อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 6 : จำเป็นต้องไป! ( ที่รักจ๋ามาแล้ว ) ตอน 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    30 ส.ค. 51

                        

                         หญิงสาวมองเข้าไปที่ด้านในเห็นบ่อต่างๆหลายบ่อ  มีสีสันแตกต่างกันออกไป  เธอจะต้องกระโดดลงในบ่อใดบ่อหนึ่งนี้หรือ

                  " ลุงหัวควายคะ!  หนูจะต้องลงบ่อไหนคะ "  

                 " เจ้าจะลงบ่อไหนก็ได้  ท่านท้าวพญายมราชได้ทรงรับสั่งมาแล้ว   ว่าให้เจ้าเลือกได้ " ลุงหัวควายของเธอตอบพลางชี้ไปที่บ่อที่มีแสงสีฟ้าเปล่งออกมา

                " ข้าจะอธิบายแต่ละบ่อให้ฟัง  บ่อนี้จะพาเจ้าไปที่อังกฤษตอนล่าอาณานิคม  บ่อนี้พาไปที่สมัยกรุงศรีอยุธยากำลังแตก  บ่อนี้ไปสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง   บลา....บลา..."  ลุงหัวควายของเธอยังคงพูดไปเรื่อยๆ  

                " โห!  ลุงคะมีแต่บ่อที่มีแต่สงคราม  ไม่ก็ล่าอาณานิคม  ลุงกะว่าพอหนูโดดลงไปก็ตายเลยแล้วจะได้รีบกลับมาที่นี่ใช่ไหมคะ "  แล้วก็ยังไม่ทันได้มีใครกล่าวอะไรก็มีเสียงโวยวายดังมาจากบ่อ
ที่อยู่ในสุดทางด้านขวามือของเธอ  ทุกคนจึงเดินตามเสียงไปแล้วก็พบ    ยมทูตที่มีหัวเป็นกระต่าย(โหน่ารักซะ) กำลังทุ่มเถียงกับวิญญาณตนหนึ่งอยู่  ในมือถือถ้วยอะไรซักอย่างพยายามที่จะให้วิญญาณตนนั้นดื่มน้ำในถ้วย

                 " เอ้า!ดื่มซะแล้วลงไปได้แล้ว  ไม่ต้องมาอิดออดอยู่ " 

                 " ไม่ข้าไม่ดื่ม  และข้าก็ไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้ว  ข้าไม่อยากอยู่บนแผ่นดินเดียวกับเจ้านั่นอีก "  ที่แท้วิญญาณที่โวยวายอยู่ก็คืออี้เฟยนั่นเอง  ที่ทวารแห่งพิภพนี้ถ้าดวงวิญญาณดวงใดตายที่ไหน ไม่ว่าจะยุคใดเวลาใด  ก็ต้องกลับไปเกิดที่ยุคนั้นเวลานั้น  


                 " นี่มันเกิดอะไรขึ้น! " (โหเข้มซะลุงหัวควายของซันนี่ *0*)

                 " อ้อ ท่านยมทูตหัวควาย ก็เจ้าวิญญาณนี่สิ  มันไม่ยอมดื่มน้ำลืมเลือน  แล้วไปเกิดใหม่ซะทีแหกปากร้องโวยวายไปได้ " ยมทูตหัวกระต่ายกล่าวด้วยความนอบน้อม

                 เธอจึงถึงบางอ้อว่า  ลุงยมทูตของเธอคงมีตำแหน่งงานสูงกว่า  นายหัวกระต่ายจึงได้นอบน้อมซะขนาดนั้น 

                 " งั้น ฤ เจ้าจะขัดได้อย่างไร  ในเมื่อเจ้ายังมิหมดกรรม  ก็ต้องไปเกิดใช้กรรมให้หมด  โดยเฉพาะเจ้าตอนที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่นั้น  ได้ก่อสงครามหลายครั้งหลายหน   จนทำให้ผู้คนมากมายต้องตาย  พวกข้าต้องยุ่งวุ่นวายอยู่หลายวันทีเดียว  "  ลุงหัวควายกล่าว  ทำให้เธอรู้สึกสนใจวิญญาณดวงนี้อย่างมากหลังจากที่ได้ยิน  สงสัยวิญญาณดวงนี้ต้องเป็นผู้มีอำนาจแหงๆ! เธอคิดในใจ

