จับให้มั่น คั้นให้รัก เปลี่ยนชื่อเป็น (ร้อนไฟรัก)ตีพิมพ์แล้ว

ตอนที่ 10 : บทที่ 10 การรอคอยด้วยความหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 ธ.ค. 52

หมอเจ้าของไข้กำลังลำบากใจอย่างที่สุด หญิงสาวตรงหน้าหัวดื้ออย่างร้ายกาจ เธอกำลังขอให้เขาอนุญาตให้เข้าไปในห้องปลอดเชื้อ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งจนเขาเองก็ไม่สามารถนับได้ว่ามันเกิดขึ้นมากี่ครั้งกี่หนแล้ว ทุกครั้งที่มีคนไข้เข้ามาในห้องนี้ เขาก็มักต้องเจอกับญาติของคนไข้ที่ทำแบบนี้ทุกคนทุกครั้งไป

แต่มนุษย์ยังไงก็ยังคงเป็นมนุษย์

น้ำหวานสวมเสื้อผ้าของโรงพยาบาล เธอต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนถึงจะเข้าไปด้านในได้ แม้ว่าการทำเช่นนี้ดูจะเป็นการไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก เพราะกนธีอาจติดเชื้อจากเธอที่เข้าไปหาเขาถึงในห้องได้ แต่น้ำหวานก็ยังอยากเสี่ยง อย่างน้อย มันก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้ทอดทิ้งเขาให้อยู่ลำพัง

พี่ธีคะ หนูหวานมาหาพี่ธีแล้วนะคะ ทำไมพี่ธีถึงไม่ยอมฟื้นขึ้นมาอีก

น้ำหวานค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งข้างเตียง หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเพราะกลัวว่ามันอาจทำให้ความสงบเงียบของห้องหายไปและอาจรบกวนคนที่กำลังนอนอยู่ตรงหน้า

เครื่องช่วยหายใจยังคงทำหน้าที่อย่างขยันเพื่อช่วยยื้อชีวิตทุกคนไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในห้องนี้ให้ได้กลับออกไปอย่างมีชีวิต ผ้าพันแผลที่ถูกพันตั้งแต่ศรีษะละเรื่อยมายังท่อนแขน ไหล่ หน้าอก ขาสองข้างที่หัก และมือที่ข้างหนึ่งถูกใส่เฝือกเขาไว้ แต่อีกข้างเต็มไปด้วยแผลถลอก

หมอบอกกับน้ำหวานว่า กนธีมีกระดูกซี่โครงหักเพียงซี่เดียว แต่ทว่าแรงกระแทกที่สมองนั้นเป็นเรื่องที่น่าห่วงเป็นที่สุด ขอเพียงชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาได้ โอกาสรอดชีวิตก็จะสูงขึ้น ส่วนเรื่องอาการต่างๆ นั้นค่อยดูกันต่อไปอีกครั้ง

พันชิตที่เพิ่งรอดตายมาได้ นอนอยู่อีกชั้นของตึกนี้ อาการโดยรวมก็ไม่ได้ต่างจากผู้เป็นนายเท่าไหร่นัก แค่ซี่โครงหักสี่ซีก ขาขวาหัก แต่แขนทั้งสองข้างหัก ศรีษะแตก หัวไหล่หักกรามร้าว ไม่นับใบหน้าที่ถูกกิ่งไม้ฟาดเอาจนน่าจะเป็นแผลเป็น คราวนี้พันชิตคงต้องพักรักษาตัวอีกนานกว่าจะกลับมาแก้แค้นให้กับตัวเองได้

ใบหน้าที่ซีดเซียวเพราะขาดเลือดและผลของการผ่าตัดทำให้ร่างสูงใหญ่ของกนธีดูอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด น้ำหวานเพิ่งได้รับคำเตือนจากหมอเจ้าของไข้ว่าคนไข้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมาจะดูน่าเป็นห่วงเกินความเป็นจริง  

มือบอบบางยื่นออกไปกุมมือแข็งแรงเอาไว้ น้ำหวานรู้สึกได้ว่ามือของกนธีไม่ได้อบอุ่นเหมือนอย่างเคย หญิงสาวหวังเพียงอย่างเดียวว่าความอบอุ่นของมือเธอจะส่งผ่านให้คนที่กำลังนอนอยู่ได้รู้ ว่าเธอกำลังรู้สึกเหงาในหัวใจมากเพียงไหน

