อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 27 : เปลวไฟแห่งสงคราม ตอนที่ 2 ลงให้ใหม่แล้วจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    24 ก.พ. 52

                                                


                                                          ไท้สือตอนกำลังเคร่งเครียดจ้า



         

ท่านแม่ทัพเหอมิต้องกังวล  ในตอนนี้เมืองหลวงของเราก็สงบสุขดีอยู่แล้ว หากให้ทหารหลวงออกไปช่วยกันสร้างฝายจะเป็นการดีกว่า  ตัวข้าและป้าอ๋องเองก็อาจออกไปคุมการก่อสร้างเองอีกด้วย  ขอให้ท่านเลิกวิตกกังวลได้ ซันนี่รีบกล่าวก่อนที่จะได้มีเสียงค้านเกิดขึ้นอีก
                เหอซีเมื่อได้ฟังว่าฮองเฮาและป้าอ๋องจะเสด็จไปคุมการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง  กลับยืนนิ่งมิได้ค้านอย่างที่ควรจะกระทำ  เหตุเพราะหากทั้งสององค์เสด็จออกนอกวังไปจริง  หากระหว่างทางจะโดนซุ่มโจมตีก็เป็นเรื่องง่าย   หากเขายอมถอนกำลังออกไปช่วยสร้างฝายก็ถือว่าไม่เสียแรงเปล่า
                กระหม่อมว่าจะมิเป็นการดีกระมังพะย่ะค่ะ  หากพระองค์สั่งให้ทหารหลวงไปสร้างฝาย ก็เท่ากับทำให้การป้องกันนั้นอ่อนลงด้วย  และพระองค์ยังคิดเสด็จไปคุมการก่อสร้างเองด้วย กระหม่อมว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้มือสังหารมากขึ้นนะพะย่ะค่ะ” คนที่กล่าวประโยคนี้ออกมาคือเฟยหลง  ที่พอจะมองออกว่าฮองเฮาต้องการที่จะให้เหอซีถอนทหารของตนออกนอกเมืองไป  และยังเปิดโอกาสให้เหอซีลงมืออีกด้วย  แต่ทว่าหากไม่มีการคัดค้านเสียเลยเหอซีอาจสงสัยได้  เขาจึงต้องเป็นผู้ที่ทำให้แผนการในครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
                ไท้สือนึกชมเฟยหรงอยู่ในใจ  สมเป็นบิดาของเฟยจิ้งยิ่งนัก คงอ่านแผนของนางออกจึงได้ออกปากให้แผนนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  แต่ที่น่าตกใจก็คือนาง ไม่นึกเลยว่านางจะสามารถคิดแผนการเช่นนี้ออกมาได้   หากทหารหลวงของเหอซีออกนอกเมืองไป ก็เท่ากับว่าทุกคนในเมืองจะปลอดภัยจากการลอบโจมตี   แต่กลับยอมเปิดโอกาสให้เหอซีใช้แผนลอบสังหารเพื่อหลอกล่อให้มันยอมเผยตัวจริงของมันออกมา   แม้แต่ท้ายที่สุดก็ยังสามารถแก้ปัญหาความแห้งแล้งโดยการสร้างฝายนอกเมืองได้อีกด้วย  โชคดีที่แคว้นจ้าวเกือบทั้งหมดมีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ฉะนั้นการสร้างที่กักเก็บน้ำจึงไม่น่ามมีปัญหา    
                เหอซีได้ฟังเฟยหรงกล่าวก็รู้สึกเคืองใจนัก  หากทั้งสองพระองค์คล้อยตามเฟยหรง ตัวเขาเองก็คงมิอาจหาโอกาสดีๆ เช่นนี้ลงมือได้อีกจึงได้กล่าวออกไปอีกหนึ่งประโยค  
                ที่ท่านมหาเสนาพูดก็มีเหตุผล  แต่ทว่าหากคิดในทางกลับกันหากใช้ทหารหลวงในการสร้างฝาย  ทั้งสองพระองค์ก็จะปลอดภัยอยู่ที่สถานที่ก่อสร้างอย่างแน่นอน  และอีกอย่างราษฏรทั้งหลายก็จะรู้สึกมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น  หากได้เห็นว่าเจ้าเหนือหัวทั้งสองพระองค์ทรงห่วงใยเพียงใด”  
                เหยื่อติดกับแล้ว
