อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 2 : กลับมาแล้ว? 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    9 ก.ย. 51

    ณ.มุมหนึ่งของสนามบินสุวรรณภูมิ  ตรงทางออกของผู้โดยสารขาออกของสนามบิน
เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มารอรับญาติสนิท  และในจำนวนนั้นมีคนอยู่กลุ่มหนึงประกอบด้วย ชายสองคนและหญิงหนึ่งคนเป็นที่สนอกสนใจ  ของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น  เหตุเพราะว่า ชายสองคนที่ยืนอยู่กับหญิงผู้นั้น คนหนึ่งหล่อเข้มคมคายนัยน์ตาดุรูปร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้าม  ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกันนั้นกลับตรงกันข้าม ชายคนนั้นกลับมีใบหน้าสวยหวานราวกับหญิงสาวและมีนัยน์ตาชวนฝัน รูปร่างเท่านั้นที่กลับบึกบึนสมชายราวกับว่าสวรรค์สังให้มีทุกอย่างตรงกันข้าม  แต่ทั้งนี้คงไม่เท่ากับหญิงสาว
ที่ยืนอยู่ด้วยกัน ถ้ามองไกล ๆอาจคิดว่าหญิงผู้นี้เป็นพี่สาวของชายหนุ่มทั้งสองคนก็เป็นได้แต่จริงๆแล้วหญิงสาวผู้นี้คือมารดาของชายทั้งสองคน
              
                "เมื่อไหร่จะออกมาซะทีนะ"
                
               "โห..คุณแม่คร๊าบ เดี๋ยวยัยน้องก็ออกมาแล้วคุณแม่บ่นเป็นครั้งที่ร้อย  แล้วนะครับ"  ชายหนุ่มหน้าหวานกล่าว พร้อมกับทำหน้าเหยเกเพราะถูกคุณแม่ยังสาว เหน็บเข้าที่สีข้างซะหนึ่งที
               
               "โอ๊ย....คุณแม่คร๊าบมาทำร้ายผมทำไมผมออกจะพูดความจริง"
               
               "นายกลดทำเป็นพูดเข้า  แม่ไม่ได้เหมือนพวกแกนี่ทิ้งงานทิ้งการหนีไปหาน้องที่อเมริกา แม่นะไม่ได้เจอยัยน้องตั้งนานแล้วนะได้คุยแต่โทรศัพท์" คุณมุกดา  สํจจาเทพ กล่าวอย่างเคืองๆ (อันที่จริงชีเคืองที่ลูกไม่ยอมให้โดดไปด้วยกันต่างหาก อันนี้คนเขียนฟ้อง)
               

             "หึ หึ"  "ไม่ต้องมาหัวเราะผมเลยนะพี่อาทิตย์ ใช่ซี้น้องรักสุดสวาทขาดใจของพี่อาทิตย์กำลังจะกลับมาแล้วนี่" ชายหนุ่มหน้าหวานกล่าวพลางทำหน้าน้อยอกน้อยใจ ฝ่ายพี่ชายครั้นมองท่านั้นของน้องชายแล้วรู้สึกคันไม้คันมือเป็นกำลัง  ได้แต่คิดอยู่ภายในใจว่าท่าทางอย่างนี้น้ำเสียงอย่างนี้แหละ ที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ใจละลายกันมาเยอะแล้ว ถึงขนาดว่าได้ติดอันดับ 1 ของนิตยสารขายดีว่าเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงอยากแต่งงานด้วยที่สุด (คนเขียนก็ช่วยโหวตด้วยคะ \o0o/ โย้วสมาคมหญิงหื่นจงเจริญ) 
               
              "อ้อเหรองั้นยัยน้องก็คงเป็นน้องรักของพี่คนเดียว แล้วใครกันน้าที่ทิ้งการประชุมบอร์ดผู้บริหารเพราะแค่รูเมทของยัยน้องโทรมาบอกว่ายัยน้องมีหนุ่มอิตาลี่มาจีบ" 
   อาทิตย์กล่าวพลางทำหน้าขึงขังแต่แอบหัวเราะในใจ
             
