​ อำนาจรั (ก) ษ์ #รักษ์เพชร

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 ล้ม..ต้องเหยียบซ้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 มี.ค. 63

บทที่ 11

ล้ม..ต้องเหยียบซ้ำ


 

นาทีลุ้นระทึกก็มาถึงหลังจากที่เลยเวลาปิดหีบมาได้หลายชั่วโมงบางพื้นที่มีการนับคะแนนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยและบางพื้นที่ยังนับคะแนนไม่เสร็จ มีทั้งผู้สมัครที่รู้ผลคะแนนของตนและยังไม่รู้ หนึ่งในนั้นคือเผ่าเพชรที่นั่งลุ้นอยู่กับหน้าจอแสดงผลการนับคะแนนเขตของตน และมีลูกน้องที่สังเกตการณ์อยู่ในพื้นที่จริง โทรศัพท์ของเผ่าเพชรสั่นอยู่อย่างนั้นแต่ไม่มีทีท่าว่าเผ่าเพชรจะกดรับ จนกระทั่ง....


 

“......!!!”


 

“เพชร! ยินดีด้วย!!”


 

“เผ่าเพชรยินดีด้วยนะเว้ย!”


 

“เป็นสส.สอบผ่านแล้ว”


 

ครื่นนนน


 

เผ่าเพชรเหมือนหูดับไปชั่วขณะ ดวงตาพร่ามัว หัวใจสั่นระรัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผลคะแนนโชว์เด่นอยู่บนหน้าจอพร้อมกับรูปของเขา..


 

ทุกอย่างตอนนี้ไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่? เผ่าเพชรรีบวิ่งออกมายังด้านนอกก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เวลาตื่นเต้นหรือทำอะไรไม่ถูกเผ่าเพชรจะเครียด สิ่งที่ทำให้มันบรรเทาลงได้ก็คือบุหรี่เย็นๆ ที่นานๆ ทีเผ่าเพชรจะหยิบมันขึ้นมาใช้ เผ่าเพชรใช้เวลาอยู่กับตัวเองด้านนอกสักพักก่อนจะเดินกลับเข้าไปในพรรค


 

เมื่อก้าวเข้าไปด้านในทุกคนต่างเข้ามาแสดงความดีใจให้กับเผ่าเพชร แม้กระทั่ง...


 

“ยินดีด้วยนะคุณเผ่าเพชร”


 

“ขอบคุณครับท่าน” เผ่าเพชรยกมือไหว้ขอบคุณภาคินเล็กน้อยก่อนที่ภาคินจะเดินไปแสดงความยินและปลอบใจแก่สส.สอบตกจนครบทุกคน


 

‘เจอกันครับ :) ’


 

รักษ์สั่งข้อความสั้นๆ มาให้เผ่าเพชรโดยไม่ติดต่ออะไรมาอีกเลย ส่วนเผ่าเพชรตอนนี้เข้าสู่การเตรียมตัวและเร่งให้ลูกทีมของเขาทำ infographic เพื่อโพสต์ลงในช่องทางออนไลน์ของเขา เรียกได้ว่าคืนนี้ทั้งคืนเผ่าเพชรแทบจะไม่ได้นอนเพราะเตรียมตัวแถลงอยู่ที่พรรคพร้อมกับสส.ท่านอื่นๆ


 


 

“ดีลครับ”


 

(......ตกลงตามนี้)


 

ภาคินนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพังเพราะเขากำลังลุ้นให้สส.ฝ่ายตรงข้ามได้เก้าอี้น้อยที่สุด ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าอย่างไรตนก็ไม่มีทางที่จะได้เป็นรัฐบาล แต่อย่างน้อยการทำให้รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลผสมมากที่สุดเพื่อย่นระยะการทำงาน


 

“ไปตามนี้” เผ่าเพชรถูกเรียกตัวเข้ามาในห้องทำงานของภาคินเพื่อที่จะได้รับมอบหมายงานบางอย่างจากหัวหน้าพรรค


 

“ครับ?”