                เอาล่ะพวกเจ้าไม่ต้องเถียงกันแล้ว  ให้เป็นไปตามที่ฮองเฮาต้องการ ส่วนปัญหาเรื่องชายแดนนั้นข้าได้สั่งให้เจ้าเมืองที่ชายแดนแคว้นเหยาคอยดูแลอยู่แล้ว  เจ้าก็ไม่ต้องกังวลไปรองเสนาธิการ  เอาล่ะ ใครมีเรื่องอะไรจะกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ไท้สือเป็นคนกล่าวไกล่เกลี่ย  และปรายตาไปยังเหล่าขุนนางทั้งหลาย  แต่ทุกคนก็ไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาอีก
                ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้าจะปิดประชุมเพียงแค่นี้  พวกท่านที่เหลือก็แบ่งงานกันไป  หากมีเรื่องอันใดก็ให้เขียนรายงานส่งเข้าไปที่ตำหนักได้เลย
                พอไท้สือกล่าวจบก็ลุกขึ้น  ไม่ลืมหันมาดึงซันนี่ออกไปด้วย เสียงทำความเคารพดังไล่หลังมาติดๆ 

                ขบวนเสด็จของทั้งสองพระองค์มุ่งหน้าไปที่อุทยานหลวง  นอกจากหลิวปังที่คอยตามอารักขาอยู่แล้ว เฟยจิ้งก็ขอตัวจากวงสนทนาตามติดออกมาด้วย  ตัวเฟยหรงเองก็อยากติดตามมาปรึกษาแผนการด้วยแต่เกรงว่าจะเป็นที่ผิดสังเกต จึงไม่ได้ตามมาได้แต่สนทนาอยู่กับเหล่าขุนนางที่โถงราชการต่อ
                พอมาถึงอุทยานไท้สือก็โบกมือไล่นางข้าหลวงให้ไปอยู่ด้านนอก  รอบๆ มีหน่วยล่าสังหารคอยเฝ้ายามอยู่อย่างระมัดระวัง  
                ฮะฮะฮะ...ครานี้เจ้าเหอซีตกหลุมพรางเข้าอย่างจังเลยทีเดียวเมื่อมาถึงอุทยานหลวงทั้งคู่ก็นั่งลงเพื่อปรึกษาหารือกันต่อ โดยมีเฟยจิ้งและหลิวปังยืนรับฟังอยู่ด้วย
                เป็นเพราะปัญญาอันชาญฉลาดของฮองเฮาโดยแท้  ที่ทำให้พวกเราจัดการเหอซีได้ง่ายขึ้นเฟยจิ้งกล่าวเสริมต่อจากประโยคของไท้สือ                                                                           พอดีว่ามันเป็นผลพลอยได้ต่างหาก...พอพูดถึงเรื่องสร้างฝายเลยคิดได้น่ะซันนี่ถึงกับออกอาการเขินเล็กๆ เมื่อถูกชมต่อหน้า(แหมทีเรื่องกินไม่มีเขินนะยะ)
                กระหม่อมว่าต่อไปเหอซีคงคิดวางแผนปลงพระชนม์ต่อไปเป็นแน่  หวังจะอาศัยช่วงเวลาที่ทั้งสองพระองค์ออกไปตรวจการก่อสร้าง
                ท่านเฟยจิ้งกล่าวถูกต้องแล้ว  ไม่มีโอกาสใดเหมาะเท่านี้มาก่อนหลิวปังสนับสนุนคำพูดของเฟยจิ้งอีกครั้ง  
                ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ในอุทยานหลวงสามารถมองเห็นทุกอย่างได้รอบทิศ เหมาะแก่การหารือราชการเป็นที่สุดไม่แพ้ในห้องทรงพระอักษรเลยทีเดียว  ซันนี่เห็นไท้สือเลือกที่นี่เป็นที่ปรึกษาก็เลยนึกไปถึงยุคปัจจุบันที่นิยมปรึกษาเรื่องงานกันที่สนามกล์อฟ อาจเป็นเพราะคิดเหมือนกันเรื่องที่สามารถมองไปได้รอบตัวโดยไม่มีใครแอบมาได้ยินกระมัง
                ระหว่างที่หลิวปังกำลังฟังการสนทนาอยู่  แต่ทว่าสายตากลับไปปะทะกับร่างน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาเมื่อตอนเช้า  นางกำลังเก็บดอกไม้เพื่อไปลอยในสระสรงให้กับฮองเฮาอยู่ เนื่องจากว่าอ้ายหลินไม่อยากไปขัดขวางชางไห่กับผิงเอ๋อที่กำลังปรับความเข้าใจกันอยู่  ตนเองก็เลยถือตะกร้าเข้ามาที่อุทยานแห่งนี้เป็นเวลานานแล้ว
