเอาชีวิตลูกชายคนเดียวไปเสี่ยง กับพวกที่ได้ชื่อว่าเป็น...หมาลอบกัด

ไม่เป็นไรครับ ผมจะพาทีมพันชิดไปทั้งหมด งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนนะครับ กนธีทำท่าจะเดินออกไปนอกห้องก่อนจะนึกบางอย่างที่สำคัญขึ้นมาได้

คุณพ่อครับ ฝากดูหนูหวานให้ผมด้วยนะครับ เผื่อว่ามันจะกลับมาเล่นงานทางนี้เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครใช้หนูหวานมาเป็นเครื่องต่อรองกับเขาอย่างเด็ดขาด

ใครกล้าทำร้ายหนูหวาน เขาจะทำให้มันต้องเสียใจที่ได้เกิดมา

พรตยิ้มให้กับลูกชาย เพราะเขาเองก็รักและเป็นห่วงสาวน้อยคนนั้นไม่แพ้เจ้าลูกชายเช่นกัน พ่อจะดูหนูหวานไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียว พ่อสัญญา

กนธีผงกศรีษะให้บิดาเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกไปจากห้องพร้อมด้วยพันชิต เพราะเขารู้ดีว่าด้วยฝีมือระดับเงาพยัคฆ์ออกปาก จะต้องไม่มีคำว่าพลาดเหมือนกับเขาอย่างแน่นอน เว้นเสียแต่....

ตอนที่เข้าไปเคาะประตู นายของเธอทำสีหน้าแบบไหน พรตถามสาวใช้ที่ทำหน้าที่เคาะประตูห้องของน้ำหวานเมื่อครู่อย่างใจเย็น

ดูเหมือนจะหงุดหงิดค่ะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร สาวใช้ก้มหน้าตอบ เพราะลำพังตัวเธอไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับเกมของเจ้านายเท่าไหร่นัก

ต่อไปถ้าเจ้านั่นมาถามเรื่องจดหมาย บอกแค่ว่าตกใจมากไปหน่อยเลยไม่ได้สังเกตก็พอ

ค่ะนายใหญ่

เพียงเท่านี้เจ้าลูกชายก็กลับมาวิ่งวนอยู่ในฝ่ามือเขา หลังจากที่โกหกหัวใจตัวเองทำให้เขาต้องเสียลูกสาวอย่างหนูหวานไปถึง 7 ปี

กว่าพยัคฆ์คำรามจะทันเล่ห์เหลี่ยมเงาพยัคฆ์ได้ คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี...หึๆ

 

คฤหาสน์หลังงามยามค่ำคืนถูกตกแต่งด้วยดวงไฟที่ประดับเอาไว้อย่างดี หลังอาหารมื้อค่ำที่ถูกจ้องมองด้วยดวงตาสองคู่ทำให้น้ำหวานรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่เป็นเพราะว่าดวงตาทั้งสองคู่นั้นเจือความรักและความห่วงใยเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมจึงทำให้อาหารมื้อนั้นผ่านไปอย่างง่ายดาย ร่างบางเดินเอื่อยๆ จนมาหยุดที่ศาลาข้างบ่อน้ำ ที่ถูกขุดขึ้นด้วยคำสั่งของนายหญิงคนก่อนที่สิ้นบุญไปเมื่อนานมาแล้ว เธอก็คือมารดาของกนธี

ป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกหรือหนูหวาน

น้ำหวานหันไปตามเสียงเรียก แค่ได้ยินหญิงสาวก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่กำลังถามเธออยู่นั้นคือใคร

พี่ธีก็ยังไม่นอนอีกเหรอคะ เห็นคนในบ้านบอกว่าพี่ธีให้จัดกระเป๋า

ชายหนุ่มถือวิสาสะจับข้อมือของน้ำหวานแล้วจูงไปนั่งด้วยกันที่ด้านในของศาลา ก่อนจะบังคับให้หญิงสาวนั่งลงที่ข้างๆ แล้วโอบเอวบางเอาไว้

พรุ่งนี้พี่จะไปต่างจังหวัด มีงานด่วนเข้ามา หนูหวานอยู่ที่นี่อย่าดื้อกับคุณพ่อนะคะ

ชายหนุ่มโอบร่างบางมาใกล้ จนศรีษะของน้ำหวานเอนพิงกับแผ่นอกแข็งแรง

น้ำหวานไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะพี่ธี ใบหน้าหวานทำท่าทางไม่พอใจนักเมื่อถูกปฏิบัติราวกับเธอเป็นเด็กเล็กๆ อีกครั้ง ริมฝีปากที่กนธีเห็นว่าน่าจูบยื่นออกมาเล็กน้อย ทำให้ทรวงอกที่หญิงสาวกำลังพิงอยู่ไหวกระเพื่อม เพราะการหัวเราะของชายหนุ่ม

พี่รู้ ว่าเราไม่เด็ก ก็ในเมื่อพี่พิสูจน์เองมากับมือ หึๆ

บ้าๆๆๆ พี่ธีบ้า มาพูดแบบนี้ได้ยังไง

ใบหน้าของน้ำหวานแดงระเรื่อเมื่อชายหนุ่มพูดพาดพิงไปถึงเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำ

ปล่อยเลยนะพี่ธี...หนูหวานจะไปนอนแล้ว น้ำหวานดิ้นอึกอักไปมาอยู่ในอ้อมกอด

หึๆ พี่ขอโทษ แต่เรื่องที่พี่พูดเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงนะ

 ทั้งคู่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ราวกับว่าความเงียบสงัดจะสามารถทำให้หัวใจทั้งสองดวงสื่อถึงกันได้ดีที่สุด

เหล่าบอดี้การ์ดเดินยามมาถึงตรงที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ หนึ่งในนั้นไหวตัวทันเมื่อเห็นเงาร่างของคนสองคน แม้ว่าเมื่อมองระยะไกลจะเห็นไม่ชัดนัก แต่ก็พอจะเดาได้ ทั้งหมดยิ้มให้กันก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น โดยปล่อยให้ทั้งสองอยู่ที่นั้นเพียงลำพัง โดยมีพวกเขาคอยระวังรอบๆ ให้

พี่ธีคะ พี่ธีมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ ดูท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ น้ำหวานมองดวงหน้าคร้ามด้วยความสงสัยแกมเป็นห่วง เมื่อตอนเย็นพี่พันชิตมาแจ้งข่าวเรื่องอะไรหรือคะ

ใบหน้าคมเข้มดูเครียดขึ้นทันตา กรามบึกบึนถูกขบจนแน่น น้ำหวานรู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องที่ใหญ่มากๆ ขึ้นแน่ๆ เพราะจากท่าทีของชายหนุ่มแล้ว น้อยครั้งนักที่เธอจะได้เห็นอารมณ์ที่หลุดจากการควบคุมแบบนี้ของเขา