                 " ข้าแค่ไม่อยากกลับไปที่ๆมีหมอนั่น  ข้าไม่อยากเกิดบนแผ่นดินเดียวกันกับมัน  จ้าวไท้สือ  มันกับข้าจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้  สงครามครั้งสุดท้ายมันก็ฆ่าคนมากมาย ทำให้ข้าต้องตาย  ฮือ...ฮือ "  ชายผู้นี้ถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร  สงสัยตาคนที่ชื่อจ้าวไท้สือนี่ต้องเป็นคนน่ากลัวแหงๆ   ตอนแรกคิดจะช่วยพูดปลอบโยนให้ยอมไปเกิดซะหน่อย  เห็นอย่างนี้แล้วอย่าดีกว่า

                 ขณะนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  อี้เฟยสะบัดตัวหลุดจากยมทูตหัวกระต่าย  แล้ววิ่งตรงมาทางหญิงสาวในมือมีมีดที่แย่งมาได้จากชายพก..ของยมทูตหัวกระต่าย   ขณะนั้นเธอกำลังนึกถึงชายคนที่วิญญาณตนนั้นกล่าวให้ฟังจึงไม่ระวังตัว  ทำให้ถูกวิญญาณของอี้เฟยใช้มีดจี้ที่ลำคอขาวผ่องของเธอได้

                 " ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ! เจ้าวิญญาณชั่ว! " ยมทูตเขาควายกล่าวเสียงสั่น  เนื่องจากมีดที่อี้เฟยใช้จี้ลำคอของหญิงสาวนั้นไม่ใช่มีดธรรมดา   มันสามารถสลายวิญญาณได้  เหล่ายมทูตมีมีดเยี่ยงนี้ตนละ 1 ด้าม เพื่อลงโทษวิญญาณที่คิดต่อสู้และขัดขืน  มันจะสลายวิญญาณดวงนั้นทำให้ไม่สามารถกลับไปมีรูปร่างได้อย่างน้อยหนึ่งร้อยวันของนรกทีเดียว   

                 แต่ที่ร้ายไปกว่าก็คือ  นางมนุษย์ผู้นี้ได้รับสิ่งที่ในพันปีนี้ไม่เคยมีใครได้รับมาก่อน   นั่นก็คือความเอื้อเอ็นดูจากท่านท้าวพญายมราช   หล่อนสามารถต่อรองได้อย่างไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน   และความเอื้อเอ็นดูจากเขาด้วย  หากท่านยมราช  ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วพิโรธ  ไม่รู้ว่าจะเกิดภัยพิบัติอะไรบนโลกมนุษย์อีก    ความพิโรธของท่านทำให้แผ่นดินสะเทือน คราวที่แล้วก็ภูเขาไฟระเบิด  มนุษย์ตายมากมายเพราะหนี้ไม่ทัน  คราวนี้......เขาไม่อยากจะคิด....

                 หญิงสาวหลังจากได้สติ  ตนเองก็ตกอยู่ในมือของอี้เฟย  พลางคิดเอะอะในใจ  ตายแล้ว!
ทำไมเป็นแบบนี้ได้ละเนี่ย  ไหนท่านยมราชให้พรเราแล้วไง  ทำไมเรายังซวยอยู่อีก หรือว่าไอ้เจ้าพรนั่น  มันจะมีอำนาจก็ต่อเมื่อเรากระโดดลงไปในบ่อแล้ว......

                  " คุณลุงคะ  คุณลุงปล่อยหนูเถอะค่ะ  หนูไม่เคยทำอะไรให้คุณลุงเลยนะคะ อย่าทำอะไรหนูเลยนะ  นะ " เธอกล่าวพลางทำหน้าตาบ้องแบ๊วเหมือนเคย   เผื่อว่าจะได้ความเห็นใจจากตาลุงคนนี้บ้างหญิงสาวคิด

