คัดลอกลิงก์เเล้ว

สะเตง...อรุณฉายที่ปลายใจ

นีรภาจะทำอย่างไร เมื่อคนรักต้องลงไปเป็นแพทย์เพื่อใช้ทุนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หาคำตอบได้ใน สะเตง...อรุณฉายที่ปลายใจ

ยอดวิวรวม

1,145

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,145

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


0
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 พ.ค. 52 / 23:01 น.
นิยาย ൧...س· สะเตง...อรุณฉายที่ปลายใจ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

สีหน้าพระภิกษุบ่งบอกความเมตตา เอ่ยขึ้น

                ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ต้องเกิดแหละโยม เป็นพระจะเลือกบิณฑบาตได้อย่างไร ญาติโยมเขาก็รอใส่บาตรกันอยู่ อาตมาขอบใจในความหวังดีของโยมนะ แล้วอาตมาจะคอยระวังตัว

                พระภิกษุรูปนั้นก้าวไปช้าๆ ตามเส้นทางเดิม หากคำพูดเมื่อครู่กลับเหมือนแสงสว่างที่สาดส่องไปยังหัวใจของนีรภา ทุกๆ คนที่นี่ต่างมีหน้าที่ต้องทำ ไม่เว้นแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ แม้ทุกคนจะต้องอยู่อย่างระแวดระวังภัย ด้วยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลายเป็นเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบ หากแต่ก็ไม่มีใครละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง เพราะรู้ว่ายังมีอีกหลายคนที่รอคอย หวังจะให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอันเปราะบางนั้นไว้

                หญิงสาวยิ้มกับตัวเองในใจ บัดนี้เธอก็รู้ถึงหน้าที่ของเธอแล้วเช่นกัน...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 พ.ค. 52 / 23:01


สะเตง...อรุณฉายที่ปลายใจ

 

                "แค่นี้ก่อนนะนีน พี่ต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะ"

                "เดี๋ยวสิคะพี่ธาน พี่ธาน"

                นีรภามองโทรศัพท์มือถือด้วยความขัดใจ นานๆ ครั้งเธอถึงจะติดต่อกับพิธานได้ แต่มันกลับยากเย็นยิ่งกว่า ถ้าจะทำให้พิธานสามารถคุยกับเธอได้เกินสามสิบนาที!

                บางที เธอก็อดนึกโมโหคนรักไม่ได้ ทำไมกัน...ทำไมคู่ของเธอจึงไม่เหมือนคู่อื่นๆ ทำไมระยะทางต้องเป็นเส้นกั้นระหว่างความรักของเธอด้วย

                หญิงสาวหวนนึกถึงตอนที่เจอกับพิธานครั้งแรก ยามนั้นโลกคล้ายเป็นสีชมพู พวกเพื่อนๆ ต่างแซวเป็นอาจิณ

                'พี่ธานมาหาน้องนีนอีกแล้ว'

                'บ้าเชียวยัยรัตน์' หล่อนแก้ขวยเขินด้วยการตะบึงตะบอนใส่เพื่อน หากชุลีรัตน์กลับล้อเลียนหนักกว่าเดิม

                'อย่าปล่อยให้พี่หมอหลุดมือเชียวนะนีน ผู้ชายดีๆ แสนเฟอร์เฟกต์แบบพี่หมอหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก พี่หมอทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังเรียนเก่งขนาดติดแพทย์ได้ ถ้าเธอไม่สนใจพี่หมอจริงๆ ล่ะก็ ฉันจะรีบไปรับดามใจพี่หมอให้เอง'

                นีรภาเขินหนัก หากลึกๆ ก็อดภูมิใจตัวเองไม่ได้ ทุกๆ วัน พิธานจะต้องเดินมารอเธอที่คณะ เพียงเพื่อนั่งทานข้าวด้วยกัน ถึงแม้เขาจะยุ่งกับการเรียนมากแค่ไหน หากเขาก็ยังเอาใจใส่ดูแลเธอเสมอต้นเสมอปลาย

                หากแต่นั่นก็คืออดีตอันแสนหวานชื่น เพราะปัจจุบันนี้น่ะหรือ ช่างต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ หลังจากพิธานเรียนจบ เขาต้องใช้ทุนให้กับรัฐบาล แม้นีรภาจะเคยทักท้วง ด้วยไม่อยากให้คนรักไปไกล หากพิธานก็ไม่ฟัง ยังคงยืนยันจะขอใช้ทุนด้วยกำลังสมองและสองมือ

                'พี่รู้ว่านีนไม่อยากให้พี่ไป แต่พี่อยากไปทำงานที่นั่นจริงๆ นะนีน ถ้าพี่ใช้ทุนรัฐ พี่ก็ต้องขอเงินคุณพ่อคุณแม่อีก'

                'ท่านเต็มใจให้อยู่แล้วค่ะพี่ธาน น่า...นะคะ เชื่อนีนเถอะค่ะ พี่ธานอย่าไปยะลาเลยนะคะ ที่นั่นน่ากลัวออก เหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นับวันก็ยิ่งหนักขึ้นทุกที นี่ก็มีข่าวฆ่ากันตายทุกวัน แล้วพี่ธานจะต้องลงไปเสี่ยงที่นั่นทำไม'

                'นีนยังไม่เคยเห็น คนที่นั่นเขาก็เป็นคนเหมือนๆ กับพวกเรา พวกเขาต้องการหมอที่จะไปช่วยรักษาเขา ถ้าหมอทุกคนคิดแต่จะให้ตัวเองสบาย เขาก็ไม่ควรจะมาเรียนแพทย์ให้เสียทุนรัฐบาล' พิธานเอ่ยหนักๆ

                'งั้นก็ให้คนอื่นไปสิคะพี่ธาน ทำไมพี่ธานต้องอาสาลงไปที่นั่นด้วย'

                'นีน มีเหตุผลบ้างสิครับคนดี ถ้าพี่เลือกที่ๆ ปลอดภัย โดยทิ้งให้ชาวบ้านตาดำๆ ที่รอหมอไปรักษาเขา นีนคิดว่าพี่สมควรทำไหม และนีนจะทำยังไง ถ้านีนรู้ว่ามีคนอีกหลายร้อยคนต้องการให้นีนลงไปเพื่อช่วยเขา นีนคิดว่ามันแย่ไหม ถ้าคนเป็นหมอกลับปฏิเสธคนไข้ ไม่ต้องการลงพื้นที่ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่นั่น ทั้งๆ ที่เขาเป็นพี่น้อง เป็นคนไทยเหมือนๆ กับเรา'

                'ใช่สิคะ นีนมันไร้เหตุผล แต่นีนไม่อยากให้พี่ธานต้องลงไปเสี่ยงที่นั่น นีนคิดแบบนี้มันผิดด้วยเหรอคะ'

                ครานั้น หล่อนกับพิธานแทบจะเลิกกันไปหนหนึ่งแล้ว แม้ว่าเขาจะโทรมาง้อเช่นเคย หากแต่เมื่อนีรภาถามคำถามเดิม เขาก็ตอบหนักแน่นไม่เคยเปลี่ยนใจ

                'พี่ทำตามที่นีนขอไม่ได้จริงๆ เห็นใจพี่ด้วยนะครับ'

                แล้วทำไมพี่ธานถึงไม่เห็นใจเธอบ้าง...นีรภาคิดแกมน้อยใจ เมื่อเธอนำเรื่องที่เกิดไปปรึกษเพื่อนสนิท ต่างคนก็ต่างเอ่ย

                'โธ่นีน พี่ธานเขามีอุดมการณ์ เธอก็อย่าไปขัดเลยน่า'

                'ใช่สิ พี่ธานเขาไม่ใช่แฟนเธอนี่ พี่เขาจะเป็นจะตายยังไง พวกเธอก็คงไม่สนใจอยู่แล้ว'

                'ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เธอก็รู้ คนอย่างพี่ธานหากคิดจะทำอะไรก็ต้องทำให้สำเร็จ นี่ถ้าพี่ธานขอเป็นอาสาสมัครลงไปประจำยะลาเอง ใครก็ฉุดพี่เขาไว้ไม่ได้หรอก'