                อ้ายหลินเมื่อสังเกตุเห็นขบวนของทั้งสองพระองค์ก็เตรียมตัวที่จะเร้นกายออกไป  แต่ทว่ากลับไม่ทันสายตาอันฉับไวของซันนี่ไปได้  เธอจึงให้หลิวปังเดินมาบอกให้อ้ายหลินไปเข้าเฝ้า อ้ายหลินที่เห็นหลิวปังก็พลันนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าทำให้ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ หลิวปังเห็นอ้ายหลินกำลังเริ่มหน้าแดงก็ยกมุมปากขึ้นยิ้ม หลังจากที่ช่วยสาวน้อยถือตะกร้าดอกไม้ อ้ายหลินก็เดินนำหน้าไปเข้าเฝ้าโดยที่ไม่กล้าหันกลับมามองคนตามหลังอีกเลย
                เจ้าไม่ได้อยู่กับชางไห่และผิงเอ๋อหรือ                                                                                                                                                ซันนี่เห็นอ้ายหลินมาเก็บดอกไม้ที่อุทยานก็รู้ความในแต่อยากให้อ้ายหลินยืนยันจึงได้แกล้งถามออกมา  อ้ายหลินไม่กล้าบอกตามตรงเรื่องที่อยากให้คนทั้งสองได้คุยกัน  นางกลัวว่าทั้งสองพระองค์จะไม่ทรงสนับสนุนเรื่องของทั้งสองคนนั่นจึงได้แต่ก้มหน้าไม่รู้ว่าจะกล่าวอย่างไรดี   ไท้สือเห็นอ้ายหลินไม่กล้าพูดก็รู้ว่านางกลัวอะไรจึงหันไปส่งสายตาบอกให้ซันนี่ได้รู้   เธอถึงกับเลิกคิ้วสูงเมื่อเข้าใจ  เห็นทีว่ายุคนี้ฐานะคงเป็นเรื่องสำคัญกระมัง
                ทั้งสองคนคงกำลังสนทนาเรื่องสำคัญกระมัง  เจ้าถึงไม่กล้าอยู่ด้วยซันนี่เอ่ยนำออกมาก่อน ทำให้อ้ายหลินถึงกับเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกตะลึง  ไม่นึกว่าแม้แต่เรื่องเล็กน้อยพวกนี้ยังไม่รอดสายตาของทั้งสองพระองค์ไปได้(คงไม่รอดหรอกหนูยัยซันนี่จับตาดูเลยล่ะ)
                เพคะอ้ายหลินได้แต่รับคำ ไม่กล้ากล่าวอะไรมากนักเพราะยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ทว่าซันนี่กลับหัวเราะขึ้นมาก่อน
                หึหึ...ไท้สือข้าบอกแล้วว่าคู่นี้จะต้องมีอะไรแน่  เห็นไหมละข้าทายถูกด้วยล่ะ
                ข้าก็รู้อยู่แล้วนี่นา ชางไห่ออกโรงปกป้องนางขนาดนั้นไม่รู้ก็แย่แล้ว” 
                ทั้งหมดต่างยิ้มยินดีให้กับคนทั้งคู่ มีแต่อ้ายหลินที่ยังมองไปมองมาเหมือนกับยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก ซันนี่เห็นเข้าก็เลยอธิบายให้ฟังเสียเลย
                เจ้าไม่ต้องงงไปอ้ายหลิน พวกข้ารู้เรื่องของชางไห่ได้ซักพักแล้ว เพราะสังเกตุว่าชางไห่ปกป้องผิงเอ๋อผิดวิสัยของตัวเขาที่ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นนัก  จึงได้แต่เฝ้ามองอยู่อย่างเงียบๆ รอให้ทั้งคู่เปิดเผยตัวเองออกมาจะดีกว่าซันนี่กล่าวยิ้มๆ
                หม่อมชั้นคิดว่าทั้งสองพระองค์จะคัดค้านเสียอีกเพคะ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน
                อ้ายหลินกล่าวแย้งเบาๆ หากเป็นก่อนที่ซันนี่จะมาอยู่ที่นี่ทั้งคู่คงไม่ได้ลงเอยกันง่ายนัก หรืออาจไม่มีโอกาสเจอกันเลยก็เป็นได้ เพราะชางไห่เองก็ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องเข้ามาในฝ่ายใน ผิงเอ๋อเองก็ไม่มีโอกาสได้ออกไปภายนอก ไท้สือเองก็คงจะไม่มาสนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ด้วยซ้ำ  หากแต่เมื่อมาถึงตอนนี้เรื่องแค่นี้ในเวลาแบบนี้กลับเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก เพราะทั้งสองคนถือว่าเป็นคนสนิทของซันนี่ เหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่ที่มีอยู่ในโลกนี้ทีเดียว...
