อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 9 : กรี๊ดดดดดดด! จูบแรกของฉัน (ขออีกได้ปะ)มาลงให้ใหม่แล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    23 ก.พ. 52

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ทำไมน้อชีวิตฉันมันถึงได้อาภัพขนาดนี้ หญิงสาวได้แต่กินไปบ่นไป เพราะวันนี้เธอต้องตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อไปอาบน้ำที่บึงหลังค่ายทหารเพื่อไม่ให้ใครเห็น จางเป่าเห็นน้องชาย เอ๊ย ไม่ใช่น้องสาวกินไปบ่นไปก็นึกเอ็นดู เพราะตั้งแต่เช้าเห็นบ่นไม่หยุดแต่ก็กินไม่หยุดเช่นกันไม่รู้ว่าเอาไปเก็บไว้ไหนหมด ถึงได้ดูบอบบางขนาดนี้ นี่ขนาดใส่เสื้อหลายชั้นแถมพันผ้าไว้อีกยังดูบอบบางอยู่เลย

                น้องซันพี่ว่าเจ้าหยุดบ่นก่อนเถอะ เดี๋ยวที่ค่ายนี้เสบียงจะหมดซะก่อน ข้าเห็นเจ้ากินไปบ่นไปตั้งแต่เช้าแล้ว” พี่ชายเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี   

                ท่านพี่ไม่ต้องมาพูดเลย เมื่อคืนข้าแทบไม่ได้นอนเพราะเสียงกรนของท่าน ดูซิตาข้าดำเหมือนหมีเลยเห็นไหม ”  

                จางเป่าดูแล้วก็หัวเราะออกมา เพราะตาของหญิงสาวมีวงรอบตาเหมือนหมีจริงๆ เพราะตอนที่คุยกันอยู่นี้หญิงสาวยังไม่ได้ทาผงฝุ่นนั้นเอง ด้วยความที่เป็นคนมีผิวขาวจึงทำให้เห็นรอยอะไรต่างๆได้ง่าย ว่าไปแล้วเขาเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของน้องสาว ด้วยว่าไม่เคยเห็นหญิงใดงามมากขนาดนี้มาก่อน ในใจก็นึกเห็นด้วยกับป้าอ๋องที่เพียงแค่ได้เห็นแค่ดวงตาก็สามารถนำไปคนึงหาได้แล้ว น้องสาวของเขาเป็นหญิงที่พิเศษท่านแม่ของเขาบอกมาเช่นนั้นนางตกมาจากฟ้า.. เห็นทีว่าแคว้นจ้าวของเราอาจได้ฮองเฮาเร็วๆนี้เป็นแน่.....
                พี่ว่าเจ้าเตรียมตัวไปเฝ้าป้าอ๋องดีกว่า นี่ก็สายมากแล้วเดี๋ยวพระองค์จะกริ้วเอาได้

                เจ้าค่า! ท่านพี่หย่ายยยย ซันนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงล้อเลียน   

                ระหว่างทางที่เดินเพื่อที่จะไปเข้าเฝ้า หญิงสาวถูกทหารมากมายทำความเคารพ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ตาม เอไอ้ตำแหน่งอาลักษณ์ส่วนพระองค์นี่ท่าทางจะใหญ่มิใช่ย่อยแฮะ อิอิยืดซะ(ยังไม่รู้ชะตากรรมอิอิ) พอถึงหน้ากระโจมที่ประทับ ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ก็ทำความเคารพหญิงสาวแล้วกล่าวว่า

                เรียนท่านอาลักษณ์ฝ่าบาทเรียกหาท่านแต่เช้า ทรงตรัสว่าถ้าท่านมาเข้าเฝ้าเมื่อใดก็ให้เข้าไปได้เลยทหารหน้ากระโจมพอกล่าวจบก็หันไปเลิกผ้าหน้ากระโจมขึ้นให้เธอ....

