อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 25 : ความรัก ฐานะ เราสองคน ลงให้ใหม่แล้วจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    24 ก.พ. 52

               


                ผิงเอ๋อผู้มุ่งมั่น                                          ชางไห่ผู้มั่นคง





       

ตำหนักอดีตพระมเหสีซู่เฟิน...
                ผิงเอ๋อกำลังจับตาดูวินาทีแห่งชีวิตที่สำคัญที่สุดของนางอย่างตั้งใจ คืนนี้หากชางไห่สามารถผ่านไปได้เขาก็จะรอด  นางได้แต่ภาวนาให้ได้มีโอกาสนั้น นางหันไปมองอ้ายหลินที่กำลังนั่งหลับอยู่บนโต๊ะกลางห้อง สหายรักเพียงผู้เดียวของนาง  อ้ายหลินเป็นห่วงเรื่องของนางแค่ไหนนางนั้นรู้ดี   แต่ทว่า.... หัวใจดวงนี้ก็มีห่วงแล้วเช่นกัน....
                อ้ายหลิน...อ้ายหลิน... ผิงเอ๋อเดินมาเพื่อปลุกนางให้ตื่น
                อื้มมม...อ้ายหลินงัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นผิงเอ๋ออยู่ตรงหน้า  ก็นึกว่ามีเหตุร้ายจึงได้ละล่ำละลักถาม
                ผิงเอ๋อเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ  หรือว่าท่านชางไห่เขา...เขาสีหน้าของอ้ายหลินยามนี้ซีดเผือก  เมื่อนึกถึงว่าคนป่วยคนสำคัญกำลังจะจากไป
                เปล่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ข้าเพียงอยากให้เจ้าไปพักผ่อนที่ห้องเท่านั้นเอง                                                                                                                                                                     พอได้ยินดังนั้นอ้ายหลินก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
                ให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ  เจ้าจะได้พักผ่อนบ้าง                                                                                                                                                       นางเห็นผิงเอ๋อไม่ได้หลับนอนมาสองวันสองคืน  อาหารก็ทานได้น้อยแทบจะไม่ได้แตะเลยก็ว่าได้  เรือนร่างที่บอบบางอยู่แล้วยิ่งดูบอบบางเข้าไปอีก   
                ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก เจ้าต่างหากเล่าพรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีก  กลับไปนอนที่ห้องเถอะนะข้ายังไหวอยู่  อีกอย่างท่านนายกองหลินก็อยู่ด้านนอก หากมีเรื่องอะไรข้าก็จะให้เขาช่วย
                อ้ายหลินเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของผิงเอ๋อจึงไม่กล้ากล่าวค้านอะไรออกมาอีก สหายรักของนางผู้นี้หากตัดสินใจอะไรไปแล้วจะยึดมั่นเด็ดเดี่ยวไม่ยอมเปลี่ยนเด็ดขาด นางจึงพยักหน้ารับคำ แล้วลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปพักผ่อนต่อที่เรือนของนางข้าหลวง
                สองวันมาแล้วที่ชางไห่อาการไม่สู้ดี  จับไข้สูงและมีอาการเพ้อ  ต้องคอยจับไว้เพื่อไม่ให้แผลได้รับความกระทบกระเทือน  ตอนนี้ก็เช่นกันชางไห่กำลังกระสับกระส่ายเพราะพิษไข้  คืนก่อนมีนางกับอ้ายหลินสองคนช่วยกันก็ยังพอเบาแรงไปได้  แต่วันนี้มีนางคนเดียวทำให้ต้องใช้แรงทั้งหมดในการยับยั้ง  กว่าจะทำให้ชางไห่สงบลงได้ผิงเอ๋อก็ถึงกับเหงื่อซึมตามไรผมและดวงหน้าหวานเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดใสๆ   นางเอื้อมมือไปอังความร้อนที่หน้าผากของชางไห่ ไม่ได้การท่านชางไห่ไข้ขึ้นอีกแล้ว

