อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 8 : ผู้ช่วยนายกองคนใหม่? มาลงให้ใหม่แล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    23 ก.พ. 52

                

       

                ท่านแม่! ข้ากลับมาแล้ว” 

                จางเป่าตะโกนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับภรรยา และนายทหารจำนวนหนึ่ง วันนี้จางเป่าได้รับอนุญาตพร้อมกับเหล่าทหารที่ติดกับดักที่หุบเขา

ให้ลาพักได้วัน และวันนี้เหล่าทหารคนสนิทได้พร้อมใจกันมาที่บ้านของสองผู้เฒ่าจาง เพื่อดื่มฉลองและเพื่อขอบคุณจางซัน น้องบุญธรรมคนใหม่ของจางเป่า ที่ได้ช่วยชีวิตทหารเกือบสี่ร้อยนายไว้ได้เมื่อคืน สองผู้เฒ่าทราบข่าวจากหญิงสาวตั้งแต่เมื่อคืน มาวันนี้ได้พบบุตรชายคนโตก็ให้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงจัดทำข้าวปลาอาหารมาแกล้มเหล้า และวงเหล้าวันนี้ก็มีด็อกเตอร์ที่มีอายุน้อยที่สุดในตระกูลสัจจาเทพรวมอยู่ด้วย

                พี่หย่ายย...ท่านนนไม่รู้อะไร ข้าน่ะนะสามารถล้มผู้หย่ายตัวโตๆอย่างท่านได้ ท่านเชื่อข้าอะเปล่า

                ยังไม่ทันได้หมดไหจางซันหนุ่มน้อยหน้ามนก็เมา ส่งเสียงท้าตีท้าต่อยกับเหล่าทหารที่นั่งดื่มอยู่ด้วยกัน

                น้องเล็กข้าว่าเจ้าเมาแล้วนะ อะไรกันเป็นชายอกสามศอกดื่มแค่นี้ก็เมา” 

                จางเป่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดูน้องชายตัวน้อยหญิงสาวเมื่อนั่งร่วมวง

กับทหารหาญในสังกัดของจางเป่า ก็ดูเหมือนจะบอบบางเข้าไปอีก

จางเป่าคิดจะให้น้องชายรับราชการทหารเนื่องจากเห็นฝีมือของจางซันแล้วน่าจะมีอนาคตไกลหากรับราชการ ซักพักก็มีนายทหารผู้หนึ่งเอ่ยถึงข่าวสำคัญของกองทัพ

                ท่านนายกองได้ข่าวหรือไม่ ว่าท่านเสนาธิการทหารเฟยจิ้งได้รับราชโองการให้ตามหาคนผู้หนึ่ง

                นายทหารคนนั้นกล่าวต่อจางเป่า ทำให้นายทหารที่นั่งอยู่ทั้งหมดหยุดพูดคุยและหันมาสนใจฟังในสิ่งที่ทหารคนนั้นกล่าว

                ทำไมข้าไม่รู้ เจ้าได้ข่าวนี้มาจากที่ใด และคนที่ป้าอ๋องต้องการตามหาคือผู้ใดกัน” จางเป่าหันไปถามกับนายทหารผู้นั้น

                ข้าได้ยินมาจากท่านนายกองหลินขอรับพอดีข้าได้สทนากับท่านเมื่อเช้า แต่ข้าทราบมาว่าคนที่ป้าอ๋องออกราชองค์การให้ตามหานั้นเป็นหญิงขอรับ” 

                หลังจากผู้จบ ถ้ามีใครสังเกตุดีๆจะเห็นจางซันหนุ่มน้อยหน้ามนที่เมาหลับอยู่ข้างๆจางเป่า ดีดตัวผึงขึ้นมาตังแต่ได้ยินว่ามีราชองค์การให้ตามหาคนผู้หนึ่งและคนผู้นั้นเป็นหญิง นางหันไปทำหน้าแหยๆ ใส่ผู้เฒ่าจางทั้งสองที่มองมาด้วยสีหน้ากังวล