 

“ทันทีที่เปิดสภาคุณจะไม่ใช่แค่สมาชิกพรรคอีกต่อไป ถึงภายนอกพรรคของเราจะดูทันสมัยแต่อย่างลืมว่า..ผลประโยชน์ของพรรคก็สำคัญ เขตที่คุณรับผิดชอบนั้นจำได้ใช่ไหมว่าใครสนับสนุน”


 

“จำได้ครับ” เผ่าเพชรหยักหน้า และเรื่องที่เขาวิตกกังวลอีกเรื่องหนึ่งก็คือ สาเหตุที่ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมานอกจากสิ่งที่เขาพยายามดันตัวเองแล้ว อีกหนึ่งอย่างก็คือการได้รับการสนับสนุนจากทางผู้ใหญ่ในภาคธุรกิจที่ดีลกับพรรคของเขาอยู่ ถ้าเขาชนะการเลือกตั้งคนที่เขาจะต้องดูแลเป็นอันดับหนึ่งคือคนพวกนั้นไม่ใช่ประชาชนอย่างที่เขาต้องการ แต่ถึงอย่างไรเผ่าเพชรเองก็จะไม่ทิ้งอุดมการณ์ที่เขาหมายมั่นเอาไว้


 

“พรุ่งนี้คุณช่วยเข้าไปขอบคุณเขาด้วยนะ”


 

“ผมต้องเข้าไปเหรอครับ? พรุ่งนี้ผมต้องไปขอบคุณชาว...”


 

“แวะไปก่อน อะไรที่สำคัญคุณน่าจะรู้อยู่นะ” เป็นอีกครั้งที่เผ่าเพชรต้องก้มหน้ายอมรับ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องของภาคิน “อีกอย่างประชาชนก็อย่างพึ่ง รอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากกกต.ก่อน อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอน”


 

การทำงานที่รักแต่สภาพแวดล้อมแบบนี้ก็ทำให้เขาไม่มีความสุขเหมือนกัน หรือเขาเหมาะกับอาชีพอื่นมากกว่า? ณ เวลานี้เผ่าเพชรเองก็ไม่แน่ใจ แต่ในเมื่อเขาเลือกเส้นทางนี้แล้วเขาก็ต้องไปให้สุด


 

เวลาเดียวกัน...


 

“เก็บอาการไม่อยู่เลย?”


 

“พ่ออย่าหาเรื่องผม” รักษ์รีบหุบยิ้มทันทีที่ได้เห็นรายชื่อของเผ่าเพชรโชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ ทรงเกียรติที่เข้ามาพอดีถึงกับไม่พอใจ


 

“ก็เห็นทำหน้าภูมิใจนักภูมิใจหนา อย่าลืมว่าแก..”


 

“ก็บอกว่าไม่ได้ยุ่งกันแล้ว ผมจะยินดีกับมันผมก็ไม่มีสิทธิ์เลยว่างั้น? เกินไปไหมครับพ่อ” รักษ์เองก็ไม่เข้าใจว่าพ่อของเขาจะจงเกลียดจงชังอะไรเผ่าเพชรนักหนา ถ้ารู้ว่าตอนนี้เขาสองคนยังติดต่อกันอยู่คงไม่อกแตกตาย


 

“ไปเตรียมตัว” ทางเกียรติถอนหายใจออกมาอย่างเหลืออดแต่ไม่ได้ต่อว่าอะไรลูกชายของเขาต่อ


 

“เตรียมตัวอะไร”


 

“แถลงการณ์ของพรรค”


 

“ออกหมดแล้วเหรอ”


 

“มีเวลาดูข่าวของมันแต่ไม่มีเวลาดูข่าวของพรรคตัวเอง”


 

“เจอกันข้างนอกแล้วกันพ่อ” ด้วยความที่ไม่อยากทะเลาะทำให้รักษ์ยอมแพ้และเป็นฝ่ายเดินหนีผู้เป็นพ่อออกมาจากห้องพักของเขา นี่ก็อาจจะเป็นอภิสิทธิ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เขามีห้องพักส่วนตัวอยู่ในที่ทำการของพรรคเหมือนผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ


 

“ยินดีด้วยนะรักษ์”


 

“อ่าวคุณนนท์ ยินดีกับสมัยที่สองด้วยนะครับ” ระหว่างทางเดินรักษ์บังเอิญเจอเข้ากับ ‘นนท์’ หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้เป็นสมัยที่สอง


 

“ผลยังไม่เป็นทางการเลยรักษ์”


 

“อย่างไงก็คุณนนท์ครับ เชื่อผมเถอะ”


 

“เจอกันข้างล่าง”


 

