อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 38 : วินาทีแห่งความเป็นตาย? ตอนที่ 3 (ตอนจบ) มาลงให้แล้วค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    24 ก.พ. 52

                                                 


                                                              วันเวลาแห่งความสุข ไท้สือ-ซันนี่


          

      

นายท่านขอรับ ฮองเฮาพระองค์นี้ช่างมีน้ำพระทัยดีจริงๆ นะขอรับ

                อืม...เจ้าว่านางหน้าคุ้นๆ หรือไม่

                ข้าน้อยก็คิดเช่นนั้น ใช่จริงๆ ด้วย! นางคือหญิงที่ถูกประมูลที่หอโคมเขียวนี่ขอรับนายท่าน

                ฮ่ะๆๆ...เจ้านี่ก็มีความจำเป็นเลิศเหมือนกันนะ ถูกต้องแล้ว! นางก็คือคนที่พวกเราเจอที่หอโคมเขียว พร้อมกับเฟยจิ้งเสนาธิการทหารคนสนิทของป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าวอย่างไรเล่า

                งั้นแสดงว่านางในตอนนั้นก็คงมีจุดประสงค์ที่ปลอมตัวมาน่ะสิขอรับนายท่าน

                ข้าได้ข่าวมาว่า หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งเจ้าเมืองและนายอำเภอที่เป็นญาติกัน ก็ถูกป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าวจับได้เรื่องรับสินบน จึงถูกประหารทั้งตระกูล

                ชายที่เป็นบ่าวคนสนิท มองซ้ายขวาก่อนที่จะเข้ามาใกล้กับเจ้านายแล้วกล่าวเบาๆ

                งั้นวันนั้นที่พระองค์ไม่ทรงคิดต่อกรด้วย ก็เป็นเพราะว่าพระองค์พอจะเดาฐานะของนางได้กระมังพะย่ะค่ะ

                น่าแปลกที่ผู้เป็นบ่าวรับใช้กลับใช้คำราชาศัพท์กับเจ้านาย แท้จริงแล้วคนผู้นี้เป็นใครกันแน่ และเข้ามาที่แคว้นจ้าวด้วยเหตุผลอันใดกัน อีกไม่นานซันนี่ก็คงต้องปวดหัวเพราะชายผู้นี้อย่างแน่นอน แต่ทว่าเวลานั้นยังคงไม่มาถึง...

 

                ณ วังหลวงแคว้นจ้าว...ประตูประจิม...

                นายทหารที่เฝ้าประตูวังเห็นฝุ่นตลบมาแต่ไกลก็พยายามมองดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอมองด้วยระยะที่ใกล้เข้ามา เขาก็เห็นฮองเฮาควบม้าตรงดิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทหารที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ต่างแตกตื่นกันไปหมด รีบเร่งให้สัญญาณเพื่อเปิดประตูรับเสด็จ...

 

                เมื่อมาถึงซันนี่ก็ควบม้าเข้าไปในวังอย่างร้อนรน ทางไปท้องพระคลังต้องผ่านโถงราชการเสียก่อน ตอนนี้มีการประชุมขุนนางโดยมีเฟยหรงบิดาของเฟยจิ้งเป็นตัวแทนของไท้สือในการประชุม  

                เมื่อได้ยินเสียงเอะอะอยู่ด้านนอก เหล่าขุนนางที่กำลังประชุมอยู่อย่างเคร่งเครียดก็พากันออกมาดู ก่อนที่จะเห็นเหล่าทหารหน่วยล่าสังหารมากมาย พร้อมด้วยฮองเฮาที่ขี่ม้าเข้ามาในเขตวังหลวงกันอย่างเอิกเกริก

                นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น? ทำไมพวกนั้นถึงได้ขี่ม้าเข้ามาในเขตวังหลวงเช่นนี้! รู้หรือไม่ว่ามีโทษเช่นไร

                เหล่าทหารที่ติดตามซันนี่เข้ามา หาได้ตอบคำถามของเหอซีแม่ทัพใหญ่ไม่ เหอซี มองผ่านฝุ่นที่ฟุ้งกระจายอยู่ ก็เห็นฮองเฮาเดินหน้าตึงเข้ามาในเขตวังหน้าอย่างรีบร้อน...

                ข้าพาพวกเขาเข้ามาเองท่านแม่ทัพ พอดีว่าข้ามีเรื่องด่วนต้องเข้าไปในท้องพระคลังจึงได้ขี่ม้าเข้ามาถึงในนี้ หวังว่าคงไม่ได้ทำให้พวกท่านตกใจกันกระมัง

                เธอเน้นคำว่าตกใจเป็นพิเศษ พอจะเดาได้ว่าเจ้าคนที่มีชนักปักหลังอย่างเหอซี คงกลัวว่านางจะพาทหารเข้าจับกุมตัวมันกระมัง ยังก่อน...ยังก่อน รอให้เธอช่วยไท้สือ สุดที่รักของเธอได้ก่อน รับรองว่าเธอจะต้องไปเยี่ยมเยียนจิ้งจอกเฒ่าที่จวนของมันอย่างแน่นอน...

                ฮองเฮาคงไม่ทรงทราบว่า ในเขตพระราชฐานนี้ห้ามมิให้ผู้ใดขี่ม้าเข้ามา ผู้ใดที่ฝ่าฝืนมีโทษถึงประหารชีวิต

                งั้นท่าน...ก็จะประหารข้างั้นหรือ ท่านแม่ทัพ!”

                เหอซีสะดุ้งกับน้ำเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนของฮองเฮา นังตัวดีนี่ไปกินดีหมีมาหรืออย่างไรถึงได้ทำท่าจะประหารทุกคนที่เข้าไปใกล้เช่นนี้

 

                ระหว่างที่ต่อปากกับเหอซี ซันนี่ก็กวาดตามองไปรอบห้องก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่เฟยหรง มหาเสนาธิการ

                ท่านเฟยหรง รบกวนท่านนำทางข้าไปที่ท้องพระคลังได้หรือไม่

                พะย่ะค่ะฮองเฮา

                ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าทำไมฮองเฮาถึงได้ต้องการเสด็จไปที่ท้องพระคลัง แต่ทว่าเมื่อเป็นพระราชประสงค์เขาก็ต้องทำตาม

                ช้าก่อนพะย่ะค่ะ เหตุใดพระองค์ถึงประสงค์ที่จะไปยังท้องพระคลังกัน ที่นั่นไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปได้ นอกจากท่านเจ้ากรมและป้าอ๋องเท่านั้นนะพะย่ะค่ะ

                ซันนี่ไม่ฟังคำทัดทาน เธอเดินตามเฟยหรงที่เดินนำลิ่วๆ ไปยังตำหนักด้านใน ที่อยู่ระหว่างตำหนักหน้าและหลัง ที่นี่เป็นที่เก็บของมีค่ามากมาย จะเรียกว่า ตู้เซฟของสมัยนี้ก็ว่าได้ แต่เธอไม่ได้สนใจเพชรพลอยเหล่านั้น เธอต้องการคือ ยาที่เหล่าวิญญาณพูดถึงต่างหาก ก่อนที่จะออกมาวิญญาณเฒ่าผู้นั้นกำชับกับเธอว่า ยาที่เธอต้องนำกลับไปนั้นเป็นยาที่หาได้เพียงสองครั้งในพันปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นตอนนี้มันกำลังออกดอก เมื่อถึงเวลาออกดอกมันจะเปล่งแสงออกมา ทำให้หาได้ง่าย เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องรีบไปก่อนที่มันจะหมดแสงไปเสียก่อน แต่การจะหาของซักชิ้นในห้องเก็บสมบัติอันใหญ่โตนั้น เวลานั้นซันนี่ก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเย็นจนทำให้นางต้องปวดหัวไปอีกหลายวันเหมือนกัน...

 

                เมื่อมาถึงที่หมาย ประตูสลักบานใหญ่แกะลวดลายมังกร ซันนี่มองประตูตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ ก็เธอไม่คิดว่าท้องพระคลังของแคว้นนี้มันจะใหญ่โตขนาดนี้นี่นา มิน่าเล่าถึงได้มีการเข่นฆ่าแย่งชิงกันถึงขนาดนี้ หลังจากที่แหงนหน้ามองบานประตูจนคอเคล็ด ซันนี่ก็ต้องนวดคอเป็นการใหญ่ เฮ้อ...ทำไมถึงได้ยุ่งยากวุ่นวายถึงขนาดนี้นะ ซันนี่มองประตูที่ทำจากทองคำแล้วแกะเป็นรูปมังกรทองอย่างสวยงามอีกครั้ง ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วอย่างนี้เธอจะหายาได้ทันก่อนที่มันจะสิ้นแสงไปหรือเปล่านะ!

