อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 44 : คืนหวาน? มาลงให้แล้วจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    24 ก.พ. 52





"ท่านพี่...ท่านทำอะไรคะ?"
         
อ้ายหลินหลังจากที่คุมสาวใช้ไปตั้งโต๊ะ กว่าจะกลับมากองผักที่หลิวปังรับอาสาก็เสร็จพอดี แต่ก็ไม่พ้นสายตาอันว่องไวของนางไปได้เมื่อได้เห็นบาดแผลที่มือของชายหนุ่ม

          "
ข้าก็หั่นผักให้เจ้าอย่างไรเล่า เห็นไหม!ข้าทำได้อย่างที่พูดยังไงเล่า"
         
หลิวปังส่งผลงานที่แสนจะภาคภูมิใจให้ฮูหยินคนสวยดูเผื่อว่าถ้านางพอใจคืนนี้เขาอาจได้รางวัลพิเศษก็ได้ใครจะรู้ หึหึ....

          "
ตายจริง!ท่านพี่..ผักพวกนี้เปื้อนเลือดท่านไปหมดแล้ว แล้วจะทำอาหารได้ยังไงกันคะ"
         
หลิวปังมองผักที่ตนเองอุตส่าห์ใช้วิชาฟ้าถล่มปฐพีจัดการ แต่ฮูหยินสุดที่รักกลับบอกว่าใช้ไม่ได้ แล้วเขาจะทำยังไงกับมันต่อดีล่ะเนี่ย

          "
เรื่องแค่นี้เอง...เจ้าก็ล้างมันใหม่ก็หมดเรื่อง หรือไม่ก็ให้ข้าล้างให้ก็ได้นะ"
         
อ้ายหลินส่งยิ้มอ่อนหวานให้ ก่อนที่จะกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า

          "
โถ่..ท่านพี่คะ ผักที่เปื้อนเลือดแล้วพอนำไปผัดมันก็จะทำให้รสชาติเปลี่ยนไปนะคะ มาเถอะคะเดี๋ยวข้าหั่นเองท่านไปรอที่ห้องอาหารเถอะข้าทำแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"
         
หลิวปังได้ยินอ้ายหลินพูดก็สาบานกับตัวเองว่า จะไม่ยอมเล่าเรื่องที่เขากินของที่มีเลือดติดอยู่ให้นางฟังอย่างเด็ดขาด เรื่องที่นางอ้างว่ารสชาติเปลี่ยนคงไม่ใช่เรื่องจริง แต่นางคงไม่อยากกินของที่มีเลือดเคยติดอยู่ต่างหาก
 
         
กว่ามื้อค่ำของคืนนี้จะเสร็จ ก็ทำให้หลิวปังต้องออกแรงไปไม่น้อย แต่เมื่อได้กลับมาทานอาหารกับนางทุกวันเรื่องแค่นี้เขาเต็มใจอย่างยิ่ง

          "
อ้ายหลินอันนี้ก็อร่อยนะ เจ้าลองกินดูสิ"
                หลิวปังคีบไก่นึ่งน่องโตส่งให้ พอวางเสร็จก็ทำเป็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับว่าอยากให้อ้ายหลินกล่าวขอบคุณพร้อมกับยิ้มหวานเหมือนอย่างเคย  อ้ายหลินมองสามีก็อดขำไม่ได้ ตอนอยู่กับนางเขาช่างเป็นสามีที่แสนจะเอาใจใส่ และอารมณ์ดียิ่งนัก หากนางยิ้มให้เขาตอนนี้เขาก็คงคีบอะไรให้นางอีกเป็นแน่....

          "
ขอบคุณค่ะ...ท่านพี่"
         
อ้ายหลินส่งยิ้มหวานให้พลางกล่าวขอบคุณ....                                  หลิวปังนิ่งไปนิดก่อนที่จะคีบเห็ดหอมส่งให้นางใหม่....

         
นั่นไงล่ะ...นางว่าแล้ว เห็นทีคงต้องเบี่ยงเบนประเด็นไม่อย่างนั้นนางคงกินข้าวไม่เสร็จแน่คืนนี้เพราะมัวแต่ยิ้มกันไปมา....
          "
คืนนี้ท่านพี่ไม่ต้องเข้าเวรหรือคะ?..."
          "
คืนนี้ข้าขอลาน่ะ...ข้าทิ้งเจ้าให้อยู่จวนคนเดียวมาหลายวันแล้วข้าเป็นห่วงน่ะ
"
          "
เรื่องแค่นี้เอง...ก็ท่านพี่ไปทำงานนี่ค่ะข้าต่างหากเล่าที่ต้องเป็นห่วงท่าน
"
          "
ข้าทำงานอยู่ในเมืองหลวงมีอะไรน่าห่วงกัน เอาเถอะเจ้าอิ่มแล้วหรือยังข้าอยากให้เจ้านวดให้หน่อย...ไม่เจอเจ้าตั้งหลายวันข้าปวดเมื่อยไปหมด"

         
อ้ายหลินสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำให้หลิวปังอาบ ยังไม่ทันได้ต้มน้ำทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็วิ่งมารายงาน.....
          "
มีเรื่องอันใดหรือ?"
          "
เรียนฮูหยินขอรับ...มีทหารมาขอพบท่านนายกองขอรับตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถง
"
          "
ได้ข้าจะเข้าไปเรียนท่านพี่ให้ เจ้าไปบอกให้ทหารคนนั้นรอสักครู่
"
         
อ้ายหลินเดินเข้าไปในห้อง พบกับสามีที่กำลังจะถอดชุดเพื่อที่จะอาบน้ำอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ก่อนที่จะเอื้อมมือขาวนวลจับมือของหลิวปังเอาไว้ ทำให้หลิวปังชะงักมือ แล้วปล่อยให้หญิงสาวจับชุดของเขาไว้แทน                                                                                        อ้ายหลินสวมชุดคืนให้ก่อนที่จะกล่าวเรื่อยๆ ว่ามีคนมาขอพบอยู่ด้านนอก
 
          "
ใครหรือ
?"
          "
เห็นคนของเราบอกว่าเป็นทหารมาจากในวังค่ะ ข้าให้เขาคอยอยู่ที่ห้องโถงแล้วบอกว่าสักครู่ท่านพี่จะตามไปคะ
"
          "
เฮ้อ...ข้าน่าจะบอกเอาไว้ว่าถ้ามีเรื่องอันใดให้ รอจนกว่าจะเช้าแล้วค่อยมาแจ้งนะ"

         
อ้ายหลินเห็นหลิวปังทำหน้าเหนื่อยหน่ายก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
          "
หึ...ท่านพี่นี่ล่ะก็"
          "
เอาล่ะ...งั้นเดี๋ยวข้ามา หรือว่าเจ้าจะไปกับข้าด้วย
"
         