                  " ไม่ได้หรอก ข้าปล่อยเจ้าไม่ได้จงอยู่เฉยๆซะให้ข้าจัดการเรื่องของข้าก่อน   แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป "   อี้เฟยหลังจากที่ตะลึงกับโฉมหน้าของหญิงสาวในอ้อมแขนไปชั่วครู่  ก็ตัดสินใจกระชับมีดให้แน่นขึ้น   ฝ่ายหญิงสาวเมื่อเจรจาไม่สำเร็จ   ก็ตัดสินใจใช้วิธีที่ตนเองถนัด  นั่นคือจับร่างวิญญาณของอี้เฟยทุ่มด้วยท่ายูโด  อี้เฟยตกใจไม่นึกว่าสาวน้อยหน้าใสตาหวาน  ที่ดูไม่มีพิษภัย
อยู่ดีๆจะมีพิษสงขึ้นมาได้   แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อพบว่าตนเองลอยข้ามหัวหญิงสาวไป   ตกไปตรงหน้ายมทูตเขาควาย   ส่วนมีดก็กลับไปอยู่ในมือของสาวน้อยนั่นแทน

                  " บอกแล้วไงลุง   ว่าปล่อยหนูไปเถอะ  ก็ไม่ยอมฟังนี่นา "  หญิงสาวได้ทีก็เลยยืนทำเป็นปัดมืออยู่ข้างๆบ่อ  แต่ทันใดนั้นเองความซวยที่เธอเจอมาตลอดชีวิตก็สำแดงเดชอีกครั้ง    อี้เฟยผู้ที่ใครๆคิดว่าหมดฤทธิ์แล้ว  กลับพลิกตัวตวัดเตะขาของหญิงสาว  ทำให้เธอเสียหลักตกลงไปในบ่อ  ที่อี้เฟยพยามอย่างยิ่งที่จะไม่ลงไป   สิ่งสุดท้ายที่คุณอนวัฒน์เห็นก็คือสายตาเหลือเชื่อของลูกสาว  และมีดของยมทูตที่อยู่ในมือของหญิงสาวนั่นเอง.........  


                  
                   " เฮ้ย! ท่านยมทูต  ลูกสาวข้าตกลงไปแล้ว  ท่านต้องช่วยนางนะ " 

                   " ข้าช่วยนางไม่ได้   วิญญาณดวงใดก็ตามที่ผ่านบ่อจุติแล้ว  ก็ถือว่าเป็นมนุษย์แห่งที่นั้นๆแล้ว   การจะพากลับมานั้น  ทำได้อย่างเดียวก็คือต้องฆ่านางซะ  นางจึงจะกลับมาที่นี่ได้อีกครั้ง
แล้วเจ้าจะให้ข้าทำไง "  ยมทูตหัวควายหันไปกล่าวกับอนวัฒน์ด้วยไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป...

                   " แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดีท่าน  นางได้นำมีดปลิดวิญญาณไปด้วย  ข้าต้องโดนลงโทษที่ปล่อยให้มีดถูกวิญญาณชิงไปแน่นอน "  ยมทูตหัวกระต่ายกล่าวเสียงสั่นด้วยกลัวโทษที่ตนจะได้รับ  ในการทำมีดปลิดวิญญาณหาย

                   " เรื่องนั้นเราจะพูดให้  เจ้าไม่ต้องกังวล  แต่ตอนนี้เรามาคิดเรื่องที่ว่านางมนุษย์ผู้นั้นจะไปโผล่ที่ใด  เวลาใดดีกว่า  " ว่าแล้วทั้งหมดก็หันไปมองวิญญาณที่กำลังถูกยมทูตตนอื่นๆตรึงอยู่   หลังจากที่ยืนตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่นาน

                   " ว่าไงเจ้ามนุษย์! เจ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าสถานที่ที่เจ้าตายนั้นเป็นอย่างไร " ยมทูตหัวควายกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ซันนี่ได้ฟังคงไม่ยอมเชื่อว่า   เป็นของลุงหัวควายของเธออย่างแน่นอน

                   " ฮือ..ฮือข้าไม่ได้ตั้งใจให้นางตกลงไป  เชื่อข้าเถอะ ! ที่ที่ข้าตายนั้นตอนนี้เต็มด้วยไฟสงคราม  เพราะความแร้งแค้น  ราษฎรต้องอดอยาก  ฝนไม่ตกตามฤดูกาล  และยังมีทรราชอย่างจ้าวไท้สืออีกด้วย  ข้าจึงไม่อยากกลับไปเกิดที่นั่นอีก " พูดจบก็คร่ำครวญต่อไปอีกหลายประโยค  แต่ก็ไม่อาจหนีการถูกตรึงไว้ได้  ขณะนี้อี้เฟยถูกยมทูตตนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ตรึงเอาไว้ได้  ทำให้อี้เฟยไม่มีปัญญาแม้แต่จะยกมือขึ้นร้องขออภัยโทษต่อยมทูตทั้งหลาย  