                เอาล่ะข้าจะเข้าไปข้างใน สั่งให้ทหารเปิดประตูซิ!

                คงทำตามประสงค์ของพระองค์ไม่ได้หรอกพะย่ะค่ะฮองเฮา ประตูบานนี้นอกจากป้าอ๋องแล้ว ผู้ที่เข้าไปได้ก็คือ ท่านเจ้ากรมคลังและผู้รับผิดชอบคนอื่นๆเท่านั้น แม้แต่ไทเฮาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ หากไม่มีราชโองการของฝ่าบาทพะย่ะค่ะ

                เหอซีที่เดินตามมาด้วยกล่าวขึ้น ซันนี่มองไปทางเฟยหรงเห็นเขาพยักหน้าแสดงว่าสิ่งที่ เหอซีพูดไว้เป็นความจริง

                ข้าเป็นถึงฮองเฮาเหตุใดถึงเข้าไปไม่ได้

                เป็นเพราะว่าปฐมกษัตริย์ยุคก่อนได้บัญญัติเอาไว้ และยิ่งต้องห้ามสำหรับเหล่าสนมนางใน เพื่อมิให้เกิดการยักยอกกันเกิดขึ้นพะย่ะค่ะ

                ประโยคนี้เหอซีก็ยังเป็นฝ่ายตอบอยู่ เธอมองไปทางเฟยหรงเขาก็ยังพยักหน้าอยู่ เฮ้อ...ทำไมถึงได้มีเรื่องไม่รู้จักหยุดหย่อนเช่นนี้นะ สวรรค์คงต้องการลองใจเธอหรือยังไงกันนะ เห็นทีถ้าหายเจ็บเมื่อไหร่คงต้องจัดการเอาตราป้าอ๋องมาเก็บไว้กับตัวเธอแทนแล้วมั้ง อย่างไท้สือน่ะคงไม่ต้องใช้หรอก (ถ้าอยู่กับหล่อนเมืองก็ล่มกันพอดีซิยะ)

                ดูท่าท่านแม่ทัพคงลืมไปแล้วกระมังว่าท่านกำลังกล่าวกับใครอยู่ ข้า! มิใช่สนมนางใน แต่ข้าเป็นฮองเฮาผู้ที่มีศักดิ์รองจากป้าอ๋อง และข้าก็ยังเป็นนายของท่านอีกด้วย!

                เหอซีหน้าแดงก่ำกับคำพูดของนางกรามขบเข้าหากัน มือกำแน่นจนจิกเข้าไปในเนื้อ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยโดนใครดูถูกขนาดนี้มาก่อน รอให้ถึงวันของเขาบ้างรับรองว่าเขาจะสับนางเป็นชิ้นๆ แน่

                ข้าจะไม่ยอมเสียเวลากับท่านอีก เอาล่ะ! พวกเจ้าไปเปิดประตูข้าจะเข้าไป หากใครกล้าขวางข้า! ข้าจะสังหารมันผู้นั้นเสีย! หากใครอยากตายก็ให้มันเข้ามา!

                ตอนนี้หากคำว่า เลือดเข้าตา เป็นยังไงเธอคิดว่าได้รู้แล้วอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้หากใครขวางเธอ เธอก็คงฆ่าคนๆ นั้นอย่างที่ได้พูดออกไปแน่นอน เพราะตอนนี้ชีวิตของไท้สืออยู่ในมือของเธอและใครก็จะขวางเธอไม่ได้เช่นกัน...

 

                ไม่มีใครกล้าเมื่อทหารที่ติดตามฮองเฮาเปิดประตูท้องพระคลัง ก่อนที่จะหายเข้าไปทั้งหมดทิ้งให้เหล่าเสนายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูโดยกล่าวอะไรไม่ออก

 

                เหอซีหลังจากที่นิ่งไปพักใหญ่ก็ฉุกคิดได้ว่า เหตุใดป้าอ๋องถึงไม่ได้ทรงเสด็จมาด้วยพระองค์เองแต่กลับให้ฮองเฮาเสด็จมาเองอย่างกะทันหัน ที่เขาแน่ใจเช่นนั้นก็เพราะว่าหากมีเวลาเตรียมการป้าอ๋องก็คงจะให้พระราชโองการกับฮองเฮา เพื่อเปิดทางเข้าท้องพระคลังมาด้วยเป็นแน่ นอกเสียจาก... จิ้งจอกเฒ่ายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม ไม่ว่านางจะมาหาอะไรก็ตามเมื่อนางออกมา นางจะเป็นคนนำทางเขาให้ไปฆ่าป้าอ๋องที่อ่อนแรงจนไม่สามารถเขียนราชโองการให้นางมาได้...อย่างแน่นอน!

 

                เมื่อเข้าไปด้านในซันนี่ก็รู้สึกว่าแสบตาไปหมด รู้อย่างนี้เธอน่าจะหยิบแว่นเลย์แบน พี่โอค หรือไม่ก็คุณอาร์มมาด้วยก็ดี เพราะตอนนี้เธอมั่นใจว่าเธอได้ตาบอดสีไปเรียบร้อยแล้ว เพราะในห้องที่เธอเข้ามานั้นแสงจากปากประตูและตะเกียงที่เหล่าทหารที่เฝ้าในนี้จุดขึ้น ก็ทำให้เธอต้องตาพร่ากับทุกอย่างที่เป็นทองเหลืองอร่ามไปหมด นั่นก็ทอง นี่ก็ทอง โน่นก็ทอง เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแฟนของเธออีตาไท้สือเนี่ยรวยอภิมหารวยขนาดนี้ เห็นทีคงปล่อยไปไม่ได้เสียแล้วตามคอนเซ็ป หล่อ รวย ล่ำ น่าหม่ำของเธอ (นี่แกเพิ่งรู้หรือเขารู้กันทั้งประเทศแล้วไปอยู่ที่นรกขุมไหนมายะ)

                แยกย้ายกันหา ยาต้นนี้มันส่องแสงได้รีบหน่อยนะ ข้าไม่มีเวลาแล้ว

                เหล่าทหารทั้งหลายที่ติดตามมาต่างแยกย้ายกันออกไปทำตามคำสั่ง แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งนัก เมื่อกองสมบัติที่มากมายมหาศาลที่อยู่ตรงหน้าช่างทำให้การค้นหายิ่งยากเข้าไปอีก อย่าว่าแต่คืนนี้เลย คงต้องต่อให้อีก10 ปีถึงจะเจอ...

 

                เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ซันนี่เงยหน้าออกจากกองทองในท้องพระคลัง ตอนนี้เธอทั้งแสบตาและปวดหลังไปหมด มองไปรอบๆ ทหารที่มาช่วยหาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเธอซักเท่าไหร่ เห็นทีต้องเปลี่ยนวิธีแล้วกระมัง ซันนี่มองไปทางทองคำกองใหญ่ที่ถูกคัดแยกเอาไว้ และมองไปยังทองคำอีกกองใหญ่เช่นกันที่ยังไม่ได้ค้นหา แล้วเธอจะทำยังไงกันดีล่ะนี่ เวลาก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ซันนี่เห็นหลิวปังที่ตอนนี้สั่งให้ทหารถือตะเกียงเข้ามาเปลี่ยนใหม่ ตอนนี้พวกเขาใช้เวลาอยู่ในนี้หลายชั่วยามจนต้องเปลี่ยนตะเกียงและเทียนไขเป็นครั้งที่สองแล้ว...

                หลิวปัง! กำลังทำอะไรน่ะ!”  

                หลิวปังที่กำลังมองทหารกำลังเปลี่ยนตะเกียงอยู่ถึงกับสะดุ้ง

                พะย่ะค่ะ  กระหม่อมกำลังสั่งให้ทหารเปลี่ยนตะเกียงอยู่พะย่ะค่ะ

                ทำไมท่านต้องสั่งให้เปลี่ยนด้วย ก็ในเมื่อตอนนี้ยังกลางวันอยู่เลย

                พระองค์คงไม่ทราบ แสงสว่างที่ทำให้เรามองเห็นอยู่นี่ไม่ใช่แสงที่ส่องจากประตูเข้ามาจากด้านนอกนะพะย่ะค่ะ แต่เป็นเพราะนั่น

                หลิวปังชี้ไปที่กระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในมุมต่างๆ เธอเองก็สังเกตมานานแล้วว่าที่ห้องนี้ทำไมถึงได้มีกระจกเยอะนัก ตอนแรกนึกว่าเอาไว้ใช้สำหรับลองพวกเครื่องประดับเหล่านั้นซะอีก ตอนนี้ถึงได้สังเกตว่ามันสะท้อนแสงจากด้านนอกเข้ามาทำให้ในห้อง เต็มไปด้วยประกายสีทองจับตาไปหมด...