                เช้าวันรุ่งขึ้น...จางเป่านำเรื่องที่แม่ทัพซีเหมยต้องการให้จางซันเข้ารับราชการมาหารือระหว่างทานอาหารเช้ากับครอบครัว ตามคาดแม่เฒ่าจางคัดค้านอย่างหัวชนฝา ประการแรกนางไม่อยากสูญเสียลูกบุญธรรมไปอย่างที่สูญเสียบุตรชายทั้งสองของนาง ประการที่สองนี้ที่สำคัญที่สุดคือ...นางเป็นหญิง 

                ข้าไม่ยอม! เจ้าไปเรียนท่านแม่ทัพว่าอาซัน(ซันนี่)จะไม่เข้าร่วมกองทัพ เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลพ่อและแม่บุญธรรมที่ชราแม่เฒ่าจางกล่าวอย่างหัวเสีย

                โถ่ท่านแม่ น้องซันเป็นผู้ที่มีความสามารถหากรับราชการอนาคตอาจได้เป็นแม่ทัพใหญ่ ท่านจะไม่ดีใจหรอก ฤ

                ข้าว่าก่อนที่อาซันจะได้เป็นแม่ทัพใหญ่ ก็คงได้ไปอยู่โลกหน้าก่อน แล้วข้าจะยินดีได้อย่างไร” 

                พ่อเฒ่าจางเอ่ยขึ้นหลังจากที่ฟังสองแม่ลูกทุ่มเถียงกันอยู่นาน ด้านหญิงสาวพอเอ่ยพาดพิงถึงโลกหน้าก็สำลักน้ำซุบที่กำลังก้มหน้าก้มตาซดโดยไม่สนใจผู้ใด(ตะกละจริงจริ๊งนังนี่)

                ข้าว่าที่ท่านพี่พูดมาก็มีเหตุผลนะคะท่านพ่อท่านแม่”  สะใภ้ใหญ่จางปิ่นเหยากล่าวช่วยสนับสนุนสามีหลังจากที่นั่งฟังอยู่นาน

                เจ้าไม่เข้าใจปิ่นเหยา เราสองผู้เฒ่าได้เสียเจ้ารองและเจ้าสามไปแล้ว ข้าไม่อยากเสียบุตรที่เหลือของข้าไปอีก ข้าคงทำใจไม่ได้ครานี้หากไม่ได้อาซัน สามีของเจ้าก็อาจไม่ได้กลับมาอยู่ที่นี่ตอนนี้เหมือนกับเจ้ารองและเจ้าสามก็ได้” 

                ปิ่นเหยาได้ฟังเหตุผลของแม่สามีก็เห็นจริงดังว่าอาชีพทหารที่สามีเป็นอยู่ถึงจะทำให้ไม่ลำบาก มีผู้คนนับหน้าถือตาก็จริงแต่ก็เสี่ยงชีวิตไม่น้อยซึ่งไม่รู้ว่าวันใดสามีจะไม่ได้กลับมาที่บ้านอีก จึงได้แต่ยอมจำนนด้วยเหตุผล.....

                ข้าว่าเราน่าจะถามความสมัครใจของน้องซันจะเป็นการดีกว่า ว่ายังไงน้องซันเจ้าอยากเข้าร่วมกองทัพหรือไม่ แม่ทัพซีเหมยตกปากรับคำกับพี่ว่าจะให้เจ้าดำรงตำแหน่งผู้ช่วยนายกองไปก่อน ถ้าเจ้าทำผลงานดียังไงซะท่านแม่ทัพก็จะสนับสนุนเจ้าให้ถึงที่สุด” 

                หญิงสาวที่ตกเป็นหัวข้อสนทนายังไม่ตอบคำถาม กลับตั้งหน้าตั้งตากินจนข้าวหมดชามแล้วซดน้ำแกงต่อ จึงหันมาตอบคำถามของพี่ชาย...