                'แต่ฉันไม่อยากให้พี่เขาไปเสี่ยงในพื้นที่อันตรายแบบนั้น พวกเธอก็เห็นไม่ใช่หรือ บนหน้าหนังสือพิมพ์มีข่าวฆ่ากันตายทุกวัน'

                นีรภาคิดถึงจุดนี้ก็ยิ่งกลัวจับใจ หล่อนพูดไม่ออก กลัวว่าเหตุการณ์ร้ายๆ เหล่านั้นจะเกิดกับพิธาน

ด้านเพื่อนๆ คอยปลอบใจ

                'ฉันว่าเธออย่าเพิ่งคิดฟุ้งซ่านน่า ยังไงซะพี่ธานคงไม่เป็นไรหรอก เขาว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ พูดก็พูดเถอะนะ นีนอย่าเพิ่งเลิกกับพี่ธานเพราะเรื่องนี้เลย ใช่ว่าพี่ธานเขาจะนอกใจเธอเมื่อไหร่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอก็เห็นแล้วว่าเขาดีแค่ไหน เวลามีสอบก็ช่วยติวให้ ใครมีปัญหาอะไรพี่เขาก็ให้คำปรึกษา ถ้าฉันไม่ได้พี่ธานสุดที่รักของเธอช่วยติว ป่านนี้ฉันคงตกแคลคูลัสไปแล้ว พี่ธานเขาตามใจเธอมาตลอด ครั้งนี้เธอจะตามใจเขาบ้างไม่ได้หรือ'

                คำพูดของเพื่อนมีอิทธิพลไม่น้อย นีรภาคิดตลอดคืน บ่อยครั้งที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดอ่านข้อความด้านในด้วยความซึ้งใจ

                'นอนหลับฝันดีนะครับน้องนีน'

                ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ ที่ทำให้นีรภายอมใจอ่อนอีกครั้ง ถึงแม้จะฝืนความรู้สึกมากแค่ไหน แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่พิธานต้องการ เธอก็ควรยอมรับในการตัดสินใจของเขา ดังนั้น ก่อนวันที่พิธานจะลงไปยะลา เธอจึงตัดสินใจบอกออกไป

                'นีนสัญญาค่ะพี่ธาน นีนจะรอพี่ธานกลับมา พี่ธานลงไปทำงานที่พี่รักเถอะนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงนีนหรอกค่ะ เพราะนีนดูแลตัวเองได้'

                'นีน'

                'ถึงยังไง นีนรู้ว่าพี่ธานคงไม่เปลี่ยนใจ ถ้างั้นนีนก็จะขอรอพี่ธานที่นี่ เวลาสามปีความจริงมันก็ไม่นานเท่าไหร่ เดี๋ยวแป๊บเดียวพี่ธานก็กลับมาหานีนแล้ว'

                พิธานยิ้มอ่อนโยน พลางยกมือเรียวขาวของหญิงสาวกุมแนบแก้ม ท่าทีทะนุถนอมจับใจ

                'ขอบคุณนะครับนีน พี่สัญญา ถ้าพี่ว่างเมื่อไหร่ พี่จะรีบขึ้นมาหาเราทันที'

                ทว่า คำสัญญานั้นคล้ายเพียงลมปากที่ผ่านออกมาโดยไม่ใส่ใจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้นีรภาจะได้รับข้อความส่งมาทางโทรศัพท์ทุกวัน หรือบางครั้ง เขาจะโทรมาหาเธอด้วยความคิดถึงสม่ำเสมอ หากแต่พิธานกับไม่เคยมีวันว่างสักครั้ง บางคราพูดคุยกันดีๆ สักพักชายหนุ่มก็ต้องรีบตัดบทฉับพลัน

                'เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะครับนีน มีคนไข้ถูกยิงส่งตัวเข้ามาเมื่อครู่นี้เอง'

                หญิงสาวจำต้องวางสายไป...บางครั้ง เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นส่วนเกินของพิธาน แม้เธอจะรักเขามากแค่ไหน หากเธอก็เหมือนหญิงสาวทั่วๆ ไป ที่ยังต้องการความรักและการเอาใจใส่จากคนรัก ใช่ว่าเธอจะไม่มีคนมาสนใจ สาวสวย การศึกษาดี แถมมีดีกรีที่ฐานะทางครอบครัวเช่นหล่อน ก็ย่อมมีชายหนุ่มหลายรายตามติดพัน ขึ้นอยู่กับว่าจะเธอจะเลือกใครเท่านั้น

                'คิดดีๆ ก่อนนะนีน พี่ธานเขาไม่ได้เสียหายอะไรเลยนะ'

                'แต่เขาไม่เคยดูดำดูดีฉันเลยนะรัตน์' หนนั้นเธอระเบิดเสียงใส่เพื่อน จะด้วยความน้อยใจในตัวพิธาน รวมทั้งเหตุการณ์อะไรอีกหลายต่อหลายอย่างที่ทำให้เธอเริ่ม 'สุดจะทน' แล้วเช่นกัน

                'เธอรู้ไหมรัตน์ ครั้งก่อนเราโทรไป พี่ธานคนดีของเธอเขาบอกว่ายังไง เขาว่า 'น้องนีน...นี่มันเป็นเวลาทำงานของพี่นะครับ' เธอไม่รู้หรอกว่ามันแย่แค่ไหน พี่ธานทำแต่งาน...งาน...งาน ไม่เคยสนใจอะไรเราสักนิด'

                'แต่เขาส่งข้อความมาหาเธอทุกวันไม่ใช่เหรอ'

                'แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร เขาไม่เคยขึ้นมาหาฉันเลย ไม่แน่ว่าป่านนี้ พี่เขาอาจจะมีผู้หญิงคนอื่นไปแล้วก็ได้'

                'ไม่มีทางหรอก ฉันกล้าเอาหัวเป็นประกัน ยังไงพี่ธานก็ไม่มีวันทิ้งเธอไปมีผู้หญิงคนอื่นแน่ๆ ฉันว่าเธอมากกว่าที่จะเป็นคนทิ้งพี่หมอไปมีคนใหม่ เห็นว่านายฉัตรกรกำลังตามจีบเธออยู่นี่'

                'รู้ได้ยังไง เขาแค่เป็นเพื่อนร่วมงานกับฉันเท่านั้น'

                'โอ๊ย ข่าวสังคมเขาลือกันให้แซด คิดดีๆ นะนีน ยังไงฉันก็ไม่อยากให้เธอทิ้งพี่หมอไปเลย พี่หมอเขาอุตส่าห์ไปทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เธอก็รอเขาหน่อยเถอะ'

                รอต่อไปอย่างนั้นหรือ...นีรภาคิดเซ็งๆ แล้วเธอจะต้องทนกับเหตุการณ์เช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่ หลายต่อหลายครั้งที่พิธานทำแต่งาน ไม่เคยรอถามความรู้สึกของเธอเลย ไม่เคยรู้ว่าเธอเสียใจกับอาการแชเชือนของเขาแค่ไหน แล้วเธอยังสมควรรอต่อไปอีกหรือ

                เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นีรภารีบลุกขึ้นดูเบอร์ปลายสาย หน้าสลดเมื่อมันไม่ใช่เบอร์ของพิธาน หากแต่เป็นของฉัตรกร หล่อนจึงรับสายเนือยๆ

                "สวัสดีค่ะคุณฉัตร"

                "คุณนีนครับ ผมได้ตั๋วดูละครเวทีมาสองใบ ถ้ายังไงมะรืนนี้เราไปดูด้วยกันนะครับ"

                นีรภานิ่งไปชั่วอึกใจ ก่อนตอบตกลงง่ายๆ ทั้งที่สมัยก่อนมักจะปฏิเสธเรื่อยมา ทำเอาปลายสายดีใจยิ่งนัก เขาชวนหล่อนสนทนาอีกนานก่อนวางสายไป หญิงสาวถอนใจเบาๆ แม้ส่วนลึกจะไม่แน่ใจกับการตัดสินใจเช่นนี้ หากแต่เธอก็จะขอลองดูสักครั้ง ไม่แน่ว่าฉัตรกรอาจจะเป็นคนที่เข้ามาช่วยคลายความเหงาในใจก็ได้...

