จับให้มั่น คั้นให้รัก เปลี่ยนชื่อเป็น (ร้อนไฟรัก)ตีพิมพ์แล้ว

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 จูบที่เปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 ก.ย. 52

รถเบนซ์หลายคันตีวงเข้ามาในคฤหาสน์ธนไผทไพศาล แม้ว่าจะเป็นเวลาล่วงเลยตี 2 มาแล้ว แสงไฟในบ้านยังคงสว่างไสวราวกับกำลังรอการกลับมาของคนสำคัญ ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างแบบบางของน้ำหวานก็ก้าวลงจากรถโดยไม่รอชายหนุ่มที่ก้าวตามมาจากทางด้านหลังแม้แต่น้อย จนกระทั่งทั้งคู่ก้าวเข้าไปในตัวคฤหาสน์


      “หนูหวาน จะโกรธพี่ไปถึงไหนกันคะ พี่ก็แค่เห็นว่ามันดึกมากแล้ว อีกอย่างพรุ่งนี้พวกพี่ก็มีประชุมด้วย

มีหรือน้ำหวานจะยอมหันมาง่ายๆ เมื่อครู่ทั้งที่กำลังร้องเพลงอยู่กับมิเรียมแท้ๆ แต่พี่ชายสุดเลิฟของเธอคนนี้ก็เกิดเป็นคนดี ต้องรีบกลับบ้านเพราะพรุ่งนี้มีประชุมซะอย่างนั้น แถมยังลากเธอที่ยังมันกับการร้องเพลงกลับมาด้วยอีกต่างหาก

งานนี้ต้องลงโทษให้หลาบจำซะบ้าง ฮึ!

อ้าว กลับมากันแล้วเหรอ เป็นไงบ้างล่ะไปเที่ยวมาสนุกไหม แล้วทำไมกลับมาด้วยกันได้ล่ะ

พรตตีหน้าตายถามทั้งคู่เมื่อเดินมาหยุดที่ห้องโถง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าทั้งสองคนจะต้องเจอกัน แต่ก็อย่างว่าเงาพยัคฆ์อย่างเขาจะยอมให้พวกละอ่อนพวกนี้จับได้ไล่ทันได้ยังไงกัน

น้ำหวานมองพรตด้วยสายตาจับผิด ทำไมเธอถึงได้ไม่เคยนึกมาก่อนเลยนะว่านิสัยเจ้าเล่ห์ของพี่ธีได้มาจากใคร ในเมื่อต้นตำหรับนิสัยทุกอย่างในตัวของพี่ชายคนนี้ของเธอ ก็มาจากชายตรงหน้าทั้งสิ้น มาถึงตอนนี้น้ำหวานจึงได้แต่ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่แต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่อย่างว่าในเมื่อคิดจัดการคนลูก ถ้าให้คนพ่อยอมร่วมมือด้วยน่าจะเป็นการดีกว่า

พอดีว่าเราไปเจอกันที่คลับ ที่คุณลุงแนะนำไปไงคะ น้ำหวานไปเจอพี่ธีที่นั่นเข้าพอดี

พรตซ่อนแววตาแห่งความเจ้าเล่ห์เอาไว้ ก่อนจะแสร้งทำเป็นตกใจ จนแม้แต่กนธีเองยังอดสงสัยไม่ได้

จริงเหรอ แหมบังเอิญจริงๆ ลุงเห็นว่าที่นั่นมันปลอดภัยดีแล้วอีกอย่างเจ้าชินเพื่อนสมัยเด็กของพี่ธีเขาเป็นเจ้าของที่นั่นด้วย น่าจะอำนวยความสะดวกให้หนูได้มากกว่าไปที่อื่น ว่าแต่วันนี้หนูไปกับใครมาบ้างล่ะลูก

ไปกับเพื่อนที่ชื่อมิเรียมครับ เห็นว่าสนิทกันดีตั้งแต่อยู่ที่โน่น กนธีพูดแทรกขึ้น ก่อนจะเล่นงานบิดาในเรื่องที่เขาตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่เห็นชุดที่น้ำหวานใส่ออกไปข้างนอกแล้ว ไม่รู้ว่าบิดาเห็นดีเห็นงามได้ยังไงถึงได้ยอมให้น้องสาวของเขาแต่งตัวยั่วยวนแบบนั้นออกไปได้

เดี๋ยวผมขอคุยกับคุณพ่อสักครู่นะครับ

พอเห็นสีหน้าจริงจังของเจ้าลูกชายแล้ว พรตก็ยิ่งนึกสนุกกับเดิมพันครั้งนี้มากขึ้นไปอีก

คุณลุงคะ น้ำหวานขอตัวก่อนก็แล้วกันนะคะ อ้อ...เอ่อ คือว่า...พรุ่งนี้น้ำหวานอยากรบกวนขอกุญแจบ้านหลังสวนน่ะค่ะ น้ำหวานว่าจะไปอยู่ที่นั่นสักสองสามวันก่อนจะกลับบ้านที่เชียงใหม่

แค่ประโยคที่ว่าจะย้ายไปอยู่บ้านหลังสวนเพียงลำพัง ก็ทำให้สองพ่อลูกตกใจจนกล่าวอะไรไม่ออกอยู่แล้ว ยิ่งพอได้ฟังประโยคที่ว่าอีกสองสามวันจะกลับเชียงใหม่ ยิ่งทำให้ทั้งพรตและกนธียิ่งไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด

ไม่มีทาง! บ้านหลังสวนไม่มีคนอยู่ตั้งนานแล้วหนูหวานจะไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง ที่สำคัญหนูหวานเป็นน้องพี่ หนูหวานอยู่ที่นี่ก็ถูกแล้ว ที่นี่คือบ้านของหนูหวาน อีกเรื่อง จากนี้ไปหนูหวานต้องอยู่ที่นี่ เพราะพี่จะไม่ยอมให้เราทำเรื่องเหลวไหลเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