                "พี่ไม่ต้องพูดเลย พูดแล้วเจ็บใจนักไอ้หนุ่มคนนั้นมันชื่อคาโร คาโลงอะไรซักอย่างนี่ละผมจำไม่ได้แล้วมันนะบังอาจมานัดเดทกับยายน้อง  แถมมันยังบอกกับผมว่าหลงรักยัยน้องตั้งแต่แรกพบอีก   ถ้าจะบ้าเพราะตอนที่มันเจอยัยน้องนะ  ยัยน้องเพิ่งจะกระโดดถีบยอดอกมันอยู่เลย  โทษฐานที่คิดว่ามันเป็นมาเฟียมาเก็บค่าคุ้มครองในร้านที่ยัยน้องทำงานอยู่ "
               
                "จริงหรือตากลด ตายแล้ว แล้วหมอนั่นทำไรยัยน้องหรือปล่าว"คุณมุกดากล่าวพลางเอามือทาบอกทำท่าตกอกตกใจ(อันที่จริงเจ๊แกกลัวเสียค่าทำขวัญ)
               
                "มันไม่ได้ทำอะไรยัยน้องหรอกฮะแม่ มันแค่พอลุกขึ้นได้ก็ห้ามบอดี้การ์ดไม่ให้ทำอะไรยัยน้องจากนั้นก็ขอเบอร์โทรพร้อมที่อยู่  คุณแม่ว่ามันหน้าด้านปะ  ไอ้นายคาโลงเนี่ยนะตกลงมันเป็นมาเฟียจริงๆด้วยนะฮะ  แถมมันยังอายุตั้ง 30 แล้วแก่จะตาย ยัยน้องเพิ่งจะอายุ 19เอง (แต่เฮียก็ 30 นะตัวเอง =kako) (ฉันหน้าเด็กอะมีไรปะ=ทรงกลด)"  
               
                "จริงเหรอ  แล้วเขาหล่อปะ"คุณมุกดาถามพลางทำตาระยิบระยับเพราะอยากได้ลูกเขยหล่อ
               "คุณแม่"  "คุณแม่" สองหนุ่มหล่อส่งเสียงประสานกันดังลั่น ทำให้ผู้คนแถวนั้นที่สนใจพวกเขาอยู่แล้วได้โอกาสหันกลับมามองคนทั้งสามอย่างเต็มใจ
                
               "ก็ แหมแม่แค่ถามดู" คุณมุกดากล่าวพลางนึกถึงอดีตของตน อา.....ผ่านมา 10 ปี แล้วสินะ วันเวลาที่ไม่มีเขาคนนั้นอยู่เคียงข้าง ชายคนที่คุณมุกดานึกถึงก็คือ  อนวัฒน์ สัจจาเทพ  สามีของคุณมุกดานั่นเอง  ชายคนนั้นได้ทำตามคำพูดของเขาทุกอย่าง  ที่ได้ให้กับคุณมุกดาไว้ในคืนวันแต่งงาน "ผมจะรักคุณและปกป้องครอบครัวของเราด้วยชีวิต  จนกว่าลมหายใจของผมจะหมดลง "  ในวันนั้นคุณมุกดากำลังกอดลูกสาววัย 9 ขวบอยู่ จึงทำให้มองไม่เห็นมือสังหารที่อยู่บนถนนฝั่งตรงกันข้าม    สามีของเธอกระโดดเอาตัวเข้ามาบังเธอกับลูกไว้ ในวินาทีนั้นเองคุณมุกดารู้สึกว่ากำลังฝันไป  เธอกำลังฝันร้าย....          

                      แต่แปลกเธอกลับไม่รู้สึกอยากตื่นเพราะว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเธอจะไม่มีเขาอยู่เคียงข้างอีกต่อไป เวลานั้นเธอรู้สึกว่าอากาศรอบตัวหมดไปและเธอรู้สึกหายใจไม่ออก  แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกได้ก็คือเด็กหญิงในอ้อมแขนของเธอที่ร้องไห้จ้า  เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดของผู้เป็นบิดา  เธอจึงคิดได้ว่าเธอจะยอมแพ้ได้อย่างไร ลูก  ๆยังต้องการเธอ  พนักงานหลายหมื่นในเครือสัจจาเทพต้องการเธอ ตระกูลสัจจาเทพในขณะนั้นได้ขยายขอบเขตการผลิตจนครอบคลุมเทคโนโลยีทุกอย่างในประเทศไทยเลยทีเดียว นาย  อนวัฒน์ สัจจาเทพ  เป็นนักธุรกิจมือทอง ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็สามารถทำกำไรมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการผลิต เฮลิคอปเตอร์ คอมพ์พิวเตอร์ มือถือ ฯลฯ    จึงทำให้เขามีศัตรูมาก และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้  
              
