อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 30 : มาจัดงานแต่งงานกันเถอะ(นี่ท้องซะแล้วหรือ)? มาลงให้ใหม่แล้วจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,970
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    24 ก.พ. 52

                                     


                                            มาชื่นชมความหล่อของเฮียหลิวกันต่อน้า   
                                      

       

                  

เรื่องนี้ก็เป็นอย่างที่เห็นพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่มีข้อโต้แย้ง แต่กระหม่อมจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เพื่อปกป้องชื่อเสียงของนางพะย่ะค่ะ

                อ้ายหลินได้ฟังก็ยังงงๆ อยู่ ก่อนที่จะคิดได้ว่าตนและท่านหลิวอยู่ในสภาพที่ชวนให้เข้าใจผิดยิ่งนัก 

                ฮองเฮาเพคะ ไม่ใช่อย่างที่ทรงเห็นนะเพคะ หม่อมชั้นแค่...

                เจ้าไม่ต้องกล่าวอะไรทั้งสิ้น ทั้งหมดให้เป็นหน้าที่ข้าเอง

                ซันนี่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเจรจาให้อ้ายหลินอย่างเต็มที่ (หรือเปล่า) หลิวปังต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานอย่างแน่นอน อ้ายหลินถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นฮองเฮาทรงอุตส่าห์ออกหน้าแทนให้ (ก็เป็นแผนเจ๊แกนี่นา) 

                แล้วท่านล่ะ! หลิวปัง ท่านจะพร้อมเมื่อไหร่ ข้าจะเป็นเถ้าแก่ฝ่ายหญิงให้เอง

                เธอทำหน้าภูมิอกภูมิใจหนักหนา ส่วนว่าที่เจ้าสาวกลับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ข้างๆ
                เอ่อ...ฮองเฮาเพคะ ฟังหม่อมชั้นก่อน
                กระหม่อมพร้อมทุกเมื่อพะย่ะค่ะ

                ต้องรีบหน่อยแล้ว เดี๋ยวนางเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาจะยุ่ง แล้วเขาจะไม่ได้นอนกอดร่างงามอีกนาน
                อ...ฮือ...ท่านหลิวก็เป็นไปกับเขาด้วย

                ดีล่ะ! งั้นพรุ่งนี้ไปเจรจาเรื่องสินสอดได้เลย เอ่อ... ข้าหมายถึงว่าเรื่องแบบนี้ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี หึหึหึ
                เอ่อ....ข้า...ข้าอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ ทำไมไม่มีใครถามข้าบ้างเลย
                ไท้สือเห็นสีหน้าพะอืดพะอมเหมือนจะร้องของอ้ายหลิน ก็รู้สึกสงสารนิดๆ แต่ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของซันนี่ทั้งหมด อย่างน้อยหลิวปังก็เป็นชายหนุ่มอนาคตไกล หากนางได้แต่งเข้าสกุลหลิวชาตินี้ก็คงจะไม่ลำบากอีก


               
เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยโดยฝ่ายเจ้าสาว (ที่ไม่ได้รู้เรื่อง) และฝ่ายเจ้าบ่าว (ต้องรีบแต่ง เดี๋ยวอด) ก็ต่างแยกย้ายกัน โดยก่อนที่จะจากกันหลิวปังก็ยังไม่วายมองตามร่างบางจนซันนี่ต้องกระแอมเพื่อเป็นการเตือน
                เจ้าก็มัวแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่น เรื่องของเราไม่เห็นเจ้าสนใจแบบนี้เลย
                ไท้สือบ่นคล้ายกับว่าจะน้อยใจเมื่ออยู่กันตามลำพัง โดยที่อ้ายหลินขอตัวกลับไปนอนพักที่เรือนนางข้าหลวง
                แหม! ก็งานของท่านกับข้า ตามที่ได้ฤกษ์มามันตั้งปีหน้านี่นา และพวกเราตอนนี้ก็เสี่ยงกับภาวะสงคราม เราก็ควรจะรีบทำอะไรที่ยังไม่ได้ทำก่อนไม่ใช่หรือ และตอนนี้ถ้ามีงานมงคลก็เป็นการดีสร้างขวัญกำลังใจดีออก
                ที่แท้ทั้งคู่ก็ได้ฤกษ์แต่งงานในปีหน้า ซันนี่ที่ได้ยินครั้งแรกก็หน้าแดง มิน่าเล่าตามหนังสือชะตากรรม เราจะต้องแต่งงานตอนอายุ 21 อิอิ เพราะฉะนั้นช่วงนี้ก็รอไปก่อนก็แล้วกันนะไท้สือที่รัก ขอให้เธอได้สนุกกับชีวิตโสดอีกสักพักก็แล้วกัน....

                ตำหนักอดีตมเหสีซู่เฟิน.....
                ห๊า! เรื่องที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริงหรือ! อ้ายหลินหนออ้ายหลิน ทำไมเจ้าไม่มาปรึกษาข้าก่อนเล่า” 
                ผิงเอ๋อได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากปากของอ้ายหลิน ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาเล่าให้ฟัง นางเล่าแค่ว่านางไปถามเรื่องทำลูกกับฮองเฮา และฮองเฮาก็บอกให้ไปถามหลิวปัง เรื่องมันจึงเลยเถิดไปกันใหญ่ เมื่อฮองเฮามาเจอนางกับหลิวปังอยู่ด้วยกันสองต่อสองภายในห้อง และยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอีกด้วย
                ตอนนี้นางและผิงเอ๋ออยู่ที่สวนหน้าเรือนพักภายในตำหนัก นางไม่กล้าเล่าเรื่องขายหน้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านชางไห่ที่กำลังนอนป่วยอยู่ภายในตำหนักอดีตพระมเหสี ผิงเอ๋อพอจะรู้อยู่บ้างเรื่องที่สหายรักเป็นคนซื่อ แต่นางไม่คิดว่าฮองเฮาจะว่องไวจนสามารถจับหลิวปังให้อ้ายหลินได้ แต่จะว่าไปฮองเฮาก็เป็นผู้ที่ปราดเปรื่องที่สุดในแผ่นดิน ท่านหลิวปังคงไม่ได้แต่งเพราะจำใจเป็นแน่ ส่วนสหายรักหลังจากที่พิจารณาดูแล้ว นางคงหลวมตัวชอบท่านหลิวปังโดยไม่รู้ตัวกระมัง ดูๆ ไปแล้วก็น่าสงสารท่านหลิวปังนัก กว่าอ้ายหลินจะรู้ตัวคงต้องใช้เวลาอีกยาวนานเลยทีเดียว...
               
เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ
                ชางไห่ที่ดูดีขึ้นหลังจากได้พักมาหลายวัน กำลังพิงพนักเตียงมองดูหญิงอันเป็นที่รัก กำลังรินน้ำชามาให้ด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู นับวันนางจะยิ่งมีความสำคัญกับเขามากขึ้นทุกที หากว่าหมดความกังวลเรื่องของเหอซีแล้ว เขาคงต้องคุยกับนางเรื่องของทั้งคู่เสียที เขาเองก็ถึงวัยที่จะต้องออกเรือนมีทายาทมานานแล้ว แต่ทว่าเขายังไม่เจอใครจนกระทั่งตอนนี้... หึหึ เห็นทีคงไม่สามารถนอนหนาวหัวใจได้อีกแล้วกระมัง
                อ้ายหลินเพิ่งมาบอกข่าวเจ้าค่ะ ว่านางจะออกเรือน” 
                ชางไห่ที่เพิ่งรับชาจากผิงเอ๋อ ถึงกับชะงักงัน ก่อนที่จะทำหน้าเหมือนกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นางน่ะเหรอจะแต่งงาน อ้ายหลินผู้แสนจะขี้อายและเคร่งธรรมเนียม ใครกันหนอ ที่สามารถกุมหัวใจที่ใสซื่อของนางได้
                ใครกันนะ! ที่เป็นชายที่โชคดีเช่นนั้น ข้าว่าเขาจะต้องเป็นคนที่มีความสุขที่สุดอย่างแน่นอน
                ข้าว่าท่านคงต้องยินดีเป็นแน่ หากท่านรู้ว่าคนที่อ้ายหลินจะแต่งานด้วยคือท่านหลิวปังเจ้าค่ะ” 
                ชางไห่ทำสีหน้าไม่อยากเชื่อ ก็ในเมื่อหลิวปังไม่เคยมีท่าทีมาก่อน และเท่าที่เขารู้จักชายผู้นี้มานานในฐานะผู้บังคับบัญชา เขา ชายผู้เป็นมือหนึ่งของหน่วย ผู้ซึ่งมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ แต่กลับมีนิสัยแปลกประหลาด ชื่นชอบการต่อสู้เป็นที่สุด ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ได้ยินว่า ชายผู้นี้จะแต่งงาน หากเขาไม่ได้ยินจากผิงเอ๋อล่ะก็เขาไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด
                ทำไมข้าไม่เคยรู้มาก่อน ว่าหลิวปังมีใจกับอ้ายหลิน แล้วทำไมถึงได้ปุบปับเช่น

นี้
                ผิงเอ๋อส่งรอยยิ้มแห้งๆ ให้กับชายคนรักที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนแท่นบรรทม ไม่รู้ว่าจะเล่าอย่างไรดี นางกลัวว่าหากเล่าไปแล้วจะทำให้อ้ายหลินได้รับความอับอายมากขึ้น แต่ทว่าถ้าเป็นท่านชางไห่ เขาก็คงไม่มีวันปริปากกับผู้อื่นเป็นแน่ถ้าเป็นเรื่องที่จะทำให้อ้ายหลินต้องเสื่อมเสีย 
               
เจ้ามีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้บอกข้าอยู่หรือเปล่า หากมีเรื่องที่ข้าพอจะช่วยได้ก็ขอให้บอก เพื่อเจ้าแล้วข้ายินดีทำทุกเรื่องเพื่อที่จะให้เจ้าสบายใจ" 
                ชางไห่จับมือของผิงเอ๋อเอาไว้ ความรู้สึกถูกถ่ายทอดลงไป ผิงเอ๋อมองชายที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะตัดสินใจกล่าวออกมา

ข้าไม่อยากผิดคำพูดกับอ้ายหลิน ข้ารับปากกับนางเอาไว้แล้วว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับคนอื่น ข้าไม่อยากผิดคำพูดกับนาง
                ผิงเอ๋อตัดสินใจบอกความจริงกับชางไห่ แต่ผิดคาดชางไห่กลับยิ้ม ก่อนที่จะกล่าวประโยคที่ทำให้นางต้องหน้าแดงอีกครั้ง
                งั้นเจ้าก็สบายใจได้ เจ้าไม่ได้ผิดคำพูดกับอ้ายหลินอย่างแน่นอน ข้ามิใช่คนอื่น หรือว่าเจ้าคิดเช่นนั้นเล่า โบราณว่าไว้ สามีภรรยาเปรียบเสมือนคนๆ เดียวกัน ถึงแม้ว่าเรายังไม่ได้ร่วมหอ แต่ในหัวใจของข้าก็มิเคยเห็นเจ้าเป็นอื่น
                แม้แต่สายตาที่มองมาก็ยังยืนยันคำพูดที่ชางไห่ได้พูดออกมา ผิงเอ๋อจนปัญญาที่จะกล่าวต่อไป จึงได้แต่พยักหน้า ก่อนที่จะเล่าเรื่องที่อ้ายหลินกล่าวให้ฟังเมื่อครู่
                ช่างไห่เมื่อได้ยินเรื่องราวที่ผิงเอ๋อเล่าให้ฟัง กลับนิ่งงันไปชั่วครู่ ในความคิดของเขา เรื่องในครั้งนี้คงเป็นฝีมือของฮองเฮาเป็นแน่ แต่ทว่าหลิวปังเล่าก็น่าจะรู้เช่นกัน เห็นทีเรื่องนี้หลิวปังคงจะเต็มใจตกหลุมพรางเองกระมัง หึ! มือสังหารที่ได้ชื่อว่า โหดเหี้ยมที่สุดในหน่วย แต่กลับมาพ่ายแพ้ต่อสตรีสาวไร้เดียงสาอย่างแม่นางอ้ายหลิน ช่างเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ถ้าหากหลิวปังไม่ยินยอมล่ะก็เรื่องก็คงไม่ง่ายดายเช่นนี้เป็นแน่ จะสงสารก็แต่แม่นางอ้ายหลิน ที่ป่านนี้ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองโดนหลอกเสียแล้ว แถมครั้งนี้ก็เป็นการโดนหลอกที่ต้องหมดเนื้อหมดตัวอีกด้วย...
                ท่านว่าท่านหลิวปัง คิดอย่างไรกับอ้ายหลินเจ้าคะ ข้าไม่อยากให้เป็นการบังคับจิตใจกันเลย แต่เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว
                ชางไห่มองหน้าผิงเอ๋อก่อนจะกล่าวออกมาตามความคิดของตน
                ข้าว่าหลิวปังคงมีใจให้กับนางน่ะแหล่ะ แต่ทว่าที่เรื่องลงเอยเร็วขนาดนี้คงเป็นฝีมือของฮองเฮาเป็นแน่ หึหึ ถึงขนาดไปจับตาดูที่หน้าต่างข้างห้องของหลิวปังเลยนี่นา
                ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ก็ดี แต่ทว่าตอนนี้อ้ายหลินกลับดูเหมือนไม่ค่อยมีความสุขเลยนะเจ้าคะ

เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าว่าฮองเฮาคงมีวิธีรับมือทั้งสองคนอยู่แล้ว เจ้าอย่าลืมสิว่าพระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาถึงเพียงใด
           
ถ้าเช่นนั้น เห็นทีข้าจะต้องไปช่วยอ้ายหลินเตรียมงานเป็นการใหญ่เสียแล้ว สหายรักจะออกเรือนทั้งที แต่น่าเสียดายข้าว่ามันกะทันหันไปหน่อย ข้ายังไม่ได้เตรียมของขวัญให้นางเลย
                ชางไห่เห็นท่าทีกระวนกระวายของนางก็ยิ้มๆ นี่ขนาดเป็นงานมงคลของสหายรัก นางยังตื่นเต้นถึงเพียงนี้ แต่ถ้าหากเป็นงานมงคลของนางกับเขา นางจะเป็นเช่นไรนะ เขาชักอยากรู้เสียแล้ว
                เห็นเจ้าตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ข้าก็อดอิจฉาหลิวปังมิได้ ข้ารึ! อุตส่าห์เจอเจ้าก่อน แต่กลับต้องถูกเจ้านั่นแซงหน้าไปก่อนจนได้
                ผิงเอ๋อได้ฟังแล้วก็ต้องหน้าแดงอีกรอบ ท่านชางไห่กล่าวอะไรออกมากัน ทำราวกับว่าจะขอนางแต่งงานกระนั้น 
                เอ่อ....ข้าว่าข้าไปช่วยอ้ายหลินจัดเตรียมงานก่อน จะเป็นการดีกว่านะเจ้าคะ
                เจ้าจะรีบไปไหนเล่า ข้ากำลังจะพูดเรื่องของเราทั้งคู่อยู่พอดี หากเจ้าไปแล้ว แล้วข้าจะไปขอคำตอบจากใครได้เล่า
                ดวงตาของชางไห่ในตอนนี้เป็นดวงตาของคนที่กำลังมีความสุข  ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะมีวันแบบนี้เช่นกัน เห็นทีคงต้องจำเอาไว้ให้แม่น เพื่อที่วันหน้าจะได้เอาไว้เล่าให้ลูกหลานฟังกระมัง...
                ท่านต้องการคำตอบเรื่องใดกับข้าหรือเจ้าคะ เรื่องที่นางต้องเล่า นางก็เล่าให้ฟังไปหมดแล้วนี่นา 
                ก็เรื่องงานมงคลของข้ากับเจ้าอย่างไรเล่า พอกล่าวมาถึงตรงนี้ ผิงเอ๋อกลับเป็นฝ่ายที่ไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้แทน
                ข้า...เอ่อ...คือข้า...
                เดิมที ข้าคิดเอาไว้ว่าจะรอให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อยกว่านี้แล้วจึงค่อยๆ ปรึกษากับเจ้า แต่พอเกิดเรื่องของหลิวปังขึ้น ข้ากลับคิดได้ว่าคนเราไม่ควรรีรออยู่นาน โอกาสอาจหลุดลอยไปได้ เกิดข้าเป็นอะไรขึ้นมาซะก่อน ข้าก็คงมิอาจได้จัดงานมงคลกับเจ้ากันพอดี
                ทำไมท่านถึงได้กล่าวอะไรเป็นลางเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ
                ชางไห่กลับยิ้ม แล้วรั้งร่างบางให้มาอยู่ในอ้อมแขนของเขาแทน ชายหนุ่มกอดหญิงสาวไว้เบาๆ พลางกล่าวต่อไปว่า
                เรื่องบางเรื่องมันก็อยู่เหนือการควบคุม ข้าเองก็ถึงวัยที่สมควรออกเรือนมานานแล้ว เพียงแต่ยังมิรู้ว่าจะแต่งกับใคร แต่พอข้าได้มาเจอกับเจ้า ข้ากลับรู้สึกว่า ไม่ควรรีรออันใดอีก แต่ครานี้ข้ากลับช้ากว่าหลิวปัง ที่ชิงตัดหน้าได้สาวงามและเพียบพร้อมจัดงานมงคลก่อนหน้าข้าจนได้ หึหึ แล้วเจ้าเล่าพร้อมที่จะไปเป็นฮูหยินให้ข้าได้เมื่อใด ข้านั้นรอมานานมากแล้วจนไม่อยากรอต่อไปอีก
                เมื่อประโยคที่อยากฟังที่สุดในชีวิตออกมาจากปากของชางไห่ น้ำตามากมายที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด พรั่งพรู่ออกมาจากดวงตาคู่งามอย่างไม่ขาดสาย นางนึกว่าจะไม่มีวันนี้ซะแล้ว วันที่ทุกอย่างที่นางฝันไว้จะเป็นความจริง นางต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อที่จะได้มีวันนี้ ตั้งแต่วันที่ชางไห่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ชีวิตของนางก็เป็นของเขาไปเรียบร้อยแล้ว เอาเถอะ! อีกไม่นานนางจะบอกให้เขารู้ว่านางรักเขามากเพียงใด แต่ตอนนี้นางคงต้องรีบตอบคำถามนี้ก่อนกระมัง เพราะดูท่าคนรอคำตอบจะกระวนกระวายใจจะแย่ เมื่อเห็นนางร้องไห้ออกมา...
                เจ้าไม่อยากเป็นฮูหยินข้ากระนั้นหรือ

