คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แต่แบบไม่ขี้เกียจ                                                                                       เอาเป็นว่ามาทักทายกันแบบเรื่องสั้นก่อน                                                                                        แล้วเดี๋ยวเจอกันในเรื่องยาวนะคะ

คนอ่านไม่มีแต่อยากเอาลงฮิฮิ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 9 มิ.ย. 57 / 09:58

บันทึกเป็น Favorite


รู้เพียงแค่รักเท่านั้นพอ




แม่ฮะ ฮึก อย่าเพิ่งจากผมไปเลยนะ ฮืออเสียงร้องไห้ดังออกมาจากร่างบางที่นั่งอยู่บนพื้นกระเบื้องภายในห้องนอนไม่ขาดสายมือเรียวทั้งสองข้างก็กอบกุมมือของผู้เป็นมารดาที่นอนอยู่บนเตียงนอนไว้แน่นน้ำตาไหลกลิ้งผ่านพวงแก้มทั้งสองข้างอย่างน่าสงสาร หากมันไหลออกมาเป็นสายเลือดได้ป่านนี้บนดวงหน้าหวานคงเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำเลือดสีแดงสดมากมายไปหมดแล้ว ผู้เป็นแม่ทำได้เพียงเบนสายตามองดูลูกที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเธอเพียงเท่านั้นน้ำสีใสค่อยๆไหลลงมาตามหางตาที่มีริ้วรอยตามวัยคนอายุสามสิบกว่าๆ ใบหน้าที่ขาวซีดเพราะร่างกายที่ถูกโรคแพ้ภูมิของตัวเองรุมเร้าจนอวัยวะภายในร่างกายเริ่มไม่ทำงานอวัยวะภายในล้วนมีแต่เชื้อโรคที่ขยายการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ร่างกายของหญิงวัยกลางคนกระตุกขึ้นสองครั้งอย่างน่ากลัวพร้อมๆกับที่มีน้ำสีแดงข้นค่อยๆไหลลงมาจากโพรงจมูกทั้งสองรู คนตัวเล็กปล่อยมือจากการกอบกุมมือของแม่ออกก่อนจะเข้าไปใช้สองแขนเรียวเล็กของตัวเองกอดร่างกายของคนป่วยที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงรอเวลาหมดลมหายใจ คนตัวเล็กใช้แขนพาดร่างกายของผู้เป็นแม่ไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนที่ตนรักจะหายวับไปกับตา หัวทุยๆวางทาบซบกับต่ำแหน่งหัวใจของผู้เป็นมารดาพอดี น้ำตาที่มันไหลออกมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งเพิ่มมากขึ้นเสียงสะอื้นดังก้องห้องสี่เหลี่ยมอย่างไม่อายใคร หากจังหวะหัวใจของแม่เป็นปกติมันคงจะทำให้ความหวังมีเพิ่มขึ้นทว่าตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจของผู้เป็นแม่มันช่างผิดจังหวะและคลับคล้ายว่ามันจะเต้นช้าลงทุกวินาทีที่ผ่านไป

มันเร็วเกินไปลู่หานยังไม่ได้ดูแลแม่ให้ดีเลยนะ

 

    ลู่หาน เสียงเรียกที่เอ่ยขึ้นแผ่วเบาแต่มันชัดในความรู้สึกของผู้เป็นลูกยิ่งนัก ลู่หานค่อยๆผละออกจากตำแหน่งหัวใจของแม่ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าของผู้ให้กำเนิดน้ำตายังคงไหลลงมาไม่ขาดสายแขนทั้งสองข้างยังคงกอดร่างกายของผู้เป็นแม่ไว้เหมือนเดิมรอฟังคำที่แม่ต้องการจะสื่อสารกับตน แต่ทว่าสายตาของหญิงกลางคนกลับมองเลยผ่านไปยังด้านหลังของผู้เป็นลูก เธอใช้สายตาจ้องไปยังผู้ชายร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ข้างชายวัยกลางคนที่ความสูงไล่เลี่ยกันแต่อายุต่างกัน