                เรื่องดีๆ แบบนี้จะคัดค้านไปทำไมกัน ใช่หรือไม่ท่านพี่ซันนี่หันไปใช้สายตาจิกกัดชายร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ไท้สือเห็นแล้วก็ต้องขำออกมา นางช่างไม่เกรงกลัวเขาเลยจริงๆ ด้วย ไม่เคยมีใครใช้สายตาพยายามกดดันเขาแบบนี้มาก่อน
                ใช่...เรื่องดีๆ เช่นนี้ไม่ควรคัดค้านจริงๆ ด้วย...ฮึฮึฮึไท้สือป้าอ๋องผู้แสนฉลาดเอ๋ยเห็นทีเจ้าจะต้องเกรงใจฮูหยินของเจ้าไปตลอดชีวิตกระมัง
                ยังไม่มีใครทันได้กล่าวอะไรออกมาอีก  ทหารที่กำลังยืนยามอยู่ก็เข้ามารายงานว่าพระสนมเอกฉีขอเข้าเฝ้า ซันนี่ปรายตาไปยังอดีตพระสนมเอก  ที่ตอนนี้ยังไม่ยอมกลับแคว้นของตนแต่กลับขออยู่ต่อโดยอ้างว่ายังไม่มีที่ไป  ทั้งที่หากเอ่ยปากไท้สือก็จะมอบทองคำให้เป็นสินเดิมไปตั้งตัวอย่างสุขสบายไปตลอดชีวิตแท้ๆ แต่นางกลับไม่ยอมจากไปเสียที เห็นทีคงยังมีความหวังอยู่กระมัง  หลังจากที่คิดเองเออเองเสร็จสรรพ ก็ปรายตาไปยังตัวต้นเหตุ  ที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ ไท้สือกำลังก่นด่าโชคที่ไม่ค่อยจะเข้าข้างตนในพักนี้เสียเลย  เดิมทีวันนี้เขาคิดจะหาทางเผด็จศึกแม่นกน้อยของเขาต่อจากเมื่อคืนที่พลาดท่าโดนนางหลอกเสียหน่อย  แต่กลับต้องมาเจอเรื่องที่ทำให้นางอารมณ์เสียใส่เขาอีก  เห็นทีโอกาสที่เขาหวังไว้จะต้องหลุดลอยไปไกลอีกเป็นแน่....
                หม่อมชั้นฉีอี้เหนียงถวายพระพรป้าอ๋องและฮองเฮาเพคะอี้เหนียงถือโอกาสนี้ลอบมองหน้าซันนี่โดยตรง  นางไม่เคยได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อนจึงยังไม่เคยเห็นซันนี่ระยะใกล้ขนาดนี้
                แต่พอได้เห็นใกล้ๆ อดีตพระสนมเอกอย่างนางก็อดเข้าข้างตนเองมิได้ ฮองเฮาดูยังไงก็ยังงดงามสู้นางไม่ได้  อย่างไรก็ตามนางก็ยังมีเสน่ห์ของหญิงสาวมากกว่าอยู่วันยังค่ำ  อีกไม่ช้าป้าอ๋องก็คงจะต้องกลับมาหานางเป็นแน่
                ลุกขึ้นเถอะอี้เหนียง....เจ้ามีเรื่องอะไรถึงได้มาขอเข้าเฝ้าข้าถึงที่นี่เล่า
                ที่ตำหนักหลังวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของพระสนมหลายคนด้วยกัน  หม่อมชั้นจึงเป็นตัวแทนมาเชิญเสด็จฝ่าบาทเพื่อไปเป็นเกียรติซักครั้งหนึ่งน่ะเพคะ                                                                                                                                                        อี้เหนียงใช้เหล่าพระสนมที่เหลือมาอ้าง อันที่จริงวันนี้ก็เป็นวันเกิดของนางด้วยเช่นกัน แต่ทว่านางกลัวว่าไท้สือจะปฏิเสธจึงได้ยกบรรดาเหล่านางสนมที่จัดงานวันนี้มาเป็นข้ออ้างด้วย
                ในตอนนี้หากใครได้เข้ามาในอุทยานหลวง จะรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตแห่งการฆ่าฟันที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของซันนี่จนทำให้ทุกคนในที่นั้นรู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก  แม้แต่ฉีอี้เหนียงเองก็ตาม(ย๊าก!ซันนี่หล่อนเป็นซุปเปอร์ไซย่าด้วยเหรอเนี่ย)
                ทุกคนในที่นั้นคิดอย่างเดียวกันว่าคงจะต้องหาโอกาสไปจากตรงนี้ให้ได้ซะก่อน เฟยจิ้งชายผู้ซึ่งชอบเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก  เอ่ยขอตัวเป็นคนแรก ไท้สือมองเหล่าทหารผู้พักดีที่ทยอยกันจากไปทีละคนทีละคน  จนเหลือแต่เขากับอี้เหนียงที่ต้องอยู่รับคำตัดสินเป็นตายกันต่อไป  อี้เหนียงเองก็รู้สึกได้ถึงรังสีที่ออกมาแต่ทว่าหากไม่เข้าถ้ำเสือหรือจะได้ลูกเสือหรือ แต่นางลืมไปว่าถ้ำแห่งนี้มีเสือตัวเมียที่ดุมากคอยกินอยู่(โชคดีน้าตัวเอง)
                งั้นหรือ...แต่ทว่าข้ามีธุระสำคัญคงไปด้วยไม่ได้  เจ้าไปบอกพวกนางด้วยก็แล้วกัน  ว่าข้าจะส่งของขวัญไปให้ทีหลัง
                อี้เหนียงคิดไม่ถึงว่าจะโดนปฏิเสธทันทีต่อหน้าฮองเฮา  ดูท่าหากคิดแย่งชิงกับนางคงยากยิ่งขึ้นแล้วกระมัง  ซันนี่ลดรังสีอำมหิตลงไปอีกอักโขจนทำให้ทหารที่ยืนยามอยู่ค่อยหายใจได้สะดวกขึ้น   ต้องขอบพระทัยป้าอ๋องจริงๆ ที่ให้คำตอบที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงหายใจไม่ออกเป็นแน่
                ไท้สือเองก็รู้สึกได้ จึงลอบถอนหายใจ เขาคงไม่โดนเอาคืนมากนักกระมังคืนนี้ แต่ทว่า...