........................

                ละครเวทีค่อนข้างสนุก ช่วยทำให้จิตใจของนีรภาสดชื่นขึ้นบ้าง นับจากสองวันที่ผ่านมา เธอไม่ได้รับสายพิธานเลย ใจหญิงสาวขุ่นมัวทุกครั้งเวลาที่เขาตัดบทสนทนา และหันไปทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง หล่อนปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่เช่นนั้นจนเงียบเสียงไป เขาจะได้รู้เสียที เธอเองเจ็บปวดแค่ไหน ยามเมื่อโทรไปหาแต่เขากลับไม่เคยมีเวลาให้

                หากแม้ว่าใบหน้าหล่อนจะแสร้งทำเป็นรื่นเริง ทว่าลึกๆ แล้วหัวใจกลับเศร้าเหงาอย่างประหลาด คล้ายกับอะไรบางอย่างขาดหายไป

                "ละครวันนี้สนุกดีนะครับ"

                ฉัตรกรพยายามชวนคุย นีรภายิ้มเฝือนๆ แต่ก็ไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับรู้ถึงความรู้สึกของเธอ

                "ค่ะ"

                "ถ้าคุณนีนชอบ คราวหน้าผมจะรีบจองตั๋วล่วงหน้าดีกว่า เราจะได้ดูรอบแรกที่แสดงเลย ดีไหมครับ"

                นีรภาพยักหน้าแกนๆ แต่อย่างน้อย เธอก็รู้สึกดีในใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามเอาอกเอาใจสารพัด ณ เวลาที่ความเหงาเข้าครอบคลุมหัวใจ การมีคนคอยรักและใส่ใจ มันสร้างความสดชื่นให้กับชีวิตที่แห้งแล้งมานานอย่างนี้นี่เอง

                รถของฉัตรกรขับมาส่งหล่อนที่บ้าน นีรภาก้าวลงจากรถพลางโบกมือลา ชายหนุ่มยิ้มกว้างก่อนขับจากไป ร่างเพรียวบางเดินเข้าไปในบ้าน หากพลัน เธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นร่างสูงแสนคุ้นตายืนยิ้มอยู่

"นีน"

"พี่ธาน"

                เหมือนกับกำลังฝันไป นัยน์ตาคู่สวยคลอคลองด้วยหยาดน้ำใสๆ ภาพตรงหน้าพร่างพรายแกมลางเลือนในความรู้สึก หากแต่ก็แจ่มชัดขึ้นทุกขณะ พิธานยิ้มอ่อนโยนพลางขยับจะก้าวเข้ามาใกล้ หากเธอกลับเอ่ยแกมประชดประชัน

                "พี่ธานมีเวลาว่างมาหานีนด้วยหรือคะ"

                "นีน...พี่รู้ว่าพี่ผิด แต่พี่อยากให้นีนเข้าใจพี่นะ ตัวพี่เป็นหมอ เวลาส่วนใหญ่ก็ต้องทุ่มเทกับการรักษาคนไข้ พวกเขาเจ็บป่วยมานะครับ เขารอพี่เข้าไปช่วยเหลือเขาอยู่"

                "งั้นพี่ธานจะขึ้นมาหานีนทำไมล่ะคะ นีนก็ไม่อยากเห็นแก่ตัวดึงพี่ธานออกมาจากคนไข้เหมือนกัน"

                "นีน" พิธานเริ่มอ่อนใจ ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยอ่อนๆ "เอาล่ะ พี่ยอมรับว่าพี่ผิด พี่ถึงกลับมาขอไถ่โทษไง นีนจะไม่ให้อภัยพี่เชียวหรือ"

                ดวงตาคมลึกแฝงรอยอบอุ่นทอดมองเธอนิ่งนาน หัวใจนีรภาเริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง หากก่อนจะตัดสินใจ เธอก็ยื่นเงื่อนไขทันที

                "ถ้าจะให้นีนหายโกรธ พี่ธานต้องทำตามที่นีนขอนะคะ"

                "ได้เลยจ้ะ นีนอยากไปเที่ยวที่ไหน หรืออยากได้อะไร พี่จะทำให้ทุกอย่าง"

                พิธานสัญญาหนักแน่น นีรภายิ้มกว้าง

                "จริงๆ นะคะพี่ธาน"

                "เอ้า เห็นพี่เป็นคนพูดไม่จริงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่เคยโกหกนีนหรือ ว่าไง เราจะขออะไรพี่ล่ะ"

                "พี่ธานกลับมาอยู่ที่กรุงเทพเถอะค่ะ อย่าไปอยู่ที่ยะลาเลยนะคะ"

                หนนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของพิธานค่อยๆ จางลง ดวงตาคมเข้มมีรอยเครียดขรึม

                "พี่ทำไม่ได้หรอกนีน อย่าขออะไรพี่แบบนี้เลยนะ"

                "ทำไมคะพี่ธาน เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมพี่ธานทำให้นีนไม่ได้ล่ะคะ"

                "นีนก็รู้เหตุผลดีอยู่แล้ว"

                "ถ้าพี่ธานไม่อยากขอเงินที่บ้านมาชดใช้ทุน ข้อนั้นไม่มีปัญหาค่ะ นีนมีเงิน นีนจะใช้ทุนให้พี่ธานเอง"

                "เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่นีนยังไม่เข้าใจเหตุผลที่พี่ต้องไปอยู่ที่นั่น ถ้านีนได้ไปเห็นสภาพของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นีนจะไม่มาพูดกับพี่แบบนี้แน่นอน"

                "ก็นีนไม่อยากให้พี่ธานต้องไปเสี่ยงอันตราย นีนคิดอย่างนี้มันแย่มากเหรอคะ ทำไมพี่ธานไม่เข้าใจนีนบ้าง ลำพังแค่พี่ธานต้องไปอยู่ต่างจังหวัด นีนก็คิดถึงมากพอแล้ว แต่นี่ ในแต่ละวันนีนต้องคอยสวดมนต์ภาวนา ขอให้พี่ธานไม่เป็นอะไรไป ขอให้พี่แคล้วคลาดปลอดภัยจากโจรร้าย...นีนต้องขวัญผวาทุกครั้งเวลามีข่าววางระเบิดกันที่นั่น การที่นีนรู้สึกแบบนี้พี่ธานเคยเข้าใจนีนรึเปล่าล่ะคะ พี่เคยรู้ความรู้สึกของนีนบ้างไหม ปากพี่ธานก็บอกว่ารักนีน ห่วงนีน แต่จริงๆ แล้วพี่ธานไม่เคยสนใจนีนเลยว่านีนจะรู้สึกยังไง"

                "นีน"

                พิธานเสียใจหนัก เขาไม่เคยคิดถึงจุดที่เธอต้องแบกรับมาก่อน ยิ่งเป็นอีกฝ่ายระเบิดอารมณ์เพราะทนเก็บไว้ต่อไปไม่ไหว เขาก็ยิ่งเสียใจมากขึ้น ร่างสูงก้าวเข้าไปกอดเธอไว้แน่น หญิงสาวร้องไห้พลางซบกับอกเขา ร่างบางสะท้านไหว ทำให้หัวใจหมอหนุ่มเจ็บปวดลึกๆ

                "พี่ขอโทษนะนีน พี่ไม่เคยรู้เลยว่านีนจะต้องทุกข์ใจเพราะพี่ถึงเพียงนี้ พี่เป็นคนเห็นแก่ตัวจริงๆ"

                มือหนากว้างยังลูบผมอ่อนนุ่มของร่างในอ้อมแขนอย่างปลอบประโลม หากแววตาคู่นั้นกลับสลดเศร้า

                "ต่อจากนี้พี่คงไม่กล้าฉุดรั้งนีนให้รอพี่อีกแล้ว นีนควรมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า นีนไม่ควรมาจมปลักกับคนไม่รู้อนาคตของตัวเองแบบพี่ ถ้านีนได้รักใครที่เขาพร้อมกว่าพี่ พี่คงจะดีใจมากๆ"