“ครับ” หลังจากที่ทักทายกับหัวหน้าพรรคเสร็จ รักษ์ลงมายังด้านล่างของพรรคที่สมาชิกคนอื่นๆ กำลังรวมตัวกันอยู่ ทันทีที่รักษ์เข้าไปร่วมวงทุกอย่างก็เหมือนปกติ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าหัวข้อการสนทนาของคนเหล่านั้นจะคือรักษ์ก็ตาม ถ้าถามว่ารักษ์รู้ตัวไหม เขารู้ แต่เขาเองก็ไม่ได้ว่าแปลกอะไรเพราะเขารู้ตัวดีว่าเขาเหนือกว่าคนอื่น เป็นธรรมดาที่จะมีคนไม่พอใจ


 

“ยินดีด้วยนะรักษ์”


 

“ครับพี่ ยินดีเหมือนกันครับ”


 

“พ่อคงยิ้มใหญ่แล้ว ได้ตำแหน่งปาร์ตี้ลิส”


 

“อ่า..ไว้ผมจะถามพ่อให้นะครับ” และเรื่องที่เขาจะต้องเจอประจำก็คือการลากพ่อของเขาเข้ามาในเกือบๆ ทุกๆ บทสนา แต่นั่นเขาก็ชินแล้วเหมือนกัน


 


 

การแถลงข่าวและการนำเสนอข่าวในวันนี้คงไม่พ้นผลการเลือกตั้งและการวิเคราะห์แนวโน้มในการจัดตั้งรัฐบาลของนักวิชาจากหลากหลายสถาบัน มีทั้งการวิเคราะห์เก้าชิงเก้าอี้ในฝ่ายพรรคร่วม และการโยกย้ายของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งก็มีให้เห็นในทุกๆ สมัยของการเมือง


 

การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการลงมติของ ส.ส. เท่านั้น ใช้คะแนนเสียงจาก ส.ส. 251 เสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี (อ้างอิงจากรัฐธรรมนูบ 40,50) กกต. มีเวลา 60 วัน ที่จะนับคะแนนและประกาศผลอย่างเป็นทางการ ระหว่างนี้ กกต. อาจใช้อำนาจที่มีเพื่อ “เขี่ย” ผู้สมัครส.ส. ของพรรคอื่นออกจาสนามการเลือกตั้งได้


 

และนี่คือแผนการสุดท้ายของทรงเกียรติที่จะใช้จัดการหนามที่ขวางทางลูกชายของเขา...


 

“ไอ้รักษ์เอานี่ไปยื่นให้กกต.กับราม”


 

“หลักฐานอะไร ใครทำผิดการเลือกตั้งอีก?” รักษ์ขมวดคิ้วทันทีที่พ่อของเขายื่นซองเอกสารบางอย่างให้กับรักษ์หลังจากที่แถลงการณ์ขอบคุณประชาชนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยกับคะแนนเสียงที่ได้


 

“รามรู้”


 

“แต่ผมไม่รู้”


 

“ไม่รู้สักเรื่องก็ได้” รักษ์หันหน้าไปมอง ‘ราม’ ที่มีศักดิ์เป็นอาของเขาถึงแม้อายุจะห่างกันเพียงแค่ห้าปีก็ตาม ทำให้รักษ์เรียกรามว่าพี่แทนที่จะเรียกอา


 

“ไปถึงแล้วก็รู้เอง” รามมีนิสัยไม่ต่างจากรักษ์เพียงแต่เขามักจะนิ่งและเลือดเย็นกว่ารักษ์เป็นหลายร้อยเท่า อย่างเช่นในวันนี้


 

“พี่ราม..มันเกี่ยวกับผมเหรอวะ?”