                หลิวปังข้ารักท่านจัง!

                จู่ๆ ซันนี่ก็กระโดดกอดหลิวปังต่อหน้าทหารทุกคนและชางไห่ ส่วนเจ้าตัวกลับทำหน้าเหมือนกับอยากร้องไห้ เมื่อนึกถึงโทษที่จะได้รับจากป้าอ๋องหากทรงทราบเรื่องนี้เข้า...

                เอ่อ...ฝ่าบาท...พระองค์ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนเถอะพะย่ะค่ะ อย่าเพิ่งให้กระหม่อมอายุสั้นเวลานี้เลย

                เอ่อ....แหะๆ ข้าดีใจเกินไปหน่อย แต่ก็ต้องขอบใจเจ้ามากนะที่ทำให้ข้าคิดได้

                เรื่องอันใดหรือ? พะย่ะค่ะ

                หึหึหึ

                ซันนี่สั่งให้ทหารพลิกกระจกลงและยังสั่งให้ดับเทียนและตะเกียงให้หมด อีกทั้งยังสั่งให้ปิดประตูหน้าอย่างแน่นหนา ตอนนี้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด ตอนแรกทั้งชางไห่และหลิวปังยังไม่เข้าใจการกระทำของเธอเท่าไหร่ แต่พอในห้องเริ่มมืดสนิททั้งสองคนก็ต่างยิ้มออกมานึกชื่นชมในไหวพริบของฮองเฮาของพวกเขายิ่งนัก ก็ในเมื่อมันส่องแสงได้พวกเขาก็ต้องควรหามันในความมืดมิใช่หรือ

                อยู่นั่นไง!พะย่ะค่ะฝ่าบาท

                น้ำเสียงตื่นเต้นของชางไห่ทำให้ซันนี่ต้องหันไปมองทางที่ชางไห่ตะโกนอยู่ ทำให้เห็นแสงสว่างเรืองรองอันน้อยนิดที่ลอดออกมาจากกองของสมบัติที่กองอยู่ ถึงแม้ว่าจะดับไฟทั้งหมดก็ยังยากที่จะมองหาเนื่องจากว่าสมบัติที่มีอยู่อย่างมากมาย และขนาดของท้องพระคลังอันใหญ่โตและกว้างขวาง หากไม่เป็นเพราะว่าทั้งพวกเธอและเหล่าทหารได้คัดแยกทองคำไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ก็คงจะไม่สามารถหาเจอได้ง่ายดายขนาดนี้เป็นแน่ (โห! นี่ขนาดแยกเอาไว้แล้วนะนี่ เอ่อ...แหะๆ ซันนี่จ๋าให้เจ๊กู้มาทำเล่มสองหน่อยไม่ได้หรือ/เจ๊เกด) (ดอกร้อยละ20อ่ะเจ๊/ซันนี่) (โห! ยัยงก/เจ๊เกด)

                 หลังจากที่เจอสิ่งที่ต้องการแล้ว ซันนี่ก็พาพวกทหารออกจากวัง โดยด้านหลังกลับมีผู้ติดตามมาด้วยอย่างห่างๆ เหอซีให้ทหารมือดีติดตามพวกของซันนี่มาตลอดทางจนมาถึงจวนของนายอำเภอที่ไท้สือนอนบาดเจ็บอยู่ หลังจากที่มองกลุ่มทหารเข้าไปในจวนจนหมดและไม่มีใครกลับออกมา สายของเหอซีก็กลับไปรายงานเจ้านายถึงเรื่องที่ได้เห็นมา...

                ฮะๆๆๆๆ สวรรค์เป็นใจให้ข้าแล้ว! แสดงว่ามันคงเจ็บหนักมาก ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มีทางปล่อยให้ผู้หญิงของมันกลับมาเพียงลำพังแน่ เป็นโอกาสของข้าเสียที คราวนี้ล่ะข้าจะต้องจัดการพวกมันให้สิ้นซากให้ได้

                มือสังหารกลุ่มใหญ่มุ่งหน้าตรงไปยังที่ว่าการอำเภอเพื่อปฏิบัติงานสำคัญ นั่นก็คือการลอบสังหารป้าอ๋องแห่งแคว้นเจ้าให้สำเร็จให้ได้ มิเช่นนั้นพวกเขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยชีวิตเช่นกัน ไม่ว่ายังไงงานนี้ก็ห้ามพลาดเด็ดขาด

 

                เป็นยังไงบ้างท่านหมอ

                ซันนี่มองหน้าจูอินหมอหลวงด้วยความเป็นห่วงไท้สือ เมื่อได้นำยามาให้ เธอก็ได้กำชับกับท่านหมอให้นำยานี้ไปรักษาบาดแผลของไท้สือให้จงได้...

                ตัวยาที่ฮองเฮาได้มา เป็นยาที่มีสรรพคุณดีเลิศ สามารถช่วยทำให้เลือดหยุดไหลและยังสมานแผลและเพิ่มกำลังภายในได้อีกด้วยพะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทคงจะไม่เป็นอะไรมากแล้วให้พักผ่อนอีกสัก 10 วันก็คงจะลงมาเดินได้เป็นแน่พะย่ะค่ะ

                ประโยคที่ท่านหมอกล่าวมาทั้งหมดซันนี่ได้ยินแต่คำว่า ไม่เป็นอะไรมาก ก็แสดงว่าไท้สือของเธอรอดแล้วซินะ (อย่าตู่สิยะไท้สือน่ะเป็นส่วนกลางนะ/เจ๊เกด) พอหายแล้วคงต้องคิดค่ายาที่รักษาเสียหน่อยเธอยังขาดเงินเพื่อการเที่ยวแคว้นทั้ง 9 อีกมากโขอยู่........อิอิ (โห! ยังไม่ทันไรเลยงกอีกแล้วนั่งนี่ ว่าแต่จะได้ไปแน่เร้อ/เจ๊เกด)

 

                ด้านนอกจวนที่ว่าการเหล่ามือสังหารได้กระจายกันออกไปล้อมจวนเอาไว้ ก่อนที่จะส่งสัญญาณให้เริ่มจู่โจม ทหารยามที่ยืนอยู่ต่างล้มตายเป็นใบไม้ร่วง มือสังหารบุกเข้ามาถึงจวนด้านในตอนนี้เหล่าทหารต่างพากันต้านเอาไว้ แต่ด้วยความที่มีกำลังน้อยกว่าจึงทำให้ไม่สามารถรับมือไว้ได้หมด มือสังหารบางส่วนก็สามารถเล็ดรอดเข้าไปในเรือนนอนได้...

 

                ซันนี่ที่นอนเฝ้าอยู่ข้างเตียงได้ยินเสียงการต่อสู้ก่อนที่จะได้ยินเสียงเคาะประตูเป็นการใหญ่ เฟยจิ้งและชางไห่เข้ามาในห้องอย่างรีบเร่ง

                ฮองเฮาพะย่ะค่ะ มีมือสังหารบุกเข้ามาเป็นจำนวนมาก กระหม่อมว่าพระองค์และป้าอ๋องควรจะหลบไปก่อนจะปลอดภัยกว่าพะย่ะค่ะ

                ท่านจะให้เคลื่อนย้ายไท้สือตอนนี้น่ะหรือเฟยจิ้ง ข้าว่าคงไม่เป็นการดีซักเท่าไหร่

                แต่ฮองเฮาพะย่ะค่ะ พวกมือสังหารที่ส่งมาล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ ตอนนี้พวกเรามีกำลังน้อยกว่า อีกทั้งป้าอ๋องก็ยังทรงบาดเจ็บอีก กระหม่อมว่าที่ท่านเสนากล่าวเมื่อครู่ก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดในตอนนี้พะย่ะค่ะ

                ชางไห่ที่ตอนนี้มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก กล่าวสนับสนุนเฟยจิ้งที่ให้เคลื่อนย้ายเพื่อหลบหนีไปก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลังตอนนี้กำลังของพวกเขาที่ออกมาตามหาฮองเฮามีไม่มากนัก อีกทั้งทหารที่อยู่ในจวนนี้ก็มีแต่ทหารชั้นปลายแถว จะต่อกรกับมือสังหารฝีมือดีคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการหลบไปตั้งหลักจะเป็นการดีกว่า...

                ไม่จำเป็น! เจ้ามือสังหารพวกนี้คงเป็นคนของเหอซี มันคงตามข้ามาจากในวัง ข้าจะจัดการเอง พวกท่านให้ทหารต้อนพวกมันให้มารวมกันให้ได้มากที่สุด ที่เหลือข้าจะจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวของข้าเอง

 

                เหล่ามือสังหารที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง ก็หลงกลตามแผนที่เฟยจิ้งหลอกล่อ ตอนนี้มือสังหารส่วนใหญ่ติดตามป้าอ๋องตัวปลอมไปยังห้องพิจารณาคดี ซันนี่จึงติดตามไปสมทบที่ห้องพิจารณาคดี เมื่อไปถึงทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด เธอเห็นหลิวปังรวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย จึงบอกให้ชางไห่ส่งสัญญาณให้ทำตามแผน ตอนนี้หน่วยล่าสังหารถอนตัวออกจากการต่อสู้เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างยืนประจันหน้ากัน ฝ่ายของเธอดูอ่อนแรงและน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด...