หลังจากที่ออกคำสั่งมากมาย กนธีก็ทำได้แต่ยืนจ้องหน้าดื้อรั้นของน้ำหวานนิ่ง เขากำลังคอยดูว่าน้องสาวของเขาจะออกฤทธิ์ออกเดชอะไรอีก เพราะตั้งแต่น้ำหวานกลับมา เขาได้พบกับความจริงบางอย่างที่ว่าน้องสาวตัวเล็กๆ ที่แสนจะเรียบร้อยได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ความรักที่กนธีมีให้น้องสาวคนนี้กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปแม้แต่น้อย ผิดคาด น้ำหวานไม่ได้ออกฤทธิ์อะไรทั้งสิ้น หญิงสาวกลับพูดออกมาเรียบๆ ว่า

น้ำหวานง่วงแล้ว ไว้พูดกันต่อพรุ่งนี้นะคะ พอพูดจบก็เดินจากไปเหมือนกับไม่รับรู้สิ่งที่ชายหนุ่มพยายามจะบอกทั้งสิ้น

กนธีเดินตามหลังน้ำหวานไปติดๆ โดยทิ้งให้พรตยืนยิ้มกริ่มอยู่ด้านล่างเพียงลำพัง

เห็นทีเจ้าลูกชายคงต้องปวดหัวไปอีกนาน เพราะดูท่าทางหนูหวานคงต้องเอาคืนเจ้าลูกชายหัวช้าคนนี้อีกหลายยกแค่คิดถึงตรงนี้ พรตก็อดไม่ได้ที่จะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปซะแล้ว

ร่างสูงของพรตเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดีไปนั่งรอเจ้าลูกชายที่ห้องทำงานท่ามกลางสายตาสงสัยของเหล่าบอดี้การ์ด

กนธีก้าวตามมาทันร่างโปรงบางของน้ำหวานที่หน้าห้อง ทันทีที่หญิงสาวกำลังจะปิดประตู มือของชายหนุ่มก็ทำหน้าที่ยึดบานประตูเอาไว้

เดี๋ยวก่อนหนูหวาน พี่ธียังไม่ได้คำตอบเลยว่าหนูหวานเข้าใจเรื่องที่พี่พูดไปหรือเปล่า

หนูหวานเข้าใจค่ะ แต่หนูหวานก็ต้องกลับบ้าน ต้องกลับไปหาพ่อกับแม่ หนูหวานจะอยู่ที่นี่ได้ยังไงในเมื่อบ้านหนูหวานอยู่ที่เชียงใหม่

น้ำหวานมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วเริ่มพูดอย่างเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

พี่ธีคะ พี่ธีอย่าลืมสิคะว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ถึงแม้ว่าทั้งพี่ธีกับน้ำหวานจะอยู่ด้วยกันมาตลอด แต่หนูหวานก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง เหมือนกับ...ที่พี่ธีมี

น้ำหวานส่งรอยยิ้มที่คิดว่ามันจะสามารถสื่อความคิดของตนเองออกมาให้ชายหนุ่มได้รับรู้ รอยยิ้มนี้มันจึงมีทั้งความเศร้า ความอาดูร และความน้อยใจบางอย่างที่ชายหนุ่มอ่านไม่ออก

แต่พี่จะไม่ยอมเสียหนูหวานไปให้ใคร! ในเมื่อหนูหวานเป็นน้องพี่ หนูหวานเป็นของพี่!” กนธีเผลอตัวคว้าต้นแขนของหญิงสาวเอาไว้ พร้อมกับเขย่าตัวของน้ำหวานไปมา

หนูหวานไม่ใช่น้องของพี่! ถึงเมื่อก่อนจะเป็น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว น้ำหวานตะโกนออกมาอย่างควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ น้ำตาที่ส่องประกายราวกับไข่มุกไหลลงมาบนแก้มขาวนวล ทำให้สติสัมปชัญญะยะของกนธีกลับคืนมา

พี่...พี่ พี่ขอโทษนะหนูหวาน พี่ไม่น่าทำแบบนี้เลย ความรู้สึกอยากปกป้องผุดขึ้นมาเป็นอย่างแรก กนธีรวบร่างบางของน้ำหวานเอาไว้ในอ้อมแขนลูบไล้ไปมาบนเส้นผมนุ่มสลวยอย่างปลอบประโลม ความใกล้ชิดที่ไม่เคยได้สัมผัสมานานปีกลับเปลี่ยนไป กนธีรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านเนื้อผ้าบางเบามาสู่ร่างกายแข็งแรงของเขา  เนื้อสาวหอมกรุ่นลอยขึ้นมาแตะจมูก ร่างนุ่มนิ่มที่แนบเข้ามาใกล้ทำให้ชายหนุ่มต้องยอมรับอย่างเงียบๆ ว่าน้องสาวของเขาคนนี้เป็นหญิงสาวเต็มตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ มิหนำซ้ำเขายังกล้ากะรันตีว่าแม้แต่หญิงสาวที่เขาเคยควง ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนที่มีร่างกายสวยงามอวบอิ่มและพอเหมาะกับร่างกายเขาเหมือนกับน้ำหวานมาก่อน

ยิ่งคิดอารมณ์หนุ่มกลับยิ่งโหมพัดกระพือขึ้น ร่างของน้ำหวานที่อิงแอบอยู่กับตัวเขากลับยิ่งเบียดชิดมากขึ้น ทำให้กนธีแทบอยากจะกดตัวหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดคนนี้กับพื้นแล้วบรรเลงเพลงรักกับเธออย่างที่ใจต้องการ แต่แล้วจิตสำนึกก็พลันนึกขึ้นมาได้ก่อนว่า หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาในตอนนี้เป็นน้องสาวของเขาเอง มิหนำซ้ำยังเป็นน้องสาวที่เขารักมากที่สุดอีกด้วย

แต่ใครจะรู้ น้ำหวานที่ร้องไห้จนน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม กลับกำลังยิ้มอย่างสมใจในท่าทีของพี่ชายต่างสายเลือดคนนี้ที่มีต่อเธอ แผ่นอกที่เธอกำลังซุกซบอยู่อย่างอบอุ่นเป็นสิ่งที่เมื่อก่อนน้ำหวานไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะสามารถทำแบบนี้ได้ แต่หลังจากที่โตขึ้นได้พบกับสิ่งต่างๆ มากมาย ความมั่นใจที่แสนจะน้อยนิดเมื่อก่อนก็กลับกลายเป็นเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา การร้องไห้ในตอนนี้ของเธอเป็นเพียงสิ่งทดสอบที่น้ำหวานคิดขึ้นได้เมื่อครู่ ว่าถ้าต่อไปในอนาคต น้ำหวานต้องการเปลี่ยนความรู้สึกของชายหนุ่ม  ผู้ชายที่คิดว่าตนเองเป็นพี่ชายของเธอมาตลอดนั้นจะสามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเธอได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะได้คำตอบแล้ว