หลิวปังโอบเอวอ้อนแอ้นพาอ้ายหลินออกจากห้อง เมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ก็พบกับทหารสองนายทั้งคู่เป็นทหารที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของหลิวปัง สีหน้าของทังสองดูร้อนรนผิดปรกติ

          "
คาราวะท่านนายกอง"
          "
มีเรื่องอะไรหรือ? ถึงได้มาหาข้าถึงบ้าน
"
          "
เมื่อครู่มีผู้บุกรุกเขาไปที่ตำหนักของมเหสีซูเฟินขอรับ พอดีว่าท่านชางไห่เห็นเข้าเสียก่อนจึงได้เกิดการปะทะกัน แต่หลังจากที่ขับไล่พวกนั้นไปได้เราก็ตรวจสอบดูพบว่าเป็นคนของแคว้นซีเป่ย ของมเหสีซู่เฟินขอรับ ป้าอ๋องจึงให้ข้ามาตามท่านเข้าวัง
"
         
หลิวปังพยักหน้า ก่อนที่จะหันไปหาอ้ายหลิน ชายหนุ่มเห็นสีหน้าของภรรยาก็รู้ว่านางคงอยากไปหาผิงเอ๋อเป็นแน่จึงได้แต่พยักหน้า
 
          "
พวกเจ้าออกไปรอด้านนอก ข้าสั่งงานอีกเล็กน้อยแล้วข้าจะตามไป
"
          "
ขอรับ
"
         
หลิวปังได้รับหน้าที่เป็นนายกองผู้ควบคุมทหารรักษาการณ์ภายในวัง ดังนั้นถ้าเกิดเรื่องอะไรภายในวังเขาจะต้องรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลทุกอย่าง หลิวปังและอ้ายหลินเดินทางเข้าไปภายในวังหลังจากที่ได้เรียกพ่อบ้านมาสั่งการขณะที่ทั้งตนและฮูหยินไม่อยู่ เพราะทั้งคู่เองก็ไม่รู้ว่าอาจจะต้องค้างอยู่ในวังนานเท่าใด....

          "
ท่านนายกองหลิวขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ"                                                                       นายทหารได้เข้ามากราบทูลต่อป้าอ๋องที่ทรงประทับอยู่ที่ห้องทรงพระอักษรพร้อมกับฮองเฮา
          "
บอกให้เข้ามาได้"
         
ภายในห้องเต็มไปด้วยเหล่านายกองทั้งหมดที่ยังประจำอยู่เมืองหลวง ยังมีมหาเสนาบดีอย่างเฟยหรงรวมอยู่ด้วย เว้นเสียก็แต่เฟยจิ้งที่ตอนนี้โดนกักตัวอยู่ที่จวนของท่านเจ้ากรมคลัง และที่เจ้าตัวไม่ได้แจ้นมาก็เพราะว่าไท้สือไม่ได้ออกคำสั่งให้ใครไปแจ้งข่าวที่จวนนั้น ดังนั้นภายในห้องนอกจากเฟยจิ้งแล้วผู้ที่รวมอยู่ทั้งหมดเป็นผู้ที่ป้าอ๋องทรงไว้ใจมากที่สุด

         
อ้ายหลินแยกตัวออกไปหาผิงเอ๋อ นางตั้งใจที่จะไปอยู่เป็นเพื่อน เพราะว่าชางไห่เองก็เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย
          "
มาแล้วหรือข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าเพิ่งออกเวรไปหลังจากที่อยู่เวรติดกันหลายวัน"
          "
เมื่อเกิดเรื่องขึ้นในวังกระหม่อมต้องรับผิดชอบอยู่แล้วพะย่ะค่ะ ไม่ว่าจะดึกกว่านี้กระหม่อมก็ต้องมา
"
         
เพียงแต่หลิวปังคิดในใจว่า แต่ถ้าเป็นตอนที่อยู่กับอ้ายหลินแล้วไม่มีคนมาตามก็จะดีกว่านี้พะย่ะค่ะ

          "เอาล่ะ! งั้นเรามาเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนของแคว้นซีเป่ยอย่างแน่นอน ข้าว่าพวกนั้นคงไม่ได้ข่าวที่ซู่เฟินส่งไปให้จึงได้เข้ามาถึงในวังหมายจะเข้ามาดูว่านางเป็นอยู่อย่างไรถึงได้ไม่ส่งข่าวมากกว่า"
          "
แล้วพวกนั้นได้เจอพระมเหสีหรือไม่?พะย่ะค่ะ
"
         
เฟยหรงชิงเอ่ยถามขึ้นมาก่อนด้วยความร้อนใจ                                   ซันนี่นั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ ไท้สือ ก็รู้สึกตัวขึ้นเพราะเสียงพูดคุยที่มากกว่าเดิม

          "
ตื่นแล้วหรือ? ข้านึกว่าเจ้าจะหลับไปจนถึงเช้าเสียอีก...หึหึ"
         
ไท้สืออดไม่ได้ที่จะหยอกเย้านาง เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ว่าเขาไปที่ได้ เขาก็พานางไปทั้งที่ยังสลึมสลืออยู่ มีแต่ตอนนี้ล่ะที่นางตื่นอย่างเต็มตาเสียที

         
ทั้งหมดที่อยู่ในห้องพากันอมยิ้ม เมื่อได้เห็นแง่มุมอันอ่อนโยนของป้าอ๋อง แม้แต่มหาเสนาบดีเฟยหรงเองก็ยังอดยิ้มไม่ได้ แม้แต่คำถามของตนที่ยังไม่ได้คำตอบเขาเองก็ยังไม่รู้สึกร้อนใจเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป
          "
อืม...ตายจริง! นี่ท่านพาข้ามาถึงในห้องประชุมนี่ด้วยหรือ? ท่านนี่นะ! น่าจะปล่อยให้ข้านอนอยู่ในห้องบรรทมก็ดีแล้ว"
          "
ก็ข้าไม่อยากห่างจากเจ้าน่ะสิ!
"
         
ประโยคนี้ไท้สือกระซิบให้ซันนี่ฟังเพียงคนเดียวเพราะทั้งคู่นั่งอยู่ข้างกัน

          "
บ้า"
         
ซันนี่ออกอาการหน้าแดงก่อนที่จะพูดให้ไท้สือได้ยินเบาๆ
          "
อะ..แฮ่ม"
         
หลิวปังเห็นว่าทั้งคู่เริ่มที่จะเข้าสู่โลกส่วนตัวจึงได้กระแอมขึ้นมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่กล้าทำถึงขนาดนี้ ตอนนี้เป็นเพราะว่าความเข้มงวดของไท้สือลดลงมากตั้งแต่ได้เจอกับฮองเฮา
          "
อะไรติดคอเจ้าอยู่หรือหลิวปัง ให้ข้าช่วยไหม?"
         