                ถ้าข้ารับราชการเป็นผู้ช่วยนายกอง ข้าจะต้องไปอยู่ที่ใดสังกัดใครท่านพี่พอจะบอกข้าได้หรือเปล่า” 

                อันที่จริงระหว่างที่กินข้าวอย่างสะหวาปาม หญิงสาวก็ขบคิดถึงเรื่องเมื่อวานหลังจากที่จางเป่าและสมุนมานั่งดื่มที่บ้านซักพักก็มีทหารกลุ่มหนึ่งมาขอค้นบ้าน เพื่อหาหญิงสาวตามที่ป้าอ๋องได้ให้ช่างภาพวาดขึ้น หลังจากที่ไปแอบดูภาพที่ทหารกลุ่มนั้นนำติดมา เธอก็ต้องตกใจเพราะหญิงสาวในภาพนั้นคือเธอนั่นเอง แสดงว่าชายคนที่เธอต่อปากต่อคำด้วยเมื่อคืนก็คือป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าว จ้าวไท้สือนั่นเอง ตายแน่ฉันคราวนี้....
                ประโยคที่ออกมาจากปากของน้องซันเหมือนกับจะตกลงกลายๆ ทำให้จางเป่าดีใจเป็นอย่างยิ่งจึ่งบอกเล่าให้ฟังว่าจางซันจะต้องเป็นผู้ช่วยนายกองของเขา เดิมทีจะไม่อนุญาตให้ญาติหรือพ่อ พี่น้อง อยู่กองเดียวกันเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการบังคับบัญชา แต่ในกรณีของจางซันแม่ทัพซีเหมยยกเว้นให้เป็นพิเศษ เพราะเห็นว่าจางซันอายุยังน้อยอาจต้องให้จางเป่าผู้เป็นพี่คอยแนะนำเรื่องกฎระเบียบของกองทัพให้ ส่วนที่ว่าจะไปอยู่ทัพใครนั้นแน่นอนต้องอยู่ภายใต้สังกัดแม่ทัพซีเหมยอย่างแน่นอน....

                หลังจากอาหารมื้อเช้าที่ดูจะฝืดคอของสองผู้เฒ่าแล้ว แม่เฒ่าจางก็เรียกเธอเข้าไปพูดคุยในห้องโดยมีผู้เฒ่าจางคอยดูต้นทางอยู่...

                ลูกซันทำไมเจ้าถึงได้ทำอย่างนี้ แม่ไม่เห็นด้วยที่เจ้าจะเข้าร่วมกองทัพ เจ้าอย่าลืมสิว่าเจ้าเป็นหญิง แล้วเจ้าจะทำอย่างไรเมื่ออยู่ในกองทัพแล้ว” แม่เฒ่าจางกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล

                ท่านแม่คะ! ข้ามีเหตุผลเมื่อวานนี้ท่านแม่ก็เห็น ทหารเหล่านั้นมาค้นหาข้าถึงที่นี่ซักวันพวกเขาก็ต้องย้อนกลับมาใหม่ วันนั้นหากไม่มีพี่ใหญ่อยู่ด้วยข้าจะทำอย่างไรเล่าท่านแม่

                แม่เฒ่าจางได้ฟังเหตุผลของลูกสาวก็เห็นจริงอย่างว่า จางเป่าหลังจากได้รับคำตอบจากน้องชาย ก็รีบเร่งไปแจงให้แม่ทัพซีเหมยรับทราบเพื่อกันไม่ให้น้องชายเปลี่ยนใจ

                สองวันต่อมาหญิงสาวก็ไปรายงานตัวเพื่อรับตำแหน่งผู้ช่วยนายกองกับแม่ทัพซีเหมย ก่อนออกจากบ้านแม่เฒ่าจางได้บอกความจริงให้กับจางเป่าได้รับรู้ ว่าจางซันนั้นแท้จริงแล้วเป็นหญิง และเป็นผู้ที่ป้าอ๋องมีราชองค์การให้ตามหาอยู่ จางเป่าพอได้รู้ความจริงทั้งหมดจากปากของมารดาก็ตกใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่คิดทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเธอว่าเธอควรจะไปอยู่ในกองทัพจะเป็นการดีกว่ายังไงซะ คงไม่มีผู้ใดคิดว่าหญิงสาวที่มีราชองค์การให้ตามหานั้นอยู่ภายในกองทัพและมีตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้ากองนั่นเอง.....