                     10 ปีผ่านไป ในตอนนี้คุณมุกดาสามารถเกษียรตัวเองได้แล้วเพราะ  ตอนนี้ลูกชายและลูกสาวของเธอ สามารถทำหน้าที่เป็นเสาหลักของตระกูลได้แล้ว  ลูกชายคนโตของเธอ อาทิตย์  สัจจาเทพ   อายุ 35 ปี จบปริญญาโทบริหารจากอังกฤษ  นิสัยเงียบขรึมเด็ดขาดที่ได้จากพ่อ และนัยน์ตาคมดุที่ได้จากแม่  ตอนนี้กุมบั้งเหียนเป็นประธานกรรมการ ของธุรกิจในเครือสัจจาเทพทั้งหมด  ทรงกลด  สัจจาเทพ อายุ 30 ลูกชายคนรอง  จบปริญญาโทบริหารจากอเมริกา  (เจ้าตัวบอกกับดิฉันว่าไม่อยากจบที่เดียวกับพี่ชายเดี๋ยวนิสัยเหมือนพี่) นิสัยขี้เล่น หน้าตาสวยคม ที่ได้จากแม่ และนัยน์ตาเว้าวอนอ่อนหวานที่ได้จากพ่อ  ทำให้คนภายนอกมองว่าลูกชายคนรองของตระกูลเจ้าชู้ และเจ้าสำราญ จะมีก็แต่ญาติที่สนิทกันเท่านั้นถึงจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากแห่งความเจ้าชู้นั้น เปี่ยมด้วยความฉลาดและการตัดสินใจที่เฉียบคมและฉับไว ไม่อย่างนั้นคุณมุกดาคงไม่มอบตำแหน่งรองประธานกรรมบริหารของบริษัทให้    ส่วนตัวเธอนั้นในตอนนี้เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท (ทำไมต้องมีคำว่าอาวุโสด้วยอะ/มุกดา) (ก็คุณแม่แก่แล้วนี่คะ/คนเขียน)
                

                   และก็มาถึงลูกสาวคนสุดท้อง  นางสาว  วงศ์ตะวัน  สัจจาเทพ อายุ  19 ปีหรืออีกชื่อที่เพื่อนๆเรียกติดปากว่าซันนี่      และเป็นยัยน้องสำหรับญาติสนิททุกคน นิสัยขี้เล่น แต่ชอบกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ  ฝึกมาแล้วไม่ว่าจะเป็น ยิงปืน เทควันโด้  ยูโด มวยไทย  และก็เพราะลูกสาวคนนี้แหละที่ทำให้  เจ้าแม่  และ เจ้าพ่อของสัจจาเทพมารวมตัวกัน         เพราะวันนี้ยัยน้องของทุกคนกำลังเดินทางกลับมาจากอเมริกาหลังจากจบการศึกษาต่อระดับด๊อกเตอร์ของที่นั่นแล้ว    เธอจึงกลายเป็นด๊อกเตอร์หญิงคนเดียวในตระกูล   
             

                   "คุณแม่ทำเป็นพูดเล่นไปนะครับ   ผมได้ข่าวมาว่าไอ้หมอนี่มันรวยมากเดือนๆหนึ่งบินตรวจงานแทบจะบินรอบโลกได้เลย  แถมมีเครื่องบินส่วนตัวอีก  ระวังเถอะถ้ายัยน้องตกลงแต่งงานกับเจ้าคาโลงนะ ยัยน้องคงไม่ได้อยู่กับคุณแม่แน่นอนเพราะมันคงพายัยน้องไปทำงานกับมันด้วย  แล้วคุณแม่จะหนาว"  ทรงกลดพูด  พลางเหล่นัยน์ตาหวานไปยังคุณมุกดา   พลางคิดในใจว่าถ้าได้คุณมุกดาเป็นแนวร่วมก็ยังดีเพราะรู้ว่าพี่ชายใหญ่นั้น    
                    