             
สองมือของผิงเอ๋อประคองถังน้ำที่มีผ้าสะอาดพาดอยู่ผืนหนึ่ง  นางกำลังจะเช็ดตัวให้ชางไห่ สองมือบอบบางค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดไปที่ใบหน้าคมสัน ในตอนที่บาดเจ็บท่านหมอจูอินได้สั่งกำชับเรื่องเช็ดตัวลดไข้หนักหนา ทำให้ทั้งร่างของชางไห่ในตอนนี้มีแต่ผ้าพันแผลผืนเดียว   ผิงเอ๋อระหว่างที่กำลังเช็ดตัวอยู่นั้น  ก็นั่งพินิจดวงหน้าคมเข้มของอีกฝ่าย  นึกถึงตอนที่อยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น...
                ทำไมท่านถึงได้ทำกับข้าแบบนั้นนะ....ข้าไม่เข้าใจในตัวท่านเลยผิงเอ๋อกล่าวกับตนเองเบาๆ   
                ชางไห่ที่ทุกคนคิดว่านอนสลบด้วยพิษไข้  อันที่จริงแล้วเขารู้สึกตัวอยู่เกือบตลอดเวลา  แต่ทว่ากลับไม่มีแรงที่จะลืมตาเท่านั้น ในตอนที่ไท้สือกระซิบบอกกับเขาที่ข้างหู เขาก็ได้ยินไท้สือจึงรู้สึกถึงปฏิกิริยาของชางไห่ และในขณะที่ผิงเอ๋อกำลังคิดว่าพูดอยู่กับตนเองผู้เดียวนั้น ชางไห่ที่นอนอยู่ก็ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วย แต่ทว่าทำไมร่างกายของเขาถึงได้หนักอึ้งถึงเพียงนี้  ไม่สามารถขยับได้ดังใจคิด  ได้แต่นอนฟังนางร้องไห้อยากจะไปปลอบโยนนางก็ไม่ได้  นี่เขาจะต้องตายไปทั้งอย่างนี้น่ะหรือ  หากเขารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้มิสู้เขาเปิดเผยใจให้นางได้รับรู้เลยเสียดีกว่าหรอกหรือ แต่ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้  ไม่มีใครที่จะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้  หากเขาได้มีโอกาสอีกสักครั้งเขาจะไม่มีวันทำเรื่องที่จะต้องมาเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน.....
                ชางไห่พยายามอีกครั้ง  ครั้งนี้เขาได้แต่ภาวนาให้ดวงของเขายังไม่ถึงคาด... ผิงเอ๋อที่กำลังหันไปบิดผ้าที่ถังน้ำข้างๆ  จึงไม่ได้สังเกตุเห็นนิ้วมือที่เริ่มขยับขึ้น  แต่พอนางกำลังเอื้อมมือเพื่อที่จะเช็ดหัวไหล่ให้ชางไห่ ก็พลันไปเห็นเปลือกตาที่กำลังกระตุกอยู่  ผิงเอ๋อดีใจจนบอกไม่ถูกแต่ก็กลัวว่าตนจะตาฝาด จึงได้แต่จ้องมองอยู่นิ่งๆ สักพักนางก็เห็นนิ้วของชางไห่ขยับ   ผิงเอ๋อนึกว่าเขากำลังจะเริ่มดิ้นเพราะพิษไข้อีก จึงได้เอื้อมมือไปจับเอาไว้  แต่ทว่าผิดคาดฝ่ามือข้างนั้นกลับจับมือของนางไว้แน่น   ผิงเอ๋อจึงหันไปมองหน้าของชางไห่เห็นคนป่วยที่ตนเฝ้าดูแลมาเกือบสองวันสองคืนกำลังจ้องมาทางนางด้วยสีหน้าเพลียๆจากพิษไข้   แต่แค่นี้ก็ทำให้ผิงเอ๋อรู้สึกดีใจจนร่ำไห้ออกมา....
                ท่าน...ท่านฟื้นแล้ว  เป็นยังไงบ้างเจ้าคะ  เดี๋ยวข้าจะไปตามท่านหมอจูอินมาก่อนพอกล่าวจบก็ทำท่าจะจากไปแต่มิคาด  คนป่วยที่นอนอยู่กลับไม่ยอมปล่อยมือ  ทั้งยังออกแรงรั้งนางเอาไว้ ทำให้ผิงเอ๋อสงสัยจนแสดงออกมาทางสีหน้า...
                ท่านมีอะไรจะให้ข้ารับใช้หรือคะ ชางไห่ขยับริมฝีปากที่แห้งผาก  แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา  ผิงเอ๋อจึงพยายามเข้าไปใกล้ๆ เพื่อที่จะฟังคนป่วยกล่าวอะไรซักอย่าง
                อยู่..อยู่ที่นี่                                                                                                                                                                                                           นี่คือสิ่งที่ผิงเอ๋อได้ยิน  นางมองหน้าของชางไห่ ก่อนที่จะกล่าวประโยคที่ได้ยินซ้ำออกมาเพื่อความแน่ใจ
                ท่านอยากให้ข้าอยู่ที่นี่ก่อนหรือคะ  แต่ว่าข้าอยากให้ท่านหมอลองตรวจท่านดูอีกสักครา ชางไห่ได้แต่ส่ายหน้า ในตอนนี้เขาได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่จะรั้งนางไปหมดแล้ว จึงได้แต่หลับตาลงหวังว่านางคงจะเข้าใจที่เขาสื่อออกไป แต่ทว่าตอนนี้ขอเขาพักเอาแรงเสียก่อน  ถ้าเขาหายดีเมื่อไหร่  คงมีสิ่งที่ต้องเจรจากับนางอีกมากมาย....
                ผิงเอ๋อได้แต่ยืนมองมือที่ถูกกุมเอาไว้มั่น แต่เจ้าของมืออีกข้างกลับหลับลึกไปเสียแล้วถ้านางจะไปตามท่านหมอในตอนนี้ก็ย่อมได้  แต่ทว่าพอนึกถึงคำพูดที่คนป่วยอุตส่าห์เปล่งออกมาอย่างยากลำบาก ก็ตัดใจจากไปไม่ลง  จึงได้ทรุดตัวลงนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆแท่นบรรทม เพื่อเฝ้าอาการของคนป่วยต่อไป.....