เซฮุนเธอพยายามเปล่งเสียงทั้งหมดที่มีเพื่อจะเรียกชื่อผู้ชายที่เป็นเพื่อนอายุรุ่นราวคราวเดเดียวกันกับลูกชายของเธอซึ่งตอนนี้ยืนอยู่ด้านหลังของลูกชายตัวเล็กที่เอาแต่ร้องไห้กุมมือเธอไว้แน่น เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีเธอรู้ดีว่าเธอใกล้จะตายเพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้เป็นแม่อย่างเธอห่วงที่สุดก็คงจะไม่พ้นลูกรักของเธอเป็นแน่ หากเธอเสียไปใครจะดูแลลู่หาน ใครจะคอยพาลูกของเธอไปหาหมอเพื่อตรวจหาโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคหัวใจ หากลู่หานเป็นอะไรไปจะมีใครห่วงใยเหมือนกับเธอหรือเปล่า เรามีกันแค่สองคนแม่ลูกญาติพี่น้องก็ไม่มี คงจะมีแค่เจ้าของชื่อที่เธอเอ่ยเรียกเมื่อสักครู่กระมังที่ดูจะคอยเป็นห่วงลูกของเธอมากเป็นพิเศษหากเธอจะฝากฝังลู่หานไว้กับผู้ชายคนนี้เธอเชื่อว่าเขาจะสามารถดูแลลู่หานได้ดีไม่แพ้ผู้เป็นแม่อย่างเธอแน่นอน

ครับ คุณน้าร่างสูงก้าวเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างคนตัวเล็กที่ตอนนี้ใช้สายตามองมาที่เขาพร้อมทั้งน้ำตาแล้วหันกลับไปทางมารดาเช่นเดิม เซฮุนใช้สายตามองไปที่ร่างบนเตียงเพื่อรอฟังประโยคต่อไปที่แม่ของลู่หานต้องการจะพูด

 

 

น้า ฝะฝาก ลู่ หาน ด้วยเซฮุนไม่ได้ตอบกลับไปแต่อย่างใดหากแต่ร่างสูงกลับยื่นมือไปกุมมือของลู่หานที่กำลังกุมมือของคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงอีกทีนึงเพื่อยืนยันว่าเขาจะดูแลลู่หานเองอย่าได้เป็นห่วง ลู่หานหันใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตามองหน้าร่างสูงที่คลี่ยิ้มบางเบาส่งไปให้แม่ของตนที่ตอนนี้ก็พยายามจะคลี่ยิ้มส่งให้เป็นคำขอบคุณร่างสูงตรงหน้าราวกับเวลาแห่งความสุขใกล้หมดเต็มที ร่างกายของหญิงวัยกลางคนกระตุกอีกรอบแต่ทว่าช่างดูน่ากลัวกว่าเมื่อก่อนหน้านี้นักเธอใช้สายตากลับมาทางลูกชายของเธออีกครั้งพร้อมกับใบหน้าขาวซีดแต่ถูกประดับด้วยรอยยิ้ม มะ แม่ รัก ลูกนะ ประโยคสุดท้ายที่ถูกเรียบเรียงให้สื่อความหมายได้ดีที่สุดเอ่ยออกมาในนาทีสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจที่รวยรินของผู้เป็นแม่จะหยุดลงพร้อมกับม่านตาที่ค่อยๆปิดลงช้าๆจนกระทั่งปิดสนิท

แม่!!!!! ฮึก ฮือออ เสียงเรียกชื่อของมารดาดังก้องไปทั่วห้องนอน พร้อมๆกับที่เสียงสะอึกสะอื้นทวีคูณมากขึ้นไปอีก ตื่น ฮึก ตื่นขึ้นมาสิฮะคนตัวเล็กพร่ำเรียกร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่บนเตียงอย่างไร้สติมือทั้งสองข้างก็ระดมเขย่าร่างกายของผู้เป็นแม่อย่างน่าสงสาร ร่างสูงรีบหยุดการกระทำของคนตัวเล็กในทันทีโดยวิธีการรวบร่างที่กำลังสั่นเพราะการสะอื้นไห้เข้ามาไว้ภายในอ้อมกอดของเขาเองมือหยาบกร้านกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นมือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังเล็กเพื่อปลอบโยนในขณะที่มืออีกข้างก็บรรจงลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มอย่างแผ่วเบาทว่าแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน

   

     ทุกการกระทำล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของชายวัยกลางคนทั้งสิ้น ความรู้สึกสงสารเด็กผู้ชายที่ร้องไห้เพราะเสียแม่ไปจนเผลอหลับคาอ้อมกอดของเด็กผู้ชายอีกคนที่ตอนนี้ใช้ร่างกายของตนเป็นที่นอนชั่วคราวมาร่วมชั่วโมงแล้ว เห็นแล้วช่างเป็นภาพที่น่าหดหู่ยิ่งนักแต่ในขณะเดียวกันก็ดูน่าประทับใจที่อย่างน้อยก็ยังมีใครอีกคนที่พร้อมจะดูแล