ถ้าบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะ

ไม่หรอกค่ะ วันนี้มีเรื่องใหญ่อย่างที่หนูหวานเข้าใจจริงๆ กนธีถอนหายใจก่อนจะกล่าวต่อ พันชิตมาแจ้งข่าวว่าคนของเราถูกฆ่า โรงงานถูกวางระเบิด และพี่กำลังจะบินไปดูความเสียหายพรุ่งนี้แล้ว

ถูกฆ่า! นี่หมายความว่าพี่ธีมีศัตรูหรือคะ? สีหน้าตกใจของน้ำหวานทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มคลายลง

ใช่! และพี่ก็หวังว่าหนูหวานจะอยู่ในความดูแลของคุณพ่ออย่างเรียบร้อยจนกว่าพี่จะกลับมา

น้ำหวานมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะพูดในสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ออกมา

พี่กำลังจะไปเสี่ยงอีกแล้วใช่ไหมคะ สายตาคาดคั้นเปล่งประกายออกมาจากดวงตาคู่งาม

หนูหวาน พี่ธีไปทำงานนะคะ ถ้าพี่ไม่ไปเรื่องใหญ่แบบนี้คงให้ใครจัดการไม่ได้แน่ อีกอย่าง พี่ไม่อยากหนี พี่อยากเผชิญหน้ากับไอ้พวกลอบกัดพวกนั้น

ไม่เคยมีใครกล้าหยามตระกูลของเขาขนาดนี้มาก่อน

สีหน้าจริงจังของชายหนุ่มทำให้เธอรู้ดีว่าไม่ว่ายังไงก็คงไม่สามารถห้ามเขาได้

งั้นพี่ธีสัญญากับน้ำหวานมาก่อนนะคะ ว่าพี่ธีจะไม่ทำอะไรที่มันเสี่ยงมากไปกว่านี้ แล้วพี่ก็จะระวังตัวด้วย

หญิงสาวใช้สองมือประคองใบหน้าเข้มเอาไว้ไม่ยอมให้หนีไปไหนก่อนที่เธอจะได้รับสัญญา

ได้สิ พี่สัญญา

คำสัญญาที่ออกมาจากปากของกนธีเรียกรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าสวยหวานได้เป็นอย่างดี หญิงสาวส่งริมฝีปากแดงระเรื่อของตนไปเป็นรางวัลให้กับชายหนุ่มที่ทำตัวว่าง่าย

อย่างน้อยสัญญาที่เขาจำใจต้องรับปากไปเมื่อครู่ก็ทำให้ได้รับรางวัลชั้นยอดจากหญิงสาว เห็นทีเขาคงต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้เสียแล้วในเมื่อเขาได้รับของรางวัลเอาไว้อย่างกระตือรือร้นและปรีเปรมเสียด้วย

ระหว่างจูบที่ทำให้น้ำหวานถึงกับอ่อนระทวยที่ด้านหลังของกนธีชายหนุ่มแอบเอานิ้วที่ไขว้กันเอาไว้ออก เมื่อนานมาแล้วเวลาใดที่เขาคิดจะโกหกน้ำหวาน นิสัยนี้มักจะติดตัวชายหนุ่มเสมอ บางทีเขาคงต้องหาวิธีเลิกเสียทีเพราะไม่อย่างนั้นหากวันใดที่น้ำหวานรู้เรื่องนี้เข้า เขาคงไม่สามารถโกหกเธอได้อีก

 

คุณประภามองแฟ้มเอกสารราวกับกำลังมองสิ่งแปลกประหลาด แฟ้มฉบับนี้ถูกนำมายังโต๊ะของเธอเมื่อเช้าด้วยฝีมือของหัวหน้าฝ่ายการตลาดซึ่งได้รับการติดต่อโดยตรงจากบริษัทซากุระกรุ๊ป

ฮะๆๆ อั๊วบอกแล้ว ว่าอีต้องสนใจลูกสาวเรา ไม่อย่างนั้นคงไม่ยื่นข้อเสนออยากเป็นหุ้นส่วนกับเราหรอก

นายพิศาลกำลังหัวเราะร่าอยู่ที่โต๊ะทำงานใกล้ๆ กันเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนเองคาดการเอาไว้ถูกต้อง และเขาเองก็ไม่ได้เป็นผู้ติดต่อก่อนเพราะฉะนั้นงานนี้เขารอดตัว โฮะๆๆๆ

สีหน้าคุณประภากลับไม่สู้ดีนัก ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้อยู่ในความคาดเดาของนาง เพียงแต่นางไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้องกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะธุรกิจและสถานะของชายหนุ่มผู้นี้

จะทำยังไงต่อไปดี หรือว่านี่จะเป็นชะกรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เตี่ย...ส่งคนไปปฏิเสธเขา แม่ไม่อยากร่วมธุรกิจกับเขา

ฮะๆๆ ได้สิได้ๆ นายพิศาลรับคำทั้งที่ได้ยินไม่ชัดแต่พอลองประมวลผลอีกครั้งร่างอ้วนท้วนถึงกับเกร็งค้างด้วยความตกใจ ลื้อว่าอะไรนะ!? ทะ...ทำไมกันอั๊วไม่เข้าใจ

เฮียอยากให้ลูกสาวเราไปอยู่กับพวกยากูซ่าอย่างนั้นหรือ พวกเราเป็นแค่นักธุรกิจธรรมดานะเฮีย ไม่รู้ล่ะแม่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกสาวเราไปเกี่ยวกับคนพวกนั้น เฮียส่งคนไปปฏิเสธซะนะหลังจากกล่าวจบคุณประภาก็ไม่หันมาสนใจนายพิศาลอีกเลย

หลังจากที่นิ่งคิดอยู่พักใหญ่ นายพิศาลก็ได้คำตอบให้กับตัวเอง ว่าเขาคงต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยของลูกสาวสุดที่รัก หรือความมั่นคงทางธุรกิจ

และเขาก็ได้เลือกแล้ว

วันนี้อั๊วจะส่งคนไป ไม่สิ อั๊วจะไปถามเขาให้รู้เรื่องและบอกไม่ให้เขามายุ่งกับหมวยเล็กอีก

คุณประภาหันมามองก่อนจะส่งยิ้มให้

ชื่อเสียงของซากุโนะ ชิน เป็นที่รู้กันดีว่าเบื้องหลังของชายคนนี้ก็คือแก๊งยากูซ่าแก๊งใหญ่ หนึ่งในสามแก๊งของญี่ปุ่น ที่นี่บริษัทซากุโนะเติบโตและหยั่งรากฐานอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ ตระกูลใหญ่อย่างธนผไทไพศาลยังให้ความช่วยเหลือเกื้อหนุนทำให้ซากุโนะกรุ๊บกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีทั้งอำนาจในวงการธุรกิจ และเบื้องหลังที่ไม่อาจแตะต้อง