 

“เดี๋ยวพี่ไปรอที่รถ” รามเลือกที่จะเดินหนีออกไปแทนที่จะตอบคำถามของรักษ์ เพราะเรื่องนี้เขาไม่เกี่ยวคนที่เกี่ยวก็คือพี่ชายของเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้รามจะไม่เล่นการเมืองหรือเข้ามาทำหน้าที่ในบทบาทใหญ่ๆ แต่ในหลายๆ แผนการที่ทำให้พรรคประสบความสำเร็จได้หนึ่งในนั้นก็คือราม ฝ่ายกลยุทธ์ที่มีแต่คนอยากดึงตัวไปร่วมงาน ทั้งบริษัทเอกชนใหญ่ๆ แต่รามเลือกที่จะทำงานอยู่ที่พรรคกับพี่ชายอย่างทรงเกียรติที่เปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ ของเขาอีกคน


 

“พ่อ ถามจริงพ่อจะเล่นอะไรอีก”


 

“เล่นเหรอ? พ่อไม่ได้เล่นนะ”


 

“ตอนนี้พ่อกำลังเล่น”


 

“เดี๋ยวก็รู้ แค่ทำตามที่บอก แล้วต่อจากนี้แกจะเลือกอะไรก็เรื่องของแกไอ้รักษ์” จากสายตาและคำพูดของผู้เป็นพ่อรักษ์รู้ได้ทันทีว่านั่นมันหมายถึงการตัดสินใจของเขาซึ่งมันอาจจะเกี่ยวข้องกับเผ่าเพชรอย่างแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาต้องผ่านมันไปให้ได้


 

“พี่ราม พี่บอกผมเถอะ” ระหว่างไปที่กกต.รักษ์พยายาม้างปากของรามเพื่อให้บอกว่าเอกสารในซองนั้นคืออะไร ถึงแม้ว่ารักษ์จะฉลาดและทันคนแต่..ถ้าพ่อเอารามเข้ามาเกี่ยวข้องรักษ์เองก็ไม่แน่ใจว่าจะรับมือไหวหรือเปล่า


 

“ถึงแล้วมึงก็รู้”


 

“พี่รามพี่ก็รู้ว่า...”


 

“มึงเลือกเอง มึงเลือกที่จะผูกมันเอง มึงก็ต้องแก้เอง”


 

“ผมผูกเองแต่พี่ก็ต้องมาช่วยผมผูกก็ได้ไหม”


 

“ถ้ามันจะสนุกกูก็ช่วยผูกไง” รามหันมายักคิ้วให้รักษ์ด้วยสีหน้ากวนๆ “ไม่ต้องเครียด เรื่องนี้มันอาจจะทำให้อะไรง่ายขึ้นก็ได้”


 

“......” เขาก็ขอภาวนาให้เป็นอย่างที่รามพูด


 


 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง


 

รักษ์และรามลงจากรถทันทีที่เข้ามาถึงหน้าศูนย์ราชการซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อรักษ์ปรากฏนักข่าวหลายสำนักวิ่งกรูเข้ามาทันที


 

“คุณรักษ์มายื่นอะไรเหรอคะ?” รักษ์หันไปมองรามเพื่อให้รามตอบแทนเพราะตอนนี้เขาไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารในซอง


 

“เอกสารการทุจริตของสส.เขตครับ” สิ่งที่รามพูดเรียกเสียงฮือฮาของนักข่าวจากหลายสำนักเพราะนี่เป็นข่าวแรกของวันหลังจากผ่านการเลือกตั้งมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง “ต้องเอามาให้กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริง”


 

“พอจะบอกได้ไหมคะว่าเป็นข่าวอะไร”


 

“ก็เป็นข่าวที่พวกคุณจับตามองครับ”


 

“เรื่องแฉใช่ไหมครับ?”


 

“ก็...รักษ์เปิดให้ผมที” รักษ์รับเอกสารจากมือของรามด้วยความรู้สึกร้อนรุ่ม ถึงแม้เขาจะไม่สามารถแสดงอาการผ่านสีหน้าได้ แต่เหงื่อในมือของเขาเริ่มออกบ่งบอกว่าตอนนี้เขากำลังประหม่าหากเอกสารที่ออกมามันเกี่ยวกับเผ่าเพชร


 

“มือคุณรักษ์สั่นรึเปล่าครับ”


 

“ครับ?” รักษ์ที่พยายามเรียกสติกลับมา ก่อนจะตัดสินใจดึงเอกสารออกมาทีเดียว “การทุจริตของสส.เขต XXX...”