                พิธานพยายามสะกดใจ ทั้งที่ทุกคำพูดซึ่งหลุดออกไป มันช่างฝืนกับความรู้สึกเหลือเกิน

                "ถ้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นีนต้องทุกข์ทรมานใจเพราะพี่...พี่ก็ต้องขอโทษนีนด้วย แต่พี่อยากให้นีนรู้ไว้นะ ตลอดเวลาที่พี่ได้รู้จักนีน พี่มีความสุขมากๆ พี่ดีใจที่นีนเคยเลือกพี่ นีนรู้ไหม พอนานวันไปความห่วงใยที่นีนมีให้พี่ มันทำให้ชีวิตพี่เติมเต็ม นีนคือผู้หญิงคนเดียวที่พี่รัก และเป็นคนเดียวที่พี่อยากจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต...พี่รักนีนมากนะ"

                นีรภาร้องไห้เงียบๆ พิธานคลายอ้อมแขนที่กอดรั้งไว้ พลางเอ่ยเศร้าๆ

                "นีนจะร้องไห้แค่วันนี้เป็นวันสุดท้าย พี่สัญญา ต่อจากนี้ไปพี่จะไม่ทำให้เราต้องเสียใจอีก ถ้านีนไม่ต้องทุกข์ใจเพราะพี่ ชีวิตนีนจะมีความสุขมากกว่านี้"

                ชายหนุ่มถอนใจเบาๆ ก่อนฝืนกล่าวคำลา แค่คำนั้นหลุดออกมา หญิงสาวก็รู้สึกหมดสิ้นทุกอย่าง ร่างสูงค่อยๆ เดินจากไป ทิ้งให้คนข้างหลังซบหน้าลงกับฝ่ามือร้องไห้เงียบๆ เปล่าประโยชน์จะร้องเรียกให้เขากลับมา ไม่ช้าก็เร็วเธอทราบดี เหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้นสักวัน แต่มันคงเจ็บปวดทรมานแค่ช่วงแรกเท่านั้น ในไม่ช้าเธอก็จะชิน เพียงแต่เธอไม่อาจรู้ว่ามันจะเป็นวันไหนเช่นกัน

.........................

                หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไป นีรภาคล้ายคนไร้ชีวิต เธอแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำงาน ไม่มีความกระตือรือร้นใดๆ สายตามองไปยังโทรศัพท์มือถือ นับจากวันที่พิธานลาจากไป ระยะแรกๆ เขายังคงส่งข้อความมาหา

                'พี่รู้ว่าพี่ทำไม่ถูก ที่ยังติดต่อกับนีนอีก แต่ขอเวลาพี่สักพักนะครับ ขอให้พี่ทำใจได้บ้าง แล้วพี่จะไม่ทำให้นีนลำบากใจ'

                หญิงสาวหน้าหมองลง ในช่วงสองสามวันก่อน พิธานก็มิได้ส่งข้อความหรือติดต่อใดๆ มาอีก มันควรจะเป็นเช่นนั้น เขาคงอยากให้เธอตัดใจโดยเร็ว แต่เขาจะรู้หรือไม่หนอ เธอกลับยิ่งตรอมตรมกว่าเดิม คล้ายกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมันได้สูญหายไป ไม่เหลืออะไรอีก

                นีรภาพยายามทดแทนความขาดหายด้วยการเปิดใจรับฉัตรกร หล่อนหวังว่าสักวันฉัตรกรจะช่วยให้ลืมพิธานได้ ทุกๆ เย็น ฉัตรกรจะมารับเธอไปทานอาหารค่ำด้วยกัน ในขณะที่หญิงสาวนั่งเหม่อลอย แทบจะเขี่ยข้าวในจาน อีกฝ่ายก็เริ่มร้อนใจ

                "ที่นี่อาหารไม่อร่อยหรือครับ"

                "อ้อ เปล่าหรอกค่ะ เผอิญวันนี้นีนไม่ค่อยหิวเท่าไหร่"

                "งั้นเราไปดูหนังรอบดึกกันสักเรื่องดีไหมครับ"

                "อย่าเลยค่ะ นีนอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านมากกว่า"

                ฉัตรกรเริ่มตามอารมณ์นีรภาไม่ถูก หากเขาก็ตามใจหล่อนโดยดี ระหว่างทางกลับบ้าน ชายหนุ่มพยายามชวนหญิงสาวพูดคุย

                "ช่วงปลายเดือนจะมีวันหยุดเทศกาล คุณนีนอยากไปเที่ยวทะเลไหมครับ ผมรู้จักรีสอร์ตแถวๆ กระบี่อยู่ที่นึง บรรยากาศดีมาก รับรองคุณนีนต้องชอบแน่ๆ"

                ฉัตรกรเหลียวมองดูนีรภา คนข้างกายยังเหม่อมองไปนอกกระจก คล้ายกับไม่ได้สนใจฟังแม้แต่น้อย

                "คุณนีนครับ คุณนีน"

                "คะ เมื่อกี้คุณฉัตรว่าอะไรนะคะ"

                ฉัตรกรพยายามข่มใจ "ผมจะชวนคุณนีนไปเที่ยวกระบี่ครับ ที่นั่นผมเคยไปมาแล้ว หาดสวยมากๆ คุณนีนต้องชอบแน่ๆ"

                "ขอดูก่อนนะคะ นีนไม่รู้ว่าจะติดงานรึเปล่า"

                "โธ่คุณนีนครับ นั่นมันช่วงวันหยุดเทศกาล เขาก็ต้องพักผ่อนกันถึงจะถูก"

                "นีนไม่ชอบไปไหนช่วงเทศกาลด้วยค่ะคุณฉัตร คนเยอะแยะไปหมด เหมือนจะไปเบียดกันที่ต่างจังหวัดมากกว่า"

                คนฟังเริ่มหงุดหงิดเล็กๆ ทันใดนั้นเด็กคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถกระทันหัน ทำให้ฉัตรกรต้องเบรกจนตัวโก่ง เขารีบหักรถหลบทันฉิวเฉียดก่อนพักก่อนข้างทาง เด็กน้อยยังยืนตัวสั่นระริก ในขณะที่ชายหนุ่มก้าวลงมาจากรถอย่างหัวเสีย

                "นี่อยากตายรึไง ถึงวิ่งพรวดพราดออกมาแบบนี้"

                นีรภาก้าวตามมาติดๆ เด็กน้อยยังคงตกใจ หนังสือพิมพ์ที่เด็กเตรียมไว้ขายนั้นกระจายเต็มพื้น หญิงสาวรีบเข้าไปถามไถ่เป็นห่วง

                "หนูเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า"

                "โธ่คุณนีน คุณจะไปสนใจไอ้เด็กพวกนี้ทำไม มันจงใจวิ่งตัดหน้ารถ นี่คงกะจะไถ่เงินล่ะสิ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันนะ" ประโยคหลังเขาหันไปขู่เด็ก พลางแบะปากดูถูก

                ทว่านีรภาเสียงแข็ง "คุณฉัตรคะ นีนว่าแกคงไม่ได้ตั้งใจจะตัดหน้ารถหรอกค่ะ เป็นอุบัติเหตุมากกว่า"

                ว่าพลางหญิงสาวก็ยื่นเงินให้เด็กจำนวนหนึ่ง

                "ถือเป็นค่าหนังสือพิมพ์พวกนี้ละกันนะจ๊ะ"

                "คุณนีนจะไปให้เงินพวกมันทำไม เดี๋ยวมันก็ยิ่งได้ใจกันใหญ่"

                นีรภาไม่ฟังเสียง หลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรมาก หล่อนก็ค่อยคลายใจ หญิงสาวเดินกลับมาที่รถ ด้านฉัตรกรยังบ่นงึมงำ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพบอีกด้านของชายหนุ่มผู้นี้ ในขณะเดียวกัน เธอก็อดคิดถึงพิธานไม่ได้

                'พี่ธานคะ กระจกรถพี่ธานเป็นคราบเลย'