ชื่อเสียงของชายผู้นี้ยังไม่หมดแค่นั้น บรรดาทั้งสาวใหญ่ คุณนายไฮโซทั้งหลาย หรือแม้แต่เด็กสาวที่หวังจะเป็นเจ้าของหัวใจของ ซากุโนะ ชิน ล้วนแต่จ้องจะจับเขา แต่ด้วยความรักอิสระและความเย็นชาของชายหนุ่ม ทำให้การเข้าถึงตัวเขายากมากขึ้น หนึ่งในบรรดาข่าวลือของเขาผู้หญิง คือใจความสำคัญที่สุดที่คุณประภาไม่ต้องการให้เขาเข้ามาในชีวิตของลูกสาว เธออาจจะเป็นคนแปลกสำหรับใครก็ตามที่ต้องการลูกเขยรวยๆ แต่เธอต้องการเพียงชายที่จะรักลูกสาวของเธอเพียงคนเดียวมากกว่า แต่ผู้ชายคนนี้กลับใช้ผู้หญิงเปลืองเสียยิ่งกว่าการเปลี่ยนเมนูอาหารในทุกๆ เช้าเสียอีก

 

ชินมองใบหน้าเลขาของเขาเมื่อชายวัยกลางคนเดินเข้ามาบอกกับเขาว่าเย็นนี้บิดาของมิเรียมเพิ่งจะขอนัดเขาอย่างเป็นทางการ

ยกเลิกนัดเย็นนี้ให้หมด นัดไปที่ห้องในโรงแรมของเรา

เลขาชาวญี่ปุ่นของเขาเดินออกไปนานแล้ว แต่ชินยังมองบานประตูที่เพิ่งถูกปิดลงเมื่อครู่อย่างครุ่นคิด

เขาได้คำตอบเร็วเกินไป

ชายหนุ่มขยับตัวไปยังบาร์เครื่องดื่มก่อนจะรินเหล้ายี่ห้อโปรดแล้วถือติดมือกลับมานั่งอีกครั้ง 

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช้คนหลงตัวเอง แต่การปฏิเสธเขาในการขอเข้าร่วมธุรกิจจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่น่าแปลก เขากลับกำลังกังวลในคำตอบที่ได้รับอย่างรวดเร็ว และการขอนัดอย่างเป็นทางการทันทีที่เขายื่นข้อเสนอของนายพิศาลอย่างบอกไม่ถูก

ให้ตายเถอะ! เขาไม่เคยรู้สึกแย่แบบนี้มาก่อน

ทันทีที่ชินก้าวลงจากรถในตอนเย็น ด้านหน้าโรงแรมของเขาเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ระหว่างทางที่เขาเดินผ่านเขาได้รับการทักทายจากผู้คนที่รู้จักเขา  และหนึ่งในนั้นก็คือแพรวนภา หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งที่จะขอตามชายหนุ่มไปยังห้องรับรองเมื่อเธอรู้ว่าเขามีนัด

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ เดี๋ยวผมจะให้คนไปส่งคุณกลับไปก่อนเถอะ

ไม่มีทาง ชินคะ มีเรื่องอะไรที่คุณปิดบังแพรวหรือคะ คุณทำแบบนี้มันทำให้เราดูเป็นคนอื่นต่อกันนะคะ แพรวนภากำลังรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังถูกคุกคามโดยสิ่งที่มองไม่เห็นและชินกำลังห่างเธอออกไป

ทั้งคู่กำลังยืนเถียงกันอยู่ด้านในโรงแรมที่แพรวนภามาเปิดห้องเมื่อคืนเพราะเมาค้างโดยใช้เครดิตของชิน อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของผู้หญิงก็เป็นได้ที่กำลังเตือนเธอว่าหากเธอไม่รีบคว้าเขาเอาไว้เสียแต่ตอนนี้ เธออาจต้องสูญเสียเขาไปตลอดการก็ได้

คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า ชายหนุ่มยิ้มอย่างเยือกเย็น ก่อนจะจับข้อมือของหญิงสาวเอาไว้แล้วกล่าวออกมา ทั้งคุณทั้งผม เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เหมือนที่ผมเคยบอกกับคุณ ก่อนที่คุณจะรับเช็คของผมยังไงล่ะ

ชินไม่ชอบเสียมารยาทแต่เขาเกลียดการผิดสัญญามากกว่า ชายหนุ่มสะบัดข้อมือของหญิงสาวทิ้งอย่างไม่ใยดีทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาซุบซิบสิ่งที่เกิดขึ้นกับแพรวนภาราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่เธอเพิ่งถูกชินทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขาเบื่อ

ชิน!....คุณทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ แพรวนภาตะโกนไล่หลังชายหนุ่มที่ถูกล้อมหน้าล้อมหลังด้วยบอดี้การ์ด โดยไม่สนใจเสียงร้องของหญิงสาวแม้แต่น้อย

จะมองหาอะไรกันยะ! นังพวกบ้า!” แพรวนภาตวาดก้องหญิงสาวร้องไห้เสียจนมาสคาร่าไหลออกมาเป็นทาง และหันไปเล่นงานผู้คนที่อยู่รอบตัวเธอ ทำให้ไทยมุงเมื่อครู่ต้องสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้คุณต้องเสียใจที่ทำกับฉันอย่างนี้

เมื่อพนักงานต้อนรับเปิดประตูแบบญี่ปุ่นให้ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในห้อง นายพิศาลก็นั่งรออยู่ที่นั่นมาครู่หนึ่งแล้ว

ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีเจอคนรู้จักเลยหยุดคุยเล็กน้อยทำให้คุณต้องรอนาน

โอ้.....ไม่เป็นไรหรอกครับคุณชิน ผมซะอีกที่มาก่อนเวลานัด

สำเนียงจีนที่มักพูดกันในครอบครัวหายไปหมดสิ้น บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เหล่าบอดี้การ์ดถอยออกไปรอที่หน้าประตูอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ภายในห้องอาหารสไตล์ญี่ปุ่นมีเพียงชินกับนายพิศาลเท่านั้นที่อยู่เพียงลำพัง

เอาล่ะ วันนี้ผมมาที่นี่เพื่อที่จะมาขอบคุณเรื่องที่คุณชินยื่นข้อเสนอมา เพียงแต่ว่า ผมไม่อาจรับเอาไว้ได้

ทำไมล่ะครับ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้มเมื่อได้ยินคำปฏิเสธ อย่างที่เขาเคยกังวลก่อนจะมาถึงที่นี่

ชายวัยกลางคนถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะกล่าวสิ่งที่อยู่ในใจอย่างไม่ปิดบังพวกผมเป็นนักธุรกิจก็จริง แต่ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ ผมอยากจะถามคุณชินตามตรงว่าทำไมคุณถึงได้หันมาสนใจกิจการเล็กๆ ของครอบครัวเราทั้งที่เมื่อก่อนคุณไม่เคยสนใจมาก่อน แววตาแน่วแน่ของนายพิศาลจ้องเข้าไปที่นัยน์ตาสีดำสนิทที่แสนจะเย็นชาและอ่านยากของชายหนุ่มรุ่นลูก