                      ตรงและจริงขนาดไหน

                   "จริงเหรอ   ว๊าแม่ก็อด ได้ลูกเขยฝรั่งสิ" ในใจอดคิดเสียดายไม่ได้    ลูกออกมาต้องน่ารักแน่นอน  เพราะลูกสาวคนสุดท้องของเธอนั้น แทบจะถอดทุกอย่างออกมาจากเธอ ไม่ว่าจะเป็นผมดำเหยียดตรงดำขลับจรดบั้นเอว ที่ทุกคนในบ้านขอไว้ไม่ให้ทำการชำแหละซะไม่ว่าจะไปอยู่ไหนก็ตาม ผิวขาวราวกับน้ำนมและเรียบเนียนไร้ไฝฝ้า จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากสีราวกับลูกเชอรี่ รูปร่างเล็กสมส่วน  เอวคอด สะโพกผายและหน้าอกหน้าใจที่ไม่รู้ว่าได้มาจากใครที่แทบจะล้นหลาม        เรียกได้ว่าถ้าไม่ติดที่ส่วนสูงละก้อเธอคงส่งลูกสาวประกวดนางงามไปแล้ว(แบบว่างกอยากได้ตังค์/มุกดา)      ก้อลูกสาวของเธอคนนี้สูงแค่ 155 ซม.เท่านั้น เธอยังสูงกว่าตั้ง 3 ซม.  ไม่รู้ว่าได้มาจากใคร   (ก้อได้จากเจ๊แหละ/คนเขียน)
    

                    ทั้งนี้สิ่งที่เจ้าตัวดูจะภูมิใจเป็นที่สุด ก็คือนัยน์ตากลมดำใหญ่ที่ดูเหมือนจะหวานหยดย้อยในทุกครั้งที่สบตา  เพราะสิ่งนี้เธอได้รับถ่ายทอดมาจากบิดา วีรบุรุษคนเดียว ที่เธอชื่นชมมากที่สุด   เพราะความรักที่บิดามีต่อมารดานั่นเอง
          

                  "  เอ๊ะ!   นั่นไงครับแม่ ยัยน้องมาแล้ว "  พี่ชายใหญ่ของบ้านกล่าวขึ้นหลังจากยืนนิ่งฟังแม่กับน้องพูดถึงชายในชีวิตของน้องสาวพลางคิดอะไรอย่างเงียบๆตามนิสัย
          
                 "เฮ้ย!  พี่ใหญ่ นั่นยัยน้องนิ ยัยน้องไม่ได้มาคนเดียวด้วย" พี่รองกล่าวขึ้นพร้อมกัดฟัดกรอดดดดดดดดด
          
                 "นั่นสิลูก  น้องมากับใครน่ะ หล่อเชียว" (อ้าวเจ๊อาการหื่นกำเริบ/คนเขียน)
          
                 "โถ่  แม่ฮะ ทำเป็นเล่นมุกอีกแระ ก็ไอ้คาโลง ที่ผมพูดถึงเมื่อกี้ไงฮะมันช่างกล้ามาเหยียบถึงเมืองไทยถิ่นผม  แกตายแน่ไอ้คาโลง  ฮึ่มมมมมมมม  แฮฮฮฮฮฮ่ กรรรรรรรรรรรรร"  (อ้าวตั้วเฮียสุดหล่อของเจ๊กลายร่างซะแล้ว/คนเขียน)
           
                 "ท่าทางหมอนั่นถ้าจะเอาจริงซะด้วย  ดูสิเดินตามยัยน้องของเราต้อยๆเชียว "พี่ใหญ่กล่าว พลางเอามือสอดลงกระเป๋ากางเกงตามความเคยชิน
           