ไท้สือเอ่ยถามพลางทำหน้าเย็นชาใส่ ทำให้หลิวปังต้องยกมือขึ้นกุมคอเอาไว้พลางก้มตัวลงน้อยๆ อย่างยอมรับผิด

          "
เอาล่ะ! พอแล้ว..เรามาพูดถึงเรื่องของคนที่บุกเข้ามาก่อนจะดีกว่า ว่ายังไงบ้างชางไห่"
          "
กระหม่อมได้ประมือกับคนผู้หนึ่งซึ่งกระหม่อมคิดว่า คนคนนี้มีฝีมือที่สูสีกับฝ่าบาททีเดียวพะย่ะค่ะ ถ้าไม่เป็นเพราะว่านายกองเถาลาดตระเวนผ่านมา กระหม่อมเองก็คงต้านไว้ไม่อยู่
"
          "
โอ้โห...ฝีมือพอๆ กับไท้สือเชียวหรือ
?"
          "
พะย่ะค่ะ....กระหม่อมรู้สึกได้ว่าชายคนนี้คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เพราะดูจากท่าทางที่มั่นใจตนเองของชายผู้นั้น ดูแล้วเป็นลักษณะของผู้นำกระหม่อมว่าเขาคงต้องเป็นขุนนางใหญ่หรือไม่ก็อ๋องคนใดคนหนึ่งของซีเป่ยอย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ
"
         
ไท้สือฟังแล้วนึกถึงคนผู้หนึ่งเพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่าคนๆนั้นจะกล้าเสียงชีวิตอันสำคัญยิ่ง เพื่อน้องสาวที่ไม่ค่อยได้เจอกันกระนั้นหรือ!
?
          "
เจ้าว่าคนๆนั้นเป็นใครกันหรือไท้สือ?"                                                                     ซันนี่หันมาถามคนข้างๆ เพราะคิดว่าคนอย่างไท้สือ ถ้าลองเงียบลักษณะนี้แสดงว่าไท้สือคงรู้แล้วว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร

          "
ข้ายังไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก แต่คิดว่าน่าจะเป็นป้าอ๋องแห่งแคว้นซีเป่ยเหลียนเฟย"
          "
ห๊า! เป็นถึงป้าอ๋องเลยเหรอ แล้วทำไมเขาถึงได้มาถึงที่นี่ได้ล่ะ
?"
          "
เจ้าไม่รู้หรือจำไม่ได้กันแน่ มเหสีซู่เฟินเป็นน้องสาวแท้ๆ ของป้าอ๋องแห่งซีเป่ยอย่างไรเล่า!
"
         
ซันนี่ทำหน้านึกอาจเป็นเพราะว่าเธอเพิ่งตื่นนอนกระมัง สมองถึงได้ยังไม่แล่น เหมือนจะเคยมีคนบอกมาแล้ว แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมา ก็แสดงว่าทางซีเป่ยระแคะระคายเรื่องของมเหสีซู่เฟินแล้วน่ะสิ อย่างนี้ผิงเอ๋อที่ต้องปลอมเป็นนางก็ต้องลำบากหน่อยแล้ว.....

          "
สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก จัดว่าอันตรายทีเดียวต่อแคว้นจ้าวเหว่ยของเราอย่างยิ่ง"
         
เฟยหรงมีสีหน้าวิตกยิ่งนักเมื่อกล่าวจบ

          "
ข้าหวังว่าเราจะไม่ต้องทำสงครามกับทางซีเป่ยด้วยอีกทาง"
         
นายกองหวังและนายกองเถาก็เห็นด้วยกับชางไห่ ตอนนี้ในห้องต่างครุ่นคิดถึงทางออกที่จะช่วยไม่ให้แคว้นต้องถูกล้อมด้วยไฟแห่งสงครามทั้งสามด้าน ไม่ว่าจะเป็นซีเป่ย เหยา หรือแม้แต่แคว้นเล็กอย่างแคว้นวุ่ย เพราะทั้งสามแคว้นต่างล้อมรอบแคว้นจ้าวอยู่ทั้งสามด้าน

          "
เอาล่ะๆ! ไม่ต้องวิตกไป ข้าว่าตอนนี้เราควรจะติดต่อไปทางแคว้นซีเป่ยเสียก่อนจะดีกว่าไหม? พวกเขาคงยังไม่ไปไหนแน่ และน่าจะยังอยู่ในเมืองหลวงนี่ล่ะ! เพื่อหาข่าวของมเหสีซู่เฟินยังไงล่ะ!"
          "
แล้วเจ้าจะให้พวกเราติดต่อทำไมกัน? หรือว่าเจ้ามีแผนอะไรในใจ
"
         
ไท้สือเอนร่างพิงพนักรูปมังกรผงาด ก่อนที่จะมองมาทางซันนี่ยิ้มๆ

          "
ฮองเฮาได้โปรดชี้แนะด้วย"
         
เหล่านายกองและเฟยหรงต่างค้อมคำนับรอการชี้แนะจากซันนี่อย่างใจจดใจจ่อ

          "
ท่านไม่เคยได้ยินหรือ ศัตรูของศัตรูข้าคือมิตรข้า อย่างน้อยถ้าซีเป่ยได้รู้จากปากของพวกเรา ว่ามเหสีซู่เฟินถูกพวกแคว้นเหยากับแคว้นวุ่ยร่วมมือกันฆ่าเล่า  ข้าว่าทางแคว้นซีเป่ยเองก็คงไม่อยากจะมีสงครามกับแคว้นของเราหรอก"
          "
แล้วถ้าเขาไม่เชื่อเล่า! ว่าพวกเราไม่ได้สังหารนาง เจ้าจะทำเช่นไร
?"
         
ไท้สือถามนางด้วยความสงสัยว่านางจะแก้ปัญหาที่ยากที่สุดนี้ได้อย่างไร

          "
ข้าเชื่อว่าท่านมีวิธีที่จะทำให้พวกเขาเชื่อท่าน ถ้าไม่อย่างนั้น....ข้าจะรับอาสาเป็นแม่ทัพถล่มซีเป่ยให้ราบเป็นหน้ากลองเลยทีเดียว"
         
ประกายตาอันเด็ดเดียวที่ปรากฏขึ้นที่ในดวงตาของฮองเฮา ทำให้ทั้งห้องต้องตกอยู่ในความเงียบ ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อในความสามารถ แต่เพราะรู้ว่าพระองค์จะต้องทำได้ดั่งที่ทรงตรัสออกมาอย่างแน่นอน ทำให้พวกเขาอดหวั่นใจแทนแคว้นที่พระองค์หมายตาเอาไว้ไม่ได้....