                เช้าแห่งการเริ่มต้นใหม่ผ่านมาถึง  ชางไห่ค่อยๆ ลืมตาตื่นจากฝันอันยาวนาน  เขาเริ่มขยับตัวเล็กน้อย  แต่กลับไม่สามารถทำได้เพราะรู้สึกเจ็บแผล  ที่กำลังเริ่มบวมเล็กน้อย หลังจากที่เรียงลำดับเหตุการณ์ได้สักพักก็รู้สึกอุ่นที่ฝ่ามือจึงปรายตาไปมอง  ก็เห็นศรีษะที่มีผมดำยาวสลวยกำลังฟุบหน้าหลับอยู่  ที่แท้ผิงเอ๋อหลังจากที่รู้ว่าชางไห่รอดพ้นจากความตายแล้วก็รู้สึกโล่งอก  ผลจากที่ไม่ค่อยได้พักผ่อนตอนที่เฝ้าอาการของชางไห่ในตอนแรกก็แสดงออก  ทำให้เผลอหลับตามชางไห่ไป  แม้แต่มือของชางไห่ที่กำลังกุมมือของนางอยู่นั้นก็ยังมิได้คลายออก  ชางไห่มองมือของตนที่กำลังกุมมือน้อยอันแสนบอบบางอยู่ก็ค่อยๆ ชักมือออก  แล้วใช้มือข้างนั้นลูบศรีษะที่มีผมสลวยราวกับว่าจะทดสอบความนุ่มนวล....
                ขนาดเขาลูบไล้เลยไปถึงดวงหน้าหวานนางก็ยังไม่รู้สึกตัว  แสดงว่าตลอดเวลาที่เขาเจ็บนางคงลำบากดูแลเขามาโดยตลอด ในขณะที่กำลังพิจารณาดวงหน้าหวานยามหลับอยู่นั้น หูของเขาก็ได้ยินเสียงขานรับการเสด็จของป้าอ๋องและฮองเฮา....
                ไท้สือเดินหน้าบึ้งตึงหน้าตาซีดเซียวเหมือนคนนอนไม่ค่อยหลับ  ซันนี่เหลือบตามองคนที่เดินอยู่ข้างๆ อย่างขำๆ  เมื่อเช้าเธอก็ได้รู้ว่าคำว่าความลับไม่มีในโลกนั้นมีจริง ไท้สือกลับคิดเอะใจไปถามนางข้าหลวงที่มาทำหน้าที่แทนผิงเอ๋อและอ้ายหลิน ว่าเธอกำลังมีระดูจะทานอะไรดีที่สุด นางข้าหลวงคนนั้นกลับทำหน้างุนงงและกราบทูลว่า  ฮองเฮามีระดูตั้งแต่เมื่อไหร่กันเมื่อคืนตอนที่ช่วยเปลี่ยนฉลองพระองค์นางยังไม่เห็นมาก่อน ไท้สือก็เลยรู้ว่าที่เธอใช้หยุดเขาเมื่อคืนเป็นเรื่องที่กุขึ้น  เช้านี้ตอนที่เธอเห็นหน้าเขาครั้งแรกก็เป็นแบบนี้เสียแล้ว....
                พอทั้งสองเดินผ่านฉากกั้นเข้าไปก็เห็นชางไห่ที่ฟื้นแล้วกำลังมองมา ซันนี่กำลังจะเอ่ยถามอาการก็ต้องหยุดปาก  พอเหลือบไปเห็นผิงเอ๋อที่นอนฟุบหลับอยู่ข้างๆชางไห่  ไท้สือก็เห็นเช่นกันดูเหมือนผิงเอ๋อจะเหนื่อยมากถึงขนาดมีคนเข้ามาในห้องถึงสองคนแล้ว  ก็ยังไม่สามารถทำให้นางตื่นได้  อ้ายหลินที่รีบร้อนเข้ามารู้จากทหารที่เฝ้าหน้าตำหนักว่าป้าอ๋องและฮองเฮาเสด็จมาดูอาการชางไห่แต่เช้าก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้น  พอพ้นมุมตำหนักก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีเงาดำสายหนึ่งมาบังทางของนางไว้
                ไม่ทันได้ตั้งตัวนางก็ชนเข้ากับเงาดำนั้นอย่างจังถึงกับเซและล้มลง  แต่ยังไม่ทันได้ล้มลงไปกลับมีอ้อมแขนมารับไว้แทน  แรงปะทะทำให้อ้อมแขนนั้นตวัดตัวนางไว้กับตัว   ตอนนี้นางถูกกอดไว้โดยใครสักคนที่ช่วยไม่ให้นางล้มไปเมื่อครู่  อ้ายหลินตกใจจนเผลอกอดคนที่ช่วยเอาไว้แน่น ทั้งคู่ยืนอยู่ในท่านั้นซักพัก  จนกระทั่งอ้ายหลินหายตกใจแต่ก็ต้องตกตะลึงแทน เมื่อตอนนี้นางอยู่ในอ้อมกอดของคนแปลกหน้า และยังเป็นชายอีกด้วย  พลันได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ อยู่บนศรีษะ จึงค่อยๆ ข่มความอายเงยหน้าขึ้น
                หึหึหึ...เจ้าจะรีบร้อนไปไหนหรืออ้ายหลิน หากข้าไม่รับเจ้าเอาไว้ป่านนี้เจ้าคงล้มคะมำไม่เป็นท่าไปแล้วหลิวปังมองหน้าที่กำลังเริ่มแดงของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู     
                อ้ายหลินค่อยๆ เอาแขนที่เผลอตัวกอดชายหนุ่มเอาไว้ออก  แต่ทว่าอ้อมกอดของชายหนุ่มก็ยังไม่คลาย  อ้ายหลินพยายามพาตัวเองออกมาจากชายหนุ่ม แต่อ้อมแขนนั้นก็ช่างรัดแน่นราวกับปลอกเหล็ก หลิวปังนึกสนุกอยากลองแกล้งสาวน้อยนี่ดูสักครั้ง  จึงไม่ยอมคลายอ้อมแขนโดยง่าย ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังยืนอยู่ที่ชานด้านในของตำหนัก  จึงทำให้ไม่ค่อยมีผู้ใดผ่านมาทางนี้มากนัก ยิ่งพอโยกย้ายนายทหาร และนางข้าหลวงของตำหนักนี้ไป ตอนนี้ก็เหลือแต่ทหารของนายกองหลิวเท่านั้น  และโดยเฉพาะก็มีนางเป็นนางข้าหลวงคนเดียวในตำหนัก  ถ้าไม่นับรวมผิงเอ๋อ  หากอยู่ในสนามรบ  ก็นับว่าอ้ายหลินตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงคับขัน  โดนข้าศึกโอบล้อมไว้หมดแล้ว.....
                ข้า...คือ...ข้า...ข้า                                                                                                                 อ้ายหลินถึงกับไม่สามารถกล่าวอะไรได้เมื่อตอนนี้นางกำลังอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษ  และบุรุษผู้นั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยนางอีกด้วย อ้ายหลินพยายามใช้มือทั้งสองข้าผลักออก  แต่ก็เหมือนกำลังผลักกำแพงมีชีวิต.....
                ข้าอะไรหรือ  เจ้าจะกล่าวอะไรเล่าข้าฟังไม่ถนัด ไหนช่วยกล่าวให้ข้าได้ยินชัดๆซิไม่พูดเปล่ากลับก้มหน้าลงมาใกล้  จนแทบจะชนปลายจมูกของนางแล้ว
                อ้ายหลินผงะเอนไปทางด้านหลัง  แต่ก็ทำไม่ได้มากนักในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนแข็งแรงกำลังรัดนางแน่นอยู่กับตัวเขา    หลิวปังเห็นนางหน้าแดงก่ำจนถึงใบหูและหายยลับเข้าไปในคอเสื้อ  กลับรู้สึกรื่นรมย์นัก   มิน่าเล่าป้าอ๋องถึงได้ชอบเย้าแหย่ฮองเฮาเสมอ  เพราะว่ามันน่าดูเช่นนี้เอง  กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ลอยมากระทบจมูก   คงจะมาจากนางเป็นแน่ ดูนางสิทำหน้าตื่นตกใจราวกับนัยน์ตากวาง   เนื้อตัวสั่นสะท้านดั่งไม่เคยต้องมือชาย ความไร้เดียงสาเช่นนี้กลับดูหน้าหลงใหลนัก...
                ข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้า ท่านหลิวปังช่วยปล่อยมือด้วยเถอะเจ้าค่ะ                                                                                                                                                      อ้ายหลินกล่าวเสียงสั่น นางเอาทั้งสององค์มาอ้าง  เพื่อที่จะให้หลิวปังปล่อยนางไป  แต่หลิวปังหรือจะหลงกลตื้นๆ นี้โดยง่ายกลับไม่ยอมปล่อยมือและยังก้มหน้าเข้ามาประชิดกว่าเก่า  ทำเอาสาวน้อยอย่างอ้ายหลินถึงกับตัวแข็งทื่อ ไม่สามารถขยับไปไหนได้  ขณะที่กำลังจะหาทางแกล้งแม่กวางตัวน้อยในอ้อมกอดนี้อยู่พลันเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงมาทางนี้  หลิวปังคลายอ้อมแขนอย่างเสียไม่ได้ เขากำลังเสียดายความใกล้ชิดและร่างกายนุ่มนิ่มที่ได้สัมผัส   น่าเสียดายที่มีคนมาขัดจังหวะ  แต่ไม่เป็นไรเขาจะหาโอกาสดีๆ แบบนี้อีก  เห็นทีเขาคงติดใจแม่สาวน้อยนัยน์ตากวางคนนี้แล้วกระมัง....