                 "แล้วคุณแม่จะอยู่ข้างผมหรือเปล่าละฮะ" ทรงกลดพูดพลางหาตัวช่วย  คุณมุกดาได้แต่ทำหน้าแห้ง  เฮ้อออออ เวรกรรมอยากได้ลูกเขยหล่อก็อยาก รักลูกไม่อยากให้ห่างไกลตาก็ใช่แถมช่วงหลังๆยัยหนูก็ไม่อยู่ให้แกล้ง เหมือนลูกชายสองคนของเธอซะด้วย (อ้าวเจ๊นึกว่าคิดถึงลูก) แต่สุดท้ายความรัก(ที่อยากจะแกล้ง)ลูก   ก็ชนะ
           
                   " ก็ได้จะแต่อย่าให้ถึงตายนะแม่ไม่อยากประกันตัวลูกเสียดายตังค์"  คุณมุกดากล่าวอย่างตัดใจ (โหเจ๊นึกว่าเป็นห่วงที่แท้กลัวเสียตังค์)
           
                  "ไม่ต้องห่วงฮะแม่ผมจะทำให้เนียนที่สุด ว๊ากกกก  ฮะ ฮะ ฮะ "  (ไปซะเเระตั้วเฮียสุดหล่อของเจ๊) พี่ชายใหญ่ของบ้านได้แต่ส่ายหน้า เฮ้ออออ เวรกรรมมม สู่สุขติเถอะนะนายคาโลง
           
                  " หนูกลับมาแล้วค่า คุณแม่ขา " สาวน้อยร่างบางพูดพลางกระโดดเข้ามากอดคุณมุกดาด้วยความคิดถึง
            
                 " โถ ลูกสาวของแม่คิดถึงจัง ไหนมาให้แม่ดูหน่อยซิว่าเราโตขึ้นขนาดไหนแล้ว "พูดพลางจับร่างบางหมุนซ้ายหมุนขวา 
            
                 "เป็นไงบ้างคะ สวยสมใจคุณแม่หรือเปล่า ฮุ ฮุ "  (แหวะหลงตัวเอง)
            
                 "แหมยัยน้องไม่ทักทายพี่เชื้อเลยนะ  " พี่ชายรองของบ้านกล่าวพลางทำเสียงน้อยอกน้อยใจ
            
                 " ก็แหม น้องเพิ่งเจอกับพี่ชายใหญ่พี่ชายรองเมื่อวันที่น้องรับปริญญาไงคะ แต่กับคุณแม่น้องไม่ได้เจอตั้งนาน " พูดพลางก็สอดส่ายสายตาหาเหยื่อรายใหม่ (ตกลงหล่อนเป็นตัวอะไรกันแน่ยะ)
                 "  พี่ชายใหญ่ค้า น้องคิดถึงพี่ชายใหญ่จังเลย " พอพูดจบก็ผละออกจากคุณมุกดา โผเข้าหาพี่ชายใหญ่ทันที 
             
                " พอเลยยัยน้อง อยากได้อะไรละสิ ทำมาอ้อนพี่ทีเมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าเพิ่งเจอพี่กับเจ้ารอง " ชายหนุ่มกล่าวพลางมองน้องสาวที่กลายร่างเป็นชะนีเกาะติดพลางเอาหน้าถูไถบริเวณอกเสื้อของพี่ชายใหญ่ 
            
                " แหมพี่ชายอะน้องแค่จะทวงสัญญาที่พี่ชายใหญ่บอกว่าถ้าน้องจบด๊อกเตอร์เมื่อไหร่  พี่ชายจะถอยรถให้น้องไงคะ " พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาถูไถหน้าสาวเจ้ากับอกของพี่ชายต่อไป 
            
                " โห  ยัยน้องมาถึงเมืองไทยยังไม่ทันถึงชั่วโมงก็ทวงรางวัลซะแล้ว " พี่ชายคนรองของบ้านส่งเสียงแซวมาแต่ไกล แถมยังเอื้อมเอานิ้วมือมาจิ้มๆน้องสาวแถวๆต้นแขนอีกด้วย " ไหนดูซิ มีขี้เกลือขึ้นหรือเปล่า " พลางเอานิ้วเข้าปากแล้วพูดว่า 
              
                "ยี้ยัยน้อง เค็มๆ เปรี้ยวๆด้วย ไม่ได้อาบน้ำหลายวันสิท่า "  พอพูดจบก็ต้องสะดุ้งสุดตัว  เพราะน้องสาวสุดที่เลิฟส่งฝ่ามือพิฆาตมาที่ต้นแขนดังสนั่น
                