          "
ฮัดเช้ย!!!"
          "
ฝ่าบาท...ทรงเป็นเช่นไรบ้างพะย่ะค่ะ
"
         
ชายคนหนึ่งถือกาเหล้าเข้ามาในห้องพักของโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวง....

          "
ข้าไม่เป็นไรหรอกท่านแม่ทัพ แค่โดนโจมตีแบบเฉี่ยวๆ ก็เท่านั้น ว่าแต่ท่านเถอะข้าเห็นโดนไปฝ่ามือหนึ่งมิใช่หรือ?"
          "
กระหม่อมเองก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากพะย่ะค่ะ ทรงไม่ต้องเป็นกังวลไป เพียงแต่ตอนนี้พวกเราพลาดไปทำให้พวกนั้นไหวตัว ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกมันจะรู้หรือยังว่าพวกเรามาที่นี่เพื่ออะไรกัน!
"
          "
ข้าว่าพวกนั้นน่าจะรู้แล้ว พวกเราก็เสียคนไปมิใช่น้อย ทุกคนล้วนแต่เป็นชาวซีเป่ยทั้งสิ้นป้าอ๋องแห่งแคว้นเจ้าที่ฉลาดหลักแหลมคนนั้นคงมองออกเป็นแน่
"
         
ที่แท้คนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมนี้ทั้งหมดเป็นคนของซีเป่ยที่มาดูลาดเลาแคว้นจ้าวเอาไว้ ตามคำสั่งของป้าอ๋ององค์นี้ แต่ที่น่าตกใจที่สุดก็คือป้าอ๋องของซีเป่ยที่ทุกคนพูดถึง ก็คือคุณชายที่เกือบจะประมูลตัวของซันนี่ตอนที่อยู่สำนักโคมเขียว และก็ตอนที่ซํนนี่มุ่งหน้ากลับวังเพื่อที่จะไปหายาให้ไท้สือเขาก็คือพ่อค้าคนนั้นนั่นเอง....

          "
ไม่รู้ว่าป้าอ๋องจะทรงทำอันตรายพระน้องนางหรือไม่  ในเมื่อเดาได้ถูกว่าพวกเรามาเพราะไม่ได้ข่าวจากองค์หญิงซู่เฟินมานานมากแล้ว กระหม่อมว่าพวกเราลองไปดูอีกครั้งดีหรือไม่พะย่ะค่ะ"
          "
ไม่เหมาะ! คราวนี้พวกนั้นคงต้องยิ่งระวังตัวมากขึ้นเป็นแน่ แต่ข้าก็คงไม่ปล่อยให้นางต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่ หากได้พบนางเพียงสักคราข้าก็จะรีบกลับแคว้นในทันที...เพราะตอนนี้สถานการณ์ของแคว้นวุ่ยและเหยาไม่น่าไว้ใจยิ่งนัก เจ้าจิ้งจอกนั่นเพิ่งฆ่าพี่ชายเพื่อครองราชแท้ๆ แต่กลับจ้องจะแว้งกัดผู้อื่นได้เร็วนัก
"
         
ที่ป้าอ๋องแห่งซีเป่ยเหลียงเฟยกล่าวถึงก็คือ ป้าอ๋ององค์ใหม่แห่งแคว้นเหยาฉินฟู่ ทรราชใจคดที่สังหารพี่ชายและตั้งตนขึ้นเป็นป้าอ๋องแทน ซีเป่ยและเหยาไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าไรนัก เพราะต่างก็รู้อยู่ถึงความต้องการของอีกฝ่าย แต่แคว้นซีเป่ยเพียงต้องการที่จะอยู่อย่างสงบ...
 
         
ดังนั้นตอนที่พระน้องนางซู่เฟินเริ่มโตเป็นสาว ทางแคว้นเหยาได้ส่งคนมาเจรจาสู่ขอให้กับฉินฟู่ ซึ่งตอนนั้นดำรงค์ตำแหน่งอ๋อง แต่ทว่ากิติศัพท์ความโหดเหี้ยมและใจคดของชายผู้นี้โด่งดังไปถึงแคว้นเหยา ดังนั้นเขาซึ่งเป็นพี่ชาย จึงได้ตัดสินใจส่งนางมาเป็นมเหสีของไท้สือที่แคว้นจ้าวแห่งนี้ ถึงแม้ว่าไท้สือเองก็เป็นคนโหดเหี้ยมและเลือดเย็นยิ่งนัก แต่อย่างน้อยชายผู้นี้ก็ถูกสถานการณ์บังคับให้ทำทั้งสิ้น อีกทั้งตั้งแต่น้องสาวของเขามาอยู่ที่แคว้นจ้าวแห่งนี้ ก็ได้แต่เขียนจดหมายเล่าเรื่องราวที่แสนจะมีความสุขตอนที่อยู่ที่นี่ให้เขาได้อ่านทั้งสิ้น แสดงว่าป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าวไท้สือก็คงดีกับนางไม่น้อยเป็นแน่ เว้นแต่ว่าตั้งแต่เขาได้ข่าวมาว่าไท้สือได้รับฮองเฮาแล้ว ทำให้ชายผู้นั้นถึงกับยกเลิกวังหลังทั้งหมด และตระเตรียมการที่จะส่งน้องสาวของเขากับแคว้นซีเป่ย ถึงแม้ว่าเขาเองก็ยังไม่รู้ถึงเหตุผล แต่ก็ยอมรับได้ในสิ่งที่ฝ่ายนั้นได้ตัดสินใจอย่างชอบธรรม แต่น้องสาวเขานี่สิ ที่ยังไม่ยอมกลับ นานวันเข้าแม้แต่จดหมายก็ไม่ส่งไปอีกเลย จึงทำให้เขาต้องดั้นด้นมาถึงที่นี่......

         

          ทางด้านตำหนักของมเหสีซู่เฟินระหว่าที่ทุกคนกำลังประชุมขุนนางกันอยู่ อ้ายหลินก็เดินเข้าไปให้ห้องของอดีตมเหสี 
          "
ใครน่ะ!
?"
          "
ข้าเองผิงเอ๋อ...อ้ายหลิน!
"
         
ผิงเอ๋อได้ยินว่าเป็นเพื่อนรัก พักนี้นางไม่ค่อยได้พบกับอ้ายหลินนักในเมื่ออ้ายหลินได้แต่งงานเข้าไปอยู่ในสกุลหลิว และนางเองก็ยังอยู่ในวังหลวง ถึงแม้ว่าตอนนี้การเข้าออกวังหลวงจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกนาง อาศัยความเป็นคนสนิทของฮองเฮาก็สามารถเข้าออกวังหลวงได้ทุกเวลา....