                หม่อมชั้นว่าฝ่าบาทควรจะเสด็จไปหน่อยนะเพคะ  งานวันเกิดทั้งทีและก็ยังมีหลายคนอีกด้วยพวกนางอาจเสียใจได้นะเพคะซันนี่กัดฟันตอบด้วยน้ำเสียงงอ่อนหวานเป็นพิเศษ
                อี้เหนียงรู้นิสัยไท้สือดีจึงไม่กล้าเซ้าซี้  แต่ก็ต้องตกใจว่าฮองเฮากลับกล้าที่จะค้านการตัดสินใจของไท้สือ แต่ก็เป็นการดี นางจะใช้โอกาสนี้แย่งป้าอ๋องกลับมาเป็นของตนให้ได้ อย่างไรเสียนางก็เคยเป็นถึงพระสนมเอกที่ป้าอ๋องทรงโปรดปรานมากที่สุด.....
                สนมเอก...เอ๊ะ!ไม่ใช่สิ เจ้าไม่ใช่พระสนมแล้วจะเรียกอย่างเดิมก็คงไม่ได้ ข้าขอเรียกเจ้าว่าอี้เหนียงก็แล้วกัน
                อี้เหนียงไม่คิดว่าฮองเฮาที่น่าจะไม่มีพิษภัยกลับ ไม่ไว้หน้าผู้ที่มาก่อนอย่างนางและยังทำต่อหน้าพระพักต์ ที่แย่ยิ่งกว่าป้าอ๋องกลับไม่ยอมตรัสอะไรออกมาสักเพียงคำ
                เพคะ...แล้วแต่จะทรงโปรดเพคะ นางเองก็ต้องจำใจรับคำกลับไปเช่นกัน  ใครใช้ให้นางได้เป็นฮองเฮา  แต่ข้ากลับโดนลดยศเล่าหากต้องการได้ตำแหน่งคืน ก็ต้องฝืนทนให้นางโขกสับไปก่อนอย่าให้ถึงทีข้าบ้างก็แล้วกัน    
                ตกลงว่าฝ่าบาทจะทรงไปร่วมงานคืนนี้ด้วย  ถ้ายังไงข้าเองก็จะไปด้วยเช่นกัน
                ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตกตะลึง ไม่เว้นแม้แต่หลิวปังและอ้ายหลินที่ไปยืนฟังอยู่ด้านนอก อี้เหนียงได้แต่เก็บความคับแค้นไว้ในใจ  แต่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ การที่นางได้เป็นคนโปรดของไท้สือก็เพราะว่านางรู้จักการวางตัวนั่นเอง   อี้เหนียงไม่เข้าใจว่าฮองเฮากำลังเล่นอะไรอยู่  แต่ก็จำเป็นต้องรับปากอย่างแกนๆ 
                เป็นพระมหากรุณาธิคุณจริงๆ เพคะ
                หลังจากที่อี้เหนียงทูลลาจากไป   สถานการณ์รบก็ยังไม่ดีขึ้นยังมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาเป็นระยะๆ ทำให้เหล่าทหารในสมรภูมิต่างบาดเจ็บกันเป็นทิวแถว   ซันนี่ลุกขึ้นยืนโดยที่ไท้สือไม่ทันได้ตั้งตัว  ซันนี่ก็เดินลิ่วออกจากศาลาในอุทยานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ทำให้หลิวปังและอ้ายหลินเดินตามแทบจะไม่ทัน  ไท้สือที่กำลังตกตะลึงอยู่กับที่ถึงกับต้องลุกขึ้นแล้วก้าวเดินโดยไวเพื่อให้ทันฝีเท้านาง   จุดมุ่งหมายของซันนี่ก็คือห้องบรรทม....