                " พี่รองอะน่าเกลียด น้องแค่ไม่ได้อาบน้ำมา 2 วันเอง " (อ้าวซะงั้น)
             
                หลังจากทักทายกันซักพักหญิงสาวก็นึกได้ว่าตัวเองไม่ได้กลับมาเพียงลำพังยังมีหนุ่มหล่อชาวอิตาลี่กระเตงมาด้วยอีกคน  ขณะนั้นชายหนุ่มที่หญิงสาวพามาด้วยกำลังทำตาเชื่อมส่งมาทางหญิงสาวตลอดเวลา 

(ระวังมดจะขึ้นนะคะสุดหล่อ/ คนเขียน ) *-*
(แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหล่อนละยะ/ซันนี่ ) -_-
                
                " เอ่อ คุณแม่คะ พี่ชายใหญ่ พี่ชายรอง นี่คุณคาโรคะ   เขาเป็นเพื่อนของน้องเอง เราเจอกันที่อเมริกาเนี่ย    ตอนที่น้องไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น บ้านเกิดของนามิรูมเมทของน้องก็ได้เขานี่แหละคะไปเป็นเพื่อน "
               
                " ซาหวาดดีค๊าพพพ" หนุ่มอิตาลี่กล่าวพลางยกมือไหว้คุณมุกดาด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ   และก็หันไปจับมือทักทายพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวด้วยมาดนักธุรกิจ
                 
                "  ตายแล้วน่ารักจริง  ใครสอนภาษาไทยให้คะคุณคาโร " คุณมุกดาเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษ
                  "ซันนี่เป็นคนสอนผมเองครับ  แต่ผมเคยได้ยินเพื่อนคนไทยของผมพูดว่าถ้าอยากพูดภาษาไหนได้  ให้หาแฟนเป็นเจ้าของภาษานั้นๆ  ตอนนี้ผมอยากเรียนภาษาไทยไม่รู้ว่าคุณซันนี่จะยอมสอนให้ผมหรือเปล่า "  พอพูดจบก็หันไปส่งตาหวานให้กับหญิงสาวที่ยืนทำหน้าตาบ้องเบ๊วอยู่ข้างคุณมุกดา
                
                  " หึ...หึ "  เสียงหัวเราะของพี่ชายคนโตของบ้านดังขึ้นเบาๆ  พอดีเขาเหลือบตาไปทันเห็นเจ้าน้องชายหันไปทำท่าอ้วกอยู่ข้างหลัง เท่านั้นยังไม่พอคุณมุกดาบังเอิญเห็นพอดีเลยเหน็บเข้าที่สีข้างของน้องชายเสียหนึ่งที
               
                  "  แล้ว คุณ คาโร มีที่พักแล้วหรือยังคะ ถ้ายังไงมาพักที่บ้านสัจจาเทพก็ได้คะ  บ้านเราออกกว้างขวาง "  คุณมุกดากล่าวชวนอย่างแสดงน้ำใจ
                
                  "  โอ  ขอบคุณครับ  แต่ผมเกรงใจเมื่อกี้บอดี้การ์ดของผมเพิ่งโทรมาบอกเองครับว่าเปิดห้องที่โรงแรมไว้แล้ว  พอดีว่าผมมีธุรกิจโรงแรมที่เมืองไทยอยู่สองสามแห่งแต่ยังไม่เคยมาตรวจงานเอง  พอดีว่าได้โอกาสผมก็เลยแวะมาเที่ยวด้วย เนี่ยถ้าไม่ติดว่าซันนี่เขาจองตั๋วไว้แล้วผมคงให้ซันนี่ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของผมมาคงจะมาถึงเร็วกว่านี้ "
                
                  "ก็แหม  ซันนี่ไม่ได้เป็นคนจองตั๋วนี่นา  พี่รองเป็นคนจองให้ นี่นะคะแม่ คุณ คาโร น่ะเขาก็เลยให้บอดี้การ์ดของเขาขึ้นเครื่องบินของเขามาก่อน ก็เลยไปเปิดห้องในโรงแรมรอไว้ได้ยังไงละคะ "  คุณมุกดาพยักหน้าทำท่ารับทราบ
               