ช่างเป็นคนที่เข้าใจได้ยากจริงๆ ผู้ชายคนนี้ สมแล้วที่สามารถสืบทอดกิจการของทางบ้านได้โดยไม่ลำบาก

ความจริงแล้วโดยส่วนตัวนอกเหนือจากความรู้สึกที่ว่าเขาอาจทำให้ลูกสาวสุดที่รักต้องมีอันตราย นายพิศาลก็ต้องยอมรับว่าชอบพอในตัวของชายหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย ด้วยอายุที่ไม่มากสามารถบริหารบริษัทให้ยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ นับว่าเป็นบุตรที่ทำให้ทั้งวงศ์ตระกูลและบิดามารดาภาคภูมิใจยิ่ง เขาเป็นคนทำงาน ย่อมที่จะชื่นชมผู้ที่ทำงานเช่นเดียวกัน หากแม้ว่าต่อไปได้คบหาชายคนนี้ไว้เป็นเพื่อนทางธุรกิจก็นับว่าจะดีไม่น้อย

ผมไม่เข้าใจคำถาม ชินยังคงรักษาสีหน้าเอาไว้ได้ดีเยี่ยม ทั้งที่เขาเองก็กำลังถามตัวเองอยู่เช่นกันว่า ทำไม

นายพิศาลยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าชินกำลังเล่นแง่กับเขาอยู่ มันเป็นแค่คำถามง่ายๆ ครับคุณชิน ผมคิดว่าคุณคงรู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่สำหรับพวกเราการเข้ามาข้องเกี่ยวกับคุณ นั่นหมายถึงว่าคนในครอบครัวของผมอาจมีปัญหาได้ ในอนาคต

ปัญหาหรือ? เรื่องนั้นผมไม่อาจบอกได้ว่าจะมีหรือไม่มี แต่ผมบอกกับคุณได้ว่าผมถนัดในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของธุรกิจ...หรือว่าเรื่องส่วนตัว

ชายทั้งสองคนกำลังประจันหน้ากัน ต่างคนต่างมองดูทีท่าของอีกฝ่ายเพื่อหยั่งเชิง

เอาเป็นว่าผมคงต้องขอร้องคุณเรื่องนี้ นายพิศาลจ้องมองชายหนุ่มรุ่นลูกผ่านโต๊ะที่กั้นอยู่ตรงกลางอีกเรื่อง ถ้าไม่จำเป็น ผมอยากให้คุณอยู่ให้ห่างหมวยเล็กลูกสาวผมเอาไว้

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ห้องทั้งห้องราวกับมีประจุไฟฟ้าวิ่งไปมาทั่วห้อง การเผชิญหน้าของชายสองคนที่ต่างมีจุดมุ่งหมายของตนเองอย่างเหนียวแน่น

ฝ่ายหนึ่งต้องการพิสูจน์ความต้องการของตนเอง

อีกฝ่ายต้องการเพื่อปกป้องสิ่งที่รัก

ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะมิเรียมที่แอบฟังอยู่ที่ห้องข้างๆ ก็ชักเริ่มรู้สึกไม่สบายใจจนทำให้ต้องเปิดประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในห้อง

พอได้แล้วค่ะ ทั้งสองคนเลย

เสียงคุ้นหูทำให้ชินที่นั่งหันหลังให้ต้องหันกลับมามอง วันนี้มิเรียมสวมชุดเสื้อสูทตัดเย็บประณีตพร้อมด้วยกระโปรงผ่าข้างที่สั้นเสมอเข่า ทำให้มองดูแล้วสมกับเป็นทายาทนักธุรกิจมืออาชีพ

หมวยเล็ก ลื้อมาที่นี่ได้ยังไง? พอลืมตัวนายพิศาลก็หลุดพูดภาษาจีนออกมา ชินที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามไม่เข้าใจ แต่มิเรียมผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาเข้าใจทุกประโยค

หนูก็ตามเตี่ยมาน่ะสิ มีอย่างที่ไหนจะนัดคนที่ไม่อยากให้ติดต่อกับลูกสาว แต่กลับบอกสถานที่กับเลขาไว้ซะหมด อย่างนี้มิน่าล่ะเตี่ยถึงได้เก็บความลับไว้ไม่อยู่ทำให้แม่จับได้ทุกที

มิเรียมตอบเป็นภาษาไทยทำให้ชินเข้าใจเรื่องที่หญิงสาวพูด แต่กลับทำให้บิดาหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหที่ถูกลูกสาวจับได้ว่าตนเองโกหกเอาไว้ว่าจะไปพบลูกค้าสำคัญก่อนจะออกมาที่นี่

ผมว่าเรามานั่งคุยกันก่อนดีกว่านะครับก่อนจะเปิดศึกพ่อลูก ชินทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยก่อนที่ทุกคนจะหลงประเด็นไปไกล และในเวลานั้นเองหญิงสาวสองคนที่สวมชุดต้อนรับแบบกิโมโนก็นำอาหารชุดแรกมาเสิร์ฟ

ว้ายเตี่ยอาหารญี่ปุ่น หมวยเล็กไม่ได้กินมาตั้งนานแล้ว นั่งเลยๆ เตี่ย พอเห็นอาหารที่เพิ่งมาเสิร์ฟมิเรียมก็อารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด

สองพ่อลูกมีข้อเสียเหมือนกันอยู่อย่างคือเรื่องอาหาร สมัยก่อนที่มิเรียมจะเดินทางไปเรียนต่อที่เมืองนอก อาศัยว่าว่างเมื่อไหร่สองพ่อลูกก็มักจะควงกันไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันเป็นประจำ โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นซึ่งถูกใจสองพ่อลูกเป็นพิเศษ

โอ้แม่เจ้าเป็นซูชิแบบพิเศษด้วยสิ ลาภปากแล้วเรา โฮะๆๆๆ

มิเรียมทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง พร้อมๆ กับเตรียมถือตะเกียบเอาไว้ในมือ ที่ข้างๆ นายพิศาลก็ทำแบบเดียวกันกับลูกสาว ทำให้ชินสังเกตเห็นบางอย่างที่อยู่ในตัวของคนทั้งคู่

พวกคุณชอบทานอาหารญี่ปุ่นหรือครับ? ชายหนุ่มลองเลียบเคียงถามโดยไม่ให้ทั้งสองพ่อลูกผิดสังเกต

ใช่! ครับ,ค่ะ ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน

หึๆ อย่างนี้นี่เอง ชินหัวเราะอยู่ในใจและทันทีที่สองพ่อลูกเริ่มจัดการกับซูชิที่อยู่บนโต๊ะ แผนการเข้าใกล้อย่างแยบยลของชายหนุ่มแดนปลาดิบก็เริ่มขึ้น