                ข้าดีใจที่ได้เจ้ามาอยู่ด้วย

                ภายในกระโจมแม่ทัพ แม่ทัพซีเหมยนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะตัวใหญ่บนโต๊ะเต็มไปด้วยม้วนกระดาษมากมาย คิดว่าน่าจะเป็นแผนที่ทางทหาร ที่ด้านหน้าโต๊ะตัวใหญ่นั้นมีกระบะทรายมีธงปักอยู่มากมายตามเมืองต่างๆ อย่างคร่าวๆ   

                ข้าน้อยก็เช่นกันคงต้องให้ท่านแม่ทัพชี้แนะอีกมาก” 

                วันนี้หญิงสาวใช้ผงฝุ่นทาตัวทำให้กลายเป็นหนุ่มน้อยหน้ามนและใช้แถบผ้ารัดหน้าอกจนแน่น(หายใจไม่ออกโว้ย)   

                เอาล่ะถ้ามีอะไรข้าจะเรียกใช้เจ้าตอนนี้เจ้าตามข้าไปเข้าเฝ้าก่อน ฝ่าบาทรับสั่งอยากพบเจ้า พระองค์อยากจะปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่เจ้าเรื่องที่เจ้าช่วยเหลือกองทัพของพระองค์ที่หุบเขามรณะ”   

                เมื่อทั้งคู่มาถึงกระโจมที่พักของป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าว จ้าวไท้สือ ทหารหน้ากระโจมรายงานต่อท่านแม่ทัพว่า ป้าอ๋องกำลังสรงน้ำอยู่ให้รอสักครู่...เธอจึงเดินเตร่อยู่แถวหน้ากระโจมพลางสังเกตุการณ์รอบค่ายไปพลาง ตั้งแต่หญิงสาวหลุดมาในยุคนี้เธอสังเกตุได้ว่าคนในยุคนี้ไม่ว่าจะทำอะไรต้องรอบคอบเสมอและต้องระวังตัวทุกฝีก้าว ไม่เช่นนั้นอาจตายได้โดยไม่รู้ตัว...

                หลังจากที่รออยู่พักใหญ่ก็มีนายทหารผู้หนึ่งก้าวออกมาจากกระโจม เชิญท่านแม่ทัพและเธอไปเข้าเฝ้า ภายในกระโจมหากไม่เห็นจากภายนอกคงไม่เชื่อสายตา เพราะภายในกระโจมนั้นถูกประดับประดาด้วยข้าวของมากมายเสมือนหนึ่งอยู่ในพระราชวังอย่างที่เธอเคยเห็น ตอนที่ไปเที่ยวที่พระราชวังในประเทศจีน ตรงหน้าของเธอมีโต๊ะตัวใหญ่การจัดแต่งเหมือนกระโจมของท่านแม่ทัพ แต่ข้าวของดูมีราคาแพงกว่าทางด้านขวา

มือมีม่านหลังใหญ่ปิดอยู่ ตามความรู้สึกผู้ชายคนนั้นคงอยู่หลังม่านนี้แน่นอน...

                กระหม่อมซีเหมยขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” 

                แม่ทัพซีเหมยคุกเข่าหันหน้าไปทางผ้าม่าน ที่มีเงาตะคุ่มๆอยู่สามสี่เงา เสียงพูดคุยเบาๆ เหมือนกับกำลังปรึกษาอะไรกันอยู่ ตั้งแต่หญิงสาวก้าวเข้ามาภายในกระโจมของไท้สือ เธอก็ได้กลิ่นกำยานที่ทำให้ใจของหญิงสาวเต้นระรัว ด้วยว่าเป็นกลิ่นเดียวกันกับที่เธอได้กลิ่นเมื่อวันที่เธอได้ต่อปากต่อคำกับเขา....

                เพียงครู่หลังจากที่แม่ทัพซีเหมยกล่าวออกไป ผ้าม่านก็ถูกเลิกขึ้นทำให้เห็นว่าภายในมีบุรุษอยู่สี่คน หนึ่งในนั้นคือชายที่เธอเคยพบแล้วไท้สือ ขณะนี้หญิงสาวนั่งคุกเข่าตามแบบที่จางเป่าสอนเวลาเข้าเฝ้าป้าอ๋อง เธอเหลือมองไท้สือเพียงแวบเดียวก็ต้องหลบตา เพราะขณะนี้ไท้สือกำลังจ้องมองเธออยู่อย่างพิจารณา แม่ทัพซีเหมยกล่าวรายงานเรื่องของเธอต่อไท้สือ แต่กระนั้นไท้สือก็ยังไม่ละสายตาจากเธอพอแม่ทัพซีเหมยกล่าวจบก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา.....