พี่ธีคะ กลับมานะคะ น้ำหวานรอพี่ธีอยู่ แล้วก็จะรอ...รอตลอดไป

หยดน้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่งาม

ดวงตาที่กนธีเคยบอกกับเธอว่าชอบ และสามารถมองดูได้ตลอดไปอย่างไม่มีวันเบื่อ

แต่ตอนนี้คนที่พูด คนที่เคยบอกว่าจะดูแลเธอไปจนตลอดชีวิตกลับนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงถูกมือของกนธีที่น้ำหวานจับอยู่จนผ้าพันแผลของชายหนุ่มชื้นไปด้วยน้ำ น้ำหวานยังคงซุกซบอยู่กับมือข้างนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงของนางพยาบาลมายืนเรียกอยู่ใกล้ๆ

หมดเวลาแล้วค่ะคุณ รีบออกไปก่อนเถอะนะคะ ประเดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาตรวจอีกรอบแล้ว

ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตากลมโตสวยซึ้งบวมแดงจนนางพยาบาลนึกสงสาร ครั้งแรกที่เห็นชายหนุ่มที่ห้องฉุกเฉิน เธอเองก็ยังนึกเสียดายใบหน้าคมเข้มหล่อเหล่า ถ้าหากยื้อชีวิตเอาไว้ไม่ได้จริงๆ ก็นับว่าน่าสงสารผู้ที่อยู่ข้างหลังอย่างภรรยาและลูก แต่หลังจากที่ได้ยินข่าวลือหนาหู ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้เป็นแฟนสาวที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ก็นึกให้เวทนานัก

ความรักที่เริ่มจากความผูกพันมักจะแน่นแฟ้นกว่ารักไหนๆ แต่ในทางกลับกัน ก็จะเจ็บปวดเป็นเท่าทวี

ขอบคุณมากนะคะ ยังไงฝากพี่ธีด้วยนะคะ

ไม่เป็นไรคะ อ้อ...เมื่อครู่เพื่อนของคุณมาค่ะ ตอนนี้ดิฉันให้ไปรออยู่ที่ห้องรับรองห้องซ้ายมือข้างๆ นี้เองค่ะ

งั้นก็ขอบคุณมากนะคะ น้ำหวานยิ้มเซียวๆ ก่อนจะเดินออกไปยังห้องข้างๆ ตามที่พยาบาลบอก

สงสัยยัยมิเรียมจะมาถึงแล้ว.....

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องรับรอง คิ้วสองข้างของน้ำหวานก็ต้องเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ

สวัสดีค่ะคุณชิน มาด้วยกันกับมิเรียมหรือคะ?

ทำไมจ๊ะ มันดูแปลกตรงไหนเหรอ น้ำเสียงรวนๆ ของเพื่อนสาวดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าการเดินทางร่วมกันของทั้งคู่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

การเดาของน้ำหวานไม่ได้ผิดพลาดแม้แต่น้อยเพราะนับตั้งแต่ขึ้นเครื่องมา ชินก็คอยกวนโมโหมิเรียมอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งหญิงสาวต้องขู่ว่าเขาอาจต้องมีสีสันที่บนใบหน้าหากไม่ยอมหยุดพูดกวนประสาทเธออีก

นั่นจึงทำให้มิเรียมไม่ยอมหันมาพูดกับชินอีกเลยนับตั้งแต่ลงจากเครื่องมา

ฮะๆๆ ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกสงสารคุณชินที่ต้องมาทนเธอต่างหาก

นี่เธอว่าฉันอีกคนแล้วหรือยะ!”

ราวกับตาพร่า ทั้งชินและน้ำหวานเห็นเขี้ยวกับเขางอกออกมาจากตัวของมิเรียม (อ๊าก! แปลงร่างไปแล้ว)

อะ..เอ่อ....เพื่อนเลิฟใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ แหมเรื่องแค่นี้หนูหวานล้อเล่นน่ะแฮะๆ ไม่มีอะไรหรอก

เขี้ยวกับเขาของมิเรียมหายไปจากที่เห็น ทำให้ชินกับน้ำหวานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

เฮ้อออ.....เกือบตายแล้วไหมล่ะ

ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจ จนมิเรียมต้องขึงตาใส่คนทั้งคู่

มิเรียมแอบมองน้ำหวานที่มีสีหน้าดีขึ้นจากที่เธอทำเมื่อครู่ก็ลอบถอนใจ อย่างน้อยแค่ทำให้เพื่อนรักลืมความเสียใจแค่ครู่เดียวก็ยังดี