                สีหน้าของชางไห่ดูซีดเซียวยิ่งกว่าตอนที่เขานอนป่วยอยู่เสียอีก เมื่อเห็นนางร้องไห้ออกมา
                เปล่าเจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่ไม่คิดว่าท่านจะกล่าวคำนี้ออกมาก็เท่านั้น
                เมื่อได้ยินคำตอบของนาง สีหน้าซีดเซียวเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไปราวกับฝัน
                แล้วทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้นเล่า สิ่งที่ข้าทำทุกอย่างยังไม่ได้ทำให้เจ้าได้รู้ว่า ข้ารักเจ้ามากเพียงใดกระนั้นหรือ
                ข้าเพียงแต่ดีใจมากไปหน่อยเท่านั้นเอง แล้วท่านยังต้องการคำตอบอีกหรือไม่เจ้าคะ
                ต้องการสิ ข้ายังต้องการคำตอบ จากปากของเจ้าอยู่ดี

                ทั้งสองคนประสานสายตากันอย่างมั่นคง ก่อนที่ผิงเอ๋อจะกล่าวออกมาประโยคหนึ่งที่ชางไห่คงจะต้องจดจำไปตลอดชีวิต
                ข้ารักท่านเจ้าค่ะ ให้ข้าได้เป็นฮูหยินของท่านได้ไหมเจ้าคะ
                ชางไห่รวบร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แนบแน่น ทั้งสองคนไม่ได้กล่าวอะไรกันออกมาอีกเลย ริมฝีปากเข้มของชายหนุ่มสัมผัสริมฝีปากบางเป็นครั้งแรก ความหอมหวานที่ได้รับ ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ ลิ้นร้อนชอนไชกระหวัดดูดดึง ผิงเอ๋อถึงกับตัวสั่นกับสัมผัสที่แนบชิดเป็นครั้งแรก ไม่นึกเลยว่าชายที่ดูเงียบขรึมอย่างชางไห่ จะมีความร้อนแรงซุกซ่อนไว้ภายใน กว่าที่ชางไห่จะปล่อยริมฝีปากบางเป็นอิสระ ผิงเอ๋อก็หมดแรงหน้าแดงทั้งยังปากที่บวมเจ่อทันตาเห็นอยู่ในอ้อมแขนของชางไห่นั่นเอง ชายหนุ่มเห็นสภาพของผิงเอ๋อก็รู้สึกเหมือนกับถูกกระตุ้นอีกครั้ง จนต้องก้มหน้าลงไปใหม่อีกรอบ เห็นทีว่ากว่า       ผิงเอ๋อจะหลุดออกมาได้นางคงต้องรอเวลาอีกนานแสนนานทีเดียว


                เรือนพักนางข้าหลวงวันรุ่งขึ้น...
                ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก อ้ายหลิน! อ้ายหลิน! เจ้าเป็นไรหรือเปล่า เปิดประตูให้ข้าเข้าไปหน่อยได้หรือไม่” 
                ซันนี่ยืนหน้าเครียดอยู่หน้าประตูห้องของอ้ายหลิน โดยมีหลิวปังและไท้สือยืนอยู่ด้านหลัง วันนี้มีนางข้าหลวงมาบอกต่อเธอว่าอ้ายหลินขอลาพักอีกหนึ่งวัน เพราะไม่ค่อยสบาย ทำให้ซันนี่ ไท้สือ และหลิวปัง ต่างมองหน้ากัน ทั้งสามคนต่างเร่งรุดไปที่ห้องของนางข้าหลวงคนสนิททันที
                ซักครู่นะเพคะ หม่อมชั้นกำลังไป
                เสียงอู้อี้ดังมาจากในห้องซักครู่ประตูก็ถูกเปิดออก แต่เจ้าของห้องกลับก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตากับใครๆ พอทำความเคารพแล้วก็ได้แต่ก้มหน้า หลิวปังเห็นแล้วรู้สึกกังวลใจจนปิดไม่มิด ซันนี่กลับก้าวเท้าเข้าไปในห้องโดยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่พอไท้สือกับหลิวปังจะตามเข้าไป เธอกลับส่ายหน้าและทำท่าคล้ายจะบอกว่าจะคุยกับอ้ายหลินเพียงลำพัง สองหนุ่มได้แต่พยักหน้าแล้วเดินจากไป เธอคิดว่าทั้งสองคนคงไม่ได้ไปไกลนัก แต่คงเตร็ดเตร่คอยอยู่แถวนี้มากกว่า พลางหันไปมองเจ้าของห้องที่ยังก้มหน้าก้มตาอยู่เธอเห็นเพียงแต่ปลายจมูกเล็กๆ ที่ออกสีแดงเรื่อๆเหมือนกับผ่านการร้องไห้มากระนั้น
                เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าอ้ายหลิน! ทำไม่วันนี้ไม่ไปหาข้า หรือมีเรื่องไม่สบายใจ             เหมือนกับจี้ถูกจุด อ้ายหลินพลันร้องไห้ออกมาอีกระลอก ก่อนหน้าที่เธอจะมาอ้ายหลินก็กำลังร้องไห้อยู่ ซันนี่มัวแต่ตกตะลึงเมื่อเห็นอ้ายหลินอยู่ดีๆ ก็ร้องไห้ออกมา หรือว่าเธอจะทำเรื่องที่บีบบังคับใจนางเสียแล้ว หรือว่าเรื่องที่เธอเข้าใจว่าอ้ายหลินก็พอมีใจนั้นเป็นเรื่องที่เธอมองพลาดกันนะ 
                เอาล่ะ! เป็นเรื่องการแต่งงานใช่หรือไม่ราวกับเธอเอื้อมมือไปปิดก๊อก อ้ายหลินหยุดร้องไห้ทันที ทำให้เธอยิ่งแน่ใจ