 

                พวกเจ้าไม่เกี่ยวถอยออกไปให้หมด! จงมอบป้าอ๋องมาให้พวกเราแล้วเราจะไว้ชีวิตพวกเจ้า

                ปากกล้าจริงนะ! ทั้งที่เลือกมาเล่นงานพวกเรา ตอนที่ป้าอ๋องทรงออกมาข้างนอกแท้ๆ ยังจะกล้าสามหาวอีกอย่างนั้นหรือเจ้าสุนัขรับใช้!

                แล้วเจ้าเป็นใครกัน แม่นางน้อย! ถึงได้กล้าทำตัวสามหาวกับพวกข้าเช่นนี้

                ไม่ต้องถึงสามหาวหรอก หาวเดียวพวกข้าก็หลับแล้ว! (เย้ย)

                 ซันนี่ที่ตะโกนตอบออกไปแทนซีซี ทำให้เหล่าชายชุดดำผงะเมื่อได้เห็นเจ้าของเสียงที่แทรกเข้ามา ทำไมจะไม่รู้จักก็ในเมื่อนางก็คือ ฮองเฮาที่ปรีชาสามารถที่สุดในราชวงศ์ของแคว้นจ้าวก็ว่าได้ เรื่องที่นางออกหัวคิดทั้งเรื่องฝายและการเก็บภาษี ก็ทำให้แคว้นทั้ง 8 ต้องหันมาจับตาดูแคว้นจ้าวอย่างใกล้ชิดมากขึ้นไปอีก ทั้งยังวรยุทธ์ของนางที่ไม่เป็นสองรองใคร เพียงแค่นี้เหล่าแคว้นต่างๆ ที่คิดจะตีแคว้นจ้าวก็ต้องคิดหนักและระวังให้มากยิ่งขึ้นแล้ว...

                ฮองเฮาท่านควรไตร่ตรองให้ดี ตอนนี้พวกข้าได้ล้อมไว้หมดแล้วถ้าท่านส่งป้าอ๋องมาให้ข้า ข้าก็จะไว้ชีวิตท่าน

                อย่ามาหลอกซะให้ยากเลย มุขนี้มันเก่าไปแล้ว เจ้านายของเจ้าก็คงสั่งให้กำจัดข้าด้วยกระมังไม่อย่างนั้นเขาจะชิงบัลลังก์ได้ยังไง

                ไม่ต้องพูดพล่าม ถ้าท่านไม่ยอมมอบป้าอ๋องออกมา ท่านก็ต้องตายอยู่ที่นี่ด้วยกัน

                เรื่องอะไรจะให้ เจ้าคิดว่าการที่จะเจอผู้ชาย หล่อ รวย ล่ำ และหน้าหม่ำขนาดนี้แถมยังรักข้ามากที่สุดด้วย เป็นเรื่องที่หาได้เป็นครั้งที่สองอย่างนั้นหรือเอาล่ะข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว

                ซันนี่หันหน้าไปทางทหารที่ติดตามของไท้สือก่อนจะพูดว่า

                ไม่ว่าพวกเจ้าจะเห็นอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในห้องนี้ ห้ามแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นออกไปไม่ว่ากับใครก็ตาม หากเรื่องนี้เล็ดรอดออกไปและข้าจับได้ว่าใครเป็นคนพูดล่ะก็ ข้าจะให้ไท้สือลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่จะคิดได้เลยทีเดียว หวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจนะ

 

                เหล่าทหารต่างรับคำกันอย่างพร้อมเพรียงและแข็งขันอย่างที่สุด แค่ประโยคที่ว่าจะให้ ป้าอ๋องเป็นผู้ลงโทษพวกเขาก็สยองกับบทลงโทษที่จะได้รับจากป้าอ๋อง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจะแย่อยู่แล้ว มันคงทรมานแทบจะตายทั้งเป็นเลยทีเดียว (เหมือนพระเอกเรื่องนี้จะชอบถลกหนังคนเล่นนะเนี่ย)

 

                พอกล่าวจบก็หันไปหาผู้โชคร้ายของวันนี้ ก็ในเมื่อวันนี้ทำให้เธอต้องกังวลเรื่องที่ไท้สือกำลังจะตาย คนพวกนี้ยังคิดจะฆ่าสุดสวาทขาดใจของเธออีก แม้ว่าไม่อยากฆ่าใครแต่ถ้าไม่ทำก็จะโดนเขาฆ่าเห็นทีคงจะเลี่ยงไม่ได้แล้ว

 

                มีดปลิดวิญญาณในมือถูกยกขึ้นก่อนที่จะตวัดออกไป เปลวเพลิงแห่งไฟนรกที่น้ำธรรมดาไม่อาจจะดับได้ด้วยแรงอธิษฐาน เหล่ามือสังหารที่โชคร้ายถูกเผาทั้งเป็นด้วยไฟแห่งนรก ทำให้แม้แต่ร่างเนื้อที่ควรจะมอดไหม้ส่งกลิ่นแทบจะไม่มี ทุกคนถูกเผาจนหลงเหลือแต่เงาที่ยังคงอยู่ในโลกนี้เท่านั้น มือสังหารนับสิบหายไปในพริบตา เหลือเพียงขี้เถ้ากองเดียวตรงจุดที่เคยยืนอยู่เท่านั้น เหล่าทหารที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างมองหน้ากัน ถึงแม้ว่าจะไม่โดนห้ามพูดเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ แต่ทว่าถึงพูดไปก็คงจะไม่มีใครเชื่อเป็นแน่ แต่ทุกคนต่างคิดตรงกันอยู่อย่างว่า ไม่ควรทำให้ฮองเฮาพิโรธคงจะเป็นการปลอดภัยต่อชีวิตน้อยๆ ของพวกเขาจะดีกว่า...

 

                แสงสว่างที่ส่องเข้ามาทำให้เปลือกตาอันหนักอึ้งต้องกระพริบเพื่อปรับแสง ก่อนที่จะได้ยินเสียงใสที่กรนอยู่ข้างๆ ไท้สือพยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างที่เขาไม่ได้เห็นเสียหลายวัน ร่างกายถึงแม้ว่าจะเริ่มรู้สึกดีขึ้น แต่ทว่าบาดแผลที่โดนแม้ไม่ลึกมากนักแต่ก็เสียเลือดไปมาก ทำให้เขาต้องหมดสติจนพลาดโอกาสอันดีที่จะได้เห็นการกระทำของสุดที่รักของเขา ซันนี่

                คร่อกกก...อื้ม พี่ชายรองไม่เอาน่า...ขอน้องนอนอีกหน่อยนะ แป๊บเดียวเอง

                ไท้สืออมยิ้มกับคนที่เฝ้าคนเจ็บ ที่ตอนนี้เริ่มเลื้อยขึ้นมานอนกับคนเจ็บเสียแล้ว ก่อนที่จะได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ อย่างที่ไม่ต้องการรบกวนคนข้างในทั้งคนเจ็บ และคนเฝ้าไข้ แล้วประตูก็เปิดออกเบาๆ อ้ายหลินที่พอรู้ข่าวจากหลิวปังก็รีบเดินทางมาสมทบ ถึงแม้ว่าท่านสามีจะทักท้วงอย่างไรก็ตาม แต่มีหรือที่จะไม่ยอมตามใจภรรยาผู้แสนจะน่ารักคนนี้ได้ ดวงตาของอ้ายหลินเบิกกว้าง แต่กลับไม่ได้ส่งเสียงออกมาเมื่อคนบนเตียงกลับใช้นิ้วแตะริมฝีปากบางเอาไว้ เป็นทำนองว่าไม่อยากให้รบกวนคนที่เฝ้าไข้จนหลับ แถมยังขึ้นไปนอนเบียดกับคนไข้บนเตียงอีกด้วย...

                ออกไปก่อน!