อาจเป็นเพราะเสียงหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ภายใต้ฝ่ามือของเธอตอนนี้ที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ยังกล้ามเนื้อขมึงตึงที่แนบอยู่กับเรือนร่างของเธอ ยิ่งทำให้น้ำหวานเชื่อว่า หากเธอพยายามอีกนิด อีกไม่นานนักเธออาจทำสำเร็จก็เป็นได้

พี่ธีคะ หนูหวานไม่เป็นไรแล้วค่ะ เอาไว้เรื่องนี้เราค่อยพูดกันวันอื่นก็แล้วกันนะคะ

น้ำหวานดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม ก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ไหลลงมา

หนูหวานไม่เป็นอะไรนะคะ พี่ธีขอโทษอีกครั้งนะ สีหน้ากนธีในตอนนี้รับรองได้ว่าถ้าพนักงานที่บริษัทได้เห็นเข้ารับรองว่าต้องเอาไปลืออีกนับเดือน เพราะมันแฝงไปด้วยความอ่อนโยน และความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมาไม่นาน ซึ่งแม้แต่ตัวชายหนุ่มเองก็ยังไม่ทันรู้ตัวมาก่อน

หญิงสาวผละจากร่างสูงเดินเข้าไปยังประตูที่เปิดอยู่อีกครั้ง แต่พอจะผ่านเข้าไปโดยมีร่างของกนธียืนมองอยู่ด้านหลัง น้ำหวานหมุนตัวกลับ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม

หนูหวานยังไม่ได้ Goodnight Kiss พี่ธีเลยค่ะ

ชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัวริมฝีปากนุ่มนิ่มหอมกรุ่นก็ถูกส่งมาสัมผัสริมฝีปากกระด้างของเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะถอนออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ฝันดีนะคะพี่ชาย

คราวนี้น้ำหวานไม่รั้งรอเหมือนตอนแรก เธอเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าชายหนุ่มจะรั้งตัวเธอเอาไว้กระนั้น ดังนั้นหญิงสาวจึงไม่มีทางรู้ได้ว่า หลังจากนั้น ร่างของกนธียังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูในอีกนานต่อมา  กว่าที่เขาจะรู้สึกตัวว่าเขามีนัดกับบิดา เวลาก็ผ่านไปเนิ่นนานพอควรเลยทีเดียว

รอยยิ้มที่แตะแต้มอยู่บนริมฝีปากของกนธีเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากที่สุด ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำงานใกล้ชิดต่างรู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ชายหนุ่มมีรอยยิ้มเช่นนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวเป็นที่สุด แต่เวลานี้ในความคิดของชายหนุ่มแผนการที่ไม่เคยคิดว่าจะมีมาก่อนหน้าก็ได้เริ่มขึ้น หลังจากรสสัมผัสเมื่อครู่ ที่น้ำหวานเป็นผู้สร้างขึ้นมานั่นเอง

 

ภายในรถคันงามของบุรุษที่ได้รับสมญานามว่าเทพบุตรน้ำแข็ง สีหน้าของมิเรียมไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเลยแม้แต่น้อยทั้งที่ในตอนนี้ เธอกำลังนั่งอยู่ในรถลีมูซีนคันหรูที่ตัวเธอเองเคยใฝ่ฝันมานานว่าอยากจะลองนั่งสักครั้ง

เป็นอะไรไป ทำไมเงียบเชียว...กลัวหรือ?

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสีหน้าเรียบเฉยนั่นหรือเปล่านะ ถึงได้ทำให้มีเรียมชักอยากเอามือไปหยิกแก้มให้เสียรูปไปเลย ยิ่งพอชินพูดสบประมาทด้วยท่าทางเย็นชาแบบกวนๆ นี่ด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกเหมือนมือทั้งสองข้างคันยุบหยิบจนบอกไม่ถูก

กลัวอะไรคะ ในเมื่อตอนนี้ฉันอยู่กับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งของเมืองไทย มิเรียมส่งยิ้มน้อยๆ ไปให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามของรถ

ฉันไม่กลัวหรอกนะยะ! (อันที่จริงแอบกลัวอยู่)

หึๆ ก็ดี ผมกำลังคิดอยู่ว่าเมื่อครู่ทำเรื่องเสียมารยาท จึงอยากจะเชิญคุณไปดื่มต่อไม่ทราบว่าจะรังเกียจหรือเปล่า

ซวยแล้ว! เกิดตานี่หน้ามืดปล้ำเราขึ้นมาจะทำยังไงกันละ (ก็ยอม..เอ๊ย! ไม่ยอม)

ไม่ได้รังเกียจหรอกค่ะ แต่ว่าป่านนี้แล้วทางบ้านของฉันคงเป็นห่วง ยังไงซะก็ต้องขอบคุณในความเอื้อเฟื้อนะคะ

ชายหนุ่มไม่ตอบ เพียงแต่รถที่แล่นตามทางกลับบ้านของเธอไปเรื่อยๆ ก็หมายความว่า คืนนี้เธอคงกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่อย่างน้อยตอนนี้ยังไปไม่ถึงบ้านความปลอดภัยทั้งหลายที่หวังเอาไว้ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

หน้าบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ แม้ว่าเวลาผ่านไปจนจวนเจียนสว่าง ชายกลางคนที่หน้าตาเหมือนตาแปะในยาแก้ปวดยังคงยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ที่หน้าบ้าน พร้อมด้วยภรรยาที่ยังคงความงดงามในวัยสาวอยู่มากยืนอยู่ด้วยอย่างเรียบร้อย

ที่นี่คือบ้านของมิเรียม และตาแปะที่ยืนอยู่ก็คือบิดาเชื้อสายจีนของมิเรียมที่กำลังรอลูกสาวกลับบ้านอย่างใจจดจ่อ