                  " ถ้าอย่างนั้นพี่จะเป็นคนไปส่งคุณ คาโร ที่โรงแรมก็แล้วกันยัยน้องก็กลับบ้านกับคุณแม่และก็เจ้ารองก็แล้วกันนะ " พี่ชายคนโตกล่าวสรุปอย่างฉับวัยสมเป็นนักธุรกิจมือทอง
               
                  " ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะซันนี่อยากกลับบ้านเต็มแก่แล้ว " พูดพลางก็หันไปกอดเอวประจบมารดา ฝ่ายทางหนุ่มอิตาลี่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะทุกประโยคที่พูดมา
ทุกคนพูดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เกียรติผู้มาเยือน
               
                   " ตกลงครับ ถ้าอย่างงั้นซันนี่พรุ่งนี้ผมจะโทรหานะครับเราจะได้นัดกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี อย่าลืมนะครับคุณสัญญากับผมไว้แล้วว่าถ้ามาเมืองไทยเมื่อไหร่คุณจะเป็นไกด์ให้ผม "  หนุ่มอิตาลี่กล่าวยิ้ม ๆ  
              
                   " คะ ไม่ลืมคะ "  ซันนี่กล่าวพลางนึกในใจ ก็ซันนี่ไม่นึกว่าคุณจะมาเลยนี่คะ กะจะชิ่งซะหน่อยตามติดมาตั้งแต่อเมริกาแล้ว โฮกกกกกกกกกกก   ที่นอนจ๋าซันนี่ลาก่อน (อ้าวเป็นงั้นไป/ คนเขียน)
             
                  " งั้นเราไปกันเถอะพี่ทิ้งพวกบอดี้การ์ดให้อยู่ข้างนอก  เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา เชิญครับคุณ คาโร เชิญทางนี้ " พี่ชายใหญ่กล่าวจบก็ออกเดินนำ หลังจากนั้นทั้งหมดก็เคลื่อนขบวนออกจากสนามบิน                                               

  



________________________________________________________________________________________________
  



                               โฮกกกกกกกกกกกกกกกก    โฮกกกกกกกกก
                   
                       ขอโต้ด  ขอโต้ด  T T  น้องๆอย่าโกดเจ๊เลยนะคะ  ฮือๆๆๆๆๆๆๆ
   

                   เจ๊ตั้งใจไว้ว่าจะอัพทุกวันวันละตอน  เพราะตอนนี้น่ะเจ๊ติดเกาะอยู่
 
           เจ๊ไม่นึกเลยว่าเคราะจะซ้ำกรรมจะซัด คอมพ์คู่ชีพดันติดไวรัส อันที่จิงเจ๊อัพเสร็จตอนแรกไปตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้วคะ แต่พอกดบันทึกมันดันหายหมดเลย   เจ๊เงี้ยแทบจะฆ่าตัวตายเลยที่เดียว (แต่กัวเจ็บอะเลยไม่ทำ)  เลยอัพได้ทีละ สี่ห้าบรรทัด
หลังจากนั้นก็เลยล้างคอมพ์คะ  แต่ว่าเน็ตที่บ้านมันช้าอะ ไม่ต่างจากตอนที่ติดไวรัสเลย
 โฮกกกกกกกกกกก   อย่าโกดกันเลยน้า ตอนนี้เจ๊ก็พยายามอยู่อะ
        ถ้ายังไงก็มาเม้นท์กันบ้างน้าอ่านจบแล้ว  จะได้เป็นกำลังใจอะ  สู้  สู้

  ป ล.  ตอนหน้าขอแย้มเล็กน้อยได้เจอพระเอกแน่หุ หุ 
  ปล อีกที ขอบคุณสำหรับน้องที่คอมเม้นท์มาให้นะค่ะ โอม จงสวยวันสวยคืนอิอิ  
  