                อ้ายหลินกำลังตกตะลึงกับการกระทำของหลิวปัง  และจู่ๆ เขากลับคลายอ้อมแขนออก
                เสียงที่หลิวปังได้ยินเดินมาถึง พอดีกับมือของหลิวปังที่พยุงตัวของอ้ายหลินไว้กลับมาอยู่ข้างตัวเขา  หลิวปังทำเหมือนว่ากำลังยืนสนทนากับอ้ายหลินอยู่ และผู้ที่เข้ามาขัดจังหวะก็ไม่ใช่ใคร นั่นก็คือเฟยจิ้งเจ้าเก่านั่นเอง....
                เฟยจิ้งเดินมาถึงเห็นหลิวปังกำลังยืนอยู่ ข้างๆ ตัวเขามีสาวน้อยนางหนึ่งซึ่งหากเขาจำมิผิด นางคือนางข้าหลวงประจำพระองค์ของฮองเฮา  เฟยจิ้งสังเกตุเห็นหน้าอันแดงก่ำของอ้ายหลิน ก็นึกรู้ว่าตนเองคงเข้ามาผิดจังหวะเช่นเคย  อ้ายหลินเห็นเฟยจิ้งเดินมาจึงถือโอกาสกล่าวขอบคุณหลิวปังแล้วขอตัวเดินจากมา  
                หึหึ ดูท่าข้าคงเดินมาผิดเวลากระมังเฟยจิ้งเห็นสายตาของหลิวปังที่มองตามนางข้าหลวงตัวน้อยไป   ก็จึงเอ่ยขึ้นมา....
                ข้าน้อยไม่ทราบว่าท่านหมายความว่ากระไรหลิวปังกล่าวยิ้มๆ  ทั้งสองมองหน้ากันพลางหัวเราะออกมาเสียงดัง  
                ผิงเอ๋อที่ได้พักผ่อนชั่วครู่ก็รู้สึกดีขึ้นมาก  เมื่อลืมตาตื่นขึ้นก็เห็นชางไห่ที่กำลังมองมาที่นางเป็นอย่างแรก  สายตาที่มองมานั้นบอกความรู้สึกมากมาย  แต่ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง  พอหันหน้าไปมองยังโต๊ะที่อ้ายหลินหลับอยู่เมื่อคืน ก็พบกับสององค์ที่กำลังนั่งจิบชากันอยู่ แต่ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ได้ว่าป้าอ๋องนั้นกำลังทรงอารมณ์ไม่สู้ดีนัก  เนื่องจากพระขนงทั้งคู่แทบจะชนกันเลยทีเดียว  ผิงเอ๋อพอรู้สึกตัวก็ถวายความเคารพ 
                เมื่อคืนเจ้าคงจะเหนื่อยมากสินะผิงเอ๋อ ยังไงซะเจ้าไปพักผ่อนก่อนก็ได้นะ ข้าจะช่วยดูแลชางไห่ให้เอง ซันนี่กล่าวอย่างอารมณ์ดี ผิดกับป้าอ๋องที่ทรงขมวดพระขนงมากยิ่งขึ้นไปอีก ชางไห่เห็นพระอาการของป้าอ๋องที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก  ก็พลันนึกในใจว่าเห็นทีหากฮองเฮาทรงพระเมตตากับเขามากกว่านี้ชีวิตน้อยๆ ของชางไห่คงไม่รอดถึงวันพรุ่งอย่างแน่นอน....
                เอ่อ....หม่อมชั้นไม่เป็นไรหรอกเพคะ ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง                                                                                                                                                   ผิงเอ๋อหน้าแดงก่ำที่เผลอให้ทั้งสองพระองค์ได้เห็นภาพที่ไม่ค่อยดีนัก  และยิ่งท่านชางไห่เห็นตอนที่นางกำลังหลับอยู่ยิ่งไม่น่าอภัยให้กับตัวเองจริงๆ  ทั้งสององค์และหนึ่งคนเห็นผิงเอ๋อหน้าแดงก่ำด้วยความอายก็นึกเอ็นดู....
                เป็นอย่างไรบ้างชางไห่  ข้าจะให้หมอหลวงมาตรวจอาการเจ้าอีกครั้งไท้สือมองคนสนิทที่กำลังนอนนิ่งเพราะขยับตัวไม่ค่อยจะได้บนแท่นบรรทมของอดีตพระมเหสี
                กระหม่อมดีขึ้นมากแล้วพะย่ะค่ะ ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงชางไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังติดจะเพลียอยู่บ้าง แต่สีหน้าโดยรวมแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร่นัก
                งั้นข้าจะให้หมอหลวงมาดูอาการเจ้าอีกครั้ง ข้าคงต้องไปประชุมเช้าก่อน ทางนี้คงต้องฝากเจ้าแล้วนะผิงเอ๋อ”                                                                                                                     ไท้สือลุกขึ้นเพื่อที่จะไปประชุมเช้าที่โถงราชการ ซันนี่ที่นั่งจิบชาอยู่ก็ต้องสะดุ้ง เนื่องจากไท้สือเอื้อมมือมารั้งแขนของเธอเอาไว้  ซันนี่มองหน้าไท้สือด้วยความสงสัย
                เจ้าต้องไปกับข้าด้วย วันนี้ข้าอยากให้เจ้าไปร่วมประชุมด้วย ไท้สือมองหน้าหวานด้วยดวงตามีเลศนัย  จนทำให้ซันนี่ถึงกับระแวง อีตาบ้านี่จะต้องคิดแก้แค้นเธอเรื่องเมื่อคืนนี้อย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีกสงสัยต้องเตรียมตัวไว้ให้ดี  
                ข้าไม่อยากไปหรอก ข้าอยากอยู่ที่นี่มากกว่า ท่านไปประชุมขุนนางจะให้ข้าไปด้วยทำไม ไม่กลัวข้าก่อเรื่องอย่างงั้นหรือเธอยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างหวังให้ไท้สือเปลี่ยนใจ  แต่กลับได้รอยยิ้มที่ดูแล้วยังไงก็ไม่ปลอดภัยแทน
                เจ้าอยากก่อเรื่องอย่างงั้นหรือ เจ้าเป็นถึงฮองเฮาใครจะกล้าเอาเรื่องเจ้า ซันนี่หมดคำพูดที่จะกล่าวค้านจำต้องเดินตามแรงจูงของชายร่างใหญ่ตรงหน้า ซึ่งเธอไม่ค่อยอยากเดินด้วยสักเท่าไหร่  พอเดินด้วยกันแล้วเหมือนกับเสาไฟฟ้ากับตอหม้อทางด่วนยังไงหยั่งงั้นเลย  ก็อีตาไท้สือนี่สูงกว่าเธอตั้งเยอะ น่าจะประมาณ 185 ซม.ได้กระมัง ตัวเธอสูงแค่ 155 ซม. ระยะห่างนั้นช่างแตกต่างนัก หึ ฉันไม่เกิดมาสูงบ้างก็แล้วไป.....
                พอทั้งสององค์ออกจากห้องไปแล้วทีนี้ก็เหลือแต่คนป่วย  ที่ดูเหมือนจะอาการดีขึ้นอย่างกระทันหันเนื่องจากสายตาที่มองมายังคนเฝ้านั้นพราวระยับ ไม่มีเค้าของคนป่วยให้เห็น ผิงเอ๋อข่มความอายกล่าวถามด้วยเสียงราวกับกระซิบ.....
                ท่านชางไห่ทานอะไรก่อนไหมเจ้าคะข้าจะไปเตรียมอาหารอ่อนๆ ไว้ให้ชางไห่พยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ
                เจ้าไม่ต้องเดือดร้อนไปเตรียมให้ข้าหรอก  เจ้าออกไปสั่งทหารด้านนอกก็ได้ตอนนี้เจ้าเป็นมเหสีซู่เฟินอยู่นะเจ้าลืมแล้วกระนั้นหรือชางไห่แย้งด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ เพราะกลัวว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์เดิมให้นางต้องเสียใจอีก
                ผิงเอ๋อนึกขึ้นได้ก็รับคำแล้วก็พาร่างบอบบางตรงไปยังประตูเพื่อสั่งให้ทหารด้านนอกนำอาหารของคนป่วยมาให้