                ที่เจ้าร้องไห้ เจ้าไม่อยากแต่งงานกับหลิวปังหรือ

                หม่อมชั้นไม่ได้ร้องไห้เพราะไม่อยากแต่งงานเพคะ

                อ้าว!  ทีนี้เธอกลับเป็นฝ่ายที่ไม่เข้าใจแทน
                ที่หม่อมชั้นร้องไห้เป็นเพราะสงสารท่านหลิวต่างหากเพคะ

                หือ! ทำไมต้องสงสารหลิวปังด้วยล่ะซันนี่ยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่
                ก็ท่านหลิวต้องมารับเคราะห์ ทั้งที่อุตส่าห์ช่วยสอนวิธีทำทายาทให้แก่หม่อมชั้นไงล่ะเพคะ ฮองเฮา ได้โปรดอย่าบังคับจิตใจท่านหลิวเลยนะเพคะ ท่านหลิวน่ะเป็นคนดี น่าจะได้ฮูหยินที่ดีกว่าหม่อมชั้นนะเพคะ
                ซันนี่กลั้นหัวเราะจนปวดกรามไปหมด ที่แท้อ้ายหลินที่น่าสงสารก็ยังไม่รู้ว่า นางต่างหากที่น่าสงสารโดนหลิวปังและเธอจับคู่ให้ แต่กลับมาร้องไห้ให้หลิวปังเนี่ยนะ ตานั่นตั้งแต่เมื่อวานเอาแต่เร่งรัดเรื่องแต่งงานท่าเดียว ดูๆไปแล้วเหมือนเธอหาเรื่องใส่ตัวอย่างไรก็ไม่รู้ (เพิ่งรู้หรือยะ) ทั้งเจ้านายและลูกน้องช่างเหมือนกันจริงๆ ไท้สือเองก็ทำท่าว่าจะไม่ยอมรอฤกษ์ที่ท่านซินแสให้มา เฮ้อ!...ปวดหัวจริงโว๊ย!...
                เจ้าจะกล่าวแบบนั้นก็ไม่ได้นะ เรื่องแบบนี้ใครรู้เข้าเจ้าจะเสียชื่อเสียงได้นะ และอีกอย่างก็ไม่แน่ว่าเจ้าอาจท้องแล้วก็ได้นะ (น่านมั่วกันไป) และเจ้าก็ลองคิดดูก็แล้วกัน ถ้าเจ้าท้องโดยไม่มีพ่อ เจ้าจะเอาหน้าอันน่ารักของเจ้าไปไว้ไหนกัน (กดดันจริงๆ) ยังมีอีกเขาอาจจะดูถูกไปถึงบรรพชนของเจ้าเลยก็ได้ (เฮ้ย...เว่อร์ไปแล้ว)
                ตั้งแต่ประโยคแรกอ้ายหลินก็หน้าซีดแล้ว พอได้ยินเรื่องท้องก็ยิ่งไปกันใหญ่ พลางคิดตามไปด้วยว่าวันนั้นเธอไปถามวิธีทำก็จริง ท่านหลิวปังก็แสดงให้ดู หรือว่าตอนนั้นท่านหลิวทำให้เด็กมาอยู่ในท้องของเธอแล้ว โถ่! ไม่นะลูกแม่ ช่างน่าสงสารจริงๆ เป็นเพราะแม่แท้ๆ เชียว
            ซันนี่ยืนมองอ้ายหลินที่เผลอตัวลูบท้องของตน ก็ยิ่งได้ใจใหญ่พลางกล่าวต่อไป

                นี่นะ! ยังไม่คิดไปถึงว่าลูกที่เกิดมาจะไม่มีบิดา และยังเป็นลูกนอกพิธีอีกด้วยไม่รู้ว่าเขาจะต้องเจอชะตากรรมอย่างไรบ้าง

เพื่อความสมจริงซันนี่ทำหน้าตาเศร้าพลางยกมือขึ้นซับน้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมาอย่างเงียบเชียบ (โห! มารยา)
                พะ...พอเถอะเพคะ หม่อมชั้นสงสารลูก ถ้าต้องกำพร้าบิดาตั้งแต่แรก แต่หม่อมชั้นก็ไม่อยากทำร้ายท่านหลิวเช่นกัน ฮองเฮาทรงช่วยหม่อมชั้นด้วยนะเพคะ หม่อมชั้นไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดีแล้ว
                เมื่อลูกแกะติดกับนางมารร้ายก็แผลงฤทธิ์ (ตกลงยัยนี่เป็นนางเอกแน่นะ) ซันนี่แสร้งทำหน้าเศร้าดูเหมือนกำลังสงสารในชะตากรรมของอ้ายหลินยิ่งนัก แต่ในใจกลับกำลังไชโยโห่ร้องกับชัยชนะ ในที่สุดเธอก็สามารถทำให้อ้ายหลินคล้อยตามจนได้ ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่านางจะเชื่อที่เธอพูด หึหึ ก็เรื่องนี้ เธอน่ะรู้ดีที่สุดอุตส่าห์ไปขัดคอตอนสำคัญพอดี ไม่อย่างนั้นในท้องอ้ายหลินตอนนี้อาจมีเด็กอยู่จริงๆ ซะก็ได้ ดีนะที่เธอรีบไป แต่ก็อดหมั่นไส้อีตาหลิวปังไม่ได้ แหม! เร็วนักนะ ถ้าเธอไปช้าอีกนิดอ้ายหลินคงเสร็จไปแล้ว
                โถ! อ้ายหลินเจ้าช่างน่าสงสารจริงๆ แต่ข้าก็ได้คุยกับหลิวปังแล้วนะ ข้าว่าเขาเองก็คงมีใจให้กับเจ้าอยู่บ้างมิฉะนั้นคงไม่ออกปากรับผิดชอบเจ้ากับข้าอย่างแข็งขัน สำคัญที่เจ้า ข้าขอถามสักประโยคเจ้าพอจะมีใจให้หลิวปังบ้างหรือไม่