เฮีย....ไปนอนก่อนเถอะ หมวยเล็กมันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วงมันหรอก

ภรรยาสาวร่างเล็กมองสามีที่กำลังทำท่าทางฮึดฮัดเมื่อเห็นว่าลูกสาวสุดรักสุดหวงยังไม่กลับจากงานเลี้ยง

บ้านของมีเรียมมีเชื้อสายจีนอยู่ค่อนข้างมาก บิดาของมิเรียมเป็นคนจีนที่เติบโตที่เมืองไทย ส่วนมารดาของหญิงสาวนั้นเป็นลูกครึ่งไทยจีน ทุกวันนี้ครอบครัวของมิเรียมทำธุรกิจเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้า  พวกพี่น้องของมิเรียมต่างทำงานอยู่ในธุรกิจของครอบครัว พี่น้องทั้งหมดของมิเรียมแต่งงานออกจากบ้านไปกันหมด ยกเว้นมิเรียมที่เพิ่งศึกษาจบอาจเป็นเพราะว่าหญิงสาวเป็นลูกที่นิสัยเหมือนกับบิดามากที่สุด จึงทำให้เธอกลายเป็นบุตรสาวที่เตี่ยกับแม่เป็นห่วงที่สุดเช่นกัน

ไม่!...ดูสิป่านนี้แล้ว หมวยเล็กยังไม่กลับถึงบ้านเสียที เมื่อกี้อั๊วโทรไปก็ปิดเครื่อง ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า สีหน้าของคนพูดดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะยังพกความกังวลเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

เสียงรถที่ดังขึ้นหน้าบ้าน ทำให้สามีภรรยาทั้งสองชะเง้อคอมองผ่านรั้วเหล็ก ก่อนจะเห็นรถลีมูซีนคันหรูจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้าประตู

ใครน่ะ?...มาทำไมกันป่านนี้

ทั้งคู่มองไปยังที่เพิ่งมาจอดใหม่ แต่น่าแปลก ในเมื่อแล่นมาจอดตั้งนานแล้ว แต่กลับไม่มีใครลงมาจากรถแม้แต่คนเดียว

เอ่อ....ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง มิเรียมยกมือไหว้ชายหนุ่ม ก่อนจะเตรียมลงจากรถ

เดี๋ยวครับ เสียงเรียกของชินทำให้มีเรียมชะงัก

ชายหนุ่มขยับตัวจากที่นั่งมายังที่นั่งตรงกันข้ามที่มิเรียมนั่งอยู่ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเท้าไปยังพนักพิงด้านหลัง ราวกับกำลังโอบตัวของมิเรียมอยู่กลายๆ

ผมมีข้อเสนอ ชินหยุดเว้นจังหวะไป ร่างบางที่นั่งตัวลีบอยู่ข้างๆ นั่งตัวเกรงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มมองหัวไหล่กลมมนที่ถูกบังเล็กน้อยด้วยเส้นผมสลวยที่ถูกมัดเอาไว้อย่างสวยงาม ทรวงอกอวบอิ่มดูเหมาะสมกับเรือนร่างเล็กกะทัดรัดของมิเรียมดูน่ารักน่าสัมผัสอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

น่าแปลก ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่รสนิยมของเขา แต่ทำไมถึงได้ทำให้อารมณ์หนุ่มในกายเขาเดือนพล่านได้ถึงขนาดนี้นะ

ถ้า...สิ่งที่เขาคิดเป็นความจริงขึ้นมาล่ะ ถ้าผู้หญิงคนนี้ยอมรับข้อเสนอเหมือนคนอื่นๆ คืนนี้เขาจะได้พิสูจน์เสียที ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ไม่แน่ว่าพอผ่านคืนนี้ไปแล้ว ความสนใจของเขาอาจลอยหายไปเหมือนทุกครั้งก็เป็นได้

เรือนร่างเล็กๆ กับผิวที่ดูเนียนนุ่มน่าสัมผัส คงให้ความรู้สึกดีภายใต้ริมฝีปากร้อนรุ่มของเขา

แค่คิด...ชินก็แทบจะอดทนรอไม่ไหวแล้ว

มีอะไรหรือเปล่าค่ะ?

ผมมีข้อเสนอ ชายหนุ่มเว้นจังหวะไปนิดหน่อยก่อนจะพูดต่อ คืนนี้....ถ้าคุณสนใจจะไปอยู่กับผมที่คอนโด ผมยินดีที่จะ จ่าย ทุกอย่างที่คุณต้องการ

ระหว่างที่พูด ชินอดไม่ได้ที่จะใช้มือข้างที่ว่าง สัมผัสไปบนหัวไหล่กลมมน สัมผัสแรกที่รู้สึกคือความนิ่มของผิวเนื้อที่ให้ความรู้สึกดีอย่างที่คิด ผมต้องการคุณจริงๆ นะ คุณเองก็รู้สึกเหมือนกันกับผมไม่ใช่หรือ

ร่างเล็กบางไม่ตอบ ไม่มีการเคลื่อนไหว แม้กระทั่งตอนที่ชินแนบริมฝีปากร้อนรุ่มไปยังหัวไหล่กลมมน

ธุระแค่นี้ใช่ไหมคะ? มิเรียมไม่ตอบ แต่กลับผินหัวไหล่ออกห่างริมฝีปากของชายหนุ่ม ก่อนจะขยับตัวลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว แต่พอเท้าสัมผัสไปยังพื้นถนนที่อยู่ด้านนอก มิเรียมก็หันกลับมามองชินที่นั่งอยู่ในรถ

คุณนี่มันทุเรศจริงๆ ทั้งสีหน้าและท่าทางของมิเรียมเฉยชาเสียยิ่งกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรก มิเรียมกระแทกประตูปิดโครมใหญ่ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

แม่...นั่นมันลูกสาวของเรานี่หว่า เตี่ยของมิเรียมโวยวายขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกสาวสุดที่รักลงมาจากรถยนต์คันหรู มิหนำซ้ำ ยังมีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ เดินตามลงมาอีกคนมองดูแล้วเหมือนคู่รักทะเลาะกันไม่มีผิด