ผมมีคูปองทานฟรีซูชิชุดใหญ่ของห้องอาหารนี้อยู่ ถ้ายังไงโปรดรับไว้ด้วยนะครับ ถือซะว่าเป็นของขวัญ

สองพ่อลูกหันขวับอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าชายหนุ่มจะเคยทำอะไรให้ทั้งคู่รู้สึกไม่ดีมาก่อนตอนนี้ทุกอย่างถูกให้อภัยหมดแล้ว ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มพูดคำว่าซูชิฟรีออกมา (ช่างไม่เห็นแก่กินเล้ย)

เป็นอันว่าตกลง สองพ่อลูกประสานเสียงกันอย่างแข็งขัน(กรรม)

 

คุณประภามองสองพ่อลูกที่นั่งก้มหน้าสำนึกผิดอยู่ที่ห้องโถงของบ้านหลังใหญ่ ทั้งคู่นั่งคุกเข่าสำนึกผิดมาร่วมชั่วโมงหลังจากที่จัดการเจ้าซูชิแบบพิเศษนั่นหมดภายในพริบตา ในมือของเธอยังมีคูปองที่ชินมอบให้ทั้งคู่ถืงสองเล่ม เรียกได้ว่ากว่าจะใช้คูปองเหล่านี้หมด ทั้งสองคนคงต้องไปเป็นแขกประจำที่โรงแรมนี้เป็นปีเลยก็ว่าได้

ดูเหมือนว่าคนของเธอคงจะพลาดเพราะความเห็นแก่กินซะแล้ว

แม่ให้เฮียไปยกเลิกสัญญา แต่กลับได้คูปองกินฟรีมา แถมยังไปรับปากเขาอีกว่าจะไปกินจนหมดเพื่อชดเชยที่ไม่สามารถร่วมทุนกับเขาได้ แค่มองก็น่าจะรู้แล้วนะว่าเป็นแค่ข้ออ้าง มีใครบ้างที่จะเลี้ยงข้าวคนที่ปฏิเสธตัวเองเยอะขนาดนี้น่ะ

คุณประภาปรายตามองไปยังมิเรียม

เอาล่ะสิ ถึงตาซวยของเราแล้ว โฮกกกกกก

หมวยเล็กก็เหมือนกัน แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับเขา แล้วนี่ถึงขนาดตามเตี่ยไปถึงถิ่นของเขา แล้วไอ้คูปองที่มีชื่อของทั้งคู่อยู่เนี่ยมันคืออะไรกัน ไหนอธิบายให้แม่ฟังซิ

คุณประภานั่งลงที่โต๊ะไม้เนื้อดีขัดมันเป็นแวววาว ลายของเนื้อไม้ถูกแกะสลักอย่างสวยงามพร้อมกับจิบน้ำชาที่สาวใช้มาวางไว้ให้อย่างไม่สบอารมณ์

คือ....มิสเตอร์ซากุโนะเขาบอกว่าเป็นคูปองพิเศษน่ะค่ะแม่ ใช้ได้แค่หนูกับคุณพ่อเท่านั้นน่ะค่ะ มิเรียมตอบเสียอ่อยๆ

ดีๆ...งามหน้านัก แล้วนี่ถ้าไม่ไปกินเขาจะหาว่าหมิ่นน้ำใจเขาถึงสองครั้งสินะ ดีจริงๆ ทั้งพ่อทั้งลูกเลย

โฮกกกกกกกแม่จ๋าเฮียขอโต้ดดดดดด

สองพ่อลูกเห็นสีหน้าของคุณประภาแล้วก็กระโดดกอดกันตัวกลมดิก รอฟังคำพิพากษาของผู้ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหวาดหวั่น (ตกลงแม่หล่อนเป็นอะไรกันแน่ยะ)

งั้นก็ไปกินกันให้ครบก็แล้วกัน ส่วนเย็นนี้ อดข้าวพอคุณประภากล่าวจบก็สะบัดหน้าหนีไปจากห้อง

หาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  เตี่ย

หาๆๆมิเรียม

ฮือๆๆๆ พ่อจ๋าเราอดข้าวเย็นด้วยล่ะโฮกกกกกก

ราวกับนายพิศาลจะรู้ว่ามิเรียมกำลังคิดอะไรในใจ สองพ่อลูกจึงกอดกันร่ำไห้อยู่ในห้องโถงอย่างเงียบๆ แต่ภายในใจกลับหวังว่าเจ้าคูปองที่ได้มาคงคุ้มกับการอดข้าวเย็นมื้อนี้ (น่านยังไม่เข็ด)

 

ฮะๆๆๆ สุดท้ายเธอกับพ่อ เอ๊ย! เตี่ยก็อดข้าวเย็นทั้งคู่สินะ ฮะๆๆ น้ำหวานหัวเราะจนน้ำตาเล็ด

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเพื่อนสาวมีจุดอ่อนเรื่องการกินนี่เอง และวันนี้ดูเหมือนว่าเธอเองก็ได้ลาภปากมากินอาหารที่โรงแรมโดยมีคูปองเจ้าปัญหาเป็นเจ้ามือเหมือนกัน

ไม่ต้องมาหัวเราะเลยยัยหวาน นี่ถ้าไม่เห็นแก่ซูชินะ ฉันไม่ยอมลำบากขนาดนี้หรอกเชอะ... มิเรียมทำหน้างอนก่อนจะหันไปจัดการข้าวห่อสาหร่ายที่อยู่ตรงหน้าแทน

จ้าๆ ฉันรู้แล้ว แล้วนี่เจ้าของคูปองยังไม่มาอีกหรือยะ?

มิเรียมขมวดคิ้วกับคำถามของเพื่อนสาว เธอไม่ได้นัดอีตาซีดนั่นมาแล้วเขาจะมาที่นี่ได้ยังไงกัน?

เธอพูดอะไรน่ะ ฉันไม่ได้นัดเขาซะหน่อยแล้วอีตาซีดนั่นจะมานี่ได้ไงยะ

อ้าว เธอก็น่าจะดูออกนะ เขาเอาเรื่องซูชิมาล่อแสดงว่าเขาอยากให้เธอกับ เตี่ยเธอมาที่นี่บ่อยๆ แสดงว่าต้องมีจุดประสงค์ ฉันเดาเลยนะว่าถ้าไม่อยากพบเตี่ยเธอก็ต้องอยากพบเธออยู่แล้วล่ะ

การเดาของน้ำหวานนั้นถูกต้องเพียงแต่ว่าตอนนี้ ชายหนุ่มที่สองสาวกำลังพูดถึงนั้นยังเดินทางมาไม่ถึงเพียงเท่านั้น  หลังจากที่น้ำหวานและมิเรียมพร้อมด้วยเหล่าบอดี้การ์ดเดินทางมาถึงโรงแรม พนักงานต้อนรับก็โทรแจ้งเลขาของชินตามที่ได้รับคำสั่งเอาไว้ แม้กระทั่งห้องที่ถูกระบุไว้ตามคูปองที่ได้รับมา ยังเป็นห้องที่ชินออกคำสั่งเอาไว้ว่าห้ามเปิดให้ใครเข้าใช้นอกจากนายพิศาลกับลูกสาวเท่านั้น