                 ไท้สือสะบัดมือเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณ อ้ายหลินก็รีบทำความเคารพและออกไปจากห้องโดยไม่ลืมปิดประตูตามหลังอีกครั้ง ไท้สือค่อนข้างมั่นใจว่าอีกสักครู่เขาคงไม่ได้อยู่อย่างสงบเงียบเป็นแน่ เพียงแต่ตอนนี้ขอให้เขาได้ชื่นใจแม่นกน้อยของเขาที่ไม่ได้เห็นหน้าเสียหลายวันหน่อยเถอะ จมูกได้รูปก็จรดลงไปบนแก้มนวลเปล่งปลั่งที่มีเลือดฝาดของหญิงสาว ก่อนที่จะเริ่มลุกลามจนกระทั่งปากบางสมชายประกบลงบนริมฝีปากอันอวบอิ่ม ที่เขารู้ว่ามันหวานได้สักเพียงใดเมื่อได้เข้าไปสัมผัสภายใน...

                อื้ม...ตื่นแล้วหรือเจ้าชายนิทรา

                ซันนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงหอบๆ เมื่อได้รับอากาศหายใจอีกครั้ง ไท้สืออมยิ้มกับริมฝีปากของนางที่บวมขึ้นน้อยๆ ด้วยฝีมือของเขา...

                รู้ได้ไงว่าเป็นข้า อาจเป็นชายอื่นก็ได้

                งั้นหรือ! ท่านคิดว่า ข้าจะยอมให้คนอื่นจูบง่ายๆ หรือ?”

                เปล่านะ! ข้าแค่แกล้งแหย่เจ้าเล่นเท่านั้นเอง

                ไม่เป็นไร! เอาอย่างนี้ไหม ให้ข้าลองปิดตา แล้วจูบคนอื่นอีกสักสองสามคนหลังจากนั้นก็ลองทายดูว่าท่านคือคนไหนกันแน่ ท่านว่าดีหรือเปล่าล่ะ

                ถึงแม้ว่าน้ำเสียงที่กล่าวออกมาไม่ได้มีเสียงที่เหมือนกับโกรธเคืองแต่ทว่า        ไท้สือที่อยู่ด้วยกันกับนางมานานก็พอจะเดาออก ก็ในเมื่อเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มจากตาของนางเหมือนกับตอนที่นางกำลังล้อเขาเล่นตามปกติ แสดงว่านางคิดจะทำจริงๆ ไม่ได้การ! เขาไม่มีวันยอมให้ใครได้สัมผัสริมฝีปากของนางนอกจากเขาหรอก แต่ถ้าใครบังอาจเขาจะตัดลิ้นมันซะ! หลังจากนั้นเขาจะทำให้มันต้องรู้สึกเหมือนกับตายทั้งเป็นเลยทีเดียว...

                เจ้าคงไม่ได้คิดจะทำจริงๆ หรอกใช่ไหมข้าแค่ล้อเล่นเอง หากเจ้าทำจริงๆ คงต้องมีคนเสียใจไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน (ไม่ใช่ข้านะแต่เป็นคนที่จูบเจ้าต่างหาก)

                 ไท้สือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงไปมาก ทำให้ซันนี่รู้สึกว่าเธอได้แกล้งคนป่วยจนเกินไปเสียแล้วเมื่อได้เห็นสีหน้าอันซีดเผือด และน้ำเสียงที่เหมือนกับสำนึกผิดอย่างที่สุด (ซันนี่เอ๋ย! โดนไท้สือหลอกอีกแระ)

                ฮะๆๆ...ข้าไม่ทำหรอก ข้ากลัวว่าจะมีคนแถวนี้ขาดใจตายเสียก่อน!

                เจ้ารู้ก็ดีแล้ว ว่าแต่ว่าข้าสลบไปกี่วันกันเนี่ย

                “4 วัน! ท่านทำให้ข้าตกใจแทบตาย! ทีหลังห้ามเข้ามารับดาบแทนข้าอีกนะ ท่านก็รู้เรื่องพรของข้านี่นา ไม่ว่าใครก็ทำอันตรายข้าไม่ได้ทั้งนั้นแหละ

                ไท้สือโอบเอวบางเข้ามาใกล้ๆ เขายังตึงแผลอยู่แต่ความรู้สึกที่อยากกอดนางนั้นมีมากกว่า ซันนี่พยายามอย่างมากที่จะไม่ขยับตัวเพื่อที่จะได้ไม่ไปโดนแผลเข้า...

                เมื่อข้าเห็นเจ้านั่นหันดาบใส่เจ้า ข้าก็คิดแต่เพียงว่าเจ้าจะต้องไม่เป็นอะไรก็เท่านั้น หลังจากนั้นร่างกายของข้าก็พุ่งออกไปเองโดยสัญชาตญาณ

                ถ้าท่านทำอย่างนี้อีก ข้าจะโกรธท่านไปชั่วชีวิต! อย่าได้บังอาจทำให้ร่างกายที่น่าหม่ำของท่านเป็นรอยอีกนะ!ข้าไม่ชอบ

                พอได้ยินนางกล่าวออกมาโถ่เอ๋ย! ที่แท้นางก็เป็นห่วงเขา แต่กลับเอาเรื่องนี้มาอ้างช่างน่ารักเสียจริงๆ (แท้จริงแล้วไท้สือไม่มีทางรู้หรอกว่าเรื่องที่ยัยซันนี่พูดเป็นเรื่องจริงล้วนๆ อันนี้เจ๊เกดยืนยัน)

                หึหึ...ได้ซิ! แต่เจ้าก็ห้ามหนีออกมานอกวังอย่างคราวที่แล้วอีกนะ เจ้านี่ไม่ยอมเข็ดเสียที เห็นทีข้าคงต้องปวดหัวเพราะเจ้าอีกแน่ๆ...

                ตาเฒ่าเอ๋ย! ท่านน่าจะเห็นใจเด็กสาวอย่างข้าบ้างนะ ข้าไม่ได้อายุมากอย่างท่านนี่นาถึงได้จับเจ่าอยู่แต่ในวังอย่างนี้

                นี่เจ้ากล้าว่าข้าอย่างนั้นหรือ!

                ดูเอาเถอะ!นางช่างไม่กลัวเขาเสียเลย เห็นทีว่าคงมีแต่เขาที่เกรงใจนางกระมัง

                แหม! หรือว่าไม่จริง! แต่ถึงท่านจะอายุมากแล้ว แต่ท่านก็ยังน่าหม่ำอยู่ดีนา อิอิ

                ซันนี่แทบจะหลุดหัวเราะออกไปเมื่อได้เห็นสีหน้าของไท้สือ ที่เดี๋ยวแดง เดี๋ยวเขียวสลับกันไป เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ทำให้บรรยากาศภายในห้องชะงักลง ก่อนที่จะได้เห็นเฟยจิ้งเดินนำขบวนของผู้ที่ต้องการมาเข้าเฝ้าเข้ามาภายในห้อง...

                ถวายพระพรฝ่าบาท พวกกระหม่อมได้ข่าวว่าพระองค์ฟื้นแล้ว จึงได้มาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ

                ข้าว่าเจ้ายังไม่ได้มาขอนะ แต่พวกเจ้ามาเข้าเฝ้ากันเลยต่างหาก

                น้อยครั้งที่จะได้ยินป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าว มีอารมณ์สนุกถึงขนาดแกล้งเย้าเสนาธิการทหารอย่างเขาเล่น แสดงว่าพระอารมณ์ในตอนนี้ก็ถือว่าปลอดภัยเหมาะแก่การเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง ทั้งเรื่องที่ฮองเฮาขี่ม้าเข้าไปในวังเพื่อไปเอายาในท้องพระคลัง หรือเรื่องที่มือสังหารถูกส่งมาจัดการพระองค์ตอนที่พระองค์กำลังบาดเจ็บอยู่...

 

                เรื่องราวทั้งหลายถูกเล่าเพื่อถ่ายทอดให้ป้าอ๋องทรงทราบ ระหว่างนั้น  หลังจากที่ทุกคนได้เข้าเฝ้าแล้วก็พากันออกไปด้านนอก เพื่อที่จะให้เฟยจิ้งเป็นผู้รายงานเรื่องราวต่างๆ แทน สำหรับซันนี่เธอก็เลยถือโอกาสนี้ไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องข้างๆ เฟยจิ้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง แม้แต่เรื่องที่ฮองเฮาทรงใช้มีดเพียงเล่มเดียวสังหารมือสังหารทั้งหมดในคราวเดียว แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ไท้สือเปลี่ยนสีหน้าไม่ แต่กลับหัวเราะร่าและแสนจะยินดีกับสิ่งที่นางได้กระทำเพื่อเขามากกว่า...