 

เจ้านายของเขาช่างเป็นผู้ชายที่อบอุ่นแล้วก็อ่อนโยนจริงๆ

 

ลุงอึนฮยอกครับ

ครับคุณชาย ชายวัยกลางคนที่ควบตำแหน่งคนขับรถให้นายน้อยของตระกูลโอที่ร่ำรวยเป็นพันล้านขานรับหลังจากที่คุณชายหันกลับมาเรียกชื่อเขา

ผมฝากดูแลจัดการเรื่องของคุณน้าด้วยนะครับ เซฮุนพูดไปพลางยกคนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มในอ้อมกอดของเขาขึ้นในท่าเจ้าสาวเดี๋ยวผมจะพาลู่หานไปพักผ่อน แล้วจะกลับมาช่วยเรื่องทางนี้ พูดจบประโยคก็รีบสาวเท้าออกไปจากห้องนอนทันที

 

       เซฮุนค่อยๆวางลู่หานลงบนฟูกเตียงภายในห้องนอนอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกันกับห้องของแม่คนตัวเล็ก ร่างสูงจัดท่านอนให้คนที่ไม่ได้สตินอนในท่าที่สบายตัวจากนั้นจึงดึงผ้าห่มที่พับไว้อย่างเป็นระเบียบที่ปลายเตียงนำมาห่มให้กับร่างบางตรงหน้าเขา ทุกการกระทำล้วนมีแต่ความอ่อนโยนทั้งสิ้น มือหยาบกร้านช่วยเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าคนตัวเล็กออกอย่างแผ่วเบาเผยให้เห็นขอบรอบดวงตาที่บวมช้ำและแดงเป็นบริเวณรอบๆดวงตา  เซฮุนโน้มใบหน้าของตัวเองลงไปให้ระดับใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้หลับพริ้มเพราะความเหนื่อยและเพลียจาการร้องไห้มาอย่างหนักเรื่องที่แม่เสียชีวิต ริมฝีปากหนาค่อยๆจูบซับตรงบริเวณรอบดวงตาทั้งสองข้างที่มันแดงและบวมช้ำอย่างอ่อนโยนเพื่อหวังเป็นยารักษาให้หายจากความเจ็บปวดที่เป็นอยู่ ร่างสูงผละจากจูบที่แสนอ่อนโยนออกก่อนจะแนบหน้าผากของตนเข้ากับหน้าผากของคนที่หลับอยู่ดวงตาคู่คมจ้องมองแพขนตายาวที่เรียงกันอย่างสวยงามด้วยความหลงใหล

ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะดูแลนายเอง จูบย้ำที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้งเพื่อย้ำเตือนในสิ่งที่พูดออกไป

 

ต่อให้เธอมีคนเคียงข้างเป็นร้อยล้านคน

อยากให้รู้เอาไว้ว่าฉันคือหนึ่งในนั้น

หรือต่อให้เธอไม่เหลือใครอยู่เคียงข้างเธอเลยแม้เพียงสักคน

อยากให้รู้เอาไว้อีกเหมือนกันว่าฉันก็ยังจะเป็นคนเดียวที่จะอยู่ดูแลเธอ

1 สัปดาห์ผ่านไป

            สถานที่ที่เงียบเชียบรอบๆบริเวณมีแต่หลุมฝังศพเรียงรายเป็นแถวระนาบเดียวกันไปหมดจะมีเพียงต้นไม่ไม่กี่ต้นเท่านั้นที่มีอยู่ประปรายภาย ในสุสานที่แลดูน่ากลัวมากเช่นนี้คงไม่มีใครคิดอยากมาในที่แห่งนี้สักเท่าใดนักยิ่งเป็นช่วงเวลาที่โพล้เพล้อย่างเช่นในตอนนี้แล้วด้วยยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ทว่าในเวลานี้กลับปรากฏร่างของผู้ชายสองคนที่อยู่ภายในสถานที่ที่เรียกว่าสุสาน คนสองคนซึ่งตอนนี้ยืนอยู่ในตำแหน่งแถวริมสุดของแถวสุดท้ายที่มีหลุมศพเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

            ผมรักแม่นะฮะฮึก หลับให้ สบายนะฮะเสียงสะอื้นยังคงมี หยดน้ำตายังคงไหลผ่านพวงแก้มเนียนทว่าอาจจะไม่หนักเท่ากับวันแรกที่รู้ว่าผู้เป็นแม่ได้จากเขาไปแล้ว คนตัวเล็กโค้งตัวให้กับหลุมฝังศพของผู้เป็นแม่ที่ถูกฝังไว้ข้างๆศพของผู้เป็นพ่อด้วยความเคารพรัก