                ไท้สือกับซันนี่ระหว่างทางได้เจอกับเฟยจิ้งและหลิวปัง ซันนี่กลัวว่าจะเป็นการขัดขวางคนทั้งคู่ที่อยู่ในห้องจึงบังคับให้ทั้งสองคน ติดตามไปที่โถงประชุมด้วยกัน หลิวปังไม่เห็นอ้ายหลินติดตามมาด้วยจึงได้เอ่ยถามหาคนกับซันนี่   
                ฮองเฮาพะย่ะค่ะ เมื่อสักครู่กระหม่อมสวนทางกับแม่นางอ้ายหลิน นางกล่าวว่าจะไปเข้าเฝ้าเหตุใดกระหม่อมไม่เห็นนางติดตามมากับพระองค์ด้วยเล่าพะย่ะค่ะ” 
                เมื่อครู่ข้าเจอกับนางแล้ว เห็นนางกำลังรีบร้อนจนแทบจะชนกับป้าอ๋องและข้าด้วยซ้ำ หึหึ ไม่รู้ว่านางหนีอะไรมา ท่านพอจะทราบหรือไม่หลิวปัง”                                                                                                                                                  ซันนี่พบอ้ายหลินที่หน้าตาแดงก่ำ เดินแทบจะเป็นวิ่งซึ่งผิดจากกิริยาเรียบร้อยและระวังมารยาทเสมอของนาง  เห็นทีเธอคงได้คำตอบจากชายที่อยู่ตรงหน้ากระมัง
                สีหน้าของหลิวปังเปลี่ยนไปเล็กน้อย  แต่ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาที่คอยจ้องมองอยู่ของเธอไปได้  เห็นทีเธอคงต้องคอยดูแลนางข้าหลวงทั้งสองของเธอให้รัดกุมมากกว่านี้หน่อยกระมัง  ไม่งั้นหากละสายตาไปเพียงชั่วครู่ อาจต้องเสียนางข้าหลวงทั้งสองให้กับองค์รักษ์ประจำตัวไปอย่างแน่นนอน  แต่สำหรับหลิวปังนั้นอาจจัดการได้ง่ายกว่าเพราะเป็นคนเก็บความรู้สึกไม่ค่อยอยู่ ไม่เหมือน ชางไห่รายนั้นไม่ว่ายังไงก็ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้านัก
                กระหม่อมก็มิทราบได้พะย่ะค่ะ   กระหม่อมแค่พูดคุยกับนางเพียงสองสามประโยคและก็แค่โอบกอดไว้อีกเล็กน้อย แต่ประโยคนี้หลิวปังไม่ได้กล่าวออกไปได้แต่เพียงกล่าวอยู่ในใจเท่านั้น
                ไท้สือเห็นว่าสายมากแล้วจึงบอกให้ทั้งหมดรีบตามเข้าไปประชุมเช้าด้วยกัน  ว่าแล้วก็ออกแรงจูงซันนี่มุ่งหน้าสู่โถงประชุมเพื่อประชุมราชการยามเช้าทันที
                อ้ายหลินที่สวนทางกับป้าอ๋องและฮองเฮาหลังจากที่เอ่ยขอตัวมาจากทั้งสององค์แล้ว  ก็รีบเดินมาที่ห้องบรรทมของอดีตพระมเหสีซู่เฟิน ขณะที่กำลังจะผลักประตูเข้าไปนั้นก็พลันได้ยินเสียงสนทนากันภายในห้อง  แต่ทว่าเสียงที่ดังลอดออกมานั้นเป็นเสียงของบุรุษ นางคิดว่าน่าจะเป็นท่านชางไห่ที่ฟื้นแล้ว  เพราะตอนที่นางสวนกับป้าอ๋องและฮองเฮานั้นพระองค์ก็ทรงตรัสให้ฟังเรื่องที่ท่านชางไห่ที่รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์  หากเข้าไปตอนนี้นางมิกลายเป็นคนที่เข้าไปขัดจังหวะการสนทนาหรือนี่(น่าจะไปบอกเฟยจิ้งบ้างนะเนี่ย)   ฝ่ามือบอบบางที่กำลังจะผลักประตูพลันลดลง ร่างบางกลับหันหลังกลับเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ

                ชางไห่ที่กำลังได้รับการป้อนอาหารของคนป่วยอยู่บนเตียงใช้สายตาแทนคำพูด จับจ้องร่างบางที่กำลังใช้ริมฝีปากอวบเป่าข้าวต้มให้เขาอยู่  มือของผิงเอ๋อสั่นเล็กน้อยขณะประคองช้อนเพื่อป้อนอาหาร  นางกำลังเขินกับสายตาที่จับจ้องอยู่ตลอดเวลา  หากทำได้นางอยากจะได้ผ้าซักผืนเพื่อปิดบังใบหน้าให้รอดพันจากสายตาคมนัก ตอนนี้สองแก้มของนางนั้นร้อนผ่าวจนแทบจะเป็นไข้ด้วยซ้ำ  จนกระทั่งข้าวต้มหมดถ้วยนั่นแหละนางถึงกับลอบถอนใจเฮือกใหญ่ออกมา
                ระหว่างที่นางกำลังประคองถ้วยชาจรดริมฝีปากของชายหนุ่มอยู่นั้น นางรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนที่รินรดอยู่ที่นิ้วของนาง แต่มิคาดว่าคนป่วยที่ไม่น่าจะมีแรงนั้นกลับกุมมือของหญิงสาวไว้แน่น  ระหว่างที่นางกำลังจะชักมือกลับ  ผิงเอ๋อมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ   ชางไห่มองมือบางนุ่มนิ่มที่อยู่ในอุ้งมือของเขา ฝ่ามือของนางเล็กเสียจนแทบมองไม่เห็นเมื่อเขากุมมือของนางอยู่  มือหยาบกร้านจากการจับดาบลูบไล้ไปมาบนฝ่ามือบาง  พร้อมกับกล่าวกับสาวน้อยตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
                ตอนที่ข้าเห็นมือสังหารตวัดดาบไปทางเจ้า  ข้า...ไม่ได้คิดสิ่งใดอีกเลยนอกจากจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เจ้าปลอดภัย” ผิงเอ๋อกำลังซึมซับทุกคำพูดที่ได้ยินจากชายที่นางแอบหลงรัก  ชายที่ได้ช่วยชีวิตนางถึงสองครั้งสองครา  ชายที่ยอมสละชีพเพื่อนาง  ทั้งที่นางเกือบจะตัดใจจากความรักที่ไม่สมหวังครั้งนี้เสียแล้ว  แต่แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเกือบจะพรากชายตรงหน้าจากนางไป ทำให้นางคิดได้ว่า  ทำไมนางถึงไม่ต่อสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองมุ่งหวังไว้  แม้ถ้าหากว่าต้องผิดหวังแต่นางก็ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว  ต่อไปภายภาคหน้านางจะได้ไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่นางทำลงไป 
                ชางไห่เห็นนางนิ่งอย่างตั้งใจฟัง ก็เริ่มกล่าวต่อไปอย่างใจเย็น ในตอนนี้เขามีเวลามากมายนักที่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องเสียที   ในเมื่อเขาเกือบจะเสียโอกาสที่จะได้พูดกับนางถึงความรู้สึกที่เขามี  แต่ในขณะนี้โอกาสที่คิดว่าไม่มีวันมาถึงกลับย้อนมาหาเขาอีกครั้ง  และเขาจะไม่มีวันปล่อยให้มันหลุดลอยไปอย่างเด็ดขาด
                ตอนที่ข้ากำลังสลบอยู่ก็เช่นกัน ระหว่างที่ข้ากำลังจะข้ามไปสู่ดินแดนแห่งความตาย  ข้ากลับรู้สึกว่าข้าได้กำลังทอดทิ้งสิ่งที่สำคัญที่สุดไว้เบื้องหลัง  จนทำให้ข้าไม่สามารถที่จะตัดใจข้ามไปได้ เจ้ารู้หรือไม่สิ่งนั้นคืออะไร
                ผิงเอ๋อส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก  นางไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มกำลังกล่าวถึงอะไรอยู่  แต่นางรู้สึกได้ว่าอุ้งมือใหญ่ที่กำลังเกาะกุมมือของนางอยู่นั้น บีบกระชับมือของนางแน่นขึ้น ราวกับว่าเขากลัวนางจะไม่ยอมฟังจนจบกระนั้น....
                สิ่งที่ข้าลืมเลือนเอาไว้คือ  หัวใจของข้า  ข้าได้ลืมไว้กับหญิงนางหนึ่งซึ่งสำคัญต่อชีวิตของข้าที่สุดชางไห่มองหน้าของผิงเอ๋อด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี  แต่ทว่าเห็นทีคำพูดของเขาคงจะอ้อมค้อมจนเกินไป  เมื่อเขาสังเกตุเห็นสีหน้าของผิงเอ๋อที่ซีดเผือด และพยายามที่จะชักมือออกจากอุ้งมือของเขา  สวรรค์...หรือว่าเขาจะต้องกล่าวคำนั้นออกมาจริงๆ
                ข้าไม่ทราบหรอกเจ้าค่ะ ท่านชางไห่ช่วยปล่อยมือข้าก่อนได้ไหมเจ้าคะผิงเอ๋อรู้สึกปวดใจจนไม่อาจนั่งอยู่ต่อไปได้                  ท่านชางไห่มีหญิงในดวงใจเสียแล้ว  นางคงหมดหวังอย่างแน่นอน นางไม่มีหน้าที่จะอยู่ตรงนี้ได้อีกแล้ว  น้ำตาที่ผิงงเอ๋อพยายามกลั้นไว้คลอเต็มดวงตาทั้งสองข้างของนาง  ทำไมความรักช่างนำมาซึ่งความสุขและความทุกข์ได้ขนาดนี้นะ ผิงเอ๋อได้แต่ถามตนเอง...
                ข้าไม่ปล่อยหรอกจนกว่าเจ้าและข้าจะเข้าใจกันเสียที  ข้าไม่อยากเสียโอกาสอีกแล้ว...เจ้าหยุดฟังข้าเล่าเรื่องราวก่อนได้หรือไม่ ข้าขอร้อง                                                                                                                                                                                                                                        ผิงเอ๋อยิ่งดิ้นรน ชางไห่ก็ยิ่งออกแรงบีบมากขึ้น จนชางไห่รู้สึกเจ็บที่บาดแผล จนต้องร้องออกมา