                เจ้าส่งข่าวไปบอกท่านแม่ทัพซีเหมย ให้ส่งคนฝีมือดีมาให้ข้ากลุ่มหนึ่ง

                ฝ่าบาทต้องการทำสิ่งใดหรือ? พะย่ะค่ะ

                ข้าไม่ยอมถูกโจมตีแต่เพียงฝ่ายเดียวหรอก ในเมื่อมันรนหาที่นัก! ข้าก็จะสนองให้

                สีหน้าของคนป่วยเหี้ยมเกรียมนัก ช่างต่างกันลิบลับกับสีหน้าตอนที่อยู่กับซันนี่เมื่อครู่ เฟยจิ้งลอบยิ้มกับตัวเอง ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเล่นงานเหอซี แต่ทว่าหากเหอซีโดนสังหารด้วยมือสังหารที่ไหนก็ไม่รู้ได้ พวกเขาก็คงหมดความกังวลมิใช่หรือ?

 

                ระหว่างที่เฟยจิ้งกำลังรายงานเรื่องราวต่างๆ ให้ไท้สือฟังอยู่ในห้อง ซันนี่หลังจากที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินไปที่ห้องหนังสือของจวนผู้ว่าเล็กๆ แห่งนี้ ที่นั่นมีคนกำลังรอเธออยู่อย่างกระวนกระวาย เมื่อไปถึงก็พบว่ามีคนมารอเธออยู่นานแล้ว

                ถวายบังคมเพคะฮองเฮา

                เสียงสองเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง นางโจรสาวหลินอิง และซีซีทำความเคารพผู้ที่มาใหม่แต่กลับมีศักดิ์ที่สูงส่งกว่ามากมายนัก

                ไม่เป็นไรไม่ต้องพิธีมาก หลินอิงเจ้ามีเรื่องอะไรหรือ ถึงให้ซีซีไปตามข้ามา

                หม่อมชั้นมิกล้าถึงขนาดนั้นหรอกเพคะ เพียงแต่ว่าเมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่กับป้าอ๋อง หม่อมชั้นมิบังอาจเข้าไปขัดความสำราญของพระองค์ได้ จึงได้แต่ฝากแม่นางซีซีให้บอกกับพระองค์เมื่อสบโอกาสอันควร

                หลินอิงต้องการจะจากไปน่ะค่ะท่านพี่

                จริงหรือ! ทำไมเจ้าจะจากไปเสียล่ะหรือว่ามีใครทำให้เจ้าลำบากใจ ข้าจะได้จัดการให้

                พอกล่าวถึงตรงนี้หลินอิงก็กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ นางเคยเห็นตอนที่ฮองเฮาทรงพิโรธมาแล้ว เห็นทีว่าคงไม่มีใครกล้าเสี่ยงชีวิตทำให้พระองค์ทรงพิโรธอีกกระมัง

                ไม่มีใครหรอกเพคะ หม่อมชั้นต้องกลับไปดูแลลูกน้องที่ค่าย นี่วันก่อนก็ส่งข่าวไปว่าสบายดีแล้ว ยังไงก็ต้องเตรียมตัวกลับเสียที ลงเขามานานแล้วเพคะ แต่หม่อมชั้นก็ไม่เคยลืมว่าพระองค์ทรงพระกรุณากับหม่อมชั้นขนาดไหนหรอกเพคะ ช่างเป็นการลงจากเขาที่คุ้มค่าจริงๆ

                เอาเถอะ! ข้าหวังว่าเจ้าจะคิดว่าข้าเป็นเพื่อนคนหนึ่ง แล้วอย่าลืมมาเยี่ยมข้าด้วยล่ะ อีกสองเดือนก็ถึงกำหนดงานแต่งงานของข้าแล้ว

                เมื่อถึงเวลานั้นหม่อมชั้นจะส่งข่าวมาทางพิราบสื่อสารเพคะ หม่อมชั้นได้คุยกับแม่นางซีซีเอาไว้แล้ว

                ท่านก็อย่าเรียกข้าว่าแม่นางซีซีเลยนะ เรียกข้าว่าซีซีก็ได้ อีกอย่างท่านก็อายุมากกว่าข้าด้วย

                หืม...เจ้าอายุเท่าไหร่หรือหลินอิง

                ปีนี้ข้าย่าง 22 แล้ว...ถ้าข้ามีพ่อแม่เหมือนกับคนอื่น ก็คงโดนจับแต่งงานไปตั้งแต่อายุ 17 แล้ว ฮะๆๆๆ

                จริงหรือเจ้าอายุมากกว่าข้าอีก งั้นเอาอย่างนี้ไหม เจ้ามาเป็นพี่สาวของข้า ข้าก็จะเรียกเจ้าว่าท่านพี่ดีหรือไม่

                หลินอิงตอนนี้ยืนแข็งเป็นหิน เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด

                จะเป็นการดีหรือเพคะ หม่อมชั้นไม่อาจเอื้อมถึงขนาดนั้น

                ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ไม่มีใครว่าหรอก (เอ่อ...ซันนี่หล่อนลืมใครไปหรือเปล่า ไท้สือไง!ยังไม่เข็ดอีกหรือ)

 

                กลายเป็นว่าทั้งสามคนตอนนี้สาบานเป็นพี่น้อง โดยมีหลินอิงเป็นพี่ใหญ่ ซันนี่เป็นพี่รอง และซีซีเป็นน้องเล็ก ทั้งสามใบเถาจะก่อเรื่องอะไรอีกในอนาคตก็ไม่อาจรู้ได้...เฮ้อ! กรรม...

 

                ซันนี่เดินเอื่อยๆ มาถึงโรงครัวตั้งใจที่จะหาของกินไปเผื่อคนป่วยในห้องเสียหน่อย ซีซีที่เดินตามหลังมาเป็นเพื่อนคุยชั้นดีแต่พอทั้งสองคน เดินมาใกล้จะถึงโรงครัวก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย

                โฮ่งๆๆๆ

                เย้ย! เจ้าหมา! นี่แกยังไม่ไปไหนอีกหรือ?”

                 เจ้าหมาดำหน้าบากแถมยังน้ำลายยืด ตอนนี้กำลังได้รับรางวัลของมัน ที่ด้านหน้าของมันมีชามอาหารขนาดใหญ่และมีน่องไก่อันโตวางอยู่ เมื่อมันเห็นซันนี่ดูเหมือนว่ามันจะจำเพื่อนเกลอ ที่เคยแย่งของกินกับมันได้จึงได้ส่งเสียงออกไป...

                เจ้าหมาตัวนี้อยู่ที่นี่ตลอดเวลาเลยค่ะท่านพี่ ตั้งแต่ที่มันพาป้าอ๋องและคนอื่นๆ มามันก็ไม่ยอมไปไหน เห็นท่านเฟยจิ้งพูดอยู่เหมือนกันว่าจะรับเลี้ยงมันเอาไว้

                ฮะๆๆๆ เจ้าหมาเนี่ยหรือ? แต่ก็ดีเหมือนกันนะมันช่วยข้าไว้ได้ตั้งหลายครั้ง ว่าแต่ว่ามีใครตั้งชื่อให้มันหรือยังล่ะ"

                ยังเลยพะย่ะค่ะ

                เสียงของเฟยจิ้งที่ดังขึ้นทำให้สองสาวต้องหันกลับไปมอง ซันนี่กลับคิดในใจว่า...จะมีเรื่องไหนกันบ้างนะที่เฟยจิ้งจะไม่รู้สักเรื่องนี่สงสัยเฟยจิ้งนี่ถ้าไปอยู่ในยุคอนาคต คงต้องให้ไปสมัครเป็น FBI หรือ CIA คงจะไปได้รุ่ง...

                งั้นข้าจะเลี้ยงเจ้าหมาตัวนี้ไว้ที่ในอุทยานก็แล้วกัน ข้าคงไม่รบกวนท่านหรอกเพราะว่ามันเคยช่วยข้าไว้ก็หลายครั้งอยู่

                พะย่ะค่ะ แล้วฮองเฮาจะตั้งชื่อมันว่าอะไรดีพะย่ะค่ะ

                เฟยจิ้งและซีซีเห็นฮองเฮาทำท่าคิดอยู่นาน หลังจากที่มองหน้าเจ้าหมาอยู่ครู่ใหญ่ เจ้าหมาก็มองหน้าเธอเช่นกันก่อนที่จะทนไม่ไหวกินน่องไก่รอชื่อไปพลางๆก่อน อีกพักใหญ่ต่อมาซันนี่ก็คิดออก...

                เอางี้! เจ้าหมา แกจงชื่อว่า...

                เฟยจิ้งและซีซีลุ้นกันตัวโก่ง จะต้องเป็นชื่อที่ดีและมีความหมายอย่างแน่นอน (ก็อุตส่าห์คิดนานขนาดนั้น)

                โอเลี้ยง!