                พอเข้าไปถึงด้านในกลับไม่เห็นเจ้าของกระโจมจึงได้แต่กวาดตามองหา แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น 

                ข้าอยู่ด้านนี้เจ้าเข้ามานี่ซิ

                เสียงของไท้สือนั่นเอง หญิงสาวเดินตามเสียงผ่านผ้าม่านหลายชั้นเข้าไปยังด้านในสุดก็พบฉากกั้น ในหูได้ยินเสียงน้ำกระฉ่อกอยู่ภายหลังฉากกัน 

                อ๊าซ..ม่ายยยยยยยยน้า อย่าบอกนะว่าฉากอย่างนี้ อุ๊บ..ต้องรีบเอามืออุดจมูกไว้ก่อนเดี๋ยวเลือดกำเดาพุ่ง พ่อคุณเอ๊ย.. ไท้สือกำลังสรงน้ำอยู่หลังฉากกั้น ทำให้เห็นเงาลางเลือนว่ากำลังขัดถูตัวอยู่

                เจ้าเข้ามาช่วยข้าถูหลังหน่อย ประโยครับสั่งดังมาจากฉากกั้น ทำให้หญิงสาวที่อยู่ในร่างของชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง

                เอ่อ กระหม่อมจางซันเองพะยะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมจะไปตามทหารมาช่วยถูพระวรกาย

                เสียงตอบดังอู้อี้ เพราะเธอกำลังบีบจมูกไว้อย่างสุดความสามารถ เพื่อไม่ให้เลือดกำเดาพุ่งออกมา พ่อคุณเอ๊ย ....ทำไมถึงได้เซ็กซี่ขนาดนี้น้า เย็นไว้ซันนี่เย็นไว้ เดี๋ยวกระต่ายตื่นตูมหมด ซี๊ด....
                ข้าก็พูดกับเจ้านั่นแหละจางซัน ไม่ต้องไปตามใครหรอกเข้ามาช่วยถูหลังให้ข้าเดี๋ยวนี้
                หลังจากได้ยินประโยคคำสั่ง เธอก็กระดื๊บ กระดื๊บ ผ่านฉากกั้นเข้าไปในใจภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ช่วยคุ้มครองไท้สือ ไม่ให้เธอลุแก่อารมณ์จับเขาปล้ำได้...

                เอ้านี่ผ้า เจ้าถูตั้งแต่ต้นคอเลยนะข้าปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด” 

                พอพ้นฉากกันเข้าไปก็เป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ ที่มีร่างสูงใหญ่ของไท้สือกำลังเปลือยกายอยู่ในอ่าง แผ่นอกหนาแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเอวสอบเข้ารูป หญิงสาวจ้องร่างกำยำตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกโพลง ทำให้ไท้สือที่ลอบมองอยู่ถึงกับกลั้นหัวเราะในความไร้เดียงสาของนกน้อยของเขา...ใช่ของเขา...

                เอ้า!ยังยืนมองอยู่อีก มารับผ้าไปซิไม่มีเวลามารอเจ้าทั้งวันนะ

                ไท้สือเห็นเธอทำปากพะงาบพะงาบยิ่งอยากแกล้ง จึงสั่งให้เธอถูจากลำคอระเรื่อยไปยังแผ่นอกแกร่ง จนไปถึงท้องอยู่ๆพ่อหนุ่มน้อยจากซันก็หยุดชะงักขึ้นมาดื้อๆ ไท้สือหลังจากที่หญิงสาวเริ่มขัดถูก็ปล่อยใจไปตามสัมผัสที่เบามือ ถ้าเขาไม่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าเจ้าจางซันเป็นหญิง เขาคงคิดว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้ต้องป่วยเป็นโรคแน่นอน เพราะเรี่ยวแรงที่ลงมือนั้นไม่เหมือนแรงชายแม้แต่นิดเดียว

                เดิมที เวลาอาบน้ำเป็นเวลาส่วนตัวของเขา ซึ่งไม่เคยให้ผู้ใดได้เข้าใกล้ เขาจะวางดาบไว้ใกล้ๆอ่างน้ำ การที่ต้องแบกรับภาระเป็นป้าอ๋องนั้นต้องระวังตนทุกฝีก้าว เหตุเกิดเพราะว่าเขามีศัตรูมากมายเคยโดนลอบสังหารหลายครั้ง แม้กระทั่งตอนอาบน้ำ หรือตอนที่กำลังเริงรักอยู่กับพระสนมทั้งหลายที่ตำหนัก แต่ทำไมกับหญิงนัยน์ตาแววหวานผู้นี้ เขาถึงได้ไว้วางใจให้เข้ามาปรนนิบัติ ทั้งที่แม้แต่มเหสีของเขาเองยังไม่ได้รับอนุญาตด้วยซ้ำ