          "
ดีใจจัง! ข้านึกว่าจะไม่ได้เจอเจ้าอีกนานเลยนะเนี่ย วันนี้ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ"
         
ผิงเอ๋อเดินยิ้มออกมาจากฉากกั้นที่อยู่ระหว่างแท่นบรรทมกับโต๊ะที่อ้ายหลินนั่งอยู่

          "
พูดจาน่าตีจริง ทำไมข้าจะมาไม่ได้หรือว่าเจ้าไม่อยากให้ข้ามา"
          "
แหมตั้งแต่แต่งงานออกไป รู้สึกว่าเพื่อนข้าจะกลายเป็นฮูหยินหลิวเต็มตัวแล้วนะเนี่ย!
"
         
ผิงเอ๋ออดไม่ได้ที่จะทำให้เพื่อนรักหน้าแดง เมื่อกล่าวพาดพิงไปถึงสุดที่รักของนาง ผิงเอ๋อมองอ้ายหลินที่กำลังหน้าแดง พลางรู้สึกเข้าใจหัวอกของหลิวปังอยู่เนืองๆ นางน่ารักเช่นนี้มีหรือท่านหลิวจะปล่อยให้ออกมาเดินเพ่นพ่านให้ชายใดได้ชื่นชมได้....

          "
เจ้าก็ไม่ลองเป็นฮูหยินชางดูบ้างล่ะ จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง หึหึ"
         
คราวนี้เป็นผิงเอ๋อที่เป็นฝ่ายหน้าแดงแทน

          "
ไม่เอาล่ะ!  ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว เอาอย่างนี้เจ้ากินอะไรมาหรือยัง? ข้าจะได้ไปหาอะไรให้"
          "
ไม่ต้องหรอก! ข้าอิ่มแล้วว่าแต่ว่า เรื่องคนร้ายที่บุกเข้ามาน่ะ เป็นยังไงกันบ้างล่ะ เจ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่
?"
          "
ตอนที่คนร้ายบุกเข้ามาน่ะ ข้าก็อยู่แต่ในห้องนะ ตอนนั้นท่านชางไห่บอกว่าจะไปหาของว่ามาให้ข้าน่ะจึงได้เดินออกไปด้านนอก พอดีว่าเจอกับคนร้ายเข้าพอดี ในจำนวนนั้นมีคนที่เก่งมากอยู่สองคนด้วยล่ะ ท่านชางไห่เกือบจะพลาดท่า พอดีว่าทหารลาดตระเวณเดินมาพอดี พวกมันเองก็ตายกันไปหลายคนอยู่เหมือนกัน ท่านชางไห่บอกว่าเป็นคนของทางซีเป่ยน่ะ เพราะท่านชางไห่พอจะรู้เรื่องรูปร่างหน้าตาและวรยุทธ์ของชาวซีเป่ยอยู่บ้าง
"
          "
อืม....ตอนแรกข้าคิดว่าเป็นคนของเจ้าจิ้งจอกเฒ่าเหอซีซะอีก
"
          "
พักนี้ข้าเองก็แปลกใจ เจ้าเหอซีนั่นทำไมถึงได้ไม่เคลื่อนไหวเลยนะ! เงียบๆ อย่างนี้ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย
"
          "
ข้าหวังแต่ว่าเหอซี จะยอมหยุดอยู่แค่นี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็คงจะต้องรับศึกภายในอีกด้วย
"
         
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เหล่านางข้าหลวงที่ถูกมอบหมายให้ดูแลตำหนักนี้ก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร
 
          "
เอ๋...พวกเจ้าเอาเข้ามาทำไมหรือ? พวกข้าไม่ได้สั่งเสียหน่อย
"
         
ตอนนี้อ้ายหลินเป็นฮูหยินของนายกองหลิวย่อมมีฐานะมากกว่านางข้าหลวงธรรมดายิ่งนัก ถึงแม้ว่านางจะเคยเป็นข้าหลวงมาก่อนก็ตาม......เมื่อได้ยินคำถามนางข้าหลวงคนหนึ่งก็ก้าวออกมาก่อนที่จะทำความเคารพต่อนาง

          "
ท่านชางไห่เป็นคนไปสั่งของไว้ที่โรงครัวเจ้าค่ะ ทั้งยังกำชับว่าให้ข้าน้อยมาคอยรับใช้พระมเหสีซู่เฟินเจ้าค่ะ"
         
ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าหาใช่มเหสีซู่เฟินไม่ แต่ด้วยคำสั่งอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้ผู้ใดเอ่ยชื่อผิงเอ๋อเป็นเด็ดขาด เมื่อหลายวันก่อนมีนางข้าหลวงมาใหม่เผลอเรียกชื่อนี้ออกมา หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นนางอีกเลย ทั้งหมดนี้เป็นราชโองการของป้าอ๋องที่ทรงคาดโทษไว้ถึงประหารชีวิตนั่นเอง....

         
หญิงสาวทั้งสองต่างนั่งลงเพื่อจัดการกับของว่างที่ชางไห่ให้คนยกมา ครู่ใหญ่ก็มีเสียงเคาะประตูก่อนที่จะได้เห็นร่างสูงใหญ่ของชางไห่เดินเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วยร่างสมส่วนของหลิวปังเป็นคนที่สอง.....
         
ตามตำแหน่งแล้วหลิวปังที่เป็นนายกองจะต้องเป็นตำแหน่งที่สูงกว่าชางไห่ แต่เป็นเพราะว่า ชางไห่ดำรงค์ตำแหน่งอยู่ในกองล่าสังหารที่ขึ้นตรงกับไท้สือ  ดังนั้นลำดับขั้นของชางไห่จึงสูงกว่า หากวันใดที่ชางไห่ต้องออกมารับตำแหน่งในราชสำนักเหมือนกับหลิวปัง ตำแหน่งที่รออยู่ย่อมไม่พ้นระดับเจ้ากรมเป็นแน่.....
          "
ทำอะไรกันอยู่ทั้งสองคน"
         
หลิวปังเอ่ยทักทั้งสองสาวที่นั่งอยู่ภายในห้อง ชางไห่เดินไปยังเก้าอี้ที่อยู่ข้างตัวของผิงเอ๋อก่อนที่จะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ นาง อย่างที่ไม่รอให้เจ้าตัวอนุญาติ อ้ายหลินมองความสนิทสนมของทั้งคู่ก่อนที่จะยิ้มน้อยๆ ออกมา แม้แต่หลิวปังเองก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าอีกไม่นานเขาคงได้เอาคืน จากงานแต่งงานของชางไห่เป็นแน่....