                ทว่าพิธานยังยิ้มละไม นัยน์ตาอ่อนโยนคู่นั้นมองเด็กตัวเล็กๆ ซึ่งตั้งอกตั้งใจเช็ดกระจกรถให้ นีรภาหันไปทางคนรักแกมงุนงง ทั้งๆ ที่เห็นชัดว่ากระจกใสๆ นั้นเป็นรอยคราบเพราะการเช็ด แต่พิธานกลับยื่นธนบัตรให้เด็ก ก่อนหันมาเอ่ยกับเธอ

                'ดีเหมือนกัน พี่จะได้เข้าศูนย์ไปล้างรถสักที'

                'พี่ธานให้เงินเด็กทำไมคะ เขาทำรถพี่ธานเปื้อนแท้ๆ'

                'เงินแค่นิดๆ หน่อยๆ เอง ถือว่าช่วยเหลือกันไปดีกว่า'

                'แต่นีนว่าเรากำลังส่งเสริมอะไรผิดๆ นะคะพี่ธาน หากเด็กพวกนี้คิดจะหาเงินด้วยการเอาผ้าไปเช็ดกระจกรถแบบนี้ตลอดไป มันก็ไม่ได้เป็นผลดีกับพวกเขาเลย แถมดีไม่ดียังอาจจะถูกรถชนด้วย'

                'ก็จริงของนีน แต่ถ้าพวกเขามีทางเลือกในชีวิต พี่ว่าพวกเขาคงไม่คิดอยากทำงานแบบนี้หรอก'

                นั่นแหละคือพิธาน เขามักจะมีมุมมองต่อคนในสังคมไม่เหมือนใคร จนบางทีเธอก็รู้สึกอบอุ่นใจที่เขาคิดอะไรแต่ด้านดีออกมา เขาไม่เคยมีสายตาดูถูกแบบที่ฉัตรกรทำ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะอยู่ในสภาพด้อยกว่ามากแค่ไหน

                'พี่ครับ ผมยังไม่ได้กินข้าวเลยตั้งแต่เมื่อวาน ขอเงินให้ผมไปซื้อข้าวหน่อยนะครับ"

                ครั้งนั้น พิธานกับเธอยังเป็นนักศึกษา กำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ ด้านเจ้าของร้านเห็นเด็กจรจัดเข้ามา ก็ตั้งท่าจะไล่ออกไปให้พ้นๆ หากพิธานกลับขัดไว้ ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ให้อีกฝ่ายนั่ง พลางเอ่ยแจ่มใส

                'หิวก็นั่งกินข้าวเลยน้อง เราอยากกินอะไรก็สั่งซะนะ ไม่ต้องเกรงใจ'

                'นั่นสิจ๊ะ อยากทานอะไรก็สั่งเลย' นีรภาเสริมขึ้น

                ดวงตาพิธานทอดมองหญิงสาวด้วยความรักแกมภาคภูมิใจ ยินดีลึกๆ ที่เห็นเธอไม่รังเกียจเด็กข้างถนน

                คิดถึงตอนนี้หญิงสาวก็เริ่มรู้หัวใจตัวเอง เธอรักพิธานเพราะเขาเป็นคนเช่นนี้ ถ้าพิธานเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่คิดถึงใครเหมือนฉัตรกร เธอคงไม่มอบความรักให้ เขาคือคนเดียวที่เธอเชื่อมั่นและศรัทธา ต่อจากนี้ไปเธอจะขอตามหัวใจตัวเองกลับคืนมา ไม่ปล่อยให้มันหลุดหายไปเหมือนวันวาน...

.......................

                นีรภามองออกไปนอกหน้าต่างรถทัวร์ จุดหมายของเธออยู่ที่อำเภอสะเตง อันเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา นับตั้งแต่เมื่อสามสี่วันก่อน หล่อนก็เฝ้าโทรหาพิธาน แต่กลับไม่สามารถติดต่อได้ ฉับพลันหล่อนจึงตัดสินใจเดินทางมาที่นี่เลยดีกว่า ในเมื่อเขาไม่มีเวลา เธอก็จะเป็นฝ่ายมาพบเขาเอง

                ร่างเพรียวบางก้าวเข้าไปในโรงพยาบาล สอบถามกับประชาสัมพันธ์ แต่ก็ได้รับคำตอบชวนผิดหวัง

                "คุณหมอพิธานลงพื้นที่ไปตรวจชาวบ้านที่ศูนย์ย่อยค่ะ"

                "เหรอคะ"

                สีหน้าผิดหวังของคนฟัง ทำให้พยาบาลสาวเห็นใจ

                "คุณจะรอก็ได้นะคะ แต่ดิฉันไม่ทราบเหมือนกันว่าคุณหมอจะกลับเข้าโรงพยาบาลวันนี้รึเปล่า เพราะบางที ถ้าจังหวัดใกล้เคียงมีแพทย์ไม่พอ คุณหมอก็ต้องไปรักษาที่นั่นค่ะ"

                "นี่คุณหมอต้องออกไปรักษาคนไข้ที่จังหวัดอื่นด้วยหรือคะ"

                "ค่ะ คุณคงไม่ทราบ...ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังขาดแคลนแพทย์มาก คุณหมอที่อยู่ที่นี่บางครั้งก็ต้องเวียนไปรักษาในจังหวัดใกล้เคียงเช่นพวกนราธิวาส ปัตตานี หากที่นั่นมีคนเจ็บหนักเพราะเหตุการณ์ไม่สงบ บางครั้งแพทย์ในพื้นที่ก็รับมือไม่ไหว จำเป็นต้องได้คุณหมอจากที่อื่นๆ ลงไปช่วยเสริมค่ะ"

                ประชาสัมพันธ์สาวบอกสถานการณ์ในพื้นที่แกมหดหู่

                "อย่างที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สามจังหวัดรวมกันมีหมอผ่าตัดไม่ถึงสิบคน แต่คนเจ็บมีเป็นร้อยเป็นพัน คุณหมอทุกคนต้องทำงานกันอย่างหนัก แทบไม่มีใครได้อยู่ประจำในโรงพยาบาลสบายๆ หรอกค่ะ"

                นีรภานิ่งงันไป เริ่มเข้าใจคนรักมากขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอเคยคิดว่าเขาละเลย ไม่ใส่ใจ หากแต่เขากลับต้องรับภาระหนักหนาเพียงไหน เธอเองกลับไม่เคยรู้ ซ้ำร้ายยังไม่เคยคิดจะเข้าใจความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อย นี่ถ้าเขากลับมาเมื่อไหร่ เธอจะขอโทษในสิ่งที่เธอทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หวังว่าเขาจะคงรักและให้อภัยในความขลาดเขลานั้น

                ระหว่างนั่งรอพิธาน สายตาของนีรภาเฝ้ามองชาวบ้านซึ่งผลัดเปลี่ยนมารักษา คนจำนวนมากมายแต่หมอกลับมีไม่เพียงพอ เพราะอย่างนี้เองพิธานถึงไม่เคยมีเวลาว่าง เพราะยังมีคนอื่นที่รอคอยการรักษาของเขาอยู่ เธอเริ่มเสียใจที่หลายต่อหลายครั้งเคยกระหน่ำ missed call เพียงแค่เขาไม่ได้รับสายเธอ จนเขาต้องโทรกลับมาถาม แต่เธอก็ยังทำตัวงี่เง่าใส่จนเขาเหนื่อยใจ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกผิดเหลือเกิน

                นีรภานั่งเงียบซึม วินาทีนั้นเสียงวิทยุรายงานสถานการณ์อย่างปัจจุบันทันด่วน

                "ขณะนี้เกิดเหตุวางระเบิดที่ทำการสายตรวจการรถไฟ ริมถนนสายยะลา-หาดใหญ่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเขต 45 ยะลา กำลังรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุแล้ว และได้กันมิให้คนภายนอกเข้าไปในพื้นที่ นอกจากทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เราจะนำเสนอให้ทราบในคราวต่อไป..."