                เป็นอันว่าท่านแม่ทัพได้แต่งตั้งให้เจ้าหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ช่วยนายกองหรือ

                เฟยจิ้งเสนาธิการคนสนิทเอ่ยขึ้น หลังจากที่เห็นสายตาของไท้สือจ้องมองมาทางเธออย่างไม่ยอมวางตา

                ใช่แล้วท่านเสนา” 

                เจ้าอ่านหนังสือออกหรือไม่

                จู่ๆไท้สือก็กล่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เธอตกใจจนต้องหันไปหาท่านแม่ทัพเป็นเชิงถามว่าสมควรเป็นคนตอบเองหรือไม่ แม่ทัพซีเหมยกลับพยักหน้าให้เธอตอบเธอจึงต้องดัดเสียงให้ต่ำเล็กน้อย เพราะถ้าพูดด้วยเสียงของเธอความคงแตกตั้งแต่วันแรก ขณะที่ไท้สือเอ่ยถามเธออยู่นั้นเขากลับอยู่ในชุดเสื้อคลุมเหมือนเพิ่งอาบน้ำเพิ่งงเสร็จ ตามลำคอและอกที่คอเสื้อเผยให้เห็นยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ ตอนที่แม่ทัพกล่าวรายงานเธอแอบมองไท้สือที่หางตา ต้องยอมรับกับตัวเองว่าเคยพบผู้ชายมาหลายประเทศ ยังไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่ดูเซ็กซี่ แม้ตอนที่ใส่เสื้อคลุมมาก่อนไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย เรือนผมสีดำสนิทยาวประบ่าที่มองแล้วน่าจะนุ่มถ้าได้สัมผัส ริมฝีปากบ่งบอกถึงความมีอำนาจ รูปร่างใหญ่โตอกล่ำสันและมีผิวสีแทนเหมือนคนที่ชอบออกกำลังกลางแดดบ่อยๆ (ซี๊ดน้ำยายไหย) และยังมีดวงตาที่เฉียบคมราวกับจะมองทะลุได้ทุกสิ่งทุกอย่าง....  

                กระหม่อมอ่านหนังสือออกพะยะค่ะ หลังจากที่คิดทบทวนดูแล้ว ว่าไม่ควรโกหกเพราะตอนที่วางแผนกับแม่ทัพซีเหมยที่หุบผามรณะ

เธอยังอ่านแผนที่เสียงดังฟังชัดอยู่เลย

                ดีแล้ว ข้าจะให้เจ้าเป็นอาลักษณ์ประจำตัวข้า เจ้ายังเด็กนักอยู่เรียนรู้กับข้าจะดีกว่า พรุ่งนี้เจ้ามารายงานตัวกับข้าแต่เช้า ส่วนพ่อและแม่ของเจ้าข้าจะตกรางวัลด้วยทองคำหนึ่งหีบ ผ้าไหมร้อยพับ และม้าศึกอีก10 ตัว เพื่อเป็นรางวัลที่บุตรของตระกูลจางทุกคนเสียสละรับใช้แคว้นจ้าวของข้าเป็นอย่างดี ส่วนเจ้าก็พักกับพี่ชายของเจ้า ข้าอนุญาต

                พอไท้สือกล่าวจบก็โบกมือเป็นสัญญาณให้แม่ทัพซีเหมยออกไปได้ เธอจึงเดินตามแม่ทัพซีเหมยออกมาด้วย

                ท่านแม่ทัพ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้ ไหนท่านบอกว่าข้าจะได้อยู่กับพี่ชายข้าไง

                พอไม่ได้ดั่งใจนิสัยแง่งอนของเธอก็แสดงออกโดยลืมไปว่าตนเองอยู่ในร่างของหนุ่มน้อย ทำให้แม่ทัพซีเหมยถึงกับนิ่วหน้า พอเธอนึกได้ก็ไอกลบเกลื่อน