                โอ๊ย!!!
                ท่านชางไห่ท่านเป็นอย่างไรบ้าง  ทำไมขยับตัวแรงขนาดนั้นท่านยังไม่หายดีนะ ดูซิเลือดซึมออกมาแล้วเห็นไหมผิงเอ๋อหยุดดิ้นรนทันที เมื่อได้ยินเสียงร้องและยังเห็นเลือดที่ซึมออกมาอีกด้วย
                ข้าไม่เป็นไรหรอก หากเจ้าไม่อยากให้ข้าขยับมาก เจ้าก็อย่าดิ้นหนีข้าซิเล่าข้าจะได้ไม่ต้องออกแรง
                ผิงเอ๋อได้แต่นั่งตัวแข็งเพราะกลัวว่าจะทำให้ชางไห่ต้องขยับตัวอีก
                ท่านมีเรื่องอะไรจะเล่าก็จงเล่ามาเถอะข้าพร้อมที่จะฟังแล้ว
                ข้า...ข้า...ข้ารักเจ้า”  ปลายเสียงแผ่วเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยิน  แต่สำหรับผิงเอ๋อนั้นมันดังสนั่นอย่างกับว่าชางไห่มาตะโกนอยู่ที่หูของนาง มือที่ถูกกุมอยู่สั่นสะท้าน  จนชางไห่รู้สึก
                อยู่ดีๆ นางก็ร้องไห้ออกมา สวรรค์เขาทำอะไรผิดอีกแล้วหรือนี่
                ข้าเพียงแต่อยากให้เจ้าได้รับรู้เอาไว้  เจ้าอย่าได้กังวลไปเลยข้าจะไม่บังคับใจเจ้าอย่างแน่นอน
                ผิงเอ๋อที่อยู่ดีๆ ได้ฟังประโยคที่คิดว่าจะไม่ได้ยินตลอดชีวิต  ก็อดห้ามน้ำตาที่อัดอั้นมานานไม่ให้ไหลไม่ได้  แต่เขากลับคิดว่านางร้องไห้เพราะคิดว่านางกลัวถูกบังคับ  หึหึหึ ตอนนี้นางดีใจซะจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี  
                เอาล่ะสิ่งที่ข้าอยากจะพูดข้าก็ได้พูดไปแล้ว ขอบใจเจ้านักที่รับฟังข้า”                                                                                                                                                  ฝ่ามือใหญ่คลายมือออกจากมือบาง  
                ผิงเอ๋อตกใจที่ชางไห่เข้าใจผิด นางจะทำอย่างไรดี หลังจากที่ชางไห่คลายมือออกก็ทำท่าจะพักผ่อน  เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งสิ้น เพียงชั่วครู่ชางไห่กลับรู้สึกว่าที่หน้าผากของตนได้รับสัมผัสอันอบอุ่นอ่อนโยน เปลือกตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นอย่างกระทันหัน ทันได้เห็นดวงหน้าหวานที่เพิ่งเคลื่อนกายออกไป ผิงเอ๋อกำลังนั่งหน้าแดงก่ำอยู่ข้างแท่นบรรทม  ในใจกำลังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเองทำลงไป  นางถึงกับจุมพิตบุรุษก่อนหากใครรู้เข้านางคงไม่สามารถสู้หน้าใครได้อีก(อีหนูเอ๋ยยัยซันนี่ทำมากกว่านี้อีกเชื่อเจ๊เถอะ)
                เจ้า...หมายความว่าอย่างไร ชางไห่ทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ  แต่สัมผัสเมื่อครู่ยังติดอยู่กับหัวใจของเขาอย่างลบเลือนไม่ได้  นางหมายความว่านางเองก็รักเขาใช่หรือไม่.....    
                ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า
                ข้าไม่อยากได้เพียงความเห็นใจ หรือการสำนึกในบุญคุณของเจ้า หากเป็นเช่นนั้นล่ะก็เจ้าจงเลิกคิดซะไม่อย่างนั้นหากข้ายึดเจ้าไว้ได้แล้วล่ะก็  เจ้าจะไม่มีวันจากข้าไปไหนได้อีกตลอดชีวิต
                ข้าก็กำลังรอให้ท่านยึดข้าอยู่  รอมานานมาก มากจนข้าไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำผิงเอ๋อช้อนนัยน์ตาหวานมองตรงไปยังชางไห่  
                หึ...ไม่นึกเลยว่าแค่คำกล่าวของเจ้าเพียงคำเดียว ทำให้ความรู้สึกของข้าเหมือนตกนรกและขึ้นสวรรค์ได้พร้อมกัน” 
                ชางไห่ค่อยๆ รั้งร่างบางเข้ามาใกล้  ผิงเอ๋อกลัวว่าจะโดนแผลของชางไห่จึงได้ขืนตัวไว้  แต่ก็สู้แรงของชายหนุ่มไม่ได้  จึงพยายามให้ถูกแผลน้อยที่สุด  ตอนนี้ผิงเอ๋ออยู่ในอ้อมกอดของชายที่นางรอคอยมาตลอดชีวิต  หากมีใครถามนางว่าวันไหนที่นางมีความสุขที่สุดในชีวิต นางคงตอบได้อย่างไม่ลังเลว่าวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของนาง  ก็คือวันที่นางได้มีชางไห่เข้ามาในชีวิตนั่นเอง  แต่นางยังไม่บอกเขาตอนนี้หรอก ขอให้นางได้มีความสุขกับความอบอุ่นที่ได้รับจากอ้อมกอดนี้ซะก่อน  เมื่อไหร่ที่นางพร้อมนางจะเล่าทุกอย่างให้เขาฟังด้วยตัวของนางเอง