                   " เจ้ารู้เยี่ยงนี้แล้ว  กลับยังก่อสงครามเพื่ออำนาจ  จนทำให้ตนเองแลบุตรสาวต้องจบชีวิตลง   ยังไม่นับทหารอีกเรื่อนแสน  ผู้คนในแคว้นของเจ้าต้องอดอยาก   เอาล่ะวันนี้ข้าจะอนุญาติให้เจ้าไม่ต้องไปเกิด   แต่เจ้าจะต้องรอรับโทษอยู่ในนรกภูมิแห่งนี้อีกหลายร้อยปีทีเดียวข้าขอสัญญา"  พอกล่าวจบยมทูตหัวควายก็ตวัดมีดปลิดวิญญาณที่อยู่ในมือ   ไปที่อี้เฟยทำให้ร่างวิญญาณของอี้เฟยหายไป   กลายเป็นดวงไฟวิญญาณที่จวนดับแหล่มิดับแหล่......

                   บทลงโทษนี้ถือว่าหนักหนา  เหตุเพราะถ้าดวงวิญญาณแบ่งได้เป็นสองลักษณะคือ  ดวงไฟวิญญาณ  และร่างวิญญาณ  ดวงไฟวิญญาณนั้นเป็นวิญญาณของคนตายที่อ่อนแอมาก  ไม่สามารถมีร่างวิญญาณได้    ถ้าโดนกระทบแรงๆก็สามารถสลายไปได้ตลอดกาลเลยทีเดียว    ต่างกันกับร่างวิญญาณที่หญิงสาวเคยเป็น   เพราะเป็นดวงจิตที่แข็งแกร่งจึงสามารถคงอยู่ได้เป็นรูปร่าง

                   ยมทูตทั้งหลายต่างตื่นตะลึงไม่คิดว่ายมทูตหัวควายจะลงโทษสถานหนักเช่นนี้   แสดงให้เห็นว่าหญิงสาวที่ตกลงไปในบ่อจุติ  ต้องมีความสำคัญอย่างมากแน่นอน....

                   อนวัฒน์ยืนหน้าซีด  ตั้งแต่ที่เห็นลูกสาวตกลงไป  แล้วพอได้ฟังถึงสภาพเหตุการณ์ในยุคที่ลูกสาวของตนไปอยู่ก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก  จึงรุดหน้ากลับไปที่ห้องแห่งดวงชะตาที่ตนดูแลอยู่
                   พอไปถึงก็นึกถึงชะตาชีวิตของบุตรสาว    ทำให้บนโต๊ะที่ดูเหมือนจะเป็นโต๊ะทำงานของเขาปรากฎหนังสือเล่มหนึ่ง  แท้จริงแล้วห้องแห่งดวงชะตานั้นหากผู้ดูแลห้อง   ต้องการดูดวงชะตาของผู้ใด  แค่เพียงกำหนดจิตนึกเท่านั้นหนังสือแห่งดวงชะตาของคนผู้นั้นก็จะปรากฎ   และในมือของเขาตอนนี้  ก็มีหนังสือแห่งดวงชะตาของบุตรสาวถืออยู่  แต่ทว่าภายในหนังสือนั้นกลับไม่ปรากฎตัวหนังสือใดๆ    ที่สามารถบอกได้เลยว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของหนังสือ   จะประสบชะตากรรมแบบใดซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก  เพราะตั้งแต่เขากล่ายเป็นผู้ดูแลห้องแห่งดวงชะตานี้ไม่เคยปรากฎเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน....

                   " เจ้าไม่ต้องแปลกใจไปผู้ดูแล  บุตรสาวของเจ้าได้ถูกเปลี่ยนชะตาชีวิตตั้งแต่นางตาย  โดยที่ยังมิถึงเวลาไปเรียบร้อยแล้ว   จากนี้ต่อไป   ไม่ว่าผู้ใด  แม้แต่ท่านท้าวพญายมราชเอง   ก็มิสามารถรู้ชะตากรรมล่วงหน้าของนางได้  ตอนนี้ชะตากรรมของนางอยู่ที่ตัวของนางเองแล้ว "  ที่แท้พอลงโทษอี้เฟยเสร็จ  ยมทูตหัวควายเห็นอนวัฒน์ผลุนผลันออกจากทวารแห่งพิภพ   จึงได้ตามมาและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น....