ไปเร็ว!...ดูๆ นั่น! มันกำลังจับมือถือแขนลูกสาวเรานี่หว่า สิ่งที่เตี่ยของมิเรียมเห็นก็คือภาพของชินที่กำลังตามติดมิเรียมลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำยังถือวิสาสะคว้าแขนมิเรียมเอาไว้มั่น

คุณปฏิเสธผมอย่างนั้นหรือ? สีหน้าเคร่งเครียดของชายหนุ่มทำให้รู้ว่าตอนนี้นายใหญ่แห่งกลุ่มซากุระอารมณ์ไม่สู้ดีขนาดไหน

เขากำลังร้อนรนกับคำปฏิเสธของเธอ

ใช่! อ้อ แล้วก็นี่ด้วย

หมัดขวาหลุนๆ ถูกปล่อยไปอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ชินเองก็นึกไม่ถึง ทันทีที่มันกระทบเข้ากับปากของเขาความเจ็บที่พุ่งขึ้นมาถึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว

เขาเพิ่งถูกต่อย!

ทันทีที่ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงชก เตี่ยกับแม่ของมิเรียมก็ออกมาจากรั้วบ้านตรงมายังคนทั้งคู่พอดี

หมวยเล็ก! ทำไมลื้อไม่เข้าบ้าน แล้วนั่นมากับใครฮ้า!” เตี่ยของมิเรียมพยายามมองหน้าผู้ชายที่กำลังจับแขนของลูกสาวสุดที่รัก เพราะมันดูเหมือนคลับคล้ายคลับคราว่าจะเคยเจอมาก่อน

เตี่ย!”

ความซวยมาเยือนแล้วเรา….

มิเรียมพยายามสะบัดมือที่กำลังถูกชายหนุ่มเกาะกุมเอาไว้ เพราะเตี่ยเป็นคนหัวเก่า ไม่ชอบให้ลูกๆ ทำตัวประเจิดประเจ้อนอกบ้าน โชคดีที่ว่าเธอมีมารดาให้ท้ายอยู่ ไม่อย่างนั้นมิเรียมคงไม่มีโอกาสที่จะได้ไปเรียนเมืองนอกอย่างที่อยากไปเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่คราวนี้เห็นทีจะรอดยากเพราะเตี่ยดันมาเห็นตอนที่เธอถูกอีตาบ้านี่จับมือถือแขนอยู่พอดี

โถๆๆๆ.....ทำไมเราถึงได้โชคร้ายอย่างนี้นะ ยัยมิเรียม

แล้วคุณเป็นใคร...ทำไมมายืนจับมือถือแขนลูกสาวผมแบบนี้เตี่ยของมิเรียมชักสีหน้าถามชายที่อยู่ตรงหน้าทันที

ชินไม่ได้ตกใจกับเสียงโวยวายของชายวัยกลางคน แต่เขากำลังมองหญิงสาวที่เมื่อครู่ต่อยเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย มือแข็งแรงที่คว้าแขนนุ่มนิ่มเอาไว้ได้ เพราะหญิงสาวเตรียมตัวจะหนีเข้าบ้านหลังจากที่ชกหน้าเขาสำเร็จ ความคิดมากมายวิ่งวนเวียนอยู่ภายในสมองของเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนใจออกมาเบาๆ แล้วจึงยอมปล่อยแขนของมิเรียมอย่างอาลัยในผิวสัมผัส

สวัสดีครับ คุณคงเป็นคุณพ่อของมิเรียม ผมเป็นเพื่อนกับพี่ชายน้ำหวาน ชื่อชินครับ ซากุโนะ ชิน

เตี่ยของมิเรียมยืนอ้าปากค้าง มารดาของมิเรียมยืนมองชายหนุ่มด้วยท่าทีเงียบสงบ ดวงตาของนางกำลังมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ

คุณ...คุณคือคุณชินที่เป็นเจ้าของธุรกิจซากุระกรุ๊ปนั่นน่ะหรือ?ดูเหมือนว่าตอนนี้เตี่ยของมิเรียมจะกลายเป็นคนติดอ่างไปเสียแล้ว เพราะไม่คิดว่าชายที่ได้ชื่อว่ามีอำนาจและร่ำรวยไม่แพ้ตระกูลใหญ่อย่างธนไผทไพศาลจะมายืนอยู่หน้าบ้านเขา และยังมีท่าทีจะรู้จักลูกสาวสุดที่รักของเขาเป็นการส่วนตัวอีกต่างหาก

ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์มาส่ง หมวยเล็ก....เข้าบ้าน

ผู้ที่กล่าวคือมารดาของมิเรียมที่แสนจะพูดน้อยอ่อนหวาน แต่เวลาที่นางกล่าวอะไรออกมา แม้แต่บิดาของมิเรียมก็ยังต้องทำตามอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของมารดาชักเริ่มไม่ค่อยดี มิเรียมจึงยอมเข้าไปในบ้านไปอย่างเงียบเชียบ โดยมีสายตาของชินมองตามไปจนกระทั่งลับตา

สวัสดีครับ ผมชื่อพิศาลครับ แหม...เราเคยเจอกันที่งานเลี้ยงเมื่อไม่นานมานี้คุณคงจำผมไม่ได้เพราะวันนั้นในงานคนเยอะมากท่าทางของเตี่ยมิเรียมดูนอบน้อมจนเห็นได้ชัด มีใครบ้างที่จะกล้าไปมีปัญหากับกลุ่มนายทุนที่ยิ่งใหญ่อย่างซากุระกรุ๊ป

 ชินกำลังลำดับภาพเหตุการณ์ในงานเลี้ยงธุรกิจที่เขาไปร่วมงาน แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังนึกไม่ออกว่าเขาได้พบกับบิดาของมิเรียมตอนไหน

ไม่ยาก เรื่องแค่นี้เขาคงสามารถหาข้อมูลครอบครัวนี้จากลูกน้องของเขาได้ในเวลาไม่นาน รอยยิ้มธุรกิจถูกส่งไปให้กับบิดาของมิเรียมก่อนที่ชายหนุ่มจะขอตัวกลับอย่างสุภาพ