kako
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #4536 mona_nooparn (@monasatoo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 22:01
    นางเอกของเราหุ่นบาลานด์กันมากเชียว
    #4536
    0
  2. #4534 ซอเรน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2553 / 17:03
    เฮอะ ๆ เพิ่งเข้ามาอ่านเอ่อเราเป็นคนหนึ่งที่เตี้ยสูงประมาณนางเอกเรื่องนี้น่ะ แต่ว่าเป็นคนเตี้ยที่อยากสูงอ่า เลยอยากให้นางเอกสูงโปร่ง ไม่บอกส่วนสูงก็จะใจไม่เสียน่ะ ชอบเห็นคนหุ่นดีสูงโปร่ง ว่าเขางามมากน่ะ เมื่อวานเพิ่งมีคนมาบอกว่าลูกชายเขาสูง ประมาณว่า 189 ซม. แต่แฟนของลูกชายเขาสูงเท่าเรา เราก็นึกเลย พระเจ้าสูงเลยเอวหน่อยเดียว อ่ะ อ้อขอโทษนะที่ติ เฮ้อ แต่เรื่องนี้ชวนติดตามมั่ก ๆ เลย
    #4534
    0
  3. #1487 ♥→♀ Ý●ÜŖ (@batmaruni) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2552 / 22:34
    ครอบครัวนี้น่ารักจัง


    ชักอยากได้พี่ชายใหญ่กับชายรองมานอนกอดแล้ว


    555+
    #1487
    0
  4. #1486 awaw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2552 / 02:59
    นิดนึงนะค่ะ

    ไม่เคยบินไปอเมกาเหมือนกัน แต่เท่าที่รู้บินนานมากกกกกกกกก

    เพื่อนบางคนที่ได้ตั๋วถูกๆแล้วต้องไปรอต่อเครื่องนี่ รวมๆแล้วกว่าจะถึงเสียเวลามากกว่ายี่สิบห้าชั่วโมงอีก

    คุณคาโลงที่ว่ารวยๆนี่ เขาอยากจะบินรวมมากับคนอื่นแบบนี่เหรอค่ะ เขาไม่เอาเครื่องบินส่วนตัวบินตรงมเลยละ

    แถมยังไม่ต้องให้ครอบครัวแฟนมายื่นรอที่ทางออกเหมือนพวกบินชั้นประหยัดด้วย

    มันรวยไม่สมจริงอะคะ อย่าหาว่าจับผิดเลยนะค่ะ
    #1486
    0
  5. #1485 MijikO H. (@mijiko) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 / 14:18

    พี่เกดคะ..... บทนี้คุยเยอะจังค่ะ มองเห็นความสนุกสนานของครอบครัวนี้ได้อย่างเด่นชัด อีกทั้งคุณแม่สูงวัยยังสาว ใช้ศัพท์ได้วัยรุ่นมากเลยค่ะ ทั้งๆ ที่ตัวละครเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น และความคิดอ่านของตัวละครทั้งหมด มีนิสัยที่เหมือนกัน และวัยที่เท่ากัน...
    ไม่เห็นเสื้อผ้าเลยค่ะ รูปร่างเห็นคร่าวๆ เรื่องของแฟร์ชั่นก็มองไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ค่ะ... มองเห็นสนามบิน กะ กลุ่มของครอบครัว

    (จับผิดไปไหมเนี่ย ) แต่เนื้อเรื่องที่ครอบครัวกลุ่มนี้คุยกันเฮฮาดีนะคะ ^^ 
    บอกนิดหน่อยได้ไหม... นิยายใส่ความเห็นของคนเขียนเข้าไป... รู้สึกยังไงพิกล... ไม่ว่ามิจิ นะคะ ^^"

    #1485
    0
  6. #1484 pookka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 / 15:56
    สู้ สู้ เรารออยู่
    #1484
    0
  7. #1483 yurin bell (@yurinsangbell) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 09:40

    สนุกสุดยอดเลยค่ะ
    เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    รักคนเขียนที่สุดเลยค่ะ....จะติดตามอ่านนะค่ะ

    #1483
    0
  8. #1482 ~::Pegasus-z::~ (@natoko) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2551 / 15:19

    หนุกมากๆเลยค่ะ    
    แต่งต่อไปนะค่ะสู้ๆ^^

    #1482
    0
  9. #1481 phoenix (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2551 / 10:23
    เนื่อเรื่องหนุกดีนะค่ะ



    น่าติดตามมั่กๆเลย



    สู้สู้ นะค่ะ
    #1481
    0