                หญิงสาวฟังแล้วใจหาย ระหว่างรอคอยพิธาน คนเจ็บจากเหตุระเบิดก็ถูกส่งเข้ามายังโรงพยาบาลคนแล้วคนเล่า เพิ่มความวิตกกังวลแก่หญิงสาวมากขึ้น ใจนั้นอยากให้พิธานรีบกลับ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววของอีกฝ่าย

                "เอ่อ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณหมอพิธานกลับมารึยังคะ"

                นีรภารวบรวมความกล้าเข้าไปถามนางพยาบาลคนหนึ่ง แม้ฝ่ายหลังจะวุ่นวายกับคนเจ็บ แต่ก็ยังมีน้ำใจตอบคำถามของเธอ

                "คุณหมอพิธานอยู่ที่ทำการรถไฟค่ะ คุณหมอกำลังช่วยคนเจ็บจากระเบิดที่นั่น"

                คนฟังใจหายวาบ หวั่นกลัวจนบอกไม่ถูก หล่อนพยายามสงบจิตสงบใจ แม้จะห่วงพิธานมาก แต่ ณ เวลานี้เธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

                ประกาศวิทยุดังขึ้นอีกครั้ง

                "ขณะนี้เกิดเหตุระเบิดซ้ำสองในบริเวณใกล้เคียง ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนเสียชีวิต และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดกั้นเส้นทางไว้ ไม่ให้รถยนต์ผ่านไปมาเพราะเกรงคนร้ายจะซุกระเบิดเอาไว้อีก สำหรับรายชื่อคนเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา สำหรับความคืบหน้าอื่นๆ เราจะรายงานให้ทราบในระยะต่อไป..."

                ดวงตานีรภาแห้งผาด ท่ามกลางความเศร้าสลดของคนในพื้นที่ หลายรายต้องสูญเสียญาติสนิท บางรายต้องสูญเสียลูก บ้างต้องเสียพ่อแม่ หรือคนที่ตัวเองรัก ทำไมมนุษย์เราจึงกระทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเหตุผลกลใด ไฉนจึงต้องทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ เพียงเพื่อสนองความต้องการของตน

                แว่วเสียงพิธานดังขึ้น ส่วนหนึ่งจากความทรงจำทำให้เธอคิดย้อนไปเมื่อคราวที่เขาลงไปทำงานที่ยะลาใหม่ๆ

                'ถ้าพี่ใช้ทุนเสร็จ พี่จะเรียนต่อทางออร์โธปิดิกส์'

                'คืออะไรคะพี่ธาน'

                'เป็นแพทย์ด้านกระดูกครับ' เสียงพิธานอ่อนโยนจับใจ 'ที่นี่ขาดแคลนหมอศัลย์กับหมอออร์โธปิดิกส์ ถ้าพี่เรียนด้านนี้คงจะช่วยคนที่บาดเจ็บได้เยอะ'

                'นี่พี่ธานคิดจะลงไปที่นั่นหลังใช้ทุนเสร็จอีกหรือคะ ทำไมพี่ธานไม่คิดจะมาประจำที่กรุงเทพบ้าง พี่ธานจะไปอยู่ให้ตัวเองต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่โน่นทำไม'

                'นีนต้องมาเห็นสภาพที่พี่เห็น แล้วนีนจะเข้าใจ ที่นี่แทบไม่มีแพทย์เลย หลายคนก็ขอลาออก ทำให้พี่ทิ้งที่นี่ไปไม่ได้'

                'แต่พี่ทิ้งนีนได้ใช่ไหมคะ'

                'นีนครับ มันคนละเรื่องกันนะ พี่รักนีนมากนีนก็รู้ แต่ชาวบ้านที่นี่เขาก็ต้องการแพทย์ พวกเขาไม่มีความมั่นใจในชีวิต ถ้าแพทย์อย่างเราๆ ทิ้งเขาไป จิตใจของพวกเขาจะแย่ลง'

                หนนั้นเธอยังไม่เข้าใจ เพราะความน้อยใจเป็นที่ตั้ง หากแต่ตอนนี้หญิงสาวเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่าง แม้ใจเธอจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่อย่างน้อย การกระทำของพิธานกลับเป็นสิ่งที่เธอภาคภูมิใจเมื่อได้มาอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน

                เสียงนางพยาบาลร้องไห้ระงม ได้ปลุกนีรภาขึ้นจากภวังค์ ร่างผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ หญิงสาวถลันเข้าไปใกล้ร่างหนึ่ง ซึ่งมีบรรดานางพยาบาลหลายคนร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า

                "คุณหมอ"

                รอบข้างบรรดาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลร้องไห้เงียบๆ ลมหายใจของหญิงสาวขาดเป็นห้วงๆ เหมือนคนหายใจไม่ออก หล่อนไม่กล้าแม้แต่จะถามนางพยาบาล เพราะกลัวคำตอบที่ได้รับจะทำให้หัวใจแตกสลาย ร่างบางยืนนิ่ง พยายามยึดจับพนักเก้าอี้ไว้ไม่ให้ตัวเองล้มฮวบไป ท่ามกลางสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะหลุดลอย กลับมีเสียงคุ้นหูแว่วมาจากด้านหลัง

                "นีน"

                ร่างบางหันขวับไป พบพิธานยืนมองเธอด้วยสายตาพิศวง นัยน์ตาคมคู่นั้นทอประกายพราว หญิงสาวไม่สนใจใครอีกแล้ว หล่อนวิ่งไปกอดร่างสูงไว้ ราวกับกลัวอีกฝ่ายจะจากไป

                "พี่ธานไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมคะ...ทำไมเลือดเต็มเสื้อพี่ธานเลย"

                เสื้อขาวของอีกฝ่ายชุ่มโชคด้วยโลหิตสีแดงฉาน มือขาวบางสั่นสะท้านขณะลูบรอยเลือดแผ่วเบา หากพิธานส่ายหน้าน้อยๆ

                "พี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก นี่เป็นเลือดคนไข้จ้ะ"

                ฟังดังนั้นหญิงสาวค่อยโล่งใจ นัยน์ตาคู่สวยมองคนตรงหน้า เต็มด้วยความรักเปี่ยมล้น ไม่แตกต่างจากสายตาของชายหนุ่มซึ่งยิ้มให้เธออ่อนโยน...

......................

                รุ่งสาง แสงตะวันเรื่อเรืองเบื้องหน้ายังสลัวลาง ทุกๆ อย่างเงียบสงบผิดกับเมื่อช่วงค่ำ เหมือนพายุร้ายกำลังพัดผ่านไป และรอคอยแสงอรุณของวันใหม่สาดส่อง นีรภาเดินลงมาจากตึกโรงพยาบาล ภาพพระภิกษุกำลังเดินบิณฑบาตในตอนเช้า ก่อเกิดความสงบในจิตใจขึ้นอย่างประหลาด แม้เบื้องหลังจะมีทหารคอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง

                หญิงชาวบ้านนิมนต์พระ ก่อนถวายข้าวปลาอาหาร ในขณะที่พระภิกษุสวดให้พรเสียงกังวาน ก่อนที่ท่านจะบ่ายหน้าไปตามทางเดิน หญิงคนนั้นกลับทักท้วงขึ้น

                "หลวงพ่อคะ อย่าเดินไปทางนั้นเลยค่ะ เมื่อวานมีพวกโจรไปวางระเบิดตรงที่ทำการรถไฟ หลวงพ่อเดินไปบิณฑบาตทางอื่นเถอะค่ะ"

                สีหน้าพระภิกษุบ่งบอกความเมตตา เอ่ยขึ้น

                "ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ต้องเกิดแหละโยม เป็นพระจะเลือกบิณฑบาตได้อย่างไร ญาติโยมเขาก็รอใส่บาตรกันอยู่ อาตมาขอบใจในความหวังดีของโยมนะ แล้วอาตมาจะคอยระวังตัว"

                พระภิกษุรูปนั้นก้าวไปช้าๆ ตามเส้นทางเดิม หากคำพูดเมื่อครู่กลับเหมือนแสงสว่างที่สาดส่องไปยังหัวใจของนีรภา ทุกๆ คนที่นี่ต่างมีหน้าที่ต้องทำ ไม่เว้นแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ แม้ทุกคนจะต้องอยู่อย่างระแวดระวังภัย ด้วยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลายเป็นเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบ หากแต่ก็ไม่มีใครละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง เพราะรู้ว่ายังมีอีกหลายคนที่รอคอย หวังจะให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอันเปราะบางนั้นไว้

                หญิงสาวยิ้มกับตัวเองในใจ บัดนี้เธอก็รู้ถึงหน้าที่ของเธอแล้วเช่นกัน...