                ไม่ใช่อะไรหรอกข้ากลัวว่าถ้าทำอะไรไม่ถูกใจ ป้าอ๋องจะได้รับสั่งประหารข้าน่ะสิ

                ป้าอ๋องไม่ได้ไร้เหตุผลขนาดนั้น พระองค์ทรงเอ็นดูเจ้าอยู่เหมือนกันจึงทรงรับสั่งให้เป็นอาลักษณ์ประจำพระองค์ และยังอนุญาตให้เจ้าพักกระโจมเดียวกับพี่ชายได้เจ้าน่าจะดีใจจึงจะถูก ปรกติพระองค์ไม่เคยให้ผู้ใดที่ไม่ใช่หน่วยล่าสังหาร หรือท่านเสนาเข้าใกล้ขนาดนี้ ข้ายังแปลกใจเพราะมีเจ้าเป็นคนแรก

                แท้จริงแล้วค่ายทหารแห่งนี้ยศตั้งแต่นายกองขึ้นไปจึงจะมีกระโจมเป็นของตัวเอง ส่วนพวกผู้ช่วยนายกองก็ต้องไปนอนรวมกับผู้ช่วยด้วยกัน แต่ก็ยังดีกว่าพวกทหารธรรมดามากเพราะต้องนอนเบียดกันกระโจมละเป็นสิบเลยทีเดียว...

                ภายในกระโจมหลังจากที่แม่ทัพซีเหมยและจางซันออกไปแล้ว  เฟยจิ้งก็เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่

                เหตุใดพระองค์จึงทรงให้จางซันมาเป็นอาลักษณ์เล่าพะย่ะค่ะ

                หากเป็นผู้อื่นคงโดนสั่งประหารไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสงสัยในการตัดสินใจของป้าอ๋องแต่นี่ คือเสนาคู่ใจสถานการณ์จึงไม่เป็นเช่นนั้น....

                เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า ไท้สือย้อนถามด้วยดวงตาระยิบระยับ พลางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยสุราที่ทหารรินถวาย

                กระหม่อมไม่ทราบพะย่ะค่ะ แต่ถ้าให้กระหม่อมเดากระหม่อมว่าต้องเกี่ยวกับแม่นางคนที่ฝ่าบาทให้กระหม่อมตามหาแน่นอน พะยะค่ะ

                ฮะฮะฮะ ไม่เสียแรงที่เป็นสหายสนิทของข้า ใช่แล้วเจ้าหนุ่มจางซันก็คือนางนั่นเอง” (เสร็จแน่ยัยซันนี่ ) กล่าวพลางยกถ้วยสุราขึ้นมองแต่กลับไม่จิบสักเพียงนิด ในใจพลางนึกถึงดวงตาแววหวาน และริมฝีปากที่ช่างเจรจาอยากรู้นักว่าถ้าข้าได้ชิมริมฝีปากนั้นสักครั้ง...นางจะทำเช่นไร                แล้วเหตุใดพระองค์ยังทรงนิ่งเฉยอยู่ พะย่ะค่ะ”  

                ข้าแค่ส่งเสริมนาง เห็นว่านางไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นหญิงข้าจึงให้นางมาเป็นอาลักษณ์ของข้าอย่างไรเล่าไท้สือกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขสม เหมือนกับได้ของเล่นชิ้นใหม่

                ข้าเพียงแต่ไม่แน่ใจในตัวของนาง นางอาจคิดร้ายต่อพระองค์ก็เป็นได้ ฝีมือของนางก็เปรียบได้กับแม่ทัพคนหนึ่งเลยทีเดียว

                วันนั้นที่สนามรบ เขายังรู้สึกชื่นชมในตัวหญิงสาวผู้นั้น ด้วยว่าไม่เคยมีหญิงใดที่สามารถต่อกรกับชายอกสามศอกในสนามรบได้มากเท่านาง วันนั้นทหารเหยาพยายามสังหารนางแต่นางกลับไม่มีบาดแผลแม้แต่รอยขีดข่วน....