พอเธอเห็นใบหน้าของอ้ายหลินเริ่มแดงขึ้นต่อหน้า ก็ได้คำตอบอย่างแน่นอน อันที่จริงหากนางไม่มีใจด้วยนางคงไม่มีทางถลำลึกไปถึงเช่นนี้อย่างแน่นอน คงจะเหมือนกับหลิวปังกระมัง ฮิฮิฮิ
                หม่อมชั้น เอ่อ....

เอาล่ะ เจ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าทุกอย่างก็ให้เป็นไปตามนั้น เจ้าก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวได้เลย ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เอง หึหึหึ กำลังเบื่ออยู่พอดี เอ๊ย! ข้าหมายถึงว่ากำลังเป็นจังหวะที่ดี พวกเราจะได้มีงานมงคลเกิดขึ้นบ้าง
                ซันนี่ไม่ยอมให้อ้ายหลินค้านอะไรต่อไป ก็บอกให้นางพักผ่อนไปก่อนแล้วจะให้ข้าหลวงคนอื่นมาตามเมื่อต้องการตัว เมื่อเช้าซันนี่เรียกหมอดูมาดูฤกษ์ยาม ก็ได้ฤกษ์ที่เป็นใจกับหลิวปังจนหน้าหมั่นไส้ หมอดูบอกว่าวันที่จะจัดงานให้ออกมาดีที่สุดก็คืออีกสามวัน พอหลิวปังได้ยินก็ดีใจจนหน้าบานไม่ยอมหุบ จนเธอกับไท้สือนึกอยากเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวอย่างกะทันหัน และอีกฤกษ์หนึ่งก็จะเป็นอีกหนึ่งปีข้างหน้า แต่พอหลิวปังได้ยินฤกษ์นี้เข้ากลับทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้ถอดเสื้อผ้าผู้ชายกระนั้น ใบหน้าที่บานเหี่ยวเฉาเหมือนกับดอกไม้โดนน้ำร้อนลวก วันนี้ทั้งวันนางถึงกับต้องปวดหัวเมื่อต้องมานั่งฟังชายที่อยากแต่งงานขนาดหนักอ้อนวอนขอร้องให้ได้แต่งงานภายในสามวัน ทำให้เธอต้องวิ่งวุ่นเรื่องการเตรียมงานตั้งแต่เช้าทีเดียว...
            กลายเป็นว่าซันนี่ก็ได้เป็นเจ้าภาพฝ่ายเจ้าสาว และไท้สือก็เป็นเจ้าภาพ (เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว) การจัดงานในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของทุกคนในวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวช่างเป็นคู่ที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่ที่แน่ๆ เมื่อข่าวการแต่งงานได้กระจายออกไป ช่วงนั้นสาวๆ ในวังหลวงต่างน้ำตาตกกันเป็นแถว เนื่องจากว่าหลิวปังที่เธอมารู้ภายหลังว่า เปรียบเสมือนเป็นไอดอล ของนางข้าหลวงทุกคนในวังเลยทีเดียว ทำให้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเกิดแดงขึ้นมา เมื่อท่านเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าสาวจับได้ว่าหลิวปังนั้นมีหญิงที่คบอยู่ด้วยมากมาย พอๆ กับฮาเร็มย่อยๆ เลยทีเดียว ก็ต้องเดือดร้อนเธอที่ต้องเป็นคนทำหน้าที่ยื่นคำขาดแทนเจ้าสาว
 โดยให้หลิวปังจัดการฮาเร็มย่อยๆ ของเขาให้เรียบร้อยภายในสามวัน มิเช่นนั้นหากเมื่อถึงกำหนดแล้วยังไม่สามารถทำได้งานแต่งงานที่อุตส่าห์เตรียมไว้ก็สามารถยกเลิกได้...
            หลิวปังเมื่อได้ยินคำขาดก็ตั้งหน้าตั้งตาไปจัดการเรื่องต่างๆ ไม่น่าเชื่อว่าภายในสองวันจะมีรายงานมาเยอะถึงขนาดนี้ ซันนี่ทิ้งม้วนกระดาษรายงานเรื่องของหลิวปังไว้กับโต๊ะ ในที่สุดก็สามารถจัดการได้สำเร็จโดยที่ฝ่ายเจ้าสาวไม่ล่วงรู้แม้แต่น้อย ด้านไท้สือที่เป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ต้องปวดหัวกับสินสอดที่ซันนี่เรียกมา  เนื่องจากว่าซันนี่กลับเรียกสินสอดให้เหมือนกับประเพณีที่บ้านเกิดของนาง ซันนี่เรียกสินสอดไปเป็นทองคำหนักเท่าตัวของอ้ายหลินพร้อมทั้งเงินและบ้านอีกจำนวนหนึ่ง เดือดร้อนไท้สือที่ต้องจัดหาให้ในเมื่อหลิวปังเปรียบเสมือนกับมือขวาที่สำคัญยิ่ง จะให้งานมงคลที่ไม่ค่อยได้มีขึ้นต้องขายหน้าได้อย่างไร
 
            แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่หลิวปังเพิ่งมารู้เมื่อวันแต่งานว่า อ้ายหลินเอง ก็เป็นหญิงสาวที่เหล่าขุนนางหนุ่มต่างหมายปองเช่นกัน แต่ทว่าด้วยความไร้เดียงสาของนางกลับมองว่าเหล่าของขวัญที่พวกขุนนางหนุ่มๆ ขยันเอามาให้นั้นเป็นรางวัลที่นางทำงานได้ดี ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสงสารสำหรับพวกขุนนางเหล่านั้นไป แต่ทว่าหลังจากนี้ไป หากมีใครกล้านำของขวัญมาให้ ว่าที่ฮูหยิน ของเขาอีก ก็ถือว่ามันผู้นั้นคงไม่อยากมีชีวิตแล้วกระมัง

            กว่าจะมาถึงวันงานอ้ายหลินก็ต้องไปลองชุดเจ้าสาวหลายครั้ง ซันนี่ระดมนางข้าหลวงทั้งวังเพื่อตัดชุดเจ้าสาวให้แก่นาง ทำให้อ้ายหลินพอรู้เข้าถึงกับร้องไห้เป็นการใหญ่เพราะไม่นึกว่าจะได้รับพระเมตตาถึงเพียงนี้ ฝ่ายหลิวปังก็ไม่ได้น้อยหน้า เขาเองก็ต้องตกตะลึงเมื่อไท้สือได้ มอบคฤหาสน์หลังใหม่ให้พร้อมทั้งบ่าวไพร่ เพื่อเป็นของขวัญแต่งงานให้เขาอีกด้วย หลิวปังไม่ได้เจออ้ายหลินมาสามวันแล้วตั้งแต่ได้ฤกษ์ เพราะเป็นธรรมเนียม ทั้งคู่ไม่มีท่านพ่อและท่านแม่เหมือนกันจึงได้ให้ซันนี่และไท้สือมาเป็นเถ้าแก่ ลำพังซันนี่เองนั้นรู้สึกสนุกยิ่งนัก แต่ไม่ใช่กับไท้สือ ชายหนุ่มไม่เคยจัดงานแบบนี้มาก่อน ดังนั้นก่อนหน้าวันแต่งงานจึงมีการประชุมลับของหน่วยล่าสังหารทั้งหมดเพื่อเตรียมตัวให้เจ้าบ่าว และแน่นอนรองหัวหน้างานจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฟยจิ้ง...
            หลังจากที่เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว หลิวปังก็เรียกประชุมสายลับทั้งหมด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นที่งานของเขาได้ แต่ทว่าเป็นเรื่องแปลกที่เหอซีตอนนี้กลับยังนิ่งเฉยอยู่ แต่ก็ไม่สามารถชะล่าใจได้ เพราะฉะนั้นเพื่อการส่งตัวที่เรียบร้อย เอ๊ย! เพื่องานที่เรียบร้อยไม่ให้เกิดความผิดพลาดหลิวปังจึงสั่งจับตาดูเหอซีอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าไม่ว่าเหอซีจะไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เขาจะต้องได้รับรายงานอยู่บนโต๊ะตลอดเวลาก็ว่าได้

ทางชางไห่กับผิงเอ๋อหลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว แต่ทว่าสภาพยังไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่นัก ก็ได้แต่คอยดูงานของหลิวปังไว้เป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นแนวทางจัดงานของตนเองต่อไป ชางไห่ที่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นมากจนสามารถเดินได้แล้ว แต่ทว่ายังออกแรงได้ไม่มาก ก็มาช่วยเรื่องการจัดเตรียมสถานที่อีกแรงหนึ่ง ดังนั้นเมื่อถึงวันงานทุกอย่างก็เสร็จทันเวลาพอดี

 

 

 




               




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #4522 เทพธิดาแพริน (@bloysit) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 23:48
    โถโถอ้ายหลินผู้ใสซื้อบริสุทธิ์
    #4522
    0
  2. #2092 นีน (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 01:25
    ต๊ายตาย อ้ายหลินน้อย



    ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย น้อ เหมะกับเธอที่สุด
    #2092
    0
  3. #2091 devilgirl (@devilgirl) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2551 / 00:50
    อ้ายหลินช่างเป็นคนที่ ใส ซื่อ...... อะไรเช่นนี้

    ซันนี่ก็ช่างเป็นคนที่เจ้าแผนการซะด้วย

    อ้ากกกกกกกกกกกก

    หนุก
    #2091
    0
  4. #2090 หลับซาบาย (@cakemty) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2551 / 18:34

    ชอบจัง

    ไม่น่าเชื่อ  ว่าท่านหลิว จะ อยากแต่งขนาดหนักเลยนะเนี่ย  อดขำไม่ได้...

    #2090
    0
  5. #2089 ~[ยัย:[ตัว]:ดี]~ (@yoyafah) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2551 / 00:46
    -ป.ล-เม้นท์เพิ่ม5+++-

    อ๊ายยย  เฮยเฟยออกมาแว้วว (ถึงจะแค่นิดเดียวก็เหอะ) กรี๊ดกร๊าดดีใจอิๆๆๆ
    #2089
    0
  6. #2088 ~[ยัย:[ตัว]:ดี]~ (@yoyafah) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 22:46

    ก๊าซซซซซ  เจ๊เกดดดดนู๋สงสารอ้านหลินนน หมั่นใส้ยัยซันนี่มักๆ ว๊ากๆๆ

    หมั่นใส้นางเอกว้อยยยยยย- -(อย่าเพิ่งรุมลงบาทานู่นะค้า)

    ยังไม่อัพเฮียเฟยอีกง่ะ!!