                   " ผมแค่เป็นห่วงลูก  ยัยน้องเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ  จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ขนาดเจ้าดวงวิญญาณนั่น  อดีตเป็นถึงต้าอ๋องยังถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด   แล้วจะไม่ให้ผมห่วงลูกได้ยังไง "   อนวัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงหมดอาลัย เพราะเขาเป็นเพียงแค่ดวงวิญญาณดวงหนึ่ง  ซึ่งมีฐานะเป็นเพียงแค่ผู้ดูแลไม่มีอำนาจใดๆทั้งสิ้น.....

                    " น่าจะยังพอมีทางช่วยอยู่ " ยมทูตหัวควายกล่าวขึ้น  หลังจากเงี่ยบไปซักพัก

                    " จริงหรือครับ  แล้วจะทำยังไงดี ผมอยากช่วยลูก "  อนวัฒน์รู้สึกเหมือนคนที่จมน้ำแล้วเพิ่งได้อากาศหายใจ  มีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

                    " ทำได้  แต่เจ้าต้องเสียสละ  เจ้าจะทำได้หรือไม่  เพื่อบุตรสาวของเจ้า "

                    " ได้ครับ  จะให้ผมทำอะไรก็ได้ "

                    " ดี   งั้นเจ้าจงนำหนังสือแห่งดวงชะตาของชายที่ชื่อว่าจ้าวไท้สือมาให้ข้า  "  หลังจากกล่าวจบอนวัฒน์ก็ทำตามคำสั่งอย่างไม่มีเงื่อนไข   เพียงพริบตาหนังสือแห่งดวงชะตาของจ้าวไท้สือก็ปรากฎตรงหน้า  พอชายหนุ่มเปิดหนังสือก็ปรากฎตัวหนังสือมากมายเกี่ยวกับชะตากรรมของจ้าวไท้สือ    ในนั้นระบุว่าจ้าวไท้สือเป็นต้าอ๋องที่สามารถ  ครองราชหลายสิบปีแต่ไม่มีบุตรเพราะกรรมเก่า และในชีวิตบันปลายก็สิ้นใจอย่างสงบโดยมีเพียงบริวารที่ห้อมล้อมอยู่โดยไร้ลูกหลาน  

                     " ชายผู้นี้น่าสงสารนัก!  มีความสามารถมากมายมีอำนาจ  แต่กลับไม่มีคู่แท้  แม้แต่ลูกหลานสืบสกุลก็ยังไม่มี  แต่กลับมีบริวารที่จงรักภักดีมากมาย และยังมีมเหสีกับสนมมากมายอีก " ชายหนุ่มกล่าว  หลังจากที่ได้อ่านหนังสือแห่งดวงชะตาของไท้สือแล้ว...

                     " เหมาะยิ่งนัก  ข้าจะได้มิต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก  เอาล่ะเจ้าจงไปหยิบปากกาเปลี่ยนชะตามาซิ "   ชายหนุ่มแปลกใจในคำสั่งของยมทูต   แต่ก็มิได้โต้แย้ง  ไปหยิบปากกาเปลี่ยนชะตา  ที่ชายหนุ่มเฝ้าสงสัยตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่  ว่าปากกาเล่มนี้ไม่มีหมึกแล้วจะเขียนเปลี่ยนชะตาได้อย่างไร  พอมาถึงก็นำปากกาส่งให้ยมทูต

                     " เอาล่ะ!  ข้าจะนำกรรมดีที่เจ้าสะสมเอาไว้   มาเป็นน้ำหมึกในการเปลี่ยนดวงชะตา   เจ้าจะต้องอยู่เป็นผู้ดูแลที่นี่นานยิ่งขึ้นกว่าเดิม  เพราะความดีที่เจ้าสะสมไว้ถูกข้านำไปใช้ในการเปลี่ยนดวงชะตาของชายหนุ่มผู้นี้   เจ้าจะยอมหรือไม่ "  ยมทูตหัวควายกล่าวถามออกมา  

                      "  แล้วชะตาชีวิตของชายผู้นี้มาเกี่ยวอะไรกับลูกสาวผมด้วยละครับ "