ว่าแต่พี่ธีเป็นยังไงบ้าง เมื่อกี้ฉันฟังจากพยาบาลแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ สู้มาถามเธอจะดีกว่า

น้ำหวานเดินไปนั่งข้างๆ เพื่อนสาวบนโซฟาตัวใหญ่ โดยมีชินที่นั่งอยู่อีกด้านรอฟังคำตอบอยู่เช่นกัน ตอนนี้พรตไปที่สำนักงานใหญ่ของธนผไทไพศาลกรุ๊ปของภาคเหนือ เพื่อระงับเหตุการณ์วุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้ที่โรงพยาบาลมีเพียงน้ำหวานกับบอดี้การ์ดอีกกลุ่ม แล้วก็นักข่าวที่ยังอออยู่ด้านหน้าเพื่อทำข่าวเท่านั้น

เรื่องราวต่างๆ ถูกถ่ายทอดออกมาให้ทั้งสองคนฟัง ชินยังคงสีหน้าที่ราบเรียบเหมือนทุกครั้ง แต่น้ำหวานและมิเรียมก็สังเกตเห็นแววตาของชายหนุ่มที่ดูเย็นชาจนแทบจะสามารถทำให้คนกลายเป็นน้ำแข็งได้ในพริบตา

ผมคิดว่ามันคงลงมืออีกแน่ จากนี้ไปผมจะส่งคนมาคุ้มกันนายธีที่นี่เพิ่มอีก ไม่แน่ว่ามันอาจไม่ยอมปล่อยง่ายๆ อีกหน่อยเราอาจต้องให้ข่าวว่านายธีไม่รอดเพื่อซื้อเวลาให้พวกเราได้จัดการกับมัน

ทั้งสองสาวพยักหน้าเห็นด้วย มิเรียมแอบส่งสายตาให้เพื่อนสาว

น้ำหวานพยักหน้าตอบกลับ ปิ่นจันทร์ต้องส่งข้อความเรื่องบางอย่างมาบอกเธอแน่ แต่ว่าเรื่องนี้คงไม่อาจให้ชินรู้ได้ว่าพวกเธอส่งคนเข้าไปข้างในบริษัทนั่น   แต่จะบอกกับชินว่ายังไงดีล่ะ

เอ่อ...คือมีอีกเรื่องที่อยากจะบอกค่ะ มิเรียมเป็นคนเริ่มพูดก่อน น้ำหวานเชื่อว่าเพื่อนสาวคงหาทางออกที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว

มีอะไรหรือครับ ชินกำลังนึกสนใจเรื่องที่มิเรียมจะเล่าต่อไปนี้ เพราะเขาคิดว่าทั้งสองสาวเหมือนกำลังปิดบังเรื่องบางเรื่องกับเขาอยู่

ทำไมหมอนี่ต้องคอยทำหน้าตาดีใส่คนอื่นอยู่เรื่อยนะ? มิเรียมแอบคิด

คือ....ฉันได้ข่าวที่ผ่านการกรองมาแล้ว ว่าเป้าหมายต่อไปจะเป็นคุณลุงน่ะค่ะ เอ่อ....ฉันอยากให้คุณช่วยจับตาดูคุณลุงอีกชั้นเผื่อว่าพวกนั้นจะดักโจมตี เราจะได้จัดการพวกนั้นให้ได้คาหนังคาเขาเลย

คุณหมายความว่าจะใช้คุณลุงเป็นเหยื่อล่ออย่างงั้นหรือ?

สีหน้าเรียบเฉยขณะถามทำให้มิเรียมไม่สามารถเดาความรู้สึกของชายหนุ่มได้ เธอจึงได้แต่บอกในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้

ฉันกลับคิดว่าคุณลุงเองน่าจะต้องการให้เรื่องมันจบไวๆ ด้วยซ้ำ และวิธีนี้รวดเร็วที่สุดแล้ว หรือคุณว่าไง

ไม่น่าเชื่อ ผู้หญิงคนนี้กล้าได้กล้าเสียกว่าที่เขาคิดเสียอีก เห็นทีเขาคงต้องระวังตัวไว้บ้างแล้ว เพราะดูท่าเขี้ยวเล็บของเธอคงไม่หมดแค่นี้แน่

ผมจะทำตามที่คุณต้องการ แต่ผมเองก็อยากรู้อีกเรื่อง คนที่ให้ข่าวคงเป็นคนที่คุณส่งเข้าไปที่บริษัทของนายอาทิตย์สินะ ผมคงจะหวังสูงไปว่าคุณจะยอมบอกว่าคนๆ นั้นเป็นใคร