ฮึ....เขาจะมาอยากพบฉันทำไมกัน ถ้าจะพบเตี่ยเรื่องเจรจาธุรกิจก็ว่าไปอย่าง มิเรียมเสมองไปทางอื่นระหว่างที่เถียงกับเพื่อนสาว เพื่อปกปิดแก้มบอบบางที่เริ่มมีสีระเรื่อขึ้นเล็กน้อย

น้ำหวานมองเพื่อนสาวพลางอมยิ้ม มีหรือคนอย่างมิเรียมจะดูไม่ออก ถ้าไม่ได้สนใจผู้ชายที่ตัวเองค่อนขอดว่าเป็นอีตาซีด ต่อให้เอาคูปองหรือตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นฟรีมาให้ก็ไม่มีวันที่เพื่อนซี้ของเธอจะรับเอาไว้ แต่คราวนี้ทั้งพ่อลูกต่างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้รับเอาของร้อนชิ้นนี้มาไว้ในมือ แสดงว่าต่อไปครอบครัวนี้คงมีเรื่องให้เธอติดตามแบบว่าร่วมด้วยช่วยฮาอีกมากเลยทีเดียว

ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับหัวหน้าหน่วยบอดี้การ์ดที่ก้าวเข้ามา

คุณหวานครับ คุณชินต้องการเข้าพบครับ

น้ำหวานหันไปหามิเรียมก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นนัยว่า การคาดการของเธอถูกต้องขนาดไหน

เชิญเข้ามาได้เลย กำลังรออยู่ทีเดียว น้ำหวานส่งยิ้มที่หวานสมชื่อให้ ทำเอาหัวหน้าการ์ดตาพร่าไปชั่วขณะก่อนจะเตือนตัวเองว่าหากคิดเกินเลยกับคุณน้ำหวานมากไปกว่านี้ เขาคงต้องไปนอนนับปลาอยู่ที่ปากอ่าวเหมือนอย่างที่เพื่อนๆ ในทีมพูดกัน

ชินเดินเข้ามาคนเดียวโดยทิ้งเหล่าบอดี้การ์ดของตนเอาไว้หน้าห้อง สีหน้าของชายหนุ่มวันนี้แม้ว่าจะดูเย็นชาเหมือนเก่าแต่ก็แฝงความเป็นกันเองมากกว่าครั้งแรกที่ได้พบกัน

กำลังทานซูชิที่คุณชินให้คูปองมาอยู่เลยค่ะ ถ้าไม่รังเกียจเชิญทานด้วยกันสิคะ

ขอบคุณครับผมกำลังหิวอยู่พอดีหวังว่าคงไม่เป็นการรบกวน ชินพูดแต่ดวงตากลับมองไปยังมิเรียมที่นั่งอยู่ข้างๆ น้ำหวานแทน หญิงสาวทำเป็นไม่สนใจใช้ตะเกียบคีบซูชิของโปรดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

สวัสดีครับคุณหมวยเล็ก วันนี้คุณพ่อไม่ได้มาด้วยหรือครับ

ทันทีที่ชินนั่งลง ชายหนุ่มก็หันไปหาเป้าหมายของเขาทันที

ไม่ได้มาด้วยหรอกค่ะ อีกอย่างรบกวนมิสเตอร์ซากุโนะเรียกมิเรียมเถอะค่ะ เพราะชื่อหมวยเล็กส่วนใหญ่จะเป็นคนในครอบครัวเท่านั้นที่เรียก

แม้ว่าจะดูเป็นการเสียมารยาทอยู่บ้าง แต่มิเรียมกลับรู้สึกแปลกๆ ที่ชื่อหมวยเล็กของเธอจะออกมาจากปากของชายตรงหน้า

ความรู้สึกที่ไม่อาจยอมรับได้ว่า เมื่อชื่อนั้นผ่านริมฝีปากของชินออกมา มันดูอ่อนโยนเสียจน...จนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปหมด

ผมว่าชื่อนี้ก็น่ารักดีนะครับ เหมือนกับที่ประเทศของผม มักจะต่อท้ายชื่อด้วยคำว่าจัง ซึ่งผมว่ามันดูดีกว่าที่จะใช้ชื่อที่เป็นทางการ ถ้ายังไงผมขออนุญาตคุณที่นี่เลยก็แล้วกัน หวังว่าคงไม่รังเกียจนะครับ

ชินยังคงตีหน้าตาย ทั้งที่มิเรียมหันขวับมาพร้อมกับส่งสายตาดุดันมาให้ ถ้าสายตาของมิเรียมเป็นมีด ป่านนี้ชินคงขาดเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว เพราะมิเรียมไม่เคยเถียงใครแล้วจนด้วยคำพูดเช่นนี้มาก่อน

ฮึๆ เสียงหัวเราะของน้ำหวานทำให้สงครามทางสายตาของทั้งสองคนหยุดชะงัก

หัวเราะอะไรยะ คราวนี้มิเรียมหันกลับมาเล่นงานเพื่อนสนิทแทน

เปล่า....ก็แค่รู้สึกว่าเธอได้พบคู่ปรับแล้วก็เท่านั้น หึๆ

ดวงตาพราวระยับของชินสบตากับมิเรียมอย่างยั่วเย้าในที ซูชิมื้อนี้มิเรียมรู้สึกว่ารสชาติมันกร่อยลงไปอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะใบหน้าเฉยชาของชายหนุ่มคอยจ้องเธออยู่ตลอดเวลากระมัง

ดวงตาที่ราวกับ...กำลังจับจองเป็นเจ้าของตัวเธอ

ตอนนี้นายธีเป็นยังไงบ้างครับ พักนี้ผมไม่ได้รับการติดต่อจากเขาเลย

เมื่อคืนพี่ธีโทรหาน้ำหวานอยู่เหมือนกันค่ะ เห็นว่ายุ่งๆ อยู่ ท่าทางจะมีปัญหากับตำรวจทางโน้นไม่น้อย

เมื่อคืนกนธีโทรหาเธอด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความเหนื่อยล้า น้ำหวานอยากช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ชายแต่ดูแล้วเรื่องนั้นคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะตัวกนธีเองแทบจะไม่ยอมพูดเรื่องงานที่กำลังไปทำให้เธอฟังเลย

งั้นหรือครับ ท่าทางคราวนี้คงโดนเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ผมว่าอย่างนายธีคงจะจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยคุณน้ำหวานคงไม่ต้องเป็นห่วง ชินมองเห็นความกังวลใจในดวงตาใสกระจ่างของน้ำหวาน