                ซันนี่ที่รัก...ข้าไม่มีอะไรกับพวกนางแล้วจริงๆ นะไท้สือที่เดินตามมาทันที่หน้าห้องบรรทม แต่แม่นกน้อยของเขากลับไม่ยอมกล่าวอะไรออกมาซักคำ หรือว่านางโกรธมากกันนะเขาจะทำอย่างไรดีเล่า
                อยู่ดีๆ แม่นกน้อยของเขาก็หยุดชะงักเหมือนคิดอะไรได้ เขาได้ยินนางพึมพัมอะไรซักอย่างแต่ไม่ถนัดจึงต้องเข้าไปใกล้ๆ
                อืม...ใส่ตัวไหนดีน้า สีชมพู สีม่วง สีทอง หรือว่าสีฟ้าดีกว่า เอแต่ว่าถ้าใส่สายคาดเอวแล้วจะกินได้น้อยน่ะสิ อื้มเอาตัวไหนดีน้าที่ไม่ต้องใช้สายรัด เดี๋ยวให้อ้ายหลินดูให้ดีกว่า ไปงานเลี้ยงทั้งทีต้องกินให้คุ้ม อิอิ ได้ข่าวว่าพวกห้องเครื่องเวลามีงานใหญ่จะชอบทำเนื้อย่างรมควัน หุหุหุ อยากกินจังเลย
                ปึด! เป็นเสียงเส้นสติของไท้สือที่ขาดลง เขาถึงกับหัวเราะเสียงดังลั่น ฮะๆๆๆๆ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีที่นางไม่ได้โกรธเขา  แต่นางกำลังคิดหาชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงคืนนี้ โดยที่จะต้องไม่มีสายคาดเพราะมันจะทำให้นางกินได้น้อยลงนั้นเอง หึหึหึ ให้ตายเถอะเขาต้องมากลุ้มใจเพราะเนื้อย่างรมควันเนี่ยนะ หึหึหึ
                หลิวปังและอ้ายหลินที่เดินตามมาทันได้ยินไท้สือกำลังหลุดหัวเราะออกมา  ก็ให้รู้สึกโล่งใจทั้งสองพระองค์คงจะคืนดีกันแล้วกระมัง  อ้ายหลินจึงแยกตัวออกไปอีกทาง นางเดินมุงหน้าไปทางตำหนักของอดีตพระมเหสีซู่เฟิน แต่พอพ้นเข้าเขตอุทยานก็รู้สึกถึงแรงดึงอย่างแรง อ้ายหลินตกใจแต่กลับไม่สามารถร้องออกมาได้ เพราะริมฝีปากบางกลับถูกมือแข็งแรงคู่หนึ่งปิดเอาไว้ อ้ายหลินดิ้นหนีเต็มแรงแต่กลับต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคย
                เจ้าจะดิ้นไปไยเล่า ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายเจ้าสักหน่อย
                มือแข็งแรงคู่นั้นยอมปล่อยให้ปากบางเป็นอิสระ แต่กลับไม่ยอมปล่อยร่างบางจากอ้อมแขน อ้ายหลินมองคนตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตระหนก  แต่ก็ไม่ได้ต่อสู้ดังเช่นตอนแรกเพราะคนที่จับตัวนางก็คือหลิวปังนั่นเอง  เขาใช้วิธีเร่งอ้อมตำหนักมาดักหน้านาง เพื่อที่จะได้พูดคุยกับนางเป็นการส่วนตัวอีกสักครั้ง  เขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมถึงได้อยากคุยกับนางถึงขนาดนี้ ตอนที่เขาเห็นนางครั้งแรกก็รู้สึกชมชอบความไร้เดียงสาจนเหมือนโง่งมของนาง  นางข้าหลวงผู้เคร่งครัดธรรมเนียมจนเขาอยากจะบังคับให้นางทำอะไรซักอย่างที่ผิดธรรมเนียมดูสักครั้ง  
                ท่านหลิวปังได้โปรดคลายมือปล่อยข้าไปเถอะเจ้าค่ะอ้ายหลินตอนนี้ตัวแดงเป็นกุ้งไปหมดแล้วเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของหลิวปัง
                เจ้าจะไปหาผิงเอ๋อหรือหลิวปังเริ่มเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้นางลดการดิ้นรนลง และอ้ายหลินก็หลงกล นางกลับยืนนิ่งเฉยพร้อมกับตอบคำถามของหลิวปังอย่างตั้งใจ
                ใช่ข้าเป็นห่วงนางเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะปรับความเข้าใจกันหรือยัง
                ข้าว่าเจ้ายังไม่ควรเข้าไปจะดีกว่ากระมัง หากเขาทั้งสองคนกำลังปรับความเข้าใจกันอยู่เล่า แล้วเจ้าจะเข้าไปนั่งฟังด้วยกระนั้นหรือ
                ข้าแค่จะย่องไปดูเท่านั้นเองเจ้าค่ะ  แต่ถ้าทั้งสองคนยังสนทนากันอยู่ข้าก็จะไม่รบกวนอย่างแน่นอนพอหลิวปังเริ่มชวนคุยเรื่องผิงเอ๋อ อ้ายหลินก็ลืมสถานการณ์ล่อแหลมของตนเองเสียสนิท  กลับยอมอยู่ในอ้อมแขนของหลิวปังเพื่อตอบคำถามแทน