 

แชะๆๆๆ


 

เสียงรัวแฟรชสาดเข้ามาทันทีที่เอกสารปรากฏอยู่ตรงหน้านักข่าว รักษ์หายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเอกสารที่เขาถืออยู่อาจจะตัดอนาคตทางการเมืองของเผ่าเพชร แต่เขาก็จำเป็นจะต้องอ่านรายละเอียดด้านใน


 

“ผู้ช่วยคุณเผ่าเพชรสส.เขต XXX ใส่ซองช่วยงานศพเข้าข่ายเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. คือเสนอให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง นี่เป็นรูปครับ ผมขอบอกรายละเอียดแค่นี้พอนะครับ” รักษ์เก็บเอกสารใส่ซองเหมือนเดิม


 

“แสดงว่าคุณรักษ์กับคุณเผ่าเพชรก็ไม่ถูกกันอย่างนั้นเหรอคะ ตามที่ข่าวออกมา?”


 

“ผมเคยตอบไปแล้วนะครับว่าไม่เกี่ยว แต่ที่ผมมาวันนี้ในฐานะคนที่ไม่สามารถมองข้ามการกระทำผิดแบบนี้ได้ ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ถูกใช่ไหมครับ?”


 

“อ่า..แล้วเรื่องที่ว่า...”


 

“ขอตัวรักษ์ก่อนนะครับ” รามเป็นฝ่ายตัดบทสนทนาขึ้นมาเมื่อเห็นรักษ์เริ่มที่จะตอบไม่ตรงคำถาม เขาเองก็เห็นใจแต่ในเมื่อมันเป็นกลยุทธ์ของพรรคเขาเองก็ต้องทำ


 

“ขนาดนี้เลยเหรอวะพี่..พี่มึงแม่ง”


 

“ไปถามพ่อมึง” รักษ์รู้ดีว่าเผ่าเพชรไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน โดยเฉพาะคนที่เคารพกฎกติกาทุกอย่าง เพียงแต่ว่าครั้งนี้เผ่าเพชรหละหลวมกับลูกน้องของเขามากเกินไปโดยไม่รู้ว่ารู้น้องของเผ่าเพชรจะตลบหลังแบบนี้ ถ้ากกต.ให้ใบเหลืองก็มีสิทธิ์เลือกตั้งใหม่ แต่ครั้งนี้เผ่าเพชรต้องรักษาชื่อเสียงของตัวเองเพื่อให้คนในพื้นที่ไว้วางใจอีกครั้ง แต่ก็อาจจะยากเพราะข่าวที่ออกมามันอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์


 

“ถามแน่ แต่พี่มึงช่วยอยู่เฉยๆ ไม่ต้องมายุ่ง”


 

“มึงลืมเหรอว่าสั่งกูไม่ได้ไอ้รักษ์?”


 

“เหี้ยไม่เปลี่ยน”


 

“ไม่ต่างจากมึงครับ”


 


 

 


 

“ยินดีด้วยนะเผ่าเพชร..พึ่งได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่คิดว่าจะดับไวขนาดนี้” เผ่าเพชรนั่งมองข่าวที่ได้รับพร้อมกับภาพของรักษ์ที่ปรากฏขึ้นมาเด่นหราอยู่ตรงหน้า


 

“ครับพี่อิน เสียใจด้วยนะครับ สส.สอบตกตั้งแต่รอบแรก”


 

“ไอ้เพชร!”


 

“ผมพูดแรงเหรอครับ? พี่ถึงต้องตะโกนใส่ผม งั้นขอโทษนะครับแต่ผมตั้งใจ” ด้วยความที่โมโหและโกรธเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้เผ่าเพชรเก็บของและเตรียมที่จะเดินหนีเพื่อควบคุมสติและอารมณ์ของตัวเองให้คงที่กว่านี้ เพราะอีกไม่นานเขาก็คงจะถูกเรียก


 

“อย่าอวดดี”


 

“ถ้ามีดีผมก็คงต้องอวด”


 

“เก่งให้ได้ตลอดนะมึง”


 

“ครับ” เผ่าเพชรเดินผ่านหน้าอินไป ระหว่างนั้นในหัวของเขากลับว่างเปล่า ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เหมือนหลอกให้ดีใจแล้วถูกถีบซ้ำให้ตกเหว แต่เขาจะปีนกลับขึ้นมาได้หรือไม่ก็คงเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้เผ่าเพชรคิดอย่างเดียวว่า


 

เจ็บนี้ไม่มีวันลืม...


 


 

 

เปิดตัวไอเทมลับ พี่รามแฟนเราเอง อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #8 Fangger79 (@Fangger79) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 08:40
    สนุกมากเลยค่าาา
    #8
    0