          "
พวกเรากำลังทานของว่างที่ท่านชางไห่ให้คนยกมาให้อยู่ค่ะ"                                   อ้ายหลินเป็นฝ่ายตอบแทน ก่อนที่จะขยับเก้าอี้ข้างๆ ให้กับสามี
          "
โอ้โห! น่ากินจัง ไม่นึกว่าพี่ชางไห่ ไม่เจอกันพักเดียวรู้สึกว่าจะใส่ใจปากท้องของมเหสีซู่เฟินยิ่งนัก ฮึฮึ"
         
หลิวปังได้ทีเย้าแหย่ชายหน้าตายอย่างชางไห่เสียหน่อย หวังจะได้เห็นอาการเขินอายของชายหนุ่มตรงหน้าบ้าง แต่หลิวปังก็ต้องผิดหวังเมื่อชางไห่ยังคงทำหน้าตาเฉยชาเช่นเดิม....

          "
เจ้าไม่ต้องมาหยอกเย้าข้า เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ข้าแสดงอะไรอย่างที่เจ้าต้องการได้หรอก"
         
ชางไห่กลับตีสีหน้ายิ้มๆ เมื่อได้เห็นหลิวปังเป็นฝ่ายหงุดหงิดแทน

          "
แล้วท่านทั้งสองคนจะร่วมหอกันเมื่อไหร่ล่ะ?"
         
คำถามนี้ช่างโดนใจชางไห่ยิ่งนัก เพราะหน้าตาเฉยชาเมื่อครู่ตอนนี้ถ้าสังเกตุดีๆ จะได้เห็นความเข้มขึ้นเล็กน้อย น้ำชาที่ชางไห่เพิ่งดื่มเข้าไปถึงกับสำลัก.....

          "
อึ๊ก...."
          "
ตายจริง!
"
         
ชางไห่ถึงกับสำลักน้ำชา ทำให้ผิงเอ๋อต้องคอยลูบหลังให้ร่างใหญ่ที่กำลังหน้าแดงอยู่

          "
ท่านหลิวก็....พูดเรื่องอะไรออกมาก็ไม่รู้"
          "
ข้าก็แค่ถามธรรมดา มเหสีซู่เฟินท่านก็อย่าได้ปิดบังเลย
"
         
หลิวปังถามยิ้มๆ ทำให้ผิงเอ๋อรู้สึกหมั่นไส้มิใช่น้อย

          "
อ้ายหลินดูสามีเจ้าสิ...แกล้งข้าใหญ่แล้ว"
          "
ท่านพี่ก็ท่านก็อย่าแกล้งนางเลย ข้าว่าเรากลับกันดีกว่าข้าให้นางข้าหลวงไปจัดห้องที่จวนรับรองของนางกองไว้ให้พวกเราแล้ว
"
         
หลิวปังพยักหน้า วันนี้เขาได้เห็นแค่นี้ก็ถึอว่าคุ้มแล้ว เอาเถอะพรุ่งนี้ค่อยจัดการต่อก็ยังไม่สาย

         
ตอนที่สองสามีภรรยาเดินออกมาจากห้อง ยังทันได้เห็นสีหน้าของชางไห่ที่ยังไม่คลายความเข้ม อีกทั้งชายหนุ่มทำท่าเหมือนกับจะกล่าวอะไรกันสองคนกับผิงเอ๋อ ดังนั้นเขาทั้งคู่ก็จะไม่อยู่เป็นก้างชิ้นโตจะดีกว่า....                                                                                                               
          "
เจ้าจะตอบว่าอย่างไร?"
         
อยู่ดีๆ ชางไห่ก็ถามคำถามออกมา ทำให้ผิงเอ๋อที่กำลังจะปิดประตูต้องชะงักมือ

          "
ท่านหมายถึงเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ"
          "
ข้าหมายถึงเรื่องที่หลิวปังถามเมื่อครู่นี้....เจ้าจะตอบว่าอย่างไร
?"
          "
ท่านหมายถึงเรื่องที่.....
"
          "
เจ้าจะยินดีเป็นฮูหยินของข้าหรือไม่
?"
         
ชางไห่ข่มความอายเพื่อที่จะกล่าวประโยคนี้ออกมา เขาใช้เวลาหลายวันหลายชั่วยาม เพื่อที่จะฝึกพูดประโยคนี้นับพันครั้ง หากแต่ความรู้สึกกลับเทียบไม่ได้เมื่อได้พูดออกมาแล้วก็ตาม...

         
ผิงเอ๋อมองสีหน้าเหมือนกับยกภูเขาออกจากอกของชางไห่อย่างขำๆ...
         
ชางไห่ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ก่อนที่จะเข้าไปใกล้นาง
          "
เจ้ายังไม่ตอบข้าเลยนะ!"
          "
ข้า...ข้า....ท่านจะไม่ให้เวลาข้าคิด"                                             ยังพูดไม่จบร่างบางก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          "
เจ้าเพียงแต่ตอบตกลง ข้าจะนำเรื่องนี้ไปทูลต่อฮองเฮาให้พระองค์ทรงหาทางช่วยพวกเรา"
         
ชางไห่รู้ดีว่าการที่เขาทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง ในเมื่อผิงเอ๋อรับหน้าที่สำคัญอยู่ หาเหตุการณ์ยังไม่สงบ นางก็ไม่อาจละทิ้งหน้าที่ที่ทำอยู่ได้ แต่เรื่องนี้คงมีแต่ฮองเฮาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ช่วยเขาได้

          "
ท่านทำเช่นนั้นไม่ได้นะ!"
          "
ทำไมข้าจะทำไม่ได้!
"
          "
ท่านก็รู้...ว่าข้ารับหน้าที่สำคัญอยู่
"
          "
ใช่ข้ารู้...แต่ข้าก็รู้ว่าข้าคงไม่สามารถรอมากไปกว่านี้ได้แล้ว
"
         
ชางไห่กอดผิงเอ๋อแน่นขึ้นก่อนที่จะกล่าว

          "
ผิงเอ๋อ....ข้ารอเจ้ามานานมากแล้วนะ...รอมา 35 ปี กว่าจะได้พบเจ้า แล้วเจ้าจะให้ข้ารอต่อไปอีกมันไม่ใจร้ายกับข้าหรอกหรือ"
         
ผิงเอ๋อมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่จะใช้สองมือประคองใบหน้าแกร่งที่อยู่ในหัวใจของเธอมานาน นานเสียจนเคยคิดว่าคงไม่สามารถได้พบกับชายผู้นี้อีก แต่ทว่าโชคชะตาก็ช่างเล่นตลกกลับให้นางได้เจอกับเขาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้นางสามารถได้หัวใจของชายผู้ที่อยู่ในความฝันของนางอีกด้วย....

          "
ใครบอก! ท่านได้พบข้าตั้งแต่ 4 ปีก่อนแล้วนะ เป็นท่านต่างหากที่จำข้าไม่ได้"
          "
เจ้าหมายถึงเรื่องอันใดกัน
?"
         