                เจ้าไม่ต้องไปดูหรอกอย่างไรซะ ทั้งสองคนต้องลงเอยกันด้วยดีเป็นแน่หลิวปังกลับตอบด้วยความมั่นใจ ทำให้อ้ายหลินต้องเอียงคอมองอย่างสงสัย  หลิวปังเห็นสีหน้าอันไร้เดียงสาของนางกลับรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นชายใจทราม  ที่อยากจะรังแกนางเสียตอนนี้เลยทีเดียว
                เหตุใดท่านจึงดูมั่นใจเช่นนั้นเล่า หรือว่าท่านคิดว่าท่านชางไห่ก็มีใจกับผิงเอ๋อเช่นกัน
                เด็กโง่ ตัวโง่งมอย่างเจ้าไปอยู่ที่ใดมา ท่านชางไห่ถึงกับยอมสละชีพเพื่อช่วยนาง เหตุใดกันที่เขาจะไม่มีใจอย่างลึกซึ้งต่อนาง  วันนั้นท่านชางไห่จะใช้กระบี่หยุดไว้ก็ได้ แต่ทว่าอาจจะไม่ทันแต่อย่างมากก็แค่บาดเจ็บไม่ถึงตาย  แต่นี่ท่านชางไห่ไม่อยากให้นางบาดเจ็บจึงได้ใช้ตนเองเข้ารับดาบเอาไว้ต่างหากเล่า
                จริงหรือเจ้าคะ...ดีจริงเจ้าค่ะผิงเอ๋อจะได้มีคนคอยดูแลปกป้องเสียที
                แล้วเจ้าล่ะ...ไม่อยากมีคนคอยดูแลบ้างหรือ” หลิวปังไม่ได้ถามเปล่าแต่กลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
                เอ่อ...คือ ข้าน้อยต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะเจ้าค่ะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดีจึงจำเป็นต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน แต่มีหรือที่หลิวปังจะยอมปล่อยโอกาสอันงามนี้หลุดมือไปได้
                ไม่แน่นะ! อีกไม่นานพวกเราอาจได้จัดงานมงคลก็เป็นได้เห็นว่าเหยื่อที่กำลังจะกินใกล้จะดิ้นอีกครั้งจึงต้องหาเรื่องเบี่ยงเบน
                ดีจังเลยเจ้าค่ะ สวรรค์คงช่วยคุ้มครองและให้พรให้ผิงเอ๋อได้มีทายาทเยอะๆ อย่างแน่นอนอ้ายหลินรู้สึกดีใจด้วยกับสหายรักจนพูดไม่ออก
                หึ....เรื่องแบบนี้ให้สวรรค์ช่วยไม่ได้หรอก คงต้องให้ท่านชางไห่จัดการเอาเอง
                เอ๋
                อ้ายหลินทำหน้างงกับคำกล่าวของหลิวปัง ท่านชางไห่จะช่วยให้พรผิงเอ๋อได้ด้วยหรือ แต่ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรก็มีนางข้าหลวงกลุ่มใหญ่เดินตรงมาทางที่ทั้งสองคนยืนอยู่ หลิวปังใช้ความไวของตน รวบร่างบางเข้าไปหลังต้นไม้ใหญ่ที่มีเถาวัลย์รกทึบทำให้คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นได้  ตอนทีอยู่ในอ้อมกอดของหลิวปังอ้ายหลินรู้สึกว่าใจของนางเต้นแรงนัก เอหรือว่านางจะไม่สบายกันนะ เห็นทีคงต้องไปขอเจียดยาจากหมอหลวงซักหน่อยแล้ว
                หลังจากที่นางข้าหลวงกลุ่มใหญ่เดินผ่านไปอ้ายหลินก็นึกได้ว่า  นางยังไม่ได้จัดเตรียมชุดสำหรับให้ฮองเฮาเสด็จไปงานเลี้ยงคืนนี้เลยนี่นา 
                ท่านหลิวปังเจ้าคะ ข้าคงต้องไปแล้วข้ายังไม่ได้จัดเตรียมเครื่องทรงของฮองเฮาที่จะเสด็จไปงานเลี้ยงคืนนี้เลยเจ้าค่ะ
                หลิวปังรู้สึกเสียดายโอกาสทองยิ่งนักแต่ก็ต้องจำใจปล่อยนางออกจากอ้อมแขนไป  ตอนที่นางก้าวออกไปจากอ้อมกอดของเขา หลิวปังกลับรู้สึกว่าเหมือนกับส่วนหนึ่งได้หลุดลอยขาดหายไป  จนแทบอยากจะกกกอดนางไว้ในอ้อมแขนมิยอมให้นางได้จากไปไหนอีกเลย เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกเหมือนกับขาดอะไรบางอย่างเช่นนี้อีก  ความรู้สึกนี้ช่างเป็นจุดอ่อนของนักฆ่าเช่นเขาจริงๆ                                                                                                                                               อ้ายหลินหลังจากแยกตัวออกมาก็ตรงไปยังห้องบรรทมของฮองเฮา ไท้สือหลังจากที่สติหลุดไปชั่วครู่ก็นึกได้ว่ายังมีรายงานที่ยังไม่ได้ตรวจจึงมุ่งหน้าไปยังห้องทรงพระอักษร ทิ้งให้ซันนี่มองหาชุดเพื่อการกินของนางต่อไป ก่อนไปยังอดรังแกแม่นกน้อยของเขาไม่ได้ กว่าไท้สือจะออกจากห้องบรรทมริมฝีปากอวบอิ่มของซันนี่ก็ถูกไท้สือกินจนอิ่มไปก่อนแล้ว.....