                เอ่อ...ท่านพี่...มันหมายความว่าอะไรหรือ? ชื่อที่ท่านตั้งเนี่ย ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน

                อ๋อ...เอ่อ...คือ มันเป็นชื่อของสิ่งที่ดังมากในบ้านเกิดของข้าน่ะ เจ้าไม่รู้หรอกแต่ว่าถ้าเวลาที่บ้านข้าพูดถึงชื่อนี้ก็จะมีแต่คนรู้จักน่ะ (อ่ะนะ...เป็นของโปรดของคนแต่งเองจ้า แต่ยัยซันนี่ก็ช่างกล้าพูดเนอะ/เจ๊เกด)

                ฮะๆๆๆ น่าสนใจดีถ้ากระหม่อมแต่งงานแล้วมีลูก กระหม่อมคงต้องขอพระราชกรุณาให้พระองค์ทรงประทานชื่อเพราะๆ ที่มีความหมายดีเยี่ยงนี้ให้แก่บุตรของกระหม่อมบ้าง

                ทั้งสองสาวได้ยินก็ถึงกับหน้าแดง แต่กลับตีความหมายไปกันคนล่ะอย่าง ด้าน    ซีซีกลับตีความหมายไปว่าเฟยจิ้งคงพูดกระทบนางหรือเปล่านะ แต่เขาคงจะจำไม่ได้หรอก ไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะเข้ามาทักทายนางนานแล้ว แต่ซีซีเองก็ลืมไปว่านางก็ไม่ได้ทักเฟยจิ้งก่อนเช่นกัน แต่พอมาทางด้านซันนี่เธอหน้าแดงก็เพราะว่าไอ้เจ้าชื่อโอเลี้ยงนี่มาจากชื่อของน้ำที่ไว้แก้กระหาย แต่มันก็เป็นเรื่องจริงอยู่อย่างตรงที่ว่าพอพูดแล้วคนแถวบ้านเธอก็รู้จักกันหมด ฉะนั้นเธอก็ไม่ได้โกหกซะหน่อย (โหช่างแถไปได้)

                อ้อ....แล้วท่านเข้าเฝ้าป้าอ๋องเสร็จแล้วหรือ

                ซันนี่คิดว่าเพื่อความปลอดภัยเธอควรที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาจะดีกว่า

                อ้อ...กระหม่อมลืมไป ฝ่าบาททรงรับสั่งหาพระองค์พะย่ะค่ะ กระหม่อมก็เลยรับอาสามาเชิญเสด็จ

                ได้สิ งั้นท่านก็อยู่เป็นเพื่อนกับซีซีไปก่อนก็แล้วกัน ข้าจะไปหาไท้สือก่อน

                ซันนี่ไม่ได้รู้เลยว่านางได้ฝากปลาย่างไว้กับแมวเสียแล้ว ตั้งแต่ได้พบกับนางในสวนคืนวันแต่งงานของหลิวปัง เขาก็ไม่ได้มีโอกาสได้คุยกับนางตามลำพังอีกเลย นางทำเหมือนกับว่ากำลังหลบหน้าเขาอยู่ ไม่คิดเลยว่าฮองเฮาจะประทานโอกาสอันงามให้เขา

เฟยจิ้งรู้สึกยินดีจนปิดไม่มิด ตรงข้ามกับสาวน้อยข้างๆ ที่ทำหน้าตาเหมือนไม่อยากเชื่อที่ตนจะถูกพี่บุญธรรมทอดทิ้งเอาไว้กับชายหนุ่มที่เธออยากหลีกหนีให้ไกลที่สุด ภาพตอนนี้ถ้าใครมาเห็นเข้าคงอดหัวเราะไม่ได้เป็นแน่ ก็ในเมื่อท่านเสนาธิการทหารคนสนิทกำลังทำหน้ายิ้มแย้มอย่างสมหวัง แต่สาวน้อยแสนงามที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำหน้าเหมือนกับถูกบังคับให้กินยาขมๆ สักสิบถ้วย แต่เชื่อเถอะซีซียอมกินยาสักสิบถ้วยดีกว่าต้องเผชิญหน้ากับชายที่อยู่ข้างๆนี่มากมายหลายเท่านัก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็นก็คือ เจ้าโอเลี้ยง ที่ตอนนี้ในชามของมันกลับปราศจากน่องไก่ไปเสียแล้ว และตัวมันเองก็หายไปด้วย แต่หากจะมีคนสังเกตสักนิดจะเห็นว่าด้านหลังของฮองเฮาของพวกเขา จะมีเจ้าหมาสีดำหน้าบากแถมน้ำลายไหลยืดวิ่งตามไปไม่หางอีกด้วย...

 

                เมื่อมาถึงห้องบรรทมชั่วคราวของป้าอ๋องแห่งแคว้นจ้าว ซันนี่เปิดประตูเข้าไปก็เห็นชายหนุ่มกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง พร้อมกับทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก ซันนี่จึงทำหน้ายิ้มระรื่นหมายจะเข้าไปเย้าแหย่ให้คนตรงหน้าอารมณ์ดียิ่งขึ้นไปอีกโฮะๆๆๆๆๆ

                แต่ไม่คาดคิดเจ้าโอเลี้ยงหมาตัวใหม่ของเธอ กลับวิ่งแซงหน้าพุ่งตัวไปหาไท้สือที่นอนอยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว ไม่นะ!

                ไท้สือ! ระวัง!

                เจ้าหมาหน้าบากวิ่งแยกเขี้ยวฟันขาวเข้าไปหา ซันนี่ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากไท้สือโดนหมากัด หรือว่าเจ้าหมาโดนไท้สือสังหาร เธอจะทำอย่างไรดี พอเจ้าหมาเข้าไปถึงตัวของไท้สือ ซันนี่ถึงกับหลับตาปี๋ไม่กล้ามองภาพสะเทือนใจตรงหน้า ทั้งที่พอจะเดาได้ว่าเจ้าหมาคงต้องถูกสังหารเป็นแน่

                งี๋ดๆ...อิ๋งๆๆ

                หือ...

                ซันนี่ได้ยินเสียงประหลาดจึงได้ลืมตาขึ้น ที่ไหนได้เจ้าหมาที่ทำท่าเหมือนจะกัดคนเมื่อครู่ กลับเข้าไปประจบประแจงเลียหน้าเลียตาไท้สือซะงั้น!...

                ซันนี่เจ้าหมานี่ เป็นของเจ้าหรือน่ารักดีเหมือนกันนะ!

                สวรรค์! ไท้สือบอกว่าเจ้าหมาหน้าบากน้ำลายยืดนี่น่ารักอย่างนั้นหรือ! หรือว่าต่อมรับความสวยงามของเขาจะเป็นอะไรไปแล้ว แต่ก็น่าแปลกนะถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกดีๆ กับเจ้าหมานี่แต่ก็กลับรู้สึกตะหงิดๆ เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร???

                ใช่!เจ้าหมานี่มันชื่อโอเลี้ยง ข้าเป็นคนตั้งชื่อให้มันเอง

                เอ๋...แล้วชื่อนี้มันหมายความว่าอย่างไรเล่า ข้าว่ามันฟังดูแปลกๆ

                ระหว่างที่ไท้สือกำลังพูดอยู่กับเธอ เจ้าโอเลี้ยงก็ยังยื่นหน้าประจบไท้สืออยู่อย่างนั้นจนเธอรู้สึกขัดตาอยู่ไม่น้อย

                อ๋อ!...มันหมายถึงเครื่องดื่มชนิดหนึ่งน่ะ ที่บ้านเกิดของข้ามันดังมากเลยนะ! ข้าก็เลยเอามาตั้งชื่อให้มันน่ะ! ว่าแต่ว่าดูมันชอบท่านจังเลยนะ  ตอนที่ข้าเจอกับมันตอนแรก มันยังดูไม่ค่อยชอบข้าด้วยซ้ำ

                ซันนี่ถามพลางมองไท้สือที่กำลังลูบหัวเจ้าหมาอยู่ ตั้งแต่เจ้าหมามาอยู่ที่นี่ มันก็ถูกจับอาบน้ำเสียสะอาด ดูไปแล้วมันก็เป็นหมาดำที่ดูหน้ากิน เอ๊ย! ดูดีเหมือนกันนะ

                ฮะๆๆๆ เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าขึ้นชื่อว่าผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ชอบข้าทั้งนั้นล่ะ

                ฮฮฮฮฮ้า! เจ้าหมานี่เป็นตัวเมียอย่างนั้นหรือ?”

                 ไม่รู้ว่าเธอตาฝาดเพราะหิวข้าว หรือว่าจินตนาการไปเองว่าเจ้าหมาดำหน้าบากตัวนี้กำลังส่งสายตาด้วยความรักไปที่ไท้สือ ไม่น้า!มันคงจะไม่ได้หลงรักไท้สือหรอกนะ! มิน่าล่ะทั้งตอนแรกที่เจอกันจนถึงตอนนี้เธอถึงได้รู้สึกแปลกๆ กับเจ้านี่! ที่แท้มันก็เป็นหมาตัวเมียนั่นเอง! และตอนนี้เธอก็รู้สึกว่ามันจะอ้อนไท้สือเกินหน้าเกินตาไปแล้วนะเจ้าหมา!