                      " เกี่ยวสิ  หลังจากที่ข้าได้ฟังเจ้าวิญญาณดวงนั้นกล่าวถึงชายผู้นี้  แสดงว่าชายผู้นี้เป็นผู้มีอำนาจในภพของมัน  ข้าจะเปลี่ยนดวงชะตาของชายผู้นี้ให้ผูกติดกับบุตรสาวของเจ้า  เขาจะได้คุ้มครองบุตรสาวของเจ้าที่อยู่ที่ภพโน้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย  " 

                      " ท่านหมายความว่าจะให้ผู้ชายคนนี้เป็นเนื้อคู่ยัยน้องเหรอครับ " ชายหนุ่มตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจ  เพราะเมื่อที่เขาได้อ่านชะตาชีวิตของชายผู้นี้  แม้เป็นคนที่มีความสามารถ ประกอบกับรูปงาม  แต่ทว่าจิตใจกลับแข็งกระด้าง  และไม่ไว้หน้าผู้ใด  บุคคลเช่นนี้ถึงจะเป็นผู้ที่พิชิตทัพเรือนแสนได้โดยไม่เกี่ยงวิธี

                      " เจ้าไม่เคยได้ยินคำพูดนี้หรือ  ความรักทำให้คนเปลี่ยน ถึงข้าจะไม่เคยเห็นกับตา  ข้าก็รับรองได้ว่า  หลังจากที่ข้าผูกดวงของชายผู้นี้  กับนังหนูของเรา ชายผู้นี้จะต้องดูแลและคุ้มครองนางอย่างแน่นอนตามชะตาชีวิตที่อยู่ในหนังสือนี่ "

                       " จะดีหรือครับ  ข้ายังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ "

                       " เจ้าลืมไปแล้ว ฤ ท่านท้าวพญายมราช  ได้ให้พรแก่นางไว้  นางจะต้องแคล้วคลาดแน่นอน  เอาล่ะ! อย่าเสียเวลา  ตกลงเจ้าจะร่วมมือหรือไม่ "  การที่ยมทูตทำเช่นนี้  ก็ถือว่าเป็นความผิดเช่นกัน  เพราะไปกำหนดดวงชะตาของผู้อื่นแต่ในกรณีนี้ถือว่ายกเว้น  เพราะหญิงสาวที่เป็นคู่ชะตาได้รับอนุญาติจากท่านยมราชให้เลือกภพที่จะไปได้  ก็หมายความว่าเมื่อนางมีชะตาที่ต้องกำเนิดบุตร  เนื้อคู่ของนางในภพใหม่ก็ต้องมีด้วย  และด้วยแรงส่งแห่งกรรมดีของอนวัฒน์ก็จะสามารถเลือกคู่แท้    ให้บุตรสาวในภพนี้ได้โดยไม่มีความผิด......

                           หลังจากที่อนวัฒน์ใคร่ครวญถึงเหตุผลที่ยมทูตกล่าว  ก็เห็นจริงตามนั้นจึงพยักหน้าหลังจากนั้นยมทูตก็เอื้อมมือมาที่หน้าอกของชายหนุ่ม  ล้วงมือเข้าไปหยิบเอาอะไรซักอย่างที่ส่องแสงสว่างแสบตา  มาใส่ที่ปากกาจากนั้นก็เริ่มเขียนเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตของ    จ้าวไท้สือ.......

                         จากนั้นก็สงหนังสือแห่งดวงชะตาของจ้าวไท้สือ   มาให้ชายหนุ่มได้อ่าน  สิ่งที่ยมทูตเปลี่ยนก็คือ  บุตรสาวของเขาจะได้เป็นที่รักหนึ่งเดียวของชายผู้นั้น  โดยที่ชายผู้นั้นจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายบุตรสาวของเขาได้อีก  และทั้งคู่จะได้ครองคู่กันอย่างมีความสุข  บุตรสาวของเขาจะให้กำเนิดบุตรและธิดา ทั้งหมด 6 คน  เป็นชาย 5 คนและหญิงอีก 1 คน.....