                เอ่อคือกระหม่อมว่า พระองค์แช่น้ำนานเกินไปแล้ว เดี๋ยวจะประชวรได้ โปรดเสด็จขึ้นจากอ่างน้ำเถอะ พะย่ะค่ะ

                ไท้สือมองริมฝีปากของผู้พูด ด้วยความรู้สึกอยากสัมผัส นางจะรู้ไหมนะว่าสีที่นางทาไว้ตั้งแต่ตอนที่เริ่มถูตัวให้เขามันได้หลุดออกไปจนหมด จนทำให้ได้เห็นฝ่ามือที่ขาวผ่องน่าจับต้อง ถึงเจ้าตัวจะไม่ยอมถลกแขนเสื้อขึ้นก็เถอะ แต่เขาก็มั่นใจว่าทั้งร่างของนางจะต้องขาวผ่องไปทั้งตัวเป็นแน่ คิดแล้วก็ทำให้ใจชายสั่นไหว จึงตัดใจขึ้นจาก

น้ำตามคำเชื้อเชิญของนาง
                อ๊ายยย..ตาบ้าอยู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมา เกือบเป็นตากุ้งยิงแล้วไหมล่ะ ดีนะที่พันผ้าไว้ที่สะโพกด้วย เอ๋นั้นอะไรน่ะตุงๆด้วยยี้ตาลามก (นี่ขนาดหล่อนไม่อยากดูนะเนี่ยยังเห็นซะขนาดนี้)

                หลังจากที่ผ่านช่วงนาทีระทึกมาได้ เธอก็ถูกไล่ให้ไปคอยอยู่ที่โต๊ะด้านนอก เธอสังเกตุว่าในกระโจมกลับไม่มีทหารรับใช้เลยซักคน ก็รู้สึกผิดปรกติเพราะด้วยตำแหน่งของชายหนุ่มนั้นย่อมต้องมีทหารรับใช้คอยรับคำสั่งอยู่ตลอดเวลา
                แท้จริงแล้วสิ่งที่หญิงสาวคาดการไว้นั้นถูกต้อง ตามปรกติจะต้องมีทหารหน่วยล่าสังหารยืนเฝ้าที่หน้าผ้าม่านไม่ต่ำกว่าสองคน แต่วันนี้เป็นกรณีพิเศษเพราะไท้สือต้องการอยู่กับเธอเพียงลำพังจึงได้ออกคำสั่งให้ทหารทั้งหมด ไปซุ่มอยู่ด้านนอกแทน นั่งคุกเข่าอยู่เพียงครู่เดียวไท้สือก็แต่งกายเสร็จแล้วเดินออกมานั่งที่โต๊ะ
                วันนี้เจ้ามีหน้าที่ที่จะต้องอ่านรายงานกองทัพทั้งหมดนี่ให้เสร็จ ข้าได้ให้ทหารยกโต๊ะของเจ้าเข้ามาให้แล้ว

                ชายหนุ่มปรายตาไปที่โต๊ะตัวเล็กที่หญิงสาวสังเกตุเห็นตั้งแต่เข้ามา เธอคิดไม่ถึงว่าจะต้องทำงานในกระโจมเดียวกับป้าอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ 
                หลังจากอ่านหมด ทุกวันเจ้ามีหน้าที่ที่จะต้องรายงานให้ข้าฟัง และ จดตามที่ข้าสั่ง
                อ๋อ หน้าที่อาลักษณ์ที่หมายถึงก็เหมือนเลขาดีๆนี่เอง หญิงสาวพลางคิดในใจแต่ก็ลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อกเมื่อเห็นกองม้วนกระดาษที่วางไว้ให้เธออ่าน ไท้สือเห็นสีหน้าของหญิงสาวก็อมยิ้มนางผู้นี้ตั้งแต่เจอนาง นางทำให้เขายิ้มได้มากกว่าที่เขายิ้มเองทั้งปีเสียอีก อันที่จริงรายงานทหารเหล่านี้เมื่อคืนเขาได้อ่านจนหมดแล้ว แต่ที่ให้นางอ่านก็เพื่อจะทดสอบนาง ว่านางเป็นไส้ศึกจากแคว้นอื่นหรือไม่ ถ้าใช่ละก็... เขาก็ยังสงสัยตัวเองอยู่ว่าจะตัดใจสังหารนางได้ ฤ เหมือนกับที่สังหารสนมหรือมเหสีคนอื่นๆที่ปลอมตัวมาเป็นไส้ศึก....