                ข้าไม่คิดเช่นนั้น นางไม่ใช่คนที่จะมาปองร้ายข้าอย่างแน่นอน เจ้าจงส่งคนไปดูแลนางให้ดี นางเป็นหญิงมาอยู่ในค่ายทหารคงลำบากมิใช่น้อย กำชับให้มั่นว่ามิให้ผู้ใดทำอันตรายแก่นางได้ เพราะนางคือนกน้อยของข้า” 

                กระแสรับสั่งในช่วงท้ายจุดประกายวาววามในดวงตาของไท้สือ พรุ่งนี้คงน่าอภิรมย์ยิ่งขึ้นเมื่อมีนางอยู่ด้วย นี่คือความคิดสุดท้ายหลังจากที่เปลือกตาของไท้สือปิดลง  

                ท่านพี่! ท่านเลิกนอนกรนซะทีจะได้ไหมข้าทนไม่ไหวแล้วนะ” หญิงสาวที่อยู่ในความคิดของไท้สือก็ยังคงรบกับพี่ชายทั้งคืนเพราะทนเสียงกรนของจางเป่าไม่ได้.....ท่านยมไหนบอกว่าหนูจะโชคดีไง....แง๊งงง....หนูอยากกลับบ้าน... ฮืออออออออ

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------


มาตามคำเรียกร้องจ้า              
                                   
                   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #4541 yaos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2555 / 19:30
    55555 สนุกมาก ๆ เพิ่งอ่านนิยายจีนสนุก ๆ แบบนี้เป็นเรื่องแรก
    #4541
    0
  2. #1525 ♥→♀ Ý●ÜŖ (@batmaruni) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 10:13
    ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


    น่ารักที่ซู้ดดดดดดดดดดดดดดดด
    #1525
    0
  3. #1524 oVaSaBio (@225ploy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2552 / 19:11
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดด~!!!  บรรยายได้ร้อนแรงมากกกกกกกกกกกกกกกค่ะ!!!
    #1524
    0
  4. #1523 [P] a k ^O^=- (@pako_o) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2552 / 20:50
    555 ซะงั้นเลยย


    หนุกจ้า
    #1523
    0
  5. #1522 NekOrYsTaL (@NekOrYsTaL) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มกราคม 2552 / 05:22
    ฮืมมม  น่าสนุกมากเลยอ่า >_<~
    ลบซะแล้ว...   ตอนนี้ยังซื้อไม่ได้ซะด้วย T_T  ไว้กลับบ้านไปจะซื้อนะคะ
    #1522
    0
  6. #1521 POOKKA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 / 17:21
    ตอนที่8 หายไปไหน???? TTOTT
    #1521
    0
  7. #1520 หลับซาบาย (@cakemty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 18:39
    ขำอ่ะ  ขอหัวเราะดังๆอ่ะ

    ตอนท้าย  ท่านพี่นอนกรน  ก๊ากกกก
    #1520
    0
  8. #1519 ~Maetro~ (@maetro) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2551 / 12:54
    ตกลงนางเอกเราได้พรโชคดีจริงรึเปล่าเนี่ย
    55+
    คิดอีกทีโชคดีบนโชคร้าย
    #1519
    0
  9. #1518 minnt (@monier) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2551 / 22:58
    เย้ๆๆๆๆ ว่แต่ป้าอ๊องจะจำนางเอกได้มั้ยอะคะ น่าสนุกจ้ง....อิอิ
    #1518
    0
  10. #1517 minnt (@monier) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2551 / 20:40
    อัพอีกเถอะ อยากอ่านต่อ
    #1517
    0
  11. #1516 Black_Lab (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2551 / 20:39
    ขอด้วยคนค่ะ นิดเดียวไม่อิ่มใจ
    #1516
    0
  12. #1515 DreaM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2551 / 19:22
    หนุกมากเลยค่ะ เราชอบนางเอกจัง แต่ว่า ขอยาวกว่านี้อีกนิดน้า พลีสสสสสสสสส TTOTT
    #1515
    0
  13. #1514 อยากอ่าน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2551 / 18:57
    เอ่อ (- -)" ทำไมอัพนิดเดียวเองง่ะ
    #1514
    0