นับจากวันแรกที่นำร่างกายไร้วิญญาณของแม่มาฝังไว้ในสุสานที่มีแต่ญาติพี่น้องของเขา วันนี้ก็เป็นครั้งที่สี่แล้วที่เขาเข้ามาหาแม่ คนตัวเล็กนำดอกลิลลี่สีขาวหนึ่งช่อที่แม่ชอบมาวางไว้บนดินที่ใช้กลบร่างกายไร้วิญญาณของผู้เป็นมารดาส่วนดอกลิลลี่ที่เหี่ยวเฉาก็นำออกไปวางไว้ใต้ต้นไม้ที่ตั้งเยื้องออกไปจากหลุมฝังศพของพ่อและแม่ประมาณเมตรกว่าๆ ลู่หานโค้งตัวให้กับหน้าหลุมศพของผู้มีพระคุณทั้งสองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ที่คนตัวเล็กยืนนิ่งไม่เขยื้อน สายตาหาจุดวางได้ที่เดียวนั่นคือป้ายชื่อของผู้เป็นแม่ที่เด่นหราอยู่ตรงหน้าเท่านั้น แรงกระชับที่เอวบางทำให้ความรู้สึกค่อยๆกลับมา ดวงตากลมโตที่ตอนนี้เปื้อนคราบน้ำตาเลื่อนลงมองบริเวณช่วงสะโพกซึ่งถูกมือหยาบกร้านของคนตัวสูงกอดเอาไว้จากทางด้างข้างลำตัว ศีรษะทุยของลู่หานเอนเอียงไปพิงกับแผงอกของอีกคนอย่างต้องการที่พึ่ง คนๆเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างเขามาโดยตลอดไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ คนที่เสี่ยวลู่หานเห็นเป็นคนแรกทุกครั้งที่มีปัญหา คนที่คอยให้กำลังใจในยามที่อ่อนล้าอย่างเช่นในตอนนี้ ตอนที่เขาไม่เหลือใครเลยสักคนเดียวที่จะเป็นที่พึ่งพิงได้ นอกจากเขา โอ เซฮุน

“ไม่ต้องห่วงนะครับคุณน้า ผมโอเซฮุน ”ร่างสูงเว้นระยะของคำพูดเมื่อสักครู่ไว้แล้วเบนสายตาต่ำลงเพื่อมองคนตัวเล็กที่ขนาดความสูงแตกต่างกันซึ่งตอนนี้ดวงตากลมโตก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาอย่างใจจดใจจ่อว่าเขานั้นต้องการจะพูดสิ่งใดต่อไป ร่างสูงคลี่ยิ้มบางเบาให้คนในอ้อมกอดก่อนจะเปล่งเสียงออกไปเป็นประโยคที่เสียงไม่ดังมากทว่ามันชัดเจนในประสาทการรับรับรู้ของคนตัวเล็กมากกว่าลำโพงสิบตัวที่เปิดพร้อมกันเสียอีกจังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มแรงขึ้นเพียงแค่ประโยคเดียว

“จะดูแลลู่หานตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคุณน้า แต่ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนอีกต่อไป” เซฮุนพูดพลางกระชับเอวบางให้ใกล้ชิดกับลำตัวของตนมากขึ้นไปอีก “แต่เป็นในฐานะของคนรัก” ตาคมเลื่อนลงมาสบตากับดวงตากลมโตอีกครั้งซึ่งตอนนี้ดูท่าจะตกใจกับสิ่งที่เขาได้พูดออกไปอย่างเห็นได้ชัด

 

รอยยิ้มอบอุ่นถูกประดับบนใบหน้าเรียบนิ่งของชายหนุ่มร่างสูง

ต่อจากนี้ไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นโอเซฮุนจะอยู่เคียงข้างลู่หานตลอดไป
 

@@@@@@@@




 

    เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แต่แบบไม่ขี้เกียจ
    เอาเป็นว่ามาทักทายกันแบบเรื่องสั้นก่อน                                                                                     
    แล้วเดี๋ยวเจอกันในเรื่องยาวนะคะ

                                           
 

คนอ่านไม่มีแต่อยากเอาลงฮิฮิ

 




 

@

                

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ @kainoeyhun จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • แฟนฟิคอื่นๆ

    เรื่องสั้น

    0/79

    0

    0%

    9 มิ.ย. 57

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น