เขาได้แต่หวังว่าคราวนี้กนธีคงสามารถผ่านเรื่องราวทุกอย่างไปได้ด้วยดีเหมือนทุกครั้ง

 

ชายชุดดำเดินขวักไขว่ไปรอบๆ คฤหาสน์หลังงาม ซึ่งเป็นหนึ่งในสมบัติของตระกูลธนผไทไพศาล ประมุขหนุ่มของคฤหาสน์กำลังมีแขกสำคัญในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงโทรศัพท์ดังไม่ขาดสายจากนักข่าวบ้าง บรรดาคู่ควงของที่โทรมาถามข่าวคราวบ้าง แต่ที่น่าหนักใจที่สุดก็คือพนักงานทั้งหมดที่เสียชีวิตครั้งนี้ล้วนแต่เป็นพนักงานระดับหัวหน้า ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลบริหารงานในเขตภาคเหนือทั้งหมด ทำให้ตอนนี้กนธีไม่สามารถที่จะทิ้งงานทางนี้เอาไว้ได้ กำหนดการทั้งหมดจึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมทั้งหมายกำหนดการเดินทางกลับกรุงเทพของชายหนุ่มด้วย

เป็นยังไงบ้าง? พวกมันเคลื่อนไหวอะไรอีกหรือเปล่า เอกสารถูกพลิกไปเรื่อยๆ กนธีกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมเอกสารเพื่อเรียกประชุมคณะกรรมการที่เพิ่งรวบรวมได้เพื่อประชุมลงมติเลือกชุดกรรมการใหม่

พวกมันไม่เคลื่อนไหวเลยครับ คาดว่าคงรอดูท่าทีของทางเราอยู่ สีหน้าของพันชิตดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะถึงแม้ว่าจะจับตาดูอย่างใกล้ชิด เจ้าพวกลอบกัดนั่นก็ไม่ยอมเคลื่อนไหวให้เห็นแม้แต่น้อย นั่นยิ่งเพิ่มความกังวลใจให้กับเขามากขึ้นไปอีก

แล้วคนที่ฉันให้ตามมาล่ะ มาถึงหรือยัง

มาแล้วครับ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับแขกแล้วครับ

กนธีพยักหน้าก่อนจะวางมือลง แล้วก้าวออกจากห้องไป เพื่อไปพบกับคนสำคัญที่เขาให้พันชิตเชิญมา

นาย....ไม่ได้เจอกันเสียนานนะครับ

ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้ากนธีเปลี่ยนไปจากความทรงจำครั้งสุดท้ายที่พบกันเล็กน้อย

ผไท บิดาของน้ำหวานมองชายหนุ่มที่กำลังเจริญรอยตามบิดาอย่างองอาจในทุกๆ ด้าน และบางทีอาจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ตระกูลธนผไทไพศาลเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมายกว่าแต่ก่อน อีกทั้งอำนาจทางการเมืองและทางสังคม อาจยิ่งใหญ่กว่าเมื่อตอนที่นายใหญ่คุมธุรกิจอยู่เสียด้วยซ้ำ

ไม่ว่ายังไงผู้ชายคนนี้ก็ประมาทไม่ได้ เพราะเขาคือพยัคฆ์คำรามอย่างแท้จริง

สวัสดีครับคุณอา ไม่เจอกันนานเลยนะครับ กนธีให้ความนับถือผไทเหมือนกับญาติตั้งแต่เมื่อตอนที่ทำงานอยู่กับบิดาของตน เพราะเขารู้ดีว่าหากจะมีใครที่จริงใจกับตระกูลของเขามากที่สุด ก็คงไม่พ้นชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาซึ่งก็คือบิดาของน้ำหวานคนนี้นั่นเอง

เช่นกันครับ ไม่เจอกันนานจริงๆ เสียด้วย เอ่อ...ไม่ทราบว่าลูกสาวของผมเป็นยังไงบ้างครับ

เรื่องนี้ภรรยาเขากำชับนักหนาให้ถามให้ได้ เพราะหลังจากที่นายใหญ่โทรไปบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ถึงแม้ว่าเขากับภรรยาจะไม่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องการรู้ความเคลื่อนไหวบ้างด้วยความเป็นห่วง

กนธีแทบจะสำลักกาแฟ เมื่อได้ยินคำถามนี้ จริงๆ แล้ววันนี้ที่เขาเรียกลูกน้องเก่าที่ไว้ใจได้อย่างผไทกลับมาก็เพราะต้องการให้ผไทกลับมาทำงานกับเขาอีกครั้ง และคอยรั้งตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารของทางภาคนี้แทนคนเก่าที่ถูกฆ่าแต่พอนายผไทกล่าวถึงน้ำหวาน ชายหนุ่มก็นึกไปถึงจูบดูดดื่มเมื่อตอนที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันครั้งสุดท้าย

อา.....ความรู้สึกผิดช่างเสียดแทงได้เจ็บปวดเสียจริงๆ

ผม...เอ่อ...หนูหวานสบายดีครับ เรื่องที่ผมเชิญคุณอามาวันนี้ก็เรื่องตำแหน่งที่เพิ่งว่างเพราะเรื่องนี้ล่ะครับ ผมจะพูดไม่อ้อมค้อมเลยก็แล้วกัน ผมอยากให้คุณอากลับมาร่วมงานกับผมอีกครั้ง

สีหน้าหนักใจปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วบนใบหน้าของอดีตลูกน้อง

จะดีหรือครับ ผมไม่ได้จับงานด้านนี้มาหลายปี อีกอย่างตอนนี้งานในไร่ของผมไม่สามารถวางมือได้จริงๆ เว้นแต่ว่า...

กนธีพอจะเดาออกว่าไผทหมายถึงอะไร ชายหนุ่มจึงส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

ไม่ได้หรอกครับ คุณอาอาจยังไม่ทราบเรื่องนี้ ก่อนหน้าที่ผมจะเดินทางมาที่นี่ผมตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับหนูหวานครับ

ตะ....แต่งงาน!”