                         เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้พ่ออย่างเขาสบายใจได้แล้ว   อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าบุตรสาวที่น่ารักของเขาจะมีชีวิตที่มีความสุข  แต่กว่าจะได้พบกับความสุขเหล่านั้น  ก็อาจจะต้องเผชิญชะตากรรมอีกมากมายที่รออยู่  ก่อนที่ยมทูตหัวควายจะจากไป  ได้บอกกับเขาว่าสิ่งที่มีแสงสว่างที่ใส่ไปในปากกานั้น   คือกรรมดีที่เขาได้สั่งสมมา   และด้วยเหตุนี้จะทำให้เขาไม่สามารถไปเกิดได้  ต้องรออีกหลายร้อยปีจึงจะสามารถไปเกิดได้อีกครั้ง   หลังจากที่ได้ฟังเขากลับไม่รู้สึกเสียใจ   เพราะเขาได้ทำ    ทำในสิ่งที่เขาได้สัญญากับคุณมุกดาไว้ได้อีกครั้งแล้ว  นั่นคือจะรักและปกป้องครอบครัว  และเขาเองก็หวังว่าคุณมุกดาจะรับรู้ได้   ถึงความรู้สึกคิดถึงของเขา   ที่ส่งผ่านหัวใจที่ไม่เต้นดวงนี้ไปหาคุณมุกดาเสมอ.....   ตลอดมา... และตลอดไป.... ที่รัก...  ผมรักคุณ.....

_____________________________________________________________________________

กรี๊ดดดดดดดดดในที่สุด  ในที่สุดนางเอกของเราก็ไปแล้ว    (มันไปแล้ว)

คุณน้องขาอย่าเพิ่งด่าในใจกันนะค้า  โฮกกกกกกกกกก

อยากจะอัพให้น้องๆอ่านกันเร็วๆเมือนกันคะ  แต่จนใจจริงจิ้งงงงงงงง

เน็ตที่บ้านมันล่ม  ที่พิมพ์ไว้เลยหายหมด   เอาไว้พรุ่งนี้แหะ ... แหะ  

ขอแปะไว้ก่อนนะ  จุ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ด้วยนะค้า   และก็สำหรับทุกคะแนนด้วย  จะรีบมาอัพค่ะ

ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนดองนะค้า  เพราะวางโครงเรื่องไว้ยาวมาก  ต้องรีบอัพ   

เดี๋ยวจบไม่ทันสิ้นปีคะ   ไม่อยากให้เกิน  มันจะยาวไป  แต่ก็ไม่แน่  

ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะค้า   ตอนหน้าเจอแน่นอนค่ะรับรอง

การะเกด


                    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #4535 ซอเรน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2553 / 17:36
    เฮ้ มีโอกาสเกิดใหม่ขอสูงกว่าเดิมได้รึปล่าว
    #4535
    0
  2. #4490 Phoenix Of Dark (@phoenixmall) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2552 / 19:03
    หนุกมากๆๆ กลับมาอ่านกี่ทีกี่ทีก้อสนุกเหมือนเดิม
    #4490
    0
  3. #1507 เมฆ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2552 / 21:03
    ฮู้ฮู...........ซู๊ดยอด คิดได้ไงเนี่ย

    สมองส่วนไหนไฉนไบร้ท์จริง

    อึ้งตั้งแต่ซันนี่รับความตายได้ง่ายมาก

    เยี่ยมมากฉีกแนวเริ่มต้นได้เจ๋ง

    จะติดตามแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1507
    0
  4. #1506 ouat'G (@ouat_gg) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2551 / 19:12
    ปลื้มค่ะ ปลื้ม
    #1506
    0
  5. #1505 noo - PrAn (@pprraann) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2551 / 21:59
    อ่านประโยคสุดท้านแล้ว

    ขนลุกเลยค่ะ

    แต่งเก่งจริงๆเลยน่ะค่ะ
    #1505
    0
  6. #1504 ~::Pegasus-z::~ (@natoko) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2551 / 16:03
    โอ้ สุดยอดมั่กมากเลย ได้ใจจริงๆ*0*
    #1504
    0
  7. #1503 หลับซาบาย (@cakemty) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 18:15

    ชอบจัง  หนีหนังสือสอบมาอ่านเลยนะเนี่ย  ว๊ากกกก พรุ่งนี้จะสอบอีกแล้ว เครียดดดด...


    โหวตให้จ้า

    #1503
    0
  8. #1502 nat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2551 / 19:40
    ซึ้งมากคะตอนนี้สุดยอดความจริงใจของพ่อเลย แต่งได้ดี แสดงถึงความอ่อนโยนในใจคนเขียนนะเนี่ย:)
    #1502
    0