                เอาล่ะคงต้องดูกันต่อไป.. ถ้านางเป็นไส้ศึกจริงๆละก็เขาก็จะเกลี้ยกล่อมนาง ให้นางอยู่กับเขาให้จงได้ ไท้สือจ้องมองหญิงสาวด้วยความมุ่งมั่น

                ทั้งคู่ไม่ทันได้ตั้งตัว จู่ๆก็ได้ยินเสียงทหารล้มลงอยู่หน้ากระโจม และมีกลุ่มชายชุดดำบุกเข้ามาในกระโจมเกือบสิบคนเห็นจะได้ ทั้งคู่ลุกขึ้นประจันหน้ากับผู้บุกรุก เธอชักดาบที่คาดบั้นเอวขึ้นมาตั้งท่าเตรียมรับมือคู่ต่อสู้   

                ใครฆ่าป้าอ๋องได้ข้าจะตกรางวัลอย่างงาม

                ชายชุดดำที่น่าจะเป็นหัวหน้ากล่าวเพื่อปลุกขวัญลูกน้อง เพราะไท้สือเองก็มีชื่อเสียงเลื่องลือไปไกลเรื่องเพลงดาบที่เป็นหนึ่งเช่นกันกับความเจ้าชู้

                ชายชุดดำที่เหลือก็บุกเข้ามาหมายจะสังหารเป้าหมายให้ตายภายในดาบเดียวเพื่อที่จะได้ไปรับรางวัล ไม่มีใครสนใจเด็กหนุ่มที่ยืนขวางทางตรงหน้าสักคนเดียว ทันที่เข้าไปในระยะดาบเด็กหนุ่มที่ไม่มีใครสนใจก็ตวัดดาบที่อยู่ในมือไปที่มือสังหาร คนแรกที่โดนพิษสงของดาบไม่ได้ตายแต่ก็เจ็บหนักลงไปนอนร้องครวญครางที่พื้น ทำให้กลุ่มมือสังหารชะงักการโจมตี เพราะไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่ทุกคนไม่ได้ให้ความสนใจแต่แรกจะมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้....
                หญิงสาวใช้เวลาไม่นานก็จัดการเหล่ามือสังหารทั้งหมดลงไปนอนร้องครวญครางที่พื้น จะมีก็แต่ตัวหัวหน้าที่ยืนประจัญหน้ากับเธออยู่ เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้การสังเกตุการณ์ของชายหนุ่ม ไท้สือไม่เพียงไม่ช่วยแต่กลับเป็นฝ่ายยืนดูอยู่เฉย โดยให้หญิงสาวจัดการมือสังหารทั้งหมด เพราะว่าชายหนุ่มมั่นใจในฝีมือของหญิงสาวว่าจะสามารถจัดการกับมือสังหารกระจอกกลุ่มนี้ได้

                เธอรู้สึกแปลกใจนักว่าทำไมไม่มีทหารเข้ามาอารักขาไท้สือ เพราะระหว่างที่เธอสู้อยู่กับคนร้ายนั้นเสียงต่อสู้น่าจะดังมากพอที่จะเรียกทหารคนอื่นเข้ามาได้ แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าการที่ไม่มีทหารเข้ามาช่วยนั้นเป็นเพราะคำสั่งของไท้สือที่ว่า ต้องการอยู่กับนางเพียงลำพังไม่ให้ผู้ใดก็ตามรบกวน พวกทหารที่อยู่ข้างนอกถึงจะได้ยินเสียงการต่อสู้ แต่หากไม่ได้รับสัญญาณจากไท้สือก็ไม่มีใครกล้าขัดรับสั่งเข้าไปเป็นแน่ จึงได้แต่ยืนเตรียมพร้อมอยู่หน้ากระโจม.....

                ยอมให้ข้าจับแต่โดยดี แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้ากรี๊ด..เก๊กเสียงหล่อได้ใจจังเรา อิอิ เธอตวัดดาบไปทางเจ้าตัวหัวหน้าพร้อมกล่าว

                ยังไม่ทันได้กล่าวประโยคต่อไปเจ้าตัวหัวหน้าก็บุกเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้เธอต้องเอี้ยวตัวหลบแต่กลับไม่พ้นฝ่ามือของเจ้ามือสังหาร ทำให้กระเด็นไปกระแทกกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของชายหนุ่ม แล้วหลังจากนั้นเธอก็รู้สึกง่วงนอน.....