แม่! เมื่อกี้เห็นไหมนั่น พ่อไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณชินจะมาที่บ้านเรา ฮะๆๆ นี่ถ้าเราทำความสนิทสนมกับเขามากกว่านี้ หนทางธุรกิจของบ้านเราคงสดใส ฮะๆๆ

ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินเข้ามาในบ้าน เตี่ยของมิเรียมดูอารมณ์ดีเสียยิ่งกว่าตอนออกไปราวกับหน้ามือหลังมือ ผิดก็แต่มารดาของมิเรียมที่กลับทำหน้าเคร่งจนผิดสังเกต

เฮีย...ต่อไปห้ามติดต่อกับผู้ชายคนนี้อีกนะ แม่ไม่ชอบ

ได้ผล....รอยยิ้มของนายพิศาลหายวับไปกับตา ก่อนจะมีสีหน้าราวกับคนจะร้องไห้ออกมาแทน

แม่...ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ เฮียว่าเราน่าจะรู้จักกับเขาเอาไว้นะ อีกหน่อยถ้าเกิดเขาพอใจหมวยเล็กขึ้นมา พวกเราก็จะสบาย หมวยเล็กเองก็จะสบายไปด้วยนะแม่นะนายพิศาลพูดเพราะดูจากท่าทีที่ชายหนุ่มมีต่อลูกสาวสุดที่รักแล้ว ความหวังครั้งยิ่งใหญ่ที่จะได้เป็นดองกับตระกูลผู้มีอิทธิพลก็บันเจิดขึ้นมาทันที

ไม่....แม่ไม่อยากให้พวกเราเข้าไปยุ่งกับคนมีอำนาจ ทุกวันนี้พวกเราก็อยู่ดีมีสุขกันอยู่แล้วจะไปหาภาระเข้ามาเพิ่มอีกทำไมกัน เอาเป็นว่าแม่ไม่เห็นด้วย แล้วถ้าเฮียไม่เชื่อ เราคงได้เห็นดีกัน

สีหน้าเอาจริงของภรรยาทำให้เตี่ยของมิเรียมถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ แม้ว่าคนภายนอกจะมองว่าภรรยาของเขาเป็นเมียที่อยู่ในโอวาทสามี แต่มีไม่กี่คนที่รู้ความจริงว่า  นางประภาภรรยาของเขาต่างหาก ที่ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจต่างๆ อีกทั้งยังมีอำนาจเหนือทุกคนในครอบครัว แม้ว่าเมื่ออยู่ภายนอก นางจะทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีอยู่ในโอวาทสามีให้ทุกคนได้เห็นก็ตาม แต่เมื่อนางบอกว่าไม่  ทุกอย่างที่นางสั่งก็ต้องเป็นไปตามนั้น

แม้ว่าใจอยากร้องไห้สักแค่ไหน แต่ก็ต้องฝืนยิ้มออกมา จ๊ะแม่ ฮือๆๆๆๆ

 

บนเตียงนอนหลังเล็กมีร่างของมิเรียมที่กำลังนอนคิดอะไรบางอย่าง

เฮ้อออ....นึกว่าจะเป็นคนดีแท้ๆ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้นะ!

ในหัวของมิเรียมมีแต่คำพูดของชินลอยวนไปเวียนมาเต็มไปหมด

ทั้งที่มีความรู้สึกดีด้วยขนาดนั้นแท้ๆ  ..

ยิ่งคิดมิเรียมก็ยิ่งไม่เข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่จู่ๆ โทรศัพท์ที่นอนนิ่งสนิทอยู่ในกระเป๋าถือก็ดังขึ้นในความเงียบ.

มีอะไรเหรอยัยหวาน? ทำไมโทรมาได้ล่ะ ป่านนี้ยังไม่นอนอีก

แล้วเธอล่ะ เพิ่งถึงเหรอทำไม คุณชินเขาพาแวะที่ไหนเหรอจ้า เสียงหัวเราะสดใสที่ปลายสายยิ่งทำให้หน้าของมิเรียมหงิกเข้าไปอีก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อครู่ให้เพื่อนสนิทฟัง

ฮะๆๆๆ ไม่น่าเชื่อเหมือนในหนังเลย แล้วต่อไปจะทำยังไงกันทีนี้ เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายซะด้วยสิ ต่อไปอาจต้องเจอกันอีกก็ได้ น้ำหวานหัวเราะเสียงใสออกมาจากโทรศัพท์

เจอก็เจอสิ คนอย่างเจ๊มิเรียมไม่กลัวอยู่แล้ว ชิ อย่านึกว่าหน้าตาดีแล้วฉันจะยอมง่ายๆ นะยะ มิเรียมค้อนลมค้อนแล้งไปตามเรื่อง ก่อนจะวกเข้าประเด็นสำคัญ

ว่าแต่เรื่องพี่ชายสุดที่รักของหล่อนเป็นยังไงบ้างล่ะ ป่านนี้แล้วคงมีความคืบหน้าแล้วมั้ง มิเรียมถามสื่อเป็นนัย ในเมื่อวันนี้เพื่อนสาวของเธอลงทุนแต่งหน้าเต็มที่ แถมยังยอมอดทนฝืนตัวเองอยู่จนป่านนี้ เพื่อเรียกความสนใจโดยไม่ยอมพักผ่อนทั้งที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึง

เฮ้อ....จะว่าคืบก็คืบอยู่

อะไรของหล่อนยะ ไอ้ที่ว่าคืบก็คืบเนี่ย อย่าบอกนะว่าหล่อนปล้ำพี่ชายหุ่นล่ำคนนั้นไปแล้ว ฮะๆๆๆ

ประสาทแล้วยัยมิเรียม แค่จูบราตรีสวัส ไม่ถึงขนาดนั้นซะหน่อย

ป๊าดๆๆๆ นี่กล้าทำถึงขนาดนี้เลยเหรอยะยัยน้ำหวาน ก้าวหน้านะเราน่ะ ฮะๆๆมิเรียมพลิกร่างไปมาอยู่บนเตียงนุ่ม ทั้งที่ผ่านไปเกือบตี 3 เข้าไปแล้ว