    #2088
    0
  7. #2087 ^นู๋ฟาง^ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 22:12
    เจ้ซันนี่ชักจะเอาใหญ่แระ..555+
    #2087
    0
  8. #2086 Pim (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 20:10
    เจ๊ ,-O-





    เค้าเขิล ล
    #2086
    0
  9. #2085 nui (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 19:40
    เจ๊ อัพต่อให้จบน้า



    อิอิ ชางไห่กะผิงเอ๋อก้อน่ารัก
    #2085
    0
  10. #2084 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 19:11
    แต่งทีสองคู่เลยได้ไหมค่ะพี่เกด

    เวลาจะเข้าหอจะได้เข้าพร้อมกันไปเลย

    หุหุ
    #2084
    0
  11. #2083 คนอยากอ่านต่ออ่ะ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 18:40
    แย้วเมื่อไหร่เฟยจิ้งจามีคู่ซะทีอ่ะ แบบว่าเค้าชอบเฟยจิ้งอ่ะ รีบมาอัพเยวๆๆนา อยากอ่านต่ออ่ะ อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2083
    0
  12. #2082 มิม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 17:37
    ในที่สุดก็ได้อ่านจนได้ วันนี้ที่รอคอยมาถึงแล้ว อ่านตอนนี้แล้วมีความสุขจังเลย ดูละมุนละไมมากเลยค่ะ

    แต่อยากจะบอกว่า อ่านไปอ่านมาชักเริ่มระแวง กลัวเจอหักมุม ประมาณว่า รักเราเคล้าน้ำตา แบบนั้นไม่เอาน่า

    ห้ามใจร้ายเด็ดขาด ชักไม่ไว้ใจไม่ได้เหมือนซันนี่เป๊ะเลย
    #2082
    0
  13. #2081 ^นู๋ฟาง^ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 16:52
    อัพๆๆๆๆค่อน่ะค่า



    เปงกำลังใจให้ค่า
    #2081
    0
  14. #2080 ~[ยัย:[ตัว]:ดี]~ (@yoyafah) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 15:43

    แหม...อดสงสารอ้านหลินนิดๆไม่ได้นะเนี่ย....  แต่!เฮียเฟยจิ้งสุดที่ร๊ากกกยังไม่ได้ออกอีกง่ะT^T

    2 ตอนแล้วนะค้า>< มีคู่ เฮียชาง-หนูผิง กะพี่หลิว-น้องอ้าย ยัยซัน-ท่านไท้ แล้วนายเฟย(สุดที่รักของหนู)-??

    คู่กะครายยยอ่ะ  ว๊ากๆๆ คู่หมั้นตายอย่าบอกนะว่าจะจงรักเป็นโสดไปตลอดหนูม่ายย้อมมมม

    เจ๊เกดอ่ะปล่อยให้เฮียเฟยว่างงาน เอ้ยยยย-[]-" ไม่มีคู่ได้เยี่ยมรายยย(ก็เค้าเป็นคนเขียนนะยะ)

    ป.ล. อยากเป็นนางเอกในหัวใจเธอ~ รักนะเฟยจิ้ง♥จุ๊ฟๆ(แหวะๆๆๆ ชั้นชักจะบ้าเข้าขั้นแล้วแหะ-*-)

    #2080
    0
  15. #2079 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 15:01

    55555
    หนูซันนี่ร้ายมากเลย
    แต่ก็น่ารักที่สุด

    #2079
    0
  16. #2078 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 14:30
    แล้วเมื่อไหร่ชางไห่ กะหลินเอ๋อจะแต่งบ้างล่ะ

    ฮองเฮาไม่รวบยอดสองคู่ไปเลยล่ะ  จะได้มีงานมงคลสองขั้น..5555
    #2078
    0
  17. #2077 คนที่ผ่านมา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 12:16
    อ่านแล้วสงสัยมากเลย ป้าอ๋อง อ่ะ รู้สึดแปลกๆ เคยได้ยิน แต่ ต้าอ๋อง

    ต้า แปลว่าใหญ่ แต่ป้า แปลว่าไรอ่ะ งง

    ถ้าอ่านว่า ป้าอ๋อง จริงก็ขอโทษด้วย แต่เราเรียน จีนอ่ะ มีแต่คำว่า

    ต้าอ๋อง กับ หวางตี้ หรือ เรียกว่า หงตี้ แล้วแต่เรียก
    #2077
    0
  18. #2076 มิม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 10:28
    วันนี้จะได้อ่านมั้ยเอ่ย อยากอ่านจัง ขออีกเนอะ
    #2076
    0
  19. #2075 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 09:53
    สงสัยงานนี้ได้แต่งเพคคู่ แน่ๆ เหอ เหอ ไม่รอดมือซันนี่ไปได้ มั้ง

    ทั้ง ท่านหลว ท่านช่างไห่
    #2075
    0
  20. #2074 nakano (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 09:24
    อ่านทุกวันเลยคะ มาอัพบ่อยๆนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ



    อันนี้เป็นความคิดเห็นนะคะ คือว่าเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงบทของตัวรองอย่างเช่น ช่างไห่ เราสามารถที่จะเขียนเชื่อมโยงกับตัวเอกได้มากกว่านี้นะคะ โดยอธิบายถึงการกระทำที่เป็นเหตุเป็นผลกัน จะทำให้ได้อรรถรสในการอ่านมากขึ้นนะคะ ดูจะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน อาจจะสอดแทรกเกณร็ดความรู้บ้างนิดๆหน่อย ๆ



    555++++ สู้ต่อไปนะคะ ขอให้ได้ตีพิมพนะคะ จะซื้อมาอ่าน
    #2074
    0
  21. #2073 l3Iack5noW (@acup1001) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 08:34
    สงสารนู๋อ้ายหลินจังเลย - -*

    ซันนี่ก้อแกล้งคนได้ทั่วเลยจริงๆ55+
    #2073
    0
  22. #2072 nongkoynarak (@nongkoy09) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 06:14
    มาอัพต่อด้วยนะค่ะ จะรออยากอ่านมากมายเลย
    #2072
    0
  23. #2071 wow (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กันยายน 2551 / 23:40
    เดาเล่นๆนะ หลิว ต้องบอก ว่า ถอดเสื้อนอนอยู่บนเตียงแล้ว ท้องแน่ๆ อ้ายหลิน คงโดนแผนนี้หลอก ฟันธง><
    #2071
    0
  24. #2070 nat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กันยายน 2551 / 22:42
    อัพต่อเร็วๆ น้ะๆๆๆๆๆๆๆ

    น่าติดตามทุกตอนเลย
    #2070
    0
  25. #2069 ^นู๋ฟาง^ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กันยายน 2551 / 22:31
    อัพเร็วๆๆๆๆๆๆน่ะคร่า
    #2069
    0