                ไท้สือเห็นเจ้าตัวหัวหน้ากลุ่มใช้ฝ่ามือซัดใส่หญิงสาวกระเด็นมากระแทกกับโต๊ะทำงาน จนหญิงสาวสลบไป ก็ตวัดฝ่ามือซัดเจ้าหัวหน้ามือสังหารเช่นกัน ทำให้เจ้ามือสังหารถึงกับสลบด้วยเพียงแค่ฝ่ามือเดียว เขาเกือบยั้งใจไม่อยู่สังหารเจ้าหัวหน้ามือสังหารผู้นี้ไปแล้ว ตั้งแต่เห็นมันซัดฝ่ามือใส่หญิงสาวทำให้เขารู้สึกว่าความอดทนที่มีอยู่หมดลง ยังไม่ได้เขายังต้องการข้อมูลจากมันอยู่เพราะฉะนั้นมันยังตายไม่ได้......

                เกิดอะไรขึ้น โอ๊ย! ทำไมปวดหัวจัง  หญิงสาวลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ เห็นตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างที่สามารถให้คนมานอนด้วยอย่างสบาย 4-5 คน แต่พอพิจารณาได้ซักครู่ก็นึกได้ว่าในค่ายทหารแห่งนี้จะมีเตียงที่น่าสบายที่ไหนได้นอกจาก เตียงที่บรรทมของป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าว เธอก็ผลุดลุกขึ้นเพื่อสำรวจตัวเอง ว่าความลับแตกแล้วหรือยัง(โถน้องหนูมันแตกตั้งแต่แรกแล้ว) แล้วเธอก็โล่งอกทุกอย่างยังคงอยู่สภาพเดิม แม้แต่ผงฝุ่นที่เธอทาไว้ที่ใบหน้า จะมีก็แต่ที่มือที่หลุดออกไปตั้งแต่ตอนที่ไปช่วยถูหลังให้กับไท้สือ
                หญิงสาวได้ยินเสียงคนคุยกันจากด้านหลังม่าน น่าจะเป็นไท้สือเพราะเธอจำน้ำเสียงของเขาได้ และอีกคนก็น่าจะเป็นหมอ เพราะเขากำลังวินิจฉัยอาการของเธออยู่ หลังจากไม่ได้ยินเสียงพูดคุยเธอก็กลับลงไปนอนทำเหมือนว่ายังไม่ฟื้น เพราะอยากรู้ว่าไท้สือจะทำยังไงกับเธอต่อไป
                ไท้สือเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างที่นอนยืนมองหญิงสาวที่อยู่บนเตียง เขาจะไม่ให้นางต้องบาดเจ็บอย่างนี้อีก หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นนางล้มลง ไท้สือมองระเรื่อยตั้งแต่ไรผมสีดำหน้าผาโหนกนูน ไม่ว่าจะเป็นจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่มองด้วยตาก็คิดว่าหากได้ลิ้มรสสักคราคงจะหอมหวานหน้าดู ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เห็นนางในสภาพของหญิงสาว แต่ก็มั่นใจว่าภายใต้ผงฝุ่นที่นางใช้ทาตัวอยู่นั้น คงมีหญิงที่งามที่สุดในแผ่นดินแฝงตัวอยู่
                ไท้สือเดินเข้าไปใกล้แท่นบรรทมเหมือนคนละเมอ หญิงสาวที่แกล้งหลับอยู่ถึงกับเกรงตัวเมื่อที่นอนที่เธอนอนอยู่ยุบตัวลง ซักพักก็ได้ยินเสียงของไท้สือพูดเหมือนรำพันกับตัวเอง เมื่อไหร่เจ้าจะยอมแต่เป็นหญิงให้ข้าเห็นซะทีนะ หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความลับของเธอแตกแล้วอย่างนั้นหรือ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เธอเพิ่งเจอไท้สือเมื่อวานเอง แสดงว่าชายหนุ่มจำเธอได้ตั้งแต่แรกแต่ทำไมเขาจึงไม่เปิดโปงเธอกันนะ แต่แล้วความคิดก็สะดุดลง