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #1865 mythnight (@mythknight) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 15:48
    น่ารักอ่ะ อยากให้อัพเยอะๆ
    #1865
    0
  2. #1864 ~[ยัย:[ตัว]:ดี]~ (@yoyafah) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 12:07

    แหม๊แหม่หวานกันจัง - - อ่านแล้วหงุดหงิดทำไมเราไม่มีคู่งี้บ้าง โฮๆๆๆT^T

    #1864
    0
  3. #1863 apple2tone (@apple2tone) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 10:30
    วันนี้ก้อรออ่านต่ออยู่หนา รีบมาอัพด่วน อิอิ
    #1863
    0
  4. #1862 ปอนด์ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 09:47
    สนุกมาก............ รออ่านทุกวันเลย
    #1862
    0
  5. #1861 poo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 01:09
    แอบลุ้น.....ให้เจ๊เกด อัพเพิ่ม -Q- ฮี่ฮี่
    #1861
    0
  6. #1860 nat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กันยายน 2551 / 00:35
    คนเขียนน่ารักมากๆ อัพสม่ำเสมอดี ขออัพเยอะๆน้ะ กำลังเข้มข้นเลย
    #1860
    0
  7. #1859 NiLe_Piano (@NiLe_Phiracha) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 23:19
    อัพอีกน้า
    รออ่านทั้งวันเลย
    สู้ๆน้า
    #1859
    0
  8. #1858 apple2tone (@apple2tone) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 20:49
    วันนี้จามาอัพอีกป่าว รอลุ้นอยู่หนา
    #1858
    0
  9. #1857 คนชอบอ่าน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 17:59
    เจ้จ้า สงสารไท้สือบ้าง กลัว ซันนี่หงอแย้ว อย่าให้นางเอกเราโหดเกินน่า สงสารไท้สือ อิอิ (แต่เราชอบนางเองอย่างซันนี่นะ ซะงั้น)



    อิอิ อัพบ่อยๆๆ จิตแจ่มใสนะค่ะ เจ้เกด เป็นกำลังใจให้ค่า สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1857
    0
  10. #1856 nui (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 16:28
    มีตัวมารโผล่มาอีกแล้วตอนนี้ อิอิ
    #1856
    0
  11. #1855 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 15:13
    ซันนี่เก่งที่สุด
    #1855
    0
  12. #1854 มิม (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 12:38
    น้อยไปอ่ะ ยังไม่จุใจเลย ต่ออีกซักนิดไม่ได้เหรอค่ะ นะนะ
    #1854
    0
  13. #1853 joom139 (@joom139) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 11:56
    พี่น้อยคร้าบ อัพต่อเถอะคร้าบ จัยจะขาดแล้ว
    อยากอ่านต่ออ่ะ
    #1853
    0
  14. #1852 ~[ยัย:[ตัว]:ดี]~ (@yoyafah) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 10:36
    อัพจิค๊ะ ยังอ่านมิจุใจเลยง่ะ
    #1852
    0
  15. #1851 joom139 (@joom139) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 09:37
    มีตีพุงนอนรอจ้า
    #1851
    0
  16. #1850 love me (@Deanlovely) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 08:58
    อัำพอีกน้า รออยู่จ้า
    #1850
    0
  17. #1849 apple2tone (@apple2tone) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 08:53
    อ๋า อัพนิดเดียวเองวันนี้มาอัพต่อด้วยนะจ๊ะ รออยู่หนา
    #1849
    0
  18. #1848 T-NA (@240534) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2551 / 08:46
    แต่ก็ยังหล่อน่ะค่ะ เจ๊เกด
    #1848
    0
  19. #2 เทพธิดาแพริน (@bloysit) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2552 / 21:06
    โอ๊ยคัน คัน เหลือเกิน ทำไมหวานกันอย่างนี้>O< อิจฉาตาร้อน จริงๆ
    #2
    0