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #1832 [P] a k ^O^=- (@pako_o) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มีนาคม 2552 / 10:43
    ซันนี่สูง 155 แหล่ะจ้า คนที่สูง 175 เป็นเพื่อนอะชื่อไรนะ นภิ รึป่าว
    แล้วก้มีอีกคนที่ตัวเท่าซันนี่ แต่เป็นลูกนายอำเภออะ


    หนุกจ้าา
    #1832
    0
  2. #1831 Fe -[ [ RiN ! (@ferinkung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 23:22
    = = !

    หื้มม ทะมัยตอนช่วง แรก ๆ บอกว่าซันนี่สูง 175 ถึงเด่น

    ตอนนี้บอกสูง 155 ซ๊ะงั้นง๊ะค่ะ

    >''< !~
    #1831
    0
  3. #1830 poo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 กันยายน 2551 / 07:08
    สนุกๆๆๆ อยากอ่านต่ออีกอ่ะ รู้สึกเจ๊ จะทรมานคนอ่านนะ มา up ให้ทีละนิดๆ T-T
    #1830
    0
  4. #1829 Ideal (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2551 / 23:40
    กำลังสนุก มาอัพเร็วๆนะค่ะ
    #1829
    0
  5. #1828 poo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2551 / 23:14
    สนุกมากๆค่ะ อยากอ่านต่อมากๆๆๆเลยๆๆๆ
    #1828
    0
  6. #1827 nongkoynarak (@nongkoy09) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2551 / 21:27
    มาอัพด่วนเลยนะค่ะ อยากอ่านฒั๊กมากเลย
    #1827
    0
  7. #1826 joom139 (@joom139) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2551 / 20:06
    โอ้ยช่วยด้วย อยากอ่านต่อจะรลงแดงตายแล้ว 

    เจ้เกดช่วยนู๋ด้วย
    #1826
    0
  8. #1825 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2551 / 11:52

    อ้ายหลินก่ะหลิวปังน่ารักมากเลย
    แต่ยังไงก็ชอบคู่ของหนูซันนีมากกว่านะ

    #1825
    0
  9. #1824 ปากกาทราย (@pakasai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2551 / 07:16

    เจ๊เกดแกล้งชอบให้คนอ่านอารมณ์ค้าง  (อีกแล้ว)

    #1824
    0
  10. #1823 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2551 / 00:49
    เฟยจิ้ง นี่ตัวมารความสุข ตลอดศกเลยเนอะ

    อ่ะๆหลิวปังนี่ก็เจ้าเล่ห์ใช่หยอก

    แต่จบค้างอย่างแรงงงง
    #1823
    0
  11. #1822 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 22:00
    หลิวปังติดเชื้อไท้สือมาแน่เลย มาโหมดใหม่ กรุ้มกริ่มซะแล้ว

    ส่อเค้าเป็นของเล่นจับคู่ แก้จิตป่วนว่างงานของซันนี่อีกคู่ มั่ง!!
    #1822
    0
  12. #1821 ~[ยัย:[ตัว]:ดี]~ (@yoyafah) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 18:00
    อิๆๆๆ  มาต่อรเวๆนะค้า>< อยากอ่านต่อเลี้ยวล่ะ เมี๊ยว~
    #1821
    0
  13. #1820 nui (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 16:03
    เจ๊นี่ มีอีกคู่มาให้ได้อ่านกานอีกแล้ว



    อิอิ มาอัพไวๆเน้อ
    #1820
    0
  14. #1819 มิม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 15:46
    สนุกจังค่ะ มาอัพต่ออีกเร็วๆน่ะค่ะ
    #1819
    0
  15. #1818 ซันนี่อ่ะ ( แบบว่าอยากใช้อ่ะ) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 13:27
    หนุกอ่ะ มา อัพเยวเยวนา แบบว่าชอบอ่ะ
    #1818
    0
  16. #1817 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 10:32

    สนุกดีนา
    มาต่อเร็วนะ

    #1817
    0
  17. #1816 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 08:46

    รูปผิงเอ๋อน่ารักมาก  หุ หุ แต่แอบเซ็กซี่ดว้ย 55555
    เข้าไปดู heise ไม่เห็นเจอรูปซันนี่ กับ ผิงเอ๋อ เจอภาษาจีนก็เอ๋อแล้ว
    น้องเกดเก่งนะ หามาให้ชมสวยๆทั้งน้าน  ถูกจายที่ซู้ด ซี้ดดดด

    #1816
    0
  18. #1815 ปากกาทราย (@pakasai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 02:25

    เมื่ไหร่จะฟื้นสักที สงสารจัง  อยากรู้เรื่องของซันนี่ด้วยแบบว่าโลภอ่ะ

    #1815
    0
  19. #1814 ekating (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กันยายน 2551 / 20:43
    สงสารชางไห่จัง



    แต่แอบขำไท้สือนะเนี่ย
    #1814
    0
  20. #1813 devilgirl (@devilgirl) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กันยายน 2551 / 17:47
    ทำไมตอนนี้มันสั้นจัง

    แต่...หนุกมากค่ะพี่เกด

    รีบมาอัพเร็วๆ นะคะ
    #1813
    0
  21. #1812 -3- Konni Shiwa ^0^ (@Konnishiwa_U) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กันยายน 2551 / 15:37
    ทำไมตอนนี้มันสั้นจังหว่า เอ๊ะหรือยังไม่จบ ยังไงก็สู้ๆนะ บอกอะไรให้นะพี่เกด น้องอ่านนิยายพี่รวดเดียวเรย555
    #1812
    0
  22. #1811 joom139 (@joom139) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กันยายน 2551 / 12:22
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ รออยู่น้า.................
    #1811
    0