ทำเป็นหัวเราะไป กว่าฉันจะทำใจจูบราตรีสวัสกับพี่ธีได้เล่นเอาขาสั่นเลยนะยะ แถมยังต้องรีบเข้ามาในห้องก่อนที่หน้าจะแดงอีก

ที่แท้พอน้ำหวานเข้าห้องไปได้ก็ทรุดตัวลงนั่งอยู่ที่หน้าปากประตูห้องทั้งที่ใบหน้ายังแดงก่ำไปหมด ก่อนจะพุ่งขึ้นไปบนเตียงพร้อมกับกดโทรศัพท์โทรหามิเรียมอยู่ในตอนนี้นั่นเอง

แล้วต่อไปจะทำยังไง ตกลงว่าพี่ชายของเธอคนนี้ เขาพอจะมีหวังบ้างหรือเปล่าล่ะ คราวนี้มิเรียมถามาอย่างจริงจังมากขึ้น

ก็น่าจะมีหวังอยู่นะ เพราะดูๆ ไปแล้วเขาก็พอจะมีปฏิกิริยากับฉันเหมือนกัน น้ำหวานนึกไปถึงตอนที่ชายหนุ่มกอดเธอเพื่อปลอบใจ คนเราถึงแม้ว่าจะสามารถหลอกใจตัวเองได้ แต่ก็ไม่สามารถหลอกปฏิกิริยาของร่างกายที่แสนจะซื่อตรงได้แน่

ว่าแต่...แผนต่อไปจะเอายังไงล่ะ ในเมื่อทำไปถึงขนาดนี้แล้วจะถอยหลังก็กระไรเลย

อืม....รู้แล้วล่ะ หล่อนยังจำรายงานของมิเชลได้ไหม เรื่องการเบี่ยงเบนความรู้สึกของมนุษย์ด้วยการทดสอบหลายๆ อย่างน่ะ

เพื่อนของหญิงสาวทั้งคู่เป็นว่าที่คุณหมอจิตวิทยา  หญิงสาวได้นำเอาแบบทดสอบต่างๆ มาทดสอบตัวอย่างเช่น ให้เลือกสีที่ชอบที่สุด หากแต่พอนานวันเข้าก็ค่อยทำให้ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ถูกทดสอบทดลองสิ่งของต่างๆ มากมายหลากสี จำลองเหตุการณ์ต่างๆ และพอท้ายที่สุดก็สามารถเปลี่ยนใจได้ในเวลาไม่นานัก

เหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน เพียงแต่ว่าเดิมพันของคราวนี้ยิ่งกว่าคะแนนสอบ

แต่มันเป็นหัวใจของเธอเอง

จะทำจริงๆ หรือเนี่ย? ถ้าเกิดไม่สำเร็จขึ้นมา หนูหวานอาจเข้าหน้าพี่ธีของหนูหวานไม่ได้อีกเลยก็ได้นะ มิเรียมเตือนเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง

ไม่เป็นไร อย่างน้อย ฉัน...ก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

คำพูดประโยคนี้ไม่ได้บอกมิเรียมอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่น้ำหวานต้องการเน้นยำตัวเองให้ซึมซับเข้าไปถึงหัวใจด้วยว่า จากนี้ไปไม่ว่าเธอจะต้องทำอะไรก็ตาม เธอจะต้องทำให้สำเร็จให้จงได้เพราะมัน จะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่เธอจะทำให้สิ่งที่มุ่งหวังตั้งแต่วัยเด็กของเธอประสบความสำเร็จ

เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายกับความรู้สึกทั้งหมดที่ยังมีเหลืออยู่ในใจ พร้อมกับการวัดดวง

เพราะชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป จากนี้ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดจะสำเร็จหรือไม่ เธอจะไม่มีวันทำให้พ่อกับแม่ต้องเป็นทุกข์เพราะเธออีก นี่เป็นสิ่งที่น้ำหวานตัดสินใจทันทีที่ก้าวลงจากเครื่องบิน

 

ในห้องทำงานของอาณาจักรธนไผทไพศาลอันยิ่งใหญ่ เงาพยัคฆ์และพยัคฆ์คำรามกำลังคุยกันอย่างเคร่งเครียดเสียยิ่งกว่าตอนตกลงเจรจาธุรกิจนับพันล้านเสียอีก

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณพ่อถึงได้ยอมให้น้องแต่งตัวน่าเกลียดแบบนั้นออกไปข้างนอกได้

ในมือของกนธีมีแก้วน้ำสีอำพันอยู่ในมือชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ตรงกันข้ามกับโต๊ะทำงานของบิดาที่ตั้งอยู่ข้างหน้า  เขากำลังสอบสวนบิดาที่ปล่อยให้น้ำหวานแต่งชุดล่อแหลมออกนอกบ้านไป แต่น่าแปลก พรตกลับไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้นกับการโวยวายเล็กๆ ของบุตรชายแม้แต่น้อย เพราะเขากำลังรอในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือการที่เจ้าลูกชายจะโดนน้ำหวานเล่นงาน และเขาก็ได้เลือกข้างเรียบร้อยแล้ว

พ่อไม่เห็นว่าจะเป็นอะไรเลย หนูหวานใสชุดแบบนี้ก็สวยดี หรือแกว่าไง พรตกล่าวยิ้มๆ

กนธีถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะเขาเองก็ยอมรับอยู่ในใจว่าหนูหวานน้องสาวเขาแต่งชุดคืนนี้แล้วสวยจน จน

ธี...เจ้าธี!” พรตตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นว่าเจ้าลูกชายจู่ๆ ก็เงียบเสียงไป

คะ ครับ ผมเอ่อ.... ชายหนุ่มเผลอจินตนาการไปไกลตามคำพูดของบิดา ทำให้สีหน้าในตอนนี้ดูกระอักกระอ่วนพิลึก

เอาล่ะๆ ไม่ต้องพูดแล้ว พ่อจะไปห้ามหนูหวานได้ยังไง น้องโตแล้ว อีกอย่างอีกหน่อยหนูหวานเขาก็ต้องกลับบ้านที่เชียงใหม่ พวกเราจะไปรั้งตัวน้องไว้ได้ยังไงกันไอ้เสือ