                เธอมีความรู้สึกว่าไท้สือขยับเข้ามาใกล้ ใกล้จนใช้ลมหายใจเดียวกันกับเธอ เธอรู้สึกอุ่นวาบที่ริมฝีปาก ไท้สือจูบเธอกระนั้นหรือ! ริมฝีปากที่ประทับลงมานั้นอบอุ่นและอ่อนโยน จนเธอรู้สึกหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เมื่อไท้สือใช้ลิ้นเลียที่มุมปากการจูบดูจะดูดดื่มและหนักหน่วงขึ้นจนเธอหายใจไม่ออก อ๊ายย ตายแล้วจะทนไม่ไหวแล้วนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้ไม่งั้นจะปล้ำแล้วนะ
           
จู่ๆ ไท้สือก็ถอนริมฝีปากออก หญิงสาวรู้สึกว่าปากของเธอต้องบวมอย่างแน่นอนเลย 
            เอื๊อก...เป็นลมต่อดีกว่า ไท้สือถอนริมฝีปากออกอย่าไม่เต็มใจ รู้สึกติดใจในความหวานจนต้องก้มลงไปหาใหม่อีกสองสามครั้ง แต่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้เพราะไม่อย่างนั้นเมื่อตื่นขึ้นนางคงจะรู้ตัวเป็นแน่ ว่าตอนที่นางนอนสลบอยู่ถูกคนล่วงเกินไปไม่น้อย เขายังไม่อยากให้นางตื่นตระหนกเมื่ออยู่กับเขา ไท้สือพลางยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงจูบที่เพิ่งผ่านไป นางหวานกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก....หึหึหึ

                เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหญิงสาวตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนแท่นบรรทมของไท้สือ แต่นางกลับไม่เห็นเจ้าของห้อง เธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปยังนอกกระโจม นายทหารที่เฝ้าอยู่หน้ากระโจม ต่างก็ตกใจที่เห็นท่านอาลักษณ์ที่ท่านอ๋องเป็นห่วงนักลุกขึ้นมาจากแท่นบรรทมโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตท่านอ๋อง ต่างรีบเข้าไปหวังจะช่วยพยุง
                ไม่ต้องช่วยหรอก ข้าไม่เป็นไรแล้ว
                ไม่ได้หรอกขอรับ ขอให้ข้าได้ช่วยท่านเถอะครับ ไม่อย่างนั้นหากท่านอ๋องทรงทราบเข้าข้าจะต้องถูกลงโทษ

                นายทหารผู้หวังดีผู้นั้นกล่าว อันที่จริงนายทหารผู้นี้กล่าวถูกตรงที่ว่าเขาจะต้องถูกลงโทษ แต่ที่เขาจะถูกลงโทษก็เพราะบังอาจไปแตะต้องนางอันเป็นที่หวงแหนของป้าอ๋องต่างหาก อิอิอิ...
                ไม่ต้อง! ข้าจะกลับกระโจมพี่ข้า เจ้าไม่ต้องตามมานะหลังจากที่กล่าวจบก็เดินดุ่มๆกลับไปหาจางเป่าที่กระโจม พอไปถึงก็เห็นจางเป่าเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวาย
                พี่ใหญ่ ข้ากลับมาแล้วจางเป่าหันไปตามเสียงเรียก เห็นน้องสาวกลับมาในสภาพที่ปรกติก็รู้สึกโล่งอกจนต้องถอนหายใจออกมา 
                ข้านึกว่าเจ้าจะแย่ซะแล้ว เมื่อวานหลังจากเกิดเรื่องกับเจ้า ป้าอ๋องก็เรียกข้าเข้าเฝ้า และยังบอกว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บจากการปกป้องพระองค์ พระองค์จึงอนุญาตให้เจ้าพักรักษาตัวอยู่ที่กระโจมก่อนได้ ข้าน่ะกลัวว่าความจะแตก แต่ก็แปลกพระองค์ไม่เห็นทรงตรัสว่าอะไรเลย