                ซันนี่ไม่พูดพร่ำตรงเข้าไปจับเจ้าหมาที่ตอนนี้ทำตัวไม่เหมือนหมา เพราะมันกำลังส่งลิ้นห้อยๆ ของมันไปเลียหน้าเลียตาของไท้สือ (อย่านะเฟ้ย! ของๆ ใครของใครก็ห่วง ของใคร ใครก็ต้องหวง) (ร้องเป็นเพลงโบราณเชียว) กว่าจะจับเจ้าหมาแยกออกไปจากไท้สือได้เธอก็แทบจะลิ้นห้อย กว่าจะโยนมันออกไปจากห้องได้ ก่อนที่จะโยนมันออกไป ซันนี่กลับรู้สึกอยากลองเปิบพิสดารเนื้อหมาดำยังไงก็ไม่รู้สิ...

                ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ! ระวังเถอะข้าจะแอบไปมีกิ๊ก

                หือ?...อะไรคือกิ๊ก

                ไท้สือขมวดคิ้วถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจว่านางหมายถึงอะไร แต่กลับรู้สึกได้ว่าเจ้าคำคำนี้ต้องไม่ใช่สิ่งดีอย่างแน่นอน ก็เพราะว่านางชอบเอาคำคำนี้มาขู่เขาบ่อยๆ ...

                ฮะๆๆๆ ก็หมายความว่า ข้าจะมีชายอื่นนอกจากท่านน่ะสิ

                ไท้สือถึงแม้ว่าจะป่วยอยู่แต่ก็สามารถคว้าแขนของซันนี่ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเอาไว้ได้ ก่อนที่จะออกแรงดึงนางขึ้นมาอยู่บนตัวของเขา ถึงแม้ว่าบาดแผลที่ถูกแทงจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็รู้สึกเจ็บเมื่อได้รับความกระเทือนเมื่อครู่ ซันนี่ที่ตอนนี้นอนอยู่บนตัวของไท้สือก็ไม่กล้าดิ้นเพราะกลัวว่าจะไปโดนแผลของเขาเข้า จึงได้แต่นอนนิ่งให้ไท้สือส่งสายตาอำมหิตใส่แทน...

                ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนอยู่ใกล้เจ้าได้นอกจากข้า ไม่ว่ามันจะเป็นใครข้าจะทำให้มันทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็นเสียอีก จำไว้!

                พอกล่าวจบ ไท้สือก็มอบจูบแข็งกระด้างจนริมฝีปากอวบของเธอรู้สึกเจ็บ ไท้สือ มอบจูบครานี้ให้ราวกับว่าจะลงโทษที่เธอขู่ว่าจะมีคนอื่น แต่พอผ่านไปได้ซักพักจูบที่แข็งกระด้างก็พลอยอ่อนโยนขึ้นก่อนที่จะกลายเป็นจูบที่ดูดดื่มและทำลายสติทั้งหลายของซันนี่ไปแทน...

                แฮ่ก...แฮ่ก พอเถอะข้าหายใจไม่ออกแล้ว

                ไท้สือมองหน้าตาที่แดงก่ำซ้ำริมฝีปากยังบวมเป่ง เพราะรสจูบเมื่อครู่ก็อดใจไม่ไหวต้องลองลิ้มรสชาติหวานอีกรอบ จนซันนี่แทบจะขาดอากาศหายใจตาย ไท้สือจึงยอมปล่อยมือ แต่ไม่คาดซันนี่กลับไม่ยอมปล่อย แต่กลับเป็นฝ่ายตวัดตัวเองขึ้นไปนั่งทับอยู่บนตัวของไท้สือแทน

                เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ?”

                ไท้สือส่งเสียงเข้มเขากำลังพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ เพราะตอนนี้สติของเขาเริ่มจะควบคุมไว้ไม่อยู่แล้ว...

 

       


               






  





  

   
                



              

  

          

           



  


            
 








           
         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #2704 นู๋นา (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 19:54
    ค่าหมาเร้ย - -*



    หมั่นไส้มาก ก ก ก



    ไท้สือ ของหนู . . . . ^o^





    ก๊าฟ ฟ ฟ 55 +
    #2704
    0
  2. วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 18:42
    กร๊ากๆๆๆ แม้แต่หมา
    #2703
    0
  3. #2702 คิม ฮานึล (@kim_falona) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 13:57

    คู่แข่งหัวใจ

    #2702
    0
  4. #2701 มิม (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 13:56
    โห ไม่น่าเชื่อว่าจะอิจฉา แม้กระทั่งหมา

    งานนี้เกิดศึกชิงนายแน่เลย
    #2701
    0
  5. #2700 nidka (@nidka) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 13:09
    โดนแย่งความเอ็นดูไปแล้ว ซันนี่ ไท้สือ เสน่ห์เหลือร้ายจริง ๆ
    #2700
    0
  6. #2699 เวหา (@lookchu) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 12:07
    ว้าวซันนี่โดดแย่ความรักแล้ว.............*0*
    #2699
    0
  7. #2698 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 11:36
    และแล้วมันก็ไม่ธรรมดา จริงๆๆ เพราะว่ามันเป็น ตัวเมีย ก้ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2698
    0
  8. #2697 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 00:14
    เราว่าหมาตัวนี้ม่าย ธรรมดาน่ะ
    #2697
    0
  9. #2696 เชอร์รี่ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 23:46
    หมาตัวนี้จะเป็นตัวเอกอีกตัวหรือเปล่าเนี่ยะ

    แต่คุณเกดอัฟ ไว ไว หน่อยนะคะ มาทีละนิด เอง

    ระวังจะตกจากTOP TEN นะคะ รอลุ้นอยู่ อยากให้ติดบอร์ดนานๆค่า
    #2696
    0
  10. #2695 izatan (@izatan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 22:37
    กรี๊ดดด...ดดดดดด
    โอเลี้ยง อ่ะ
    #2695
    0
  11. #2694 nidka (@nidka) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 21:47
    โอ้ ซันนี้จ๋า ทำอาไร้ไม่ปรึกษากันก่อนเลยนะ
    #2694
    0
  12. #2693 kaguya (@misuno) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 20:14
    5555+ เจ้าหมาตัวเดิม

    โผล่มาอีกแล้ว
    #2693
    0
  13. วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 18:23
    เฮ้อ หมาหนอหมา
    #2692
    0
  14. #2691 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 17:15
    หมานั้น เป็น หมา ท่านยมบาลรึเปล่ามาอัพอีกน่ะค่ะจะรอค่ะ
    #2691
    0
  15. #2690 TOTโทรศัพท์ (@pin2537) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 17:01

    หมานั้นมันยังไงกันนะ

    #2690
    0
  16. #2689 -noo- (@nunoonu) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 12:05

    ยายซันนี่จอมหื่น

    #2689
    0
  17. #2688 momo (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 09:53
    เรื่องนี้เน้นภาษาเป่า แบบต้องโบราณตามยุคนะ คืออ่านแล้วรู้สึกสดุดตรงที่ไท้สือใช้คำว่า อัตโนมัติ นะ ก็เลยมาบอก
    #2688
    0
  18. #2687 nidka (@nidka) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 09:38
    มาขัดคอทำไม เค้าจาสาหวีดกันนะ
    #2687
    0
  19. #2686 มันแกว (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 09:24
    เฟยจิ้งจะเป็นไร เปล่าน้า มาขัดคอซะได้
    #2686
    0
  20. #2685 nongkoynarak (@nongkoy09) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 07:48
    อยากอ่านต่อนะค่ะ มาอัพพอีกน่า
    #2685
    0
  21. #2684 nui (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 00:45
    โหย เพ่เฟยจิ้งขัดจังหวะตลอดอ่ะเจ๊



    เขาจะหวีดกันชอบขัดทุกทีเลยยยยย



    แต่ยังไงสุดหล่อเราก้อฟื้นแล้ว อิอิ
    #2684
    0
  22. #2683 kanangr (@kanangr) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2551 / 23:55
    อิอิ ไท้สือผู้น่าหม่ำตื่นแล้วว
    #2683
    0
  23. #2682 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2551 / 22:14
    อิอิ ทามไปเลย ออิออิอิ ทามไมมันสนุกอย่างนี้ ล่ะมาอัพเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน่ะค่ะ
    #2682
    0
  24. #2681 nidka (@nidka) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2551 / 22:12
    ว้าว ฟื้นแล้ว ดีใจจังเลย
    #2681
    0
  25. #2680 PraY@the poo wi sead gang.com (@pray_One_By_One) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2551 / 22:11
    โอ้ววววววววววววววว


    หวานโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #2680
    0