สีหน้าของกนธีเปลี่ยนไปทันใด เขาไม่ยอมรับเหตุผลต่างๆ ที่บิดาเอามาอ้างทั้งสิ้น หนูหวานต้องอยู่กับเขา อยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา เขาจะไม่ยอมให้ใครมาพาหนูหวานออกจากชีวิตไปอีกแล้ว

ไม่มีทาง จากนี้ไปหนูหวานต้องอยู่กับผม ใครที่คิดจะพาหนูหวานไปจากผมอีกจะต้องเห็นดีกันแน่ แต่ถ้าน้าผไทกับน้ารินรดาต้องการพบหนูหวาน ผมจะเป็นคนพาไปเอง แต่น้องต้องอยู่กับผม

เฮ้ย!....แกจะทำแบบนั้นได้ยังไง หนูหวานเป็นลูกของผไทกับแม่รินรดาเขา ยังไงพ่อแม่ลูกเขาก็ต้องอยู่ด้วยกัน นอกจาก.... พรตไม่ยอมพูดให้จบทำให้กนธีรู้สึกหมั่นไส้บิดาขึ้นมาเล็กๆ

อะไรล่ะครับคุณพ่อ คุณพ่อจะพูดอะไรก็พูดมาเสียที อย่าทำให้ผมต้องปวดหัวไปมากกว่านี้เลย แค่นี้ผมก็จะบ้าแล้ว

พรตหัวเราะเสียงดังก่อนจะเดินมาตบบ่าแข็งแรงของเจ้าลูกชายที่โซฟา

แกก็แต่งงานกับน้ำหวานเสียสิ เท่านี้ทั้งแกและน้ำหวานก็ต้องถูกผูกติดกันไปตลอดชีวิต ทีนี้ล่ะแม้แต่เจ้าผไทกับแม่รินรดาก็ไม่สามารถมาแยกน้ำหวานจากแกได้แน่ และแน่นอนแม้แต่ตัวพ่อเองก็ตาม

พรตพูดไปก็สังเกตสีหน้าของกนธีไป เขาเห็นแสงสว่างเล็กๆ ถูกจุดขึ้นในดวงตาของชายหนุ่มก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังกลบเกลื่อนอะไรบ่างอย่างเพื่อไม่ให้เขาจับได้

คุณพ่อพูดอะไรออกมา หนูหวานเป็นน้องสาวผมนะครับ เอาเป็นว่าจากนี้ไปถ้าน้ำหวานจะออกไปไหนก็ต้องขออนุญาตจากผมก่อน ผมขอตัวก่อนนะครับดึกแล้ว พรุ่งนี้ผมมีประชุมแต่เช้า

ชายหนุ่มพูดจบก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ยอมให้บิดากล่าวโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ร่างสูงแข็งแรงเดินออกจากห้องทำงานไปด้วยหัวใจหนักอึ้ง เห็นทีคืนนี้คงเป็นคืนที่หนักหน่วงในหัวใจมากที่สุด มากกว่าครั้งไหนๆ ที่ชายหนุ่มเคยเผชิญมา

การแต่งงาน..........

 *********************************************

ช่วงนี้ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้อัพ ยังไงก็จะพยายามลงให้บ่อยๆ ค่ะ ฝากเรื่องพิศวาสยอดรักฟาโรห์ด้วยนะคะ 

การะเกด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #117 piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กันยายน 2552 / 05:06
    You don't make me feel disappiont as all.. thanks for very good story ja and upd more ner.
    #117
    0
  2. #112 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2552 / 00:35

    เจ้าธีโดนลอยแพ ส่วนเจ้าชินโดนเจ้มิเกลียดขี้หน้า ผู้ชายเรื่องนี้นี่เข้าตำรากลัวเมียจริงๆ

    #112
    0
  3. #111 hyinkhyong (@hyinkhyong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2552 / 19:46
    อยากอ่านต่อจัง
    #111
    0
  4. #110 หลิง หลิง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2552 / 16:27
    ฮือ ฮือ อยากอ่านต่อจังค่ะ

    อัพบ่อย ๆ นะคะคุณเกด
    #110
    0
  5. #108 hyinkhyong (@hyinkhyong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2552 / 11:03

    ชินจะเจอกับว่าที่พ่อตาแล้ว  ผลจะเป็นยังไง  หนูหวานยั่วพี่ธีจนพี่ธีตบะแตกแล้ว อยากรู้จังทำงัยดี  มาอัพต่อเร็วๆๆนะคะ

    #108
    0
  6. #107 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2552 / 18:51
    หึหึ แม่เสือสาวกำลังจะทำกับดักล่อเสือหนุ่ม แต่หารู้ไม่ว่าตนเองจะตกหลุมพรางซะเอง
    #107
    0
  7. #103 hyinkhyong (@hyinkhyong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2552 / 10:42
    น้องน้อยแสนจะเรียบร้อยอ่อนหวาน กลายเป็นแม่เสือสาวจอมดุแล้วทำงัยดี
    #103
    0
  8. #102 jubjang-จ๊ะจ๋า (@jubjang-99) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2552 / 01:18
    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ... แบบว่ารีบมาอัพต่อเร็วๆนะจ๊ะ
    #102
    0
  9. #101 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2552 / 17:28
    555 

    งานนี้เล่นไม่ง่ายเสียแล้ว เมื่อแม่เสือสาวไปฝนเขี้ยวเล็บจากอเมริกามาตั้งนาน
    #101
    0
  10. #99 hyinkhyong (@hyinkhyong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2552 / 09:23

    รออ่านนนนนนนนนนนนนนนอยู่นะคะ     รอคอยเธอมาแสนนาน...............มาอัพต่อเร็วๆนะคะ  คนอ่านจะขาดใจตายยยยยยยยย

    #99
    0
  11. #97 jubjang-จ๊ะจ๋า (@jubjang-99) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2552 / 02:50
    รอ ร๊อ รอ
    #97
    0
  12. วันที่ 7 กันยายน 2552 / 11:35
    รออยู่นะป้า

    รีบมาอัพไวๆล่ะ

    วัยรุ่นใจร้อนรอป้าอยู่นะ

    อิอิ

    ^๐^
    #96
    0
  13. #95 นางฟ้าน้อยๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2552 / 21:56
    ง่า

    ไม่มี

    #95
    0