สีหน้าของไผทตกใจอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่เหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนรายรอบอยู่รวมทั้งพันชิตเองก็ยังตกตะลึงไปด้วย

แต่งงาน!.....ชายที่หวงแหนชีวิตโสดสุดชีวิตอย่างเจ้านายจะแต่งงาน!.....เหล่าบอดี้การ์ดทั้งหลายต่างนึกในใจพร้อมกันด้วยความตกใจแกมหวาดผวาเล็กๆ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น

เดิมทีเจ้านายของพวกเขาหวงแหนชีวิตโสดเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นสาวสังคมที่สวยที่สุดหรือแม้แต่นางงามบางเวที ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งเจ้านายหนุ่มเอาไว้ได้ จนกระทั่งบางครั้งพวกเขาเองยังเคยต้องปวดหัวเพราะรถไฟหลายขบวนของเจ้านายชนกันจนบริษัทแทบแตกเสียด้วยซ้ำ แต่คราวนี้เพียงเพราะคุณน้ำหวานกลับมาไม่กี่วัน ก็สามารถทำให้เพลย์บอยที่ฮ็อตที่สุดในสังคมพอๆ กับคุณชินตกลงแต่งงานได้อย่างไม่ลังเลใจ แสดงว่าคุณน้ำหวานคงมีทีเด็ดอะไรบางอย่างที่สามารถปราบเจ้านายของเขาให้อยู่หมัดได้ บางที ทีเด็ดที่ว่าอาจเป็นทีเด็ดที่เรียกว่าความรักและความผูกพันที่มีต่อกันมาอย่างยาวนานของทั้งคู่ก็ว่าได้

ทุกคนในที่นั้นหันมายิ้มให้กันอย่างรู้ความนัยเรื่องนั้นดี เพราะผู้ที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานกับตระกูลธนไผทไพศาลมาช้านาน เรื่องราวของคุณหนูน้ำหวานและเจ้านายต่างเป็นที่รู้กันและแอบลุ้นกันอยู่อย่างเงียบๆ เมื่อมาถึงตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ทุกคนคิด ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดีไปด้วยจริงๆ ยกเว้น.....

เจ้านาย..จะแต่งงานกับหนูหวานลูกสาวผมจริงๆ หรือครับ?

พอเห็นสีหน้าของนายผไทแล้ว ความรื่นเริงของกนธีถึงกับมอดลงไปอย่างรวดเร็ว

มีอะไรหรือเปล่าครับคุณอา?

ผม....ผมว่าเรื่องนี้บางทีเจ้านายน่าจะคิดดูใหม่ดีกว่านะครับ

คราวนี้น้ำเสียงของผไทยิ่งตอกย้ำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้รู้ทันทีว่ามีบางสิ่งที่ทำให้อดีตคนสนิทไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานที่น่ายินดีนี้ซะแล้ว

ทำไมครับ! หรือว่าคุณอารังเกียจผม กนธีถามด้วยน้ำเสียงเคร่ง ในยามนี้ไม่ว่าเรื่องราวใดๆ ก็ไม่สามารถทำให้เขาร้อนใจได้เท่ากับเรื่องการแต่งงานที่ทางนายผไทไม่ยอมรับเรื่องการแต่งงานกับเขาและน้ำหวานอีกแล้ว

ผมไม่ได้รังเกียจหรอกครับ แต่ว่า ผไทมองชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบทุกด้านที่นั่งอยู่ตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจกล่าวในสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของเขามาเนิ่นนาน ทั้งที่ชั่วชีวิตนี้เขาคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้พูดสิ่งที่เขาคิดออกมาให้ชายหนุ่มตรงหน้าฟัง เพราะไม่คิดว่าชายตรงหน้าจะจริงจังกับลูกสาวของเขาถึงขนาดคิดแต่งงานด้วย โดยที่ไม่เคยมีวี่แววมาก่อน

เจ้านายแน่ใจแล้วหรือครับว่าหนูหวานจะมีความสุข เดิมทีการแต่งงานของชาวสังคมอย่างที่เจ้านายอยู่มักจะเกี่ยวกับเงินและอำนาจอยู่เสมอ แต่น้ำหวานลูกสาวผมเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา ไม่มีทั้งอำนาจและเงินทองที่จะเสริมหน้าตาและบารมีเหมือนกับคุณหนูตระกูลอื่นๆ ต่อไปเจ้านายจะทำใจเรื่องนี้ได้หรือครับ

สิ่งนี้ล่ะที่ทำให้เมื่อหลายปีก่อนครอบครัวของเขาต้องย้ายออกมาจากคฤหาสน์ของตระกูลธนผไทไพศาล ความแตกต่างของฐานะและความเป็นอยู่ที่คอยค้ำคอเขาและครอบครัว โดยเฉพาะหนูหวานที่หลงรักผู้ชายที่เป็นตัวจักรสำคัญของตระกูล ทุกสิ่งทุกอย่างจึงต้องจบลงด้วยการจากลา และตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างอีกครั้งไม่ว่าผลของมันจะทำให้เขาต้องเจอกับอะไรก็ตาม

เขาจะต้องทำให้ลูกสาวของเขามีความสุขที่สุดเท่าที่พ่ออย่างเขาจะทำได้

ไม่คิดว่าความคิดบ้าๆ แบบนี้จะมีอยู่อีก กนธีมองบิดาของน้ำหวานที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความหวั่นใจทีแทบน้อยครั้งนักจึงจะทำให้เขารู้สึกแบบนี้ได้

เรื่องนี้คุณอาคิดมาตลอดหรือครับ คิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นหรือครับ

ผไทนั่งนิ่ง เขาไม่ได้ตอบคำถามของกนธี นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มแน่ใจในความคิดของตนเองมากขึ้น เขาคิดว่าความคิดนี้น่าจะมีอยู่ในหัวของครอบครัวนี้มาเนิ่นนานแล้ว การจากไปเมื่อหลายปีก่อนจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมรักหนูหวานมากแค่ไหนคุณอาก็รู้ แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมแน่ใจก็คือ ขอเพียงหนูหวานอยู่กับผม เรื่องต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดผมจะจัดการทุกอย่างเองโดยที่หนูหวานจะไม่มีวันต้องมาเดือดร้อน หรือลำบากใจเพราะผมเป็นอันขาด ผมอยากให้คุณอาไว้ใจในความรู้สึกที่ผมมีต่อหนูหวาน ขอให้ผมได้ดูแลหนูหวานเถอะนะครับ

อา....ในที่สุด หนูหวานลูกสาวพ่อก็ทำสำเร็จ หนูสามารถคว้าความรักที่หลุดลอยไปกลับมาไว้ในมือได้แล้วนะลูก พ่อแน่ใจว่าหนูจะต้องเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ที่ได้ความรักมากมายและท่วมท้นจากผู้ชายที่แสนจะสมบูรณ์แบบอย่างผู้ชายตรงหน้าพ่อเอาไว้ได้ และพ่อก็เชื่อว่าเขาจะต้องทำตามที่พูดได้อย่างแน่นอน

คนตระกูลธนผไทไพศาลไม่เคยผิดสัญญาพ่อรู้ดี

ผมเชื่อในคำพูดของนาย เพราะฉะนั้นเรื่องแต่งงานผมจะไม่เข้าไปขัดขวางอีกขอเพียงหนูหวานพอใจ ผมก็ยินดี

ราวกับยกภูเขาอันหนึกอึ้งออกจากอก บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องเมื่อครู่หายไปในพริบตา พันชิตสั่งให้ลูกน้องยกแชมเปญที่ดีที่สุดในห้องเก็บมารินแจกทุกคน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #141 Auyii (@auyii) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2552 / 09:24
    กลับมาแล้วๆๆๆ

    ^^
    #141
    0