ผิงเอ๋อหยิบหยกชิ้นที่ชางไห่เคยทำตกเอาไว้ขึ้นมา ก่อนที่อดีตเมื่อ 4 ปีก่อนจะพรั่งพรูออกมาจากปากบาง

         
ชางไห่แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นางก็คือเด็กน้อยที่เขาเคยช่วยเอาไว้อย่างนั้นหรือ? แต่ที่นางทำเช่นทุกวันนี้เป็นเพียงการตอบแทนคุณหรือไม่นะ....ชางไห่คิด
         
ผิงเอ๋อรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดที่แปลกไป ก่อนที่จะมองชายตรงหน้าด้วยสายตาเป็นคำถาม
          "
ท่านกำลังคิดเรื่องอันใดอยู่เจ้าคะ"                                                                                       ข้ากำลังคิดว่า...ที่เจ้ายอมอยู่ข้างกายข้างดังเช่นตอนนี้เป็นเพราะที่ข้าเคยช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ใช่หรือไม่?"
         
ผิงเอ๋อมองเห็นสายตาเจ็บปวดของชายหนุ่ม นางต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะขจัดความรู้สึกเช่นนี้ออกไปจากใจของชางไห่ ไม่เช่นนั้นชายหนุ่มคงต้องรู้สึกเช่นนี้ไปจนตลอดชีวิตเป็นแน่...

          "
หากข้าคิดเช่นนั้น ข้าคงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งรักท่าน ขอเพียงรู้ว่าผู้มีคุณเป็นใคร ข้าก็จะยอมเป็นทาสรับใช้โดยที่ไม่บ่นสักเพียงคำ จึงไม่จำเป็นต้องล่อหลอกด้วยคำว่ารักให้ท่านต้องเจ็บปวดเช่นนี้เป็นแน่"
         
ถึงแม้ว่าประโยคเมื่อครู่จะทำให้ความสงสัยในดวงตาของชางไห่จางหายไป แต่ก็ยังไม่สามารถดึงเอาความรู้สึกก่อนหน้านั้นคืนมาได้....ผิงเอ๋อจึงตัดสินใจขยับตัวเองเข้าไปใกล้ก่อนที่จะยืนอยู่บนปลายเท้าเพื่อเป็นฝ่ายจุมพิตชางไห่ก่อนเป็นครั้งแรก....

          "
ถ้าท่านไม่เชื่อใจข้าอีก...ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดกับท่านแล้ว"                                                ชางไห่ยืนนิ่งตั้งแต่รู้สึกได้ถึงริมฝีปากบางเบาที่พัดผ่านไปเมื่อครู่แล้ว แต่เขาก็กลับมาได้สติอีกครั้งเมื่อร่างบางในอ้อมแขนเริ่มดิ้นรนไม่อยู่นิ่ง.....
          "
พอเถอะ! พอก่อนผิงเอ๋อ...ข้าเข้าใจแล้ว....ขอโทษเถอะนะ ข้ามันไม่ดีเอง"
         
ผิงเอ๋อหยุดดิ้นรน ก่อนที่จะหอบน้อยๆ เป็นเพราะการออกแรงเมื่อครู่

          "
เจ้ายังไม่ตอบข้าเลยนะ ว่าเจ้าจะยอมมาเป็นฮูหยินของข้าหรือไม่?"
          "
มาจนถึงป่านนี้แล้วทำไมท่านยังจะถามเช่นนี้กับข้าอีกเล่า!
"
          "
เพราะว่าข้าต้องการที่จะได้ยินจากปากของเจ้าน่ะสิ หากข้ามีทายาทข้าจะได้เล่าให้พวกเขาฟังว่าท่านพ่อขอท่านแม่แต่งงานได้อย่างไรกัน!
"
          "
ท่านนี่นะ
"
          "
ว่าอย่างไรเล่าเจ้ายังไม่ตอบข้าเลยนะ
"
         
ผิงเอ๋อใช้การพยักหน้าแทนคำตอบ ใบหน้าหวานซุกตัวอยู่กับอกของชางไห่โดยที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา ชายหนุ่มจุมพิตที่หน้าผากขาวนวลก่อนที่จะวางคางบึกบึนไว้กับศรีษะของนาง.....

          "
ถ้าแค่พยักหน้าข้าจะไม่ยอมรับนะ....ข้าจะกอดเจ้าเอาไว้อย่างนี้ทั้งคืน ถ้าเจ้าไม่กลัวว่านางข้าหลวงจะเข้ามาเห็นก็เอาสิ"
         
ชางไห่ขู่เล็กน้อยก่อนที่จะรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ต้นแขน ร่างบางที่ซุกหน้าอยู่เมื่อครู่กลับใช้มือบางเหน็บเขาให้เสียแล้ว.....

          "
นี่แหน่ะ! ท่านขู่ข้าเหรอ?"
          "
โอ๊ย! ฮูหยินข้ากลัวแล้ว อย่าทำข้าเลยนะ
"
         
ผิงเอ๋อหน้าแดงยิ่งกว่าเก่า เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางออกแรงมากเมื่อครู่หรือเป็นเพราะคำเรียกของเขากันแน่นะ

          "
ใครใช้ให้เรียกข้าแบบนี้กัน!"
          "
อ้าว...แล้วเจ้าจะไม่ยอมแต่งกับข้าหรือ
?"
          "
แต่งสิ...อุ๊ย!
"
         
ผิงเอ๋อเผลอหลุดปากพูดออกมา  แต่ก็ไม่ทัน ชางไห่ได้ยินเต็มสองหูก่อนที่จะยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่นางรู้จักเขามา ไม่น่าเชื่อว่าชายหน้าตายก็ยิ้มสวยเหมือนกันนะ!.....

          "
งั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปกราบทูลต่อฮองเฮาแต่เช้า เจ้าก็รีบเข้านอนเถอะนะข้าจะเฝ้าอยู่ตรงนี้เอง"
          "
ท่านก็พักซะบ้างนะ....ข้าขอตัวก่อน
"
         
ผิงเอ๋อเดินผ่านฉากกั้นเข้าไปด้านใน โดยมีสายตาของชางไห่มองตาม พรุ่งนี้เขาจะต้องไปขอเข้าเฝ้าแต่เช้าเผื่อความสุขของทั้งเขาและนาง ไม่รู้ว่าฮองเฮาจะทรงช่วยหรือไม่กันนะ.......

          "
พอ...พอ...พอเลยไท้สือ ท่านนี่นะไม่เห็นได้เรื่องเลย!"
          "
ก็ข้าไม่เคยเล่นนี่นา! เจ้าก็อย่าบังคับข้าเลยนะ ข้าว่าเรามาทำอย่างอื่นกันดีกว่า
"
         
ซันนี่มองหน้าตาคมคายของชายหนุ่มตรงหน้า ดวงตาระยับเช่นนี้คงไม่มีเรื่องอะไรให้ทำนอกจาก.....