                สิ่งที่หญิงสาวคิดได้รับการยืนยันจากจางเป่านี่เอง แสดงว่าท่านอ๋องทราบตั้งแต่แรกแล้วว่านางเป็นหญิงและยังเป็นหญิงที่พระองค์มีราชองค์การให้ตามหาอีกด้วย แต่ทำไมพระองค์ถึงไม่เปิดโปงนางเล่า
                ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว แต่ก็เป็นการดีในเมื่อพระองค์ไม่ประสงค์จะเปิดโปงเธอ เธอก็จะทำเป็นไม่รู้ว่าพระองค์รู้แล้วว่าเธอเป็นหญิงก็ดีเหมือนกันเธอจะได้ไม่ต้องเก๊กต่อหน้าพระพักต์อีก แต่เอ๊ะในเมื่อพระองค์ทรงทราบแต่แรกว่าเธอเป็นหญิง แล้วทำไมพระองค์ยังทรงให้เธอถูหลังให้พระองค์อีกละ แล้วยังด้านล่างอีก ยี้อีตาลามก น่าเกลียดจริงแกล้งเธอเหรอ... ฮึ่มฝากไว้ก่อนเถอะโอฬาร....
                อ้าวน้องซันเจ้าเป็นอะไรน่ะทำหน้ายังกับโกรธใครมาจางเป่าพูดพลางตรวจตราน้องสาวว่ามีบาดแผลอะไรหรือไม่  
                น้องซันทำไมปากเจ้าบวมขนาดนี้เล่า ไปโดนอะไรมาเหรอจางเป่ากล่าวทักด้วยความเป็นห่วง ทำให้หญิงสาวนึกถึงจูบอันดูดดื่มเมื่อวานกับไท้สือ จนถึงกับเลือดกำเดาที่กักเก็บไว้ตอนที่ถูหลังให้ไท้สือพุ่งกระฉูดออกมา....จนจางเป่าตกใจรีบนำผ้ามาซับเป็นการใหญ่

                อุ๊บ..ซี๊ด..อ่ากไอ้อ่อนเออะ อั๋นอะอ้องเอาอืนไอ้อ้าย(ฝากไว้ก่อนเถอะฉันจะต้องเอาคืนให้ได้/บริการคำแปลจากการะเกด)

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


              
มาลงให้ใหม่ตามคำขอค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #4572 Qzaxgun (@gzb1-realster) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 15:09
    นางเอกนี่หื่นได้ใจเลยจริงๆ55555555555
    #4572
    0
  2. #4552 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 19:15
    ฮ่าตอนสุดท้าย 555555
    #4552
    0
  3. #1534 [P] a k ^O^=- (@pako_o) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2552 / 21:05
    ซันนี่กินไปบ่นไปซะงั้น

    หนุกจ้าาา
    #1534
    0
  4. #1533 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 23:00
    ซันนี่โชดดีมั่กมาก โดนหนุ๋มหล่อลำน่าเช้ยะยั่วยวน ฉากระทึกลูบไล้บรรยายคงวามรู้สึกชันนี่น้อยจัง แบบว่าแอบหื่นจิตแทนง่ะ ถูไปใจสั่นสะท้านไป ลูบลงไปใจระทึก เลือดกำเดาไหลไป 5555555@____@'
    #1533
    0
  5. #1532 dream (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 22:47
    ง่า...ขอถามหน่อยนะค่ะ แล้วมีดที่นางเอกเผลอจิ๊กติดมือมาไปไหนอ่ะค่ะ
    #1532
    0
  6. #1531 ekating (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 20:53
    ฮือ..ฮือ



    ไม่พอ..ขออีกๆๆๆๆๆๆ
    #1531
    0
  7. #1530 Black_Lab (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 19:50
    อัพต่อเถอะค่ะ นะนะนะ
    #1530
    0
  8. #1529 minnt (@monier) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 17:09
    คุณพี่การะเกดคะ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณพี่จะแต่งให้อ่านเพิ่มอีกสักตอนสองตอนได้มั้ยคะ แบบว่าอยากอ่านมาก
    ถ้าออกเป็นรูปเล่มละก็ไม่ต้องห่วงตามซื้อโลดดดด 55555
    #1529
    0
  9. #1528 ekating (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 12:42
    อัพอีกๆๆๆๆๆ



    อย่าปล่อยหั้ยคนรอใจสลายนะค๊า
    #1528
    0
  10. #1527 minnt (@monier) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 11:56
    อัพอัพอัพอีกเถอะ อยากอ่านจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ววว
    #1527
    0
  11. #1526 weat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 01:03
    อ้ากๆๆๆๆๆๆ อัพๆๆๆๆๆๆๆๆ อัพ อีกได้ปะ
    #1526
    0