คุณก็น่าจะรู้อยู่แล้ว....ไม่ใช่หรือ? มิเรียมส่งยิ้มหวานไปให้ แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตาเอาเสียเลย

แน่นอน...ผมน่าจะรู้อยู่แล้ว

น้ำหวานมองคนทั้งคู่ที่กำลังห้ำหั่นกันด้วยสายตา  บางที....คนทั้งคู่อาจเหมาะกันมากกว่าที่คิด

 

ภาพความวุ่นวายหน้าโรงพยาบาลทำให้ชายหนุ่มใบหน้าจัดว่าคมเข้มน่ามองดูรื่นรมย์ขึ้นไปอีก แก้วเหล้าที่ถืออยู่ในมือถูกยกขึ้นจิบครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่าลูกน้องและหญิงสาวในอ้อมแขนกำลังเกร็งตัวอย่างเห็นได้ชัด

ฮึๆ วุ่นวายกันจริงๆ แต่น่าแปลก กูบอกว่าให้เก็บมันให้หมดจดเรียบร้อย ขนาดเอาคนไปด้วยถึงขนาดนั้นยังทำได้แค่สาหัส

เฮือกกกกกกกกก.....

ความหวาดกลัวแผ่ไปทั่วห้อง แม้แต่หญิงสาวที่กำลังรินเหล้าอยู่ถึงกับมือสั่นทำเหล้าราคาแพงกระฉอกเลอะออกมา

ผมจะส่งคนไปจัดการมันที่โรงพยาบาลเองครับนาย ส่วนพวกที่ส่งไปจัดการไอ้แก่นั่นผมจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ

เหงื่อไหลออกมาจนชุ่มหลังไปหมด แต่ก็ต้องตัดใจพูดออกมาไม่อย่างนั้นเกิดเจ้านายโมโหมาไปกว่านี้พวกเขาคงไม่มีโอกาสกลับออกไปอีกครั้ง

คราวนี้ทำให้เรียบร้อยล่ะ คงไม่มีคำว่าคราวหน้า อีกนะ ชายที่ถูกเรียกว่าเจ้านายยังคงมีทีท่าสบายๆ แต่ก็กลับสามารถกดดันให้ลูกน้องที่ยืนเรียงกันอยู่ในห้องถึงกับเหงื่อซึมได้

งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับเจ้านาย

พออาทิตย์พยักหน้า พวกลูกน้องทั้งหลายรีบออกจากห้องอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องให้ใครบอก เพราะกลัวว่าเจ้านายจะเปลี่ยนใจกะทันหัน เขาเองยังไม่อยากตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของเจ้านายเหมือนไอ้พวกทรยศเมื่อคราวที่แล้ว

เจ้านายหั่นพวกมันเป็นชิ้นๆ แล้วส่งกลับไปให้ครอบครัวมัน

ดวงแข็งจริงนะมึง! กูจะดูซิว่ามึงจะหนีกูไปได้ซักแค่ไหนกัน!!

เนื้อหาตอนนี้โดนแบนค่ะเนื่องจากมีข้อความไม่เหมาะสมเพราะฉะนั้นติดตามได้ในเล่ม (555 การะเกด)


              
ยังมองอะไรอีก หรือว่ามึงจะตามมันไปด้วย

เสียงของอาทิตย์ดังขึ้นทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวก่อนจะช่วยกันแบกร่างไร้วิญญาณออกจากห้องในขณะที่ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องด้านหลังราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นจนชาชิน ทำให้ลูกน้องที่ต้องทำหน้าที่กำจัดศพของผู้หญิงเหล่านี้ต้องขนลุกกับรสนิยมที่ชักจะรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้นของเจ้านายเพราะพักหลังๆ ถ้าเขาจำไม่ผิด ผู้หญิงที่นายนอนด้วยไม่เคยอยู่ได้เกินหนึ่งเดือนแม้แต่คนเดียว

จากนี้ไปเขาจะต้องกรุยทางสู่การครองตลาด เมื่อไม่มีธนผไทไพศาลกรุ๊ปก็เหลือเพียงซากุระกรุ๊ปที่เขาจะต้องจัดการเผามันให้สิ้นซากด้วยมือของเขาเอง

 

วันเวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีช่างเชื่องช้าราวกับจะใช้ตลอดทั้งชั่วชีวิต เคยมีคนบอกว่าวันเวลาแห่งความสุขล้วนแต่ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัด ตรงกันข้ามกับความทุกข์ที่มักจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าและดูแสนนานกว่าความเป็นจริง

น้ำหวานกำลังรู้สึกแบบนั้น......