          "
ไม่หรอกข้ายังไม่อยากนอนนี่นา"
         
ซันนี่วางไพ่ที่นางทำขึ้นมาลง วันนี้นางสอนให้ไท้สือเล่นรัมมี่ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมเป็นนักเรียนที่ดีเอาเสียเลย ก็เธอไม่อยากจะทำสิ่งที่ไท้สือชอบแต่เพียงอย่างเดียวนี่นามันเขินอ่ะ.....

          "
เฮ้ออออ.....ไม่มีอะไรให้ข้าทำเลยน้า"
          "
เจ้าก็มาหาอะไรทำกับข้าก่อนก็แล้วกัน!"                                    ว่าแล้วร่างสูงก็จับซันนี่ที่กำลังโวยวายขึ้นบ่ากว้างก่อนที่จะตรงดิ่งไปยังแท่นบรรทม....






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #2915 O_oFulLM๐oNPartYo_O (@oopeip52641) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 31 มีนาคม 2552 / 20:34
    หนุกมากรุยย อ่ะ ชอบๆๆๆ

    ขอบคุณนะค้ราที่แต่งนิยายดีๆๆ มาให้อ่านกัน
    #2915
    0
  2. #2914 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 / 22:39

    หุ หุ ซันนี่ไท้สือ ช่วงฮันนิมูลเนี่ย ทำเอาหลายคนลำบากมากเลยน้า

    ถ้าซันนี่ไม่มีไท้สือน้อยตอนนี้ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว  ก็ไท้สือเล่นฉวยทุกโอกาสและข้ออ้าง

    ปิดประตูตีแมวตลอด เอ้ยม่ายช่าย  เดาเอาเอง

    sa vat d

    #2914
    0
  3. #2913 มิม (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 / 17:18
    เฮ้อ หายไปหลายเพลา คิดถึงพี่เกด และเฮียไท้สือสุดหล่อจังเลย
    #2913
    0
  4. #2912 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 / 14:13
    โอะ โอ พี่เกดอู้
    #2912
    0
  5. #2911 หยดติ๋ง (@k_noon) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 / 02:29

    สู้ๆ หาเวลาผักผ่อนบ้างนะ

    #2911
    0
  6. #2910 PraY@the poo wi sead gang.com (@pray_One_By_One) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 20:01

    อัพโล้ดพี่เกด


    ปลายก็ปั่นงานพี่โล้ดเหมือนกานนนนนนนนนนนนน



    แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



    ขอโทษนะค่ะพี่เกด


    ที่ทำให้พี่เสียเวลาแก้งานอ่ะ



    แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #2910
    0
  7. #2909 1412 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 18:14
    คิกๆๆน่าจะมีฉากพิเศษเกี่ยวกะพี่ๆของนางเอกมั้ง>.<แอบอยากอ่านภาคพี่ชายจังเยย*-*
    #2909
    0
  8. #2908 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 16:21
    เห็นหวานๆอย่างนี้ทำให้อยากเจอขมๆบ้างจัง
    #2908
    0
  9. #2907 taznija (@taznija) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 14:02
    sunnyเอยโดนลงโทษอีกแล้ว ;) ชอบจังเวลาsunnyโดนลงโทษ
    #2907
    0
  10. #2906 เชอร์รี่ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 12:44
    อัฟด่วนนะคะคุณเกดกำลังหนุกเลย

    แต่มีผิดหน่อยนะ หลังจากตอนที่ไท้สือ

    อุ้มซันนี่ถึงหน้าประตูห้องบรรทมแล้วใช้เท้าเตะ

    ไท้สืออุ้มซันนี่นะคะ แต่คุณเกดพิมพ์ว่าอุ้มซีซี

    เดี๋ยวก็มีเรื่องกับเฟยจิ้งหรอก ฮา ฮา
    #2906
    0
  11. #2905 พลอยใส (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 12:43
    รีบมาอัฟต่อไวๆนะค่ะ
    #2905
    0
  12. #2904 makuro (@makuro) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 11:32
    คุณเกดเบลอแล้วนะ อิ อิ =w=

    ... ไท้สืออุ้มซีซีมาถึงหน้าห้องบรรทมพอดี ... =___=;;;

    มันต้องซันนี่สิคะ เดี๋ยวก็ถูกยัยซันนี่แหกอกหรอก
    #2904
    0
  13. #2903 หมู _ น้อยจ้า ^0^ (@U_nongnu) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 10:41


    อัพด่วนอ่ะ

    กะลังหนุกเยยอ่ะ

    อยากรู้ว่าเฟยจิ้งจา หลงกล ไท่สือ อ๊ะเปล่าอ่ะ

    อยากอ่านอีกอ่ะ   ฮือ  ฮือ
    #2903
    0
  14. #2902 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 10:32

    มาอัพต่อนะ

    #2902
    0
  15. #2901 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 23:08

    ขอคู่ซีซีเยอะๆหน่อยค่ะพี่เกด

    เพราะหนูอิจฉาความหวานของคู่ไท้สือจะแย่เเล้ว

    #2901
    0
  16. #2900 nui (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 22:52
    เจ๊ อัพต่อด่วน กาลังหนุกเลยอ่ะ
    #2900
    0
  17. #2899 mootoo (@tan55555) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 20:27
    สนุกมาก รีบมาต่อไวๆน้าค่ะ
    #2899
    0
  18. #2898 kaguya (@misuno) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 20:23
    หุหุ 7วันนี้สนุกแน่ๆเลย

    ซีซีกะเฟยจิ้ง

    อิอิ
    #2898
    0
  19. #2897 gobkobgob (@gobkob) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 13:03

    คิดถึงซันนี่มาก ๆ เลย  กว่าจะได้อ่านต่อ  รอนานเหมือนกันนะ  รบกวนมาอัพให้เร็วกว่าเดิมนะ  (เยอะ ๆ ด้วย) บาย ๆๆๆๆๆ

    #2897
    0
  20. #2896 PraY@the poo wi sead gang.com (@pray_One_By_One) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 01:31
    555555++++++++++


    ตาลายแย้วววววววววววว


    หลับดีกว่า

    คร่อกกกกกก
    #2896
    0
  21. #2895 หมูบิน2008 (@mubin2008) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 00:08
    อ้ากกกกก....อยากอ่านต่อคร๊าบบบบ
    #2895
    0
  22. #2894 1412 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 / 21:52
    หนุกหนาน หนุกหนานเหมือนเดิมค่า.............อัพต่อเร็วๆน่ะค่ะสู้ๆติดตามต่อไปอิอิ
    #2894
    0
  23. #2893 kitada (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 / 20:55
    มาอัพต่อเร็วๆ นะค่ะ

    กำลังสนุกเลย
    #2893
    0