               

                ฟ้าเริ่มทอแสงสีทอง ณ เส้นขอบฟ้า แสงอรุณเริ่มคลี่คลายม่านหมอกซึ่งคลี่ขึงเหนือสะเตง พิธานตรวจคนไข้รายสุดท้ายเสร็จสิ้น เขาลงมาที่ห้องพักของแพทย์ คิดว่านีรภาคงกำลังหลับสนิทอยู่ แต่ผิดคาด หญิงสาวกลับนั่งรอเขาพร้อมยิ้มหวานให้ แทบละลายความเหนื่อยล้าไปจากใจชายหนุ่ม

                "นีนตื่นแต่เช้าเลย ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะครับ"

                "นีนนอนพอแล้วล่ะค่ะ ให้นอนต่อก็คงไม่ไหว ตามันค้างไปหมด"

                "เราคงติดตากับภาพคนเจ็บ ความจริงนีนไม่ควรลงมาที่นี่ด้วยซ้ำ มันไม่ปลอดภัยสำหรับนีน"

                "ไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงนีนก็ต้องมาหาพี่ธาน นีนมีเรื่องอยากจะบอกพี่ธานตั้งมากมาย และที่สำคัญ นีนอยากจะขอโทษพี่ธานด้วยนะคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา นีนเอาแต่ใจตัวเองไม่เคยเข้าใจพี่ธานเลยว่าพี่ธานรู้สึกยังไง นีนนี่แย่จริงๆ"

                "พี่ต่างหากที่ผิด พี่ไม่เคยมีเวลาให้นีน ตั้งแต่วันที่พี่เดินจากนีนไป ทุกครั้งก็ได้แต่นึกเสียใจ พี่ควรจะทำอะไรเพื่อนีนให้มากกว่านี้"

                "ทุกๆ สิ่งที่พี่ธานทำ นั่นก็ถือว่าทำเพื่อนีนแล้วนะคะ นีนเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่านีนโชคดีแค่ไหนที่นีนมีผู้ชายดีๆ อย่างพี่ธานมารัก ยิ่งนีนเห็นพี่ธานช่วยเหลือชาวบ้านโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก มันทำให้นีนยิ่งภูมิใจในตัวพี่ธานมากขึ้นไปอีก"

                ดวงตาดำขลับของนีรภามองแพทย์หนุ่ม ก่อนเอ่ยอย่างเข้าใจ

                "อภัยให้ความโง่เขลาของนีนด้วยนะคะ เมื่อก่อนนีนอาจจะเคยน้อยใจ เคยเสียใจที่คู่ของเราไม่เหมือนคู่ของคนอื่น ทำไมพวกเขาถึงได้อยู่ด้วยกัน แต่ทำไมพี่ธานกลับต้องมาห่างนีนไป ทำไมพี่ธานต้องเลือกจะมาเป็นแพทย์ที่นี่ด้วย ทั้งๆ ที่เรามีเงินทอง มีสิทธิ์จะเลือกความสุขสบายให้ตัวเองแท้ๆ"

                พิธานยิ้มอ่อนๆ นิ่งฟังคนรักเงียบๆ ในขณะที่นีรภาเอ่ยต่อไป

                "แต่มาวันนี้นีนเพิ่งเข้าใจค่ะ ยังมีคนอีกมากต้องการพี่ธาน แถมพวกเขายังเจ็บป่วยและยังต้องทนอยู่ในสภาวะกดดันจากหลายๆ อย่าง พี่ธานจะทิ้งพวกเขาไปได้ยังไง มองกลับกันบ้าง ถ้านีนเป็นชาวบ้านที่นี่ นีนก็คงอยากให้พี่ธานอยู่ไปนานๆ ไม่อยากให้พี่ธานจากไปไหน และที่สำคัญ นีนไม่ต้องการอะไรแล้วล่ะค่ะ นีนขอแค่ให้พี่ธานปลอดภัยกลับมา แค่นี้ก็พอแล้ว"

                "นีน"

                วงแขนอบอุ่นคู่นั้นกอดหญิงสาวไว้ ในขณะที่คนในอ้อมแขนยังบอกความในใจ

                "ถึงพี่ธานจะเคยบอกให้นีนไปหาคนอื่น แต่นีนก็ไม่เคยคิดอยากจะเปลี่ยนพี่ธานเป็นคนอื่น เพราะนีนรู้ดี จะให้นีนเลือกกี่ครั้ง คนเดียวในหัวใจนีนก็คือพี่ธาน...เป็นพี่ธานคนเดียวเท่านั้นค่ะ"

                อ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มยิ่งกระชับมั่น หญิงสาวซบหน้ากับอกกว้าง ในขณะที่ใบหน้าคมสันยิ้มละไม เสียงทุ้มห้าวกระซิบข้างหูเบาๆ

                "ขอบคุณนะครับน้องนีน พี่สัญญา พี่จะมีนีนเป็นคนเดียวในใจของพี่ตลอดไป"

                นีรภาฟังอย่างสุขใจ แม้อนาคตจะไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นเช่นไร พรุ่งนี้จะยังต้องพบกับความพลัดพรากสูญเสีย เฉกเช่นใครต่อใครพานพบหรือไม่ แต่ขอเพียงแค่เธอกับเขายังมีกันและกัน ร่วมรับรู้และเข้าใจในความเสียสละของอีกฝ่าย เท่านี้ก็คงเพียงพอแล้วสำหรับความรักของเขาและเธอ ซึ่งมันจะคงมั่นต่อไป ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะสิ้นสุดลง

 

..........................

จบบริบูรณ์


ตีพิมพ์ครั้งแรก : นิตยสารดิฉัน ฉบับที่ 757ปักษ์แรกของเดือนกันยายน 2551 (15 กันยายน 2551)

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ อโณทัย จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 / 10:28

    คุณเปียโนเจียระไน
    ขอบคุณนะคะ ^^

    #14
    0
  2. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 / 15:50
    แต่งเก่งจังค่ะ
    #13
    0
  3. วันที่ 28 กรกฎาคม 2552 / 21:21

    คุณ : Fong_Fun 
    ดีใจที่คุณชอบเรื่องนี้นะคะ และค่อนข้างเห็นใจที่แฟนคุณคล้ายๆ กับพี่ธานในเรื่อง บางทีมันก็เลือกไม่ได้อ่ะค่ะ เราเขียนเรื่องนี้เพราะเคยรู้สึกว่า หากมีญาติพี่น้องเราต้องไปทำงานแบบที่คุณหมอพิธานทำ เราจะยอมให้เขาไปรึเปล่า คงไม่มีใครอยากให้ไปนะ พูดในมุมมองเห็นแก่ตัว แต่เราก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

    แต่บางทีเราก็ทำแบบนั้นไม่ได้ค่ะ เพราะคนอื่นยังต้องการคนเข้าไปพัฒนาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องน่าดีใจตรงที่โณค้นข้อมูลการเสียชีวิตของหมอที่นี่ ก็น้อยมากนะคะ เป็นกลุ่มคนที่เสี่ยงน้อยสุดแล้วล่ะค่ะ หวังว่าคุณคงสบายใจขึ้นนะคะ ^^

    ฝากขอบคุณแฟนคุณด้วยนะคะที่ได้อุทิศตนเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้แน่ๆ ค่ะ