ครั้งหนึ่งลุงเคยคิดว่าตัวเอง จะมีชีวิตอยู่จนได้เห็นลูกชายตัวเองแต่งงาน มีลูก มีความสุขในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ลุงกลับต้องมาคอยดูเขาในเวลาที่อาจเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต มันช่างไม่แน่นอนจริงๆ นะชีวิตของคนเราจริงไหมหนูหวาน

พรตค่อยๆ วางมือลงบนหน้าผากที่มีแต่ผ้าพันแผลของกนธี วันนี้เป็นวันที่จะตัดสินอนาคตของธนผไทไพศาลกรุ๊ปว่าจะไปในเส้นทางไหน น้ำหวานที่ยืนอยู่ข้างๆ พรตมองความห่วงหาอาทรนั้นด้วยความสะท้อนใจ

ความตายเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้น เพียงแต่เขา ถึงเวลาแล้วจริงๆ หรือ?...

หนูจะไม่ยอมถอดใจเด็ดขาดค่ะคุณลุง พี่ธีจะต้องกลับมาหาพวกเราอย่างแน่นอน

น้ำหวานเชื่อว่าทุกคำสัญญา ทุกถ้อยคำที่กนธีเคยพูดกับเธอ เขาจะต้องทำได้ ไม่ว่าจะต้องเจออุปสรรค์อะไรก็ตาม เขาจะต้องฟื้นขึ้นมา เพื่อเธอเพื่อคุณลุง และเพื่อเป็นเสาหลักของทุกๆ คน

ทั้งคู่ยืนนิ่ง ราวกับกำลังส่งผ่านความรู้สึกให้กับคนที่กำลังหลงทางไปไกลแสนไกล

ขอให้เขากลับมา

ให้เขาได้รับรู้ว่าทุกคนที่นี่ยังรอคอยเขาอยู่ทุกลมหายใจ

ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับลุงกับเจ้าธี ลุงทำพินัยกรรมเอาไว้แล้วว่าให้หนูหวานเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด ลุงคิดว่าเจ้าธีเองก็คงเห็นด้วยกับลุง

คำพูดนี้ยังความตกตะลึงมาให้หญิงสาว จนกระทั่งทั้งคู่เดินออกมาจากห้องกระจก น้ำหวานจึงตั้งตัวได้

คุณลุงพูดอะไรออกมาคะ คุณลุงจะต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว หนูหวานไม่ยอมให้คุณลุงเป็นอะไรหรอกค่ะ

พรตมองหน้าหญิงสาวที่เขาคอยดูแลมาตั้งแต่เด็กด้วยความรัก ศัตรูบุกจู่โจมในที่มืดแถมยังไม่เลือกวิธีการ พวกเขาทำได้อย่างเดียวก็คือคอยรับมือ มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างที่สุด ถ้าจะให้เขาตอบโต้ ขีดจำกัดที่ทำได้ก็คือการกลืนกินแต่ภายในโดยไม่ให้เสียเลือดเนื้อ หรือป้องกันตัวจากการบุกอย่างเต็มที่เท่านั้น

พวกเขาไม่ใช่มาเฟียหรือมือสังหารอย่างที่ทุกคนคิด ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย

ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ....แต่เพราะไม่สามารถทำได้ต่างหาก

เมื่อไหร่ที่เริ่มแก้แค้น คนอีกมากมายต้องบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก เขาเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีจุดสิ้นสุด

พวกเราคงทำอะไรไม่ได้มากกว่าการป้องกัน ภายในวันสองวันนี้ลุงว่าพวกมันคงจะบุกมาที่นี่แล้วก็ลอบโจมตีลุง หนูหวานไปหลบที่อื่นสักพักเถอะนะ ปล่อยเรื่องนี้ให้ลุงกับชินรับผิดชอบเองจะดีกว่า

พรตพูดเมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้องพักของพันชิต ที่ตอนนี้ทำได้แค่เพียงส่งเสียงด่าทอนายอาทิตย์และทำตัวเป็นคนเจ้าอารมณ์เท่านั้น เพราะร่างกายของเขาส่วนใหญ่ไม่สามารถขยับตัวได้อย่างที่ต้องการ

ให้ตายเถอะ เขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขยะที่ไร้ค่ามากขนาดนี้มาก่อน

ผมว่านายใหญ่พูดถูกต้องแล้วครับ คุณหนูไปหลบที่เซฟเฮาส์ก่อนจะดีกว่า ตำรวจเองก็บอกว่าจะส่งคนมาช่วยทางเราด้วย

เสียงคุยของพรตก่อนเปิดประตูทำให้เมื่อเข้าไปในห้องพันชิตที่ตื่นอยู่แล้วส่งเสียงสนับสนุนทันที

ไม่ค่ะ! หนูหวานจะคอยให้พี่ธีฟื้น แล้วหนูหวานก็จะไม่หนีไปไหนด้วย คุณลุงคะ หนูหวานไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้วนะคะ หนูหวานโตพอที่จะรู้ว่าอะไรอันตรายหรือไม่อันตราย คุณลุงเข้าใจหนูหวานนะคะ

ชายทั้งสองคนทำได้แต่มองหน้ากัน เพราะดูจากท่าทีของน้ำหวานแล้ว คงไม่สามารถห้ามอะไรได้อีก

 

มืดจัง......

ที่นี่ที่ไหนกัน?

กนธีมองไปรอบๆ ตัว สิ่งที่เห็นอยู่มีเพียงความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุด เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วร่าง ตัวของเขาไม่สามารถขยับได้อย่างที่ต้องการ แม้แต่การหายใจยังอึดอัดทรมานจนบอกไม่ถูก

ชายหนุ่มทรุดตัวลงไปทั้งอย่างนั้น ที่นี่ไม่มีใคร ไม่มีสิ่งใดให้ยึดถือ เป็นเพียงความดำมืดที่เขากำลังหลงทางอยู่เท่านั้น

จะไปทางไหนดี? จะทำยังไงถึงจะได้กลับไป? เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ

จะทำยังไง? จะกลับยังไง?

สิ่งเหล่านี้วิ่งวนอยู่ในความคิดของเขา แต่ความมืดที่รายรอบอยู่ในตอนนี้ก็ไม่สามารถทำให้หายไปได้

ทำยังไงดี ฉันจะต้องรอดออกไปให้ได้ ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยที

ราวกับย้อนกลับไปเป็นเด็กเล็กๆ ช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยเป็นเวลาที่มนุษย์อ่อนแอจนถึงที่สุด กนธีมองเห็นตัวเองนั่งร้องไห้อยู่ในความมืด เส้นแบ่งแห่งความตายจะทำให้มองเห็นอดีตรวมทั้งสิ่งที่เคยทำมาทั้งหมด

อย่าร้องไห้เลยนะ

ใคร? ใครน่ะ!?

เสียงร้องไห้หยุดลงทันทีที่ได้ยิน

เสียงผู้หญิง? ทำไมถึงได้ฟังดูคุ้นๆ ราวกับเขาเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว ใครกัน?

แสงสีขาวปรากฏขึ้นตรงหน้า กนธีต้องหรี่ตาเพื่อที่จะเพ่งมองแสงนั่น ว่ามันคืออะไรกันแน่ร่างที่ล้อมรอบด้วยแสงสีขาวนั้นค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เขา ทันทีที่แสงสีขาวนั่นหมดไป กนธีก็มองเห็นหญิงสาวใบหน้าสวยคมเข้มของเธอเต็มเป็นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

คุณแม่!!!”

หญิงสาวคนนั้นยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคที่ออกมาจากปากของชายหนุ่ม เธอเดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะโอบรอบเอวของกนธีเอาไว้

ไม่ได้เจอกันนานนะจ๊ะ คุณพ่อยังสบายดีอยู่หรือเปล่า? ใบหน้าสวยเกลือกกลิ้งอยู่บนอกกว้างไปมา ก่อนจะเงยหน้ามองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยความคิดถึง

คุณแม่มาได้ยังไงกันครับ หรือว่าผม.....ตายแล้ว?