    #12
    0
  4. วันที่ 28 กรกฎาคม 2552 / 16:47
    อ่านแล้วจุกขึ้นมาตรงอก ฮือๆ อยากร้องไห้
    เรื่องนี้เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราเลย เพียงแต่ต่างกันนิดเดียว
    พระเอกเป็นแพทย์ใช้ทุนแต่แฟนเราเป็น extern อยู่ใต้เหมือนกันแต่แฟนเราอยู่บนกว่า
    ไม่ต้องวิ่งหลบระเบิดเหมือนในเรื่องแต่คนไข้ก็เยอะเอาการ โทรฯหาไม่ค่อยติด(ในบางครั้ง)
    บางครั้งเราก็แอบหวั่นไหวในใจนะ เหมือนนางเอกของเรื่องนี้เลย ก็อยู่ห่างกันนี่หน่า...
    ชอบค่ะเรื่องนี้ จี๊ดสุดๆ
    #11
    0
  5. วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 13:45
    คุณพี่แป๊ด
    ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ดีใจที่อ่านแล้วชอบค่ะ โณก็หวังอยากให้มีคนดีๆ แบบหมอพิธานในเรื่องเยอะๆ และหวังอยากให้เหตุการณ์ทางภาคใต้สงบสุขเสียทีค่ะ
    #10
    0
  6. วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 11:28
    อ่านแล้วชอบมากเลยคะ อยากให้มีคนอย่างหมอพิธาน ที่มีอุดมการณ์ เสียสละความเป็นส่วนตัวทุกอย่างมาช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เยอะๆเลย
    #9
    0
  7. วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 22:20
    พี่ nuri.j
    โณว่า คนที่ไปทำงานภาคใต้ ทุกคนคงเป็นแบบหมอพิธานน่ะค่ะ จะว่าไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดยากนะคะ บางทีเราก็เข้าใจในงาน ในสิ่งที่คนรักเสียสละเพื่อสังคม แต่อีกใจเราอาจจะมีความเห็นแก่ตัว อยากให้แฟนมาอยู่ใกล้ๆ จนลืมมองความต้องการทางสังคมไป สำหรับเรื่องนี้ เขียนเพราะตอนนั้นมีเหตุการณ์ภาคใต้กำลังเดือดๆ น่ะค่ะ อ้อ โณชอบเรื่องที่เสียสละเพื่อสังคมมากกว่าเพื่อความรักด้วย แต่ละเรื่องที่เขียนออกมา มันเลยมาสไตล์นี้เกือบหมด หวังว่าพี่คงไม่เบื่อไปก่อนนะคะ
    #8
    0
  8. วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 09:20
    อยากให้มีคนอย่างหมอธานเยอะๆ  ความรักกับหน้าที่ การเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  ใครจะว่า กินอุดมการณ์ก็ช่างเถอะ ความรักเป็นสิ่งจรรโลงใจ หล่อล้อมหัวใจให้อบอุ่น   รักของนีนก็เป็นเรื่องของปุถุชน เป็นธรรมดาที่ไม่อยากให้คนที่เรารักไปอยู่ในที่อันตราย ต้องลำบาก มันเป็นความทรมานใจที่กลัวว่าจะได้ข่าวร้าย  รักของพิธานก็เป็นรักที่มีอยู่ควบคู่ไปกับหน้าที่  เลือกที่จะยอมเสียหัวใจไป เพื่อให้นีนมีโอกาสพบคนที่ดีกว่า  เป็นรักที่ไม่เห็นแก่ตัว  รักน้ำใจหมอตรงนี้ (ถ้านีนไม่เอาจะไปสมัครแทนน่ะ)

    แต่ท้ายสุด นีนก็รู้หัวใจตัวเอง ว่าจะรักใครไม่ได้อีกแล้ว  และเมื่อได้ไปเห็นกับตาว่า หมอธานยังเป็นบุคคลที่ จำเป็น มีประโยชน์สำหรับคนที่เดือดร้อนอีกมากมาย   ความเข้าใจมันก็กลับคืนมา  พี่ว่าสิ่งนี้มันเหนือกว่าความรักนะ  เข้าใจและมั่นใจในตัวของคนที่เรารัก   อย่างนีนและหมอธาน
        
    #7
    0
  9. วันที่ 25 มกราคม 2552 / 22:00
    คุณ Archaeopteryx
    อ่า ขอบคุณมากๆ นะคะ ดีใจที่ชอบนิยายที่โณเขียนค่ะ ^^
    #6
    0
  10. วันที่ 25 มกราคม 2552 / 17:48

    คุณอโณทัยค่ะ  คุณแต่งนิยายเก่งจัง  เนื้อหาก็ดี  บรรยายเรื่องก็ดี  อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกของตัวละครจริงๆเลยค่ะ

    #5
    0
  11. วันที่ 10 มกราคม 2552 / 20:44
    คุณอิสระ ว่างเปล่า

    ขอบคุณที่ชอบเรื่องนี้ถึงขนาดจะเอาไปรวมเล่มในพ็อกเก็ตบุ๊คนะคะ แต่เรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ไปแล้วในนิตยสารดิฉัน ฉบับที่ 757ปักษ์แรกของเดือนกันยายน 2551 (15 กันยายน 2551) ค่ะ เราคิดว่าคงไม่สะดวก ถ้าคุณจะเอาไปรวมเล่มในพ็อกเก็ตบุ๊คเพื่อส่งอาจารย์นะคะ ก็ขอให้ชอบแล้วเก็บไว้อ่านเฉพาะบนบอร์ดแห่งนี้ก็แล้วกันค่ะ
    #4
    0
  12. วันที่ 10 มกราคม 2552 / 13:51
    สนุกดีอะครับ น่าสนใจ ผมเป็นนักศืกษา.......มรภ.จันทรเกษม.......ผมกำลังจะทำ พอกเก็ตบุค ส่งอาจรณ์ ผมจะของนำเนื้อเรื่องของคุณไปทำได้ไหมครับ...ติดต่อกลับที่ anusorn104@hotmail.com ด้วยนะครับ
    #3
    0
  13. วันที่ 8 มกราคม 2552 / 17:59

    สวัสดีค่ะ dada

    เราก็เป็นเหมือนกันนะ เกี่ยวกับเรื่องให้เงินขอทาน แต่จริงๆ แล้ว จุดประสงค์หลักของการทำทานคือการให้ค่ะ เราคิดว่าเราได้ฝึกการให้ โดยที่ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องอื่นๆ นั่นจะได้ผลดีกับตัวเองมากที่สุด ส่วนใครจะเป็นอย่างไรก็คงเป็นเรื่องสุดแท้ เราเชื่อว่าหากคนไม่ดี นานวันไปความไม่ดีตรงนั้นก็ต้องปรากฏ การทำดีของเราไม่ควรโดนขัดขวางโดยความรู้สึกระดับเดียวกับคนพวกนี้

    ดีใจที่เรื่องนี้ทำให้ dada มองในมุมมองต่างออกไปได้นะ ยังไง หากว่างๆ ก็อ่านแนวคิดความเป็นมาของเรื่องนี้ได้ที่เว็บนี้เลยจ้า เพราะได้ไอเดียจากเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นทหารด้วยค่ะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ano&month=09-2008&date=09&group=25&gblog=3

    #2
    0
  14. #1 [b]dada
    วันที่ 8 มกราคม 2552 / 01:33
    อยากมีคนที่ใช่ แบบผู้ชายคนนี้จัง ...อ่านแล้วทำให้รุ้สึกถึงตัวตนเก่าๆ...มันก้อจริงนะ คนเราหากมองต่างมุมไป มันก้อมีเหตุผลของมันและยังสบายใจที่ได้ให้อีก

    เมื่อก่อนนี้เห็นขอทานก้อให้ทุกครั้งโดยได้เเต่คิดว่าเขาไม่มีเรามีก้อให้โดยที่ใจไม่ขุ่นเขืองคิดในทางไม่ดีเลย แต่เมื่อไหร่ไม่รุ้มีความคิดเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะ..อาจโดนหลอก..ทำไมไม่ทำงานอื่นบ้าง......มาอ่านแล้วก้อรุ้สึกแง่นั้นดี จะพยายามดึงความรุ้สึกเก่าๆคืนมา



    ...จะลองหันกลับไปทำตัว มองแง่มุมที่ต่างไปแบบนี้บ้างนะ ขอบคุนนะ....=^.^=[b]
    #1
    0