หึๆ ไม่ใช่หรอกจ้า ที่นี่น่ะอยู่ในจิตของลูก แม่มาเพื่อที่จะนำทางลูกออกไปเท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะผ่านไปนานสักแค่ไหน สิ่งที่เธอทั้งรักและเป็นห่วงที่สุดก็คือสามีและลูกชายคนนี้เสมอมา

พาออกไปจากที่นี่ แล้วคุณแม่ที่ผมเห็นไม่ใช่คุณแม่จริงๆ หรือครับ

กนธีโอบรอบเอวบอบบางที่เขาจำได้ว่ามันอบอุ่นมากขนาดไหนเมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็กๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาเคยชอบมันเสมอเมื่ออยู่บนตัวมารดา  บิดากับเขามักจะทำสงครามแย่งชิงมารดากันบ่อยครั้งแต่สุดท้ายเขามักจะเป็นฝ่ายชนะเพราะมารดามักพูดเสมอว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็คือเขา ผู้ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจ แต่สำหรับบิดาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

เพราะบิดา...คือลมหายใจ ไม่ว่ายังไงสิ่งนี้จะต้องอยู่เคียงข้างเสมอ เพราะถ้าไม่มีลมหายใจ...มนุษย์ก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้

ใช่สิจ๊ะ ว่าแต่ลูกคงต้องรีบไปแล้วล่ะ เพราะลูกเอง ก็มีคนที่คอยเป็นห่วงอยู่หลายคนไม่ใช่หรือ โดยเฉพาะแม่หนูหวานเด็กสาวที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวของลูกยังไงล่ะจ๊ะ คุณพ่อเองก็เป็นห่วงลูกมาจนหมดหล่อไปเยอะเลย ฮุๆ

มารดาส่งยิ้มหวานให้ ก่อนจะออกแรงผลักเบาๆ แต่น่าแปลก แรงผลักนั้นไม่น่าทำให้เขาถึงกับเซจนราวกับหล่นวูบลงไปในหลุมลึก และเขาเอง ราวกับจะได้ยินเสียงของมารดาดังขึ้นมาในหัวก่อนจะวูบไป

ฝากความคิดถึงๆ คุณพ่อด้วยนะลูกบอกคุณพ่อด้วยว่าแม่แอบเห็นเขานอกใจแม่บ่อยๆ เอาไว้เมื่อถึงเวลาเจอกัน แม่จะเล่นงานให้หนักเลย อ้อ....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกต้องเข้มแข็งนะจ๊ะ แม่เชื่อว่าลูกจะต้องผ่านมันไปได้ด้วยดีแน่ แม่จะคอยดูลูกเสมอ

สิ่งสุดท้ายก่อนกนธีจะรู้สึกร้อนวูบและได้พบกับสัมผัสที่หนักอึ้ง ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆ พร้อมกับพึมพำเบาๆ ว่า

แล้วผมจะบอกคุณพ่อให้นะครับ ไม่ต้องเป็นห่วง........

ธี....เจ้าธี...เจ้าธี

เจ้าธี 

ติ๊ดๆๆๆๆ

ฟื้นแล้วค่ะ ฟื้นแล้วค่ะคุณลุง

น้ำเสียงดีใจอย่างเห็นได้ชัด ดังอยู่ใกล้ๆ เขาจำเสียงนี้ได้มันเป็นเสียงของบิดาส่วนอีกเสียงเป็นเสียงของหนูหวาน ผู้หญิงที่เขาทั้งหวงและห่วง

เปลือกตาของกนธีเริ่มกระพริบไปมา ผู้คนที่คอยเฝ้ามองอยู่ต่างลุ้นไปกับการเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ภายในห้องปลอดเชื้อมีเพียงพรตและหนูหวานเท่านั้นที่เป็นคนนอก นอกจากนั้นทั้งหมอและพยาบาลทั้งหลายต่างก็กำลังทำการตรวจวัดค่าจากเครื่องแสดงผลกันจนวุ่นวายล้อมรอบเตียงของกนธี ทันทีที่ชายหนุ่มเริ่มมีปฏิกิริยา

หวังว่าพี่ธีคงไม่เป็นอะไรนะ ไม่อย่างนั้นหนูหวานคงเสียใจมากแน่

เขาจะต้องไม่เป็นอะไรแน่ หมอนั่นตายยากจะตายไป

มิเรียมกำลังยืนมองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในห้องพร้อมๆ กับชินอยู่ที่กระจกบานใหญ่ เหล่าบอดี้การ์ดของตระกูลธนผไทไพศาลต่างใจจดจ่ออยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทันทีที่คุณหมอก้าวออกมาจากห้อง พริบตาเดียวก็ถูกผู้คนที่อยู่ด้านนอกรุมล้อมเสียจนมองไม่เห็นตัว

คุณหมอครับ นายเป็นยังไงบ้างครับ

คุณหมอ!” คุณหมอครับ

ทุกคนแย่งกันถามอาการของกนธีจนเสียงดังไปทั่วทางเดิน ทำให้นางพยาบาลต้องเดินมาขอร้องแล้วจับคุณหมอผู้โชคร้ายแยกออกมาจากกลุ่มคนตัวล่ำผู้ซึ่งทำให้คุณหมอดูตัวเล็กลงไปถนัดใจเมื่ออยู่ในวงล้อมของพวกเขา

อะ..แฮ่ม ชินส่งเสียงกระแอมเพื่อเตือนสติเหล่าบอดี้การ์ดหุ่นล่ำที่ทำตัวหลุดออกจากการควบคุมไปชั่วขณะ

เอ่อ...พะพวกผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ

ฮะๆๆ แหมๆ มิสเตอร์ซากุโนะคุณจะจริงจังมากเกินไปแล้ว พวกคุณบอดี้การ์ดพวกนี้คงเป็นห่วงเจ้านายมากไปหน่อยเท่านั้นเอง

มิเรียมเห็นท่าทางเหมือนกับสุนัขที่ถูกเจ้าของดุเวลาที่ตัวเองทำผิดของพวกบอดี้การ์ดทั้งหลายก็เลยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

แล้วเพื่อนของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ

นายแพทย์อาวุโสที่ถูกล้อมเมื่อครู่มองอำนาจการสั่งการของชินอย่างทึ่งจัด เขาไม่คิดว่าผู้ชายหน้าสวยแต่ดูเฉยชาคนนี้จะสามารถกำหลาบพวกผู้ชายตัวใหญ่หุ่นล่ำแบบพวกบอดี้การ์ดพวกนี้ได้ด้วยแค่การกระแอมเพียงครั้งเดียว

ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วตรับ นับว่าเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ แต่ทว่าตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคุณกนธีจะมีอาการข้างเคียงหรือเปล่านะครับนายแพทย์อาวุโสทำสีหน้ากังวลใจนิดๆ

อาการข้างเคียงหรือครับ?

คำพูดประโยคนี้ทำให้ทั้งชินและมิเรียมต้องหันมองหน้ากัน

หมายความว่ายังไงหรือคะ คุณหมออย่าบอกนะคะว่านอกจากอาการที่เห็นนี่แล้วยังจะมีอาการที่ร้ายแรงกว่านี้ปรากฏขึ้นอีก

หมอทำท่าอึกอักแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทนกับสายตาคาดคั้นของทุกคนในที่นั้นได้

เรื่องนี้ผมยังรับรองไม่ได้ครับ สมองของคุณกนธีได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง อาการเช่นนี้คงต้องรอให้เขาฟื้นตัวสักระยะ จึงจะเริ่มเช็คทีละส่วนว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพที่ใช้การได้หรือไม่

ตอนนี้นายแพทย์อาวุโสมีความรู้สึกว่าร้อนเสียจนอยากจะเอาผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในเสื้อกราวด์ออกมาซับเหงื่อจริงๆ เพราะจากสายตาที่แผดเผาของทุกคนในที่นั้นเป็นเหมือนเครื่องพ่นไฟที่กำลังทำให้ผมเส้นสุดท้ายที่เขามีอยู่ต้องร่วงหลุดไปอย่างไม่มีวันหวนคืน (โถ่ๆ ในที่สุดก็หัวล้านจนได้ฮือๆ )

-----------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องนี้อีกสามตอนจะมีฉากอิโรติกที่รุนแรงอยู่ การะเกดไม่แน่ใจว่าจะลงได้ไหม ยังไงก็ต้องแจ้งให้ทราบไว้ก่อนนะคะ เผื่อว่าจะโดนแบน ชื่อตอนนางมารร้ายกับอสูร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #151 piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2552 / 12:21
    Good to see you are back naja
    #151
    0
  2. #150 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 19:45
    งานนี้ดูเหมือนหนูหวานจะต้องสวมบทหวานสมชื่อเมื่อเจาธีมันตื่นมาแล้ว ส่ใวนเจ้าชิน หึ คิดง่ายไปที่จะแอ้มยัยมิเรียมเขา
    #150
    0
  3. #149 หลิง หลิง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 00:34
    ลงเลยค่ะคุณเกด หรือทำlink เอาก็ได้ค่ะ
    #149
    0
  4. #148 LovelyBoyTata (@naritsara) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2552 / 16:51

    เอ้....พระเอกกับนางเอก หรือ พระรอง หว่า แต่ก็

    ดีใจสุดเลยค่ะ ที่มาอัพให้ อิอิ ติดตามผลงามอยู่ตลอดค่ะ

    #148
    0